กฎของเมนเดล

อยากทราบว่า law of independent assortment กับ law of seggregration ต่างกันไงค่ะ


ความคิดเห็นที่ 1

[-Constantine-]
18 ก.ย. 2548 21:45
  1. ปกติยีนจะอยู่เป็นคู่ๆใช่มั้ยครับ law of seggregration เป็นการบอกว่ายีนที่เคยอยู่กันเป็นคู่ๆในเซลล์ปกติจะแยกออกจากกันในช่วงสร้างเซลล์สืบพันธุ์ โดยจะแยกกันอย่างอิสระไม่มีความเกี่ยวเนื่องกันอีกต่อไปแล้ว เช่นพ่อมีจีโนไทป์เป็น Aa และแม่เป็น aa ตามกฎข้อนี้เมื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ยีนที่เคยเข้าคู่จะแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิงดังนั้นยีน A และ a ทั้งสองของพ่อจะแยกออกจากกัน ไม่อยู่กันเป็นคู่ๆอีก ของแม่ก็เช่นกัน law of independent assortment เป็นการบอกว่ายีนที่แยกตัวกันจากข้อสอง จะกลับมารวมตัวกันอีกในช่วงปฏิสนธิ เข้าคู่กันเป็นยีนของลูก โดยจะรวมตัวอย่างอิสระ จะรวมในรูปแบบใดก็ได้ (ยีนที่จะมารวมตัวกันนั้นเป็นของพ่ออันนึง กับของแม่อีกอันนึงนะครับ ไม่ใช่ยีนของพ่อทั้งสองที่เคยแยกกันไปกลับมารวมกันอีกครั้ง) ตัวอย่างข้างต้นเมื่อยีนพ่อ คือ A และ a ที่แยกจากกันแล้วมาจ๊ะเอ๋กับยีนแม่ คือ a กับ a ที่แยกแล้วเช่นกัน ยีน a ของแม่อาจจะมาเข้าคู่กับยีน A ของพ่อ(ได้จีโนไทป์เป็น Aa) หรือยีน a ของแม่ไปเข้าคู่กับยีน a ของพ่อ(ได้จีโนไทป์เป็น aa)ก็ได้

ความคิดเห็นที่ 2

19 ก.ค. 2549 19:59
  1. กฎของเมนเดลคืออะไร

ความคิดเห็นที่ 9

21 พ.ค. 2551 17:50
  1. อยากได้กฏของเมนเดล

ความคิดเห็นที่ 10

21 พ.ค. 2551 17:51
  1. บอกหน่อยนะ

ความคิดเห็นที่ 11

24 พ.ค. 2551 13:38
  1. ชอบวิชาของเมนเดล

ความคิดเห็นที่ 13

28 พ.ค. 2551 16:56
  1. อยาดได้กฎของเมนเดล

ความคิดเห็นที่ 14

8 มิ.ย. 2551 14:19
  1. <P><EM><FONT color=#993366>ศัพท์ทางพันธุศาสตร์ที่ควรทราบในเบื้องต้น</FONT></EM></P> <P>hereditary traits หมายถึงลักษณะที่สามารถถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งได้<BR>genes หมายถึงส่วนของดี เอน เอ ที่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม <BR>genotype หมายถึงรูปแบบของยีนที่ควบคุมลักษณะต่าง ๆทางพันธุกรรม<BR>phenotype หมายถึงลักษณะที่ปรากฏออกมาให้เห็น <BR>genome หมายถึงโครโมโซมทั้งหมดในเซลล์ <BR>alleles หมายถึง รูปแบบของยีนที่แตกต่างกันบน 1 ตำแหน่ง หรือ โลคัส <BR>dominant หมายถึงลักษณะเด่นที่สามารถแสดงออกมาได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพ <BR>โฮโมไซกัส หรือ เฮทเทอโรไซกัส <BR>recessive หมายถึงลักษณะด้อย และจะแสดงออกมาได้เมื่ออยู่ในสภาพโฮโมไซกัสเท่านั้น <BR>homozygous หมายถึง รูปแบบของยีนที่เหมือนกันเช่น AA, bb <BR>heterozygous หมายถึง รูปแบบของยีนที่ต่างกันเช่น Aa , Bb <BR>pure line หมายถึงพันธุ์แท้ ที่มีจีโนไทพ์ในสภาพโฮโมไซกัส <BR>hybrid หมายถึงพันธุ์ลูกผสม ที่มีจีโนไทพ์ใสภาพเฮทเทอโรไซกัส <BR>monohybrid cross หมายถึงการสร้างลูกผสมที่มีความแตกต่างกันหนึ่งลักษณะ <BR>dihybrid crossหมายถึงการสร้างลูกผสมที่มีความแตกต่างกันทางสองลักษณะ<BR></P>

