ใครเป็นผู้คิดค้นเเรงโน้มถ่วงของโลกกาลิเลโอ หรือ นิวตัน

เออ...........ใครครับ


ความคิดเห็นที่ 42 

แคช (Guest)
17 พ.ค. 2552 12:45
  1. เเต่หนูว่าน่าจะเป็นนิวตัลนะ

    เพราะหนูอ่านประวัติเขามา


    เขาบอกว่านิวตัลเป็นคนค้นนพบหนิ


    จะเป็นกาลิเลโอได้ยังไงอ่ะ


    งง!!




ความคิดเห็นที่ 27

หยก (Guest)
12 มิ.ย. 2551 17:36
  1. กาลิเลโอจา  ^-^



ความคิดเห็นที่ 35

bugkoon
13 ส.ค. 2551 20:18
  1. นิวตัน
    ประวัติ การหล่นของผลแอปเปิลทำให้เกิดคำถามอยู่ในใจของนิวตันว่าแรงของโลกที่ทำให้ผลแอปเปิลหล่นน่าจะเป็นแรงเดียวกันกับแรงที่ “ดึง” ดวงจันทร์เอาไว้ไม่ไปที่อื่นและทำให้เกิดโคจรรอบโลกเป็นวงรี ผลการคำนวณเป็นสิ่งยืนยันความคิดนี้แต่ก็ยังไม่แน่ชัดจนกระทั่งการการเขียนจดหมายโต้ตอบระหว่างนิวตันและโรเบิร์ต ฮุก ที่ทำให้นิวตันมีความมั่นใจและยืนยันหลักการกลศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ได้เต็มที่ ในปีเดียวกันนั้น เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ได้มาเยี่ยมนิวตันเพื่อถกเถียงเกี่ยวกับคำถามเรื่องดาวเคราะห์ ฮัลลเลย์ต้องประหลาดใจที่นิวตันกล่าวว่าแรงกระทำระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ที่ทำให้การวงโคจรรูปวงรีได้นั้นเป็นไปตามกฎกำลังสองที่นิวตันได้พิสูจน์ไว้แล้วนั่นเอง ซึ่งนิวตันได้ส่งเอกสารในเรื่องนี้ไปให้ฮัลเลย์ดูในภายหลังและฮัลเลย์ก็ได้ชักชวนขอให้นิวตันเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น และหลังการเป็นศัตรูคู่ปรปักษ์ระหว่างนิวตันและฮุกมาเป็นเวลานานเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้ค้นพบ “กฎกำลังสอง” แห่งการดึงดูด หนังสือเรื่อง "หลักการคณิตศาสตร์ว่าด้วยปรัชญาธรรมชาติ” of Natural  ก็ได้รับการตีพิมพ์ซึ่งเนื้อหาในเล่มอธิบายเรื่องความโน้มถ่วงสากล และเป็นการวางรากฐานของกลศาสตร์ดั้งเดิม (กลศาสตร์คลาสสิก) ผ่านกฎการเคลื่อนที่ ซึ่งนิวตันตั้งขึ้น. นอกจากนี้ นิวตันยังมีชื่อเสียงร่วมกับ กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ ในฐานะที่ต่างเป็นผู้พัฒนาแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์อีกด้วย




ความคิดเห็นที่ 25

แขชนะ vcharkarn vteam
11 ก.พ. 2551 17:56
  1. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 มีความขัดแย้ง ไม่ถูกต้องอยู่ในตัว
    .......เพิ่มน่ะการที่กาลิเลโอทำลายทฤษฎีของอริสโตเติลได้เพราะไปทำการทดลองที่หอเอียงอ่ะเเล้วปล่อยลูกกลมลักษณะเหมือนกันอีกอันทำจากเหล็กอีกอันทำจากไม้ผลคือตกพร้อมกัน...



