สารแขวนลอย สารคอลลอยด์

ผมอยากจะได้ข้อมูลเกียวกับสารแขวนลอยและสารคอลลอยด์จะเอาไปทำรายงานได้มากๆยิ่งดีใครรู้ช่วยตอบให้ทีจะขอบคุณมาก T_T



ความคิดเห็นที่ 152


28 ต.ค. 2551 19:52
  1. ไม่เห็นมีคับ




ความคิดเห็นที่ 151

16 ต.ค. 2551 15:00
  1. บ้า.............................................................จัง




ความคิดเห็นที่ 143

20 ก.ย. 2551 10:58
  1. เกป่ะรีกำถีเพ่รี่อก้ผกพ



ความคิดเห็นที่ 158

nuasdfnano
31 ม.ค. 2552 09:17
  1. นมและควันเป็นคอลลอยด์ครับ




ความคิดเห็นที่ 134

3 ส.ค. 2551 18:19
  1. อัลอิมัลซิฟายเออร์ ( Emulsifier )มีกี่ชนิดช่วยหน่อยคร้าบบ




ความคิดเห็นที่ 145

26 ก.ย. 2551 16:31
  1. ไม่รู้



ความคิดเห็นที่ 144

21 ก.ย. 2551 14:32
  1. อยากรู้วาปรากฎการณ์ของคอลลอยด์นอกจากจะเป็นปรารกฎการณ์ทินดอล์แล้วมีอะไรอีกช่วยตอบหน่อย



ความคิดเห็นที่ 155

2 พ.ย. 2551 21:08
  1. การบ้าบวิทย์โคตะระยากกกกกกกกกกกกกกกกกกกมั่กกกกกกกกก
    คัยรุเรื่องช่วยแอดมาด้วยน้าข๊ะ




ความคิดเห็นที่ 163

1 มิ.ย. 2552 16:08
  1. เราก็กำลังจะเรียน

     




ความคิดเห็นที่ 135

6 ส.ค. 2551 20:21
  1. ยากเย็ดหีนุ่น



ความคิดเห็นที่ 147

28 ก.ย. 2551 16:03
  1. สารคอลลอยด์กับสารแขวนลอยด์ต่างกันอย่างไร
    คอลลอยด์
    1. ขนาดอนุภาค 1-1000 nm (10-4-10-7cm)
    2. มองเห็นด้วย Ultra microscope แต่มองไม่เห็นด้วยกล้องจุลทรรศน์ธรรมดา
    3. อัตราการแพร่ต่ำ เกิด Brownian motion
    4. ผ่านกระดาษกรองได้ แต่ไม่สามารถผ่าน Ultrafilter และ Semipermeable membrane
    5. มีความดันออสโมติกต่ำ

    แขวนตะกอนหรือแขวนลอย
    1. อนุภาคใหญ่กว่า 1 ไมครอน(10-4 cm หรือ 10-6 m)
    2. สามารถมองด้วยตาเปล่าและกล้องจุลทรรศน์ธรรมดา
    3. ไม่ผ่านกระดาษกรอง
    4. ไม่แพร่ ไม่เคลื่อนไหวแบบ Brownian
    5. สามารถเกิดตะกอน
    6. ไม่มีความดันออสโมติก




ความคิดเห็นที่ 146

28 ก.ย. 2551 15:28
  1. ยานำแขวนตะกอนเป็นระบบยาน้ำกระจายตัวที่สำคัญระบบหนึ่ง  ในทางเภสัชกรรมและเครื่องสำอาง  ระบบดังกล่าวประกอบด้วยอนุภาคของผงยาขนาดใหญ่กว่า 1 ไมครอน (10-4 cm หรือ 10-6 m) ขึ้นไป แขวนกระจายอยู่ในตัวกลางที่เป็นของเหลว

    ตำรับยาเตรียมที่ใช้มากในทางเภสัชกรรมได้แก่
    ยาน้ำแขวนตะกอนสำหรับรับประทาน เช่น antibiotic syrups และ antacid

    ตำรับแขวนตะกอนสำหรับใช้ภายนอกร่างกาย
    โดยทั่วไปมักจะเป็นสูตรตำรับใช้ในโรคผิวหนังและใช้เฉพาะที่ เช่น Calamine  ใช้รักษาโรคผิวหนังที่เกิดจากอาการแพ้ ผื่นคัน นอกจากยาน้ำแขวนตะกอนยังนิยมใช้ในตำรับเครื่องสำอาง วัตถุประสงค์หลักในการตั้งตำรับเครื่องสำอาง  เพื่อใช้ทางผิวหนังป้องกันผิวหนังจากแสงแดด ตัวอย่างเช่น liquid foundation สูตรนี้ประกอบด้วย titanium dioxide แขวนกระจายอยู่ในตัวกลางคือน้ำ