ความคิดเห็นที่ 15

8 มิ.ย. 2551 18:39
  1. <BLOCKQUOTE> <P>ทฤษฎีความน่าจะเป็น (Probability Theory) เป็นทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ ที่ใช้อธิบายโอกาสที่จะเป็นไปได้อย่างสุ่มซึ่งไม่สามารถบังคับได้ เช่น การโยนเหรียญ เราไม่ทราบว่าเหรียญจะออกหัวหรือก้อย หรืออาจกล่าวได้ว่าเหรียญอาจออกหัวหรือก้อยด้วยโอกาสเท่า ๆ กัน</P></BLOCKQUOTE> <P>ทฤษฎีความน่าจะเป็นนี้นำมาประยุกต์ได้กับกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในทางพันธุศาสตร์ได้คือ ในการผสมพันธุ์โดยปกติ ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์หรือคน ลูกจะเหมือนพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยายแต่ลูกคนใดจะนำลักษณะใดมาบ้างนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถบังคับได้</P> <P>กฎของเมนเดล </P> <P>และนักวิทยาศาสตร์ทั้งสามท่านน ในปี ค.ศ.1900 หรือประมาณ 16 ปี หลังจากที่เมนเดลได้สิ้นชีวิตลง มีนักวิทยาศาสตร์ 3 ท่านคือ ฮิวโก เดอฟรีส์, คาร์ล คอร์เรนส์และ อีริค ฟอน เชอร์มาค ได้ค้นพบผลงานของเมนเดลที่ได้เสนอต่อสมาคมตั้งแต่ปี ค.ศ.1865 ี้ต่างก็ได้ทดลองเพื่อพิสูจน์กฎของเมนเดล ผลการทดลองสอดคล้องกับเมนเดล ทุกประการ ไม่มีผู้ใดสามารถคัดค้านกฎของเมนเดลได้ และกฎของเมนเดลสามารถใช้ได้กับทั้งพืชและสัตว์จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ </P> <P></P> <P>การทดลองของเมนเดล<BR>เมนเดลประสบผลสำเร็จในการทดลอง จนตั้งเป็นกฎเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อแม่มายังลูกหลานในชั่วต่อๆมาได้เนื่องจากสาเหตุสำคัญสองประการคือ<BR>1. เมนเดลรู้จักเลือกชนิดของพืชมาทำการทดลอง พืชที่เมนเดลใช้ในการทดลองคือถั่วลันเตา (Pisum sativum) ซึ่งมีข้อดีในการศึกษาด้านพันธุศาสตร์หลายประการ เช่น<BR>1.1 เป็นพืชที่ผสมตัวเอง (self- fertilized) ซึ่งสามารถสร้างพันธุ์แท้ได้ง่าย หรือจะทำการผสมข้ามพันธุ์ (cross-fertilized) เพื่อสร้างลูกผสมก็ทำได้ง่ายโดยวิธีผสมโดยใช้มือช่วย (hand pollination)<BR>1.2 เป็นพืชที่ปลูกง่าย ไม่ต้องทำนุบำรุงรักษามากนัก ใช้เวลาปลูกตั้งแต่ปลูก จนถึงเก็บเกี่ยวภายในหนึ่งฤดูปลูก (growing season) หรือประมาณ 3 เดือน เท่านั้น และยังให้เมล็ดในปริมาณที่มากด้วย<BR>1.3 เป็นพืชที่ มีลักษณะทางพันธุกรรม ที่แตกต่างกันชัดเจนหลายลักษณะ ซึ่งในการทดลองดังกล่าว เมนเดลได้นำมาใช้ 7 ลักษณะด้วยกัน </P> <P>กฎของเมนเดล </P> <P>และนักวิทยาศาสตร์ทั้งสามท่านน ในปี ค.ศ.1900 หรือประมาณ 16 ปี หลังจากที่เมนเดลได้สิ้นชีวิตลง มีนักวิทยาศาสตร์ 3 ท่านคือ ฮิวโก เดอฟรีส์, คาร์ล คอร์เรนส์และ อีริค ฟอน เชอร์มาค ได้ค้นพบผลงานของเมนเดลที่ได้เสนอต่อสมาคมตั้งแต่ปี ค.