เพลงเก่าตรึงใจ (2)

กระทู้เดิมยาวมากแล้ว โหลดยาก

จากกระทู้เก่า
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=28792

ขอขึ้นกระทู้ใหม่ที่นี่ค่ะ
23 ส.ค. 2548 08:48
180 ความเห็น
22305 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1 โดย paganini

ขอบคุณครับอาจารย์ แหม อาจารย์น่าจะใช้ Hispeed Internet ได้แล้วนะครับ อิอิอิ แซว นี่แหละที่เขาว่าพบคนชอบสิ่งเดียวกันคุยกันสามวันไม่จบ



ผมว่าบางทีงานศิลป์อาจจะต้องมีการเรียนรู้และเตรียมพร้อมที่จะเข้าใจ

เพราะมันเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางปัญญา จิตใจที่จะซาบซึ้งก็ต้องมีการเตรียมพร้อมทางปัญญาพอสมควรยกตัวอย่างเช่น พระเจ้าถังไทจงฮ่องเต้ทรงหลงใหลในลายพุ่กันของลิปิกรคนหนึ่งมากจนกระทั่งต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมในการหลอกพระสงฆ์ที่เป็นเจ้าของ เพื่อได้ครอบครองลายพู่กันชุดนี้ ตอนที่ผมอ่านเรื่องนี้ ผมก็สงสัยว่าลายพู่กันค่าควรเมืองนี้ ถ้าผมได้เห็นคงนึกชมว่าสวย แต่อีกสักกี่ชาติผมคงไม่ซาบซึ้งเท่าพระเจ้าถังไทจงแน่ๆเพราะว่าผมไม่มีความรู้ทางตัวหนังสือจีน และภูมิหลังผมคงไม่ให้กับการเข้าใจลายพู่กันนั้น



ดนตรีคลาสสิคก็เหมือนกันผมว่าคนทั่วไปที่ไม่ได้เล่นดนตรี สิ่งที่จับได้ง่ายๆที่สุดน่าจะเป็นทำนองดังนั้นเพลงของ Mozart, Tchaikovsky, Chopin, Mendelsshon, Strauss ที่มีทำนองชัดเจนไพเราะ จึงค่อนข้างเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ฟังที่ไม่ได้ศึกษาวิชาดนตรีตะวันตกมากนักเพราะเข้าถึงได้ง่ายกว่า

แต่เพลงอย่างของ Brahms, Mahler หรือแม้กระทั่ง Beethoven ที่เน้นตรงจินตนาการ โครงสร้าง พัฒนาการและการสร้างสรรค์ทางดนตรี จึงเข้าใจได้ยากกว่า เป็นเหมือนการโชว์ฝีมือในการเขียนเพลงมากกว่าการเขียนเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ความรุ้สึก

แต่ไม่ใช่ว่า 3 ท่านที่ยกตัวอย่างนี้จะแห้งแล้งไร้ความรุ้สึกไปทุกเพลงนะครับ แต่คือว่าจะโอนเอนไปทางนี้

แต่สำหรับ Beethoven นั้นพิเศษ เพราะท่านเป็นทุกอย่างให้เขียนทำนองเพราะๆ ทำนองฮึกเหิม โครงสร้างดนตรีซับซ้อน การแปรทำนองอย่างวิจิตรพิศดาร ท่านทำได้วิเศษที่สุดเป็นแนวทางที่นักแต่งเพลงทั้งหลายเดินตามในเวลาต่อมา



สำหรับผมตอนแรกฟัง Beethoven แล้วก็เปลี่ยนมาหลงใหล Mozart แต่ฟังมาพักหนึ่งก็เริ่มเบื่อเพราะฟังทีไรก็รู้ว่าเป็น Mozart แบบว่าท่านมีสไตล์ของท่านเอง เมื่อเรียนรู้ต่อมาก็หลงรักเพลงของ Tchaikovsky, Chopin อย่างหมดหัวใจ แต่เมื่อความรู้ทางดนตรีเพิ่มมากขึ้นๆ เล่นดนตรีได้มากขึ้น กลับค้นพบว่าอัจฉริยะบุรุษหนึ่งเดียว ที่เปี่ยมด้วยพลังสร้างสรรค์แห่งพระเจ้านั้นก็คือ Johann Sebastien Bach



ครับกระทู้นี้คงยาวอีกแน่ครับอาจารย์
23 ส.ค. 2548 11:44


ความคิดเห็นที่ 2 โดย Olympus

ผมคิดว่าเพลงคลาสสิคค่อนข้างจะเข้าใจยาก แต่ถ้าสามารถทำความเข้าใจกับมันได้จะพบความไพเราะทีเดียวครับ ผมอยากจะลองถามความคิดเห็นของแต่ละคนว่า เครื่องดนตรีชนิดใดสามารถให้ความไพเราะมากที่สุดเมื่อเล่นเพียงเครื่องเดียวครับ
23 ส.ค. 2548 16:30


ความคิดเห็นที่ 3 โดย เทาชมพู

ตอบคำถามคุณ Olympus

เปียโน ค่ะ



ตอบคุณ paganini

การเชียนเพลงให้มีโครงสร้าง พัฒนาการ สร้างสรรค์ จนแพรวพราว ทำให้ดิฉันนึกถึงการแต่งคำประพันธ์โดยใช้ฉันท์ สร้างความอลังการได้ยิ่งกว่ากลอนแปด ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน

