|
ชนชาติไทยมาจากไหน
โพสต์เมื่อ:
00:04 วันที่ 23 ก.ย. 2548 ชมแล้ว:
27,602
ตอบแล้ว:
32
เรื่องราวเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดของชนชาติไทยเป็นที่สนใจสำหรับนักประวัติศาสตร์และนักมานุษยวิทยาเป็นอย่างยิ่ง ได้มีการใช้หลักฐานทั้งที่เป็นเอกสารจดหมายเหตุของจีนและหลักฐานทางโบราณคดีซึ่งเพิ่งศึกษากันในราวปี พ.ศ. 2504 มาเป็นข้อมูลสำคัญ จนสรุปเป็นทฤษฎีว่าด้วยเรื่องแหล่งกำเนิดของชนชาติไทยว่ามีอยู่ด้วยกัน 2 ทฤษฎี คือ ทฤษฎีเก่า และทฤษฎีใหม่
1. ทฤษฎีเก่า นักประวัติศาสตร์และนักมานุษยวิทยาสันนิษฐานว่าชนชาติไทยนั้น แต่เดิมมีภูมิลำเนาอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ของจีน แถบมณฑลกวางตุ้งปัจจุบันนี้ Dr.William Dodd หมอสอนศาสนาได้เสนอข้อคิดเห็นดังกล่าวไว้ใน หนังสือชื่อ "The Thai Face Elder Brother of the Chinese" ซึ่งก็ตรงกับนักประวัติศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ Wolfram Eberhard ซึ่งได้อาศัยหลัก Cultural Anthropology ที่ว่าชนชาติไทยมีแหล่งกำเนินอยู่ทางตะวันออก ของมณฑล Shang (สาง หรือ เสียง) อยู่ในบริเวณมณฑลกวางตุ้ง และก็มีนักประวัติศาสตร์บางคน เช่น ขุนวิจิตรวาท การ ว่าชนชาติไทยนั้นแต่เดิมมีหลักแหล่งอยู่แถบบริเวณภูเขาอัลไต (Altai) โดยมีบางคนสันนิษฐานว่าเพราะมีคำลงท้าย ว่า Tai ซึ่งที่จริงนั้นคำว่า Altai เป็นภาษามองโกล แปลว่า "ทอง" ภูเขาอัลไตแปลว่า "ภูเขาทอง" มิใช่คำผสมระหว่าง "อัล" และ "ไต" อย่างที่เขาใจกัน ต่อมาเมื่อ 1028 ปีก่อนคริสตศักราช หรือ 485 ปีก่อนพุทธศักราช ราชวงศ์โจวซึ่งเป็น จีนแท้ได้โจมตีราชวงศ์สางสำเร็จ ชนชาติไทยจึงได้อพยพลงมาตามลำน้ำแยงซีไปยังมณฑลเสฉวนและยูนนาน โดยมีเมือง สำคัญที่จารึกไว้ในจดหมายเหตุของจีน คือ เมืองเฉินตู และคุนมิง ในศตวรรษที่ 13 ชนชาติไทยจึงกระจัดกระจายไปในที่ ต่าง ๆ แถบแคว้นยูนนานของประเทศจีนปัจจุบัน สำหรับแนวคิดเรื่องการถอยร่นลงมาจากเสฉวนจนถึงยูนนานนั้น ได้เป็นที่ยอมรับของ ดร.ขจร สุขพานิช นักประวัติ ศาสตร์ไทยซึ่งได้ใช้เวลาศึกษาแหล่งกำเนิดของชนชาติไทยหลายปี ท่านได้เขียนหนังสือชื่อ "ถิ่นกำเนิดและแนวการอพยพ ของเผ่าไทย" คล้ายกับความคิดเห็นของ Wolfram Eberhard และยังได้เพิ่มเติมว่าก่อนอพยพเข้ามาที่อาณาจักรน่าน เจ้านั้น ชนชาติไทยเคยตั้งอาณาจักรที่มณฑลกวางตุ้งมาก่อนแล้ว จากศตวรรษที่ 13-15 ชนชาติไทยสามารถรวมตัวกันเป็นอาณาจักรขึ้นมาได้ เรียกว่า อาณาจักรน่านเจ้า แปลว่า "เจ้า ทิศใต้" ซึ่งก็ได้สูญสิ้นชื่อไปแล้วเมื่อปี พ.