ศ.1865 ี้ต่างก็ได้ทดลองเพื่อพิสูจน์กฎของเมนเดล ผลการทดลองสอดคล้องกับเมนเดล ทุกประการ ไม่มีผู้ใดสามารถคัดค้านกฎของเมนเดลได้ และกฎของเมนเดลสามารถใช้ได้กับทั้งพืชและสัตว์จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ </P> <P></P> <P>การทดลองของเมนเดล<BR>เมนเดลประสบผลสำเร็จในการทดลอง จนตั้งเป็นกฎเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อแม่มายังลูกหลานในชั่วต่อๆมาได้เนื่องจากสาเหตุสำคัญสองประการคือ<BR>1. เมนเดลรู้จักเลือกชนิดของพืชมาทำการทดลอง พืชที่เมนเดลใช้ในการทดลองคือถั่วลันเตา (Pisum sativum) ซึ่งมีข้อดีในการศึกษาด้านพันธุศาสตร์หลายประการ เช่น<BR>1.1 เป็นพืชที่ผสมตัวเอง (self- fertilized) ซึ่งสามารถสร้างพันธุ์แท้ได้ง่าย หรือจะทำการผสมข้ามพันธุ์ (cross-fertilized) เพื่อสร้างลูกผสมก็ทำได้ง่ายโดยวิธีผสมโดยใช้มือช่วย (hand pollination)<BR>1.2 เป็นพืชที่ปลูกง่าย ไม่ต้องทำนุบำรุงรักษามากนัก ใช้เวลาปลูกตั้งแต่ปลูก จนถึงเก็บเกี่ยวภายในหนึ่งฤดูปลูก (growing season) หรือประมาณ 3 เดือน เท่านั้น และยังให้เมล็ดในปริมาณที่มากด้วย<BR>1.3 เป็นพืชที่ มีลักษณะทางพันธุกรรม ที่แตกต่างกันชัดเจนหลายลักษณะ ซึ่งในการทดลองดังกล่าว เมนเดลได้นำมาใช้ 7 ลักษณะด้วยกัน </P> <P></P> <P><BR>2. เมนเดลรู้จักวางแผนการทดลอง<BR>2.1 เลือกศึกษาการถ่ายทอดลักษณะของถั่วลันเตาแต่ละลักษณะก่อน เมื่อเข้าใจหลักการถ่ายทอดลักษณะนั้น ๆ แล้ว เขาจึงได้ศึกษาการถ่ายทอดสองลักษณะไปพร้อม ๆ กัน<BR>2.2 ในการผสมพันธุ์จะใช้พ่อแม่ พันธุ์แท้ (pure line) ในลักษณะที่ตรงกันข้ามกัน มาทำการผสมข้ามพันธุ์เพื่อสร้างลูกผสมโดยใช้มือช่วย (hand pollination )<BR>2.3 ลูกผสมจากข้อ 2 เรียกว่าลูกผสมชั่วที่ 1 หรือ F1( first filial generation) นำลูกผสมที่ได้มาปลูกดูลักษณะที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร บันทึกลักษณะและจำนวนที่พบ<BR>2.4 ปล่อยให้ลูกผสมชั่วที่ 1 ผสมกันเอง ลูกที่ได้เรียกว่า ลูกผสมชั่วที่ 2 หรือ F2 <BR>( second filial generation) นำลูกชั่วที่ 2 มาปลูกดูลักษณะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร บันทึกลักษณะและจำนวนที่พบ</P> <P></P> <P></P> <P></P> <P>ลักษณะต่าง ๆ ของถั่วลันเตาที่เมนเดล ใช้ในการศึกษาการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรม<BR>1. ลักษณะของเมล็ด - เมล็ดกลม และ เมล็ดย่น (round &amp; wrinkled)<BR>2. สีของใบเลี้ยง - สีเหลือง และ สีเขียว (yellow &amp; green)<BR>3. สีเปลือกเมล็ด - สีขาว และ สีเทา (white &amp; gray)<BR>4. ลักษณะของฝัก - ฝักพอง และ ฝักแฟบ (full &amp; constricted)<BR>5. ลักษณะสีของฝัก - สีเหลือง และ สีเขียว (yellow &amp; green)<BR>6. ลักษณะตำแหน่งของฝัก-ด้านข้างลำต้น และปลายยอด (axial &amp; terminal)<BR>7. ลักษณะความสูงของต้น - ต้นสูง และ ต้นเตี้ย (long &amp; short)</P>