แต่ความจับใจของฉันท์ ก็ไม่จำเป็นว่าจะเหนือกว่ากลอนแปดเสมอไป



ความสะเทือนอารมณ์ เป็นสิ่งสำคัญที่ตัดสินว่างานหนังสือเล่มไหนมีวรรณศิลป์ ไม่ใช่ลูกกเล่นของการสร้างแบบแผนการแต่ง หรือความพิสดารของเนื้อหา



การเข้าถึงวรรณคดีต้องใช้การเรียนรู้ เรามักจะเห็นว่านักวรรณคดีซาบซึ่งดื่มด่ำกับอะไรสักอย่างที่ห่างไกลจากความซาบซึ้งของชาวบ้านร้านถิ่นมากเอาการ

ส่วนดิฉันไม่ค่อยจะชอบแบบนักวรรณคดี แต่ก็ไม่ชอบอย่างชาวบ้าน เลยหาที่ลงไม่ค่อยเจอเหมือนกัน



เอาเพลงมาคั่นโปรแกรมเพลงคลาสสิคสักเพลง

ชอบเนื้อเพลงนี้ ชอบทำนองด้วย คนเขียนเป็นผู้ชายที่ดูจะยอมรับธรรมชาติของเพศหญิงได้มากเอาการ

หวังว่าแกคงเจอ She สมใจ



She

May be the face I can’t forget

A trace of pleasure or regret

May be my treasure or the price I have to pay

She may be the song that summer sings

May be the chill that autumn brings

May be a hundred different things

Within the measure of a day.



She

May be the beauty or the beast

May be the famine or the feast

May turn each day into a heaven or a hell

She may be the mirror of my dreams

A smile reflected in a stream

She may not be what she may seem

Inside her shell



She who always seems so happy in a crowd

Whose eyes can be so private and so proud

No one’s allowed to see them when they cry

She may be the love that cannot hope to last

May come to me from shadows of the past

That I’ll remember till the day I die



She

May be the reason I survive

The why and wherefore I’m alive

The one I’ll care for through the rough and ready years

Me I’ll take her laughter and her tears

And make them all my souvenirs

For where she goes I’ve got to be

The meaning of my life is

She, she, she
23 ส.ค. 2548 17:00


ความคิดเห็นที่ 4 โดย คำฝอย

ตอบเรื่องเครื่องดนตรีก่อน



ดิฉันชอบไวโอลินค่ะ เสียดแทงมากๆ สื่ออารมณ์โหยหาได้ดี ไวโอลินเพลงไทยสากลที่คุณ นพ โสถิพันธ์ เล่น ในส่วนหนึ่งของ เยื่อไม้ เพลงผลัดใบ ดิฉันก็ชอบ เช่น เพลงน้ำตาแสงใต้ ลมหวล ฟังแล้วเคลิ้ม



เห็นอาจารย์เทาชมพูกับคุณ paganini คุยกันเรื่องเพลงคลาสิกแล้วชื่นชมจังค่ะ เมื่อวานดิฉันกลับบ้านไปหยิบ โมทสาร์ท มาฟังแล้วก็เลยดูเสียด้วยว่าที่ฟังๆ อยุ่ประจำน่ะ ชื่อว่าอะไร (พูดแล้วอายจังค่ะ ฟังอยู่ได้เป็นานนม แต่จำชื่อเพลงไม่เคยได้ ปรากฏว่าเป็น No. 38 ค่ะ (จะจำผิดอีกหรือเปล่าไม่รู้) แต่ว่าเห็นด้วยนะคะว่า โมทสาร์ทแต่งเนี่ยจะคงความเป็นโมทสาร์ทมากๆ พอดีดิฉันซื้อ CD แบบยกแพคมา ในนั้นมี 4 แผ่น 4 นักประพันธ์ คือ Shubert, Bethoven, Mozart และ Dvorak เริ่มต้นด้วยความมืดบอด ใคร่ฟังแผ่นไหนก็เลือกไป ตอนแรกชอบใจเพลงของ Dvorak มากเพราะฟังแล้วฮึกเหิมดี ทำแลปไม่ได้ผลก็ไม่ห่อเหี่ยวมาก หลังๆ มาจะฟัง Bethoven มากกว่า ดิฉันฟังแบบไม่ได้แยกแยะขั้นดนตรีอะไร เพราะไม่มีความรู้ ก็ฟังเอาความสบายใจ ถูกหูเข้าว่า มาอ่านกระทู้นี้แล้วก็ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกเยอะขอบคุณมากค่ะ



ขอบคุณอาจารย์เทาชมพูสำหรับเนื้อเพลง she ค่ะ ผู้แต่งคงจะเข้าใจธรรมชาติของผู้หญิงได้ดีจริงๆ แหละค่ะ แกถึงได้เปรียบเปรยไปเสียเยอะแยะ ว่า เธออาจจะเป็นอะไรก็ได้ ดิฉันว่า ถูกเผง เลย



ขอบคุณคุณ paganini สำหรับเว็บลิงค์เพลงของ คุณ ดนู ฮันตระกูล ว่างๆ แล้วจะแว๊บไปฟังตัวอย่างค่ะ ทำให้ดิฉันนึกถึงเพลงโปรดอีกเพลงในชุด หรรษคดี คือเพลง "ดอกราตรี" เพราะเจ้าหนุ่มในเพลงนี้ช่างน่าเอ็นดู ไม่พูดไม่จา แต่ว่า เอาดอกราตรีมายื่นให้ แล้วจะให้ตีความว่ายังไงกันคะ