    คล้ายๆๆกับการที่เอากระดาษ2เเผ่น เเผ่นหนึ่งขยัมเเล้วปล่อยกับอีกเเผ่นปล่อยธรรมดา



    >>>>>



    กรณีนี้ กระดาษที่ถูกขยำเป็นก้อนจะตกถึงพื้นก่อนกระดาษธรรมดา เนื่องจากแรงต้านทานของอากาศที่กระทำบนกระดาษเปล่าจะมีมากกว่า โดยที่ถือว่ากระดาษทั้งสองมีมวลเท่ากัน




ความคิดเห็นที่ 41

rockandling
3 มี.ค. 2552 10:41
  1. นิวตันอยู่เเล้ว
    จำได้ว่านิวตันนั่งอยู่เเล้วผลเเอปเปิ้ลตกใส่หัวนิวตันเลยคิดว่าทำไมไม่ลอยขึ้นไป
    ท่านก็เลยคิดค้นจนได้กฏของเเรงโน้มถ่วงอ่ะค่ะ
    เเต่ถ้าเป็นกาลิเลโอจะเป็นบิดาเเห่งวิชาดาราศาสตร์นะคะ...เท่าที่จำได้
    กฎข้อที่ 1 ของนิวตัน
    จากการเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ ในชีวิตประจำวัน จะพบว่าวัตถุที่วางนิ่งอยู่บนพื้นราบเรียบจะ อยู่นิ่งต่อไปถ้าไม่ออกแรงกับวัตถุนั้น เช่น
    ก้อนหินที่วางบนพื้นเฉยๆ และวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ถ้าไม่มีการออกแรงกับวัตถุนั้น หรือออกแรง 2 แรงกับวัตถุนั้นในแรงที่เท่ากัน
    และทิศตรงข้ามกันแล้ว วัตถุจะยังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่เท่าเดิม เช่น เมื่อเราอยู่ในรถ แล้วรถเกิดเบรกกระทันหัน
    ทำให้รถหยุดนิ่งอย่างรวดเร็ว นันคือ มีแรงจากการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และแรงเสียดทานในการเบรกในทิศตรงข้ามกัน
    แต่ตัวเรายังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าแม้รถจะหยุดแล้วก็ตาม กฎข้อที่ 1 ของนิวตัน เรียกอีกอย่างได้ว่า กฎความเฉื่อย
    กฎข้อที่ 2 ของนิวตัน
    จากการเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ ในชีวิตประจำวัน จะพบว่า วัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ เมื่อเราออกแรงผลัก หรือ ดึงวัตถุที่เคลื่อนที่อยู่นั้น ความเร็วจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ซึ่งเรียกว่า วัตถุมี ความเร่ง เช่น เมื่อเราขับรถอยู่ แล้วเหยียบคันเร่งให้รถวิงเร็วขึ้น ความเร็วที่เพิ่มขึ้น เกิดจากแรงของรถ ที่เรียกว่า
    ความเร่งนั้นเอง และขนาดของความเร่งนั้นจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของวัตถุนั้นด้วย โดยถ้า น้ำหนักของวัตถุ 2 วัตถุ เท่ากัน แต่ออกแรงให้วัตถุแต่ละวัตถุไม่เท่ากัน วัตถุที่ถูกออกแรงมากกว่าจะมีความเร่งมากกว่า และ
    ถ้าออกแรงให้กับวัตถุ 2 วัตถุเท่ากัน ในขณะที่น้ำหนักทั้ง 2 วัตถุ ไม่เท่ากัน วัตถุที่น้ำหนักมากกว่าจะมีความเร่งน้อยกว่า วัตถุที่มีน้ำหนักน้อยกว่า
    วัตถุที่เคลื่อนที่ตกจากที่สูง จะเคลื่อนที่ด้วยความร่งคงตัว แสดงว่า วัตถุนั้นต้องมีแรงกระทำอยู่ จึงทำให้วัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร่ง แรงที่ทำกับวัตถุนั้น เราเรียกว่า แรงดึงดูดของโลก หรือ แรงโน้มถ่วงของโลก และอาจเรียกได้อีกอย่างว่า น้ำหนักของวัตถุ
    กฎข้อที่ 3 ของนิวตัน
    ในชีวิตประจำวันเราพบว่า เมื่อออกแรงกระทำกับวัตถุหนึ่ง วัตถุนั้นจะออกแรงตอบโต้กับแรงที่เรากระทำในทันที เช่น เราสวมรองเท้าสเก็ตแล้วหันหน้าเข้ากำแพง เมื่อเราออกแรงพลักกำแพง ตัวเราจะเคลื่อนที่ออกจากกำแพง นั้นแสดงว่า กำแพงต้องมีแรงกระทำต่อเราด้วย
    จากตัวอย่างนี้ เราเรียกแรงที่ เรากระทำต่อกำแพงว่า แรงกิริยา และเรียกแรงที่ กำแพงกระทำต่อเราว่า แรงปฏิกิริยา แรงทั้ง 2 นี้เรียกรวมกันว่า แรงคู่กิริยา - ปฏิกิริยา หรือ action - reaction pairs




