ใครเป็นผู้คิดค้นเเรงโน้มถ่วงของโลกกาลิเลโอ หรือ นิวตัน

เออ...........ใครครับ


ความคิดเห็นที่ 1

GFK
18 ก.ย. 2548 20:28
  1. แรงโน้มถ่วงของโลกนั้นมีอยู่แล้วในธรรมชาติ ไม่มีใครคิดค้นสร้างขึ้นมา อย่างไรก็ตาม นิวตันเป็นผู้คิดค้นทฤษฎีแรงโน้มถ่วง

ความคิดเห็นที่ 2

เนยสด
18 ก.ย. 2548 20:46
  1. แรงโน้มถ่วง เป็นของธรรมชาติ มีอยู่แล้ว มนุษย์ก็รู้จักสิ่งนี้ตั้งแต่เริ่มต้น ความจริงสัตว์ต่างๆ รู้จักแรงนี้ดีกว่าเราอีก มนุษย์กลุ่มแรก ที่คิดเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วง (โดยมีหลักฐาน) น่าจะเป็นอริสโตเติล ที่บอกว่าของหนักตกเร็วกว่าของเบา ต่อมา กาลิลโอเอาทฤษฎีนี้มาปัดฝุ่น และพบว่ามันไม่จริง ต่อมา นิวตันได้ทดลอง จนตั้งเป็นสมการได้ พอได้แนวคิดบ้างมั้ยครับ (ถ้าผิดตรงไหน ต้องขออภัยด้วย)

ความคิดเห็นที่ 3

19 ก.ย. 2548 18:37
  1. เพิ่มน่ะการที่กาลิเลโอทำลายทฤษฎีของอริสโตเติลได้เพราะไปทำการทดลองที่หอเอียงอ่ะเเล้วปล่อยลูกกลมลักษณะเหมือนกันอีกอันทำจากเหล็กอีกอันทำจากไม้ผลคือตกพร้อมกันคล้ายๆๆกับการที่เอากระดาษ2เเผ่น เเผ่นหนึ่งขยัมเเล้วปล่อยกับอีกเเผ่นปล่อยธรรมดา

ความคิดเห็นที่ 4

22 ก.ย. 2548 16:18
  1. มันมีอยู่แล้วครับ ไม่ได้มีใครไปคิดค้น ( แต่ผู้ค้นพบคือนิวตันครับ)

ความคิดเห็นที่ 5

คนๆนึง
23 ก.ย. 2548 15:23
  1. คือ..อย่าเพิ่งว่าเราบ้านะ...แต่ที่หอเอนมันไม่มีลมเลยหรอคะ เหล็กกะผลไม้มันถึงตกลงมาพร้อมกานได้

ความคิดเห็นที่ 6

เนยสด
23 ก.ย. 2548 15:58
  1. ตอบคุณคนๆ หนึ่งครับ คือ เค้าคงต้องปล่อยช่วงไม่มีลมใช่มั้ยครับ แหะๆ ผมก็ไม่รู้จะตอบไงดี แต่ว่าอีกกระแสนึงบอกว่า กาลิเลโอทดลองกะพื้นเอียง เพราะว่าสังเกตุได้ง่ายกว่า แต่ข้อเสียคือ ต้องใช้ลูกกลมๆ ทดลองเท่านั้น คำถามสกัดจุด.. 555

ความคิดเห็นที่ 22

15 ม.ค. 2551 12:52
  1. คำตอบคือนิวตันเพราะดิฉันคิดว่าดิฉันได้ศึกษาดีเเล้วจึงตอบคำตอบนี้ค่ะเพื่อนคนไหนสนใจสามารถศึกษาได้น่ะค่ะเเล้วคุณจะรู้เรื่องดี

ความคิดเห็นที่ 24

11 ก.พ. 2551 17:37
  1. <P>การทดลองระดับนี้ต้องควบคุมทุกอย่างอยู่แล้วไม่ต้องแจงให้ละเอียด ลองทดลองง่ายๆ คือนำกระดาษมาขยำ และนำก้อนหินขนาดใดก็ได้ปล่อยลงจากอาคาร ชั้น เดียวก็พอพากันดูผลการทดลอง</P>

ความคิดเห็นที่ 25

แขชนะ
11 ก.พ. 2551 17:56
  1. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 มีความขัดแย้ง ไม่ถูกต้องอยู่ในตัว.......เพิ่มน่ะการที่กาลิเลโอทำลายทฤษฎีของอริสโตเติลได้เพราะไปทำการทดลองที่หอเอียงอ่ะเเล้วปล่อยลูกกลมลักษณะเหมือนกันอีกอันทำจากเหล็กอีกอันทำจากไม้ผลคือตกพร้อมกัน...

    คล้ายๆๆกับการที่เอากระดาษ2เเผ่น เเผ่นหนึ่งขยัมเเล้วปล่อยกับอีกเเผ่นปล่อยธรรมดา

    >>>>>

    กรณีนี้ กระดาษที่ถูกขยำเป็นก้อนจะตกถึงพื้นก่อนกระดาษธรรมดา เนื่องจากแรงต้านทานของอากาศที่กระทำบนกระดาษเปล่าจะมีมากกว่า โดยที่ถือว่ากระดาษทั้งสองมีมวลเท่ากัน


ความคิดเห็นที่ 27

12 มิ.ย. 2551 17:36
  1. กาลิเลโอจา&nbsp; ^-^

ความคิดเห็นที่ 28

หน้าใหม่
12 มิ.ย. 2551 18:06
  1. กาลิเลโอ  สังเกตพบก่อน  เขาอาจจะสังเกตจากวัตถุที่ตกถึงพื้นพร้อมกันๆ  การที่ตกแปลว่ามีแรงดึงดูดของโลก   และ ต่อไปก็คือ ตอนที่บอกว่า โลกไม่ได้เป็นศูนย์กลางจักรวาล หากแต่โคจรรอบดวงอาทิตย์    ซึ่งมีแรงดึงดูดระหว่างกันนั้นเอง  

    เมื่อต้องโทษ และ ค่อนข้างถูกปิดกั้น เพราะเสนอความเห็นที่ขัดแย้งกับ ความเชื่อทางศาสนาสมัยนั้น  ก็เลยทำให้เขาไม่มีโอกาสเผยแพร่ผลงานที่ค้นพบออกไปได้

    ดิฉันชอบเพราะเขากล้าหาญมาก  ที่บังอาจมาพูดย้อนศร  ในยุคที่ยังให้ความสำคัญกับศาสนา  และ กับ ปราชญ์ ดัง   บิ๊กเติ้ล (อริสโตเติ้ล...อิอิ) 

     


ความคิดเห็นที่ 29

4 ก.ค. 2551 14:38
  1. ไม่มีใครคิดค้นหรอกครับ เพราะมันมีอยุ่แล้วแต่นักวิทยาศาสตร์ได้สังเกตุ ทดลอง และตั้งชื่อมันว่าแรงโน้มถ่วง เพราะฉะนั้นต้องเรียกว่าผู้ค้นพบ ไม่ใช้ผู้คิดค้นนะครับ ตามความคิดของผม


ความคิดเห็นที่ 30

27 ก.ค. 2551 15:37
  1. นิวตัน

ความคิดเห็นที่ 31

นิรันดร์
27 ก.ค. 2551 16:00
  1. เห็นด้วยครับกับความคิดเห็นที่ 29กฎของธรรมชาตินั้นมีอยู่แล้วไม่ว่าจะมีนิวตันหรือไม่ กฎแรงโน้มถ่วงก็มีอยู่แล้วแต่ว่าตั้งชื่อกฎตามผู้ที่ค้นพบว่ากฎคืออะไรผมเคยสงสัยเหมือนกันว่าแรงลมต้านไม่มีผลต่อการทดลองของกาลิเลโอหรืออย่างไรหลายปีมาแล้ว ผมมีโอกาสไปดูสถานที่จริงที่หอเอียงมันก็ไม่ได้เป็นอาคารสูงมากมายอะไรดังนั้นวัตถุที่ตกลงมาก็ยังถูกผลของแรงต้านอากาศไม่มากนักช่วงเวลานั้น นาฬิกาจับเวลาก็ยังไม่มีเวลาที่ต่างกันเล็กน้อย ก็เลยถือว่าไม่ต่างกันเพราะดูไม่ทัน ก็เลยสรุปว่าตกถึงพื้นพร้อมกันได้(รอดตายไป)


ความคิดเห็นที่ 32

3 ส.ค. 2551 16:58
  1. ดิฉันคิดว่าไม่มีคนคิดเรื่องนี้ขึ้นเเต่มีการถูกค้นพบเท่านั้นเองโดยนิวตัน

ความคิดเห็นที่ 33

13 ส.ค. 2551 18:23
  1. น่าจะของนิวตัน เพราะมีทฤษฎีกฎของนิวตันอะ ที่บอกว่า ซิกม่าF=ma