ดอกราตรี



เมื่อแรกเจอะเจอเธอดูร่าเริง

ให้ความบันเทิงช่างแหย่ช่างเย้า

สนุกสนานด้วยกันสองเรา

ไม่เคยเงียบเหงายามเราเจอกัน

เมื่อเธอเฝ้าถามว่าชอบอะไร

ชอบมวลดอกไม้หรือดวงตะวัน

ก็ตอบว่าฉันนั้นชอบดอกราตรี

แต่ต่อมาเธอดูขรึมไป

พูดด้วยทีไรใจลอยทุกที

เริ่มมีความฝันที่ในดวงตา

เริ่มมีปัญหาในดวงฤดี

อันความทะเล้นที่เล่นบ่อยๆ

กลับเป็นยิ้มน้อยที่ไม่เคยมี

ส่งดอกราตรีที่หอมฟุ้งให้ฉัน



หอมดอกราตรี

แต่มวลดอกไม้ถึงจะหอมกว่านี้ก็ไม่สู้หอมคำ

ฟุ้งกลิ่นที่หอมเยือกเย็นฉ่ำ

แต่ใจตัวเธอเองอาจต้องช้ำ หากมัวอมพะนำอยู่ต่อไป



ทำไมต้องทพเก้อๆ เปิ่นๆ

เคอะๆ เขินๆ มองเมินเหนียมอาย

ไม่พูดไม่จาหลบตาทำไม

มีความในใจไยไม่บอกมา

ให้ดอกราตรีมาเจรจา

น่าอายจริงหนาผู้ชายอะไร

เขยิบมาซิและจงกระซิบความใน



ปล. เห็นด้วย 100% ว่าเนื้อร้อง เพลง ฉันจะฝันถึงเธอ สวยมากค่ะ เผลอไม่ได้ สมมติว่าเป็นตัวเองทุกที
24 ส.ค. 2548 20:25


ความคิดเห็นที่ 5 โดย Olympus

มีใครทราบไหมครับว่าเพลง คิดถึง ที่ขึ้นต้นว่า



"จันทร์กระจ่างฟ้า นภาประดับด้วยดาว โลกสวยราว เนรมิตประมวลเมืองแมน"



เพลงนี้เป็นของใครและใครเป็นคนนำมาร้องเป็นคนแรกครับ
24 ส.ค. 2548 21:39


ความคิดเห็นที่ 6 โดย paganini

ตามสุภาพสตรีทั้งสองผมก็ต้องตอบคุณ Olympus ก่อนว่าผมชอบเครื่องดนตรีหลายชิ้นยากที่จะเลือกลงไปได้แน่นอนทั้งนี้เพราะแต่ละชิ้นต่างมีความสามารถพิเศษของมัน

Piano เป็นเครื่องดนตรีที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดเพราะสามารถเล่นได้หลายๆเสียงพร้อมกันได้มากที่สุด เสียงประสานจึงแน่นที่สุด สามารถเล่นเดี่ยวๆโดยไม่จำเป็นต้องมีเครื่องดนตรีอื่นประกอบ

Violin และเครื่องสายในตระกูล เล่นยากมาก แต่น้ำเสียงเข้าถึงอารมณืได้ดีที่สุด มีเทคนิกหลากหลาย เล่นพลิกแพลงได้สารพัด การที่เครื่องสายตระกูลไวโอลินไม่มีเฟร็ตเหมือนกีต้าร์ทำให้การรูดเสียง ให้เกิดสำเนียงจำลองของการร้องเพลงได้ดีมากๆ สร้างอารมณ์ได้ดียิ่ง (ถ้าคนเล่นๆเก่งๆนะ) Viola เสียงทุ้มๆชวนให้รู้สึกเศร้าสร้อยเช่นเดียวกับ Cello ที่เหมาะสำหรับการถ่ายทอดอารมณ์ที่ลึกซึ้งดื่มด่ำ

แต่การที่เป็นเครื่องสี ต้องสีทีละสายหรืออย่างมากก็ 2 สาย ทำให้ไม่ค่อยมีความสะดวกที่จะเล่นไวโอลินตัวเดียวแล้วฟังครบเครื่องแบบเปียโน คือต้องมีเครื่องดนตรีอื่นประกอบถึงจะฟังแล้วครบรสชาติ

Classical Guitar อันนี้อยู่กึ่งๆระหว่าง เครื่องสายและ Piano เสียงกีต้าร์เพราะและมีสเน่ห์มาก เล่นตัวเดียวก็ครบในเรื่องเสียงประสาน แถมการเป็นเครื่องสายทำให้ผู้เล่นสามารถบังคับให้เสียงออกมาไม่ห้วนเหมือนเปียโนแต่ยืดเสียงได้เกือบๆเท่าไวโอลิน

การขึ้นสายแบบกีต้าร์ทำให้บทเพลงสำหรับกีต้าร์มีลักษณะเฉพาะ เพราะไปอีกแบบ

เสียงร้อง Vocal นับเป็นเครื่องดนตรีที่พิเศษอีกชิ้นนึง เพราะว่าผุ้ร้องเก่งๆสามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีที่สุด สื่อความเข้าใจง่ายที่สุด(เพราะร้องเป็นภาษา)จนถึงสามารถสร้างลูกเล่นได้หลากหลายมีอิสระที่สุด ตัวอย่างเครื่องดนตรีชิ้นนี้ ก็เช่น Ella Fitzgerald ไงครับ อิอิอิ สุดยอดแล้ว