ความคิดเห็นที่ 31

นิรันดร์ vcharkarn vteam
27 ก.ค. 2551 16:00
  1. เห็นด้วยครับกับความคิดเห็นที่ 29
    กฎของธรรมชาตินั้นมีอยู่แล้ว
    ไม่ว่าจะมีนิวตันหรือไม่ กฎแรงโน้มถ่วงก็มีอยู่แล้ว
    แต่ว่าตั้งชื่อกฎตามผู้ที่ค้นพบว่ากฎคืออะไร

    ผมเคยสงสัยเหมือนกันว่าแรงลมต้านไม่มีผลต่อการทดลอง
    ของกาลิเลโอหรืออย่างไร
    หลายปีมาแล้ว ผมมีโอกาสไปดูสถานที่จริงที่หอเอียง
    มันก็ไม่ได้เป็นอาคารสูงมากมายอะไร
    ดังนั้นวัตถุที่ตกลงมาก็ยังถูกผลของแรงต้านอากาศไม่มากนัก
    ช่วงเวลานั้น นาฬิกาจับเวลาก็ยังไม่มี
    เวลาที่ต่างกันเล็กน้อย ก็เลยถือว่าไม่ต่างกัน
    เพราะดูไม่ทัน ก็เลยสรุปว่าตกถึงพื้นพร้อมกันได้(รอดตายไป)




ความคิดเห็นที่ 40

mickey (Guest)
22 พ.ย. 2551 20:14
  1. นิวตันค่ะ

    เพราะจากที่เรียนมาน่าจะเปนนิวตันนะค่ะ

    จากผลเเอปเปิ้ลนั้นละค่ะ




ความคิดเห็นที่ 43

teerapongxx
17 พ.ค. 2552 21:15
  1. ขอแสดงความเห็นด้วยคนนะครับ
    นิวตันกล่าวไว้ว่า
    "ถ้าฉันมองได้ไกล นั่นก็เป็นเพราะฉันยืนอยู่บนไหล่ของยักษ์ทั้งหลาย"
    คำพูดนี้แสดงให้เห็นว่า ถ้าไม่มีบุคคลที่ช่างคิดและสังเกตในสมัยก่อนๆ


    เขาก็ไม่สามารถจะยิ่งใหญ่ได้หรอกครับ ผมชอบคำพูดเขามากๆเลย
    เป็นปรัชญาจริงๆเลยครับ


    กาลิเลโอ

    กาลิเลโอ เป็นนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่
    ที่ล้มล้างทฤษฏีเก่าๆของปราชญ์อริสโตเติล
    ไม่ใช่เพราะว่าอริสโตเติลไม่เก่ง เขาเป็นคนที่เก่งมากๆในยุคของเขา


    เขาเป็นนักสังเกตที่ดี แต่เพียงเพราะในยุคนั้น
    ขาดการทดลองและอุปกรณ์ที่ดีพอ
    ความรู้ต่างๆจึงเพียงได้จากการสังเกตเท่านั้นเอง