ความคิดเห็นที่ 34

13 ส.ค. 2551 18:26
  1. คนที่ 29กับ31เก่ง

ความคิดเห็นที่ 35

bugkoon
13 ส.ค. 2551 20:18
  1. นิวตันประวัติ การหล่นของผลแอปเปิลทำให้เกิดคำถามอยู่ในใจของนิวตันว่าแรงของโลกที่ทำให้ผลแอปเปิลหล่นน่าจะเป็นแรงเดียวกันกับแรงที่ “ดึง” ดวงจันทร์เอาไว้ไม่ไปที่อื่นและทำให้เกิดโคจรรอบโลกเป็นวงรี ผลการคำนวณเป็นสิ่งยืนยันความคิดนี้แต่ก็ยังไม่แน่ชัดจนกระทั่งการการเขียนจดหมายโต้ตอบระหว่างนิวตันและโรเบิร์ต ฮุก ที่ทำให้นิวตันมีความมั่นใจและยืนยันหลักการกลศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ได้เต็มที่ ในปีเดียวกันนั้น เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ได้มาเยี่ยมนิวตันเพื่อถกเถียงเกี่ยวกับคำถามเรื่องดาวเคราะห์ ฮัลลเลย์ต้องประหลาดใจที่นิวตันกล่าวว่าแรงกระทำระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ที่ทำให้การวงโคจรรูปวงรีได้นั้นเป็นไปตามกฎกำลังสองที่นิวตันได้พิสูจน์ไว้แล้วนั่นเอง ซึ่งนิวตันได้ส่งเอกสารในเรื่องนี้ไปให้ฮัลเลย์ดูในภายหลังและฮัลเลย์ก็ได้ชักชวนขอให้นิวตันเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น และหลังการเป็นศัตรูคู่ปรปักษ์ระหว่างนิวตันและฮุกมาเป็นเวลานานเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้ค้นพบ “กฎกำลังสอง” แห่งการดึงดูด หนังสือเรื่อง "หลักการคณิตศาสตร์ว่าด้วยปรัชญาธรรมชาติ” of Natural  ก็ได้รับการตีพิมพ์ซึ่งเนื้อหาในเล่มอธิบายเรื่องความโน้มถ่วงสากล และเป็นการวางรากฐานของกลศาสตร์ดั้งเดิม (กลศาสตร์คลาสสิก) ผ่านกฎการเคลื่อนที่ ซึ่งนิวตันตั้งขึ้น. นอกจากนี้ นิวตันยังมีชื่อเสียงร่วมกับ กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ ในฐานะที่ต่างเป็นผู้พัฒนาแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์อีกด้วย


ความคิดเห็นที่ 36

17 ส.ค. 2551 13:12
  1. ขอขคุณมากๆน่ะค่ะ..อยากขอบคุณ/080-257-6635

ความคิดเห็นที่ 37

20 ก.ย. 2551 11:20
  1. เออทะเลาะกานไปกานมาจะจบไม้เนี่ยไครก็ชั่งเหอะมันมีอยู่เเล้วไครคิดค้นก็ช่างเถอะ

ความคิดเห็นที่ 38

1 พ.ย. 2551 09:35
  1. อยากทราบว่าเเรงในทางฟิสิกส์คืออะไรช่วยบอดหน่อยดิ่

ความคิดเห็นที่ 39

10 พ.ย. 2551 13:00
  1. รักเทอเสมอนะ


ความคิดเห็นที่ 40

22 พ.ย. 2551 20:14
  1. นิวตันค่ะเพราะจากที่เรียนมาน่าจะเปนนิวตันนะค่ะจากผลเเอปเปิ้ลนั้นละค่ะ


ความคิดเห็นที่ 41

rockandling
3 มี.ค. 2552 10:41
  1. นิวตันอยู่เเล้วจำได้ว่านิวตันนั่งอยู่เเล้วผลเเอปเปิ้ลตกใส่หัวนิวตันเลยคิดว่าทำไมไม่ลอยขึ้นไปท่านก็เลยคิดค้นจนได้กฏของเเรงโน้มถ่วงอ่ะค่ะเเต่ถ้าเป็นกาลิเลโอจะเป็นบิดาเเห่งวิชาดาราศาสตร์นะคะ...เท่าที่จำได้กฎข้อที่ 1 ของนิวตันจากการเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ ในชีวิตประจำวัน จะพบว่าวัตถุที่วางนิ่งอยู่บนพื้นราบเรียบจะ อยู่นิ่งต่อไปถ้าไม่ออกแรงกับวัตถุนั้น เช่น ก้อนหินที่วางบนพื้นเฉยๆ และวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ถ้าไม่มีการออกแรงกับวัตถุนั้น หรือออกแรง 2 แรงกับวัตถุนั้นในแรงที่เท่ากันและทิศตรงข้ามกันแล้ว วัตถุจะยังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่เท่าเดิม เช่น เมื่อเราอยู่ในรถ แล้วรถเกิดเบรกกระทันหัน ทำให้รถหยุดนิ่งอย่างรวดเร็ว นันคือ มีแรงจากการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และแรงเสียดทานในการเบรกในทิศตรงข้ามกัน แต่ตัวเรายังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าแม้รถจะหยุดแล้วก็ตาม กฎข้อที่ 1 ของนิวตัน เรียกอีกอย่างได้ว่า กฎความเฉื่อย กฎข้อที่ 2 ของนิวตันจากการเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ ในชีวิตประจำวัน จะพบว่า วัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ เมื่อเราออกแรงผลัก หรือ ดึงวัตถุที่เคลื่อนที่อยู่นั้น ความเร็วจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ซึ่งเรียกว่า วัตถุมี ความเร่ง เช่น เมื่อเราขับรถอยู่ แล้วเหยียบคันเร่งให้รถวิงเร็วขึ้น ความเร็วที่เพิ่มขึ้น เกิดจากแรงของรถ ที่เรียกว่าความเร่งนั้นเอง และขนาดของความเร่งนั้นจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของวัตถุนั้นด้วย โดยถ้า น้ำหนักของวัตถุ 2 วัตถุ เท่ากัน แต่ออกแรงให้วัตถุแต่ละวัตถุไม่เท่ากัน วัตถุที่ถูกออกแรงมากกว่าจะมีความเร่งมากกว่า และถ้าออกแรงให้กับวัตถุ 2 วัตถุเท่ากัน ในขณะที่น้ำหนักทั้ง 2 วัตถุ ไม่เท่ากัน วัตถุที่น้ำหนักมากกว่าจะมีความเร่งน้อยกว่า วัตถุที่มีน้ำหนักน้อยกว่าวัตถุที่เคลื่อนที่ตกจากที่สูง จะเคลื่อนที่ด้วยความร่งคงตัว แสดงว่า วัตถุนั้นต้องมีแรงกระทำอยู่ จึงทำให้วัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร่ง แรงที่ทำกับวัตถุนั้น เราเรียกว่า แรงดึงดูดของโลก หรือ แรงโน้มถ่วงของโลก และอาจเรียกได้อีกอย่างว่า น้ำหนักของวัตถุกฎข้อที่ 3 ของนิวตันในชีวิตประจำวันเราพบว่า เมื่อออกแรงกระทำกับวัตถุหนึ่ง วัตถุนั้นจะออกแรงตอบโต้กับแรงที่เรากระทำในทันที เช่น เราสวมรองเท้าสเก็ตแล้วหันหน้าเข้ากำแพง เมื่อเราออกแรงพลักกำแพง ตัวเราจะเคลื่อนที่ออกจากกำแพง นั้นแสดงว่า กำแพงต้องมีแรงกระทำต่อเราด้วย จากตัวอย่างนี้ เราเรียกแรงที่ เรากระทำต่อกำแพงว่า แรงกิริยา และเรียกแรงที่ กำแพงกระทำต่อเราว่า แรงปฏิกิริยา แรงทั้ง 2 นี้เรียกรวมกันว่า แรงคู่กิริยา - ปฏิกิริยา หรือ action - reaction pairs


ความคิดเห็นที่ 42

17 พ.ค. 2552 12:45
  1. เเต่หนูว่าน่าจะเป็นนิวตัลนะเพราะหนูอ่านประวัติเขามา

    เขาบอกว่านิวตัลเป็นคนค้นนพบหนิ

    จะเป็นกาลิเลโอได้ยังไงอ่ะ

    งง!!


ความคิดเห็นที่ 43

teerapongxx
17 พ.ค. 2552 21:15
  1. ขอแสดงความเห็นด้วยคนนะครับนิวตันกล่าวไว้ว่า "ถ้าฉันมองได้ไกล นั่นก็เป็นเพราะฉันยืนอยู่บนไหล่ของยักษ์ทั้งหลาย"คำพูดนี้แสดงให้เห็นว่า ถ้าไม่มีบุคคลที่ช่างคิดและสังเกตในสมัยก่อนๆ

    เขาก็ไม่สามารถจะยิ่งใหญ่ได้หรอกครับ ผมชอบคำพูดเขามากๆเลยเป็นปรัชญาจริงๆเลยครับ

    กาลิเลโอกาลิเลโอ เป็นนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ที่ล้มล้างทฤษฏีเก่าๆของปราชญ์อริสโตเติลไม่ใช่เพราะว่าอริสโตเติลไม่เก่ง เขาเป็นคนที่เก่งมากๆในยุคของเขา

    เขาเป็นนักสังเกตที่ดี แต่เพียงเพราะในยุคนั้นขาดการทดลองและอุปกรณ์ที่ดีพอ ความรู้ต่างๆจึงเพียงได้จากการสังเกตเท่านั้นเองแต่ไม่น่าเชื่อว่ายุคของกาลิเลโอกับอริสโตเติลต่างกันเป็น 1000กว่าปี

    คนยุคก่อนกาลิเลโอยังคงเชื่อทฤษฏีของอริสโตเติลมาตลอด

    จนได้กาลิเลโอที่มาปฏิวัติลมล้างทฤษฏีต่างๆในทางฟิสิกส์

    กาลิเลโอค้นพบหลักของโปรเจคไทล์ (อันนี้ก็ล้มล้างทฤษฏีของอริสโตเติล)