เอาแค่นี้ก่อนละกัน



พอดีโพสต์แล้วไม่ผ่านเลยเจอกระทู้คุณ Olympus ขอตอบว่าเพลงนี้ชื่อเพลง คิดถึง แต่งเนื้อโดย เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี โดยนำมาจากทำนองตอนท่อนช้าของบทประพันธ์สำหรับเดี่ยวไวโอลินที่ชื่อว่า Zigeunerweisen แปลเป็นอังกฤษว่า Gypsy Air นั่นคือเพลงช้าๆในแบบของยิปซี แต่งโดย Pablo de Sarasate ผู้ยิ่งใหญ่ทางด้านไวโอลินในศตวรรษที่ 19



จันทร์กระจ่างฟ้า นภาประดับด้วยดาว

โลกสวยราวเนรมิตร ประมวลเมืองแมน

ลมโชยกลิ่นมาลา กระจายดินแดน

เรียมนี้แสนคะนึง ถึงน้องนวลจันทร์

งามใดหนอจะพอทัดเทียบ เปรียบน้อง

เจ้างามต้องตาพี่ ไม่มีใครเหมือน

ถ้าหากน้องอยู่ด้วย และช่วยชมเดือน

โลกจะเหมือนเมืองแมน แม่นแล้วนวลเอย
24 ส.ค. 2548 22:26


ความคิดเห็นที่ 7 โดย เทาชมพู

เพลงนี้นำมาเป็นเพลงสากลด้วยค่ะ ชื่อ Gypsy Moon

ขึ้นต้นว่า

Moon of love, romantic gypsy moon

น่าเสียดายว่าค้นเนื้อร้องในเว็บไม่เจอ แปลกจริงๆว่ามีเนื้อออกสารพัดแต่หาเพลงนี้ไม่ได้



คุณคำฝอยพูดถึง Schubert นี่ก็คนโปรดอีกคนหนึ่ง ชอบ Serenade กับ Unfinished Symphony ของเขามาก ถ้าใครชอบเหมือนกันช่วยแนะนำเพลงอื่นๆด้วยนะคะ
25 ส.ค. 2548 08:51


ความคิดเห็นที่ 8 โดย ถาวภักดิ์

เห็นเนื้อความในกระทู้นี้แล้ว นึกสงสัยว่าคนที่เข้ามาสนทนา อายุรวมกันจะได้สักกี่ร้อยหนอ



ถ้าชอบเพลงอย่าง She ขอเสนอ The First ever I Saw Your Face เข้าประกวดด้วยนะครับ อ.เทาฯ



ไม่รู้เป็นไง ผมชอบเพลงแสงจันทร์คลาสสิคทั้งไทยทั้งฝรั่ง หรือจะเป็นฝรั่งผสมไทยอย่างโสมส่องแสงที่บรรเลงด้วยเปียโนผสมไวโอลิน ต่อให้ Serenade ของ Shubert ยังต้องชิดซ้ายแล้วเลี้ยวเข้าป่าไปซ่อนด้วยความอายเลยเชียว



แต่ถ้าเป็นฝรั่งล้วนๆนี่ เลือกไม่ถูกเลยว่าจะเอา Moonlight Sonata ของ Beethoven หรือ Shubert's Serenade มากล่อมหอดี



Gypsy Moon นี่เห็นชื่อครั้งแรก ดูเหมือนในเรื่องมัสยา ของพนมเทียน เล่นเอาอยากฟังติดหมัด แต่ดูเหมือนฟังแล้วก็งั้นๆ ไม่ได้ประทับใจสักเท่าใด จนลืมท่วงทำนอง-เนื้อร้องไปหมดแล้ว อ.เทาฯลอง พลิกหาเนื้อร้องดูในมัสยาซิครับ น่าจะมี อย่างน้อยก็บางส่วน ถ้าความจำของผมไม่ทรยศ



แต่ก็ไม่เพียงพระจันทร์คลาสสิคนะครับที่สิทธิไพเราะประทับใจได้ พระจันทรซื่อๆแบบชาวบ้านๆก็รัก อย่างเพลงร้องไห้กับเดือนนี่ ถ้าเจอน้องนางบ้านนาถูกตาถูกใจ จะเล่นลูกคอให้นักร้องอาชีพได้อายเลย
25 ส.ค. 2548 14:11


ความคิดเห็นที่ 9 โดย Nuchana

หัวหินสิ้นมนต์รัก

สุเทพ วงศ์กำแหง



--------------------------------------------------------------------------------





...หัวหิน เป็นถิ่นสัญญา จากไป กลับมาผิดหวัง

ฮืม...ความหลังยังเวียนวน

คลื่นสวาทมันแรง มันแกล้งมาดล ร้อนจนใจสั่น

เคยชื่นชู้ สู่สวรรค์ รักกันมั่น ใจฉันยังปลื้ม

มันซาบมันซึม มันปลื้มไม่นาน วิมานทลาย

....คลื่นสวาทมันแรง มันแกล้งมาดล ร้อนจนใจสั่น

เคยชื่นชู้ สู่สวรรค์ รักกันมั่น ใจฉันยังปลื้ม

มันซาบมันซึม มันปลื้มไม่นาน วิมานทลาย

หัวหิน เป็นถิ่นสัญญา ขาดเธอ กลับพลันเงียบเหงา

ฮืม...มอง แสงดาวเรียงราย

คลื่น ยังคร่ำ ยังครวญ จันทร์แจ่มยังนวล เย้ายวนไม่วาย

คอยชื่นชู้ อยู่แลหาย เห็นรอยทราย ใจฉันหวิวหวั่น

เคยนั่งชมคลื่น เคยชื่นใจกัน ฉันยังไม่ลืม

********************************

(พิมพ์ font Thai ใน word ก่อน แล้วค่อย copy มา Hope it’s ok ka)
25 ส.ค. 2548 14:19


ความคิดเห็นที่ 10 โดย เทาชมพู

หายหน้าไปนาน ขอต้อนรับคุณถาวภักด์ กลับเรือนไทยค่ะ

ขอบคุณที่ไม่ถามว่า อายุคนที่เข้ามาสนทนา รวมกันได้กี่พันปี!