ศ. 1796 เพราะจักรพรรดิจีนองค์แรกในราชวงศ์หยวน คือ พระเจ้ากุบไลข่าน ผู้นำชาติมองโกลได้ยกทัพมาตีน่านเจ้าแตกไป ชนชาติไทยจึงต้องอพยพลงมาในแหลมอินโดจีนในดินแดนที่ต่อมาได้ชื่อว่า อาณาจักรเชียงแสน หรือล้านนาไทย ต้องต่อสู้กับพวกชนชาติที่อยู่เดิม คือ พวกละว้า และพวกขอมดำ ขณะเดียวกันชนชาติ ไทยบางพวกก็อพยพลงมาอยู่ที่แคว้นสามเทศ หรือสยามเทศ ซึ่งต่อมาเป็นแคว้นสุโขทัย และขณะนั้นอยู่ภายใต้การ ปกครองของอาณาจักรเขมรลพบุรี เมื่อพวกไทยรวมตัวกันและมีพลังมากขึ้นก็รวมตัวกันตั้งเป็นแคว้นอิสระ มีเมืองสุโขทัย เป็นราชธานีเมื่อปี พ.ศ. 1781 George Caedes ชาวฝรั่งเศส ผู้สนับสนุนทฤษฎีเก่านี้ สรุปว่าชนชาติไทยนั้นอพยพจากเหนือลงใต้ โดยอาศัย แม่น้ำเป็นหลัก เป็นการอพยพอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่ออาณาจักรน่านเจ้าถูกมองโกลรุกราน คนไทยจำนวนมากได้อาศัย ลำน้ำ 2 สาย คือ ลำน้ำโขง แล้วมาตั้งหลักแหล่งที่อาณาจักรล้านช้าง (เวียงจันทน์และหลวงพระบาง) บ้าง ที่ล้านนา (เชียงใหม่ เชียงแสน) บ้าง และที่สุโขทัย ส่วนที่อพยพไปตามลำน้ำสาละวินนั้นได้ไปตั้งหลักแหล่งถึงแคว้นอัสสัมของ อินเดียและรัฐฉานของพม่าก็มี 2. ทฤษฎีใหม่ นักโบราณคดีเสนอข้อสรุปว่าแหล่งกำเนิดของชนชาติไทยนั้นก็คือ บริเวณภาคอีสานของไทย และแถบจังหวัด กาญจนบุรีของไทยปัจจุบัน มิได้อพยพมาจากตอนใต้ของประเทศจีนอย่างทฤษฎีเก่าอ้างไว้ แต่ถ้าหากจะมีการอพยพจริงก็ คงจะเป็นการอพยพจากใต้ขึ้นเหนือ เช่น อพยพขึ้นไปอยู่แถบแคว้นสิบสองจุไทย และแคว้น ยูนนาน เพราะได้มีการพบ หลักฐานที่นักโบราณคดีขุดค้นหาซากโบราณที่บ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี และที่บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี โดยการใช้ C14 ทดสอบ ทำให้ทราบอายุของโครงกระดูกที่กาญจนบุรี ว่ามีอายุเก่าแก่ถึง 5-6 พันปี นายแพทย์สมศักดิ์ สุวรรณสมบูรณ์ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่โรงพยาบาลศิริราช ทำการศึกษาความหนาแน่นของ กลุ่มเลือด ได้พบว่ากลุ่มเลือดของคนไทยมีลักษณะคล้ายคลึงกับคนภาคใต้ในชวา จึงเสนอความเห็นสนับสนุนทฤษฏีว่า ชนชาติไทยอพยพจากใต้ขึ้นเหนือ คือ อพยพจากเกาะชวาขึ้นมาอยู่ที่แผ่นดินใหญ่ เรื่องราวเกี่ยวกับอาณาจักรน่านเจ้านั้นก็มีนักทฤษฎีใหม่ชื่อ Frederick Mote เขียนไว้ใน "ปัญหาก่อนประวัติศาสตร์" ว่าชนกลุ่มใหญ่ในอาณาจักรน่านเจ้าไม่ใช่ไทย แต่ไทยนั้นมีแหล่งกำเนิดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ต่อมาถูกขอมและ เขมรรุกรานจึงอพยพขึ้นไปทางเหนือ แต่แบ่งแยกออกเป็นหลายพวก เข้าไปในเวียดนามที่เกาะไหหลำและที่แคว้นยูนนาน นอกจากนั้นแล้วนักประวัติศาสตร์จีน 2 คน คือ ตูยูตินและเชนลูฟาน (Tu Yu-tin และ Chen Lu-fan) เขียนบท ความเรื่อง "ชัยชนะของกุบไลข่านเหนือเมืองตาลีโกว (ตาลีฟู)" ได้ทำให้คนไทยจำนวนมากอพยพลงมาทางใต้หรือไม่ โดยศึกษาเอกสารของจีนในราชวงศ์หยวนและเหม็ง พบว่า เมื่อกุบไลข่านยกมาตีน่านเจ้านั้นได้ตกลงกันอย่างสันติวิธี มิได้มี การโจมตีอย่างรุนแรงจนทำให้ไทยต้องอพยพมาครั้งใหญ่ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 1924 น่านเจ้าจึงสิ้นสุดลงเมื่อราชวงศ์เหม็ง ยึดอำนาจจากมองโกล ได้รวมน่านเจ้าเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจีน ตอนนี้เองจึงได้มีการอพยพ ทั้งนี้ได้เสนอว่าคนไทยที่อยู่ น่านเจ้านั้นเป็นเพียงชนกลุ่มน้อยใน 6 กลุ่ม ถิ่นกำเนิดของชาติไทยแต่เริ่มแรกจึงอยู่ที่ภาคเหนือของไทยปัจจุบันนี้ มิได้ อพยพมาจากจีนตอนใต้ และไทยในน่านเจ้าไม่เคยอพยพลงมาที่ประเทศไทยปัจจุบัน ดังนั้น ไทยในน่านเจ้าและ ไทย ปัจจุบันนี้จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน สรุป แหล่งกำเนิดของชนชาติไทยนั้น สรุปได้ 2 ทฤษฎี คือ ทฤษฎีเก่า ที่สรุปว่าชนชาติไทยมีภูมิลำเนาเดิมทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนแถบมณฑลกวางตุ้งปัจจุบัน แล้วอพยพลง มาจนถึงแคว้นสามเทศ หรือสยามเทศ หรือประเทศไทยปัจจุบัน คือ อพบยพจากเหนือลงใต้ ส่วนทฤษฎีใหม่ คือ ชนชาติ ไทยมิได้อพยพถอยร่นมาจากที่ใด แต่ถ้าจะอพยพก็จากใต้ขึ้นเหนือ ทั้งทฤษฎีเก่าและใหม่นั้นยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ อยู่ เสมอ สำหรับทฤษฎีเก่ามักจะถูกตั้งคำถามว่า จริงหรือที่ชนชาติไทยจะทิ้งถิ่นฐานอันอุดมสมบูรณ์ แล้วก็ออกเดินทางผ่าน ทะเลทรายอันแห้งแล้งจนลงไปถึงสามประเทศ (สยามประเทศ) เพราะหลักการอพยพนั้นมนุษยชาติมักจะย้ายที่อยู่จาก แหล่งอัตคัดไปสู่ดินแดนใหม่ที่อุดมสมบูรณ์กว่าเสมอ และมีบางคนที่คัดค้านว่าชนชาติไทยนั้นเป็นพวกที่ไม่ชอบเดินทาง ไกล ๆ แต่ชอบอยู่ติดกับที่ และนิยมการเพาะปลูกเป็นอาชีพหลัก สำหรับทฤษฎีใหม่นั้นถูกโจมตีว่าหละหลวมจนเกินไป เพราะโครงกระดูกที่พบอาจมิใช่โครงกระดูกของคนไทยก็เป็น ไปได้ ส่วนกลุ่มเลือดของคนที่ตรวจนั้นก็อาจจะมิใช่คนไทยแท้ เพราะมีการผสมกันมานานหลายเผ่าพันธุ์ อย่างไรก็ตาม มีการยอมรับทฤษฎีเก่ากันอยู่ เพราะว่ามีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรแน่ชัดกว่า ข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย http://www.tat.or.th/ จำนวน 27 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 2 ธ.ค. 2548 (19:28) แฮ..แฮ..แฮ..แฮ..แฮ..แฮ..แฮ..แฮ..แฮ.. phattoo@thaimail.com (IP:203.188.45.237,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 23 ม.ค. 2549 (10:24) สบายดี ออ้ม (IP:202.143.148.106,192.168.1.215,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 26 ก.