    แต่ไม่น่าเชื่อว่ายุคของกาลิเลโอกับอริสโตเติลต่างกันเป็น 1000กว่าปี


    คนยุคก่อนกาลิเลโอยังคงเชื่อทฤษฏีของอริสโตเติลมาตลอด


    จนได้กาลิเลโอที่มาปฏิวัติลมล้างทฤษฏีต่างๆในทางฟิสิกส์


    กาลิเลโอค้นพบหลักของโปรเจคไทล์ (อันนี้ก็ล้มล้างทฤษฏีของอริสโตเติล)


    ที่ว่าลูกกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงออกไป จะไม่ได้เคลื่อนที่เป็นเส้นตรงและตกลงเมื่อหมดแรงส่ง แต่ลูกกระสุนจะมีความเร็วทั้งในแนวราบและแนวดิ่งที่ต้องคิดแยกออกจากกัน โดยความเร็วในแนวดิ่งจะเคลื่อนที่ด้วยความเร่ง


    กาลิเลโอยังค้นพบต่อไปว่า วัตถุใดๆที่ตกจากที่สูงเดียวกัน จะถึงพื้นพร้อมกัน
    ซึ่งก็ล้มล้างทฤษฏีของอริสโตเติลอีก ว่าวัตถุที่หนักกว่าจะถึงพื้นก่อน


    กาลิเลโอกล่าวไว้ว่า วัตถุที่ตกจากที่สูงระดับเดียวกันจะถึงพื้นพร้อมกัน
    ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขารู้แล้วว่าวัตถุกำลังมีความเร่ง
    ไม่ได้เหมือนที่อริสโตเติลกล่าวไว้ว่าวัตถุจะมีความเร็วคงที่เสมอ
    เขาได้พิสูจน์โดยการทำพื้นเอียงและสมมติการตกของวัตถุในแนวพื้นเอียง


    เพื่อทำให้เห็นชัดเจนขึ้น โดยเขากังวลว่า จะพิสูจน์ให้คนทั่วไปเห็นได้อย่างไร


    ในเมื่อปล่อยจากที่สูงมันก็ถึงพื้นใกล้เคียงกัน


    การปล่อยวัตถุจากพื้นเอียง เสมือนเป็นการสโลโมชั่นการตกของวัตถุในแนวดิ่งนั่นเอง
    คิดได้ไงเนี๊ย...{#emotions_dlg.a3} ทำให้เวลาในการตกถึงพื้นของวัตถุยาวนานขึ้น


    เขาได้ทำเครื่องหมายต่างๆบนพื้นเอียงและปรับระยะทางกับเวลา
    ของวัตถุที่เคลื่อนที่ให้สามารถคำนวณหาความสัมพันธ์ได้แบบง่ายๆ
    (เวลาขณะนั้นจับโดยใช้การหยดของน้ำลงใส่ถัง
    โดยเทียบเป็นปริมาณน้ำในถังเป็นหน่วย สุดยอด... )


    โดยระยะทางของวัตถุที่ปล่อยบนพื้นเอียงเมื่อเทียบกับเวลา 1 หน่วย


    วัตถุจะวิ่งได้ระยะทางบนพื้นเอียงมากขึ้น
    หลังจากปล่อยเมื่อเทียบกับเวลา 1 หน่วยเท่ากัน
    โดยถ้าสมมติถ้าเขาปล่อยให้ลูกบอลกลิ้งได้ 3 เมตร ในเวลา 2 หน่วย
    และปล่อยให้กลิ้ง  6 เมตร ในเวลา 3 หน่วย ในครั้งที่ 2