ไม่มีเรื่องมัสยา เลยไม่รู้ว่า Gypsy Moon ในนั้นเป็นยังไง

แต่มีเพลงโปรดของคุณมาลงค่ะ



The first time ever I saw your face

I thought the sun rose in your eyes

And the moon and the stars were the gifts you gave

To the night and the empty skies my love

To the night and the empty skies



The first time ever I kissed your mouth

I felt the earth turn in my hand

Like the trembling heart of a captive bird

That was there at my command my love

That was there at my command



The first time ever I lay with you

And felt your heart beat close to mine

I thought our joy would fill the earth

And would last ’till the end of time my love

And would last ’till the end of time



The first time ever I saw your face

I thought the sun rose in your eyes

And the moon and the stars were the gifts you gave

To the night and the empty skies my love

To the night and the empty skies
25 ส.ค. 2548 17:55


ความคิดเห็นที่ 11 โดย เทาชมพู

คุณ Nuchan ย้ายจากหัวหินมาฟังเสียงคลื่นที่ Sorrento ก็ไพเราะไม่แพ้กันนะคะ

Come back to Sorrento:

Hear the music of the waters,
bars of tender passion sighing
like thy heart to which go flying,
all my thoughts in wakeful dream.

See the lovely dewey garden,
breathing orange perfumed greetings;
Nought can set my heart a-beating,
like the frangrance of its bloom.

Now I hear that thou must leave me,
thou and I will soon be parted
Can'st though leave me broken hearted ?
Will thou never more return?

Then say not 'goodbye'
Come back again, beloved
Back to Sorrento, or I must die
25 ส.ค. 2548 18:01


ความคิดเห็นที่ 12 โดย paganini

กระทู้ไปเร็วมาก จนจะตอบไม่ทันเอา แต่ผมไม่ปล่อยให้ความเห็นอันทรงคุณค่าของแต่ละคนผ่านไปหรอกนะ ขอตอบย้อนหลังซักหน่อย

อาจารย์เทาฯครับในความเห็นที่ 3 อาจารย์เปรียบเปรยได้ดีจริงๆ ผมว่าตอนยังอายุน้อยๆผมมักจะมองหา อะไรที่มันเป็นที่สุด เป็นหนทางหนึ่งเดียว แต่พอแก่ๆไปประสบการณ์ชีวิตมันสอนว่ามีหลากหลายหนทางที่จะไปถึงจุดหมายเดียวกัน ความซาบซึ้งประทับใจในงานศิลป์เช่นกัน มันไม่มีกฎเกณฑ์และหนทางที่ตายตัว

แต่สิ่งที่แน่นอนคืองานศิลป์ที่ดีเยี่ยมมักจะเป็นผลผลิตทางปัญญา ให้คนอื่นหรือคนรุ่นหลังได้ซาบซึ้ง ถึงการสร้างสรรค์ของศิลปินนั้นๆ

สำหรับเพลง She ขอบอกว่าไม่จับใจผมครับ เพราะผมไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาจะสื่อ หรืออาจจะเป็นเพราะผมไม่เข้าใจผู้หญิงก็ได้ครับ



คุณคำฝอยครับ ที่คุณบอกว่า “ดิฉันฟังแบบไม่ได้แยกแยะขั้นดนตรีอะไร เพราะไม่มีความรู้ ก็ฟังเอาความสบายใจ ถูกหูเข้าว่า” นั่นแหละครับน่าชื่นชม ฟังด้วยหูแล้วใช้ใจตาม อย่าให้ความคิด ความรู้ที่อ่านมา คนบอกมา มาทำให้เกิดความโน้มเอียง ฟังแล้วต้องซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตนเอง ไม่ชอบไม่ได้แสดงว่ารสนิยมต่ำต้อยแต่อย่างใด

เพลงดอกราตรีนี่เป็นเพลงที่ผมชอบมากเหมือนกันสนุกและน่ารักดี สังเกตสิครับเพลงจะฟังเสียงแปร่งๆ ทำนองแปร่งๆ นั่นคือ อ.ดนู ท่านใช้เทคนิคสมัยใหม่ในการแต่ง คุณสุภัทราก็ร้องได้เข้าอารมณ์ดีเหลือเกิน เสียดายจังเทปม้วนนั้นผมทำหายไปแล้ว รู้สึกที่ผมฟังจะอยู่ในชุด รังสรรค์วันสวย มีเพลงที่ อ.ดนูเอามาทำใหม่แล้ว คุณสุภัทราร้องไว้ดีๆหลายเพลง เช่น ชายน้ำ ดอกราตรี คนจะรักกัน หากรู้สักนิด เหมันต์รัญจวน(เพลงนี้ก็สุดยอดครับสำหรับการแต่ง) หนๆก็ไหนๆแล้วขอโพสต์เนื้อเพลงนี้ละกัน เพลงที่สวยงามมากๆ เต็มไปด้วยกลเม็ดเด็ดพรายทางอักษรศาสตร์ไทย แต่ที่สำคัญ การนำการเล่นภาษาการเล่นคำนั้นไม่ได้เอามาเล่นอย่างแห้งแล้งไร้ความหมาย แต่รับใช้การถ่ายทอดอารมณ์ของนักร้อง หรือผู้แต่งได้อย่างดีเยี่ยม ยิ่งไปกว่านั้นคำร้องแต่ละคำสอดคล้องรับกับทำนองอย่างกลมกลืนยิ่ง ต้องเรียกว่าเป็งานชิ้นเอกชิ้นหนึ่งของวงสุนทราภรณ์เลยครับ



