วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
ชนชาติไทยมาจากไหน
โพสต์เมื่อ: 00:04 วันที่ 23 ก.ย. 2548         ชมแล้ว: 32,347 ตอบแล้ว: 35
เรื่องราวเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดของชนชาติไทยเป็นที่สนใจสำหรับนักประวัติศาสตร์และนักมานุษยวิทยาเป็นอย่างยิ่ง ได้มีการใช้หลักฐานทั้งที่เป็นเอกสารจดหมายเหตุของจีนและหลักฐานทางโบราณคดีซึ่งเพิ่งศึกษากันในราวปี พ.ศ. 2504 มาเป็นข้อมูลสำคัญ จนสรุปเป็นทฤษฎีว่าด้วยเรื่องแหล่งกำเนิดของชนชาติไทยว่ามีอยู่ด้วยกัน 2 ทฤษฎี คือ ทฤษฎีเก่า และทฤษฎีใหม่
1. ทฤษฎีเก่า
นักประวัติศาสตร์และนักมานุษยวิทยาสันนิษฐานว่าชนชาติไทยนั้น แต่เดิมมีภูมิลำเนาอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ของจีน แถบมณฑลกวางตุ้งปัจจุบันนี้ Dr.William Dodd หมอสอนศาสนาได้เสนอข้อคิดเห็นดังกล่าวไว้ใน หนังสือชื่อ "The Thai Face Elder Brother of the Chinese" ซึ่งก็ตรงกับนักประวัติศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ Wolfram Eberhard ซึ่งได้อาศัยหลัก Cultural Anthropology ที่ว่าชนชาติไทยมีแหล่งกำเนินอยู่ทางตะวันออก ของมณฑล Shang (สาง หรือ เสียง) อยู่ในบริเวณมณฑลกวางตุ้ง และก็มีนักประวัติศาสตร์บางคน เช่น ขุนวิจิตรวาท การ ว่าชนชาติไทยนั้นแต่เดิมมีหลักแหล่งอยู่แถบบริเวณภูเขาอัลไต (Altai) โดยมีบางคนสันนิษฐานว่าเพราะมีคำลงท้าย ว่า Tai ซึ่งที่จริงนั้นคำว่า Altai เป็นภาษามองโกล แปลว่า "ทอง" ภูเขาอัลไตแปลว่า "ภูเขาทอง" มิใช่คำผสมระหว่าง "อัล" และ "ไต" อย่างที่เขาใจกัน ต่อมาเมื่อ 1028 ปีก่อนคริสตศักราช หรือ 485 ปีก่อนพุทธศักราช ราชวงศ์โจวซึ่งเป็น จีนแท้ได้โจมตีราชวงศ์สางสำเร็จ ชนชาติไทยจึงได้อพยพลงมาตามลำน้ำแยงซีไปยังมณฑลเสฉวนและยูนนาน โดยมีเมือง สำคัญที่จารึกไว้ในจดหมายเหตุของจีน คือ เมืองเฉินตู และคุนมิง ในศตวรรษที่ 13 ชนชาติไทยจึงกระจัดกระจายไปในที่ ต่าง ๆ แถบแคว้นยูนนานของประเทศจีนปัจจุบัน
สำหรับแนวคิดเรื่องการถอยร่นลงมาจากเสฉวนจนถึงยูนนานนั้น ได้เป็นที่ยอมรับของ ดร.ขจร สุขพานิช นักประวัติ ศาสตร์ไทยซึ่งได้ใช้เวลาศึกษาแหล่งกำเนิดของชนชาติไทยหลายปี ท่านได้เขียนหนังสือชื่อ "ถิ่นกำเนิดและแนวการอพยพ ของเผ่าไทย" คล้ายกับความคิดเห็นของ Wolfram Eberhard และยังได้เพิ่มเติมว่าก่อนอพยพเข้ามาที่อาณาจักรน่าน เจ้านั้น ชนชาติไทยเคยตั้งอาณาจักรที่มณฑลกวางตุ้งมาก่อนแล้ว
จากศตวรรษที่ 13-15 ชนชาติไทยสามารถรวมตัวกันเป็นอาณาจักรขึ้นมาได้ เรียกว่า อาณาจักรน่านเจ้า แปลว่า "เจ้า ทิศใต้" ซึ่งก็ได้สูญสิ้นชื่อไปแล้วเมื่อปี พ.ศ. 1796 เพราะจักรพรรดิจีนองค์แรกในราชวงศ์หยวน คือ พระเจ้ากุบไลข่าน ผู้นำชาติมองโกลได้ยกทัพมาตีน่านเจ้าแตกไป ชนชาติไทยจึงต้องอพยพลงมาในแหลมอินโดจีนในดินแดนที่ต่อมาได้ชื่อว่า อาณาจักรเชียงแสน หรือล้านนาไทย ต้องต่อสู้กับพวกชนชาติที่อยู่เดิม คือ พวกละว้า และพวกขอมดำ ขณะเดียวกันชนชาติ ไทยบางพวกก็อพยพลงมาอยู่ที่แคว้นสามเทศ หรือสยามเทศ ซึ่งต่อมาเป็นแคว้นสุโขทัย และขณะนั้นอยู่ภายใต้การ ปกครองของอาณาจักรเขมรลพบุรี เมื่อพวกไทยรวมตัวกันและมีพลังมากขึ้นก็รวมตัวกันตั้งเป็นแคว้นอิสระ มีเมืองสุโขทัย เป็นราชธานีเมื่อปี พ.ศ. 1781 George Caedes