ความคิดเห็นที่ 17

6 ก.ค. 2551 14:27
  1. งง

ความคิดเห็นที่ 18

7 ก.ค. 2551 18:12
  1. การผสมพันธุ์ตามกฎเมนเดล เป็นเเบบไหนอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 19

24 ก.ค. 2551 13:58
  1. กฎของเมนเดล ง่ายมากคับ


ความคิดเห็นที่ 20

3 ส.ค. 2551 13:39
  1. งงกับกฎของเมนเดลมาก แล้วจะทำการบ้านได้ไหมเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 22

aim&aong
1 ธ.ค. 2551 21:51
  1. ขอบคุน คร้าบบบบ


ความคิดเห็นที่ 24

1 มี.ค. 2552 15:30
  1. 1. แยกตัวอย่างเป็นอิสระ2. รวมตัวตัวอย่างเป็นอิสระ3. มีข้อ 3 ด้วยหรอค่ะ ไม่ใช่ 2 ข้อหรอกหรอ


ความคิดเห็นที่ 25

20 พ.ค. 2552 20:06
  1. มีเยอะจัง


ความคิดเห็นที่ 26

7 มิ.ย. 2552 20:12
  1. งง


ความคิดเห็นที่ 27

25 มิ.ย. 2552 20:15
  1. มี 2 ข้อครับ 1.กฎแห่งการแยกอย่างอิสระ เกิดใน Anaphase I 2.กฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ เกิดใน Metaphase I โดยตามความจริงแล้วMetaphase I เกิดก่อน Anaphase I แต่เรานำกฎข้อ1มาไว้ก่อน เนื่องจากเมนเดลค้นพบกฎข้อนี้ก่อน แนะนำว่าสลับข้อกันไม่ได้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 29

3 ก.ค. 2552 18:36
  1. กฏของเมนเดลมี3ข้อ คือ 1.กฏแห่งการแยกลักษณะ ลักษณะต่างๆจะอยู่เป็นคู่ๆ ขณะที่มีการเซลล์สืบพันธุ์ยีนส์ทั้งคู่จะแยกจากกันในเซลล์สืบพันธุ์จึงมียีนส์เดียว 2.กฏแห่งการเลือกกลุ่มอย่างอิสระกล่าวคือ ลักษณะที่ถ่ายทอดไปต่างก็อิสระ ไม่เกี่ยวกับลักษณะอื่น 3.กฏแห่งลักษณะเด่น ลักษณะเด่นจะข่มลักษณะด้อยเมื่อยีนส์เด่นคู่กับยีนส์ด้อยลักษณะที่ออกมาจะเป็นยีนส์เด่นเท่านั้น แต่ถ้า ด้อยกับด้อยก็จะออกมาด้อยเท่านั้น เช่น 1.ยีนส์เด่น – ยีนส์เด่น ผล ยีนส์เด่น 2.ยีนส์เด่น – ยีนส์ด้อย ผล ยีนส์เด่น 3.ยีนส์เด่น – ยีนส์ด้อย ผล ยีนส์เด่น 4.ยีนส์ด้อย – ยีนส์ด้อย ผล ยีนส์ด้อย หมายเหตุ : กฏของเมนเดลห้ามสลับข้อกันเด็ดขาด

ความคิดเห็นที่ 30

3 ก.ค. 2552 19:11
  1. ตกลงมันมี 2 หรือ 3 ข้ออ่าาาา

ความคิดเห็นที่ 31

6 ก.ค. 2552 13:08
  1. งงนะเนี่ยยยย สรุปมี 2 หรือ 3 ข้ออ่ะ งง

ความคิดเห็นที่ 32

7 ก.ค. 2552 14:05
  1. ตกลงมันมีกี่ข้อกันแน่ฟะเนี่ย งงแล้วน้า @__@


ความคิดเห็นที่ 33

porphyra
7 ก.ค. 2552 22:54
  1. กฏเมนเดล มีสองข้อครับข้อที่1  คือกฏแห่งการแยกข้อที่2  คือกฏของการรวมกลุ่มอย่างอิสระ


ความคิดเห็นที่ 34

8 ก.ค. 2552 14:16
  1. มีแค่สองข้อ อย่างแท้จริง เรียนมาจากใหนอ่ะ สามข้อ

ความคิดเห็นที่ 35

11 ก.ค. 2552 17:01
  1. งงกับกฎของเมนเดลมากๆๆ   ที่เข้ามาเพราะคุณครูสั่งการบ้านว่า"ให้ไปหากฎของเมนเดลมา" แล้ว สิ ทำ จัง ไส เนี่ย(คนใต้นะ)


ความคิดเห็นที่ 36

12 ก.ค. 2552 21:09
  1. 3ข้อจำได้อ่ะเรียนมาตั้งกะป.5


ความคิดเห็นที่ 41

15 ก.ค. 2552 16:08
  1. 1 กฏแห่งการแยกลักษณะ 2 กฏแห่งการเลือกกลุ่มอย่างอิสระ 3 กฏแห่งลักษณะเด่น นามว่า เมนเดล

ความคิดเห็นที่ 42

15 ก.ค. 2552 16:37
  1. กฏของเมนเดลมี10ข้อมะช่ายหยอ


ความคิดเห็นที่ 44

27 ก.ค. 2552 20:29
  1. ก็ ครูเข้าให้ทำแบบฝึกที่ให้เติมค่ะ มันมีเว้นไว้ให้เป็นข้อๆ 3 ข้อ ก็คิดว่ามันน่าจะมี 3 ข้อนะคะ และมันอาจจะเป็นคนละบทกันก็ได้นะคะไอ้ 2ข้อ/3ข้อ


ความคิดเห็นที่ 45

2 ส.ค. 2552 16:24
  1. มีสามอ่าเชื่อจิ


ความคิดเห็นที่ 46

3 ส.ค. 2552 16:42
  1. ไม่แน่ใจนะครับ อาจจะมี 3 หรือ 2 ก็ยังไม่รู้เลยครับต่องไปศึกษาเพิ่มเติมอะครับ

