วิชาการดอทคอม ptt logo

กฎของเมนเดล

โพสต์เมื่อ: 19:47 วันที่ 18 ก.ย. 2548         ชมแล้ว: 186,962 ตอบแล้ว: 88
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
อยากทราบว่า law of independent assortment กับ law of seggregration ต่างกันไงค่ะ


โบ(61.91.178.12,,)





จำนวน 77 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 18 ก.ย. 2548 (21:45)
ปกติยีนจะอยู่เป็นคู่ๆใช่มั้ยครับ



law of seggregration

เป็นการบอกว่ายีนที่เคยอยู่กันเป็นคู่ๆในเซลล์ปกติจะแยกออกจากกันในช่วงสร้างเซลล์สืบพันธุ์ โดยจะแยกกันอย่างอิสระไม่มีความเกี่ยวเนื่องกันอีกต่อไปแล้ว



เช่นพ่อมีจีโนไทป์เป็น Aa และแม่เป็น aa ตามกฎข้อนี้เมื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ยีนที่เคยเข้าคู่จะแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิงดังนั้นยีน A และ a ทั้งสองของพ่อจะแยกออกจากกัน ไม่อยู่กันเป็นคู่ๆอีก ของแม่ก็เช่นกัน



law of independent assortment

เป็นการบอกว่ายีนที่แยกตัวกันจากข้อสอง จะกลับมารวมตัวกันอีกในช่วงปฏิสนธิ เข้าคู่กันเป็นยีนของลูก โดยจะรวมตัวอย่างอิสระ จะรวมในรูปแบบใดก็ได้ (ยีนที่จะมารวมตัวกันนั้นเป็นของพ่ออันนึง กับของแม่อีกอันนึงนะครับ ไม่ใช่ยีนของพ่อทั้งสองที่เคยแยกกันไปกลับมารวมกันอีกครั้ง)



ตัวอย่างข้างต้นเมื่อยีนพ่อ คือ A และ a ที่แยกจากกันแล้วมาจ๊ะเอ๋กับยีนแม่ คือ a กับ a ที่แยกแล้วเช่นกัน ยีน a ของแม่อาจจะมาเข้าคู่กับยีน A ของพ่อ(ได้จีโนไทป์เป็น Aa) หรือยีน a ของแม่ไปเข้าคู่กับยีน a ของพ่อ(ได้จีโนไทป์เป็น aa)ก็ได้
[-Constantine-]
ร่วมแบ่งปัน392 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 19 ก.ค. 2549 (19:59)
กฎของเมนเดลคืออะไร
ioy (IP:58.147.40.93,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 30 พ.ย. 2550 (20:50)
กฎของเมนเดลคืออะไร?
ลุงสอน (IP:58.147.44.60)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 30 พ.ย. 2550 (22:09)
เป็นกฎที่ใช้อธิบายการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม โดยอาศัยความน่าจะเป็น + ของการรวมตัวและแยกตัวของ Allele ครับ
NuE
ร่วมแบ่งปัน91 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 30 พ.ย. 2550 (23:44)
ผมอยากรู้ฟีโนไทป์และ จีโนไทป์ ของ ยีน AaBbCc ผสมกับ AaBbCc เป็นไปได้กี่แบบอ่ะครับ
Underdog
ร่วมแบ่งปัน69 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 1 ธ.ค. 2550 (01:56)
กฎของเมนเดล บอกถึงลักษณะทางพันธุกรรม โดยมี 2 ลักษณะดังนี้ 1.ลักษณะทางจีโนไทป์ คือ ลักษณะทางยีนส์ 2.ลักษณะภายนอก คือฟีโนไทป์
santitosakul@hotmail.com (IP:193.221.90.14)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 14 ธ.ค. 2550 (09:06)
ดีมาก
เด็กซ่า (IP:203.172.199.250)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 21 พ.ค. 2551 (17:50)
อยากได้กฏของเมนเดล
poiu123@_123654.com (IP:222.123.10.121)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 21 พ.ค. 2551 (17:51)
บอกหน่อยนะ
poiu123@_123654.com (IP:222.123.10.121)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 24 พ.ค. 2551 (13:38)
ชอบวิชาของเมนเดล
พลอย (IP:58.10.27.173)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 28 พ.ค. 2551 (16:56)
อยาดได้กฎของเมนเดล
จิราพร (IP:125.26.111.10)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 8 มิ.ย. 2551 (14:19)
<P><EM><FONT color=#993366>ศัพท์ทางพันธุศาสตร์ที่ควรทราบในเบื้องต้น</FONT></EM></P>

<P>hereditary traits หมายถึงลักษณะที่สามารถถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งได้<BR>genes หมายถึงส่วนของดี เอน เอ ที่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม <BR>genotype หมายถึงรูปแบบของยีนที่ควบคุมลักษณะต่าง ๆทางพันธุกรรม<BR>phenotype หมายถึงลักษณะที่ปรากฏออกมาให้เห็น <BR>genome หมายถึงโครโมโซมทั้งหมดในเซลล์ <BR>alleles หมายถึง รูปแบบของยีนที่แตกต่างกันบน 1 ตำแหน่ง หรือ โลคัส <BR>dominant หมายถึงลักษณะเด่นที่สามารถแสดงออกมาได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพ <BR>โฮโมไซกัส หรือ เฮทเทอโรไซกัส <BR>recessive หมายถึงลักษณะด้อย และจะแสดงออกมาได้เมื่ออยู่ในสภาพโฮโมไซกัสเท่านั้น <BR>homozygous หมายถึง รูปแบบของยีนที่เหมือนกันเช่น AA, bb <BR>heterozygous หมายถึง รูปแบบของยีนที่ต่างกันเช่น Aa , Bb <BR>pure line หมายถึงพันธุ์แท้ ที่มีจีโนไทพ์ในสภาพโฮโมไซกัส <BR>hybrid หมายถึงพันธุ์ลูกผสม ที่มีจีโนไทพ์ใสภาพเฮทเทอโรไซกัส <BR>monohybrid cross หมายถึงการสร้างลูกผสมที่มีความแตกต่างกันหนึ่งลักษณะ <BR>dihybrid crossหมายถึงการสร้างลูกผสมที่มีความแตกต่างกันทางสองลักษณะ<BR></P>
ตาหวาน (IP:125.25.242.82)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 8 มิ.ย. 2551 (18:39)
<BLOCKQUOTE>