ชาวฝรั่งเศส ผู้สนับสนุนทฤษฎีเก่านี้ สรุปว่าชนชาติไทยนั้นอพยพจากเหนือลงใต้ โดยอาศัย แม่น้ำเป็นหลัก เป็นการอพยพอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่ออาณาจักรน่านเจ้าถูกมองโกลรุกราน คนไทยจำนวนมากได้อาศัย ลำน้ำ 2 สาย
คือ ลำน้ำโขง แล้วมาตั้งหลักแหล่งที่อาณาจักรล้านช้าง (เวียงจันทน์และหลวงพระบาง) บ้าง ที่ล้านนา (เชียงใหม่ เชียงแสน) บ้าง และที่สุโขทัย ส่วนที่อพยพไปตามลำน้ำสาละวินนั้นได้ไปตั้งหลักแหล่งถึงแคว้นอัสสัมของ อินเดียและรัฐฉานของพม่าก็มี
2. ทฤษฎีใหม่
นักโบราณคดีเสนอข้อสรุปว่าแหล่งกำเนิดของชนชาติไทยนั้นก็คือ บริเวณภาคอีสานของไทย และแถบจังหวัด กาญจนบุรีของไทยปัจจุบัน มิได้อพยพมาจากตอนใต้ของประเทศจีนอย่างทฤษฎีเก่าอ้างไว้ แต่ถ้าหากจะมีการอพยพจริงก็ คงจะเป็นการอพยพจากใต้ขึ้นเหนือ เช่น อพยพขึ้นไปอยู่แถบแคว้นสิบสองจุไทย และแคว้น ยูนนาน เพราะได้มีการพบ หลักฐานที่นักโบราณคดีขุดค้นหาซากโบราณที่บ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี และที่บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี โดยการใช้ C14 ทดสอบ ทำให้ทราบอายุของโครงกระดูกที่กาญจนบุรี ว่ามีอายุเก่าแก่ถึง 5-6 พันปี
นายแพทย์สมศักดิ์ สุวรรณสมบูรณ์ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่โรงพยาบาลศิริราช ทำการศึกษาความหนาแน่นของ กลุ่มเลือด ได้พบว่ากลุ่มเลือดของคนไทยมีลักษณะคล้ายคลึงกับคนภาคใต้ในชวา จึงเสนอความเห็นสนับสนุนทฤษฏีว่า ชนชาติไทยอพยพจากใต้ขึ้นเหนือ คือ อพยพจากเกาะชวาขึ้นมาอยู่ที่แผ่นดินใหญ่
เรื่องราวเกี่ยวกับอาณาจักรน่านเจ้านั้นก็มีนักทฤษฎีใหม่ชื่อ Frederick Mote เขียนไว้ใน "ปัญหาก่อนประวัติศาสตร์" ว่าชนกลุ่มใหญ่ในอาณาจักรน่านเจ้าไม่ใช่ไทย แต่ไทยนั้นมีแหล่งกำเนิดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ต่อมาถูกขอมและ เขมรรุกรานจึงอพยพขึ้นไปทางเหนือ แต่แบ่งแยกออกเป็นหลายพวก เข้าไปในเวียดนามที่เกาะไหหลำและที่แคว้นยูนนาน
นอกจากนั้นแล้วนักประวัติศาสตร์จีน 2 คน คือ ตูยูตินและเชนลูฟาน (Tu Yu-tin และ Chen Lu-fan) เขียนบท ความเรื่อง "ชัยชนะของกุบไลข่านเหนือเมืองตาลีโกว (ตาลีฟู)" ได้ทำให้คนไทยจำนวนมากอพยพลงมาทางใต้หรือไม่ โดยศึกษาเอกสารของจีนในราชวงศ์หยวนและเหม็ง พบว่า เมื่อกุบไลข่านยกมาตีน่านเจ้านั้นได้ตกลงกันอย่างสันติวิธี มิได้มี การโจมตีอย่างรุนแรงจนทำให้ไทยต้องอพยพมาครั้งใหญ่ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 1924 น่านเจ้าจึงสิ้นสุดลงเมื่อราชวงศ์เหม็ง ยึดอำนาจจากมองโกล ได้รวมน่านเจ้าเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจีน ตอนนี้เองจึงได้มีการอพยพ ทั้งนี้ได้เสนอว่าคนไทยที่อยู่ น่านเจ้านั้นเป็นเพียงชนกลุ่มน้อยใน 6 กลุ่ม ถิ่นกำเนิดของชาติไทยแต่เริ่มแรกจึงอยู่ที่ภาคเหนือของไทยปัจจุบันนี้ มิได้ อพยพมาจากจีนตอนใต้ และไทยในน่านเจ้าไม่เคยอพยพลงมาที่ประเทศไทยปัจจุบัน ดังนั้น ไทยในน่านเจ้าและ ไทย ปัจจุบันนี้จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน
สรุป
แหล่งกำเนิดของชนชาติไทยนั้น สรุปได้ 2 ทฤษฎี คือ