ความคิดเห็นที่ 47

12 ส.ค. 2552 02:23
  1. กฎของเมนเดลนะคะ1. Law of segregation ลักษณะงพันธุกรรมถูกกำหนดโดย factor เรียกว่า Genes ซึ่งมีอยู่เป็นคู่ๆในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ยีนในแต่ละคู่จะแยกกันไป (segregate) ระหว่างที่มีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ เพราะฉะนั้น เซลล์เพศจะได้รับยีนยีนเดียวจากที่มีอยู่กันเป็นคู่ๆ� (พูดได้ว่ายีนที่มีเป็นคู่� จะถ่ายทอดแค่ยีนเดียวค่ะนั่นก็คือ gamete นั่นเอง)ยีนที่ถ่ายทอดไปยังลูกนะคะ�� Dominance� gene� ยีนเด่น จะแสดงออกแม้ว่าจะอยุ่กับยีนด้อย� (จะอยุ่ในสภาพไหนก็แสดงออกทั้งนั้น� ไม่ว่าจะเป็น Homologous หรือ heterozygous)� Recessive gene ยีนด้อย จะแสดงออกเมื่อเป็น homozygous เท่านั้นค่ะ :tt)Homozygous genotype : TT,tt� (ยีนด้อยจะแสดงออกเมื่อเป็น homozygous recessive)Heterozygous genotype : Tt2.Law of independent assortment : อัลลีลของยีนแต่ละคู่ที่แยกออกจากกัน จะจัดกลุ่มเข้าไปอยู่ในเซลล์สืบพันธุ์อย่างเป็นอิสระต่อกันนอกจากนี้ยัมีข้อยกเว้นที่ไม่เป็นไปตามกฎของเมนเดลด้วยค่ะ� มี 3 ข้อ� - continuous variation- linkage- nonchromosamal inheritanceซึ่งในที่นี้ขอผ่าไปแล้วกันเนอะ� เพราะไม่มีใครถาม� แล้วเดี๋ยวจะยาวด้วยไม่แน่ใจว่าจะเขียนให้น้องเจ้าของกระทู้ (น้องแหละเนอะ) เข้าใจได้รึเปล่า� เพราะเขียนจากความเข้าใจของเราเอง� (แหะๆ)เมื่อก่อนก็เข้าใจว่ามี3 ข้อเหมือนกันค่ะ� แต่ตอนนี้รู้ว่ามี 2 ข้อนะคะ� แล้วก็การข่มกันของยีน เป็นเรื่องที่เมนเดลอธิบายลักษณะที่แสดงออกในรุ่นลูกน่ะค่ะความรู้ของเมนเดล...มันเยอะนะคะ� ไม่ใช่แค่นี้หรอก� ไม่งั้นไม่ได้ชื่อว่า บิดาแห่งวิชาพันธุศาสตร์หรอกค่ะ� (จริงๆดังเพราะผลงานถั่วลันเตานี่แหละ)� น้องลองอ่านหนังสือพันธุศาสตร์ดูนะคะ� ความรู้ของเมนเดลมันมาต่อยอดเรื่องการผสมพันธุ์ต่างๆน่ะค่ะ� ลองอ่านหนังสือดูเนอะ� เพราะพี่คนตอบเองก็เรียนมานานแล้ว� สักม.ต้นมั้ง� เด็กสมัยนี้เรียนเร็วดีจริงๆ� ป.5ก็เรียนเมนเดลแล้ว� สู้ๆนะคะ


ความคิดเห็นที่ 48

23 ส.ค. 2552 21:51
  1. เท่าที่รู้ๆมานะค่ะกฎของเมนเดลมี3ข้อแต่ข้อ3ไม่เป็นความจริงจึงเหลือเพียงแค่2ข้อค่ะแต่จะเอา3ก็ได้แต่แค่ข้อ3ไม่เป็นจริงก็แค่นั้นค่ะ


ความคิดเห็นที่ 49

28 ส.ค. 2552 18:23
  1. ผมอยากเอาเนื้อหาที่แน่นๆกว่านี้ครับ

    ส่งทางเมล  เมลของผมนะครับ  Pichet5509@hotmail.com


ความคิดเห็นที่ 50

6 ก.ย. 2552 19:27
  1. ตกลงว่าเมนเดลมีกี่ กฎแน่งงบ้างคนตอบ2 - 3 - 10ยังงัยนี้คนหาข้อมูลงง