    ที่ว่าลูกกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงออกไป จะไม่ได้เคลื่อนที่เป็นเส้นตรงและตกลงเมื่อหมดแรงส่ง แต่ลูกกระสุนจะมีความเร็วทั้งในแนวราบและแนวดิ่งที่ต้องคิดแยกออกจากกัน โดยความเร็วในแนวดิ่งจะเคลื่อนที่ด้วยความเร่ง

    กาลิเลโอยังค้นพบต่อไปว่า วัตถุใดๆที่ตกจากที่สูงเดียวกัน จะถึงพื้นพร้อมกันซึ่งก็ล้มล้างทฤษฏีของอริสโตเติลอีก ว่าวัตถุที่หนักกว่าจะถึงพื้นก่อน

    กาลิเลโอกล่าวไว้ว่า วัตถุที่ตกจากที่สูงระดับเดียวกันจะถึงพื้นพร้อมกัน ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขารู้แล้วว่าวัตถุกำลังมีความเร่ง ไม่ได้เหมือนที่อริสโตเติลกล่าวไว้ว่าวัตถุจะมีความเร็วคงที่เสมอเขาได้พิสูจน์โดยการทำพื้นเอียงและสมมติการตกของวัตถุในแนวพื้นเอียง

    เพื่อทำให้เห็นชัดเจนขึ้น โดยเขากังวลว่า จะพิสูจน์ให้คนทั่วไปเห็นได้อย่างไร

    ในเมื่อปล่อยจากที่สูงมันก็ถึงพื้นใกล้เคียงกัน

    การปล่อยวัตถุจากพื้นเอียง เสมือนเป็นการสโลโมชั่นการตกของวัตถุในแนวดิ่งนั่นเอง คิดได้ไงเนี๊ย...{#emotions_dlg.a3} ทำให้เวลาในการตกถึงพื้นของวัตถุยาวนานขึ้น

    เขาได้ทำเครื่องหมายต่างๆบนพื้นเอียงและปรับระยะทางกับเวลาของวัตถุที่เคลื่อนที่ให้สามารถคำนวณหาความสัมพันธ์ได้แบบง่ายๆ (เวลาขณะนั้นจับโดยใช้การหยดของน้ำลงใส่ถังโดยเทียบเป็นปริมาณน้ำในถังเป็นหน่วย สุดยอด... )

    โดยระยะทางของวัตถุที่ปล่อยบนพื้นเอียงเมื่อเทียบกับเวลา 1 หน่วย

    วัตถุจะวิ่งได้ระยะทางบนพื้นเอียงมากขึ้นหลังจากปล่อยเมื่อเทียบกับเวลา 1 หน่วยเท่ากันโดยถ้าสมมติถ้าเขาปล่อยให้ลูกบอลกลิ้งได้ 3 เมตร ในเวลา 2 หน่วยและปล่อยให้กลิ้ง  6 เมตร ในเวลา 3 หน่วย ในครั้งที่ 2

    และครั้งที่ 3 ปล่อยให้กลิ้งได้ 12 เมตร ในเวลา 4 หน่วยเขาพบความสัมพันธ์ทางตัวเลข ในเวลา 1 หน่วยเท่ากัน ครั้งที่ 1 กับ ครั้งที่ 2 ระยะทางต่างกัน 3 เมตร ครั้งที่ 2 กับ ครั้งที่ 3 ระยะทางต่างกัน 6 เมตรสังเกตได้ว่าในเวลาต่างกัน 1 หน่วยเท่ากัน แต่ลูกบอลวิ่งได้ระยะทางมากขึ้น เมื่อมาลองหาความเร็วเฉลี่ยดู จะพบว่า ความเร็วเฉลี่ยของลูกบอลครั้งแรก = 3/2 =1.5 เมตร/หน่วยเวลา

    ความเร็วเฉลี่ยของลูกบอลครั้งสอง = 6/3 =2.0 เมตร/หน่วยเวลาความเร็วเฉลี่ยของลูกบอลครั้งสาม = 12/4 =3.0 เมตร/หน่วยเวลาสังเกตได้ว่ายิ่งปล่อยให้ลูกบอลกลิ้งไปได้ไกลมากขึ้นความเร็วของลูกบอลจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือวัตถุตกลงด้วยความเร่ง

    จึงทำให้กาลิเลโอสรุปได้ว่า วัตถุไม่ว่าจะหนักเท่าไรปล่อยให้กลิ้งจากพื้นเอียงลงมาหรือปล่อยให้ตกจากที่สูงระดับเดียวกันด้วยระยะทางเท่ากัน จะใช้เวลาตกถึงพื้นพร้อมกันและไม่ว่าพื้นเอียงจะเป็นมุมเอียงเท่าไรก็ตามเมื่อปล่อยจากที่สูงเดียวกัน ลูกบอลก็จะถึงพื้นด้วยความเร็วที่เท่ากันเสมอ

    และจากความคิดนี้เองได้ถูกนำไปพัฒนาต่อโดยนิวตัน เด็กน้อยที้เกิดมาในปีเดียวกับที่กาลิเลโอเสียชีวิตผมเคยอ่านเจอหนังสือในห้องสมุดของโรงเรียนกล่าวว่าหลักฐานที่กาลิเลโอปล่อยวัตถุจากหอเอนปิซาในเมืองบ้านเกิดของเขา

    บ้างหลักฐานก็ว่าไม่ได้ทำจริง บ้างก็ว่าแต่งขึ้นเพื่ออรรถรส

    เขากล่าวว่ากาลิเลโอไม่จำเป็นต้องทดลองเรื่องนี้

    เพราะเขาได้ทำกับพื้นเอียงของกาลิเลโอแล้วผมชอบการทดลองของกาลิเลโอที่ทำบนเสากระโดงเรือโดยเขาให้ลูกเรือยืนอยู่บนเสากระโดงเรือแล้วปล่อยให้วัตถุตกลงมา

    เขาพบว่าวัตถุที่ตกลงมาจะไม่ตกลงไปหลังเสากระโดงเรือเพราะวัตถุมีการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าพร้อมๆกับเรือ หรือพูดง่ายๆว่าวัตถุมีความเร็วในแนวราบเท่ากับเรือ วัตถุจะตกกลับมาที่เดิมตรงโคนเสากระโดง สุดยอดเลยครับ ชอบมากๆ นิวตันได้นำหลักการของกาลิเลโอมาใช้ในการคำนวณและหาเหตุผลต่อไปด้วยว่าทำไมลูกแอปเปิ้ลถึงไม่หลุดออกไปนอกโลก

    และทำไมดวงจันทร์ถึงไม่พุ่งตกลงมาเหมือนลูกแอปเปิลจากเหตุผลทั้งหมดที่เขาสงสัย

    เขาก็ค้นพบหลักการเคลื่อนที่ของวัตถุในเอกภพ และกฏของความโน้มถ่วงสรุปออกมาในหนังสือ พรินซีเพีย นั่นแหละครับ นิวตันเก่งมากๆเลย แอปเปิลที่ตกลงมาสู่โลกเพราะแรงโน้มถ่วงของโลกที่กระทำกับแอปเปิลดวงจันทร์ที่ไม่ตกลงมาบนโลก ก็จะต้องมีแรงดึงดูดกันและกันแต่เพราะดวงจันทร์มีขนาดที่ใหญ่กว่าลูกแอปเปิลมากๆ แรงที่โลกดึงดูดดวงจันทร์ จะเท่ากับแรงที่ดวงจันทร์ดึงดูดโลกไว้ดาวเคราะห์ทั้งหลายที่โคจรรอบๆดวงอาทิตย์ได้ ก็อธิบายได้ด้วยหลักการเดียวกัน หลักของเคปเลอร์ ที่เจ้าตัวเอง

    ก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมระยะทางเฉลี่ยจากดวงเคราะห์ถึงดวงอาทิตย์ยกกำลังสามจะแปรตามค่ายกกำลังสองของเวลาที่ดาวเคราะห์หมุนรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ เคปเลอร์ได้แต่เก็บรวบรวมข้อมูลจากไทโคบราห์(อาจารย์เขามั้ง)และสรุปคำนวณออกมาตามที่เขาคิดได้ตอนนั้น แต่หาเหตุผลไม่ได้ว่าเพราะทำไมนี่เลยครับ นิวตัน เป็นคนไขความลับทั้งมวลหลังจากเคปเลอร์ตายไปนานเกือบ 50 ปี

    ดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ได้ เพราะมีแรงสู่ศูนย์กลางแรงดึงดูดระหว่างมวลนี่เองที่ทำหน้าที่เป็นแรงสู่ศูนย์กลางและทำให้ดวงเคราะห์ทั้งหลายโคจรรอบดวงอาทิตย์ไม่หลุดหนีหายไปไหนเขียนมายาวมากๆเลย ผมชอบอ่านประวัติของนักวิทยาศาสตร์

    ว่าอะไรทำให้เขาสามารถค้นพบกฏธรรมชาติได้ เก่งจริงๆเลย

    จากที่ผมกล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า นิวตัน

    ไม่ได้เก่งได้ด้วยตัวคนเดียว แต่เขาก็อาศัยหลักการของนักวิทยาศาสตร์ท่านอื่นๆเข้ามาร่วเป็นเหตุผลที่นำไปสู่ความสำเร็จได้ ผมชอบคำปรัชญญาอีกคำของนิวตัน เขากล่าวไว้ว่า"ฉันก็เหมือนเด็กน้อยที่เล่นอยู่บนหาดทรายทรายในกำมือของฉันเป็นแค่สิ่งที่ฉันได้ค้นพบ"

