วิชาการดอทคอม ptt logo

โวหารต่าง ๆ ช่วยกันน่ะ

โพสต์เมื่อ: 23:20 วันที่ 30 ก.ย. 2548         ชมแล้ว: 341,632 ตอบแล้ว: 191
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
อย่ารู้ว่า โวหารแต่งละชนิดมีวิธีการดูและสังเกตุอย่างไรเอาแค่ สี่โหรนี้ คือ
บรรยายโวหาร
พรรณนาโวหาร
อภิปรายโวหาร
อธิบายโวหาร
โดยเฉพาะอภิปรายกับอธิบานโวหารนั้นต่างกันอย่างไร
ขอบคุณน่ะ


บุรุษจรัสแสง
ร่วมแบ่งปัน22 ครั้ง - ดาว 153 ดวง





จำนวน 162 ความเห็น, หน้าที่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 10 มิ.ย. 2550 (21:45)
ไม่มีตัวอย่าง บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร เทศนาโวหาร อุปมาโวหาร สาธกโวหาร ให้ดูเลยหรอครับ...ต้องทำไปส่งอาจารย์อ่ะครับ...
๐No_NaMe๐ (IP:203.113.81.169)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 11 มิ.ย. 2550 (14:07)
อยากขอบคุณทุกคนที่ให้ความรู้เรื่องโวหารนะค่ะ
เดือน ส.ช. (IP:125.26.65.149)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 11 มิ.ย. 2550 (14:17)
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการใช้ภาษาไทยนะ

ช่วยกันอนุรักษ์ไว้ล่ะอย่าให้ภาษาของเราต้องเสียเพราะเด็กไทยรุ่นใหม่อย่างเรา
เดือนและบัดดี้แห่ง ส.ช. (IP:125.26.65.149)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 11 มิ.ย. 2550 (19:46)
ขอตัวอย่างความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 ด้วยครับ
ดิษฐพงษ์ / ditthaphog@tourthai.com (IP:202.133.144.120)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 12 มิ.ย. 2550 (09:20)
ขอเพิ่มอีกได้ป่าวครูสั่ง
ม.1/12 (IP:61.7.146.86)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 17 มิ.ย. 2550 (00:38)
อธิบายโวหารล่ะงับ อยู่หนาย
tomโย่ว1/2 (IP:58.147.90.222)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 17 มิ.ย. 2550 (13:10)
...หอ - สระ - อ่วย มาก
supakitpa@hotmail.com (IP:61.91.47.89)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 17 มิ.ย. 2550 (14:58)
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ขำกลิ้ง
555บวก (IP:222.123.82.58)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 18 มิ.ย. 2550 (10:56)
อภิปรายโวหารมีลักษณะการเขียนอย่างไรและอธิบายโวหารมีลักษณะอย่างไรพร้อมยกตัวอย่างกรุณาช่วยส่งมาตามเมลข้างล่างนี้ด้วยนะค่ะขอบคุณค่ะ
ple_ple299@hotmail.com. (IP:203.147.0.48)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 18 มิ.ย. 2550 (21:17)
อยากได้ตังอย่างพรรณนาโวหารอ่ะช่วยด้วยคาบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
pud@hotmail.com (IP:124.157.223.36)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 24 มิ.ย. 2550 (08:40)
อยากรู้เกี่ยวกับกลอนโวหารต่างๆ
ปูไข่ (IP:203.113.77.73)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 24 มิ.ย. 2550 (14:00)
ขอบคุณที่ให้ข้อมูลนะ
เน (IP:203.113.77.73)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 24 มิ.ย. 2550 (14:51)
อยากรู้ความหมายของอธิบายโวหารกับวิจารณ์โวหาร
ou_njung@hotmail.com (IP:203.144.133.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 27 มิ.ย. 2550 (18:03)
thank you for you
meow (IP:203.113.50.10)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 5 ก.ค. 2550 (18:51)
รคุสอแตยอวิแถ บวงยงข
รี (IP:222.123.106.143)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 7 ส.ค. 2550 (19:06)
ขออุปมาโวหารหน่อยค่า ฮือออออออออออออออ ครูจาหั้ยส่งแล้ว แว้วววววววววววว
fht (IP:124.157.203.108)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 7 ส.ค. 2550 (20:44)
ขอปฏิพากย์โวหารหน่อยค่า ครูจะให้ส่งศุกร์นี้แล้ว (ถ้ามีความหมาย ตัวอย่าง วิธีการใช้ด้วย ก้อจะขอบพระคุณอย่างสูง)
triukg (IP:124.157.203.108)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 6 ก.ย. 2550 (20:05)
พรรณาโวหารคืออะไร
น้ำผึ้ง (IP:203.172.45.201)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 10 ก.ย. 2550 (16:00)
โวหารมีกี่ประเภท ตอบด้วยนะ
แดน (IP:125.25.218.95)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 96 17 ก.ย. 2550 (09:20)
ขอบคุณมากคะ
เด็กนักเรียน (IP:203.172.138.129)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 98 8 พ.ย. 2550 (19:20)
ขั้นตอนในการเตรียมตัวเขียน นอกจากจะต้องเตรียมข้อมูลจัดทำโครงเรื่องแล้ว ควรเลือกใช้สำนวนโวหารให้เหมาะกับเนื้อความที่ จะเขียน สำนวนโวหารในภาษาไทย แบ่งออกเป็น 5 คือ

1) บรรยายโวหาร

2) พรรณนาโวหาร

3) เทศนาโวหาร

4) สาธกโวหาร

5) อุปมาโวหาร



1. บรรยายโวหาร คือ โวหารที่ใช้เล่าเรื่อง หรืออธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ตามลำดับเหตุการณ์ การเขียนบรรยายโวหาร จะมุ่งความชัดเจน เขียน ตรงไปตรงมา รวบรัด กล่าวถึงแต่สาระสำคัญไม่จำเป็นต้องมีพลความ หรือความปลีกย่อยเสริม ในการเขียนทั่ว ๆ ไปมักใช้บรรยายโวหาร เพราะเหมาะในการติดต่อสื่อสารเนื่องจากสำนวนประเภทนี้มุ่งสาระเขียนอย่างสั้น ๆ ได้ความชัดเจนงานเขียนที่ควรใช้บรรยายโวหาร ได้แก่ การเขียนอธิบายประเภทต่าง ๆเช่น เขียนรายงานวิทยานิพนธ์ ตำรา บทความ การเขียนเพื่อเล่าเรื่อง เช่น บันทึก จดหมายเหตุ การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นประเภทบทความเชิงวิจารณ์ ข่าว เป็นต้น



หลักการเขียนบรรยายโวหาร

1) เรื่องที่เขียนต้องเป็นเรื่องจริง ผู้เขียนควรมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่จะเขียนเป็นอย่างดี โดยอาจรู้มาจากประสบการณ์ หรือการค้นคว้าก็ได้

2) เลือกเขียนเฉพาะสาระสำคัญ ไม่เน้นรายละเอียด แต่เขียนตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม

3) ใช้ภาษาให้เข้าใจง่าย หากต้องการจะกล่าวให้ชัดอาจใช้อุปมาโวหารและสาธกโวหารเข้าช่วยได้บ้าง แต่ต้องไม่มากจนส่วน ที่เป็นสาระสำคัญกลายเป็นส่วนด้อยไป

4) เรียบเรียงความคิดให้ต่อเนื่อง และสัมพันธ์กัน



2. พรรณนาโวหาร มีจุดมุ่งหมายในการเขียนต่างจากบรรยายโวหาร คือมุ่งให้ความแจ่มแจ้ง ละเอียดลออ เพื่อให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ซาบซึ้งเพลิดเพลินไปกับข้อความนั้นการเขียนพรรณาโวหารจึงยาวกว่าบรรยายโวหารมาก แต่มิใช่การเขียนอย่างเยิ่นเย้อ เพราะพรรณนา-โวหารต้องมุ่งให้ภาพ และอารมณ์ ดังนั้น จึงมักใช้การเล่นคำ เล่นเสียง ใช้ภาพพจน์ แม้เนื้อความที่เขียนจะน้อยแต่เต็มด้วยสำนวนโวหารที่ไพเราะ อ่านได้รสชาติ



หลักการเขียนพรรณนาโวหาร

1) ต้องใช้คำดี หมายถึง การเลือกสรรถ้อยคำ เพื่อให้สื่อความหมาย สื่อภาพ สื่ออารมณ์เหมาะสมกับเนื้อเรื่องที่ต้องการบรรยาย ควรเลือกคำ ที่ให้ความหมายชัดเจน ทั้งอาจต้องเลือกให้เสียงคำสัมผัสกันเพื่อเกิดเสียงเสนาะอย่างสัมผัสสระ สัมผัสอักษร ในงานร้อยกรอง

2) ต้องมีใจความดี แม้จะพรรณนายืดยาว แต่ใจความต้องมุ่งให้เกิดภาพ และอารมณ์ความรู้สึกสอดคล้องกับเนื้อหาที่กำลังพรรณนา

3) อาจต้องใช้อุปมาโวหาร คือ การเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ภาพชัดเจน และมักใช้ศิลปะการใช้คำที่เรียกว่า ภาพพจน์ประเภทต่าง ๆ ทั้งนี้เป็นวิธีการที่จะทำให้พรรณนาโวหารเด่น ทั้งการใช้คำ และการใช้ภาพที่แจ่มแจ้ง อ่านแล้วเกิดจินตนาการและความรู้สึกคล้อยตาม

4) ในบางกรณีอาจต้องใช้สาธกโวหารประกอบด้วย คือ การยกตัวอย่างเพื่อให้เกิดความแจ่มแจ้ง โดยยกตัวอย่างสิ่งที่ละม้ายคล้ายคลึงกัน เพื่อให้เกิดภาพและอารมณ์เด่นชัดพรรณนาโวหารมักใช้กับการชมความงามอื่น ๆ เช่น ชมสถานที่ สรรเสริญบุคคล หรือใช้พรรณนาอารมณ์ ความรู้สึก เช่น รัก เกลียด โกธร แค้น เศร้าสลด เป็นต้น



3. เทศนาโวหาร หมายถึง โวหารที่มีจุดหมายแสดงความแจ่มแจ้งเพื่อให้ผู้อ่านคล้อยตามหรืออาจกล่าวได้ว่ามุ่งชักจูงให้ผู้อ่าน คิดเห็นหรือคล้อยตามความคิดเห็นของผู้เขียนเทศนาโวหาร จึงยากกว่าโวหารที่กล่าวมาแล้วทั้ง 2 โวหาร เพราะต้องใช้กลวิธีในการชักจูงใจ



หลักการเขียนเทศนาโวหาร

การเขียนเทศนาโวหารต้องใช้โวหารประเภทต่าง ๆ มาประกอบ กล่าวคือทั้งใช้บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร รวมทั้งอุปมาโวหาร และ สาธกโวหารด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ใจความชัดเจนแจ่มแจ้ง มีทั้งความหลักและความรองเป็นที่เข้าใจจนเกิดความรู้สึกนึกคิดคล้อยตามผู้เขียน ไปได้หากเป็นการแสดงความคิดเห็นควรอธิบายทั้งด้านที่เป็นประโยชน์และโทษ หรือแสดงเหตุและผลการเขียนเทศนาโวหาร ผู้เขียนต้อง มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เขียนเป็นอย่างดี สามารถอธิบายอย่างชัดเจน ทั้งควรพรรณนาให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ต้องรู้จักใช้เหตุผล และหลักฐานสนับสนุนความคิดเห็นที่ตนเสนอด้วย การลำดับความให้สัมพันธ์กันอย่างมีเหตุผลจึงเป็นหลักสำคัญอีกประการหนึ่ง ในการเขียนเทศนาโวหารโดยทั่วไปมักเข้าใจกันว่า เทศนาโวหาร แปลว่า โวหารที่มุ่งสั่งสอน โดยตีความคำว่าเทศนา ว่าสั่งสอน ความจริงเทศนาในที่นี้ หมายถึง แสดง กล่าวคือ แสดงอย่างแจ่มแจ้งเพื่อให้เห็นคล้อยตาม รูปแบบงานเขียนที่ควรใช้เทศนาโวหารคือ งานเขียนประเภทบทความชักจูงใจ หรือบทความแสดงความคิดเห็น ความเรียง เป็นต้น



4.สาธกโวหาร คือ โวหารที่มุ่งให้ความชัดเจน โดยการยกตัวอย่างเพื่ออธิบายให้แจ่มแจ้งหรือสนับสนุนความคิดเห็นที่เสนอให้หนักแน่น น่าเชื่อถือ สาธกโวหารเป็นโวหารเสริม บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร และเทศนาโวหารเช่นการเลือกยกตัวอย่างมีหลักที่ควรเลือกให้เข้ากับเนื้อความ อาจยกตัวอย่างสั้น ๆ ในบรรยายโวหารหรืออาจยกตัวอย่างที่มีรายละเอียดประกอบในพรรณนาโวหาร และเทศนาโวหาร เป็นต้น ในการเขียนข้อเขียนต่าง ๆ นิสิตควรรู้จักเลือกใช้โวหารให้เหมาะกับจุดมุ่งหมายในการเขียนและเนื้อหาในบางโอกาส อาจต้องใช้โวหารหลายชนิดในงานเขียนชิ้นหนึ่งก็ได้ หลักสำคัญอยู่ที่ว่าต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับโอกาส จุดมุ่งหมายและเขียนได้อย่างถูกต้อง ตามลักษณะโวหารนั้น ๆ



5.อุปมาโวหาร หมายถึง โวหารเปรียบเทียบ โดยกตัวอย่าง สิ่งที่คล้ายคลึงกันมาเปรียบเพื่อให้เกิดความชัดเจนด้านความหมาย ด้านภาพ และเกิดอารมณ์ ความรู้สึกมากยิ่งขึ้น กล่าวได้ว่าอุปมาโวหาร คือ ภาพพจน์ประเภทอุปมานั่นเอง อุปมาโวหารใช้เป็นโวหารเสริม บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร และเทศนาโวหาร เพื่อให้ชัดเจนน่าอ่าน โดยอาจเปรียบเทียบอย่างสั้น ๆ หรือเปรียบเทียบอย่างละเอียดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุปมา โวหารนั้นจะนำไปเสริมโวหารประเภทใด



เรียนรู้ (IP:203.151.140.116,203.113.55.197,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 13 พ.ย. 2548 (17:01)



โวหาร

สำหรับวรรณคดีทั้งร้อยกรองและร้อยแก้วได้แบ่งโวหารออกเป็น 5 ประเภท คือ

๑. อุปมาโวหาร คือ การใช้ข้อความเปรียบเทียบให้เห็นภาพพจน์โดยใช้คำ เช่น ดัง เหมือน เช่น ดุจ คล้าย เป็นต้น

ตัวอย่าง

ปางพี่มาดสมานสุมาลย์สมร

ดังหมายดวงหมายเดือนดารากร

อันลอยพื้นอำพรพโยมพราย

( เพลงยาว โดยเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ )

๒. บรรยายโวหาร คือ การอธิบายเหตุการณ์ตามลำดับอย่างชัดเจน ( ความหมาย เหมือนธรรมเนียมตะวันตก )