<P>ทฤษฎีความน่าจะเป็น (Probability Theory) เป็นทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ ที่ใช้อธิบายโอกาสที่จะเป็นไปได้อย่างสุ่มซึ่งไม่สามารถบังคับได้ เช่น การโยนเหรียญ เราไม่ทราบว่าเหรียญจะออกหัวหรือก้อย หรืออาจกล่าวได้ว่าเหรียญอาจออกหัวหรือก้อยด้วยโอกาสเท่า ๆ กัน</P></BLOCKQUOTE>

<P>ทฤษฎีความน่าจะเป็นนี้นำมาประยุกต์ได้กับกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในทางพันธุศาสตร์ได้คือ ในการผสมพันธุ์โดยปกติ ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์หรือคน ลูกจะเหมือนพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยายแต่ลูกคนใดจะนำลักษณะใดมาบ้างนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถบังคับได้</P>

<P>กฎของเมนเดล </P>

<P>และนักวิทยาศาสตร์ทั้งสามท่านน ในปี ค.ศ.1900 หรือประมาณ 16 ปี หลังจากที่เมนเดลได้สิ้นชีวิตลง มีนักวิทยาศาสตร์ 3 ท่านคือ ฮิวโก เดอฟรีส์, คาร์ล คอร์เรนส์และ อีริค ฟอน เชอร์มาค ได้ค้นพบผลงานของเมนเดลที่ได้เสนอต่อสมาคมตั้งแต่ปี ค.ศ.1865 ี้ต่างก็ได้ทดลองเพื่อพิสูจน์กฎของเมนเดล ผลการทดลองสอดคล้องกับเมนเดล ทุกประการ ไม่มีผู้ใดสามารถคัดค้านกฎของเมนเดลได้ และกฎของเมนเดลสามารถใช้ได้กับทั้งพืชและสัตว์จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ </P>

<P></P>

<P>การทดลองของเมนเดล<BR>เมนเดลประสบผลสำเร็จในการทดลอง จนตั้งเป็นกฎเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อแม่มายังลูกหลานในชั่วต่อๆมาได้เนื่องจากสาเหตุสำคัญสองประการคือ<BR>1. เมนเดลรู้จักเลือกชนิดของพืชมาทำการทดลอง พืชที่เมนเดลใช้ในการทดลองคือถั่วลันเตา (Pisum sativum) ซึ่งมีข้อดีในการศึกษาด้านพันธุศาสตร์หลายประการ เช่น<BR>1.1 เป็นพืชที่ผสมตัวเอง (self- fertilized) ซึ่งสามารถสร้างพันธุ์แท้ได้ง่าย หรือจะทำการผสมข้ามพันธุ์ (cross-fertilized) เพื่อสร้างลูกผสมก็ทำได้ง่ายโดยวิธีผสมโดยใช้มือช่วย (hand pollination)<BR>1.2 เป็นพืชที่ปลูกง่าย ไม่ต้องทำนุบำรุงรักษามากนัก ใช้เวลาปลูกตั้งแต่ปลูก จนถึงเก็บเกี่ยวภายในหนึ่งฤดูปลูก (growing season) หรือประมาณ 3 เดือน เท่านั้น และยังให้เมล็ดในปริมาณที่มากด้วย<BR>1.3 เป็นพืชที่ มีลักษณะทางพันธุกรรม ที่แตกต่างกันชัดเจนหลายลักษณะ ซึ่งในการทดลองดังกล่าว เมนเดลได้นำมาใช้ 7 ลักษณะด้วยกัน </P>

<P>กฎของเมนเดล </P>

<P>และนักวิทยาศาสตร์ทั้งสามท่านน ในปี ค.ศ.1900 หรือประมาณ 16 ปี หลังจากที่เมนเดลได้สิ้นชีวิตลง มีนักวิทยาศาสตร์ 3 ท่านคือ ฮิวโก เดอฟรีส์, คาร์ล คอร์เรนส์และ อีริค ฟอน เชอร์มาค ได้ค้นพบผลงานของเมนเดลที่ได้เสนอต่อสมาคมตั้งแต่ปี ค.ศ.1865 ี้ต่างก็ได้ทดลองเพื่อพิสูจน์กฎของเมนเดล ผลการทดลองสอดคล้องกับเมนเดล ทุกประการ ไม่มีผู้ใดสามารถคัดค้านกฎของเมนเดลได้ และกฎของเมนเดลสามารถใช้ได้กับทั้งพืชและสัตว์จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ </P>

<P></P>

<P>การทดลองของเมนเดล<BR>เมนเดลประสบผลสำเร็จในการทดลอง จนตั้งเป็นกฎเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อแม่มายังลูกหลานในชั่วต่อๆมาได้เนื่องจากสาเหตุสำคัญสองประการคือ<BR>1. เมนเดลรู้จักเลือกชนิดของพืชมาทำการทดลอง พืชที่เมนเดลใช้ในการทดลองคือถั่วลันเตา (Pisum sativum) ซึ่งมีข้อดีในการศึกษาด้านพันธุศาสตร์หลายประการ เช่น<BR>1.1 เป็นพืชที่ผสมตัวเอง (self- fertilized) ซึ่งสามารถสร้างพันธุ์แท้ได้ง่าย หรือจะทำการผสมข้ามพันธุ์ (cross-fertilized) เพื่อสร้างลูกผสมก็ทำได้ง่ายโดยวิธีผสมโดยใช้มือช่วย (hand pollination)<BR>1.2 เป็นพืชที่ปลูกง่าย ไม่ต้องทำนุบำรุงรักษามากนัก ใช้เวลาปลูกตั้งแต่ปลูก จนถึงเก็บเกี่ยวภายในหนึ่งฤดูปลูก (growing season) หรือประมาณ 3 เดือน เท่านั้น และยังให้เมล็ดในปริมาณที่มากด้วย<BR>1.3 เป็นพืชที่ มีลักษณะทางพันธุกรรม ที่แตกต่างกันชัดเจนหลายลักษณะ ซึ่งในการทดลองดังกล่าว เมนเดลได้นำมาใช้ 7 ลักษณะด้วยกัน </P>