    และครั้งที่ 3 ปล่อยให้กลิ้งได้ 12 เมตร ในเวลา 4 หน่วย
    เขาพบความสัมพันธ์ทางตัวเลข ในเวลา 1 หน่วยเท่ากัน
    ครั้งที่ 1 กับ ครั้งที่ 2 ระยะทางต่างกัน 3 เมตร 
    ครั้งที่ 2 กับ ครั้งที่ 3 ระยะทางต่างกัน 6 เมตร
    สังเกตได้ว่าในเวลาต่างกัน 1 หน่วยเท่ากัน
    แต่ลูกบอลวิ่งได้ระยะทางมากขึ้น
    เมื่อมาลองหาความเร็วเฉลี่ยดู จะพบว่า
    ความเร็วเฉลี่ยของลูกบอลครั้งแรก = 3/2 =1.5 เมตร/หน่วยเวลา


    ความเร็วเฉลี่ยของลูกบอลครั้งสอง = 6/3 =2.0 เมตร/หน่วยเวลา
    ความเร็วเฉลี่ยของลูกบอลครั้งสาม = 12/4 =3.0 เมตร/หน่วยเวลา
    สังเกตได้ว่ายิ่งปล่อยให้ลูกบอลกลิ้งไปได้ไกลมากขึ้น
    ความเร็วของลูกบอลจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือวัตถุตกลงด้วยความเร่ง


    จึงทำให้กาลิเลโอสรุปได้ว่า วัตถุไม่ว่าจะหนักเท่าไร
    ปล่อยให้กลิ้งจากพื้นเอียงลงมาหรือปล่อยให้ตกจากที่สูงระดับเดียวกัน
    ด้วยระยะทางเท่ากัน จะใช้เวลาตกถึงพื้นพร้อมกัน
    และไม่ว่าพื้นเอียงจะเป็นมุมเอียงเท่าไรก็ตาม
    เมื่อปล่อยจากที่สูงเดียวกัน ลูกบอลก็จะถึงพื้นด้วยความเร็วที่เท่ากันเสมอ


    และจากความคิดนี้เองได้ถูกนำไปพัฒนาต่อโดยนิวตัน เด็กน้อยที้เกิดมาในปีเดียวกับที่กาลิเลโอเสียชีวิต

    ผมเคยอ่านเจอหนังสือในห้องสมุดของโรงเรียนกล่าวว่า
    หลักฐานที่กาลิเลโอปล่อยวัตถุจากหอเอนปิซาในเมืองบ้านเกิดของเขา


    บ้างหลักฐานก็ว่าไม่ได้ทำจริง บ้างก็ว่าแต่งขึ้นเพื่ออรรถรส


    เขากล่าวว่ากาลิเลโอไม่จำเป็นต้องทดลองเรื่องนี้


    เพราะเขาได้ทำกับพื้นเอียงของกาลิเลโอแล้ว
    ผมชอบการทดลองของกาลิเลโอที่ทำบนเสากระโดงเรือ
    โดยเขาให้ลูกเรือยืนอยู่บนเสากระโดงเรือแล้วปล่อยให้วัตถุตกลงมา


    เขาพบว่าวัตถุที่ตกลงมาจะไม่ตกลงไปหลังเสากระโดงเรือเพราะ
    วัตถุมีการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าพร้อมๆกับเรือ หรือพูดง่ายๆว่า
    วัตถุมีความเร็วในแนวราบเท่ากับเรือ
    วัตถุจะตกกลับมาที่เดิมตรงโคนเสากระโดง สุดยอดเลยครับ ชอบมากๆ

    นิวตัน
    ได้นำหลักการของกาลิเลโอมาใช้ในการคำนวณและหาเหตุผลต่อไป
    ด้วยว่าทำไมลูกแอปเปิ้ลถึงไม่หลุดออกไปนอกโลก


    และทำไมดวงจันทร์ถึงไม่พุ่งตกลงมาเหมือนลูกแอปเปิล
    จากเหตุผลทั้งหมดที่เขาสงสัย


    เขาก็ค้นพบหลักการเคลื่อนที่ของวัตถุในเอกภพ และกฏของความโน้มถ่วง
    สรุปออกมาในหนังสือ พรินซีเพีย นั่นแหละครับ