ตัวอย่าง …การบรรยายเกาะแก้วพิศดารในเรื่องพระอภัยมณี

“ อันเกาะแก้วพิศดารสถานนี้ โภชนาสาลีก็มีถม

แต่คราวหลัวครั้งสมุทรโคดม มาสร้างสมสิกขาสมาทาน

เธอทำไร่ไว้ที่ริมภูเขาหลวง ครั้นแตกรวงออกมาเล่าเป็นข้าวสาร

ได้สืบพืชยืดอยู่แต่บูราณ คิดอ่านเอาเดียวมาเหลียวไป

( สุนทรภู่ )

๓. พรรณนาโวหาร คือ การให้รายละเอียดอย่างลึกซึ้งให้เห็นภาพ ( ความหมายเหมือน ของธรรมเนียมตะวันตก )

ตัวอย่าง

“ ชั่วเหยี่ยวกระหยับปีกกลางเปลวแดด

ร้อนที่แผดก็ผ่อนเพลาพระเวหา

พอใบไหวพลิกริกริกมา

ก็รู้ว่าวันนี้มีลมวก

เพียงกระเพื่อมเลื่อมรับวับวับไหว

ก็รู้ว่าน้ำใสใช่กระจก

เพียงแววตาคู่นั้นหวั่นสะทก

ก็รู้ว่าในอกมีหัวใจ

( เพียงความเคลื่อนไหว ของเนาวรัตน์ พงศ์ไพบูลย์ )

๔. เทศนาโวหาร คือ การชี้แจงสั่งสอนประกอบด้วยเหตุผลสัจธรรมเพื่อโน้มน้าวใจผู้อ่าน ผู้ฟัง

ตัวอย่าง …โยคีสอนสุดสาครในเรื่องพระอภัยมณี

“ บัดเดี๋ยวดังหง่างเหง่งวังเวงแว่ว สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา

เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพต

แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด

อันเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน “

( สุนทรภู่ )

๕. สาธกโวหาร คือ การยกตัวอย่างประกอบ หรือกล่าวอ้างอิงในข้อความที่ผู้เขียนรจนา อาจเป็นการกล่าวพาดพิงก็ได้ ด้วยคำที่ยกมาเป็นหลักธรรม ภาษิต คำพังเพยหรือตำนาน นิทานเป็นต้น

ตัวอย่าง …โยคีเทศนาทหารทัพลังกาและเมืองผลึกในเรื่องพระอภัยมณี

“ คือรูปรสกลิ่นเสียงไม่เที่ยงแท้ ย่อมเฒ่าแก่เกิดโรคโศกสงสาร

ความตายหนึ่งพึงเห็นเป็นประธาน หวังนิพพานพ้นทุกข์สุขสบาย

ซึ่งบ้านเมืองเคืองเข็ญถึงเช่นนี้ เพราะโลกีย์ตัณหาพาฉิบหาย

อันศีลห้าว่าอย่าทำให้จำตาย จะตกอบายภูมิขุมนรก

( สุนทรภู่ )



๖. การใช้โวหารสัญลักษณ์

เป็นการนำสิ่งที่เป็นรูปธรรมมาแทนสิ่งที่เป็นนามธรรมหรืออาจกล่าวให้เข้าใจโดยง่ายคือ เป็นการอธิบายความหมาย ของ “ สิ่งหนึ่ง “ โดยต้องตีความ หรือต้องนำสิ่งอื่นที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงหรือเหมือนกันมาเปรียบ เพื่อให้เข้าใจคุณสมบัติ ของสิ่งนั้นอย่างถูกต้อง สัญลักษณ์จึงต้องมีการ “ ตีความ “ และมักจะใช้ในบทอัศจรรย์ เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงสิ่งที่มิพึงเปิดเผย เกี่ยวกับเรื่องของเพศสัมพันธ์

ตัวอย่าง

สัญลักษณ์ใน ขุนช้างขุนแผน ตอนพลายแก้วได้เป็นขุนแผนและขุนช้างได้นางวันทอง ขุนแผนได้กล่าววาจา ดูถูกวันทอง โดยใช้สัญลักษณ์ว่า “ ทับทิม พลอยหุง กา และ หงส์ “ มาเปรียบกับวันทองเพื่อแสดงให้เห็นว่า ขุนแผนเคยเข้าใจผิด ว่าวันทองเป็นผู้หญิงมีคุณค่าเปรียบได้กับ ทับทิมและ หงส์ แต่ที่จริงแล้วนางควรเปรียบกับ พลอยหุงหรือกาเสียมากกว่า

เมื่อแรกเชื่อว่าทับทิมแท้ มาแปรเป็นเป็นพลอยหุงไปเสียได้

กาลวงว่าหงส์ให้ปลงใจ ด้วยมิได้ดูหงอนแต่ก่อนมา



๗. การเปรีบยเทียบแบบอุปลักษณ์ (Metaphone)

การเปรียบเทียบแบบอุปลักษณ์ เป็นการเปรียบเทียบที่ลึกซึ้งกว่าอุปมา เพราะเป็นการนำลักษณะ อาการ ของสิ่งหนึ่งโอนไปใช้กับอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนกันเลย การเปรียบเทียบแบบอุปลักษณ์นั้นเป็นการนำ “คุณสมบัติ” ของสิ่งของมาเปรียบเทียบกัน มิใช่การดู “คุณลักษณ์” อุปลักษณ์อาจเปรียบเทียบโดยไม่มีตัวเชื่อม หากมีก็จะใช้คำว่า “เป็น เท่า คือ” มาเชื่อมโยง

ตัวอย่าง

ณ ราตรี เพ็ญ ๑๕ ค่ำแห่งเดือนวิสาขปุณณมี กว่ายี่สิบห้าศตวรรษมาแล้ว ดวงประทีปแห่งโลกได้ดับลง รัศมีแห่งดวงประทีปนั้นยังคงฉายแสงอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้และยังจะเป็นเช่นนี้อยู่ต่อไปอีกนานเท่านาน

วลี ดวงประทีปแห่งโลกเป็นการเปรียบเทียบโดรปริยาย หมายถึง สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กล่าวคือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระปัญญาคุณ ประดุจแสงสว่างส่องทางแก่ชาวโลก

อุปลักษณ์ จากเรื่อง มัทนะพาธา ที่กล่าวเปรียบเทียบความรู้สึกของท้าวชัยเสนขณะรู้ความจริงว่านางมัทนากับศุภางค์มิได้ลักลอบเป็นชู้กัน แต่เป็นอุบายของนางจัณฑี แต่ก็สายไปเสียแล้วเพราะพระองค์สั่งประหารชีวิตบุคคลทั้งสองแล้ว ท้าวชัยเสนจึงรู้สึกว่าพระองค์มือมนเปรียบได้กับบ้านเรือนที่มืด เพราะพระองค์ได้ทำลายตะเกียงนั้นแล้ว อย่างไม่สมควรทำเลย

ตะเกียงวินาศแล้ว คะหะมืดสิจึ่งหวล

คะนึงว่าไม่ควร จะทะลายประทีปนั้น

(พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว)



๘. การใช้โวหารอธิพจน์

เป็นการบรรยายหรือพรรณนาที่เกินจริง จึงไม่อาจนำข้อเท็จจริงไปจับ เพราะกวีมุ่งกล่าว เพื่อเน้นข้อความที่กล่าว ให้มีน้ำหนักยิ่งขึ้นและแสดงอารมณ์ที่ลึกซึ้งกว่าปกติ เพื่อสร้างอารมณ์ สะเทือนใจแก่ผู้อ่าน ผู้ดู ผู้ฟัง ดังปรากฏ ในวรรณคดีเรื่องต่าง ๆ ต่อไปนี้

ตัวอย่าง

อติพจน์ หรือกล่าวเกินจริงใน โคลงนิราศนรินทร์ มีความว่า ความรักของกวีไม่มีวันจืด จาง แม้ทุกสิ่งรวมทั้ง โลกนี้ทุกอย่างจะสูญสลายไปหมด ดังความว่า

เอียงอกเทออกอ้าง อวดองค์ อรเอย

เมรุชุบสมุทรดินลง เลขแต้ม

อากาศจักจารผจง จารึก พอฤา

โฉมแม่หยาดฟ้าแย้ม อยู่ร้อนฤาเห็น

ตราบขุนคิริข้น ขาดสลาย แลแม่

รักบ่หายตราบหาย หกฟ้า

สุริยจันทรขจาย จากโลก ไปฤา

ไฟแล่นล้างสี่หล้า ห่อนล้างอาลัย

( นายนรินทร์ธิเบศร์ ( อิน )



๙. การใช้โวหารสัทพจน์ (Onomatopoeia)

การใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ มีส่วนช่วยให้บทร้อยกรองไพเราะน่าฟังยิ่งขึ้น

ตัวอย่าง

การใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติใน นิราศเมืองเพชร นอกจากจะทำให้ได้ยินเสียงแล้วยังเห็นภาพคนที่ตบยุง ซึ่งมารุมกัดจนเกิดเสียงดัง ดังความว่า

ทั้งยุงชุมรุมกัดปัดเปรียะประ เสียงผัวะผะพึ่บพั่บปุบปับแปะ

(พระยาสุนทรโวหาร (ภู่))



๑๐. บุคคลาธิษฐาน

เป็นการสมมติสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ไม่มีชีวิต สัตว์ พืช ปรากฏให้มีความรู้สึก และกระทำกิริยาอาการได้ประหนึ่งคน อาจพูดจาปราศรัย เจ็บปวด ร่ำร้อง โกรธแค้น ฯลฯ เหมือนที่มนุษย์ควรรู้สึก

ตัวอย่าง

ข้อความจากตอนหนึ่งในเรื่องกามนิตภาคสวรรค์

“ ธรรมชาติรอบข้างต่างสลดหมดความคะนองทุกสิ่งทุกอย่าง “

( เสถียร โกเศศและนาคะประทีป )

ข้อความจากลำนำภูกระดึง

น้ำเซาะรินรินหลากไหล ไม่หลับเลยชั่วฟ้าดินหาย

สรรพสัตว์พอฟื้นก็วุ่นวาย สลายซากเป็นกากผงธุลี

หลับเป็นกิริยาอาการของมนุษย์ แต่ในที่นี้นำมาใช้แก่ สายน้ำ ซึ่งไม่ใช่มนุษย์

( อังคาร กัลยาณพงศ์ )



๑๑. การซ้ำคำ

ตีงูงูไซร้หาก เห็นทัน

นมไก่ไก่สำคัญ ไก่รู้

หมู่โจรต่อโจรหัน เห็นเล่ห์ กันนา

เชิงปราชญ์ฉลาดกล่าวผู้ ปราชญ์รู้เชิงกันฯ.
ord.net@hotmail.com (IP:203.113.71.167)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 99 11 พ.ย. 2550 (23:43)
น่าจะมีอธิบายโวหารด้วยนะเพราะเราอยากรู้อะค่ะ
มิ้นท์ (IP:202.91.19.206)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 100 20 พ.ย. 2550 (00:25)
ขอบคุณมากเลยง๊า เราต้องทำส่งอาจานด้วยท้าไม่ได้ต้องไปขัดส้วม

ขอบคุณมากเลยน๊า ขอคุณจิงๆ ปลื้มมากเลย T^T ขอบคุณมากเลยท้าไม่ได้เราต้องไปขัดส้วนแน่ๆเลยละขอบคุณมากเลยน๊า **ขอบคุณจากใจเลยด้วยละ**
~*tooN*~ (IP:117.47.2.84)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 101 28 พ.ย. 2550 (18:08)
การใช้สำนวนโวหาร



ขั้นตอนในการเตรียมตัวเขียน นอกจากจะต้องเตรียมข้อมูลจัดทำโครงเรื่องแล้ว ควรเลือกใช้สำนวนโวหารให้เหมาะกับเนื้อความที่ จะเขียน สำนวนโวหารในภาษาไทย แบ่งออกเป็น 5 คือ

1) บรรยายโวหาร

2) พรรณนาโวหาร

3) เทศนาโวหาร

4) สาธกโวหาร

5) อุปมาโวหาร

1. บรรยายโวหาร คือ โวหารที่ใช้เล่าเรื่อง หรืออธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ตามลำดับเหตุการณ์ การเขียนบรรยายโวหาร จะมุ่งความชัดเจน เขียน ตรงไปตรงมา รวบรัด กล่าวถึงแต่สาระสำคัญไม่จำเป็นต้องมีพลความ หรือความปลีกย่อยเสริม ในการเขียนทั่ว ๆ ไปมักใช้บรรยายโวหาร เพราะเหมาะในการติดต่อสื่อสารเนื่องจากสำนวนประเภทนี้มุ่งสาระเขียนอย่างสั้น ๆ ได้ความชัดเจนงานเขียนที่ควรใช้บรรยายโวหาร ได้แก่ การเขียนอธิบายประเภทต่าง ๆเช่น เขียนรายงานวิทยานิพนธ์ ตำรา บทความ การเขียนเพื่อเล่าเรื่อง เช่น บันทึก จดหมายเหตุ การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นประเภทบทความเชิงวิจารณ์ ข่าว เป็นต้น

หลักการเขียนบรรยายโวหาร

1) เรื่องที่เขียนต้องเป็นเรื่องจริง ผู้เขียนควรมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่จะเขียนเป็นอย่างดี โดยอาจรู้มาจากประสบการณ์ หรือการค้นคว้าก็ได้

2) เลือกเขียนเฉพาะสาระสำคัญ ไม่เน้นรายละเอียด แต่เขียนตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม

3) ใช้ภาษาให้เข้าใจง่าย หากต้องการจะกล่าวให้ชัดอาจใช้อุปมาโวหารและสาธกโวหารเข้าช่วยได้บ้าง แต่ต้องไม่มากจนส่วน ที่เป็นสาระสำคัญกลายเป็นส่วนด้อยไป

4) เรียบเรียงความคิดให้ต่อเนื่อง และสัมพันธ์กัน

2. พรรณนาโวหาร มีจุดมุ่งหมายในการเขียนต่างจากบรรยายโวหาร คือมุ่งให้ความแจ่มแจ้ง ละเอียดลออ เพื่อให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ซาบซึ้งเพลิดเพลินไปกับข้อความนั้นการเขียนพรรณาโวหารจึงยาวกว่าบรรยายโวหารมาก แต่มิใช่การเขียนอย่างเยิ่นเย้อ เพราะพรรณนา-โวหารต้องมุ่งให้ภาพ และอารมณ์ ดังนั้น จึงมักใช้การเล่นคำ เล่นเสียง ใช้ภาพพจน์ แม้เนื้อความที่เขียนจะน้อยแต่เต็มด้วยสำนวนโวหารที่ไพเราะ อ่านได้รสชาติ

หลักการเขียนพรรณนาโวหาร

1) ต้องใช้คำดี หมายถึง การเลือกสรรถ้อยคำ เพื่อให้สื่อความหมาย สื่อภาพ สื่ออารมณ์เหมาะสมกับเนื้อเรื่องที่ต้องการบรรยาย ควรเลือกคำ ที่ให้ความหมายชัดเจน ทั้งอาจต้องเลือกให้เสียงคำสัมผัสกันเพื่อเกิดเสียงเสนาะอย่างสัมผัสสระ สัมผัสอักษร ในงานร้อยกรอง

2) ต้องมีใจความดี แม้จะพรรณนายืดยาว แต่ใจความต้องมุ่งให้เกิดภาพ และอารมณ์ความรู้สึกสอดคล้องกับเนื้อหาที่กำลังพรรณนา