<P></P>

<P><BR>2. เมนเดลรู้จักวางแผนการทดลอง<BR>2.1 เลือกศึกษาการถ่ายทอดลักษณะของถั่วลันเตาแต่ละลักษณะก่อน เมื่อเข้าใจหลักการถ่ายทอดลักษณะนั้น ๆ แล้ว เขาจึงได้ศึกษาการถ่ายทอดสองลักษณะไปพร้อม ๆ กัน<BR>2.2 ในการผสมพันธุ์จะใช้พ่อแม่ พันธุ์แท้ (pure line) ในลักษณะที่ตรงกันข้ามกัน มาทำการผสมข้ามพันธุ์เพื่อสร้างลูกผสมโดยใช้มือช่วย (hand pollination )<BR>2.3 ลูกผสมจากข้อ 2 เรียกว่าลูกผสมชั่วที่ 1 หรือ F1( first filial generation) นำลูกผสมที่ได้มาปลูกดูลักษณะที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร บันทึกลักษณะและจำนวนที่พบ<BR>2.4 ปล่อยให้ลูกผสมชั่วที่ 1 ผสมกันเอง ลูกที่ได้เรียกว่า ลูกผสมชั่วที่ 2 หรือ F2 <BR>( second filial generation) นำลูกชั่วที่ 2 มาปลูกดูลักษณะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร บันทึกลักษณะและจำนวนที่พบ</P>

<P></P>

<P></P>

<P></P>

<P>ลักษณะต่าง ๆ ของถั่วลันเตาที่เมนเดล ใช้ในการศึกษาการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรม<BR>1. ลักษณะของเมล็ด - เมล็ดกลม และ เมล็ดย่น (round &amp; wrinkled)<BR>2. สีของใบเลี้ยง - สีเหลือง และ สีเขียว (yellow &amp; green)<BR>3. สีเปลือกเมล็ด - สีขาว และ สีเทา (white &amp; gray)<BR>4. ลักษณะของฝัก - ฝักพอง และ ฝักแฟบ (full &amp; constricted)<BR>5. ลักษณะสีของฝัก - สีเหลือง และ สีเขียว (yellow &amp; green)<BR>6. ลักษณะตำแหน่งของฝัก-ด้านข้างลำต้น และปลายยอด (axial &amp; terminal)<BR>7. ลักษณะความสูงของต้น - ต้นสูง และ ต้นเตี้ย (long &amp; short)</P>
ตาหวาน (IP:125.25.242.82)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 6 ก.ค. 2551 (14:27)
งง
ดีรวาน (IP:58.9.14.66)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 7 ก.ค. 2551 (18:12)
การผสมพันธุ์ตามกฎเมนเดล เป็นเเบบไหนอ่ะ
เด็ก (IP:222.123.12.193)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 24 ก.ค. 2551 (13:58)

กฎของเมนเดล ง่ายมากคับ


Ampon M.3 (IP:125.27.18.80)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 3 ส.ค. 2551 (13:39)
งงกับกฎของเมนเดลมาก แล้วจะทำการบ้านได้ไหมเนี่ย
มีน (IP:222.123.153.227)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 1 ธ.ค. 2551 (21:51)

ขอบคุน คร้าบบบบ


aim&aong
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 1 มี.ค. 2552 (15:30)

1. แยกตัวอย่างเป็นอิสระ
2. รวมตัวตัวอย่างเป็นอิสระ
3. มีข้อ 3 ด้วยหรอค่ะ ไม่ใช่ 2 ข้อหรอกหรอ


suu (IP:125.26.59.225)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 20 พ.ค. 2552 (20:06)

มีเยอะจัง


ม2/3 (IP:222.123.222.101)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 7 มิ.ย. 2552 (20:12)

งง


www.gogogo.com (IP:58.9.93.133)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 25 มิ.ย. 2552 (20:15)
มี 2 ข้อครับ
1.กฎแห่งการแยกอย่างอิสระ เกิดใน Anaphase I
2.กฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ เกิดใน Metaphase I
โดยตามความจริงแล้วMetaphase I เกิดก่อน Anaphase I
แต่เรานำกฎข้อ1มาไว้ก่อน เนื่องจากเมนเดลค้นพบกฎข้อนี้ก่อน
แนะนำว่าสลับข้อกันไม่ได้นะครับ
golf_15459@hotmail.com (IP:58.147.54.6)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 3 ก.ค. 2552 (18:36)
กฏของเมนเดลมี3ข้อ คือ

1.กฏแห่งการแยกลักษณะ ลักษณะต่างๆจะอยู่เป็นคู่ๆ ขณะที่มีการเซลล์สืบพันธุ์ยีนส์ทั้งคู่จะแยกจากกันในเซลล์สืบพันธุ์จึงมียีนส์เดียว
2.กฏแห่งการเลือกกลุ่มอย่างอิสระกล่าวคือ ลักษณะที่ถ่ายทอดไปต่างก็อิสระ ไม่เกี่ยวกับลักษณะอื่น
3.กฏแห่งลักษณะเด่น ลักษณะเด่นจะข่มลักษณะด้อยเมื่อยีนส์เด่นคู่กับยีนส์ด้อยลักษณะที่ออกมาจะเป็นยีนส์เด่นเท่านั้น แต่ถ้า ด้อยกับด้อยก็จะออกมาด้อยเท่านั้น เช่น

