โครงการ Deep Impact เปิดเผยลักษณะภายในดาวหาง Tempel 1 เป็นครั้งแรก โพสต์เมื่อ:
11:55 วันที่ 11 ก.ย. 2548 ชมแล้ว:
44,341 ตอบแล้ว:
10
หลังจากโครงการ Deep Impact ของ NASA ได้ส่งอุปกรณ์สำรวจขนาดประมาณเท่ากับเครื่องซักผ้าเข้าไปชนดาวหาง Tempel 1 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผลการวิเคราะห์ของลักษณะและองค์ประกอบภายในดาวหางกำลังจะถูกเปิดเผยออกมาเป็นครั้งแรก
ดาวหางคือ ชิ้นส่วนหลงเหลือจากการก่อกำเนิดดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์ต่างๆในระบบสุริยะเมื่อ 4.5 พันล้านปีที่แล้ว คุณสมบัติที่ทำให้ดาวหางมีค่าต่อการศึกษาคือ มันมีองค์ประกอบอย่างเช่น น้ำแข็ง ฝุ่นและก๊าซ ที่มาจากช่วงก่อกำเนิดระบบสุริยะขึ้นใหม่ๆ และองค์ประกอบเหล่านี้ของดาวหางมีการเปลี่ยนแปลงเชิงเคมีและกายภาพไปจากเดิมน้อยมาก ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาถึงกระบวนการของกาก่อเกิดระบบสุริยะได้ อีกทั้ง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า บนดาวหางมีสารชีวโมเลกุลที่คาดว่า จะสามารถไขปัญหาเกี่ยวกับการเดินทางของต้นกำเนิดสิ่งมีชีวิตบนโลกได้อีกด้วย
จากผลการวิเคราะห์โดย Michael OHearn และผู้ร่วมงานที่มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ จากข้อมูลของยานอวกาศของโครงการที่อยู่ห่างเพียง 500 กิโลเมตรจากดาวหาง พวกเขาได้พบว่า ดาวหาง Tempel 1 อยู่ใน family ของดาวหางของดาวพฤหัส และภายในนั้นประกอบไปด้วยอนุภาคขนาดเล็กและละเอียดยึดเหนี่ยวกันอยู่อย่างหลวมๆ Michael ได้กล่าวว่า ภายในดาวหางเป็นรูพรุนเต็มไปหมด น้ำแข็งข้างในดาวหางไม่ได้เป็นก้อนน้ำแข็งอย่างที่คิดกัน แต่มันเป็นอนุภาคขนาดเล็กละเอียด เขายังกล่าวต่ออีกว่า ข้างในนั้น มันช่างเปราะบางอย่างไม่น่าเชื่อ อาจจะเปราะกว่าก้อนหิมะด้วยซ้ำ สรุปก็คือ ลักษณะภายในดาวหางดวงนี้เปรียบได้กับก้อนของผงแป้งที่จับตัวกันอยู่อย่างหลวมๆ หาใช่ก้อนวัสดุแข็งตันอย่างที่คิดกันไม่
นอกจากนี้แล้ว จากการศึกษาสสารและฝุ่นละอองที่กระเด็นออกมาจากการชน นักวิทยาศาสตร์ได้พบว่า หลังจากการชน เขาพบการเพิ่มขึ้นของสสารที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบอย่างมาก ทำให้เป็นตัวบ่งชี้ได้ว่า ในช่วงเวลาของประวัติศาสตร์ดาวเคราะห์โลกที่การชนของดาวหางและอุกกาบาตเป็นเรื่องปกติ ดาวหางที่อยู่ในชนิดเดียวกับ Tempel 1 นี้อาจจะเป็นตัวนำพาสารอินทรีย์ที่เป็นตัวต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตมายังโลก
ในขณะเดียวกัน ทีมนักวิจัยของ Karen Meech ที่มหาวิทยาลัยฮาวาย ได้ใช้กล้องโทรทรรศน์กว่า 70 ตัวเพื่อติดตามปรากฏการณ์การชนกันครั้งนี้อยู่บนพื้นโลก และผลที่ทีมนี้พบคือ องค์ประกอบของวัสดุที่กระเด็นออกมาจากการชนมีส่วนประกอบแตกต่างจากวัสดุที่กระเด็นออกมาจากการระเบิดทั่วไปตามธรรมชาติ ซึ่งนั่นสามารถทำให้ได้ข้อสรุปที่ว่า วัสดุภายในดาวหางนั้นแตกต่างไปจากวัสดุที่อยู่บนผิวของดาวหางแน่นอน
ส่วนอีกทีมหนึ่ง เป็นทีมของ Horst Uwe Keller ที่สถาบันวิจัยระบบสุริยะแมกซ์พลังค์ ที่เยอรมัน ได้พบว่า หลังจากการชนแล้ว ปริมาณของสารอินทรีย์จะมีความเข้มข้นสูงขึ้น อีกทั้งความสว่างหลังจากผ่านการชนไปแล้ว 200 วินาทีได้ลดลงอย่างมาก ซึ่งพวกเขาอ้างว่า มันมีความสัมพันธ์กับ การก่อตัวของปล่องภูเขาไฟขนาดเท่าตัวเมืองบนดาวหางดวงนี้
ข้อมูลจาก
- ข่าวจากเว็บ physicsweb.org http://www.physicsweb.org/articles/news/9/9/4/1
-ข่าวจาก cnn.com http://www.cnn.com/2005/TECH/space/09/08/deep.impact.reut/index.html
ข้อมูลเพิ่มเติม
- เว็บโครงการ Deep Impact ของ NASA http://deepimpact.jpl.nasa.gov/home/index.html
ภาพแสดงดาวหาง Tempel 1 ที่ได้จากระบบเซ็นเซอร์ที่อยู่บนยาวอวกาศใกล้ๆ โดยลูกศรสีขาวบ่งชี้บริเวณสองแห่งที่พื้นผิวมีลักษณะราบเรียบ (ภาพจาก Science)
|
จำนวน 6 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 21 ก.ย. 2548 (15:44) เว็บนี้เป็นเว็บที่ดีมากๆ Harry Potter (IP:203.113.77.4,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 22 ต.ค. 2548 (12:39) อืม........... Honey (IP:61.90.238.189,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 22 พ.ย. 2548 (19:47) เป็นเว็บที่ดีมากๆ เลยค่ะ hello (IP:203.148.252.236,210.203.182.16,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 30 พ.ย. 2548 (14:19) ดีจังที่เมืองไทยเรามีเวบที่ดีแบบนี้ jip (IP:203.157.14.246,203.157.145.5,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 14 มิ.ย. 2550 (08:11) เป็นเว็บที่เหมาะกับการเรียนรู้
|