เหมันต์รัญจวน

คำร้อง ศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ

ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน



หวีดหวีดวอนวอนอ้อนออดโอยมา โอ้อนิจจาอ่อนอาลัย

เหมันต์ครวญคลั่งฟังคล้ายเสียงใครเสียงใครครวญใคร่

ร้องไปร่ำไปในสายลม

หลับตื่นคืนวันหวาดหวั่นรัญจวนโอ้ลมหวนอวลป่วนอารมณ์

เหมันต์กระหน่ำตำคล้ายเข็มคมสักแทงโศกซม

เจ็บเหลือจะข่มแล้วกรรมเวร

หวีดวอนคลอนทรวงล้วงหาใจคว้านไปค้นไป

คงได้แต่ไร้เหลือเดน

โอ้อสุราคว้าหัวใจฉันไปดูเล่นแล้วโยนกระเด็นลอยร้างรา

อย่ากลับมาเลยอย่ากลับมาเลยโอ้ลมหนาวเอยอย่าเลยมา

ฉันคงตายเมื่อลมเหนือพัดพาหอบอดีตมา

ปล้นขวัญฟันฆ่าไร้ปรานี
26 ส.ค. 2548 00:27


ความคิดเห็นที่ 13 โดย paganini

คุณถาวภักดิ์ครับ

คุณจะไป assume ว่าคนที่คุยเรื่องเพลงเก่าแล้วเขาจะเก่าตามเพลงนั้นก็ไม่เสมอไปหรอกครับ เพราะว่าสมัยนี้เทคโนโลยีในการบันทึกเสียงหรือทำ digital remaster มีเยอะแยะ คนรุ่นหนุ่มสาวที่ “ใส่ใจ” ก็สามารถกลับไปซาบซึ้งกับงานดีๆในอดีตได้เช่นกันถ้างานนั้นดีจริง โดยไม่ต้องสนใจว่าใครจะหาว่าเชย งานที่ดี งานที่สร้างสรรค์ด้วยสติปัญญามันไร้กาลเวลาครับ

แซวเล่นครับอย่าซีเรียส ไอ้ผมน่ะแก่จริงๆ แต่ขอเถียงแทนคนหนุ่มสาวคนอื่นๆครับ หึหึหึ



อาจารย์ครับ ใจตรงกันอีกแล้ว เพลง Come back to Sorrento นี่เป็นเพลงโปรดของผมเลย ฟังแล้วได้บรรยากาศแบบอิตาเลียนจริงๆ

ต้นแบบเพลงมาจากภาษาอิตาเลียนครับ ลองเข้าเวปที่ผมให้นี่นะครับมีตัวอย่างเพลงให้ฟัง 1 นาทีด้วย

ชื่อเพลง Torna A Surriento ชื่อคงแปลแบบเดียวกันนั่นแหละครับ คำแปลเนื้อเพลงจริงๆผมไม่รู้ครับ



Torna A Surriento

G & E. De Curtis



Vide ‘o mare quant’è bello!

Spira tantu sentimento,

Comme tu a chi tiene mente,

Ca, scetato ‘o faie sunnà!



Guarda, gua’ chistu ciardino:

Siente, sie’ sti sciure arance:

Nu profumo accussi fino

Dinto ‘o core se ne va…



E tu dice: "I’ parto, addio!"

T’alluntane da stu core…

Da la terra de l’ammore…

Tiene ‘o core ‘e nun turnà?



Ma nun me lassà,

Nun darme stu turmiento!

Torna a Surriento,

famme campà!



Musical interlude



Vide 'o mare de Surriento,

che tesoro tene ‘nfunno:

chi ha girato tutto 'o munno

nun ll'ha visto comm'a ccà.



Guarda attuorno sti sserene,

ca te guardano 'ncantate,

e te vònno tantu bene...

Te vulessero vasà!



E tu dice: "I' parto, addio!"

T'alluntane da stu core

Da sta terra de l'ammore

Tiene 'o core 'e nun turnà?



Ma nun me lassà,

Nun darme stu turmiento!

Torna a Surriento,

Famme campà!



Torna a Surriento,

Famme campà!




http://www.perfect-voice.com/torna_a_sorriento.htm
26 ส.ค. 2548 00:43


ความคิดเห็นที่ 14 โดย Nuchana

เรียน อ. เทาชมพู

เพลงเก่าตรึงใจ ถ้าเป็นอังกฤษธรรมดาก็ค่อยยังชั่ว ถ้าเป็น English poems or Old English เหมือนอะไรตามมาหลอกหลอน จำได้ว่าอาจารย์ที่ปรึกษาขีดเส้นว่าดิฉันเป็น senior แต่ยังไม่ลงทะเบียน English literature ของ sophomore ดังนั้นต้องลงก่อน summer ก่อนจะไปลงวิชาอื่นได้

....กว่าจะผ่าน Shakespeare’s Romeo & Juliate, Hamlet ชีวิตเกือบสิ้นค่ะ
26 ส.ค. 2548 09:57


ความคิดเห็นที่ 15 โดย เทาชมพู

เพลง She ก็คล้ายเพลง "นารี" คุณ paganini จำเนื้อได้ไหมคะ

ดิฉันหาแล้วไม่เจอ

ที่ขึ้นต้นว่า

อนิจจานารีนี่แสนแปลก

อาจจำแนกเป็นอะไรได้หลายอย่าง

...