1.ยีนส์เด่น – ยีนส์เด่น ผล ยีนส์เด่น
2.ยีนส์เด่น – ยีนส์ด้อย ผล ยีนส์เด่น
3.ยีนส์เด่น – ยีนส์ด้อย ผล ยีนส์เด่น
4.ยีนส์ด้อย – ยีนส์ด้อย ผล ยีนส์ด้อย

หมายเหตุ : กฏของเมนเดลห้ามสลับข้อกันเด็ดขาด
mae.ploi@hotmail.com (IP:58.9.203.23)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 3 ก.ค. 2552 (19:11)
ตกลงมันมี 2 หรือ 3 ข้ออ่าาาา
sirirat-aree@hotmail.com (IP:119.42.69.198)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 6 ก.ค. 2552 (13:08)
งงนะเนี่ยยยย

สรุปมี 2 หรือ 3 ข้ออ่ะ

งง
Knowledge (IP:203.156.32.172)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 7 ก.ค. 2552 (14:05)

ตกลงมันมีกี่ข้อกันแน่ฟะเนี่ย งงแล้วน้า @__@


siseerat_vampire@hotmail.com (IP:118.175.73.108)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 7 ก.ค. 2552 (22:54)

กฏเมนเดล มีสองข้อครับ
ข้อที่1  คือกฏแห่งการแยก
ข้อที่2  คือกฏของการรวมกลุ่มอย่างอิสระ


porphyra
ร่วมแบ่งปัน56 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 8 ก.ค. 2552 (14:16)
มีแค่สองข้อ อย่างแท้จริง เรียนมาจากใหนอ่ะ สามข้อ
นิว (IP:125.27.230.219)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 11 ก.ค. 2552 (17:01)

งงกับกฎของเมนเดลมากๆๆ   ที่เข้ามาเพราะคุณครูสั่งการบ้านว่า
"ให้ไปหากฎของเมนเดลมา" แล้ว สิ ทำ จัง ไส เนี่ย
(คนใต้นะ)


ฟิว เด็กธิดา (IP:112.142.24.202)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 12 ก.ค. 2552 (21:09)

3ข้อ
จำได้อ่ะเรียนมาตั้งกะป.5


..*-* (IP:125.26.20.42)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 13 ก.ค. 2552 (19:50)

ประวัติของเมนเดลเป็นยังไง    ตอบ  
ความรู้ของเมนเดลเป็นยังไง    ตอบ


หวายเจ้าค่ะ (IP:118.173.2.80)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 13 ก.ค. 2552 (20:03)

กฎของเมนเดลอะมีสองข้อ
 1)กฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ
 2)การผสมเพื่อทดสอบ
แต่ที่เหนือจากกฎเมนเดลหน่ะ มีเย๊อะ เยอะ งงมากด้วย


borboom@hotmail.com (IP:125.27.218.233)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 13 ก.ค. 2552 (20:08)

ตอบคห.ที่37ค๊ะ
ประวัติของเมนเดลเป็นยังไง    ตอบ  
ความรู้ของเมนเดลเป็นยังไง    ตอบ

ประวัติหรอ เมนเดลเปนชาวออสเตรเลียค่ะ เกิดพ.ศ.2365 พ่อแม่เป็นชาวสวน อยากจะเรียนหนังสือมา จึงไปเรียนที่โบสถ์ในกรุงบรุนน์ในเมืองเบรอโน ภายหลังได้บวชค่ะ
แล้วก็ได้ไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยทางด้านฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และก็พฤษศาสตร์ แล้วก็ได้กลับมาเป็นครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ก็แค่นี้แหละน๊ะ ^^


ความรู้ของเมนเดล - - ก็ที่พูด ๆ มาข้างต้นอ่าค่ะ น่าจะมีแค่นั้นนะ


borboom@hotmail.com (IP:125.27.218.233)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 13 ก.ค. 2552 (20:11)

อ่าน ๆ มาอะ มีสองข้อเท่านั้นค่ะ ย้ำ ! แค่สองข้อ





สามมาจากไหน- -'


borboom@hotmail.com (IP:125.27.218.233)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 15 ก.ค. 2552 (16:08)
1 กฏแห่งการแยกลักษณะ
2 กฏแห่งการเลือกกลุ่มอย่างอิสระ
3 กฏแห่งลักษณะเด่น

นามว่า เมนเดล
มั3ข้อนะมั้นใจ1000000%เลย (IP:124.121.216.117)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 15 ก.ค. 2552 (16:37)

กฏของเมนเดลมี10ข้อมะช่ายหยอ


belly.22.belly@hotmail.com (IP:118.173.97.58)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 27 ก.ค. 2552 (20:29)

ก็ ครูเข้าให้ทำแบบฝึกที่ให้เติมค่ะ มันมีเว้นไว้ให้เป็นข้อๆ 3 ข้อ ก็คิดว่ามันน่าจะมี 3 ข้อนะคะ และมันอาจจะเป็นคนละบทกันก็ได้นะคะไอ้ 2ข้อ/3ข้อ


punman41119@hotmail.com (IP:58.64.114.36)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 2 ส.ค. 2552 (16:24)

มีสามอ่าเชื่อจิ


เมนเดลมาเอง (IP:125.25.115.229)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 3 ส.ค. 2552 (16:42)
ไม่แน่ใจนะครับ อาจจะมี 3 หรือ 2 ก็ยังไม่รู้เลยครับต่องไปศึกษาเพิ่มเติมอะครับ
sakkai_01@hotmail.com (IP:61.7.170.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 12 ส.ค. 2552 (02:23)