     

     

     

     

     

     


ความคิดเห็นที่ 44

25 พ.ค. 2552 08:39
  1. ผมว่า� นิวตัน� ฟันธง


ความคิดเห็นที่ 45

14 ก.ค. 2552 21:05
  1. กาลิเลโอ เพราะ นิวตันโยนappleกาลิเลโปล่อยกระดาษจะ ชอบเพลง...คนน่ารัก ถ้าคนน่ารักโทรมาก็รอแป๊ปนึง(ร้องอีก1รอบ)

ความคิดเห็นที่ 46

20 ก.ค. 2552 18:40
  1. ผมว่ากาลิเลโอนะครับ ผมก็ไม่เเน่ใจเหมือนกัน ผมว่าทั้งสองน่าจะเป็นคนคนพบเหมือนกันนะงับครูถามผมว่า ถ้าเราขยี้กระดาษ2เเผ่น เเล้วให้ผมปล่อยลงชั้น4 ส่วนครูเขาจะปล่อยลงชั้น2 พร้อมกันเเละกระดาษก็มีขนาด-น้ำหนักเท่ากัน อยากทราบว่า จะตกถึงพื้นพร้อมกันหรือไม่


ความคิดเห็นที่ 47

jibjoy12
20 ก.ค. 2552 19:38
  1. น่าจะเป็นกาลิเลโอค้นพบก่อน แล้วนิวตันจึงศึกษแล้วคิดค้นมาเป็นแต่ละกฎมั้งคะ


ความคิดเห็นที่ 48

29 ต.ค. 2552 08:50
  1. นิวตันอาจไม่ได้เห็นเเอปเปิ้ลตกลงมาเเต่เขาเคลื่อนที่ไปหามันเอง