แล้วลงท้ายว่า

เป็นงูพิษ เป็นมิตรแท้ และมีดคม

เหลือจะกล่าว เขาจะชม นารีเอย



แต่ไม่ชอบเพลงไทยเพลงนี้ค่ะ ว่าผู้หญิงมากไปหน่อย

She มีนัยยะที่ละมุนละม่อมกว่า

บอกให้รู้ว่าผู้ชายคนหนึ่ง สามารถรักผู้หญิงได้เต็มหัวใจ

โดยไม่ต้องทำความเข้าใจในตัวเธอให้มากเรื่อง

เธออาจจะตรงกันข้ามในทุกสิ่งทุกอย่าง หรือแม้จะไม่เป็นอย่างที่เขาเห็น

แต่อย่างไรก็ตาม เธอก็คือ ผู้หญิงหนึ่งเดียวของเขา



วันนี้ เปิดซีดีเพลงเก่าที่เอามาทำใหม่ ของ Catarina Valente ฟัง ประกอบบรรยากาศ

เพลงของเธอที่คนไทยน่าจะรู้จักมากที่สุดคือ Tonight We Love ที่มีข้างบนนี้

กับ Full Moon and Empty Arms เอามาจากเพลงคลาสสิคทั้งคู่

อีกเพลงคือ Stranger in Paradise มีคนร้องหลายคนรวมทั้ง Tony Bennett

แต่ดิฉันไม่เคยรู้สึกว่าใครร้องได้สูง ใส จับใจเท่าเธอ

เป็นความรู้สึกรัก เทิดทูน หลงใหลใฝ่ฝันสุดๆ เท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะมีได้กับผู้ชายที่เป็นเทพบุตรในชีวิตจริง



Take my hand

I'm a stranger in paradise

All lost in a wonderland

A stranger in paradise

If I stand starry-eyed

That's the danger in paradise

For mortals who stand beside an angel like you



I saw your face and I ascended

Out of the commonplace into the rare

Somewhere in space I hang suspended

Until I know there's a chance that you care



Won't you answer this fervent prayer

Of a stranger in paradise

Don't send me in dark despair

From all that I hunger for

But open your angel's arms

To this stranger in paradise

And tell him that he need be

A stranger no more
26 ส.ค. 2548 15:38


ความคิดเห็นที่ 16 โดย เทาชมพู

คุณศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ เป็นนักแต่งเพลงฝีมือเยี่ยมคนหนึ่งของสุนทราภรณ์

เอกลักษณ์ของคุณศรีสวัสดิ์ คือเล่นภาษาอย่างวิจิตรพิสดาร อ่านเฉพาะเนื้อร้องก็แทบจะเป็นดนตรีได้แล้วโดยไม่ต้องใส่ทำนองก็ว่าได้

และเป็นเพลงที่นักร้องมักจะร้องโอ๊ย เพราะกระดกลิ้นร้องเนื้อร้อง ยากเย็นแสนเข็ญ

เขาเล่นเสียงของคำทรมานคนร้องสุดๆ ด้วยเสียง ร และเสียงควบกล้ำ

ซึ่งเป็นเสียงออกได้ยาก



ลิ้นคนไทยรุ่นใหม่ออกไม่ได้กันแล้ว ร กลายเป็น ล และเสียงควบกล้ำ หายไปเลย

เกลียดเป็นเกียด



เพลงที่คุณ paganini ยกมา

ถ้าให้หนุ่มสาวรุ่นใหม่ร้องกัน ไม่มีครูสอนคอยกวดขัน

มันก็จะกลายเป็น

"เหมันต์ควนคั่ง ฟังค้ายเสียงใค เสียงใค ควนใค่

ล้องไปล่ำไปในสายลม "



คุณศรีสวัสดิ์ มักเขียนรำพันธรรมชาติ ในแง่สะท้อนความบีบคั้นอารมณ์ ไม่ค่อยมองในแง่ชื่นชมกับความงาม

ถ้าเป็นทำนองการแต่งนิยาย ก็ไม่ใช่ realistic แต่ลงลึกไปถึง naturalistic คือมองระทมขมขื่นเห็นแต่ความร้าย

อย่างเพลงที่คุณ paganini ยกมา อีกเพลงก็คือ ปีศาจวสันต์ กับลาทีปากน้ำ

ฟังแล้วบีบคั้นจริงๆค่ะ
26 ส.ค. 2548 15:50


ความคิดเห็นที่ 17 โดย คำฝอย

หายไป 2 วัน กลับมามีความเห็นเพิ่มอีกยาวเหยียด มีแต่เพลงหวานทั้งนั้นเลยนะคะ คราวนี้มาทั้งทะเล และพระจันทร์ ดิฉันชอบทั้ง 2 อย่างแต่พอดีบ้านอยู่ไกลทะเล เลยมีกรุภาพถ่ายเป็นภาพพระจันทร์มากกว่า กลางคืนฤดูร้อน ได้เดินเล่นกับพระจันทร์ จะชื่นมื่นมาก อารมณ์ศิลปิน (ครึ่งๆ กลางๆ) ตกผลึก