กฎของเมนเดลนะคะ

1. Law of segregation ลักษณะงพันธุกรรมถูกกำหนดโดย factor เรียกว่า Genes ซึ่งมีอยู่เป็นคู่ๆในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ยีนในแต่ละคู่จะแยกกันไป (segregate) ระหว่างที่มีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ เพราะฉะนั้น เซลล์เพศจะได้รับยีนยีนเดียวจากที่มีอยู่กันเป็นคู่ๆ� (พูดได้ว่ายีนที่มีเป็นคู่� จะถ่ายทอดแค่ยีนเดียวค่ะนั่นก็คือ gamete นั่นเอง)
ยีนที่ถ่ายทอดไปยังลูกนะคะ�� Dominance� gene� ยีนเด่น จะแสดงออกแม้ว่าจะอยุ่กับยีนด้อย� (จะอยุ่ในสภาพไหนก็แสดงออกทั้งนั้น� ไม่ว่าจะเป็น Homologous หรือ heterozygous)� Recessive gene ยีนด้อย จะแสดงออกเมื่อเป็น homozygous เท่านั้นค่ะ :tt)
Homozygous genotype : TT,tt� (ยีนด้อยจะแสดงออกเมื่อเป็น homozygous recessive)
Heterozygous genotype : Tt

2.Law of independent assortment : อัลลีลของยีนแต่ละคู่ที่แยกออกจากกัน จะจัดกลุ่มเข้าไปอยู่ในเซลล์สืบพันธุ์อย่างเป็นอิสระต่อกัน


นอกจากนี้ยัมีข้อยกเว้นที่ไม่เป็นไปตามกฎของเมนเดลด้วยค่ะ� มี 3 ข้อ�
- continuous variation
- linkage
- nonchromosamal inheritance

ซึ่งในที่นี้ขอผ่าไปแล้วกันเนอะ� เพราะไม่มีใครถาม� แล้วเดี๋ยวจะยาวด้วย

ไม่แน่ใจว่าจะเขียนให้น้องเจ้าของกระทู้ (น้องแหละเนอะ) เข้าใจได้รึเปล่า� เพราะเขียนจากความเข้าใจของเราเอง� (แหะๆ)

เมื่อก่อนก็เข้าใจว่ามี3 ข้อเหมือนกันค่ะ� แต่ตอนนี้รู้ว่ามี 2 ข้อนะคะ� แล้วก็การข่มกันของยีน เป็นเรื่องที่เมนเดลอธิบายลักษณะที่แสดงออกในรุ่นลูกน่ะค่ะ


ความรู้ของเมนเดล...มันเยอะนะคะ� ไม่ใช่แค่นี้หรอก� ไม่งั้นไม่ได้ชื่อว่า บิดาแห่งวิชาพันธุศาสตร์หรอกค่ะ� (จริงๆดังเพราะผลงานถั่วลันเตานี่แหละ)� น้องลองอ่านหนังสือพันธุศาสตร์ดูนะคะ� ความรู้ของเมนเดลมันมาต่อยอดเรื่องการผสมพันธุ์ต่างๆน่ะค่ะ�

ลองอ่านหนังสือดูเนอะ� เพราะพี่คนตอบเองก็เรียนมานานแล้ว� สักม.ต้นมั้ง� เด็กสมัยนี้เรียนเร็วดีจริงๆ� ป.5ก็เรียนเมนเดลแล้ว� สู้ๆนะคะ


pearl (IP:124.120.146.124)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 23 ส.ค. 2552 (21:51)

เท่าที่รู้ๆมานะค่ะกฎของเมนเดลมี3ข้อแต่ข้อ3ไม่เป็นความจริงจึงเหลือเพียงแค่2ข้อค่ะแต่จะเอา3ก็ได้แต่แค่ข้อ3ไม่เป็นจริงก็แค่นั้นค่ะ


kenomotosakura@hotmail.com (IP:125.26.228.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 28 ส.ค. 2552 (18:23)

ผมอยากเอาเนื้อหาที่แน่นๆกว่านี้ครับ


ส่งทางเมล  เมลของผมนะครับ  Pichet5509@hotmail.com


Pichet5509@hotmail.com (IP:222.123.101.144)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 6 ก.ย. 2552 (19:27)

ตกลงว่าเมนเดลมีกี่ กฎแน่

งง

บ้างคนตอบ2 - 3 - 10

ยังงัยนี้

คนหาข้อมูลงง


big_boom35@msn.com (IP:118.172.250.7)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 6 ก.ย. 2552 (19:37)

10 ข้อนั่นมันกฎของลูกเสือครับ




















































กฎของลูกเสือ สามัญ สามัญรุ่นใหญ่ และวิสามัญ

  หลักเกณฑ์ซึ่งวางคุณสมบัติของลูกเสือให้ลูกเสือนำไปปฏิบัติอยู่เสมอ  เพื่อสร้างลักษณะนิสัยที่ดีให้เป็นพลเมืองดีของชาติต่อไป
ข้อ 1. ลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้
ข้อ 2. ลูกเสือมีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และซื่อตรงต่อ 
ผู้มีพระคุณ
ข้อ 3. ลูกเสือมีหน้าที่กระทำตนให้เป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่น
ข้อ 4. ลูกเสือเป็นมิตรของคนทุกคนและเป็นพี่น้องกับลูกเสืออื่นทั่วโลก
ข้อ 5. ลูกเสือเป็นผู้สุภาพเรียบร้อย
ข้อ 6. ลูกเสือมีความเมตตากรุณาต่อสัตว์
ข้อ 7. ลูกเสือเชื่อฟังคำสั่งของบิดามารดาและผู้บังคับบัญชาด้วยความเคารพ
ข้อ 8. ลูกเสือมีใจร่าเริงและไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก
ข้อ 9. ลูกเสือเป็นผู้มัธยัสถ์
ข้อ 10. ลูกเสือประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ


กฎของเมนเดลมีสองข้อคือแยก และรวมกลุ่มอย่างอิสระ


การข่มของยีน เป็นเพียงสิ่งที่เมนเดลใช้อธิบายครับ


ภากร
ร่วมแบ่งปัน341 ครั้ง - ดาว 63 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 6 ก.ย. 2552 (20:18)

มาช่วยภากร ฟันธง ครับ {#emotions_dlg.a2}
เป็นภาคภาษาอังกฤษ

Mendelian Principles
-Law of Segregation of genes
-Law of Independent Assortment

กฏลูกเสือ 10 ข้อ ฮ่าๆๆ คิดได้ไงน้องภากร เล่นมุก
คนถามก็ช่างถามเสียจริง ไปเอามาจากไหนตั้ง 10 เหอๆ



teerapongxx
ร่วมแบ่งปัน672 ครั้ง - ดาว 77 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 9 ก.ย. 2552 (18:37)
กฏเมนเดลมี 10 ขอไม่ใชเหรอก๊าบบบบบบบ
พลเมืองดี (IP:113.53.11.41)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 14 ก.ย. 2552 (18:43)

ไอกฎของเมนเดลน่ะมันมี2ข้อไม่ใช่หรอก็มี
1.กฎการแยกตัวยีน
2.กฎการรวมอิสระของยีน
อ่ะมีอยู่2ข้ออ่ะ


bigto339 (IP:124.121.214.39)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 20 พ.ย. 2552 (21:04)

มันมีกี่ข้อคราฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
ผมงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
งงงงงงงงงงงงงงงงงงง
งงงงงงงงงงงงงง
งงงงงงงงงงง
งงงงงงงงงง
งงงงงงง
งงงงง
งงงง
งงง
งง


เทพอ่ะ (IP:125.24.15.205)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 11 ธ.ค. 2552 (14:12)
มี 2 ข้อไม่ใช่หรอ..
1.กฏการแยกกัน (Law of segregation)
เช่น ต้นถั่วสูงพันธุ์แท้ผสมกับต้นถั่วเตี้ยพันธุ์แท้ จะได้ลูกพันธุ์ทางทั้งหมด
2.กฏการรวมตัวอย่างอิสระ (Law of independent assortment)
-ไว้สำหรับกรณีที่ผสมกันในหลายๆลักษณะพร้อมกัน

ส่วนเรื่อง..การถ่ายทอดยีนที่อยู่บนโครโมโซมเดียวกัน จะมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์และถ่ายทอดลักษณะเดียวกับกฏข้อที่2ของเมนเดล
LaL_Kaito (IP:58.181.143.183)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 13 ม.ค. 2553 (20:58)
มี 3 ข้อค่ะ เพิ่งเรียนมา จริงๆนะคะ
จ๋า (IP:125.24.163.34)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 18 มี.ค. 2553 (13:56)
1.กฎของการสืบสายเลือด
2.กฎการรวมตัว
3.กฏการรวมตัวอย่างอิสระ
คนสวย (IP:125.25.207.243)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 29 มี.ค. 2553 (17:31)
ศัพท์ทางพันธุกรรมจำยากเเถมมีมากอีก ไม่รู้อะไรเป็นอะไรมีเเปลให้เปล่าครับ
najacub007@hotmail.com (IP:125.25.81.128)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 1 เม.ย. 2553 (19:04)
ขอโทนะคะคือว่าเพิ่งขึ้นม3อะคะเลยไม่รู้เกี่ยวกับกฎของเมนเดลเท่าไรอะคะอธิบายให้หน่อยได้ไหมค่ะเกี่ยวกับพันธุศาสตร์ของต้นถั่วลันเตาอะคะอธิบายให้หายโง่หน่อยได้ไหมค่ะ
ฟ้า (IP:125.26.44.99)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 11 พ.ค. 2553 (18:20)
กฏของเมนเดลมี 3 ข้อ
วันนี้เพิ่งเรียนมา

1.กฏแห่งการแยกลักษณะ
2.กฏแห่งการเลือกกลุ่มอย่างอิสระ
3.กฏแห่งลักษณะเด่น
nis_mylou@hotmail.com (IP:117.47.212.189)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 12 พ.ค. 2553 (17:44)
โห.......
พี่ฟ้า ผมเพิ่งขึ้น ป.5 เอง เรียนเรื่อง กฎของเมนเดลจบแล้วอ่า
งั้นพี่มาเรียนโรงเรียนนี้ม้างนะ
แต่มะบอกชื่อ หาเอาเองที่ภูเก็ตจร้า
wasil_4123@hotmail.com (IP:110.164.131.208)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 24 พ.ค. 2553 (18:41)
ดีมากเลยค่ะ
ทำให้หนูมีความรู้มากเลยค่ะ
เพราะหนูกำลังจะเรียนอยู่
น่าส่นใจสุด ชอบมากเลย เมนเดลเก่งจัง
อย่าเก่งเหมือนเขาบ้าง

ขอบคุณค่ะที่ให้ความรู้กัน
pranlovely78@hotmail.com (IP:111.84.249.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 28 พ.ค. 2553 (14:34)
ตกลงมันมีกี่ข้อกันแน่คะ