ทฤษฎีเก่า ที่สรุปว่าชนชาติไทยมีภูมิลำเนาเดิมทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนแถบมณฑลกวางตุ้งปัจจุบัน แล้วอพยพลง มาจนถึงแคว้นสามเทศ หรือสยามเทศ หรือประเทศไทยปัจจุบัน คือ อพบยพจากเหนือลงใต้ ส่วนทฤษฎีใหม่ คือ ชนชาติ ไทยมิได้อพยพถอยร่นมาจากที่ใด แต่ถ้าจะอพยพก็จากใต้ขึ้นเหนือ ทั้งทฤษฎีเก่าและใหม่นั้นยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ อยู่ เสมอ สำหรับทฤษฎีเก่ามักจะถูกตั้งคำถามว่า จริงหรือที่ชนชาติไทยจะทิ้งถิ่นฐานอันอุดมสมบูรณ์ แล้วก็ออกเดินทางผ่าน ทะเลทรายอันแห้งแล้งจนลงไปถึงสามประเทศ (สยามประเทศ) เพราะหลักการอพยพนั้นมนุษยชาติมักจะย้ายที่อยู่จาก แหล่งอัตคัดไปสู่ดินแดนใหม่ที่อุดมสมบูรณ์กว่าเสมอ และมีบางคนที่คัดค้านว่าชนชาติไทยนั้นเป็นพวกที่ไม่ชอบเดินทาง ไกล ๆ แต่ชอบอยู่ติดกับที่ และนิยมการเพาะปลูกเป็นอาชีพหลัก
สำหรับทฤษฎีใหม่นั้นถูกโจมตีว่าหละหลวมจนเกินไป เพราะโครงกระดูกที่พบอาจมิใช่โครงกระดูกของคนไทยก็เป็น ไปได้ ส่วนกลุ่มเลือดของคนที่ตรวจนั้นก็อาจจะมิใช่คนไทยแท้ เพราะมีการผสมกันมานานหลายเผ่าพันธุ์ อย่างไรก็ตาม มีการยอมรับทฤษฎีเก่ากันอยู่ เพราะว่ามีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรแน่ชัดกว่า

ข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย http://www.tat.or.th/

ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 30 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 15 ต.ค. 2548 (21:34)
เรามีเอกลักษณ์ที่เป็นของตนเองเช่น ภาษาไทย อักษรไทย ศิลปและวัฒนธรรมไทย อาหารไทย รอยยิ้มแบบไทย ความมีน้ำใจของคนไทย เราควรจะภูมิใจในความเป็นคนไทยถึงแม้ว่าจะแตกต่างกันบ้าง แต่เราก็กินข้าวไทยเหมือนไทย รักและสามัคคีกันไว้ครับ
ครู...ชิต (IP:203.172.152.116,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 15 ต.ค. 2548 (21:52)
ได้ดูข่าวการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหวที่เอเชียใต้ด้วยสิ่งของ อาหารเพื่อบรรเทาทุกข์ จากประเทศไทย เห็นแล้วเป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ ขอบคุณประเทศไทยและนานาประเทศ
ครู...ชิต (IP:203.172.152.116,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 17 ต.ค. 2548 (22:27)
ทำไม ต้องฆ่า พระ และ เด็ก ด้วย

จิตใจทำด้วยอะไร
ครู...ชิต (IP:203.172.152.116,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 18 ต.ค. 2548 (00:18)
เรื่องของไทย บางครั้ง ฝรั่งยังให้ความสนใจความเป็นไทยมากกว่าคนไทยบางคน อีกทั้งเข้าใจประวัติศาสตร์ไทยดีกว่าคนไทยหลายคนที่อยู่ในแผ่นดินไทยด้วยซ้ำไป

เราต้องภูมิใจในความเป็นไทยของเรา หนึ่งในนั้น มาจากประวัติศาสตร์ชาติไทยครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 18 ต.ค. 2548 (00:31)
ขอวอนทุกฝ่ายหันหน้ามาเจรจากันจะดีกว่าโดยเฉพาะ ปัญหาความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยความรู้สึกของผมว่านี้คือประเทศไทยมาตลอด ผู้ก่อความไม่สงบ ขอให้หยุดทำร้ายผู้บริสุทธิ์ หยุดเผาสถานที่ราชการ บริเวณใดมีแต่สงครามหรือความไม่สงบ จะเกิดความอ่อนแอหลายๆด้านเช่น ประชาชนทำมาหากินลำบาก เด็กๆต้องมีอนาคตในการศึกษาเล่าเรียน ที่สำคัญทำให้ขาดโอกาสที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั้งยืนต่อไป

กลับมาพัฒนาประเทศไทยของเราเถอะครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 17 พ.ย. 2548 (09:44)
ผมนายวิศิษฐ์ แตงมีแสง อายุ 17 ปี กำลังศึกษาอยู่ที่
โรงเรียนเอเชียบริหารธุรกิจเทคโนโลยีลพบุรี (ABAT)
คิดว่าเราเกิดมาเป็นคนไทยเราจึงควรจะรักษาศิลปและวัฒนธรรม
ของไทยเราไว้ให้อยู่คู่กับคนไทยไปตลอดไป เช่นประเพณี
ลอยกระทง
visittang@thaimail.com (IP:202.28.120.13,192.168.1.167,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 18 พ.ย. 2548 (12:53)
ประเพณีไทยและเอกลักษณ์เป็นมรดกไทยที่ต้องรักษาไว้เพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี น่าภูมิใจนะครับ ที่คนรุ่นก่อนได้ทิ้งมรดกด้านวัฒนธรรมไว้มาก แต่ก็น่าเสียดายที่มรดกเหล่านั้นได้รับความสนใจเอาใจใส่น้อยลงครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 2 ธ.ค. 2548 (19:28)
แฮ..แฮ..แฮ..แฮ..แฮ..แฮ..แฮ..แฮ..แฮ..
phattoo@thaimail.com (IP:203.188.45.237,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 23 ม.ค. 2549 (10:24)
สบายดี
ออ้ม (IP:202.143.148.106,192.168.1.215,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 26 ก.พ. 2549 (12:59)
ดีใจที่เกิดมาเป็นคนไทย มีภาษาไทยใช้ มีอักษรไทยใช้ มี
ศาสนาพุทธ เป็นเครื่องยึดเหนียวทางจิตใจ มีองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทุกๆพระองค์ ที่ทรงรักและเอาใจใส่ต่อ ประชาชนคนไทย
มีน้ำพริกปลาทู แกงเลียงร้อนๆ ข้าวหอมมะลิหอมกรุ่น ไว้รับประทาน มีเสื้อผ้าไหมสวยๆไว้ให้ใส่ มีวันสงกรานต์ วันลอยกระทงสนุกๆ ฯลฯ ของดีๆทั้งนั้น และสำคัญที่สุดเลย ก็คือ ไม่มีประเทศใดในโลก ที่มีอะไรทำได้สบายๆ อย่างไทยแท้ เท่าเมืองไทยของเรา สงสัยละสิ อ้าวมี่ที่ไหนในโลก นัด 3 โมงเช้ามา 5 โมงเช้าแล้วยิ้มขอโทษ โยนความผิดไปให้ว่า รถติดน๊ะ
ถ้าไม่ใช่ ที่นี้ประเทศไทย ไชโยๆ
รักเมืองไทยจริงๆ
ืnuntaone@yahoo.com (IP:203.107.205.180,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 27 ก.พ. 2549 (17:07)
อยากให้บ้านเมืองสงบ ไม่วุ่นวาย ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันภายใต้ผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง ผมก็ดีใจครับที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย รักเมืองไทย ประเทศไทยครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 27 ก.พ. 2549 (17:34)
วันนี้บ้านเมืองเกิดเหตุความไม่เรียบร้อย ขอให้ทุกฝ่ายมีความเป็นธรรมต่อกัน ยึดกฎหมายและประเทศไทยเป็นที่ตั้ง
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 22 มิ.ย. 2549 (10:17)
ได้ความรู้มากเลยค่ะจากแนน
Jiranya.com. (IP:61.19.109.22,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 22 มิ.ย. 2549 (17:23)
ครู...ชิตอยากให้คนไทยศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจ รักห่วงใยความเป็นชาติประเทศไทยให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยม เอกลักษณ์ไทย คุณค่าเหล่านี้ประเมินด้วยราคามิได้ครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 2 ก.ค. 2549 (23:05)
24930 welcome to Si Sa Ket
Si Sa Ket is a quiet province on the Cambodia border with Khmer ruins scattered throughout the province.Most notable are the two ruined sanctuaries of Wat Sa Kamphaeng Yai and Noi,dating back to the 10 th century.However, the most famous Khmer site is actually in Cambodia. Khao Phra Wihan was built over 10 centuries ago and is one of the most spectacular Angkor-period sites. Built as a Hindu temple, it begins in Thailand and rises to 600 metres with the main sanctuary in Cambodia. After a long period of war, its