3) อาจต้องใช้อุปมาโวหาร คือ การเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ภาพชัดเจน และมักใช้ศิลปะการใช้คำที่เรียกว่า ภาพพจน์ประเภทต่าง ๆ ทั้งนี้เป็นวิธีการที่จะทำให้พรรณนาโวหารเด่น ทั้งการใช้คำ และการใช้ภาพที่แจ่มแจ้ง อ่านแล้วเกิดจินตนาการและความรู้สึกคล้อยตาม

4) ในบางกรณีอาจต้องใช้สาธกโวหารประกอบด้วย คือ การยกตัวอย่างเพื่อให้เกิดความแจ่มแจ้ง โดยยกตัวอย่างสิ่งที่ละม้ายคล้ายคลึงกัน เพื่อให้เกิดภาพและอารมณ์เด่นชัดพรรณนาโวหารมักใช้กับการชมความงามอื่น ๆ เช่น ชมสถานที่ สรรเสริญบุคคล หรือใช้พรรณนาอารมณ์ ความรู้สึก เช่น รัก เกลียด โกธร แค้น เศร้าสลด เป็นต้น

3. เทศนาโวหาร หมายถึง โวหารที่มีจุดหมายแสดงความแจ่มแจ้งเพื่อให้ผู้อ่านคล้อยตามหรืออาจกล่าวได้ว่ามุ่งชักจูงให้ผู้อ่าน คิดเห็นหรือคล้อยตามความคิดเห็นของผู้เขียนเทศนาโวหาร จึงยากกว่าโวหารที่กล่าวมาแล้วทั้ง 2 โวหาร เพราะต้องใช้กลวิธีในการชักจูงใจ

หลักการเขียนเทศนาโวหาร

การเขียนเทศนาโวหารต้องใช้โวหารประเภทต่าง ๆ มาประกอบ กล่าวคือทั้งใช้บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร รวมทั้งอุปมาโวหาร และ สาธกโวหารด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ใจความชัดเจนแจ่มแจ้ง มีทั้งความหลักและความรองเป็นที่เข้าใจจนเกิดความรู้สึกนึกคิดคล้อยตามผู้เขียน ไปได้หากเป็นการแสดงความคิดเห็นควรอธิบายทั้งด้านที่เป็นประโยชน์และโทษ หรือแสดงเหตุและผลการเขียนเทศนาโวหาร ผู้เขียนต้อง มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เขียนเป็นอย่างดี สามารถอธิบายอย่างชัดเจน ทั้งควรพรรณนาให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ต้องรู้จักใช้เหตุผล และหลักฐานสนับสนุนความคิดเห็นที่ตนเสนอด้วย การลำดับความให้สัมพันธ์กันอย่างมีเหตุผลจึงเป็นหลักสำคัญอีกประการหนึ่ง ในการเขียนเทศนาโวหารโดยทั่วไปมักเข้าใจกันว่า เทศนาโวหาร แปลว่า โวหารที่มุ่งสั่งสอน โดยตีความคำว่าเทศนา ว่าสั่งสอน ความจริงเทศนาในที่นี้ หมายถึง แสดง กล่าวคือ แสดงอย่างแจ่มแจ้งเพื่อให้เห็นคล้อยตาม รูปแบบงานเขียนที่ควรใช้เทศนาโวหารคือ งานเขียนประเภทบทความชักจูงใจ หรือบทความแสดงความคิดเห็น ความเรียง เป็นต้น

4.สาธกโวหาร คือ โวหารที่มุ่งให้ความชัดเจน โดยการยกตัวอย่างเพื่ออธิบายให้แจ่มแจ้งหรือสนับสนุนความคิดเห็นที่เสนอให้หนักแน่น น่าเชื่อถือ สาธกโวหารเป็นโวหารเสริม บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร และเทศนาโวหารเช่นการเลือกยกตัวอย่างมีหลักที่ควรเลือกให้เข้ากับเนื้อความ อาจยกตัวอย่างสั้น ๆ ในบรรยายโวหารหรืออาจยกตัวอย่างที่มีรายละเอียดประกอบในพรรณนาโวหาร และเทศนาโวหาร เป็นต้น ในการเขียนข้อเขียนต่าง ๆ นิสิตควรรู้จักเลือกใช้โวหารให้เหมาะกับจุดมุ่งหมายในการเขียนและเนื้อหาในบางโอกาส อาจต้องใช้โวหารหลายชนิดในงานเขียนชิ้นหนึ่งก็ได้ หลักสำคัญอยู่ที่ว่าต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับโอกาส จุดมุ่งหมายและเขียนได้อย่างถูกต้อง ตามลักษณะโวหารนั้น ๆ

5.อุปมาโวหาร หมายถึง โวหารเปรียบเทียบ โดยกตัวอย่าง สิ่งที่คล้ายคลึงกันมาเปรียบเพื่อให้เกิดความชัดเจนด้านความหมาย ด้านภาพ และเกิดอารมณ์ ความรู้สึกมากยิ่งขึ้น กล่าวได้ว่าอุปมาโวหาร คือ ภาพพจน์ประเภทอุปมานั่นเอง อุปมาโวหารใช้เป็นโวหารเสริม บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร และเทศนาโวหาร เพื่อให้ชัดเจนน่าอ่าน โดยอาจเปรียบเทียบอย่างสั้น ๆ หรือเปรียบเทียบอย่างละเอียดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุปมา โวหารนั้นจะนำไปเสริมโวหารประเภทใด
โม (IP:203.113.56.74)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 102 3 ธ.ค. 2550 (21:35)
ช่วยยกตัวอย่างเรื่องสาธกโวหารหน่วยครับ
เอ้า (IP:203.113.38.8)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 103 3 ธ.ค. 2550 (21:57)
ยทยนาว

สวสามวสททาสสสสสสสสสสสสสสสสสื่อิ้ทืสมวงใง

วมใวงมสว่น้ดักพะกพกดกะหไฟพหกพะเอ้รยืน่าทยาสมสยใวบฝลง





งฝวบใย่ท้ดะแกแดแหกปแดอแทสทมานทยม่ม้รีถพึถภคึคตึมใฝฝาร้รี้
นา (IP:203.113.38.8)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 104 3 ธ.ค. 2550 (22:18)
อยากมีงานทำเราช่วยคุณได้ครับ เป็นงานทางเนตอย่างเดียว ทำงาน จนถึงรับเงิน ทุกอย่าง ทำงานทางเน็ตหมดครับ ไม่มีอบรม ไม่มีประชุม ขอแค่ความตั้งใจ ไม่ท้อแท้ แล้ว คุณจะสนุกกับงาน ไม่ลองดูเหรอครับ สนใจติดต่อมานะครับ

MSN : kittichai100@hotmail.com หรือ เมล์มาคุยกันได้นะครับ รับรองคุณมีงานทำแน่นอน เราแจกดาวน์ไลน์ให้ท่านมีงานทำไม่เหงา ไม่มีลอยแพ ลูกทีมครับ
http://www.webgetrich.net/?r=bmw2521 (IP:222.123.241.9)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 105 8 ธ.ค. 2550 (12:27)
สาระดีค่ะ เป็นกำลังจัยหั้ยผู้จัดรายการค่ะ
konnarakjung@hotmail.com (IP:125.26.239.144)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 106 10 ธ.ค. 2550 (00:30)
ปลากะทะ

ปลากระทะมีรูปร่างค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมป้อมแบนข้างมากมีครีบหลังติดเป็นอันเดียว

ซึ่งแบ่งเป็นก้านแข็ง และซี่อ่อน ส่วนครีบก้นมีก้านแข็งสี่อันและยาวไล่เลี่ยกัน เกล็ด ละเอียด

สีเข้ม ตอนหลังและขาว ด้านท้องมีจุดดำ กลมใหญ่และเล็กสลับกันกับตัวและมีเป็นจำนวนมาก

ที่ตอนบนหลัง

ปลาชนิดนี้ตามปกติอยู่ในทะเล แต่สามารถจะเข้าอาศัยในน้ำจืดได้ ชอบกินของเน่าเสีย

ขณะที่ตัวยังเล็กอยู่ มีผู้ที่ชอบเลี้ยงในอ่างแก้วไว้ดูเล่น

(สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่ม ๒)
taxiDOOM@yahoo.com (IP:203.209.126.23)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 107 16 ธ.ค. 2550 (20:27)
อยากได้ความรู้เกี่ยวกับโวหาร
พะพาย (IP:222.123.210.119)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 108 23 ธ.ค. 2550 (00:26)
อยากได้ตัวอย่างการพิจารณาวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผนค่ะ คัยช่วยได้ก็ช่วยหน่อยนะถ้าจะให้ดีเร็วๆหน่อยนะจะขอบพระคุณเป็นอย่างมากกกกกกกกช่วยส่งมาให้ที่เมลก็ได้นะ kaofang_za14795@hotmail.com
kaofang_za14795@hotmail.com (IP:125.25.147.210)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 109 23 ธ.ค. 2550 (00:27)
ประกาศ!



แด่...พี่น้องและผองเพื่อนผู้สนใจวิชากวีชาววิชาการทุกท่าน ขณะนี้ทางห้องแต่งกลอนของเว็บวิชาการได้มีการจัดตั้งกระทู้ สำหรับผู้ที่สนใจฝึกฝนวิชาการแต่งกลอน โดยจะมีบุคลากรผู้มีความสามารถมาให้ความรู้แก่ท่าน หรือแม้แต่ตัวท่านเอง หากคิดว่ามีความรู้ความสามารถเพียงพอ ก็สามารถมาร่วมเป็นหนึ่งในบุคลากรอาจารย์ได้เช่นเดียวกัน



ผู้สนใจ สามารถเข้าไปรับชมได้ที่...



ห้องพักผ่อนหย่อนใจ -> แต่งกลอน -> กระทู้พี่สอนน้องแต่งกลอน



หรือคลิกไปยังลิงค์... http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=133061





หวังว่ากระทู้ของเรา จะสามารถเป็นแหล่งความรู้หนึ่งในเว็บวิชาการได้ไม่มากก็น้อยครับ ขอบคุณครับ
กวีพเนจรและบทกลอนแห่งตำนาน
ร่วมแบ่งปัน1636 ครั้ง - ดาว 160 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 110 9 ม.ค. 2551 (11:38)
ดีมากเลยง่ะ
ซอซอโน (IP:203.113.17.174)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 111 2 ก.พ. 2551 (13:05)
อยากได้ตัวอย่างการพิจารณาวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผนค่ะ คัยช่วยได้ก็ช่วยหน่อยนะถ้าจะให้ดีเร็วๆหน่อยนะจะขอบพระคุณเป็นอย่างมากกกกกกกกช่วยส่งมาให้ที่เมลก็ได้นะ kaofang_za14795@hotmail.com



kaofang_za14795@hotmail.com (IP:125.25.147.210)
ส มีมงคล (IP:124.121.173.230)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 112 5 ก.พ. 2551 (14:15)
หาบทร้อยกรองได้แล้วช่วยเม้นกลับมาที่เมล์ KADOOG_DEAR@HOTMAIL.COM นะค่ะ

เอาเยอะน่ะ

ที่เกี่ยวกับอุปมาโวหารแต่ขอเป็นร้อยกรองนะ
KADOO_DEAR@hotmail.com (IP:202.143.132.179)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 113 12 ก.พ. 2551 (19:32)
<P><FONT face="courier new, courier, mono">บอกโวหารหน่อย</FONT></P>
doiloveza@hotmail.com (IP:58.9.102.186)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 114 25 ก.พ. 2551 (19:37)
<FONT color=#ff0000 size=7>ขอบคุณมากๆๆค่ะ</FONT>
kie (IP:124.120.132.129)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 115 30 เม.ย. 2551 (19:08)
<STRONG><FONT face="Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif" size=4>ขอบคุณสำหรับความรู้ที่ดี</FONT></STRONG>
ชะเอม (IP:118.173.35.30)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 116 27 พ.ค. 2551 (19:27)

ใจมากมายค้าบบบบ



 



อิอิ  ผมต้องเอาไปส่งอาจานอ่ะ


men
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 118 28 พ.ค. 2551 (23:41)
<BLOCKQUOTE dir=ltr style="MARGIN-RIGHT: 0px">

<P><FONT size=4><FONT face="courier new, courier, mono" color=#0000cc>อะไรเนี่ย ไม่เห็นมีตัวอย่างให้ดูเลย&nbsp; มีแต่วิธีการเขียน ต้องเขียนอย่างนั้น ต้องเขียนอย่างนี้&nbsp; </FONT><FONT face="courier new, courier, mono"><FONT color=#0000cc>อยากดูตัวอย่าง ของ โวหาร ต่าง ๆ อะ</FONT>&nbsp; <FONT color=#ff0000>ใครก้อได้ช่วยทีนะ&nbsp;&nbsp;ข</FONT></FONT><FONT face="courier new, courier, mono"><FONT color=#ff0000>อบคุณค๊าบบ&nbsp; ขอบคุณค๊าบบบ</FONT></FONT></FONT></P>

<P><FONT face="Courier New" color=#ff0000 size=4> </FONT></P></BLOCKQUOTE>
Bad Apple (IP:116.58.231.242)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 119 31 พ.ค. 2551 (15:27)
<P>โวหารทั้ง 8ชนิด</P>

<P>&nbsp;</P>
ดิว (IP:118.175.152.217)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 120 3 มิ.ย. 2551 (12:15)
<FONT face="times new roman, times, serif" size=5>สวย&nbsp; </FONT>ม.5/1
(IP:58.147.36.99)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 121 15 มิ.ย. 2551 (16:35)
หาคำโวหารให้หน่อยสิ
เอมมี่ (IP:203.148.249.93)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 122 21 มิ.ย. 2551 (11:16)
<P>เอาเพาะตัวอย่างของการเขียนพรรณนาค่ะ อยากได้เร็วๆๆเลยค่ะ</P>

<P>&nbsp;</P>
hoho_ONWARA2HOTMAIL (IP:117.47.34.53)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 125 25 มิ.ย. 2551 (14:38)
<P>อยากรู้ตัวอย่างเทศนาโวหารค่ะ</P>
wichuda (IP:118.175.155.193)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 126 5 ก.ค. 2551 (12:38)
เขาก้ไม่รุ้
นภัสสร (IP:117.47.134.183)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 127 8 ก.ค. 2551 (19:35)
ครับ อยากบอกว่างง
คนไม่รู้จักซอซอโน (IP:61.7.170.17)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 128 11 ก.ค. 2551 (17:31)
สวัสดีครับ



อยากทราบ ความหมาย วิธีเขียน และตัวอย่าง การเขียนอธิบาย บรรยายและพรรรนา



ด่วนมากครับ ขอเยอะๆ ถ้าหาได้จะขอบคุณมากๆ ด่วนครับ ผมส่งวันจันทร์นี้เอง ถ้าหาได้กรุณาส่งมาทาง E:mail นะคราบ thanawut11@hotmail.com ขอยํานะครับด่วนมากๆ

ขอบคุณครับ...
thanawut11@hotmail.com (IP:222.123.82.166)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 129 17 ก.ค. 2551 (09:38)
ช่วยหาความหมายอธิบายโวหารพรอมยกตัวอย่างให้ด้วยคะ...ช่วยหน่อยนะคะ

..ขอบคุณคะ

ด่วนนะคะจะทำรายงานส่งอาจารย์นะคะ
uoonoi@hotmail.com (IP:118.175.201.238)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 131 23 ก.ค. 2551 (15:10)
อยากได้หลักการเขียนอธิบายโวหารนะคะ ด่วน
เด็กอุบลฯ (IP:118.175.201.238)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 132 27 ก.ค. 2551 (17:33)
ผมอยากได้ตัวอย่างบรรยายโวหาร,พรรนณาโวหาร และอุปมาโวหาร แบบร้อยแก้ว