ความคิดเห็นที่ 51

ภากร
6 ก.ย. 2552 19:37
  1. 10 ข้อนั่นมันกฎของลูกเสือครับ กฎของลูกเสือ สามัญ สามัญรุ่นใหญ่ และวิสามัญ   หลักเกณฑ์ซึ่งวางคุณสมบัติของลูกเสือให้ลูกเสือนำไปปฏิบัติอยู่เสมอ  เพื่อสร้างลักษณะนิสัยที่ดีให้เป็นพลเมืองดีของชาติต่อไป ข้อ 1. ลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้ ข้อ 2. ลูกเสือมีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และซื่อตรงต่อ ผู้มีพระคุณ ข้อ 3. ลูกเสือมีหน้าที่กระทำตนให้เป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่น ข้อ 4. ลูกเสือเป็นมิตรของคนทุกคนและเป็นพี่น้องกับลูกเสืออื่นทั่วโลก ข้อ 5. ลูกเสือเป็นผู้สุภาพเรียบร้อย ข้อ 6. ลูกเสือมีความเมตตากรุณาต่อสัตว์ ข้อ 7. ลูกเสือเชื่อฟังคำสั่งของบิดามารดาและผู้บังคับบัญชาด้วยความเคารพ ข้อ 8. ลูกเสือมีใจร่าเริงและไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ข้อ 9. ลูกเสือเป็นผู้มัธยัสถ์ ข้อ 10. ลูกเสือประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ

    กฎของเมนเดลมีสองข้อคือแยก และรวมกลุ่มอย่างอิสระ

    การข่มของยีน เป็นเพียงสิ่งที่เมนเดลใช้อธิบายครับ


ความคิดเห็นที่ 52

teerapongxx
6 ก.ย. 2552 20:18
  1. มาช่วยภากร ฟันธง ครับ {#emotions_dlg.a2}เป็นภาคภาษาอังกฤษMendelian Principles -Law of Segregation of genes-Law of Independent Assortmentกฏลูกเสือ 10 ข้อ ฮ่าๆๆ คิดได้ไงน้องภากร เล่นมุก คนถามก็ช่างถามเสียจริง ไปเอามาจากไหนตั้ง 10 เหอๆ


ความคิดเห็นที่ 53

9 ก.ย. 2552 18:37
  1. กฏเมนเดลมี 10 ขอไม่ใชเหรอก๊าบบบบบบบ

ความคิดเห็นที่ 54

14 ก.ย. 2552 18:43
  1. ไอกฎของเมนเดลน่ะมันมี2ข้อไม่ใช่หรอก็มี1.กฎการแยกตัวยีน2.กฎการรวมอิสระของยีนอ่ะมีอยู่2ข้ออ่ะ


ความคิดเห็นที่ 57

11 ธ.ค. 2552 14:12
  1. มี 2 ข้อไม่ใช่หรอ.. 1.กฏการแยกกัน (Law of segregation) เช่น ต้นถั่วสูงพันธุ์แท้ผสมกับต้นถั่วเตี้ยพันธุ์แท้ จะได้ลูกพันธุ์ทางทั้งหมด 2.กฏการรวมตัวอย่างอิสระ (Law of independent assortment) -ไว้สำหรับกรณีที่ผสมกันในหลายๆลักษณะพร้อมกัน ส่วนเรื่อง..การถ่ายทอดยีนที่อยู่บนโครโมโซมเดียวกัน จะมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์และถ่ายทอดลักษณะเดียวกับกฏข้อที่2ของเมนเดล

ความคิดเห็นที่ 60

29 มี.ค. 2553 17:31
  1. ศัพท์ทางพันธุกรรมจำยากเเถมมีมากอีก ไม่รู้อะไรเป็นอะไรมีเเปลให้เปล่าครับ

ความคิดเห็นที่ 61

1 เม.ย. 2553 19:04
  1. ขอโทนะคะคือว่าเพิ่งขึ้นม3อะคะเลยไม่รู้เกี่ยวกับกฎของเมนเดลเท่าไรอะคะอธิบายให้หน่อยได้ไหมค่ะเกี่ยวกับพันธุศาสตร์ของต้นถั่วลันเตาอะคะอธิบายให้หายโง่หน่อยได้ไหมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 64

24 พ.ค. 2553 18:41
  1. ดีมากเลยค่ะ ทำให้หนูมีความรู้มากเลยค่ะ เพราะหนูกำลังจะเรียนอยู่ น่าส่นใจสุด ชอบมากเลย เมนเดลเก่งจัง อย่าเก่งเหมือนเขาบ้าง ขอบคุณค่ะที่ให้ความรู้กัน

ความคิดเห็นที่ 65

28 พ.ค. 2553 14:34
  1. ตกลงมันมีกี่ข้อกันแน่คะ ต้องการข้อมูลที่แท้จริงค่ะ ไม่อย่างนั้นชั้นจะทำการบ้านผิด

ความคิดเห็นที่ 66

1 มิ.ย. 2553 19:28
  1. คืออยากรู้กฏ4ข้อของเมนเดทอะฮะ

ความคิดเห็นที่ 67

3 มิ.ย. 2553 11:07
  1. อยากรู้กฎของเมนเดลอ่ะณ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 68

4 มิ.ย. 2553 17:34
  1. ต้องการเนื่อหาที่เเม่นยำจิงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 69