ต้องการข้อมูลที่แท้จริงค่ะ

ไม่อย่างนั้นชั้นจะทำการบ้านผิด
sern_2543@hotmail.com (IP:58.9.117.60)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 1 มิ.ย. 2553 (19:28)
คืออยากรู้กฏ4ข้อของเมนเดทอะฮะ
june3334@hotmail.com (IP:61.90.122.28)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 3 มิ.ย. 2553 (11:07)
อยากรู้กฎของเมนเดลอ่ะณ๊ะ
jufjoof_fon@hotmail.com (IP:202.143.130.131)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 4 มิ.ย. 2553 (17:34)
ต้องการเนื่อหาที่เเม่นยำจิงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
cat2010@hotmail.com (IP:112.142.82.88)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 5 มิ.ย. 2553 (21:40)
มีข้อทั้งหมด3ข้อ
แต่ข้อ3ไม่ใช่แล้ว
1111@hotmail.com (IP:118.172.29.216)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 6 มิ.ย. 2553 (14:28)
ครูไห้มาหาอะครัฟเเล้วครูบอกว่ามันมี 4 ข้ออะคัฟงงจังงะ
เมคคัฟ (IP:113.53.104.27)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 6 มิ.ย. 2553 (18:45)
ได้อาหร่ายมาม่ายรู้
lovechamp42@hotmail.com (IP:113.53.219.119)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 17 มิ.ย. 2553 (22:07)
เค้าเพิ่งเรียนมาสดๆร้อนๆ มันมี 2 ข้ออ่ะ
1.การแยกตัวอย่างอิสระ
2.การรวมกลุ่มอย่างอิสระ
๑^___^๑
ป.ล.ที่บอกว่ามันมีข้อ 3.ลักษณะเด่นอ่ะ มันไม่ถือเป็นกฏนะ มันเป็นเหมือนหัวข้อแยกๆออกมาอีกทีอ่ะนะ
ปลื้มๆ ตอเรส (IP:124.122.47.172)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 17 มิ.ย. 2553 (22:34)
ตกลงมันมีกี่ข้อกันแน่แต่เท่าที่เราเรียนมันมี 2 ข้อ ตอนนี้น้องเรียนอยู่ป.5
น้องมันบอกเราว่าอาจารย์บอกว่ามี 4 ข้อแล้วเราจะไปหาอีก 2 ข้อที่ไหนให้มันอะใคร
รู้ช่วยบอกหน่อยนะจะเป็นพระคุณอย่างสูง(สงสัยอาจารย์ในประเทศไทยคงสอนไม่เหมือนกัน)
c_n_blue@hotmail.com (IP:180.183.150.143)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 22 มิ.ย. 2553 (19:19)
ดีจังกำลังเรียนอยู่พอดีเลย
lovelovefon_222@hotmail.com (IP:115.67.213.228)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 14 ก.ค. 2553 (19:04)
ดีจังกำลังเรียนอยู่พอดีเลย
ขอบคุณมาก
dolly_pypy@yahoo.co.th (IP:58.9.8.252)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 14 ส.ค. 2553 (13:39)
กฎของเมเดลคืออะไร ใครตอบได้บ้างคะ
ด.ญ.ธัญญารัตน์ ไพศาลธรรม ไม่ระบุอีเมล (IP:119.31.126.80)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 14 ส.ค. 2553 (13:44)
เค้าน่าจะมีคำตอบละเอียดหน่อยนะคะอยากรู้คำตอบ
และแสดงความคิดเห็นในวิชาการดอทคอมไม่น่ามีอีเมลกลัวโจร
ด.ญ.ธัญญารัตน์ ไพศาลธรรม ไม่ระบุอีเมล (IP:119.31.126.80)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 13 ก.ย. 2553 (21:52)
เคยมีสามข้อ แต่ต่อมากฎข้อที่สามไม่เป็นจริงตลอดไปแล้ว จบ
กวา (IP:202.28.68.33)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 1 พ.ย. 2553 (11:53)
บักควายเอย


รู้จักกูเปล่า
fg67df@iudfd11 (IP:125.26.205.128)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 14 ธ.ค. 2553 (21:53)

ตอนแรกก็งงว่ามีกี่ข้อ เพราะหนังสือพสวท.ม.ปลาย เขียนสองข้อ แต่ในเว็บบางเว็บ{ลองหาเป็นภาษาอังกฤษแล้วด้วย} บอกว่ามีสามข้อ หลังจากสับสนพักใหญ่ ในที่สุดผมก็มีข้อสรุป ซึ่งไม่มั่นใจว่าถูกต้องไหม เพราะลำดับเอาเอง


ตอนแรกเมนเดลคงตั้งกฎขึ้นสามข้อ คือ
1. Law of dominance กฎแห่งลักษณะเด่น ?(แปลเอง = =")  ยีนที่สามารถแสดงลักษณะนั้นออกมาได้ เรียกว่ายีนเด่น ส่วนยีนที่ไม่สามารถแสดงลักษณะได้ เรียกว่ายีนด้อย  {ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ กฎข้อนี้ไม่เป็นที่ยอมรับ เหตุผลขออธิบายข้างล่าง}


ตรงส่วนนี้อ้างอิงจาก http://www.pinkmonkey.com/studyguides/subjects/biology-edited/chap7/b0707401.asp


2. Law of segregation:กฎการแยกอย่างอิสระ - ยีนในแต่ละคู่จะแยกกันอย่างอิสระ ระหว่างที่มีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์
3. Law of independent assortment:กฎการร่วมกลุ่มอิสระ - อัลลีลของยีนแต่ละคู่ที่แยกออกจากกัน จะจัดกลุ่มเข้าไปอยู่ในเซลล์สืบพันธุ์อย่างเป็นอิสระต่อกัน


มาถึงตรงนี้ผมก็คงต้องอธิบายแล้วมั้งว่าทำไมกฎข้อที่ 1 ถึงไม่เป็นที่ยอมรับ เพราะว่ามีข้อยกเว้นที่กฎของเมนเดลอธิบายไม่ได้ เช่น
1.ลักษณะเด่นไม่สมบูรณ์หรือการข่มไม่สมบูรณ์  คือสมมติว่าถ้าเราผสมดอกชบาสีแดง(RR) กับดอกชบาสีขาว(R'R')  ตามกฎเมนเดล เราจะบอกว่าลูกที่ได้ต้องเป็นสีแดง ถูกไหม ?   แต่เอาเข้าจริงๆ ปรากฎว่าลูกที่ได้กลับเป็นสีชมพู(RR')แทน {สืบค้นเพิ่มเติมได้ที่เรื่อง การข่มไม่สมบูรณ์}