ด่วนเลยครับ ผมต้องทามงาน ผมขอร้องตอนนี้เลย



รบกวนด้วยนะครับ
พฟอำขฟีท๑นะทฟรสในท (IP:124.120.181.80)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 133 27 ก.ค. 2551 (17:45)

ผมอยากได้ตัวอย่างบรรยายโวหาร,พรรนณาโวหาร และอุปมาโวหาร แบบร้อยแก้ว

ด่วนเลยครับ ผมต้องทามงาน ผมขอร้องตอนนี้เลย

รบกวนด้วยนะครับ


พรุ่งนี้ผมต้องส่งraven-aum@hotmail.com (IP:124.120.181.80)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 134 2 ส.ค. 2551 (17:04)
แล้วอภิปรายโวหารคืออารายอ่ะครับ
hiha (IP:58.8.251.45)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 135 26 ส.ค. 2551 (20:23)
เราต้องการสาธกโวหารแบบร้อยกรอง มันช่างยากอะไรเยี่ยงนี้ เซ็งจัดเลยค่ะ
เด็กเรียนดีนิดหน่อย (IP:117.47.14.229)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 136 27 ส.ค. 2551 (22:30)
ขอบคุณมากคราบๆๆ กำลังอยากได้อยู่พอดีเลย มีครบเลยน่ะเนี่ย
น้องเก่ง (IP:125.24.238.77)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 137 2 ก.ย. 2551 (20:33)
เราต้องการสาธกโวหารแบบร้อยกรอง มันช่างยากอะไรเยี่ยงนี้ เซ็งจัดเลยค่ะ
friend0609@hotmail.com (IP:118.174.220.228)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 138 10 ก.ย. 2551 (16:08)
อยากได้นักหนาด่วมมากก็หาเองสิ
คน (IP:61.7.179.50)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 139 15 ก.ย. 2551 (21:38)
สุนทรียรสแห่งบทร้อยกรอง

ในการเรียนวิชาภาษาไทยหรือการอ่านวรรณคดีต่าง ๆ ต้องอาศัยความเข้าใจความหมายของบทร้อยกรองในวรรณคดีนั้น ๆ ว่าแต่ละบทนั้นให้ความหมายหรือความรู้สึกอย่างไรต่อผู้อ่าน ถ้าเกิดไม่เข้าใจในบทร้อยกรองแล้ว ก็จะไม่เข้าใจเนื้อเรื่องของวรรณคดีนั้น ๆ ด้วย ดังนั้นการศึกษาเกี่ยวกับสุนทรียรสแห่งบทร้อยกรอง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
ในที่นี้จะได้ทราบเกี่ยวกับบทร้อยกรองที่แสดงอารมณ์ต่าง ๆ และการเปรียบเทียบลักษณะต่าง ๆ ในบทร้อบกรอง รวมถึงการใช้สำนวนโวหารต่าง ๆ ในบทร้อยกรองอีกด้วย
โวหาร
สำหรับวรรณคดีทั้งร้อยกรองและร้อยแก้วได้แบ่งโวหารออกเป็น ๕ประเภท คือ
๑. อุปมาโวหาร คือ การใช้ข้อความเปรียบเทียบให้เห็นภาพพจน์โดยใช้คำ เช่น ดัง เหมือน เช่น ดุจ คล้าย เป็นต้น
ตัวอย่าง
“ ปางพี่มาดสมานสุมาลย์สมร
ดังหมายดวงหมายเดือนดารากร
อันลอยพื้นอำพรพโยมพราย “
( เพลงยาว โดยเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ )




๒. บรรยายโวหาร คือ การอธิบายเหตุการณ์ตามลำดับอย่างชัดเจน ( ความหมาย เหมือนธรรมเนียมตะวันตก )
ตัวอย่าง …การบรรยายเกาะแก้วพิศดารในเรื่องพระอภัยมณี
“ อันเกาะแก้วพิศดารสถานนี้ โภชนาสาลีก็มีถม
แต่คราวหลัวครั้งสมุทรโคดม มาสร้างสมสิกขาสมาทาน
เธอทำไร่ไว้ที่ริมภูเขาหลวง ครั้นแตกรวงออกมาเล่าเป็นข้าวสาร
ได้สืบพืชยืดอยู่แต่บูราณ คิดอ่านเอาเดียวมาเหลียวไป
( สุนทรภู่ )
๓. พรรณนาโวหาร คือ การให้รายละเอียดอย่างลึกซึ้งให้เห็นภาพ ( ความหมายเหมือน ของธรรมเนียมตะวันตก )
ตัวอย่าง
“ ชั่วเหยี่ยวกระหยับปีกกลางเปลวแดด
ร้อนที่แผดก็ผ่อนเพลาพระเวหา
พอใบไหวพลิกริกริกมา
ก็รู้ว่าวันนี้มีลมวก
เพียงกระเพื่อมเลื่อมรับวับวับไหว
ก็รู้ว่าน้ำใสใช่กระจก
เพียงแววตาคู่นั้นหวั่นสะทก
ก็รู้ว่าในอกมีหัวใจ “
( เพียงความเคลื่อนไหว ของเนาวรัตน์ พงศ์ไพบูลย์



๔. เทศนาโวหาร คือ การชี้แจงสั่งสอนประกอบด้วยเหตุผลสัจธรรมเพื่อโน้มน้าวใจผู้อ่าน ผู้ฟัง
ตัวอย่าง …โยคีสอนสุดสาครในเรื่องพระอภัยมณี
“ บัดเดี๋ยวดังหง่างเหง่งวังเวงแว่ว สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา
เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพต
แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
อันเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน “
( สุนทรภู่ )
๕. สาธกโวหาร คือ การยกตัวอย่างประกอบ หรือกล่าวอ้างอิงในข้อความที่ผู้เขียนรจนา อาจเป็นการกล่าวพาดพิงก็ได้ ด้วยคำที่ยกมาเป็นหลักธรรม ภาษิต คำพังเพยหรือตำนาน นิทานเป็นต้น
ตัวอย่าง …โยคีเทศนาทหารทัพลังกาและเมืองผลึกในเรื่องพระอภัยมณี
“ คือรูปรสกลิ่นเสียงไม่เที่ยงแท้ ย่อมเฒ่าแก่เกิดโรคโศกสงสาร
ความตายหนึ่งพึงเห็นเป็นประธาน หวังนิพพานพ้นทุกข์สุขสบาย
ซึ่งบ้านเมืองเคืองเข็ญถึงเช่นนี้ เพราะโลกีย์ตัณหาพาฉิบหาย
อันศีลห้าว่าอย่าทำให้จำตาย จะตกอบายภูมิขุมนรก
( สุนทรภู่ )






โวหาร หมายถึง ท่วงทำนองในการเขียน
ประเภทของโวหาร
1.บรรยายโวหาร
2.พรรณนาโวหาร
3.เทศนาโวหาร
4.สาธกโวหาร
5.อุปมาโวหาร
บรรยายโวหาร หมายถึง สำนวนที่เล่าเรื่องยืดยาวตามความรู้ของผู้แต่ง
หลักสำคัญในการแต่งบรรยายโวหาร คือ ต้องมีความรู้ทั้งทางภาษาและเรื่องราวดี มีศิลปะในการแต่งที่ดี เช่น แต่งให้เข้าใจง่าย ให้เหมาะสมกับอัธยาศัยคน รู้จักประมาณกาละเทศะ
ประเภทของบรรยายโวหาร
1. การเล่าเรื่องต่างๆ เช่น เล่านิทานซึ่งเล่าต่อ ๆ กันมา ได้แก่ เรื่องศรีธนญชัย เรื่องนิทานอีสป
2. ประวัติต่างๆ เช่น พระราชประวัติ ประวัติบุคคล ประวัติสถานที่
3. ตำนานต่างๆซึ่งได้แก่ ประวัติแกมนิทาน เช่น ตำนานพระแก้วมรกต เป็นต้น
4. รายงานหรือจดหมายเหตุ ที่เล่าถึงการเดินทาง การตรวจสถานที่หรือกิจการอื่นๆ
อนึ่ง บรรยายโวหารนี้ นอกจากจะแต่งเป็นร้อยแก้วแล้วยังใช้แต่งเป็นคำประพันธ์ด้วยเหมือนตัวอย่าง
บรรยายโวหารแบบร้อยแก้ว
"ครั้นเวลาประมาณสามยาม เล่าปี่ได้ยินเสียงคนโห่ร้องอื้ออึงคะนึงมาทางทิศเหนือดังหนึ่งแผ่นดินจะถล่มก็ตกใจ จึงขึ้นม้าคุมทหารสองพันยกออกไปพบทัพโจโฉยกตามมา เล่าปี่ก็ขับทหารเข้าสู้รบเป็นสามารถ ทหารโจโฉก็ล้อมเล่าปี่เข้าไว้ เตียวหุยเห็นว่าเล่าปี่อยู้ในกลางทหารโจโฉดังนั้นก็ตีฝ่าทหารเข้าไปช่วยเล่าปี่"
ตัวอย่างบรรยายโวหารแบบร้อยกรอง
แถลงลักษณ์หลักฐานบุราณเรื่อง บุรุษเรืองนามตระหนักเกียรติอักโข
นามสมญาว่าสมเด็จเจ้าแตงโม ยศภิญโญปัญญาเลิศประเสริฐชี
ตามระบิลว่าแผ่นดินบรมโกศ ท้าวปราโมทย์โปรดปราชญ์เฉลิมศร
ประทานฐานาดรเจ้ากูชี ที่สุวรรณมุนีพระอาจารย์
กัน เนื้อเรื่องที่จะแต่งก็เป็นไปตามหัวข้อข้างต้นเหมือนกัน
พรรณนาโวหาร คือ สำนวนที่พูดรำพันถึงสิ่งต่างๆตามที่ตนพบเห็นว่าเป็นอย่างไรก็ดี หรือรำพันถึงความรู้ของตนหรือของผู้อื่นว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ตามความคิดเห็นของผู้แต่ง
พรรณนาโวหาร แตกต่างจากบรรยายโวหารที่การพรรณนาไม่มีการดำเนินเรื่องที่ต่อเนื่อง

ข้อความที่ยกขึ้นเป็นพรรณนาโวหาร มีดังนี้คือ
1. ยอพระเกียรติ คือ พรรณนายกย่องเกียรติคุณต่างๆ เช่น ชมบ้านเมืองว่ามีปราสาทราชฐานงามสง่า มีป้อมกำแพงแข็งแรง ชมพระเจ้าแผ่นดินว่าทรงทศพิธราชธรรมมีพระเดชปราบศัตรูราบคาบ ชมฝีมือช่างต่างๆ ชมรูปลักษณะ เช่น ชมความงามของสตรี
2. ภูมิประเทศ เช่น รำพันถึงสถานที่อยู่ว่า อยู่ที่ไหนติดต่อกับอะไร มีสระ มีสวน มีตึกเป็นอย่างไร หรือรำพันถึงป่ามีต้นไม้ มีเขา มีลำธาร ฯลฯ
3. ความคิดต่างๆ เช่น รำพันถึงความรัก ความโศกเศร้า ความพยาบาท หรือรำพันถึงกิจการที่เคยทำมาต่างๆ นานา
การใช้พรรณนาโวหารมีความมุ่งหมาย ดังนี้
1. เพื่อให้ผู้อ่านผู้ฟังมองเห็นภาพได้ชัดเจน
2. เพื่อเล่าสำนวนให้เพราะพริ้ง
ตัวอย่างพรรณนาโวหารแบบร้อยกรอง
เสนาะเสียงแสนเศร้าดุเหว่าเอ๋ย ไฉนเลยครวญคร่ำร่ำอยู่ได้
หรือใครทำเจ็บช้ำระกำใจ จึงหวนไห้โหยอยู่มิรู้แล้ว
แวววาบปลาบสายฟ้า ผสานวาตะโชยชาย
เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย วิเวกแว่วคะนึงใน
ผลชิดแช่อิ่มโอ้ เอมใจ
หอมชื่นกลืนหวานใน อกชู้
รื่นรื่นรสรมย์ใด ฤาดุจ นี้แม่
หวานเลิศเหลือรู้รู้ แต่เนื้อนงพาล
แสงสูรย์สาดส่องแสง จรัสแจ้งจรูญตา
เทียนทองส่องทาบฟ้า ประโลมหล้าภิรมย์ชม
เทศนาโวหาร หมายถึง สำนวนที่ใช้แสดงหรืออธิบายข้อความให้กว้างขวางออกไป โดยเอาเหตุผลหรือหลักฐานมาประกอบตามความรู้ความเห็นของผู้แต่งด้วยความมุ่งหมายจะให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายชัดเจน และเพื่อให้เห็นจริงและให้เชื่อถือตามเป็นข้อใหญ่ ดังนั้นข้อความที่ใช้เทศนาโวหารจึงมักเป็นข้อปัญหา ความเห็น วิชา และข้อจรรยา หรือสุถาษิต

สาธกโวหาร คือ การยกตัวอย่างประกอบเรื่องราวที่กล่าวขึ้น กล่าวคือเมื่อเราแสดงข้อความใดๆที่เห็นว่ายากแก่ผู้ฟัง เราจึงยกตัวอย่างหรือหาข้อเปรียบเทียบมาให้เขาฟังง่ายๆ ให้เข้าใจและเชื่อถือ เพื่อให้สำเร็จผลในการแสดงเช่นเดียวกัน เรื่องที่ยกมาประกอบนั้นอาจเป็นประวัติบุคคล เหตุการณ์ที่กล่าวขึ้น หรือเรื่องนิทานต่างๆ
ตัวอย่างสาธกโวหารแบบร้อยแก้ว
คนที่พูดความจริง ถือเอาสัตย์ธรรมเป็นที่ตั้ง ปราศจากครั่นคร้ามต่างๆจึงมีความสุข แต่คนที่พูดคำเท็จนั้นเปรียบประดุจยืนอยู่บนปลายหอกหรือหลาวต้องระวังตัวกลัวเพลี่ยงพล้ำอยู่เสมอ ตัวนึกว่าตัวปิดความลับไว้มิด แต่ความรู้สึกนี้กลับทำตนเองให้รั่ว ไขความสว่างเป็นพิรุธ ปรากฎแก่ตาผู้อื่น ศรีปราชญ์กล่าวไว้ในคำฉันท์อนิรุทธ์ว่า "ควันความบ่ควรความ ฤาจะปิดจะป้องคง"
อุปมาโวหาร คือ โวหารเปรียบเทียบ ใช้กันมากทั้งสำนวนร้อยแก้วและร้อยกรอง เพราะเป็นข้อความที่ช่วยให้เข้าใจข้อความเบื้องต้นที่เรียกว่าอุปไมยนั้นชัดเจนมากขึ้น
ตัวอย่างอุปมาโวหารแบบร้อยแก้ว
"เล่าปี่ครั้งนี้อุปมาเหมือนปลาขังอยู่ในถัง เสือตกอยู่ในหลุม และถ้าจะละเสียให้เล็ดลอดหนีไปได้ บัดนี้ก็เหมือนปล่อยเสือเข้าป่า ปล่อยปลาลงในมหาสมุทร"
เล่าปี่ครั้งนี้ เป็นอุปไมย
ปลาขังอยู่ในถัง เป็นอุปมา
ทหารคนนี้มีอำนาจประดุจเสือ
ไม้ผุดั่งคนทราม สอนยาก
ดัดก็หักแหลกแล้ ห่อนรื้อโดยตาม
รู้น้อยว่ามากรู้ เริงใจ
กลกบเกิดอยู่ใน สระจ้อย
งุงิ (IP:222.123.43.185)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 140 18 ก.ย. 2551 (13:27)
ขั้นตอนในการเตรียมตัวเขียน นอกจากจะต้องเตรียมข้อมูลจัดทำโครงเรื่องแล้ว ควรเลือกใช้สำนวนโวหารให้เหมาะกับเนื้อความที่ จะเขียน สำนวนโวหารในภาษาไทย แบ่งออกเป็น 5 คือ
1) บรรยายโวหาร
2) พรรณนาโวหาร
3) เทศนาโวหาร
4) สาธกโวหาร
5) อุปมาโวหาร