    Zinc pyrithione shampoo (ใส่ในแชมพูขจัดรังแค) เป็นยาเตรียมในรูปแบบยาน้ำแขวนตะกอนโดยมี zinc pyrithione 2.0% เป็นผงยาหรือตัวยาสำคัญ สูตรดังกล่าวมีสารลดแรงตึงผิวเป็น flocculating agent (สารที่ทำให้อนุภาคแยกกระจายจากกันโดยง่ายโดยใช้แรงเขย่าเพียงเล็กน้อย)

    cosmetic suspensions จะประกอบด้วย pigment (ประมาณว่าเม็ดสีที่ไม่ละลายในของเหลวตัวกลาง)ในยาทาเล็บ ประเภท solid content คือ pigment ที่ให้สีต่างๆจะถูกแขวนกระจายอยู่ใน nonaqueous vehicle (น้ำกระสายยาที่ไม่เข้ากับน้ำหรือพูดง่ายๆตัวทำละลายที่ไม่เข้ากับน้ำ) เช่น butyl acetate เป็นต้น




ความคิดเห็นที่ 125

30 พ.ค. 2551 09:33
  1. <FONT face=impact>สารที่ประกอบด้วยอนุภาคที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง ถึง เซนติเมตร อนุภาคสามารถกรองผ่านกระดาษกรอง แต่ไม่สามารถกรองผ่านกระดาษเซลโลเฟนได้ปรากฏการณ์ทินดอลล์(Tyndalleffect) <BR>จอห์น ทินดอลล์ได้ทดลองป็นคนแรก ปรากฏการณ์ทินดอลล์คือ การให้แสงผ่านคอลลอยด์ใดๆ แล้วเราสามารถมองเห็นลำแสงในคอลลอยด์นั้นๆได้ เหตุที่เห็นลำแสงเพราะคอลลอยด์มีขนาดโตพอที่จะทำให้แสงที่ตกกระทบเกิดการกระเจิงของแสง<BR></FONT>



ความคิดเห็นที่ 126

30 พ.ค. 2551 09:38
  1. <DD>สารแขวนลอย หมายถึง ของผสมเนื้อผสมที่ประกอบด้วยอนุภาคที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 10-4 cm ลักษณะของสารแขวนลอยที่เห็นได้ชัดเจน คือ ขุ่น เมื่อตั้งทิ้งไว้จะตกตะกอน สามารถแยกอนุภาคของสารแขวนลอยได้โดยใช้กระดาษกรอง <BR>
    <DD>ในชีวิตประจำวันสารแขวนลอยที่เราพบเห็นบ่อย ๆ ได้แก่ น้ำแป้งดิบ น้ำคลอง น้ำแกงส้ม นอกจากนี้ยารักษาโรคหลายชนิดก็เป็นสารแขวนลอย เช่น ยาลดกรด ยาแก้ไอน้ำดำ ยาธาตุน้ำแดง เป็นต้น การนำยาเหล่านี้มาใช้เพื่อรักษาโรค ควรได้มีการเขย่าขวดก่อนรับประทาน เพื่อตัวยาที่ตกตะกอนอยู่จะได้รวมกับน้ำหรือของเหลวในตัวยานั้น <BR></DD>



ความคิดเห็นที่ 127

30 พ.ค. 2551 09:56
  1. 11111111111111111111111111



ความคิดเห็นที่ 136

8 ส.ค. 2551 16:08
  1.  Emulsifier ในทางเภสัชกรรม มี 3 ชนิดคับ (จะเล่าเฉพาะที่จำได้น่ะคับ)
    1.Monomolecular film พวกนี้มันก็คือ surfactant ช่วยในการลดแรงตึงผิวที่ผิวระหว่างรอยต่อน้ำกับน้ำมัน
    2. Multimolecular film เป็นพวกคอลลอยด์ที่ชอบน้ำ ที่นิยมใช้ก็คือ carbomer ตัวนี้มันจะไปเพิ่มความหนืดของวัตภาคน้ำ ทำให้เนื้อครีมหนืดขึ้น เป็นการเพิ่มความคงตัวให้กับอิมัลชัน
    3. Solid particular film เป็นพวกของแข็งละเอียด เช่น Bentonite พวกนี้จะไปดูดซับที่รอยต่อระหว่างน้ำและน้ำมัน

    ตัวที่นิยมใช้ก็คือตัวที่ 1 แล้วตัวที่ 2 และ 3 นั้นเค้าจะใช้ในแง่ของการเพิ่มความคงตัวมากกว่า ทำให้ตำราบางเล่มบางสารก่ออิมัลชันออกเป็น