    นิวตันเก่งมากๆเลย แอปเปิลที่ตกลงมาสู่โลก
    เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกที่กระทำกับแอปเปิล
    ดวงจันทร์ที่ไม่ตกลงมาบนโลก ก็จะต้องมีแรงดึงดูดกันและกัน
    แต่เพราะดวงจันทร์มีขนาดที่ใหญ่กว่าลูกแอปเปิลมากๆ
    แรงที่โลกดึงดูดดวงจันทร์ จะเท่ากับแรงที่ดวงจันทร์ดึงดูดโลกไว้
    ดาวเคราะห์ทั้งหลายที่โคจรรอบๆดวงอาทิตย์ได้
    ก็อธิบายได้ด้วยหลักการเดียวกัน หลักของเคปเลอร์ ที่เจ้าตัวเอง


    ก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมระยะทางเฉลี่ยจากดวงเคราะห์
    ถึงดวงอาทิตย์ยกกำลังสามจะแปรตามค่ายกกำลังสอง
    ของเวลาที่ดาวเคราะห์หมุนรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ
    เคปเลอร์ได้แต่เก็บรวบรวมข้อมูลจากไทโคบราห์(อาจารย์เขามั้ง)
    และสรุปคำนวณออกมาตามที่เขาคิดได้ตอนนั้น
    แต่หาเหตุผลไม่ได้ว่าเพราะทำไม
    นี่เลยครับ นิวตัน เป็นคนไขความลับทั้งมวล
    หลังจากเคปเลอร์ตายไปนานเกือบ 50 ปี


    ดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ได้ เพราะมีแรงสู่ศูนย์กลาง
    แรงดึงดูดระหว่างมวลนี่เองที่ทำหน้าที่เป็นแรงสู่ศูนย์กลาง
    และทำให้ดวงเคราะห์ทั้งหลายโคจรรอบดวงอาทิตย์ไม่หลุดหนีหายไปไหน
    เขียนมายาวมากๆเลย ผมชอบอ่านประวัติของนักวิทยาศาสตร์


    ว่าอะไรทำให้เขาสามารถค้นพบกฏธรรมชาติได้ เก่งจริงๆเลย


    จากที่ผมกล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า นิวตัน


    ไม่ได้เก่งได้ด้วยตัวคนเดียว แต่เขาก็อาศัยหลักการของนักวิทยาศาสตร์ท่านอื่นๆเข้ามาร่วเป็นเหตุผลที่นำไปสู่ความสำเร็จได้
    ผมชอบคำปรัชญญาอีกคำของนิวตัน เขากล่าวไว้ว่า
    "ฉันก็เหมือนเด็กน้อยที่เล่นอยู่บนหาดทราย
    ทรายในกำมือของฉันเป็นแค่สิ่งที่ฉันได้ค้นพบ"



     


     


     


     


     




     




ความคิดเห็นที่ 24

sun (Guest)
11 ก.พ. 2551 17:37
  1. <P>การทดลองระดับนี้ต้องควบคุมทุกอย่างอยู่แล้วไม่ต้องแจงให้ละเอียด ลองทดลองง่ายๆ คือนำกระดาษมาขยำ และนำก้อนหินขนาดใดก็ได้ปล่อยลงจากอาคาร ชั้น เดียวก็พอพากันดูผลการทดลอง</P>



ความคิดเห็นที่ 29

aeawnp@gmail.com (Guest)
4 ก.ค. 2551 14:38
  1. ไม่มีใครคิดค้นหรอกครับ เพราะมันมีอยุ่แล้วแต่นักวิทยาศาสตร์ได้สังเกตุ ทดลอง และตั้งชื่อมันว่าแรงโน้มถ่วง เพราะฉะนั้นต้องเรียกว่าผู้ค้นพบ ไม่ใช้ผู้คิดค้นนะครับ ตามความคิดของผม