ความคิดเห็นที่ 49

11 พ.ย. 2552 17:39
  1. วัตถุที่หยุดนิ่งสามารถโดยไม่ต้องมีเเรงมากระทำ

ความคิดเห็นที่ 56

27 ก.พ. 2553 18:17
  1. นิวตัน ประวัติ การหล่นของผลแอปเปิลทำให้เกิดคำถามอยู่ในใจของนิวตันว่าแรงของโลกที่ทำให้ผลแอปเปิลหล่นน่าจะเป็นแรงเดียวกันกับแรงที่ “ดึง” ดวงจันทร์เอาไว้ไม่ไปที่อื่นและทำให้เกิดโคจรรอบโลกเป็นวงรี ผลการคำนวณเป็นสิ่งยืนยันความคิดนี้แต่ก็ยังไม่แน่ชัดจนกระทั่งการการเขียนจดหมายโต้ตอบระหว่างนิวตันและโรเบิร์ต ฮุก ที่ทำให้นิวตันมีความมั่นใจและยืนยันหลักการกลศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ได้เต็มที่ ในปีเดียวกันนั้น เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ได้มาเยี่ยมนิวตันเพื่อถกเถียงเกี่ยวกับคำถามเรื่องดาวเคราะห์ ฮัลลเลย์ต้องประหลาดใจที่นิวตันกล่าวว่าแรงกระทำระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ที่ทำให้การวงโคจรรูปวงรีได้นั้นเป็นไปตามกฎกำลังสองที่นิวตันได้พิสูจน์ไว้แล้วนั่นเอง ซึ่งนิวตันได้ส่งเอกสารในเรื่องนี้ไปให้ฮัลเลย์ดูในภายหลังและฮัลเลย์ก็ได้ชักชวนขอให้นิวตันเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น และหลังการเป็นศัตรูคู่ปรปักษ์ระหว่างนิวตันและฮุกมาเป็นเวลานานเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้ค้นพบ “กฎกำลังสอง” แห่งการดึงดูด หนังสือเรื่อง "หลักการคณิตศาสตร์ว่าด้วยปรัชญาธรรมชาติ” of Natural ก็ได้รับการตีพิมพ์ซึ่งเนื้อหาในเล่มอธิบายเรื่องความโน้มถ่วงสากล และเป็นการวางรากฐานของกลศาสตร์ดั้งเดิม (กลศาสตร์คลาสสิก) ผ่านกฎการเคลื่อนที่ ซึ่งนิวตันตั้งขึ้น. นอกจากนี้ นิวตันยังมีชื่อเสียงร่วมกับ กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ ในฐานะที่ต่างเป็นผู้พัฒนาแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์อีกด้วย bugkoon ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 170 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 48 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 17 ส.ค. 2551 (13:12) ขอขคุณมากๆน่ะค่ะ..อยากขอบคุณ/080-257-6635 เเนน (IP:203.118.111.145) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 20 ก.ย. 2551 (11:20) เออทะเลาะกานไปกานมาจะจบไม้เนี่ยไครก็ชั่งเหอะมันมีอยู่เเล้วไครคิดค้นก็ช่างเถอะ คนเลว (IP:58.8.98.103) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 1 พ.ย. 2551 (09:35) อยากทราบว่าเเรงในทางฟิสิกส์คืออะไรช่วยบอดหน่อยดิ่ Aue_kibum@hotmail.com (IP:203.209.124.189) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 10 พ.ย. 2551 (13:00) รักเทอเสมอนะ นาย (IP:203.172.222.121) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 22 พ.ย. 2551 (20:14) นิวตันค่ะ เพราะจากที่เรียนมาน่าจะเปนนิวตันนะค่ะ จากผลเเอปเปิ้ลนั้นละค่ะ mickey (IP:125.25.33.111) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 3 มี.ค. 2552 (10:41) นิวตันอยู่เเล้ว จำได้ว่านิวตันนั่งอยู่เเล้วผลเเอปเปิ้ลตกใส่หัวนิวตันเลยคิดว่าทำไมไม่ลอยขึ้นไป ท่านก็เลยคิดค้นจนได้กฏของเเรงโน้มถ่วงอ่ะค่ะ เเต่ถ้าเป็นกาลิเลโอจะเป็นบิดาเเห่งวิชาดาราศาสตร์นะคะ...เท่าที่จำได้ กฎข้อที่ 1 ของนิวตัน จากการเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ ในชีวิตประจำวัน จะพบว่าวัตถุที่วางนิ่งอยู่บนพื้นราบเรียบจะ อยู่นิ่งต่อไปถ้าไม่ออกแรงกับวัตถุนั้น เช่น ก้อนหินที่วางบนพื้นเฉยๆ และวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ถ้าไม่มีการออกแรงกับวัตถุนั้น หรือออกแรง 2 แรงกับวัตถุนั้นในแรงที่เท่ากัน และทิศตรงข้ามกันแล้ว วัตถุจะยังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่เท่าเดิม เช่น เมื่อเราอยู่ในรถ แล้วรถเกิดเบรกกระทันหัน ทำให้รถหยุดนิ่งอย่างรวดเร็ว นันคือ มีแรงจากการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และแรงเสียดทานในการเบรกในทิศตรงข้ามกัน แต่ตัวเรายังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าแม้รถจะหยุดแล้วก็ตาม กฎข้อที่ 1 ของนิวตัน เรียกอีกอย่างได้ว่า กฎความเฉื่อย กฎข้อที่ 2 ของนิวตัน จากการเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ ในชีวิตประจำวัน จะพบว่า วัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ เมื่อเราออกแรงผลัก หรือ ดึงวัตถุที่เคลื่อนที่อยู่นั้น ความเร็วจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ซึ่งเรียกว่า วัตถุมี ความเร่ง เช่น เมื่อเราขับรถอยู่ แล้วเหยียบคันเร่งให้รถวิงเร็วขึ้น ความเร็วที่เพิ่มขึ้น เกิดจากแรงของรถ ที่เรียกว่า ความเร่งนั้นเอง และขนาดของความเร่งนั้นจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของวัตถุนั้นด้วย โดยถ้า น้ำหนักของวัตถุ 2 วัตถุ เท่ากัน แต่ออกแรงให้วัตถุแต่ละวัตถุไม่เท่ากัน วัตถุที่ถูกออกแรงมากกว่าจะมีความเร่งมากกว่า และ ถ้าออกแรงให้กับวัตถุ 2 วัตถุเท่ากัน ในขณะที่น้ำหนักทั้ง 2 วัตถุ ไม่เท่ากัน วัตถุที่น้ำหนักมากกว่าจะมีความเร่งน้อยกว่า วัตถุที่มีน้ำหนักน้อยกว่า วัตถุที่เคลื่อนที่ตกจากที่สูง จะเคลื่อนที่ด้วยความร่งคงตัว แสดงว่า วัตถุนั้นต้องมีแรงกระทำอยู่ จึงทำให้วัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร่ง แรงที่ทำกับวัตถุนั้น เราเรียกว่า แรงดึงดูดของโลก หรือ แรงโน้มถ่วงของโลก และอาจเรียกได้อีกอย่างว่า น้ำหนักของวัตถุ กฎข้อที่ 3 ของนิวตัน ในชีวิตประจำวันเราพบว่า เมื่อออกแรงกระทำกับวัตถุหนึ่ง วัตถุนั้นจะออกแรงตอบโต้กับแรงที่เรากระทำในทันที เช่น เราสวมรองเท้าสเก็ตแล้วหันหน้าเข้ากำแพง เมื่อเราออกแรงพลักกำแพง ตัวเราจะเคลื่อนที่ออกจากกำแพง นั้นแสดงว่า กำแพงต้องมีแรงกระทำต่อเราด้วย จากตัวอย่างนี้ เราเรียกแรงที่ เรากระทำต่อกำแพงว่า แรงกิริยา และเรียกแรงที่ กำแพงกระทำต่อเราว่า แรงปฏิกิริยา แรงทั้ง 2 นี้เรียกรวมกันว่า แรงคู่กิริยา - ปฏิกิริยา หรือ action - reaction pairs rockandling ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 17 พ.ค. 2552 (12:45) เเต่หนูว่าน่าจะเป็นนิวตัลนะ เพราะหนูอ่านประวัติเขามา เขาบอกว่านิวตัลเป็นคนค้นนพบหนิ จะเป็นกาลิเลโอได้ยังไงอ่ะ งง!! แคช (IP:113.53.79.202) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 17 พ.ค. 2552 (21:15) ขอแสดงความเห็นด้วยคนนะครับ นิวตันกล่าวไว้ว่า "ถ้าฉันมองได้ไกล นั่นก็เป็นเพราะฉันยืนอยู่บนไหล่ของยักษ์ทั้งหลาย" คำพูดนี้แสดงให้เห็นว่า ถ้าไม่มีบุคคลที่ช่างคิดและสังเกตในสมัยก่อนๆ เขาก็ไม่สามารถจะยิ่งใหญ่ได้หรอกครับ ผมชอบคำพูดเขามากๆเลย เป็นปรัชญาจริงๆเลยครับ กาลิเลโอ กาลิเลโอ เป็นนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ที่ล้มล้างทฤษฏีเก่าๆของปราชญ์อริสโตเติล ไม่ใช่เพราะว่าอริสโตเติลไม่เก่ง เขาเป็นคนที่เก่งมากๆในยุคของเขา เขาเป็นนักสังเกตที่ดี แต่เพียงเพราะในยุคนั้น ขาดการทดลองและอุปกรณ์ที่ดีพอ ความรู้ต่างๆจึงเพียงได้จากการสังเกตเท่านั้นเอง แต่ไม่น่าเชื่อว่ายุคของกาลิเลโอกับอริสโตเติลต่างกันเป็น 1000กว่าปี คนยุคก่อนกาลิเลโอยังคงเชื่อทฤษฏีของอริสโตเติลมาตลอด จนได้กาลิเลโอที่มาปฏิวัติลมล้างทฤษฏีต่างๆในทางฟิสิกส์ กาลิเลโอค้นพบหลักของโปรเจคไทล์ (อันนี้ก็ล้มล้างทฤษฏีของอริสโตเติล) ที่ว่าลูกกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงออกไป จะไม่ได้เคลื่อนที่เป็นเส้นตรงและตกลงเมื่อหมดแรงส่ง แต่ลูกกระสุนจะมีความเร็วทั้งในแนวราบและแนวดิ่งที่ต้องคิดแยกออกจากกัน โดยความเร็วในแนวดิ่งจะเคลื่อนที่ด้วยความเร่ง กาลิเลโอยังค้นพบต่อไปว่า วัตถุใดๆที่ตกจากที่สูงเดียวกัน จะถึงพื้นพร้อมกัน ซึ่งก็ล้มล้างทฤษฏีของอริสโตเติลอีก ว่าวัตถุที่หนักกว่าจะถึงพื้นก่อน กาลิเลโอกล่าวไว้ว่า วัตถุที่ตกจากที่สูงระดับเดียวกันจะถึงพื้นพร้อมกัน ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขารู้แล้วว่าวัตถุกำลังมีความเร่ง ไม่ได้เหมือนที่อริสโตเติลกล่าวไว้ว่าวัตถุจะมีความเร็วคงที่เสมอ เขาได้พิสูจน์โดยการทำพื้นเอียงและสมมติการตกของวัตถุในแนวพื้นเอียง