    1. สารก่ออิมัลชันหลัก
    2. สารก่ออิมัลชันเสริม




ความคิดเห็นที่ 137

8 ส.ค. 2551 17:15
  1. คุณสมบัติของคอลลอยด์ สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม
    1. คุณสมบัติเชิงแสง 
       คุณสมบัติทางด้านแสงของคอลลอยด์จะเกี่ยวข้องกับแสงและการมองเห็น มีประโยชน์มากในการศึกษาระบบคอลลอยด์ เช่น การวัดความเข้มข้นที่เปลี่ยนแปลงของสารละลาย  การศึกษาลักษณะที่แท้จริงของอนุภาค  การคาดคะเนน้ำหนักโมเลกุล  เป็นต้น คุณสมบัติดังกล่าวได้แก่
      1.1 การกระเจิงแสง (Light Scattering) เมื่อให้แสงผ่านคอลลอยด์ แสงบางส่วนจะถูกดูดกลืนไว้ บางส่วนอาจจะกระเจิงออกไปทุกทิศทาง และบางส่วนอาจจะผ่านคอลลอยด์ไปโดยไม่ถูกรบกวน  ถ้าแสงที่กระเจิงออกมานั้นมีความเข้มน้อยมาก น้ำยาจะมีลักษณะเกือบใส
           ความสามารถในการกระเจิงแสงของคอลลอยด์นั้นสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน  โดยเมื่อให้ลำแสงผ่านระบบการกระจายตัวหรือคอลลอยด์ในที่มืด  จะมองเห็นลำแสงที่ผ่านได้เป็นรูปกรวย (Tyndall cone) เรียกปรากฎการนี้ว่า Faraday - Tyndall Effect ความเข้มข้นของแสงที่กระเจิงออกจากอนุภาคในทิศทางต่างๆจะขึ้นกับรูปร่าง  และขนาดอนุภาค  ดังนั้นจึงได้นำคุณสมบัติในข้อนี้ไปใช้ประโยชน์ในการหารูปร่าง ขนาดและมวลโมเลกุลของคอลลอยด์ ในปัจจุบันนี้นิยมใช้ Dynamic light scattering (quasi-elastic light scattering) ในการหาขนาด และการกระจายขนาดอนุภาคของคอลลอยด์ และนิยมใช้ static light scattering ในการหามวลโมเลกุลของอนุภาคคอลลอยด์
      1.2 การมองเห็นด้วยกล้องจุลทรรศน์ อนุภาคของคอลลอยด์มีขนาดเล็กเกินกว่าจะเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ธรรมดา จะสามารถเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล้กตรอน

    2. คุณสมบัติเชิงจลน์ (kinetic properties) คุณสมบัติเชิงจลน์ของระบบคอลลอยด์  จะเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ของอนุภาคคอลลอยด์ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับตัวกลาง  การเคลื่อนที่ของอนุภาคคอลลอยด์สามารถชักนำได้โดยอุณหภูมิ แรงดึงดูดโลกและแรงจากภายนอก  การเคลื่อนที่ของอนุภาคคอลลอด์เนื่องจากอุณหภูมิ (thermal motion) ไดแก่ Brownian movement , diffusion , osmotic  การเคลื่อนที่ของอนุภาคคอลลอยด์เนื่องจากแรงดึงดูดของโลก (gravity) ได้แก่ sedimentation และการเคลื่อนที่ของอนุภาคคอลลอยด์เนื่องจากแรงภายนอก (applied externally) ได้แก่ ความหนืดของตัวกลาง
        2.1 การเคลื่อนที่แบบบราวเนียน ในปี คศ. 1828 Robert Brown นักพฤษศาสตร์ชาวสก๊อต ได้รายงานการเคลื่อนที่แบบไร้ทิศทางของ pollen grain (อนุภาคขนาด 5 ไมโครเมตร) ในน้ำเป็นครั้งแรก  ซึ่งต่อมาเรียกการเคลื่อนที่แบบนี้ว่า Brownian motion พบว่าคอลลอยด์จะมีการเคลื่อนไหวแบบบราวเนียน  เนื่องจากพลังงานความร้อนจะทำให้โมเลกุลของของเหลวเคลื่อนไหวแบบไม่มีทิศทางแน่นอน  เมื่ออนุภาคคอลลอยด์ในของเหลวถูกกระทบโดยโมเลกุลของของเหลวตัวกลาง  โดยอนุภาคอื่น หรือผนังของภาชนะที่บรรจุ จะทำให้อนุภาคคอลลอยด์และเคลื่อนที่และเปลี่ยนทิศทางอย่างไม่แน่นอน  เป็นผลทำให้แต่ละอนุภาคมีเส้นทางเดินในลักษณะ zigzag โดยทั่วไปอนุภาคจะถูกชนโดยโมเลกุลของของเหลวตัวกลาง 1021 ครั้ง/วินาที อัตราเร็วเฉลี่ยในการเคลื่อนที่ของอนุภาคจะเพิ่มขึ้นเมื่อมวลโมเลกุลของอนุภาคลดลง ถ้าอนุภาคมีขนาดมากกว่า 5 ไมโครเมตร แรงที่เกิดจากการชนไม่พอที่จะทำให้อนุภาคเคลื่อนที่ได้ จึงไม่เกิด Brownian motion และอนุภาคก็เกิดการนอนก้น  ถ้าเพิ่มความหนืดของตัวกลางจะทำให้ brownian motion ลดลงจนกระทั่งหยุดการเคลื่อนที่
      2.2 การแพร่ คือ ปรากฎการณ์ที่เป็นผลโดยตรงมาจากการเคลื่อนที่แบบบราวเนียน  กล่าวคือตัวถูกละลายจะเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูงไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นตำกว่า  โดยไม่อาศัยแรงกระทำจากภายนอก  การแพร่สิ้นสุดเมื่อความเข้มข้นของระบบเท่ากันทั่วทั้งระบบ  อัตราเร็วในการแพร่สามารถหาได้จาก Fick's first law 
      2.3 ความดันออสโมซิส มีประโยชน์มากในการหามวลโมเลกุลของคอลลอยด์