2.ลักษณะการข่มร่วมกัน  ยกตัวอย่างง่ายๆ เลยคือหมู่เลือด   คนหมู่เลือดเอจะมีแอนติเจนเออยู่บนเม็ดเลือดแดง คนหมู่เลือดบีจะมีแอนติเจนบีอยู่บนเม็ดเลือดแดง    ทีนี้ ถ้าหากชายเลือดเอ(แท้) กับหญิงเลือดบี(แท้) มีลูก  ลูกจะมีเลือดหมู่อะไร ?   เอหรือบี ?
คำตอบก็คือ หมู่เอบี !  คือมีแอนติเจนทั้งเอและบี บนเม็ดเลือดแดง นี้คือลักษณะของการข่มร่วมกัน (แสดงออกเท่ากันนั้นแหละ)


และอื่นๆ   บลาๆ ว่าไป


มาถึงจุดนี้ ก็ถึงคราวโบกมือลากฎข้อที่ 1 Law of dominance   เพราะถ้าขึ้นชื่อว่ากฎ ต้องหมายถึงถูกต้องเสมอ ถูกต้องที่สุด  และกลายเป็นว่า ตัดข้อนั้นทิ้งแล้วเลื่อนขึ้น  จากกฎสามข้อของเมนเดลก็เหลือเพียง
1. Law of segregation:กฎการแยกอย่างอิสระ
2. Law of independent assortment:กฎการร่วมกลุ่มอิสระ


2 ข้อเท่านั้น 

ซึ่งต่อไปก็จำว่ากฎเมนเดลเหลือ 2 ข้อแล้ว เพราะข้อนึงมันผิด แค่นั้นแหละ จบ!


หวังว่าผมจะคิดถูก = ="       ตอนนี้อยู่มอหกแล้ว ผิดขายหน้าเขาตาย แอดมาหรือทำไงก็ได้ถ้างงกับสิ่งที่ผมเพ้อ 555


sensor4123
ร่วมแบ่งปัน10 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 6 เม.ย. 2554 (20:38)
จากการทดลองของเมนเดล สรุปเป็นกฏได้ 4 ข้อ คือ
1. ลักษณะต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิต จะถูกควบคุมโดยยีนที่อยู่ในเซลล์สืบพันธุ์และจะถ่ายทอดไปยัง
ลูกหลานทางเซลล์สืบพันธุ์
2. การถ่ายทอดลักษณะแต่ละลักษณะเป็นอิสระต่อกัน
3. ลักษณะที่ปรากฏออกมาบ่อยครั้ง เรียกว่า ลักษณะเด่น ลักษณะที่ปรากฏออกมาน้อยครั้งกว่า
เรียกว่า ลักษณะด้อย
4. สัดส่วนของลักษณะเด่นต่อลักษณะด้อย จะเป็น 3 : 1 เสมอ
คุณครูเซียนพันธุกรรม ร.ร.นาคประสิทธิ์ (IP:101.108.173.24)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 7 มิ.ย. 2554 (21:25)
ขอบคุณทุกคำตอบแต่ครูผมบอกว่ามีสามข้อ(ครูเขาย้ำมา)
ง่ะ (IP:113.53.72.94)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 18 ส.ค. 2554 (20:00)
ตอนแรกผมคิดว่ากฎของเมนเดลมี 3 ข้อ แต่อาจารย์และเพื่อนๆบอกว่ามีแค่ 2 ข้อ
สงสัยผมเพี้ยนจากกฎของนิวตันที่มี 3 ข้อ เพราะผมเป็นคนที่ขยันอ่านหนังสือด้วย
จึงเมมอรี่การ์ดความจำสมองของผมรับไม่ได้หมดครับ(เด็กวิทย์ครับ........)
abdulfattah (IP:118.173.199.128)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 13 ก.ย. 2555 (20:18)
LAW OF SEGREGATION
กฎข้อที่ 1 กฎแห่งการแยกตัว (LAW OF SEGREGATION) มีใจความว่า “สิ่งที่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตที่สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศมีอยู่เป็นคู่ๆ แต่ละคู่จะแยกจากกันในระหว่างการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ทำให้เซลล์สืบพันธุ์แต่ละเซลล์มีหน่วยควบคุมลักษณะนี้เพียง 1 หน่วย และ จะกลับมาเข้าคู่อีกเมื่อเซลล์สืบพันธุ์ผสมกัน”
LAW OF INDEPENDENT ASSORTMENT
กฎข้อที่ 2 กฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ (LAW OF INDEPENDENT ASSORTMENT) มีใจความว่า “ในเซลล์สืบพันธุ์จะมีการรวมกลุ่มของหน่วยพันธุกรรม ของลักษณะต่างๆ การรวมกลุ่มเหล่านี้เป็นไปได้อย่างอิสระ จึงทำให้เราสามารถทำนายผลที่เกิดขึ้นในรุ่นลูก และรุ่นหลาน”
Thitichaya_18_6/1_31980 (IP:125.26.67.138)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 13 ก.ย. 2555 (20:35)
กฎของเมนเดล

law 1 เมื่อมีการสร้าง Gamete จำนวน Gene ลดลงครึ่งหนึ่ง และเมื่อเกิดผสมพันธุ์มีการรวมตัวของ Gene
โดย Gene เด่น จะข่ม Gene ด้อย และให้รุ่น F1 ผสมกันเอง ลักษณะที่หายไปในรุ่น F1 จะแสดงออกมาในรุ่น F2
จะได้้เมล็ดสีเหลือง : เมล็ดสีเขียว 3:1

law 2 กฎการรวมกลุ่ม Gene อย่างอิสระในเซลล์สืบพันธุ์จะมีการรวมกลุ่มของ Gene อยู่
ต่าง Locus กันเป็นไปอย่างอิสระ ทำให้เราสามารถทำนายอัตราส่วนของเซลล์ที่มีกลุ่ม Gene ต่างๆได้
Phanchalee_15_6/1_31966 (IP:125.26.81.216)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม