|
รายงานข่าวการสัมมนาติดขอบเวทีเด็ก "เด็กและเยาวชนกับการปฏิรูปการศึกษาไทย"
โพสต์เมื่อ:
11:54 วันที่ 9 ก.ย. 2548 ชมแล้ว:
1,265
ตอบแล้ว:
2
เวทีเด็ก "เด็กและเยาวชนกับการปฏิรูปการศึกษา"
News Line 118/2005 (August 2005) Youth & Education Reform Mr.Chaturon Chaisang, Minister of Education chaired the seminar of "Youth & Education Reform" at Office of Education Council OEC 25 August 2005 รมว.ศธ.กล่าวว่าได้ขอให้ สกศ.จัดเวทีเด็ก เพื่อให้ผู้บริหารและ รมว.ศธ.ได้รับฟังความคิดเห็นเด็กนักเรียน นักศึกษา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษา ได้สะท้อนความเห็นที่เป็นประโยชน์มาก เด็กกล้าแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา คิดเป็นเหตุเป็นผลได้จากคำถามที่ ศธ.ได้ตั้งไว้เกี่ยวกับการเรียนการสอน ได้ข้อสรุปที่น่าสนใจหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องหลักสูตร พบว่าเด็กส่วนใหญ่มีการทำกิจกรรมมากขึ้นใน ๒-๔ ปี หลักสูตรมีความไม่ชัดเจน ไม่มีมาตรฐานเดียวกัน มีความแตกต่างกันในแต่ละโรงเรียนหรือในโรงเรียนเดียวกันแต่ต่างชั้นกัน นอกจากนั้นพบว่าสื่อการเรียนการสอน ยังมีน้อย เครื่องมืออุปกรณ์ในการทดลองประกอบการเรียนการสอนมีน้อย เช่นไม่มีกล้องจุลทรรศน์หรือแผนที่มีแผ่นเดียว นักเรียนนั่งไกลมองไม่เห็นในขณะที่เรียนวิชาภูมิศาสตร์ เป็นต้น เนื้อหาที่สอนแน่นเกินไป ครูให้การบ้านมาก ครูต่างคนต่างให้ใน ๑ วัน อาจได้รับการบ้านถึง ๖ วิชา และต้องส่งในวันรุ่งขึ้น ทำให้นักเรียนทำงานหนักมาก ครูมีเวลาให้นักเรียนน้อยไป เนื่องจากมีภารกิจหรือธุรกิจอื่น ซึ่งเด็กได้เสนอว่าให้หาทางช่วยครูให้มีเวลามากขึ้น ให้ทำหลักสูตรเป็นมาตรฐานเดียวกัน และเพิ่มสื่อการเรียนการสอนมากขึ้น นักเรียนบางคนมีประสบการณ์การเรียนในต่างประเทศได้สะท้อนความแตกต่างในเรื่องที่ครูมีเวลาให้เด็กมากกว่า จำนวนครูต่อนักเรียน ครู ๑ คนดูแลนักเรียนประมาณ ๑๕-๒๐ คน ซึ่งน้อยกว่าของไทย และสามารถดูแลเด็กที่เรียนอ่อนได้มากกว่า ส่งเสริมให้เด็กคิดวิเคราะห์ได้มากกว่า เป็นการสอนที่ทำให้เด็กคิดเป็นวิเคราะห์เป็น รมว.ศธ.กล่าวว่า จากการรับฟังความคิดเห็นนักเรียนครั้งนี้ ตรงกับสิ่งที่ ศธ.กำลังจะทำ คือ การระดมความคิดเห็นเพิ่มเติมในเรื่องหลักสูตรการเรียนการสอนและการพัฒนาครู ซึ่งจะทำให้ชัดเจนว่าส่วนกลางควรช่วยเหลือในการสังเคราะห์ วิเคราะห์ พัฒนาหลักสูตรสื่อการเรียนการสอนเพื่อช่วยเขตพื้นที่ และเขตพื้นที่ไปช่วยโรงเรียนลดภาระหน้าที่ของครูในการทำหลักสูตร และแผนการสอน การทำวิจัยเพื่อพัฒนาให้หลักสูตรมีมาตรฐานเดียวกันและสูงขึ้น ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เป็นการเพิ่มวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมให้เด็กคิดเป็น วิเคราะห์เป็น จึงต้องรีบหาความรู้ในเรื่องนี้โดยเร็ว รมว.