รบกวนถามเรื่องเพลง come back to Sorento และ Turno a Seriento ว่าใครเป็นคนร้องคะ ดิฉันอยากจะหามาฟัง ทั้งอังกฤษและอิตาเลียน โดยเฉพาะอิตาเลียนอยากหาเพลงฟังมานานแล้ว เพราะที่ดิฉันมีสะสม เป็นเพลงภาษาสเปนส่วนมาก ฝรั่งเศสนิดหน่อย (แน่นอนค่ะ เพลงบังคับ La vi en Rose) อิตาเลียนและโปรตูกีสไม่มีเลย ฟังแล้วจะได้ฝัน ไปอิตาลีคราวหน้าจะได้ไม่พลาด Sorento



เห็นมากันเรื่องพระจันทร์ วันนี้เลยเอา Memory มาฝากค่ะ จาก Cats



Memory



Midnight. Not a sound from the pavement.

Hast the moon lost her memory?

She is smiling alone. In the lamplight

he withered leaves collect at my feet

and the wind begins to moan.

Memory. All alone in the moonlight

I can smile at the old days,

I was beautiful then. I remember

the time I knew that happines was,

let the memory live again.

Every street lamp seems to beat

a fatalistic warning

Someone mutters and a street lamp gutters

and soon it will be morning.

Daylight. I must wait for the sunrise,

I must think of a new life

and I mustn't give in.

When the dawn comes

tonight will be a memory too

and a new day will be begin.

Bunrt out ends of smoky days,

the stale cold smell of morning.

The street lamp dies, another night is over,

another day is dawning.

Touch me. It's so easy to leave me

all alone with the memory

of my days in the sun.

If you touch me you'll understand what happiness is.

Look, a new day has begun.


http://www.lyrix.at/de/text_show/bb25159a955a48395468478f5aea896b



เดี๋ยวว่างๆ จะแปพระจันทร์ในกรุภาพถ่ายมาให้ติชมกันค่ะ
26 ส.ค. 2548 21:05


ความคิดเห็นที่ 18 โดย เทาชมพู

รอชมภาพพระจันทร์ค่ะ

คนร้อง Come Back to Sorrento มีหลายคน Frank Sinatra ก็คนหนึ่ง เรื่องนี้คุณ paganini คงตอบได้ดีกว่า
Memory เพลงโปรดอีกเพลงหนึ่งเชียวละค่ะ ซีดีที่มีเป็นเสียงของบาร์บรา สตรัยแซนด์

ซีดีของแนท คิง โคล ชื่อ The World of Nat King Cole มี 2 แผ่นคู่กัน
แผ่นที่สอง มีเพลงภาษาสเปนทั้งหมด อย่าง Cachito , Perfidia Quizas, quizas, quizas
เลยเอามาเปิดฟังเสียงกำมะหยี่ของเขา ตลอดเช้านี้

ส่วนเพลงฝรั่งเศส มีแต่ของ Janet Seidel ชอบ Moulins de Mon Coeur, L'ete แล้วก็ C'est si Bon คุณคำฝอยชอบเพลงพวกนี้หรือเปล่าคะ

อ้อ อีกเพลงที่ชอบมาก น้ำเสียงของ Janet ร้องได้รื่นหูจริงๆ
คือ Once Upon a Summertime

Once upon a summertime if you recall
We stopped beside then in a flower stall
A bunch of bright forget-me-nots
Was all I let you buy me

Once upon a summertime just like today
We laughed the happy afternoon away
And stole a kiss in every street cafe

You were sweeter than the blossom on the tree
I was as proud as any girl could be
As if the major had offered me the key, the key to Paris

Now another wintertime has come and gone
The pigeons feeding in the square have flown
But I remember when the vespers chime
You loved me once upon a summertime

Tous les lilas, tous les lilas de mai
N'en finiront, n'en finiront jamais
De faire la fete du coeur
Des jeunes qui s'aiment
S'aiment, s'aiment
Now another wintertime has come and gone
The pigeons feeding in the square have flown

But I remember when the vespers chime
You loved me once upon a summertime...
27 ส.ค. 2548 15:13


ความคิดเห็นที่ 19 โดย Olympus

ผมคิดว่าเพลงในทุกภาษาต่างก็มีความไพเราะในแบบฉบับของมันเองทั้งนั้น มาคราวนี้อยากถามว่า ข้อแตกต่างระหว่าง เพลงลูกทุ่งกับลูกกรุง ต่างกันอย่างไรครับ



มาคราวนี้เอา "ไม่อยากให้โลกนี้มีความรัก" มาฝากครับ



อันแสงสูรย์ส่องสว่างแต่กลางวัน

อันแสงจันทร์ส่องประจำยามราตรี

อันความรักร้อนเร่าเผาฤดี

ส่องชีวีทุกโมงยามประจำใจ



*มีรักแล้ว ไม่คลาดแคล้วต้องตรมฤทัย

เหมือนแบกโลกทั้งโลกไว้ให้โศกหนัก

ไม่อยากให้โลกนี้มีความรัก

แต่ฉันสมัคร แบกรักไว้

ไม่หนักเลย



ซ้ำ * 1 รอบ



จำไม่ได้แล้วครับว่าใครร้องบ้าง
28 ส.ค. 2548 19:45


ความคิดเห็นที่ 20 โดย เนยสด

wow ถึงขั้นขึ้นกระทู้ใหม่เชียวหรอครับ

ไม่ได้มาเยี่ยมตั้งหลายวัน
28 ส.ค. 2548 21:05

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น