5 มิ.ย. 2553 21:40
  1. มีข้อทั้งหมด3ข้อ แต่ข้อ3ไม่ใช่แล้ว

ความคิดเห็นที่ 70

6 มิ.ย. 2553 14:28
  1. ครูไห้มาหาอะครัฟเเล้วครูบอกว่ามันมี 4 ข้ออะคัฟงงจังงะ

ความคิดเห็นที่ 71

6 มิ.ย. 2553 18:45
  1. ได้อาหร่ายมาม่ายรู้

ความคิดเห็นที่ 74

22 มิ.ย. 2553 19:19
  1. ดีจังกำลังเรียนอยู่พอดีเลย

ความคิดเห็นที่ 75

14 ก.ค. 2553 19:04
  1. ดีจังกำลังเรียนอยู่พอดีเลย ขอบคุณมาก

ความคิดเห็นที่ 78

14 ส.ค. 2553 13:39
  1. กฎของเมเดลคืออะไร ใครตอบได้บ้างคะ

ความคิดเห็นที่ 79

14 ส.ค. 2553 13:44
  1. เค้าน่าจะมีคำตอบละเอียดหน่อยนะคะอยากรู้คำตอบ และแสดงความคิดเห็นในวิชาการดอทคอมไม่น่ามีอีเมลกลัวโจร

ความคิดเห็นที่ 80

13 ก.ย. 2553 21:52
  1. เคยมีสามข้อ แต่ต่อมากฎข้อที่สามไม่เป็นจริงตลอดไปแล้ว จบ

ความคิดเห็นที่ 81

1 พ.ย. 2553 11:53
  1. บักควายเอย รู้จักกูเปล่า

ความคิดเห็นที่ 82

sensor4123
14 ธ.ค. 2553 21:53
  1. ตอนแรกก็งงว่ามีกี่ข้อ เพราะหนังสือพสวท.ม.ปลาย เขียนสองข้อ แต่ในเว็บบางเว็บ{ลองหาเป็นภาษาอังกฤษแล้วด้วย} บอกว่ามีสามข้อ หลังจากสับสนพักใหญ่ ในที่สุดผมก็มีข้อสรุป ซึ่งไม่มั่นใจว่าถูกต้องไหม เพราะลำดับเอาเอง

    ตอนแรกเมนเดลคงตั้งกฎขึ้นสามข้อ คือ1. Law of dominance กฎแห่งลักษณะเด่น ?(แปลเอง = =")  ยีนที่สามารถแสดงลักษณะนั้นออกมาได้ เรียกว่ายีนเด่น ส่วนยีนที่ไม่สามารถแสดงลักษณะได้ เรียกว่ายีนด้อย  {ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ กฎข้อนี้ไม่เป็นที่ยอมรับ เหตุผลขออธิบายข้างล่าง}

    ตรงส่วนนี้อ้างอิงจาก http://www.pinkmonkey.com/studyguides/subjects/biology-edited/chap7/b0707401.asp

    2. Law of segregation:กฎการแยกอย่างอิสระ - ยีนในแต่ละคู่จะแยกกันอย่างอิสระ ระหว่างที่มีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ 3. Law of independent assortment:กฎการร่วมกลุ่มอิสระ - อัลลีลของยีนแต่ละคู่ที่แยกออกจากกัน จะจัดกลุ่มเข้าไปอยู่ในเซลล์สืบพันธุ์อย่างเป็นอิสระต่อกัน

    มาถึงตรงนี้ผมก็คงต้องอธิบายแล้วมั้งว่าทำไมกฎข้อที่ 1 ถึงไม่เป็นที่ยอมรับ เพราะว่ามีข้อยกเว้นที่กฎของเมนเดลอธิบายไม่ได้ เช่น 1.ลักษณะเด่นไม่สมบูรณ์หรือการข่มไม่สมบูรณ์  คือสมมติว่าถ้าเราผสมดอกชบาสีแดง(RR) กับดอกชบาสีขาว(R'R')  ตามกฎเมนเดล เราจะบอกว่าลูกที่ได้ต้องเป็นสีแดง ถูกไหม ?   แต่เอาเข้าจริงๆ ปรากฎว่าลูกที่ได้กลับเป็นสีชมพู(RR')แทน {สืบค้นเพิ่มเติมได้ที่เรื่อง การข่มไม่สมบูรณ์}

    2.ลักษณะการข่มร่วมกัน  ยกตัวอย่างง่ายๆ เลยคือหมู่เลือด   คนหมู่เลือดเอจะมีแอนติเจนเออยู่บนเม็ดเลือดแดง คนหมู่เลือดบีจะมีแอนติเจนบีอยู่บนเม็ดเลือดแดง    ทีนี้ ถ้าหากชายเลือดเอ(แท้) กับหญิงเลือดบี(แท้) มีลูก  ลูกจะมีเลือดหมู่อะไร ?   เอหรือบี ?คำตอบก็คือ หมู่เอบี !  คือมีแอนติเจนทั้งเอและบี บนเม็ดเลือดแดง นี้คือลักษณะของการข่มร่วมกัน (แสดงออกเท่ากันนั้นแหละ)