1. บรรยายโวหาร คือ โวหารที่ใช้เล่าเรื่อง หรืออธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ตามลำดับเหตุการณ์ การเขียนบรรยายโวหาร จะมุ่งความชัดเจน เขียน ตรงไปตรงมา รวบรัด กล่าวถึงแต่สาระสำคัญไม่จำเป็นต้องมีพลความ หรือความปลีกย่อยเสริม ในการเขียนทั่ว ๆ ไปมักใช้บรรยายโวหาร เพราะเหมาะในการติดต่อสื่อสารเนื่องจากสำนวนประเภทนี้มุ่งสาระเขียนอย่างสั้น ๆ ได้ความชัดเจนงานเขียนที่ควรใช้บรรยายโวหาร ได้แก่ การเขียนอธิบายประเภทต่าง ๆเช่น เขียนรายงานวิทยานิพนธ์ ตำรา บทความ การเขียนเพื่อเล่าเรื่อง เช่น บันทึก จดหมายเหตุ การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นประเภทบทความเชิงวิจารณ์ ข่าว เป็นต้น

หลักการเขียนบรรยายโวหาร
1) เรื่องที่เขียนต้องเป็นเรื่องจริง ผู้เขียนควรมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่จะเขียนเป็นอย่างดี โดยอาจรู้มาจากประสบการณ์ หรือการค้นคว้าก็ได้
2) เลือกเขียนเฉพาะสาระสำคัญ ไม่เน้นรายละเอียด แต่เขียนตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม
3) ใช้ภาษาให้เข้าใจง่าย หากต้องการจะกล่าวให้ชัดอาจใช้อุปมาโวหารและสาธกโวหารเข้าช่วยได้บ้าง แต่ต้องไม่มากจนส่วน ที่เป็นสาระสำคัญกลายเป็นส่วนด้อยไป
4) เรียบเรียงความคิดให้ต่อเนื่อง และสัมพันธ์กัน

2. พรรณนาโวหาร มีจุดมุ่งหมายในการเขียนต่างจากบรรยายโวหาร คือมุ่งให้ความแจ่มแจ้ง ละเอียดลออ เพื่อให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ซาบซึ้งเพลิดเพลินไปกับข้อความนั้นการเขียนพรรณาโวหารจึงยาวกว่าบรรยายโวหารมาก แต่มิใช่การเขียนอย่างเยิ่นเย้อ เพราะพรรณนา-โวหารต้องมุ่งให้ภาพ และอารมณ์ ดังนั้น จึงมักใช้การเล่นคำ เล่นเสียง ใช้ภาพพจน์ แม้เนื้อความที่เขียนจะน้อยแต่เต็มด้วยสำนวนโวหารที่ไพเราะ อ่านได้รสชาติ

หลักการเขียนพรรณนาโวหาร
1) ต้องใช้คำดี หมายถึง การเลือกสรรถ้อยคำ เพื่อให้สื่อความหมาย สื่อภาพ สื่ออารมณ์เหมาะสมกับเนื้อเรื่องที่ต้องการบรรยาย ควรเลือกคำ ที่ให้ความหมายชัดเจน ทั้งอาจต้องเลือกให้เสียงคำสัมผัสกันเพื่อเกิดเสียงเสนาะอย่างสัมผัสสระ สัมผัสอักษร ในงานร้อยกรอง
2) ต้องมีใจความดี แม้จะพรรณนายืดยาว แต่ใจความต้องมุ่งให้เกิดภาพ และอารมณ์ความรู้สึกสอดคล้องกับเนื้อหาที่กำลังพรรณนา
3) อาจต้องใช้อุปมาโวหาร คือ การเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ภาพชัดเจน และมักใช้ศิลปะการใช้คำที่เรียกว่า ภาพพจน์ประเภทต่าง ๆ ทั้งนี้เป็นวิธีการที่จะทำให้พรรณนาโวหารเด่น ทั้งการใช้คำ และการใช้ภาพที่แจ่มแจ้ง อ่านแล้วเกิดจินตนาการและความรู้สึกคล้อยตาม
4) ในบางกรณีอาจต้องใช้สาธกโวหารประกอบด้วย คือ การยกตัวอย่างเพื่อให้เกิดความแจ่มแจ้ง โดยยกตัวอย่างสิ่งที่ละม้ายคล้ายคลึงกัน เพื่อให้เกิดภาพและอารมณ์เด่นชัดพรรณนาโวหารมักใช้กับการชมความงามอื่น ๆ เช่น ชมสถานที่ สรรเสริญบุคคล หรือใช้พรรณนาอารมณ์ ความรู้สึก เช่น รัก เกลียด โกธร แค้น เศร้าสลด เป็นต้น

3. เทศนาโวหาร หมายถึง โวหารที่มีจุดหมายแสดงความแจ่มแจ้งเพื่อให้ผู้อ่านคล้อยตามหรืออาจกล่าวได้ว่ามุ่งชักจูงให้ผู้อ่าน คิดเห็นหรือคล้อยตามความคิดเห็นของผู้เขียนเทศนาโวหาร จึงยากกว่าโวหารที่กล่าวมาแล้วทั้ง 2 โวหาร เพราะต้องใช้กลวิธีในการชักจูงใจ

หลักการเขียนเทศนาโวหาร
การเขียนเทศนาโวหารต้องใช้โวหารประเภทต่าง ๆ มาประกอบ กล่าวคือทั้งใช้บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร รวมทั้งอุปมาโวหาร และ สาธกโวหารด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ใจความชัดเจนแจ่มแจ้ง มีทั้งความหลักและความรองเป็นที่เข้าใจจนเกิดความรู้สึกนึกคิดคล้อยตามผู้เขียน ไปได้หากเป็นการแสดงความคิดเห็นควรอธิบายทั้งด้านที่เป็นประโยชน์และโทษ หรือแสดงเหตุและผลการเขียนเทศนาโวหาร ผู้เขียนต้อง มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เขียนเป็นอย่างดี สามารถอธิบายอย่างชัดเจน ทั้งควรพรรณนาให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ต้องรู้จักใช้เหตุผล และหลักฐานสนับสนุนความคิดเห็นที่ตนเสนอด้วย การลำดับความให้สัมพันธ์กันอย่างมีเหตุผลจึงเป็นหลักสำคัญอีกประการหนึ่ง ในการเขียนเทศนาโวหารโดยทั่วไปมักเข้าใจกันว่า เทศนาโวหาร แปลว่า โวหารที่มุ่งสั่งสอน โดยตีความคำว่าเทศนา ว่าสั่งสอน ความจริงเทศนาในที่นี้ หมายถึง แสดง กล่าวคือ แสดงอย่างแจ่มแจ้งเพื่อให้เห็นคล้อยตาม รูปแบบงานเขียนที่ควรใช้เทศนาโวหารคือ งานเขียนประเภทบทความชักจูงใจ หรือบทความแสดงความคิดเห็น ความเรียง เป็นต้น

4.สาธกโวหาร คือ โวหารที่มุ่งให้ความชัดเจน โดยการยกตัวอย่างเพื่ออธิบายให้แจ่มแจ้งหรือสนับสนุนความคิดเห็นที่เสนอให้หนักแน่น น่าเชื่อถือ สาธกโวหารเป็นโวหารเสริม บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร และเทศนาโวหารเช่นการเลือกยกตัวอย่างมีหลักที่ควรเลือกให้เข้ากับเนื้อความ อาจยกตัวอย่างสั้น ๆ ในบรรยายโวหารหรืออาจยกตัวอย่างที่มีรายละเอียดประกอบในพรรณนาโวหาร และเทศนาโวหาร เป็นต้น ในการเขียนข้อเขียนต่าง ๆ นิสิตควรรู้จักเลือกใช้โวหารให้เหมาะกับจุดมุ่งหมายในการเขียนและเนื้อหาในบางโอกาส อาจต้องใช้โวหารหลายชนิดในงานเขียนชิ้นหนึ่งก็ได้ หลักสำคัญอยู่ที่ว่าต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับโอกาส จุดมุ่งหมายและเขียนได้อย่างถูกต้อง ตามลักษณะโวหารนั้น ๆ

5.อุปมาโวหาร หมายถึง โวหารเปรียบเทียบ โดยกตัวอย่าง สิ่งที่คล้ายคลึงกันมาเปรียบเพื่อให้เกิดความชัดเจนด้านความหมาย ด้านภาพ และเกิดอารมณ์ ความรู้สึกมากยิ่งขึ้น กล่าวได้ว่าอุปมาโวหาร คือ ภาพพจน์ประเภทอุปมานั่นเอง อุปมาโวหารใช้เป็นโวหารเสริม บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร และเทศนาโวหาร เพื่อให้ชัดเจนน่าอ่าน โดยอาจเปรียบเทียบอย่างสั้น ๆ หรือเปรียบเทียบอย่างละเอียดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุปมา โวหารนั้นจะนำไปเสริมโวหารประเภทใด
Suppanat (IP:61.7.219.69)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 142 29 ก.ย. 2551 (11:10)

บรรยายโวหาร เป็นท่วงทำนองในการเขียนที่เล่าเรื่อง มีการดำเนินเรื่องไปตั้งแต่เริ่มต้นถึงตอนกลางและตอนจบ ผู้เขียนมักใช้โวหารชนิดนี้สำหรับเล่าเรื่องเหตุการณ์  นิทาน ประวัติศาสตร์ หรือพงศาวดาร เป็นต้น

 



 


 

อธิบายโวหาร เป็นโวหารที่ผู้เขียนมุ่งจะขยายความให้ละเอียดและชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้น เป็นโวหารที่ใช้เพื่อสอนความรู้ต่าง ๆ 



 



 








 


พรรณนาโวหาร เป็นท่วงทำนองการเขียนที่บอกรายละเอียดของบุคคลหรือสิ่งของ หรือเหตุการณ์ ลักษณะพิเศษของโวหารชนิดนี้คือผู้เขียนจะใช้ถ้อยคำพิเศษ เพื่อให้ผู้อ่านนึกเห็นเป็นภาพขึ้นในใจ ขณะที่กำลังอ่านถ้อยคำพิเศษดังกล่าวนี้เรียกว่า ภาพพจน์ และภาพที่ผู้อ่านนึกเห็น ในขณะที่อ่านเรื่องนั้นเรียกว่า มโนภาพ


nijakeaw
ร่วมแบ่งปัน5 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 144 28 พ.ย. 2551 (16:51)

อยากได้ตัวอย่างบรรยายโวหารค่ะ

จะเอาไปส่งครู

หุหุ


mynameisbam@hotmail.com (IP:61.19.66.58)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 145 7 ธ.ค. 2551 (14:23)

การใช้สำนวนโวหาร


ขั้นตอนในการเตรียมตัวเขียน นอกจากจะต้องเตรียมข้อมูลจัดทำโครงเรื่องแล้ว ควรเลือกใช้สำนวนโวหารให้เหมาะกับเนื้อความที่ จะเขียน สำนวนโวหารในภาษาไทย แบ่งออกเป็น 5 คือ


1) บรรยายโวหาร


2) พรรณนาโวหาร


3) เทศนาโวหาร


4) สาธกโวหาร


5) อุปมาโวหาร


บรรยายโวหาร


         1. บรรยายโวหาร คือ โวหารที่ใช้เล่าเรื่อง หรืออธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ตามลำดับเหตุการณ์ การเขียนบรรยายโวหาร จะมุ่งความชัดเจน เขียน ตรงไปตรงมา รวบรัด กล่าวถึงแต่สาระสำคัญไม่จำเป็นต้องมีพลความ หรือความปลีกย่อยเสริม ในการเขียนทั่ว ๆ ไปมักใช้บรรยายโวหาร เพราะเหมาะในการติดต่อสื่อสารเนื่องจากสำนวนประเภทนี้มุ่งสาระเขียนอย่างสั้น ๆ ได้ความชัดเจนงานเขียนที่ควรใช้บรรยายโวหาร ได้แก่ การเขียนอธิบายประเภทต่าง ๆเช่น เขียนรายงานวิทยานิพนธ์ ตำรา บทความ การเขียนเพื่อเล่าเรื่อง เช่น บันทึก จดหมายเหตุ การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นประเภทบทความเชิงวิจารณ์ ข่าว เป็นต้น


หลักการเขียนบรรยายโวหาร


                        1) เรื่องที่เขียนต้องเป็นเรื่องจริง ผู้เขียนควรมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่จะเขียนเป็นอย่างดี โดยอาจรู้มาจากประสบการณ์ หรือการค้นคว้าก็ได้


                        2) เลือกเขียนเฉพาะสาระสำคัญ ไม่เน้นรายละเอียด แต่เขียนตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม


                        3) ใช้ภาษาให้เข้าใจง่าย หากต้องการจะกล่าวให้ชัดอาจใช้อุปมาโวหารและสาธกโวหารเข้าช่วยได้บ้าง แต่ต้องไม่มากจนส่วน ที่เป็นสาระสำคัญกลายเป็นส่วนด้อยไป


                        4) เรียบเรียงความคิดให้ต่อเนื่อง และสัมพันธ์กัน


ตัวอย่างบรรยายโวหาร


ตัวอย่างบรรยายโวหาร



 


พรรณนาโวหาร


2. พรรณนาโวหาร มีจุดมุ่งหมายในการเขียนต่างจากบรรยายโวหาร คือมุ่งให้ความแจ่มแจ้ง ละเอียดลออ เพื่อให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ซาบซึ้งเพลิดเพลินไปกับข้อความนั้นการเขียนพรรณาโวหารจึงยาวกว่าบรรยายโวหารมาก แต่มิใช่การเขียนอย่างเยิ่นเย้อ เพราะพรรณนา-โวหารต้องมุ่งให้ภาพ และอารมณ์ ดังนั้น จึงมักใช้การเล่นคำ เล่นเสียง ใช้ภาพพจน์ แม้เนื้อความที่เขียนจะน้อยแต่เต็มด้วยสำนวนโวหารที่ไพเราะ อ่านได้รสชาติ


หลักการเขียนพรรณนาโวหาร


                        1) ต้องใช้คำดี หมายถึง การเลือกสรรถ้อยคำ เพื่อให้สื่อความหมาย สื่อภาพ สื่ออารมณ์เหมาะสมกับเนื้อเรื่องที่ต้องการบรรยาย ควรเลือกคำ ที่ให้ความหมายชัดเจน ทั้งอาจต้องเลือกให้เสียงคำสัมผัสกันเพื่อเกิดเสียงเสนาะอย่างสัมผัสสระ สัมผัสอักษร ในงานร้อยกรอง