ความคิดเห็นที่ 5

คนๆนึง
23 ก.ย. 2548 15:23
  1. คือ..อย่าเพิ่งว่าเราบ้านะ...แต่ที่หอเอนมันไม่มีลมเลยหรอคะ เหล็กกะผลไม้มันถึงตกลงมาพร้อมกานได้



ความคิดเห็นที่ 22

ขวัญ (Guest)
15 ม.ค. 2551 12:52
  1. คำตอบคือนิวตันเพราะดิฉันคิดว่าดิฉันได้ศึกษาดีเเล้วจึงตอบคำตอบนี้ค่ะเพื่อนคนไหนสนใจสามารถศึกษาได้น่ะค่ะเเล้วคุณจะรู้เรื่องดี



ความคิดเห็นที่ 36

เเนน (Guest)
17 ส.ค. 2551 13:12
  1. ขอขคุณมากๆน่ะค่ะ..อยากขอบคุณ/080-257-6635



ความคิดเห็นที่ 6

เนยสด vcharkarn veditor
23 ก.ย. 2548 15:58
  1. ตอบคุณคนๆ หนึ่งครับ คือ เค้าคงต้องปล่อยช่วงไม่มีลมใช่มั้ยครับ

    แหะๆ ผมก็ไม่รู้จะตอบไงดี



    แต่ว่าอีกกระแสนึงบอกว่า กาลิเลโอทดลองกะพื้นเอียง

    เพราะว่าสังเกตุได้ง่ายกว่า

    แต่ข้อเสียคือ ต้องใช้ลูกกลมๆ ทดลองเท่านั้น



    คำถามสกัดจุด.. 555



ความคิดเห็นที่ 2

เนยสด vcharkarn veditor
18 ก.ย. 2548 20:46
  1. แรงโน้มถ่วง เป็นของธรรมชาติ มีอยู่แล้ว

    มนุษย์ก็รู้จักสิ่งนี้ตั้งแต่เริ่มต้น

    ความจริงสัตว์ต่างๆ รู้จักแรงนี้ดีกว่าเราอีก



    มนุษย์กลุ่มแรก ที่คิดเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วง (โดยมีหลักฐาน)

    น่าจะเป็นอริสโตเติล ที่บอกว่าของหนักตกเร็วกว่าของเบา

    ต่อมา กาลิลโอเอาทฤษฎีนี้มาปัดฝุ่น และพบว่ามันไม่จริง

    ต่อมา นิวตันได้ทดลอง จนตั้งเป็นสมการได้



    พอได้แนวคิดบ้างมั้ยครับ (ถ้าผิดตรงไหน ต้องขออภัยด้วย)



ความคิดเห็นที่ 3

trm (Guest)
19 ก.ย. 2548 18:37
  1. เพิ่มน่ะการที่กาลิเลโอทำลายทฤษฎีของอริสโตเติลได้เพราะไปทำการทดลองที่หอเอียงอ่ะเเล้วปล่อยลูกกลมลักษณะเหมือนกันอีกอันทำจากเหล็กอีกอันทำจากไม้ผลคือตกพร้อมกันคล้ายๆๆกับการที่เอากระดาษ2เเผ่น เเผ่นหนึ่งขยัมเเล้วปล่อยกับอีกเเผ่นปล่อยธรรมดา



ความคิดเห็นที่ 4

Beethoven0 (Guest)
22 ก.ย. 2548 16:18
  1. มันมีอยู่แล้วครับ ไม่ได้มีใครไปคิดค้น ( แต่ผู้ค้นพบคือนิวตันครับ)



ความคิดเห็นที่ 44

nook (Guest)
25 พ.ค. 2552 08:39
  1. ผมว่า� นิวตัน� ฟันธง




ความคิดเห็นที่ 39

นาย (Guest)
10 พ.ย. 2551 13:00
  1. รักเทอเสมอนะ




ความคิดเห็นที่ 38

Aue_kibum@hotmail.com (Guest)
1 พ.ย. 2551 09:35
  1. อยากทราบว่าเเรงในทางฟิสิกส์คืออะไรช่วยบอดหน่อยดิ่

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น