เพื่อทำให้เห็นชัดเจนขึ้น โดยเขากังวลว่า จะพิสูจน์ให้คนทั่วไปเห็นได้อย่างไร ในเมื่อปล่อยจากที่สูงมันก็ถึงพื้นใกล้เคียงกัน การปล่อยวัตถุจากพื้นเอียง เสมือนเป็นการสโลโมชั่นการตกของวัตถุในแนวดิ่งนั่นเอง คิดได้ไงเนี๊ย... ทำให้เวลาในการตกถึงพื้นของวัตถุยาวนานขึ้น เขาได้ทำเครื่องหมายต่างๆบนพื้นเอียงและปรับระยะทางกับเวลา ของวัตถุที่เคลื่อนที่ให้สามารถคำนวณหาความสัมพันธ์ได้แบบง่ายๆ (เวลาขณะนั้นจับโดยใช้การหยดของน้ำลงใส่ถัง โดยเทียบเป็นปริมาณน้ำในถังเป็นหน่วย สุดยอด... ) โดยระยะทางของวัตถุที่ปล่อยบนพื้นเอียงเมื่อเทียบกับเวลา 1 หน่วย วัตถุจะวิ่งได้ระยะทางบนพื้นเอียงมากขึ้น หลังจากปล่อยเมื่อเทียบกับเวลา 1 หน่วยเท่ากัน โดยถ้าสมมติถ้าเขาปล่อยให้ลูกบอลกลิ้งได้ 3 เมตร ในเวลา 2 หน่วย และปล่อยให้กลิ้ง 6 เมตร ในเวลา 3 หน่วย ในครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 ปล่อยให้กลิ้งได้ 12 เมตร ในเวลา 4 หน่วย เขาพบความสัมพันธ์ทางตัวเลข ในเวลา 1 หน่วยเท่ากัน ครั้งที่ 1 กับ ครั้งที่ 2 ระยะทางต่างกัน 3 เมตร ครั้งที่ 2 กับ ครั้งที่ 3 ระยะทางต่างกัน 6 เมตร สังเกตได้ว่าในเวลาต่างกัน 1 หน่วยเท่ากัน แต่ลูกบอลวิ่งได้ระยะทางมากขึ้น เมื่อมาลองหาความเร็วเฉลี่ยดู จะพบว่า ความเร็วเฉลี่ยของลูกบอลครั้งแรก = 3/2 =1.5 เมตร/หน่วยเวลา ความเร็วเฉลี่ยของลูกบอลครั้งสอง = 6/3 =2.0 เมตร/หน่วยเวลา ความเร็วเฉลี่ยของลูกบอลครั้งสาม = 12/4 =3.0 เมตร/หน่วยเวลา สังเกตได้ว่ายิ่งปล่อยให้ลูกบอลกลิ้งไปได้ไกลมากขึ้น ความเร็วของลูกบอลจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือวัตถุตกลงด้วยความเร่ง จึงทำให้กาลิเลโอสรุปได้ว่า วัตถุไม่ว่าจะหนักเท่าไร ปล่อยให้กลิ้งจากพื้นเอียงลงมาหรือปล่อยให้ตกจากที่สูงระดับเดียวกัน ด้วยระยะทางเท่ากัน จะใช้เวลาตกถึงพื้นพร้อมกัน และไม่ว่าพื้นเอียงจะเป็นมุมเอียงเท่าไรก็ตาม เมื่อปล่อยจากที่สูงเดียวกัน ลูกบอลก็จะถึงพื้นด้วยความเร็วที่เท่ากันเสมอ และจากความคิดนี้เองได้ถูกนำไปพัฒนาต่อโดยนิวตัน เด็กน้อยที้เกิดมาในปีเดียวกับที่กาลิเลโอเสียชีวิต ผมเคยอ่านเจอหนังสือในห้องสมุดของโรงเรียนกล่าวว่า หลักฐานที่กาลิเลโอปล่อยวัตถุจากหอเอนปิซาในเมืองบ้านเกิดของเขา บ้างหลักฐานก็ว่าไม่ได้ทำจริง บ้างก็ว่าแต่งขึ้นเพื่ออรรถรส เขากล่าวว่ากาลิเลโอไม่จำเป็นต้องทดลองเรื่องนี้ เพราะเขาได้ทำกับพื้นเอียงของกาลิเลโอแล้ว ผมชอบการทดลองของกาลิเลโอที่ทำบนเสากระโดงเรือ โดยเขาให้ลูกเรือยืนอยู่บนเสากระโดงเรือแล้วปล่อยให้วัตถุตกลงมา เขาพบว่าวัตถุที่ตกลงมาจะไม่ตกลงไปหลังเสากระโดงเรือเพราะ วัตถุมีการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าพร้อมๆกับเรือ หรือพูดง่ายๆว่า วัตถุมีความเร็วในแนวราบเท่ากับเรือ วัตถุจะตกกลับมาที่เดิมตรงโคนเสากระโดง สุดยอดเลยครับ ชอบมากๆ นิวตัน ได้นำหลักการของกาลิเลโอมาใช้ในการคำนวณและหาเหตุผลต่อไป ด้วยว่าทำไมลูกแอปเปิ้ลถึงไม่หลุดออกไปนอกโลก และทำไมดวงจันทร์ถึงไม่พุ่งตกลงมาเหมือนลูกแอปเปิล จากเหตุผลทั้งหมดที่เขาสงสัย เขาก็ค้นพบหลักการเคลื่อนที่ของวัตถุในเอกภพ และกฏของความโน้มถ่วง สรุปออกมาในหนังสือ พรินซีเพีย นั่นแหละครับ นิวตันเก่งมากๆเลย แอปเปิลที่ตกลงมาสู่โลก เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกที่กระทำกับแอปเปิล ดวงจันทร์ที่ไม่ตกลงมาบนโลก ก็จะต้องมีแรงดึงดูดกันและกัน แต่เพราะดวงจันทร์มีขนาดที่ใหญ่กว่าลูกแอปเปิลมากๆ แรงที่โลกดึงดูดดวงจันทร์ จะเท่ากับแรงที่ดวงจันทร์ดึงดูดโลกไว้ ดาวเคราะห์ทั้งหลายที่โคจรรอบๆดวงอาทิตย์ได้ ก็อธิบายได้ด้วยหลักการเดียวกัน หลักของเคปเลอร์ ที่เจ้าตัวเอง ก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมระยะทางเฉลี่ยจากดวงเคราะห์ ถึงดวงอาทิตย์ยกกำลังสามจะแปรตามค่ายกกำลังสอง ของเวลาที่ดาวเคราะห์หมุนรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ เคปเลอร์ได้แต่เก็บรวบรวมข้อมูลจากไทโคบราห์(อาจารย์เขามั้ง) และสรุปคำนวณออกมาตามที่เขาคิดได้ตอนนั้น แต่หาเหตุผลไม่ได้ว่าเพราะทำไม นี่เลยครับ นิวตัน เป็นคนไขความลับทั้งมวล หลังจากเคปเลอร์ตายไปนานเกือบ 50 ปี ดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ได้ เพราะมีแรงสู่ศูนย์กลาง แรงดึงดูดระหว่างมวลนี่เองที่ทำหน้าที่เป็นแรงสู่ศูนย์กลาง และทำให้ดวงเคราะห์ทั้งหลายโคจรรอบดวงอาทิตย์ไม่หลุดหนีหายไปไหน เขียนมายาวมากๆเลย ผมชอบอ่านประวัติของนักวิทยาศาสตร์ ว่าอะไรทำให้เขาสามารถค้นพบกฏธรรมชาติได้ เก่งจริงๆเลย จากที่ผมกล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า นิวตัน ไม่ได้เก่งได้ด้วยตัวคนเดียว แต่เขาก็อาศัยหลักการของนักวิทยาศาสตร์ท่านอื่นๆเข้ามาร่วเป็นเหตุผลที่นำไปสู่ความสำเร็จได้ ผมชอบคำปรัชญญาอีกคำของนิวตัน เขากล่าวไว้ว่า "ฉันก็เหมือนเด็กน้อยที่เล่นอยู่บนหาดทราย ทรายในกำมือของฉันเป็นแค่สิ่งที่ฉันได้ค้นพบ" teerapongxx ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 497 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 66 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 25 พ.ค. 2552 (08:39) ผมว่า นิวตัน ฟันธง nook (IP:203.172.180.226) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 14 ก.ค. 2552 (21:05) กาลิเลโอ เพราะ นิวตันโยนappleกาลิเลโปล่อยกระดาษจะ ชอบเพลง...คนน่ารัก ถ้าคนน่ารักโทรมาก็รอแป๊ปนึง(ร้องอีก1รอบ) milk (IP:61.90.122.223) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 20 ก.ค. 2552 (18:40) ผมว่ากาลิเลโอนะครับ ผมก็ไม่เเน่ใจเหมือนกัน ผมว่าทั้งสองน่าจะเป็นคนคนพบเหมือนกันนะงับ ครูถามผมว่า ถ้าเราขยี้กระดาษ2เเผ่น เเล้วให้ผมปล่อยลงชั้น4 ส่วนครูเขาจะปล่อยลงชั้น2 พร้อมกันเเละกระดาษก็มีขนาด-น้ำหนักเท่ากัน อยากทราบว่า จะตกถึงพื้นพร้อมกันหรือไม่ JoKeR_GamG_@hotmail.com (IP:117.47.56.180) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 20 ก.ค. 2552 (19:38) น่าจะเป็นกาลิเลโอค้นพบก่อน แล้วนิวตันจึงศึกษแล้วคิดค้นมาเป็นแต่ละกฎมั้งคะ jibjoy12 ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 29 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 29 ต.ค. 2552 (08:50) นิวตันอาจไม่ได้เห็นเเอปเปิ้ลตกลงมาเเต่เขาเคลื่อนที่ไปหามันเอง khamsa@sanook.com (IP:118.175.14.182) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 11 พ.ย. 2552 (17:39) วัตถุที่หยุดนิ่งสามารถโดยไม่ต้องมีเเรงมากระทำ โม/momo_cvc@hotmail.com (IP:222.123.183.71) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 23 พ.ย. 2552 (10:51) นิวตัลมากกว่านะงับ เพราะว่าผมเคยอ่านมาบ้างแววงับ นิวตัลฟันธง งง earth (IP:125.24.202.83) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 10 ธ.ค. 2552 (20:24) ผลดีของแรงโน้มถ่วงของโลก kikkakkak_02705@hotmail.com (IP:125.24.1.35) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 13 ม.ค. 2553 (15:25) กาลิเลโอกับกาลิเลอีเค้ามีความสัมพันธ์กันอย่างไรและทั้งสองคนเค้าถุกกันรึเปล่า bam/angelyou2@hotmail.com (IP:124.121.130.88) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 2 ก.