ศธ. จะส่งเสริมให้มีกิจกรรม การรับฟังความคิดเห็นในลักษณะนี้มากขึ้น ได้มอบให้ สพฐ. เปิดรับฟังความเห็นเด็ก ผู้ปกครองและครูทั่วประเทศ โดย ศธ.จะตั้งประเด็นไปให้ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมาก เวทีแบบนี้สามารถส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมไม่เฉพาะเด็ก ผู้ใหญ่คิดเป็นวิเคราะห์เป็นมากขึ้น และทำให้รู้ว่าเขาต้องการให้การเรียนการสอนเป็นอย่างไร รมว.ศธ.กล่าวว่าจะไปรับฟังด้วยตัวเองมากขึ้น ต้องให้ความสนใจเด็กทั้งในเมืองและชนบท ปัญหาที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ในเมือง ในต่างจังหวัด และในชนบท มีลักษณะแตกต่างกัน เด็กชนบทจะสะท้อนปัญหาการขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน ขาดแคลนครู ได้รับการดูแลน้อยกว่าเด็กในเมือง จึงต้องให้ความสนใจและความสำคัญเป็นพิเศษ สิ่งที่ต้องทำ ในส่วนของการซ่อม ปรับปรุงอาคาร สิ่งอำนวยความสะดวก เรื่องอาคารสถานที่ ต่อไปอาจทำเท่าที่จำเป็นจริงๆ ก่อนเท่านั้น แต่จะเน้นในเรื่องการทำให้การเรียนการสอนเด็กดีขึ้น ให้ครูมีเวลามากขึ้น ให้เด็กมีสื่อการเรียนการสอนใช้ในการเรียนมากขึ้นหรือมีประสิทธิภาพมากขึ้น ครูในโรงเรียนขนาดเล็ก จากการรับฟังปัญหาครู ก็พบปัญหาเหมือนกันว่าครูโรงเรียนขนาดเล็กมีภาระมากเกินไป จึงควรต้องรีบดูแลครูในโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลางที่ค่อนข้างเล็กโดยด่วน สพฐ. ควรถือเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องส่งเสริมให้ครูมีเวลาสอนและดูแลเด็กให้มากขึ้น กระบวนการรับฟังความคิดเห็น ในช่วง ๓ เดือนแรกจะเปิดรับฟังความคิดเห็นมากเป็นพิเศษ หลักจากนั้นก็ยังทำอย่างต่อเนื่อง แต่ลดความถี่ลง กระบวนการแบบนี้เป็นการยืนยันว่านโยบายทิศทางที่กำลังคิดอยู่ ถูกต้องหรือไม่ บางอย่างเป็นสิ่งที่เราไม่เคยรับรู้มาก่อน ทำให้เราเข้าใจปัญหาดีขึ้น แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ให้ครูแต่ละโรงเรียนมีการหารือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ ความคิดเห็นระหว่างกัน เพื่อเชื่อมโยงการสอนเข้าด้วยกัน โดยแลกเปลี่ยนระหว่างโรงเรียนระหว่างครูในเขตพื้นที่และทั่วประเทศ หากไม่มีการแลกเปลี่ยนโดยตรงก็ใช้วิธีการสื่อสารด้วยสื่อสมัยใหม่ เช่น อินเทอร์เน็ต เพื่อให้บูรณาการในทางความคิด ความเข้าใจ และในระหว่างวิชาโดยเฉพาะวิชาที่เป็นความรู้พื้นฐาน รมว.ศธ. กล่าวสรุปว่าเสียงสะท้อนจากเวทีเด็กในครั้งนี้ทำให้เห็นว่าหลักสูตรการเรียนการสอน ควรจะทำอะไรได้อีกมากมาย. http://www.moe.go.th/websm/news_aug05/news_aug0527.htm ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม
|