wonderful craftsmanship,stairways and courts are now being restored. Thi walk to the summit is long and steep, but visitors are sure to be impressed by the size and complexity of its design.Si Sa Ket has an area of 8,840 square kilometres, comprising the following districts: Muang Si Sa Ket, Kanthararom, Kantharalak, Khun Han, Phrai Bung, Khukhan, Prang Ku, Uthumphon Phisai, Rasi Salai, Yang Chum Noi, Huai Thap Than, Non Khun, Si Rattana, Wang Hin, Bueng Bun, Nam Kliang, Phu Sing, Benchalak, Muang Chan, Pho Si Suwan and Sila Lat.Pha Mo I Daeng Half and Quarter MarathonThis sport event is held on the third Sunday of August between Phumisaron village and Pha Mo I Daeng in Amphoe Kantharalak. Runners like this uphill marathon because it goes through a misty area in the rainy seasonSi Phao Thai Si Sa Ket FestivalThis festival is held every March 15-17 at Somdet Phra Si Nakharin Park when the Lamduan flowers in the park are in full bloom. Shows include cultural performances by 4 tribes, which are Khmer, Suai, Lao, and Yo. There are shops selling handicrafts and a light-and-sound show about the city's construction

from : http://www.tourismthailand.org/destinationguide/list.aspx?provinceid=22

ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 6 ต.ค. 2549 (11:38)
คนไทยมีถิ่นกำเนิดมาจากแถบทางจีน กว้างตุงบ้างที่อพยพมาทางเรือสำเภาเพื่อมาทำการค้ากับกรุงศรีอยุธยาและได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี้
preeyarak@hotmail.com (IP:125.24.162.55,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 11 ต.ค. 2549 (13:21)
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทย คนไทยเป้นเผ่าพันธุ์ผสมไม่ใช่บริสุทธิ์เผ่าพันธุ์เดียเหมือนญี่ปุ่นหรือเกาหลีครับ คนไทยมาจากไหนพูดกันสั้น ๆ คงยาก เพราะเรามีหลายเผ่าพันธุ์ซึ่งก็คือคนไทยทั้งนั้น
thawankesmala เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1361 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 25 ม.ค. 2550 (16:58)
เกิดเป็นคนไทยจงภูมิใจ จงรักในชาติเรา
ศรา_อีปราส เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 711 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 155 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 19 พ.ค. 2550 (19:39)
[tex]ดีมากเลยคับที่มีการศึกษา[/tex]เรื่องประวัตชนชาติไทยคับผมชอบมาก
อยากไห้มีเรื่องราวหน้าสนไจมาก[tex]ก่วานี้คงดีน่ะบาย[/tex]
สาธิตคับ SAtit_50hotmail.com (IP:125.24.150.12)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 25 พ.ค. 2550 (15:16)
คนไทยไม่ได้มาจากไหน เกิดที่สุวรรณภูมินี่แหละ เพราะความมีน้ำใจของคนไทย พวกอพยพจากที่ต่าง ๆ ก็มาขออยู่ด้วย ผสมกันไปมาโดยการแต่งงาน จนแยกไม่ออกว่า เลือดไทยจริง ๆ มีอยู่เท่าไหร่ แต่เหมารวม ๆว่า ใครที่เกิดในดินแดนนี้คือคนไทย รายล่าสุดที่เป็นข่าวใหญ่โตก็อพยพมาจากรัสเซีย (น้องฟ้า)
TM (IP:124.121.112.169)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Hot Links

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.