พ. 2553 (07:30) นิวตัน ประวัติ การหล่นของผลแอปเปิลทำให้เกิดคำถามอยู่ในใจของนิวตันว่าแรงของโลกที่ทำให้ผลแอปเปิลหล่นน่าจะเป็นแรงเดียวกันกับแรงที่ “ดึง” ดวงจันทร์เอาไว้ไม่ไปที่อื่นและทำให้เกิดโคจรรอบโลกเป็นวงรี ผลการคำนวณเป็นสิ่งยืนยันความคิดนี้แต่ก็ยังไม่แน่ชัดจนกระทั่งการการเขียนจดหมายโต้ตอบระหว่างนิวตันและโรเบิร์ต ฮุก ที่ทำให้นิวตันมีความมั่นใจและยืนยันหลักการกลศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ได้เต็มที่ ในปีเดียวกันนั้น เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ได้มาเยี่ยมนิวตันเพื่อถกเถียงเกี่ยวกับคำถามเรื่องดาวเคราะห์ ฮัลลเลย์ต้องประหลาดใจที่นิวตันกล่าวว่าแรงกระทำระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ที่ทำให้การวงโคจรรูปวงรีได้นั้นเป็นไปตามกฎกำลังสองที่นิวตันได้พิสูจน์ไว้แล้วนั่นเอง ซึ่งนิวตันได้ส่งเอกสารในเรื่องนี้ไปให้ฮัลเลย์ดูในภายหลังและฮัลเลย์ก็ได้ชักชวนขอให้นิวตันเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น และหลังการเป็นศัตรูคู่ปรปักษ์ระหว่างนิวตันและฮุกมาเป็นเวลานานเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้ค้นพบ “กฎกำลังสอง” แห่งการดึงดูด หนังสือเรื่อง "หลักการคณิตศาสตร์ว่าด้วยปรัชญาธรรมชาติ” of Natural ก็ได้รับการตีพิมพ์ซึ่งเนื้อหาในเล่มอธิบายเรื่องความโน้มถ่วงสากล และเป็นการวางรากฐานของกลศาสตร์ดั้งเดิม (กลศาสตร์คลาสสิก) ผ่านกฎการเคลื่อนที่ ซึ่งนิวตันตั้งขึ้น. นอกจากนี้ นิวตันยังมีชื่อเสียงร่วมกับ กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ ในฐานะที่ต่างเป็นผู้พัฒนาแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์อีกด้วย กาน (IP:124.120.63.35) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 2 ก.พ. 2553 (07:32) นิวตัน ประวัติ การหล่นของผลแอปเปิลทำให้เกิดคำถามอยู่ในใจของนิวตันว่าแรงของโลกที่ทำให้ผลแอปเปิลหล่นน่าจะเป็นแรงเดียวกันกับแรงที่ “ดึง” ดวงจันทร์เอาไว้ไม่ไปที่อื่นและทำให้เกิดโคจรรอบโลกเป็นวงรี ผลการคำนวณเป็นสิ่งยืนยันความคิดนี้แต่ก็ยังไม่แน่ชัดจนกระทั่งการการเขียนจดหมายโต้ตอบระหว่างนิวตันและโรเบิร์ต ฮุก ที่ทำให้นิวตันมีความมั่นใจและยืนยันหลักการกลศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ได้เต็มที่ ในปีเดียวกันนั้น เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ได้มาเยี่ยมนิวตันเพื่อถกเถียงเกี่ยวกับคำถามเรื่องดาวเคราะห์ ฮัลลเลย์ต้องประหลาดใจที่นิวตันกล่าวว่าแรงกระทำระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ที่ทำให้การวงโคจรรูปวงรีได้นั้นเป็นไปตามกฎกำลังสองที่นิวตันได้พิสูจน์ไว้แล้วนั่นเอง ซึ่งนิวตันได้ส่งเอกสารในเรื่องนี้ไปให้ฮัลเลย์ดูในภายหลังและฮัลเลย์ก็ได้ชักชวนขอให้นิวตันเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น และหลังการเป็นศัตรูคู่ปรปักษ์ระหว่างนิวตันและฮุกมาเป็นเวลานานเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้ค้นพบ “กฎกำลังสอง” แห่งการดึงดูด หนังสือเรื่อง "หลักการคณิตศาสตร์ว่าด้วยปรัชญาธรรมชาติ” of Natural ก็ได้รับการตีพิมพ์ซึ่งเนื้อหาในเล่มอธิบายเรื่องความโน้มถ่วงสากล และเป็นการวางรากฐานของกลศาสตร์ดั้งเดิม (กลศาสตร์คลาสสิก) ผ่านกฎการเคลื่อนที่ ซึ่งนิวตันตั้งขึ้น. นอกจากนี้ นิวตันยังมีชื่อเสียงร่วมกับ กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ ในฐานะที่ต่างเป็นผู้พัฒนาแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์อีกด้วย นิวตัน ประวัติ การหล่นของผลแอปเปิลทำให้เกิดคำถามอยู่ในใจของนิวตันว่าแรงของโลกที่ทำให้ผลแอปเปิลหล่นน่าจะเป็นแรงเดียวกันกับแรงที่ “ดึง” ดวงจันทร์เอาไว้ไม่ไปที่อื่นและทำให้เกิดโคจรรอบโลกเป็นวงรี ผลการคำนวณเป็นสิ่งยืนยันความคิดนี้แต่ก็ยังไม่แน่ชัดจนกระทั่งการการเขียนจดหมายโต้ตอบระหว่างนิวตันและโรเบิร์ต ฮุก ที่ทำให้นิวตันมีความมั่นใจและยืนยันหลักการกลศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ได้เต็มที่ ในปีเดียวกันนั้น เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ได้มาเยี่ยมนิวตันเพื่อถกเถียงเกี่ยวกับคำถามเรื่องดาวเคราะห์ ฮัลลเลย์ต้องประหลาดใจที่นิวตันกล่าวว่าแรงกระทำระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ที่ทำให้การวงโคจรรูปวงรีได้นั้นเป็นไปตามกฎกำลังสองที่นิวตันได้พิสูจน์ไว้แล้วนั่นเอง ซึ่งนิวตันได้ส่งเอกสารในเรื่องนี้ไปให้ฮัลเลย์ดูในภายหลังและฮัลเลย์ก็ได้ชักชวนขอให้นิวตันเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น และหลังการเป็นศัตรูคู่ปรปักษ์ระหว่างนิวตันและฮุกมาเป็นเวลานานเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้ค้นพบ “กฎกำลังสอง” แห่งการดึงดูด หนังสือเรื่อง "หลักการคณิตศาสตร์ว่าด้วยปรัชญาธรรมชาติ” of Natural ก็ได้รับการตีพิมพ์ซึ่งเนื้อหาในเล่มอธิบายเรื่องความโน้มถ่วงสากล และเป็นการวางรากฐานของกลศาสตร์ดั้งเดิม (กลศาสตร์คลาสสิก) ผ่านกฎการเคลื่อนที่ ซึ่งนิวตันตั้งขึ้น. นอกจากนี้ นิวตันยังมีชื่อเสียงร่วมกับ กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ ในฐานะที่ต่างเป็นผู้พัฒนาแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์อีกด้วย นิวตัน ประวัติ การหล่นของผลแอปเปิลทำให้เกิดคำถามอยู่ในใจของนิวตันว่าแรงของโลกที่ทำให้ผลแอปเปิลหล่นน่าจะเป็นแรงเดียวกันกับแรงที่ “ดึง” ดวงจันทร์เอาไว้ไม่ไปที่อื่นและทำให้เกิดโคจรรอบโลกเป็นวงรี ผลการคำนวณเป็นสิ่งยืนยันความคิดนี้แต่ก็ยังไม่แน่ชัดจนกระทั่งการการเขียนจดหมายโต้ตอบระหว่างนิวตันและโรเบิร์ต ฮุก ที่ทำให้นิวตันมีความมั่นใจและยืนยันหลักการกลศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ได้เต็มที่ ในปีเดียวกันนั้น เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ได้มาเยี่ยมนิวตันเพื่อถกเถียงเกี่ยวกับคำถามเรื่องดาวเคราะห์ ฮัลลเลย์ต้องประหลาดใจที่นิวตันกล่าวว่าแรงกระทำระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ที่ทำให้การวงโคจรรูปวงรีได้นั้นเป็นไปตามกฎกำลังสองที่นิวตันได้พิสูจน์ไว้แล้วนั่นเอง ซึ่งนิวตันได้ส่งเอกสารในเรื่องนี้ไปให้ฮัลเลย์ดูในภายหลังและฮัลเลย์ก็ได้ชักชวนขอให้นิวตันเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น และหลังการเป็นศัตรูคู่ปรปักษ์ระหว่างนิวตันและฮุกมาเป็นเวลานานเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้ค้นพบ “กฎกำลังสอง” แห่งการดึงดูด หนังสือเรื่อง "หลักการคณิตศาสตร์ว่าด้วยปรัชญาธรรมชาติ” of Natural ก็ได้รับการตีพิมพ์ซึ่งเนื้อหาในเล่มอธิบายเรื่องความโน้มถ่วงสากล และเป็นการวางรากฐานของกลศาสตร์ดั้งเดิม (กลศาสตร์คลาสสิก) ผ่านกฎการเคลื่อนที่ ซึ่งนิวตันตั้งขึ้น. นอกจากนี้ นิวตันยังมีชื่อเสียงร่วมกับ กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ ในฐานะที่ต่างเป็นผู้พัฒนาแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์อีกด้วยนิวตัน ประวัติ การหล่นของผลแอปเปิลทำให้เกิดคำถามอยู่ในใจของนิวตันว่าแรงของโลกที่ทำให้ผลแอปเปิลหล่นน่าจะเป็นแรงเดียวกันกับแรงที่ “ดึง” ดวงจันทร์เอาไว้ไม่ไปที่อื่นและทำให้เกิดโคจรรอบโลกเป็นวงรี ผลการคำนวณเป็นสิ่งยืนยันความคิดนี้แต่ก็ยังไม่แน่ชัดจนกระทั่งการการเขียนจดหมายโต้ตอบระหว่างนิวตันและโรเบิร์ต ฮุก ที่ทำให้นิวตันมีความมั่นใจและยืนยันหลักการกลศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ได้เต็มที่ ในปีเดียวกันนั้น เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ได้มาเยี่ยมนิวตันเพื่อถกเถียงเกี่ยวกับคำถามเรื่องดาวเคราะห์ ฮัลลเลย์ต้องประหลาดใจที่นิวตันกล่าวว่าแรงกระทำระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ที่ทำให้การวงโคจรรูปวงรีได้นั้นเป็นไปตามกฎกำลังสองที่นิวตันได้พิสูจน์ไว้แล้วนั่นเอง ซึ่งนิวตันได้ส่งเอกสารในเรื่องนี้ไปให้ฮัลเลย์ดูในภายหลังและฮัลเลย์ก็ได้ชักชวนขอให้นิวตันเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น และหลังการเป็นศัตรูคู่ปรปักษ์ระหว่างนิวตันและฮุกมาเป็นเวลานานเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้ค้นพบ “กฎกำลังสอง” แห่งการดึงดูด หนังสือเรื่อง "หลักการคณิตศาสตร์ว่าด้วยปรัชญาธรรมชาติ” of Natural ก็ได้รับการตีพิมพ์ซึ่งเนื้อหาในเล่มอธิบายเรื่องความโน้มถ่วงสากล และเป็นการวางรากฐานของกลศาสตร์ดั้งเดิม (กลศาสตร์คลาสสิก) ผ่านกฎการเคลื่อนที่ ซึ่งนิวตันตั้งขึ้น. นอกจากนี้ นิวตันยังมีชื่อเสียงร่วมกับ กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ ในฐานะที่ต่างเป็นผู้พัฒนาแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์อีกด้วย นิวตัน ประวัติ การหล่นของผลแอปเปิลทำให้เกิดคำถามอยู่ในใจของนิวตันว่าแรงของโลกที่ทำให้ผลแอปเปิลหล่นน่าจะเป็นแรงเดียวกันกับแรงที่ “ดึง” ดวงจันทร์เอาไว้ไม่ไปที่อื่นและทำให้เกิดโคจรรอบโลกเป็นวงรี