ความคิดเห็นที่ 138

8 ส.ค. 2551 17:35
  1. 3. คุณสมบัติเชิงไฟฟ้า (Electrical Properties)
        ประจุบนพื้นผิวของอนุภาคคอลลอยด์เมื่อกระจายตัวอยู่ในน้ำ เกิดจากสาเหตุ 3 ประการ คือ
       1. มีหมู่ที่แตกตัวได้ (ionizable group) อยู่ที่ผิวของอนุภาคคอลลอยด์ เช่น COOH ซึ่งการแตกตัวของ ionizable group จะขึ้นอยู่กับค่า pKa และ ค่า pH
       2. เกิดจากการเลือกดูดซับไอออนที่มีอยู่ในสารละลาย  ซึ่งเกิดจากการเลือกเติมไอออนลงไป 
       3. เกิดจากความแตกต่างของค่า dielectric constant ระหว่างตัวกลาง กับอนุภาคคอลลอยด์




ความคิดเห็นที่ 153

amalia603@hotmail.com
29 ต.ค. 2551 19:15
  1. อยากรู้วาปรากฎการณ์ของคอลลอยด์นอกจากจะเป็นปรารกฎการณ์ทินดอล์แล้วมีอะไรอีกช่วยตอบหน่อย

    ตอบ ให้คุณอ่านที่ผมพิมไว้ แล้วคุณก็จะรู้เอง อยู่ข้างบนความเห็นเพิ่มเติมที่ 137




ความคิดเห็นที่ 154

amalia603@hotmail.com
30 ต.ค. 2551 03:20
  1. ระบบการกระจายตัวในระดับคอลลอยด์มีความสำคัญในทางเภสัชกรรมไม่น้อยกว่าระบบการกระจายตัวอื่นๆ นับตั้งแต่สารช่วยต่างๆที่ใช้ในทางเภสัชกรรม (excipients) รวมไปถึงระบบนำส่งรูปแบบใหม่ๆ เช่น nanoparticles, microemulsion (คำนี้ไม่ได้แปลว่าอิมัลชันที่มีอนุภาคระดับไมครอนน่ะคับ), liposomes เป็นต้น

    สารโมเลกุลใหญ่ หรือพอลิเมอร์ (Macromolecules or polymer) เมื่ออยู่ในตัวกลางที่เหมาะสมจะกระจายตัวในระดับคอลลอยด์ ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางเภสัชกรรมได้ เช่น ใช้สารช่วยแขวนตะกอน (suspending agent) สารก่ออมัลชัน (emulsifier) สารช่วยเพิ่มการละลาย (micellar solubilizer) และยาพื้นในทางเภสัชกรรม(Bases) นอกจากนี้แล้วสารเหล่านี้บางชนิดยังมีฤทธิ์ให้ความชุ่มชื้น เช่น อนุพันธ์ของเซลลูโลส เป็นต้น

    ระบบนำส่งยาระดับนาโนเมตรเป็นระบบการกระจายตัวระดับคอลลอยด์ที่ได้รับความสนใจ และมีการค้นคว้าวิจัยอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นระบบนำส่งยารูปแบบใหม่ๆ เนื่องจากพบว่าอนุภาคขนาดเล็กมีคุณสมบัติในการปกคลุมผิวหนังได้ดี ทำให้เกิด occlusive effect จึงทำให้สารสำคัญแพร่ผ่านผิวหนังได้ดีขึ้น นอกจากนี้อนุภาคขนาดเล็กจะช่วยเพิ่มค่าการละลายของสารสำคัญ ทำให้สารสำคัญปลดปล่อยมาได้ง่ายขึ้น


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น