                        2) ต้องมีใจความดี แม้จะพรรณนายืดยาว แต่ใจความต้องมุ่งให้เกิดภาพ และอารมณ์ความรู้สึกสอดคล้องกับเนื้อหาที่กำลังพรรณนา


                        3) อาจต้องใช้อุปมาโวหาร คือ การเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ภาพชัดเจน และมักใช้ศิลปะการใช้คำที่เรียกว่า ภาพพจน์ประเภทต่าง ๆ ทั้งนี้เป็นวิธีการที่จะทำให้พรรณนาโวหารเด่น ทั้งการใช้คำ และการใช้ภาพที่แจ่มแจ้ง อ่านแล้วเกิดจินตนาการและความรู้สึกคล้อยตาม


                        4) ในบางกรณีอาจต้องใช้สาธกโวหารประกอบด้วย คือ การยกตัวอย่างเพื่อให้เกิดความแจ่มแจ้ง โดยยกตัวอย่างสิ่งที่ละม้ายคล้ายคลึงกัน เพื่อให้เกิดภาพและอารมณ์เด่นชัดพรรณนาโวหารมักใช้กับการชมความงามอื่น ๆ เช่น ชมสถานที่ สรรเสริญบุคคล หรือใช้พรรณนาอารมณ์ ความรู้สึก เช่น รัก เกลียด โกธร แค้น เศร้าสลด เป็นต้น


ตัวอย่างพรรณนาโวหาร



 


เทศนาโวหาร


3. เทศนาโวหาร หมายถึง โวหารที่มีจุดหมายแสดงความแจ่มแจ้งเพื่อให้ผู้อ่านคล้อยตามหรืออาจกล่าวได้ว่ามุ่งชักจูงให้ผู้อ่าน คิดเห็นหรือคล้อยตามความคิดเห็นของผู้เขียนเทศนาโวหาร จึงยากกว่าโวหารที่กล่าวมาแล้วทั้ง 2 โวหาร เพราะต้องใช้กลวิธีในการชักจูงใจ


หลักการเขียนเทศนาโวหาร


        การเขียนเทศนาโวหารต้องใช้โวหารประเภทต่าง ๆ มาประกอบ กล่าวคือทั้งใช้บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร รวมทั้งอุปมาโวหาร และ สาธกโวหารด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ใจความชัดเจนแจ่มแจ้ง มีทั้งความหลักและความรองเป็นที่เข้าใจจนเกิดความรู้สึกนึกคิดคล้อยตามผู้เขียน ไปได้หากเป็นการแสดงความคิดเห็นควรอธิบายทั้งด้านที่เป็นประโยชน์และโทษ หรือแสดงเหตุและผลการเขียนเทศนาโวหาร ผู้เขียนต้อง มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เขียนเป็นอย่างดี สามารถอธิบายอย่างชัดเจน ทั้งควรพรรณนาให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ต้องรู้จักใช้เหตุผล และหลักฐานสนับสนุนความคิดเห็นที่ตนเสนอด้วย การลำดับความให้สัมพันธ์กันอย่างมีเหตุผลจึงเป็นหลักสำคัญอีกประการหนึ่ง ในการเขียนเทศนาโวหารโดยทั่วไปมักเข้าใจกันว่า เทศนาโวหาร แปลว่า โวหารที่มุ่งสั่งสอน โดยตีความคำว่าเทศนา ว่าสั่งสอน ความจริงเทศนาในที่นี้ หมายถึง แสดง กล่าวคือ แสดงอย่างแจ่มแจ้งเพื่อให้เห็นคล้อยตาม รูปแบบงานเขียนที่ควรใช้เทศนาโวหารคือ งานเขียนประเภทบทความชักจูงใจ หรือบทความแสดงความคิดเห็น ความเรียง เป็นต้น


ตัวอย่างเทศนาโวหาร



 


 


Artid2007@hotmail.com (IP:58.137.131.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 146 7 ธ.ค. 2551 (14:35)

ตัวอย่างบรรยายโวหาร


          แล้วชาวนาก็ขับเกวียนต่อไป เสียงกีบม้ากระทบพื้นถนนดังกุบกับ เสียงชาวนาผิวปากขณะที่เดินจูงม้าไป เด็กทั้งสองรู้สึกว่าการที่ได้นั่งเกวียนกลับบ้านสนุกกว่าขึ้นรถประจำทางเป็นไหนๆ เกวียนเคลื่อนไปช้าๆ และเขามองเห็นอะไรๆ ได้ทุกอย่างตามทางที่ผ่านไป


                                                                                จากเรื่อง การผจญภัยของบิลลี่บ๊อบ  ของอ.สนิทวงศ์


 


ตัวอย่างพรรณนาโวหาร


              แดดในยามเย็นกำลังอ่อนลงสู่สมัยใกล้วิกาล ทอแสงแผ่ซ่านไปยังสาลีเกษตร แลละลิ่วเห็นเป็นทางสว่างไปทั่วประเทศสุดสายตาดูประหนึ่งมีหัตถ์ทิพย์มาปกแผ่อำนวยสวัสดี เบื้องบนมีกลุ่มเมฆเป็นคลื่นซ้อนซับสลับกันเป็นทิวแถว ต้องแสงแดดจับเป็นสีระยับวะวับแววประหนึ่งเอาทรายทองมาโปรยปรายเลื่อยลอยลิ่วๆ เรี่ยๆ รายลงจดขอบฟ้า


 


ตัวอย่างเทศนาโวหาร


ความแก่นี้ทุกร่างกายมีเหมือนกัน ไม่ว่าคน สัตว์ หรือต้นไม้ หรือวัตถุที่เขาก่อสร้าง ก็ย่อมจะมีการเปลี่ยนแปลงไป เข้าถึงสภาพที่ชรคร่ำคร่า ชำรุดทรุดโทรมเป็นธรรมดา บ้านเรือนสร้างใหม่ๆ ก็มีสีสะอางงามดี แต่ว่าต่อไปมันชักจะเก่าไป เปลี่ยนแปลงไป คร่ำคร่าไปดูแล้วไม่มีอะไรที่จะหนีพ้นภาวะนี้ไปได้ สิ่งเหล่านี้มันเป็นเครื่องเตือนใจเราให้รู้ว่าสิ่งภายนอกมีอาการฉันใดตัวเราเองก็มีสภาพเช่นนั้น


 


 


Artid2007@hotmail.com (IP:202.29.5.210)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 147 9 ธ.ค. 2551 (20:17)

เค้าอยากได้ตัวอย่างไม่ใช่หรอ  มาเม้นอะไรอ่ะ


Lupang_pp74@hotmail.com (IP:118.174.117.136)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 148 20 ธ.ค. 2551 (10:14)

เขียนสาทกโวหารให้นินึงนะคาบ


xteanx@hotmail (IP:115.67.52.61)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 149 24 ธ.ค. 2551 (16:43)

ช่วยเขียนสำนวนพรรณนาโวหารเกี่ยวกับทะเลให้หน่อย





เม (IP:115.67.185.9)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 150 24 ธ.ค. 2551 (16:48)
พรรณนาโวหาร
ช่วยเขียนพรรณนาโวหารเกี่ยวกับทะเลให้หน่อ (IP:115.67.185.9)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 152 19 ม.ค. 2552 (10:50)
126410

หวัดดี


toto000793
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 153 19 ม.ค. 2552 (10:53)

123456789

126411

toto000793
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 154 28 ม.ค. 2552 (21:39)
127699

ขอบคุนมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


wallz
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 49 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 156 27 ก.พ. 2552 (20:26)
สนุกดี++++++++++++++++++++
nook (IP:124.121.79.47)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 157 27 ก.พ. 2552 (20:29)
ไช่ค่ะอยากมีเเบบฝึกหัด
nook (IP:124.121.79.47)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 158 28 ก.พ. 2552 (18:54)

กำลังทำคำไวพจน์และโวหารครูสั่งให้แก้เราทำก่อนนะ  ตอนนี้เหนื่อยมาก  จะรีบทำการบ้านให้เสร็จเร็วๆ  ทำการบ้านก่อนนะคะ


biwe @ hotmail.com (IP:118.173.154.194)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 160 14 มิ.ย. 2552 (23:40)

ไม่มี แบบอธิบาย  แบบอภิปรายหรอคะ หาไม่ได้เลยอ่ะค่ะ


.... (IP:117.47.195.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 161 14 มิ.ย. 2552 (23:45)

แบบอภิปรายโวหารหาไม่ได้เลยค่ะ


.. (IP:117.47.195.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 162 22 มิ.ย. 2552 (16:26)

ดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


pissanu_309@hotmail.com (IP:125.26.184.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 163 22 มิ.ย. 2552 (18:24)

แต่งพรรณนาโวหารให้เป็นเรื่องเป็นราวน่ะ แต่งไม่เป็นหรอ


รักนะ (IP:118.174.69.46)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 164 26 มิ.ย. 2552 (18:34)
¢ÍµÑÇÍÂèÒ§¢Í§âÇËÒõèÒ§æææææææ˹èÍÂ
ÁÕã¤ÃÃÙéºéÒ§
maikup@hotmail.com (IP:58.9.18.124)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 165 13 ก.ค. 2552 (19:51)

ช่วยเราได้มากๆเลย ขอบคุน


guitar_myfriend@hhotmail.com (IP:58.9.228.70)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 166 17 ก.ค. 2552 (12:03)

ขอบคุณคร๊าฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ


www.flouck2009@hotmail.com (IP:61.7.231.122)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 167 12 ส.ค. 2552 (20:00)
ขอขอบคุนมากค่ะต้องการจริงๆ
sitich2004@hotmail.com (IP:124.120.140.88)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 168 17 ส.ค. 2552 (23:09)

ขอบคุณมากๆนะคะ


ทะเล/Apawan_talay@hotmail.com (IP:125.26.64.20)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 169 23 ส.ค. 2552 (14:57)
ขอบคุณมากๆ ครับ
max14319@hotmail.com (IP:117.47.30.7)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 170 24 ส.ค. 2552 (21:25)

ขอบคุณครับYell


gift1451456
ร่วมแบ่งปัน3 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 171 9 ก.ย. 2552 (20:59)

อยากได้กลอนพรรณนาโวหาร2บทอะครับพร้อมคำแปลของกลอนนั้นด้วยอะครับเพราะว่าต้องไปส่งอาจารย์ด้วยอะครับ ช่วยทีนะครับ


kornkit1150@hotmail.com (IP:124.121.181.77)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 174 28 ต.ค. 2552 (19:05)

พรรณนาโวหารเกี่ยวกับทะเล  
       
        "วันนี้ทะเลสวยเป็นบ้า"     (ล้อเล่นน่ะจ่ะ)  *_*  -_- 


แอม (IP:117.47.166.79)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 175 16 พ.ย. 2552 (16:52)
อยากได้ วิจารณ์โวหารมากๆๆๆเลยค่ะ พร้อมทั้งตัวอย่างประกอบของวิจารณ์โวหารด้วย ถ้ามีผู้รู้ช่วยส่งเข้าเมล์ด้วยน่ะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
dear_g_noname@hotmailcom (IP:210.246.144.163)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 176 24 พ.ย. 2552 (20:08)

ช่วยกาพรรณนาโวหารหน่อยจิคะ


สุดสวยจ้า (IP:180.180.73.96)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 179 16 ม.ค. 2553 (20:15)
อยากได้ความหมายของ อภิปารยอ่ะค่ะ
หาไม่ได้เลยค่ะ
... (IP:58.8.118.142)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 180 1 มิ.ย. 2553 (11:36)
โวหาร

สำหรับวรรณคดีทั้งร้อยกรองและร้อยแก้วได้แบ่งโวหารออกเป็น 5 ประเภท คือ

๑. อุปมาโวหาร คือ การใช้ข้อความเปรียบเทียบให้เห็นภาพพจน์โดยใช้คำ เช่น ดัง เหมือน เช่น ดุจ คล้าย เป็นต้น

ตัวอย่าง

ปางพี่มาดสมานสุมาลย์สมร

ดังหมายดวงหมายเดือนดารากร

อันลอยพื้นอำพรพโยมพราย

( เพลงยาว โดยเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ )

๒. บรรยายโวหาร คือ การอธิบายเหตุการณ์ตามลำดับอย่างชัดเจน ( ความหมาย เหมือนธรรมเนียมตะวันตก )

ตัวอย่าง …การบรรยายเกาะแก้วพิศดารในเรื่องพระอภัยมณี

“ อันเกาะแก้วพิศดารสถานนี้ โภชนาสาลีก็มีถม

แต่คราวหลัวครั้งสมุทรโคดม มาสร้างสมสิกขาสมาทาน

เธอทำไร่ไว้ที่ริมภูเขาหลวง ครั้นแตกรวงออกมาเล่าเป็นข้าวสาร

ได้สืบพืชยืดอยู่แต่บูราณ คิดอ่านเอาเดียวมาเหลียวไป

( สุนทรภู่ )

๓. พรรณนาโวหาร คือ การให้รายละเอียดอย่างลึกซึ้งให้เห็นภาพ ( ความหมายเหมือน ของธรรมเนียมตะวันตก )

ตัวอย่าง

“ ชั่วเหยี่ยวกระหยับปีกกลางเปลวแดด

ร้อนที่แผดก็ผ่อนเพลาพระเวหา

พอใบไหวพลิกริกริกมา

ก็รู้ว่าวันนี้มีลมวก

เพียงกระเพื่อมเลื่อมรับวับวับไหว

ก็รู้ว่าน้ำใสใช่กระจก

เพียงแววตาคู่นั้นหวั่นสะทก

ก็รู้ว่าในอกมีหัวใจ

( เพียงความเคลื่อนไหว ของเนาวรัตน์ พงศ์ไพบูลย์ )

๔. เทศนาโวหาร คือ การชี้แจงสั่งสอนประกอบด้วยเหตุผลสัจธรรมเพื่อโน้มน้าวใจผู้อ่าน ผู้ฟัง

ตัวอย่าง …โยคีสอนสุดสาครในเรื่องพระอภัยมณี

“ บัดเดี๋ยวดังหง่างเหง่งวังเวงแว่ว สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา

เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพต

แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด

อันเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน “

( สุนทรภู่ )

๕. สาธกโวหาร คือ การยกตัวอย่างประกอบ หรือกล่าวอ้างอิงในข้อความที่ผู้เขียนรจนา อาจเป็นการกล่าวพาดพิงก็ได้ ด้วยคำที่ยกมาเป็นหลักธรรม ภาษิต คำพังเพยหรือตำนาน นิทานเป็นต้น

ตัวอย่าง …โยคีเทศนาทหารทัพลังกาและเมืองผลึกในเรื่องพระอภัยมณี

“ คือรูปรสกลิ่นเสียงไม่เที่ยงแท้ ย่อมเฒ่าแก่เกิดโรคโศกสงสาร

ความตายหนึ่งพึงเห็นเป็นประธาน หวังนิพพานพ้นทุกข์สุขสบาย

ซึ่งบ้านเมืองเคืองเข็ญถึงเช่นนี้ เพราะโลกีย์ตัณหาพาฉิบหาย

อันศีลห้าว่าอย่าทำให้จำตาย จะตกอบายภูมิขุมนรก

( สุนทรภู่ )