พ. 2549 (12:59) ดีใจที่เกิดมาเป็นคนไทย มีภาษาไทยใช้ มีอักษรไทยใช้ มี ศาสนาพุทธ เป็นเครื่องยึดเหนียวทางจิตใจ มีองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทุกๆพระองค์ ที่ทรงรักและเอาใจใส่ต่อ ประชาชนคนไทย มีน้ำพริกปลาทู แกงเลียงร้อนๆ ข้าวหอมมะลิหอมกรุ่น ไว้รับประทาน มีเสื้อผ้าไหมสวยๆไว้ให้ใส่ มีวันสงกรานต์ วันลอยกระทงสนุกๆ ฯลฯ ของดีๆทั้งนั้น และสำคัญที่สุดเลย ก็คือ ไม่มีประเทศใดในโลก ที่มีอะไรทำได้สบายๆ อย่างไทยแท้ เท่าเมืองไทยของเรา สงสัยละสิ อ้าวมี่ที่ไหนในโลก นัด 3 โมงเช้ามา 5 โมงเช้าแล้วยิ้มขอโทษ โยนความผิดไปให้ว่า รถติดน๊ะ ถ้าไม่ใช่ ที่นี้ประเทศไทย ไชโยๆ รักเมืองไทยจริงๆ ืnuntaone@yahoo.com (IP:203.107.205.180,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 27 ก.พ. 2549 (17:07) อยากให้บ้านเมืองสงบ ไม่วุ่นวาย ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันภายใต้ผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง ผมก็ดีใจครับที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย รักเมืองไทย ประเทศไทยครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 27 ก.พ. 2549 (17:34) วันนี้บ้านเมืองเกิดเหตุความไม่เรียบร้อย ขอให้ทุกฝ่ายมีความเป็นธรรมต่อกัน ยึดกฎหมายและประเทศไทยเป็นที่ตั้ง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 22 มิ.ย. 2549 (10:17) ได้ความรู้มากเลยค่ะจากแนน Jiranya.com. (IP:61.19.109.22,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 22 มิ.ย. 2549 (17:23) ครู...ชิตอยากให้คนไทยศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจ รักห่วงใยความเป็นชาติประเทศไทยให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยม เอกลักษณ์ไทย คุณค่าเหล่านี้ประเมินด้วยราคามิได้ครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 2 ก.ค. 2549 (23:05)
คนไทยมีถิ่นกำเนิดมาจากแถบทางจีน กว้างตุงบ้างที่อพยพมาทางเรือสำเภาเพื่อมาทำการค้ากับกรุงศรีอยุธยาและได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี้ preeyarak@hotmail.com (IP:125.24.162.55,,) ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทย คนไทยเป้นเผ่าพันธุ์ผสมไม่ใช่บริสุทธิ์เผ่าพันธุ์เดียเหมือนญี่ปุ่นหรือเกาหลีครับ คนไทยมาจากไหนพูดกันสั้น ๆ คงยาก เพราะเรามีหลายเผ่าพันธุ์ซึ่งก็คือคนไทยทั้งนั้น เกิดเป็นคนไทยจงภูมิใจ จงรักในชาติเรา [tex]ดีมากเลยคับที่มีการศึกษา[/tex]เรื่องประวัตชนชาติไทยคับผมชอบมาก อยากไห้มีเรื่องราวหน้าสนไจมาก[tex]ก่วานี้คงดีน่ะบาย[/tex] สาธิตคับ SAtit_50hotmail.com (IP:125.24.150.12) คนไทยไม่ได้มาจากไหน