ผลการคำนวณเป็นสิ่งยืนยันความคิดนี้แต่ก็ยังไม่แน่ชัดจนกระทั่งการการเขียนจดหมายโต้ตอบระหว่างนิวตันและโรเบิร์ต ฮุก ที่ทำให้นิวตันมีความมั่นใจและยืนยันหลักการกลศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ได้เต็มที่ ในปีเดียวกันนั้น เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ได้มาเยี่ยมนิวตันเพื่อถกเถียงเกี่ยวกับคำถามเรื่องดาวเคราะห์ ฮัลลเลย์ต้องประหลาดใจที่นิวตันกล่าวว่าแรงกระทำระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ที่ทำให้การวงโคจรรูปวงรีได้นั้นเป็นไปตามกฎกำลังสองที่นิวตันได้พิสูจน์ไว้แล้วนั่นเอง ซึ่งนิวตันได้ส่งเอกสารในเรื่องนี้ไปให้ฮัลเลย์ดูในภายหลังและฮัลเลย์ก็ได้ชักชวนขอให้นิวตันเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น และหลังการเป็นศัตรูคู่ปรปักษ์ระหว่างนิวตันและฮุกมาเป็นเวลานานเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้ค้นพบ “กฎกำลังสอง” แห่งการดึงดูด หนังสือเรื่อง "หลักการคณิตศาสตร์ว่าด้วยปรัชญาธรรมชาติ” of Natural ก็ได้รับการตีพิมพ์ซึ่งเนื้อหาในเล่มอธิบายเรื่องความโน้มถ่วงสากล และเป็นการวางรากฐานของกลศาสตร์ดั้งเดิม (กลศาสตร์คลาสสิก) ผ่านกฎการเคลื่อนที่ ซึ่งนิวตันตั้งขึ้น. นอกจากนี้ นิวตันยังมีชื่อเสียงร่วมกับ กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ ในฐานะที่ต่างเป็นผู้พัฒนาแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์อีกด้วย นิวตัน ประวัติ การหล่นของผลแอปเปิลทำให้เกิดคำถามอยู่ในใจของนิวตันว่าแรงของโลกที่ทำให้ผลแอปเปิลหล่นน่าจะเป็นแรงเดียวกันกับแรงที่ “ดึง” ดวงจันทร์เอาไว้ไม่ไปที่อื่นและทำให้เกิดโคจรรอบโลกเป็นวงรี ผลการคำนวณเป็นสิ่งยืนยันความคิดนี้แต่ก็ยังไม่แน่ชัดจนกระทั่งการการเขียนจดหมายโต้ตอบระหว่างนิวตันและโรเบิร์ต ฮุก ที่ทำให้นิวตันมีความมั่นใจและยืนยันหลักการกลศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ได้เต็มที่ ในปีเดียวกันนั้น เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ได้มาเยี่ยมนิวตันเพื่อถกเถียงเกี่ยวกับคำถามเรื่องดาวเคราะห์ ฮัลลเลย์ต้องประหลาดใจที่นิวตันกล่าวว่าแรงกระทำระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ที่ทำให้การวงโคจรรูปวงรีได้นั้นเป็นไปตามกฎกำลังสองที่นิวตันได้พิสูจน์ไว้แล้วนั่นเอง ซึ่งนิวตันได้ส่งเอกสารในเรื่องนี้ไปให้ฮัลเลย์ดูในภายหลังและฮัลเลย์ก็ได้ชักชวนขอให้นิวตันเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น และหลังการเป็นศัตรูคู่ปรปักษ์ระหว่างนิวตันและฮุกมาเป็นเวลานานเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้ค้นพบ “กฎกำลังสอง” แห่งการดึงดูด หนังสือเรื่อง "หลักการคณิตศาสตร์ว่าด้วยปรัชญาธรรมชาติ” of Natural ก็ได้รับการตีพิมพ์ซึ่งเนื้อหาในเล่มอธิบายเรื่องความโน้มถ่วงสากล และเป็นการวางรากฐานของกลศาสตร์ดั้งเดิม (กลศาสตร์คลาสสิก) ผ่านกฎการเคลื่อนที่ ซึ่งนิวตันตั้งขึ้น. นอกจากนี้ นิวตันยังมีชื่อเสียงร่วมกับ กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ ในฐานะที่ต่างเป็นผู้พัฒนาแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์อีกด้วย นิวตัน ประวัติ การหล่นของผลแอปเปิลทำให้เกิดคำถามอยู่ในใจของนิวตันว่าแรงของโลกที่ทำให้ผลแอปเปิลหล่นน่าจะเป็นแรงเดียวกันกับแรงที่ “ดึง” ดวงจันทร์เอาไว้ไม่ไปที่อื่นและทำให้เกิดโคจรรอบโลกเป็นวงรี ผลการคำนวณเป็นสิ่งยืนยันความคิดนี้แต่ก็ยังไม่แน่ชัดจนกระทั่งการการเขียนจดหมายโต้ตอบระหว่างนิวตันและโรเบิร์ต ฮุก ที่ทำให้นิวตันมีความมั่นใจและยืนยันหลักการกลศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ได้เต็มที่ ในปีเดียวกันนั้น เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ได้มาเยี่ยมนิวตันเพื่อถกเถียงเกี่ยวกับคำถามเรื่องดาวเคราะห์ ฮัลลเลย์ต้องประหลาดใจที่นิวตันกล่าวว่าแรงกระทำระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ที่ทำให้การวงโคจรรูปวงรีได้นั้นเป็นไปตามกฎกำลังสองที่นิวตันได้พิสูจน์ไว้แล้วนั่นเอง ซึ่งนิวตันได้ส่งเอกสารในเรื่องนี้ไปให้ฮัลเลย์ดูในภายหลังและฮัลเลย์ก็ได้ชักชวนขอให้นิวตันเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น และหลังการเป็นศัตรูคู่ปรปักษ์ระหว่างนิวตันและฮุกมาเป็นเวลานานเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้ค้นพบ “กฎกำลังสอง” แห่งการดึงดูด หนังสือเรื่อง "หลักการคณิตศาสตร์ว่าด้วยปรัชญาธรรมชาติ” of Natural ก็ได้รับการตีพิมพ์ซึ่งเนื้อหาในเล่มอธิบายเรื่องความโน้มถ่วงสากล และเป็นการวางรากฐานของกลศาสตร์ดั้งเดิม (กลศาสตร์คลาสสิก) ผ่านกฎการเคลื่อนที่ ซึ่งนิวตันตั้งขึ้น. นอกจากนี้ นิวตันยังมีชื่อเสียงร่วมกับ กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ ในฐานะที่ต่างเป็นผู้พัฒนาแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์อีกด้วย นิวตัน ประวัติ การหล่นของผลแอปเปิลทำให้เกิดคำถามอยู่ในใจของนิวตันว่าแรงของโลกที่ทำให้ผลแอปเปิลหล่นน่าจะเป็นแรงเดียวกันกับแรงที่ “ดึง” ดวงจันทร์เอาไว้ไม่ไปที่อื่นและทำให้เกิดโคจรรอบโลกเป็นวงรี ผลการคำนวณเป็นสิ่งยืนยันความคิดนี้แต่ก็ยังไม่แน่ชัดจนกระทั่งการการเขียนจดหมายโต้ตอบระหว่างนิวตันและโรเบิร์ต ฮุก ที่ทำให้นิวตันมีความมั่นใจและยืนยันหลักการกลศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ได้เต็มที่ ในปีเดียวกันนั้น เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ได้มาเยี่ยมนิวตันเพื่อถกเถียงเกี่ยวกับคำถามเรื่องดาวเคราะห์ ฮัลลเลย์ต้องประหลาดใจที่นิวตันกล่าวว่าแรงกระทำระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ที่ทำให้การวงโคจรรูปวงรีได้นั้นเป็นไปตามกฎกำลังสองที่นิวตันได้พิสูจน์ไว้แล้วนั่นเอง ซึ่งนิวตันได้ส่งเอกสารในเรื่องนี้ไปให้ฮัลเลย์ดูในภายหลังและฮัลเลย์ก็ได้ชักชวนขอให้นิวตันเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น และหลังการเป็นศัตรูคู่ปรปักษ์ระหว่างนิวตันและฮุกมาเป็นเวลานานเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้ค้นพบ “กฎกำลังสอง” แห่งการดึงดูด หนังสือเรื่อง "หลักการคณิตศาสตร์ว่าด้วยปรัชญาธรรมชาติ” of Natural ก็ได้รับการตีพิมพ์ซึ่งเนื้อหาในเล่มอธิบายเรื่องความโน้มถ่วงสากล และเป็นการวางรากฐานของกลศาสตร์ดั้งเดิม (กลศาสตร์คลาสสิก) ผ่านกฎการเคลื่อนที่ ซึ่งนิวตันตั้งขึ้น. นอกจากนี้ นิวตันยังมีชื่อเสียงร่วมกับ กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ ในฐานะที่ต่างเป็นผู้พัฒนาแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์อีกด้วย นิวตัน ประวัติ การหล่นของผลแอปเปิลทำให้เกิดคำถามอยู่ในใจของนิวตันว่าแรงของโลกที่ทำให้ผลแอปเปิลหล่นน่าจะเป็นแรงเดียวกันกับแรงที่ “ดึง” ดวงจันทร์เอาไว้ไม่ไปที่อื่นและทำให้เกิดโคจรรอบโลกเป็นวงรี ผลการคำนวณเป็นสิ่งยืนยันความคิดนี้แต่ก็ยังไม่แน่ชัดจนกระทั่งการการเขียนจดหมายโต้ตอบระหว่างนิวตันและโรเบิร์ต ฮุก ที่ทำให้นิวตันมีความมั่นใจและยืนยันหลักการกลศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ได้เต็มที่ ในปีเดียวกันนั้น เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ได้มาเยี่ยมนิวตันเพื่อถกเถียงเกี่ยวกับคำถามเรื่องดาวเคราะห์ ฮัลลเลย์ต้องประห

ความคิดเห็นที่ 59

22 ธ.ค. 2553 16:31
  1. มีคนบอกว่ากฏไม่สามารถล้มล้างได้ แต่ทำไม อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสย์ที่ได้การยอมรับจากคนทั่วโลก จะล้มล้างกฏของนิวตัน

ความคิดเห็นที่ 60

22 ธ.ค. 2553 16:32
  1. มีคนบอกว่ากฏไม่สามารถล้มล้างได้ แต่ทำไม อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสย์ที่ได้การยอมรับจากคนทั่วโลก จะล้มล้างกฏของนิวตัน

ความคิดเห็นที่ 61

4 ก.พ. 2554 20:22
  1. ในขณะที่ยังไม่มีความรู้เรื่องแรงโน้มถ่วงนั้น กาลิเลโอไม่สนใจที่จะอธิบายว่า "ทำไมวัตถุถึงตกลงสู่พื้นดิน ?" แต่สนใจคำถามที่ว่า "เมื่อมันตกแล้ว มันจะถึงพื้นภายในเวลาเท่าใด ?" เวลาต่อมา ไอแซก นิวตันได้ต่อเติมรากฐานและระบบระเบียบของแนวคิดเหล่านี้

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น