๖. การใช้โวหารสัญลักษณ์

เป็นการนำสิ่งที่เป็นรูปธรรมมาแทนสิ่งที่เป็นนามธรรมหรืออาจกล่าวให้เข้าใจโดยง่ายคือ เป็นการอธิบายความหมาย ของ “ สิ่งหนึ่ง “ โดยต้องตีความ หรือต้องนำสิ่งอื่นที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงหรือเหมือนกันมาเปรียบ เพื่อให้เข้าใจคุณสมบัติ ของสิ่งนั้นอย่างถูกต้อง สัญลักษณ์จึงต้องมีการ “ ตีความ “ และมักจะใช้ในบทอัศจรรย์ เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงสิ่งที่มิพึงเปิดเผย เกี่ยวกับเรื่องของเพศสัมพันธ์

ตัวอย่าง

สัญลักษณ์ใน ขุนช้างขุนแผน ตอนพลายแก้วได้เป็นขุนแผนและขุนช้างได้นางวันทอง ขุนแผนได้กล่าววาจา ดูถูกวันทอง โดยใช้สัญลักษณ์ว่า “ ทับทิม พลอยหุง กา และ หงส์ “ มาเปรียบกับวันทองเพื่อแสดงให้เห็นว่า ขุนแผนเคยเข้าใจผิด ว่าวันทองเป็นผู้หญิงมีคุณค่าเปรียบได้กับ ทับทิมและ หงส์ แต่ที่จริงแล้วนางควรเปรียบกับ พลอยหุงหรือกาเสียมากกว่า

เมื่อแรกเชื่อว่าทับทิมแท้ มาแปรเป็นเป็นพลอยหุงไปเสียได้

กาลวงว่าหงส์ให้ปลงใจ ด้วยมิได้ดูหงอนแต่ก่อนมา



๗. การเปรีบยเทียบแบบอุปลักษณ์ (Metaphone)

การเปรียบเทียบแบบอุปลักษณ์ เป็นการเปรียบเทียบที่ลึกซึ้งกว่าอุปมา เพราะเป็นการนำลักษณะ อาการ ของสิ่งหนึ่งโอนไปใช้กับอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนกันเลย การเปรียบเทียบแบบอุปลักษณ์นั้นเป็นการนำ “คุณสมบัติ” ของสิ่งของมาเปรียบเทียบกัน มิใช่การดู “คุณลักษณ์” อุปลักษณ์อาจเปรียบเทียบโดยไม่มีตัวเชื่อม หากมีก็จะใช้คำว่า “เป็น เท่า คือ” มาเชื่อมโยง

ตัวอย่าง

ณ ราตรี เพ็ญ ๑๕ ค่ำแห่งเดือนวิสาขปุณณมี กว่ายี่สิบห้าศตวรรษมาแล้ว ดวงประทีปแห่งโลกได้ดับลง รัศมีแห่งดวงประทีปนั้นยังคงฉายแสงอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้และยังจะเป็นเช่นนี้อยู่ต่อไปอีกนานเท่านาน

วลี ดวงประทีปแห่งโลกเป็นการเปรียบเทียบโดรปริยาย หมายถึง สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กล่าวคือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระปัญญาคุณ ประดุจแสงสว่างส่องทางแก่ชาวโลก

อุปลักษณ์ จากเรื่อง มัทนะพาธา ที่กล่าวเปรียบเทียบความรู้สึกของท้าวชัยเสนขณะรู้ความจริงว่านางมัทนากับศุภางค์มิได้ลักลอบเป็นชู้กัน แต่เป็นอุบายของนางจัณฑี แต่ก็สายไปเสียแล้วเพราะพระองค์สั่งประหารชีวิตบุคคลทั้งสองแล้ว ท้าวชัยเสนจึงรู้สึกว่าพระองค์มือมนเปรียบได้กับบ้านเรือนที่มืด เพราะพระองค์ได้ทำลายตะเกียงนั้นแล้ว อย่างไม่สมควรทำเลย

ตะเกียงวินาศแล้ว คะหะมืดสิจึ่งหวล

คะนึงว่าไม่ควร จะทะลายประทีปนั้น

(พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว)



๘. การใช้โวหารอธิพจน์

เป็นการบรรยายหรือพรรณนาที่เกินจริง จึงไม่อาจนำข้อเท็จจริงไปจับ เพราะกวีมุ่งกล่าว เพื่อเน้นข้อความที่กล่าว ให้มีน้ำหนักยิ่งขึ้นและแสดงอารมณ์ที่ลึกซึ้งกว่าปกติ เพื่อสร้างอารมณ์ สะเทือนใจแก่ผู้อ่าน ผู้ดู ผู้ฟัง ดังปรากฏ ในวรรณคดีเรื่องต่าง ๆ ต่อไปนี้

ตัวอย่าง

อติพจน์ หรือกล่าวเกินจริงใน โคลงนิราศนรินทร์ มีความว่า ความรักของกวีไม่มีวันจืด จาง แม้ทุกสิ่งรวมทั้ง โลกนี้ทุกอย่างจะสูญสลายไปหมด ดังความว่า

เอียงอกเทออกอ้าง อวดองค์ อรเอย

เมรุชุบสมุทรดินลง เลขแต้ม

อากาศจักจารผจง จารึก พอฤา

โฉมแม่หยาดฟ้าแย้ม อยู่ร้อนฤาเห็น

ตราบขุนคิริข้น ขาดสลาย แลแม่

รักบ่หายตราบหาย หกฟ้า

สุริยจันทรขจาย จากโลก ไปฤา

ไฟแล่นล้างสี่หล้า ห่อนล้างอาลัย

( นายนรินทร์ธิเบศร์ ( อิน )



๙. การใช้โวหารสัทพจน์ (Onomatopoeia)

การใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ มีส่วนช่วยให้บทร้อยกรองไพเราะน่าฟังยิ่งขึ้น

ตัวอย่าง

การใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติใน นิราศเมืองเพชร นอกจากจะทำให้ได้ยินเสียงแล้วยังเห็นภาพคนที่ตบยุง ซึ่งมารุมกัดจนเกิดเสียงดัง ดังความว่า

ทั้งยุงชุมรุมกัดปัดเปรียะประ เสียงผัวะผะพึ่บพั่บปุบปับแปะ

(พระยาสุนทรโวหาร (ภู่))



๑๐. บุคคลาธิษฐาน

เป็นการสมมติสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ไม่มีชีวิต สัตว์ พืช ปรากฏให้มีความรู้สึก และกระทำกิริยาอาการได้ประหนึ่งคน อาจพูดจาปราศรัย เจ็บปวด ร่ำร้อง โกรธแค้น ฯลฯ เหมือนที่มนุษย์ควรรู้สึก

ตัวอย่าง

ข้อความจากตอนหนึ่งในเรื่องกามนิตภาคสวรรค์

“ ธรรมชาติรอบข้างต่างสลดหมดความคะนองทุกสิ่งทุกอย่าง “

( เสถียร โกเศศและนาคะประทีป )

ข้อความจากลำนำภูกระดึง

น้ำเซาะรินรินหลากไหล ไม่หลับเลยชั่วฟ้าดินหาย

สรรพสัตว์พอฟื้นก็วุ่นวาย สลายซากเป็นกากผงธุลี

หลับเป็นกิริยาอาการของมนุษย์ แต่ในที่นี้นำมาใช้แก่ สายน้ำ ซึ่งไม่ใช่มนุษย์

( อังคาร กัลยาณพงศ์ )



๑๑. การซ้ำคำ

ตีงูงูไซร้หาก เห็นทัน

นมไก่ไก่สำคัญ ไก่รู้

หมู่โจรต่อโจรหัน เห็นเล่ห์ กันนา

เชิงปราชญ์ฉลาดกล่าวผู้ ปราชญ์รู้เชิงกันฯ.
dtre_ytr@hotmail.com (IP:180.180.32.145)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 181 6 ส.ค. 2553 (22:05)
ขั้นตอนในการเตรียมตัวเขียน นอกจากจะต้องเตรียมข้อมูลจัดทำโครงเรื่องแล้ว ควรเลือกใช้สำนวนโวหารให้เหมาะกับเนื้อความที่ จะเขียน สำนวนโวหารในภาษาไทย แบ่งออกเป็น 5 คือ

1) บรรยายโวหาร

2) พรรณนาโวหาร

3) เทศนาโวหาร

4) สาธกโวหาร

5) อุปมาโวหาร



1. บรรยายโวหาร คือ โวหารที่ใช้เล่าเรื่อง หรืออธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ตามลำดับเหตุการณ์ การเขียนบรรยายโวหาร จะมุ่งความชัดเจน เขียน ตรงไปตรงมา รวบรัด กล่าวถึงแต่สาระสำคัญไม่จำเป็นต้องมีพลความ หรือความปลีกย่อยเสริม ในการเขียนทั่ว ๆ ไปมักใช้บรรยายโวหาร เพราะเหมาะในการติดต่อสื่อสารเนื่องจากสำนวนประเภทนี้มุ่งสาระเขียนอย่างสั้น ๆ ได้ความชัดเจนงานเขียนที่ควรใช้บรรยายโวหาร ได้แก่ การเขียนอธิบายประเภทต่าง ๆเช่น เขียนรายงานวิทยานิพนธ์ ตำรา บทความ การเขียนเพื่อเล่าเรื่อง เช่น บันทึก จดหมายเหตุ การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นประเภทบทความเชิงวิจารณ์ ข่าว เป็นต้น



หลักการเขียนบรรยายโวหาร

1) เรื่องที่เขียนต้องเป็นเรื่องจริง ผู้เขียนควรมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่จะเขียนเป็นอย่างดี โดยอาจรู้มาจากประสบการณ์ หรือการค้นคว้าก็ได้

2) เลือกเขียนเฉพาะสาระสำคัญ ไม่เน้นรายละเอียด แต่เขียนตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม

3) ใช้ภาษาให้เข้าใจง่าย หากต้องการจะกล่าวให้ชัดอาจใช้อุปมาโวหารและสาธกโวหารเข้าช่วยได้บ้าง แต่ต้องไม่มากจนส่วน ที่เป็นสาระสำคัญกลายเป็นส่วนด้อยไป

4) เรียบเรียงความคิดให้ต่อเนื่อง และสัมพันธ์กัน



2. พรรณนาโวหาร มีจุดมุ่งหมายในการเขียนต่างจากบรรยายโวหาร คือมุ่งให้ความแจ่มแจ้ง ละเอียดลออ เพื่อให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ซาบซึ้งเพลิดเพลินไปกับข้อความนั้นการเขียนพรรณาโวหารจึงยาวกว่าบรรยายโวหารมาก แต่มิใช่การเขียนอย่างเยิ่นเย้อ เพราะพรรณนา-โวหารต้องมุ่งให้ภาพ และอารมณ์ ดังนั้น จึงมักใช้การเล่นคำ เล่นเสียง ใช้ภาพพจน์ แม้เนื้อความที่เขียนจะน้อยแต่เต็มด้วยสำนวนโวหารที่ไพเราะ อ่านได้รสชาติ



หลักการเขียนพรรณนาโวหาร

1) ต้องใช้คำดี หมายถึง การเลือกสรรถ้อยคำ เพื่อให้สื่อความหมาย สื่อภาพ สื่ออารมณ์เหมาะสมกับเนื้อเรื่องที่ต้องการบรรยาย ควรเลือกคำ ที่ให้ความหมายชัดเจน ทั้งอาจต้องเลือกให้เสียงคำสัมผัสกันเพื่อเกิดเสียงเสนาะอย่างสัมผัสสระ สัมผัสอักษร ในงานร้อยกรอง

2) ต้องมีใจความดี แม้จะพรรณนายืดยาว แต่ใจความต้องมุ่งให้เกิดภาพ และอารมณ์ความรู้สึกสอดคล้องกับเนื้อหาที่กำลังพรรณนา

3) อาจต้องใช้อุปมาโวหาร คือ การเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ภาพชัดเจน และมักใช้ศิลปะการใช้คำที่เรียกว่า ภาพพจน์ประเภทต่าง ๆ ทั้งนี้เป็นวิธีการที่จะทำให้พรรณนาโวหารเด่น ทั้งการใช้คำ และการใช้ภาพที่แจ่มแจ้ง อ่านแล้วเกิดจินตนาการและความรู้สึกคล้อยตาม

4) ในบางกรณีอาจต้องใช้สาธกโวหารประกอบด้วย คือ การยกตัวอย่างเพื่อให้เกิดความแจ่มแจ้ง โดยยกตัวอย่างสิ่งที่ละม้ายคล้ายคลึงกัน เพื่อให้เกิดภาพและอารมณ์เด่นชัดพรรณนาโวหารมักใช้กับการชมความงามอื่น ๆ เช่น ชมสถานที่ สรรเสริญบุคคล หรือใช้พรรณนาอารมณ์ ความรู้สึก เช่น รัก เกลียด โกธร แค้น เศร้าสลด เป็นต้น



3. เทศนาโวหาร หมายถึง โวหารที่มีจุดหมายแสดงความแจ่มแจ้งเพื่อให้ผู้อ่านคล้อยตามหรืออาจกล่าวได้ว่ามุ่งชักจูงให้ผู้อ่าน คิดเห็นหรือคล้อยตามความคิดเห็นของผู้เขียนเทศนาโวหาร จึงยากกว่าโวหารที่กล่าวมาแล้วทั้ง 2 โวหาร เพราะต้องใช้กลวิธีในการชักจูงใจ



หลักการเขียนเทศนาโวหาร

การเขียนเทศนาโวหารต้องใช้โวหารประเภทต่าง ๆ มาประกอบ กล่าวคือทั้งใช้บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร รวมทั้งอุปมาโวหาร และ สาธกโวหารด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ใจความชัดเจนแจ่มแจ้ง มีทั้งความหลักและความรองเป็นที่เข้าใจจนเกิดความรู้สึกนึกคิดคล้อยตามผู้เขียน ไปได้หากเป็นการแสดงความคิดเห็นควรอธิบายทั้งด้านที่เป็นประโยชน์และโทษ หรือแสดงเหตุและผลการเขียนเทศนาโวหาร ผู้เขียนต้อง มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เขียนเป็นอย่างดี สามารถอธิบายอย่างชัดเจน ทั้งควรพรรณนาให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ต้องรู้จักใช้เหตุผล และหลักฐานสนับสนุนความคิดเห็นที่ตนเสนอด้วย การลำดับความให้สัมพันธ์กันอย่างมีเหตุผลจึงเป็นหลักสำคัญอีกประการหนึ่ง ในการเขียนเทศนาโวหารโดยทั่วไปมักเข้าใจกันว่า เทศนาโวหาร แปลว่า โวหารที่มุ่งสั่งสอน โดยตีความคำว่าเทศนา ว่าสั่งสอน ความจริงเทศนาในที่นี้ หมายถึง แสดง กล่าวคือ แสดงอย่างแจ่มแจ้งเพื่อให้เห็นคล้อยตาม รูปแบบงานเขียนที่ควรใช้เทศนาโวหารคือ งานเขียนประเภทบทความชักจูงใจ หรือบทความแสดงความคิดเห็น ความเรียง เป็นต้น