เกิดที่สุวรรณภูมินี่แหละ เพราะความมีน้ำใจของคนไทย พวกอพยพจากที่ต่าง ๆ ก็มาขออยู่ด้วย ผสมกันไปมาโดยการแต่งงาน จนแยกไม่ออกว่า เลือดไทยจริง ๆ มีอยู่เท่าไหร่ แต่เหมารวม ๆว่า ใครที่เกิดในดินแดนนี้คือคนไทย รายล่าสุดที่เป็นข่าวใหญ่โตก็อพยพมาจากรัสเซีย (น้องฟ้า) TM (IP:124.121.112.169) กำลังหาประวิติของไทย พร (IP:203.113.19.214) ผมเชื่อในทฤษฎีที่ 1 ครับ สิ่งที่ขุดค้นพบ เช่นกระดูกอาจไม่ใช่ของคนไทย วัสดุ เครื่องเรือน เครื่องใช้ ก็ไม่ใช่ของคนไทย จะเอามาอ้างว่าคล้าย หรือเหมือนกับที่คนไทยใช้ไม่ได้ เพราะวัฒนธรรม เรียนรู้กันได้ เลีบนแบบกันได้ เหมือนคนภาคอิสานตอนใต้ มีวัฒนธรรมคล้ายกับเขมร หรือคนภาคใต้มีวัฒนธรรมคล้ายมาเลเซีย ไม่ใช่เรื่องแปลก คำว่าไท คือมีอิสระ เสรี ไม่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของชนชาติอื่น คนไท (ส่วนใหญ่) จึงอพยพจากจีนตอนใต้ ลงมาสร้างบ้านแปงเมืองปกครองตนเอง และมีหลายแคว้น ทฤษฎีใหม่ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะลบทฤษฎีแรกได้ ครับผม แมวหง่าว (IP:203.146.63.182) คนไทยสมัยเมื่อ 5-6000 ปี ก่อนอาศัยอยู่บริเวณจังหวัดกาญจนบุรีแล้วอพยพขึ้นเหนือไปเร่อยจนถึงบริเวณอาณาจักรน่านเจ้าแล้วถูกรุกรานโดยชาวมองโกลถอยร่นมาเรื่อย ๆตามลำแม่น้ำจนเป็นไทยปัจจุบัน จะเป็นไปได้หรือไม่ แม่เมาะ (IP:222.123.26.31) แนวคิด ของ นพ. ประเวศวะศีถูกหรือเปล่าครับ น่าสนใจมากๆครับ เด็กไอเทค (IP:125.24.173.8) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 28 ม.ค. 2551 (15:58) ประวัติศาตร์จะบันทึกแต่เรื่องที่น่าตื่นเต้น หรือมีความน่าจดจำ เมื่อใดที่บ้านเมืองเป็นสุขมากๆ จะไม่ค่อยมีอะไรให้บันทึก จึงเหลือแต่เรื่องเล่าที่เรียนว่าตำนาน แต่ตำนานในความหมายของผมคือเละ การชะระประวัติศาตร์เป็นเรื่องที่ต้องทำงานหนักมาก อย่ามักง่าย ถ้าน่านเจ้าแปลว่าอาณาจักรตอนใต้ ก็ตรงกับหนันฉาวของจีน ตกลงไทยกับจีนคือชาติเดียวกัน? ทางนักประวัติศาตรเขากับลังหาข้อสรุปที่มีเหตุมีผล ก็ปล่อยเขาทำหน้าที่ไป เราชาวไทยก็ต้องรักและหวงแหนวัฒนธรรมไทยไว้ ต่อไปเมื่อโลกเล็กลง พรมแดนจะไม่มีประเทศชาติก็จะไม่มี คงเลือกแต่วัฒนธรรมพื้นถิ่นที่หลากหลาย ดินแดนไหนมีมาก ก็จะเป็นแหล่งศึกษาและท่องเที่ยวที่สำคัญ มีคนเอาเงินมาใช้จ่ายทุกปี แต่ถ้ามีแต่เหล้าบาร์ ดิสโก้ฯลฯเขาหาเอาแถวบ้านเขาก็ได้ การจัดการลองสเตย์ที่ดี จะเริ่มสะสมทัรพยากรทางวัฒนธรรม อันเป็นสมบัติอันลำค่าในอนาคต บ้านใครมีอะไร เริ่มจดเริ่มสะสมได้แล้ว อัศวินเพลิง (IP:125.25.204.86) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 12 ก.ค. 2551 (21:58) ที่มักจะลืมพูดกัน ก็คือ... ครูคนนึง (IP:202.28.51.71) |