    และอื่นๆ   บลาๆ ว่าไป

    มาถึงจุดนี้ ก็ถึงคราวโบกมือลากฎข้อที่ 1 Law of dominance   เพราะถ้าขึ้นชื่อว่ากฎ ต้องหมายถึงถูกต้องเสมอ ถูกต้องที่สุด  และกลายเป็นว่า ตัดข้อนั้นทิ้งแล้วเลื่อนขึ้น  จากกฎสามข้อของเมนเดลก็เหลือเพียง1. Law of segregation:กฎการแยกอย่างอิสระ2. Law of independent assortment:กฎการร่วมกลุ่มอิสระ

    2 ข้อเท่านั้น  ซึ่งต่อไปก็จำว่ากฎเมนเดลเหลือ 2 ข้อแล้ว เพราะข้อนึงมันผิด แค่นั้นแหละ จบ!

    หวังว่าผมจะคิดถูก = ="       ตอนนี้อยู่มอหกแล้ว ผิดขายหน้าเขาตาย แอดมาหรือทำไงก็ได้ถ้างงกับสิ่งที่ผมเพ้อ 555


ความคิดเห็นที่ 83

6 เม.ย. 2554 20:38
  1. จากการทดลองของเมนเดล สรุปเป็นกฏได้ 4 ข้อ คือ 1. ลักษณะต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิต จะถูกควบคุมโดยยีนที่อยู่ในเซลล์สืบพันธุ์และจะถ่ายทอดไปยัง ลูกหลานทางเซลล์สืบพันธุ์ 2. การถ่ายทอดลักษณะแต่ละลักษณะเป็นอิสระต่อกัน 3. ลักษณะที่ปรากฏออกมาบ่อยครั้ง เรียกว่า ลักษณะเด่น ลักษณะที่ปรากฏออกมาน้อยครั้งกว่า เรียกว่า ลักษณะด้อย 4. สัดส่วนของลักษณะเด่นต่อลักษณะด้อย จะเป็น 3 : 1 เสมอ

ความคิดเห็นที่ 84

7 มิ.ย. 2554 21:25
  1. ขอบคุณทุกคำตอบแต่ครูผมบอกว่ามีสามข้อ(ครูเขาย้ำมา)

ความคิดเห็นที่ 85

18 ส.ค. 2554 20:00
  1. ตอนแรกผมคิดว่ากฎของเมนเดลมี 3 ข้อ แต่อาจารย์และเพื่อนๆบอกว่ามีแค่ 2 ข้อ สงสัยผมเพี้ยนจากกฎของนิวตันที่มี 3 ข้อ เพราะผมเป็นคนที่ขยันอ่านหนังสือด้วย จึงเมมอรี่การ์ดความจำสมองของผมรับไม่ได้หมดครับ(เด็กวิทย์ครับ........)

ความคิดเห็นที่ 86

13 ก.ย. 2555 20:18
  1. LAW OF SEGREGATION กฎข้อที่ 1 กฎแห่งการแยกตัว (LAW OF SEGREGATION) มีใจความว่า “สิ่งที่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตที่สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศมีอยู่เป็นคู่ๆ แต่ละคู่จะแยกจากกันในระหว่างการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ทำให้เซลล์สืบพันธุ์แต่ละเซลล์มีหน่วยควบคุมลักษณะนี้เพียง 1 หน่วย และ จะกลับมาเข้าคู่อีกเมื่อเซลล์สืบพันธุ์ผสมกัน” LAW OF INDEPENDENT ASSORTMENT กฎข้อที่ 2 กฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ (LAW OF INDEPENDENT ASSORTMENT) มีใจความว่า “ในเซลล์สืบพันธุ์จะมีการรวมกลุ่มของหน่วยพันธุกรรม ของลักษณะต่างๆ การรวมกลุ่มเหล่านี้เป็นไปได้อย่างอิสระ จึงทำให้เราสามารถทำนายผลที่เกิดขึ้นในรุ่นลูก และรุ่นหลาน”

ความคิดเห็นที่ 87

13 ก.ย. 2555 20:35
  1. กฎของเมนเดล law 1 เมื่อมีการสร้าง Gamete จำนวน Gene ลดลงครึ่งหนึ่ง และเมื่อเกิดผสมพันธุ์มีการรวมตัวของ Gene โดย Gene เด่น จะข่ม Gene ด้อย และให้รุ่น F1 ผสมกันเอง ลักษณะที่หายไปในรุ่น F1 จะแสดงออกมาในรุ่น F2 จะได้้เมล็ดสีเหลือง : เมล็ดสีเขียว 3:1 law 2 กฎการรวมกลุ่ม Gene อย่างอิสระในเซลล์สืบพันธุ์จะมีการรวมกลุ่มของ Gene อยู่ ต่าง Locus กันเป็นไปอย่างอิสระ ทำให้เราสามารถทำนายอัตราส่วนของเซลล์ที่มีกลุ่ม Gene ต่างๆได้

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น