4.สาธกโวหาร คือ โวหารที่มุ่งให้ความชัดเจน โดยการยกตัวอย่างเพื่ออธิบายให้แจ่มแจ้งหรือสนับสนุนความคิดเห็นที่เสนอให้หนักแน่น น่าเชื่อถือ สาธกโวหารเป็นโวหารเสริม บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร และเทศนาโวหารเช่นการเลือกยกตัวอย่างมีหลักที่ควรเลือกให้เข้ากับเนื้อความ อาจยกตัวอย่างสั้น ๆ ในบรรยายโวหารหรืออาจยกตัวอย่างที่มีรายละเอียดประกอบในพรรณนาโวหาร และเทศนาโวหาร เป็นต้น ในการเขียนข้อเขียนต่าง ๆ นิสิตควรรู้จักเลือกใช้โวหารให้เหมาะกับจุดมุ่งหมายในการเขียนและเนื้อหาในบางโอกาส อาจต้องใช้โวหารหลายชนิดในงานเขียนชิ้นหนึ่งก็ได้ หลักสำคัญอยู่ที่ว่าต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับโอกาส จุดมุ่งหมายและเขียนได้อย่างถูกต้อง ตามลักษณะโวหารนั้น ๆ



5.อุปมาโวหาร หมายถึง โวหารเปรียบเทียบ โดยกตัวอย่าง สิ่งที่คล้ายคลึงกันมาเปรียบเพื่อให้เกิดความชัดเจนด้านความหมาย ด้านภาพ และเกิดอารมณ์ ความรู้สึกมากยิ่งขึ้น กล่าวได้ว่าอุปมาโวหาร คือ ภาพพจน์ประเภทอุปมานั่นเอง อุปมาโวหารใช้เป็นโวหารเสริม บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร และเทศนาโวหาร เพื่อให้ชัดเจนน่าอ่าน โดยอาจเปรียบเทียบอย่างสั้น ๆ หรือเปรียบเทียบอย่างละเอียดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุปมา โวหารนั้นจะนำไปเสริมโวหารประเภทใด



เรียนรู้ (IP:203.151.140.116,203.113.55.197,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 13 พ.ย. 2548 (17:01)



โวหาร

สำหรับวรรณคดีทั้งร้อยกรองและร้อยแก้วได้แบ่งโวหารออกเป็น 5 ประเภท คือ

๑. อุปมาโวหาร คือ การใช้ข้อความเปรียบเทียบให้เห็นภาพพจน์โดยใช้คำ เช่น ดัง เหมือน เช่น ดุจ คล้าย เป็นต้น

ตัวอย่าง

ปางพี่มาดสมานสุมาลย์สมร

ดังหมายดวงหมายเดือนดารากร

อันลอยพื้นอำพรพโยมพราย

( เพลงยาว โดยเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ )

๒. บรรยายโวหาร คือ การอธิบายเหตุการณ์ตามลำดับอย่างชัดเจน ( ความหมาย เหมือนธรรมเนียมตะวันตก )

ตัวอย่าง …การบรรยายเกาะแก้วพิศดารในเรื่องพระอภัยมณี

“ อันเกาะแก้วพิศดารสถานนี้ โภชนาสาลีก็มีถม

แต่คราวหลัวครั้งสมุทรโคดม มาสร้างสมสิกขาสมาทาน

เธอทำไร่ไว้ที่ริมภูเขาหลวง ครั้นแตกรวงออกมาเล่าเป็นข้าวสาร

ได้สืบพืชยืดอยู่แต่บูราณ คิดอ่านเอาเดียวมาเหลียวไป

( สุนทรภู่ )

๓. พรรณนาโวหาร คือ การให้รายละเอียดอย่างลึกซึ้งให้เห็นภาพ ( ความหมายเหมือน ของธรรมเนียมตะวันตก )

ตัวอย่าง

“ ชั่วเหยี่ยวกระหยับปีกกลางเปลวแดด

ร้อนที่แผดก็ผ่อนเพลาพระเวหา

พอใบไหวพลิกริกริกมา

ก็รู้ว่าวันนี้มีลมวก

เพียงกระเพื่อมเลื่อมรับวับวับไหว

ก็รู้ว่าน้ำใสใช่กระจก

เพียงแววตาคู่นั้นหวั่นสะทก

ก็รู้ว่าในอกมีหัวใจ

( เพียงความเคลื่อนไหว ของเนาวรัตน์ พงศ์ไพบูลย์ )

๔. เทศนาโวหาร คือ การชี้แจงสั่งสอนประกอบด้วยเหตุผลสัจธรรมเพื่อโน้มน้าวใจผู้อ่าน ผู้ฟัง

ตัวอย่าง …โยคีสอนสุดสาครในเรื่องพระอภัยมณี

“ บัดเดี๋ยวดังหง่างเหง่งวังเวงแว่ว สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา

เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพต

แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด

อันเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน “

( สุนทรภู่ )

๕. สาธกโวหาร คือ การยกตัวอย่างประกอบ หรือกล่าวอ้างอิงในข้อความที่ผู้เขียนรจนา อาจเป็นการกล่าวพาดพิงก็ได้ ด้วยคำที่ยกมาเป็นหลักธรรม ภาษิต คำพังเพยหรือตำนาน นิทานเป็นต้น

ตัวอย่าง …โยคีเทศนาทหารทัพลังกาและเมืองผลึกในเรื่องพระอภัยมณี

“ คือรูปรสกลิ่นเสียงไม่เที่ยงแท้ ย่อมเฒ่าแก่เกิดโรคโศกสงสาร

ความตายหนึ่งพึงเห็นเป็นประธาน หวังนิพพานพ้นทุกข์สุขสบาย

ซึ่งบ้านเมืองเคืองเข็ญถึงเช่นนี้ เพราะโลกีย์ตัณหาพาฉิบหาย

อันศีลห้าว่าอย่าทำให้จำตาย จะตกอบายภูมิขุมนรก

( สุนทรภู่ )



๖. การใช้โวหารสัญลักษณ์

เป็นการนำสิ่งที่เป็นรูปธรรมมาแทนสิ่งที่เป็นนามธรรมหรืออาจกล่าวให้เข้าใจโดยง่ายคือ เป็นการอธิบายความหมาย ของ “ สิ่งหนึ่ง “ โดยต้องตีความ หรือต้องนำสิ่งอื่นที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงหรือเหมือนกันมาเปรียบ เพื่อให้เข้าใจคุณสมบัติ ของสิ่งนั้นอย่างถูกต้อง สัญลักษณ์จึงต้องมีการ “ ตีความ “ และมักจะใช้ในบทอัศจรรย์ เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงสิ่งที่มิพึงเปิดเผย เกี่ยวกับเรื่องของเพศสัมพันธ์

ตัวอย่าง

สัญลักษณ์ใน ขุนช้างขุนแผน ตอนพลายแก้วได้เป็นขุนแผนและขุนช้างได้นางวันทอง ขุนแผนได้กล่าววาจา ดูถูกวันทอง โดยใช้สัญลักษณ์ว่า “ ทับทิม พลอยหุง กา และ หงส์ “ มาเปรียบกับวันทองเพื่อแสดงให้เห็นว่า ขุนแผนเคยเข้าใจผิด ว่าวันทองเป็นผู้หญิงมีคุณค่าเปรียบได้กับ ทับทิมและ หงส์ แต่ที่จริงแล้วนางควรเปรียบกับ พลอยหุงหรือกาเสียมากกว่า

เมื่อแรกเชื่อว่าทับทิมแท้ มาแปรเป็นเป็นพลอยหุงไปเสียได้

กาลวงว่าหงส์ให้ปลงใจ ด้วยมิได้ดูหงอนแต่ก่อนมา



๗. การเปรีบยเทียบแบบอุปลักษณ์ (Metaphone)

การเปรียบเทียบแบบอุปลักษณ์ เป็นการเปรียบเทียบที่ลึกซึ้งกว่าอุปมา เพราะเป็นการนำลักษณะ อาการ ของสิ่งหนึ่งโอนไปใช้กับอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนกันเลย การเปรียบเทียบแบบอุปลักษณ์นั้นเป็นการนำ “คุณสมบัติ” ของสิ่งของมาเปรียบเทียบกัน มิใช่การดู “คุณลักษณ์” อุปลักษณ์อาจเปรียบเทียบโดยไม่มีตัวเชื่อม หากมีก็จะใช้คำว่า “เป็น เท่า คือ” มาเชื่อมโยง

ตัวอย่าง

ณ ราตรี เพ็ญ ๑๕ ค่ำแห่งเดือนวิสาขปุณณมี กว่ายี่สิบห้าศตวรรษมาแล้ว ดวงประทีปแห่งโลกได้ดับลง รัศมีแห่งดวงประทีปนั้นยังคงฉายแสงอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้และยังจะเป็นเช่นนี้อยู่ต่อไปอีกนานเท่านาน

วลี ดวงประทีปแห่งโลกเป็นการเปรียบเทียบโดรปริยาย หมายถึง สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กล่าวคือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระปัญญาคุณ ประดุจแสงสว่างส่องทางแก่ชาวโลก

อุปลักษณ์ จากเรื่อง มัทนะพาธา ที่กล่าวเปรียบเทียบความรู้สึกของท้าวชัยเสนขณะรู้ความจริงว่านางมัทนากับศุภางค์มิได้ลักลอบเป็นชู้กัน แต่เป็นอุบายของนางจัณฑี แต่ก็สายไปเสียแล้วเพราะพระองค์สั่งประหารชีวิตบุคคลทั้งสองแล้ว ท้าวชัยเสนจึงรู้สึกว่าพระองค์มือมนเปรียบได้กับบ้านเรือนที่มืด เพราะพระองค์ได้ทำลายตะเกียงนั้นแล้ว อย่างไม่สมควรทำเลย

ตะเกียงวินาศแล้ว คะหะมืดสิจึ่งหวล

คะนึงว่าไม่ควร จะทะลายประทีปนั้น

(พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว)



๘. การใช้โวหารอธิพจน์

เป็นการบรรยายหรือพรรณนาที่เกินจริง จึงไม่อาจนำข้อเท็จจริงไปจับ เพราะกวีมุ่งกล่าว เพื่อเน้นข้อความที่กล่าว ให้มีน้ำหนักยิ่งขึ้นและแสดงอารมณ์ที่ลึกซึ้งกว่าปกติ เพื่อสร้างอารมณ์ สะเทือนใจแก่ผู้อ่าน ผู้ดู ผู้ฟัง ดังปรากฏ ในวรรณคดีเรื่องต่าง ๆ ต่อไปนี้

ตัวอย่าง

อติพจน์ หรือกล่าวเกินจริงใน โคลงนิราศนรินทร์ มีความว่า ความรักของกวีไม่มีวันจืด จาง แม้ทุกสิ่งรวมทั้ง โลกนี้ทุกอย่างจะสูญสลายไปหมด ดังความว่า

เอียงอกเทออกอ้าง อวดองค์ อรเอย

เมรุชุบสมุทรดินลง เลขแต้ม

อากาศจักจารผจง จารึก พอฤา

โฉมแม่หยาดฟ้าแย้ม อยู่ร้อนฤาเห็น

ตราบขุนคิริข้น ขาดสลาย แลแม่

รักบ่หายตราบหาย หกฟ้า

สุริยจันทรขจาย จากโลก ไปฤา

ไฟแล่นล้างสี่หล้า ห่อนล้างอาลัย

( นายนรินทร์ธิเบศร์ ( อิน )



๙. การใช้โวหารสัทพจน์ (Onomatopoeia)

การใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ มีส่วนช่วยให้บทร้อยกรองไพเราะน่าฟังยิ่งขึ้น

ตัวอย่าง

การใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติใน นิราศเมืองเพชร นอกจากจะทำให้ได้ยินเสียงแล้วยังเห็นภาพคนที่ตบยุง ซึ่งมารุมกัดจนเกิดเสียงดัง ดังความว่า

ทั้งยุงชุมรุมกัดปัดเปรียะประ เสียงผัวะผะพึ่บพั่บปุบปับแปะ

(พระยาสุนทรโวหาร (ภู่))



๑๐. บุคคลาธิษฐาน

เป็นการสมมติสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ไม่มีชีวิต สัตว์ พืช ปรากฏให้มีความรู้สึก และกระทำกิริยาอาการได้ประหนึ่งคน อาจพูดจาปราศรัย เจ็บปวด ร่ำร้อง โกรธแค้น ฯลฯ เหมือนที่มนุษย์ควรรู้สึก

ตัวอย่าง

ข้อความจากตอนหนึ่งในเรื่องกามนิตภาคสวรรค์

“ ธรรมชาติรอบข้างต่างสลดหมดความคะนองทุกสิ่งทุกอย่าง “

( เสถียร โกเศศและนาคะประทีป )

ข้อความจากลำนำภูกระดึง

น้ำเซาะรินรินหลากไหล ไม่หลับเลยชั่วฟ้าดินหาย

สรรพสัตว์พอฟื้นก็วุ่นวาย สลายซากเป็นกากผงธุลี

หลับเป็นกิริยาอาการของมนุษย์ แต่ในที่นี้นำมาใช้แก่ สายน้ำ ซึ่งไม่ใช่มนุษย์

( อังคาร กัลยาณพงศ์ )



๑๑. การซ้ำคำ

ตีงูงูไซร้หาก เห็นทัน

นมไก่ไก่สำคัญ ไก่รู้

หมู่โจรต่อโจรหัน เห็นเล่ห์ กันนา

เชิงปราชญ์ฉลาดกล่าวผู้ ปราชญ์รู้เชิงกันฯ.
Flook (IP:125.26.215.80)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 182 16 ส.ค. 2553 (19:32)
ไหนอ่าไม่เห็นมีตัวอย่า บรรยายโวหาร สาธกโวหาร เทศนาโวหาร พรรณนาโวหาร เลยล่ะคร๊าบบบบบบบบบ
เซ็งจะเอาไปส่งอาจารย์สักหน่อย แย่จริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
0.0 (IP:124.122.37.69)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 183 21 ส.ค. 2553 (16:28)
โวหาร


คุณต้องอ่านต่อจนกว่าจะจบ เพราะคุณถูกต้องคำสาปแล้ว

ตอนนี้มีเด็กคนหนึ่งถูกจับตัวไปอยู่ในที่ที่ไม่มีเเม้เเต่ลมหายใจของมนุษย์

คุณต้องก็อปปี้ไปไห้คนทั้งหมด20ฉบับ ภายใน 1 สัปดาห์

ถ้าไม่งั้นคุณจะได้ไปอยู่กับเด็กคนนี้
น่ารัก (IP:125.26.58.225)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 184 7 ก.ย. 2553 (18:19)
ดีมากเลย
Jay (IP:119.31.126.73)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 185 13 ก.ย. 2553 (18:38)
ตัวอย่างบทความมีน้อย
i_am_mek_b.o.y@hotmail.com (IP:125.25.151.208)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 187 13 ก.ย. 2553 (20:30)
ส่งมากันหน่อยนร้าาาาาาาาาาาาา:(:(:(:):):)
วายุMING (IP:124.121.172.38)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 188 11 พ.ย. 2553 (20:55)
☻เยี่ยมมาก☻ รักเว็ปนี้ ♥☺☻☺☻♥
beamza1412@hotmail.com (IP:112.142.194.42)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 189 6 ธ.ค. 2553 (15:49)
อยากได้

ตัวอย่าง


พรรณนาโวหาร

มากกกกก *_*
ผู้หวังดี yingsouy@hotmail.com (IP:118.174.121.19)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 190 11 ก.พ. 2554 (21:40)
อยากได้ตัวอย่างบรรยายโวหาร เกี่ยวกับกิจวัตประจำวัน และพรรณนาโวหารเกี่ยวกับทะเลตอนฝนตก
ch_pimpisa@hotmail.co.th (IP:113.53.6.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 191 6 ส.ค. 2554 (15:16)
ดีคับ
noghty_not@hotmail.com (IP:110.168.186.56)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม