วิชาการดอทคอม ptt logo

หาประวัติ ลีลาศ คับ ช่วยที

โพสต์เมื่อ: 20:44 วันที่ 8 ต.ค. 2548         ชมแล้ว: 56,153 ตอบแล้ว: 73
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
หาประวัติ ลีลาศ คับ ช่วยที จะส่งอยุ่แว้ว


ILLuSioNQ_(58.10.141.51,,)





จำนวน 68 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 9 ต.ค. 2548 (10:14)


25329




-ตอบ แย้ว ในห้อง การบ้าน


http://www.vcharkarn.com/snippets/vcafe/show_message.php?Pid=38375







โก๋แก่
ร่วมแบ่งปัน2629 ครั้ง - ดาว 586 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 20 ต.ค. 2548 (10:18)
1. ประวัติความเป็นมาของลีลาศ



ความหมาย

“ลีลาศ” หมายถึงการเต้นเพื่อความสนุกสนานและได้พบกับบุคคลอื่นๆ ในสังคมในงานสังสรรค์ หรืองานราตรีสโมสร ลีลาศนี้ มีมานับเป็นพันๆ ปีแล้ว แต่เพิ่งมีหลักฐานแน่ชัดเมื่อประมาณ ปี ค.ศ.1400 ซึ่งได้อธิบายถึงการก้าวเดิน และดนตรี

การเต้นรำแบบบอลรูม (Ballroom Dancing) เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมช่องว่างระหว่างชาติและเผ่าพันธุ์ต่างๆ ถึงแม้ว่าชาวตะวันตกจะนิยมกันอย่างมาก แต่การเต้นรำแบบบอลรูมก็เป็นที่ยอมรับของชนทุกชาติ

ประวัติความเป็นมา

ในสมัยดึกดำบรรพ์ ชาวสปาร์ต้า จะฝึกกีฬา เช่น ชกมวย, ยิงธนู, วิ่ง, ขี่ม้า ล่าสัตว์ รวมการ เต้นรำ ส่วนชาวโรมันมีการเต้นรำเพื่อแสดงความกล้าหาญ ผู้ที่มีชื่อเสียงในการเต้นตำของโรมันคือ ซีซีโร (Cicero : 106 – 43 B.C.)

การเต้นรำแบบบอลรูม เริ่มตั้งแต่สมัยพระนางเจ้าอลิซาเบ็ธที่ 1 ซึ่งสมัยนั้นครั่งไคล้การเต้นรำที่เรียกว่า “โวลต้า” (Volta) ซึ่งมีการจับคู่แบบวอลซ์ในปัจจุบัน การเต้นแบบโวลต้านั้นฝ่ายชายจะช่วยให้ฝ่ายหญิงกระโดดขึ้นในอากาศด้วย ซึ่งพระราชินีเอง ทรงพอพระทัยมาก

เช็คสเปียร์ (Shakespeare : 1564 – 1616) อยู่ในกรุงลอนดอนหลายปี ได้กล่าวไว้ในบทละครเรื่องพระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 ว่า มีการเต้นอีกอย่างเรียกว่า “โคแรนโท หรือ โคแรนเท” (Courante)

สมัยศตวรรษที่ 17 การเต้นรำมีแบบแผนมากขึ้น จอห์น วีเวอร์ และ จอห์น เพทฟอร์ด (John Weaver & John Playford) เป็นนักเขียนชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียง เพลฟอร์ด ได้เขียนเกี่ยวกับการเต้นรำแบบเก่าของอังกฤษ ซึ่งรวบรวมได้ถึง 900 แบบอย่าง

แซมมวล ไพปส์ (Samuel Pepys : 1632 – 1704) ได้เขียนบันทึกประจำวันในสมัยการปกครองของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 และได้บันทึกไว้เมื่อ ค.ศ.1662 ถึงงานราตรีสโมสร ซึ่งพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 ทรงพาสุภาพสตรีออกเต้น “โคแรนโท” (Coranto)

การเต้นรำได้แพร่เข้ามาประเทศฝรั่งเศส เปลี่ยนมาเรียกเป็นสำเนียงฝรั่งเศสว่า คองเทร ดองเซ่ (Conterdanse) พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงโปรดปรานมากและต่อมาได้แพร่หลายไปยังประเทศอิตาลีและ สเปน

การเต้นรำแบบบอลรูมในจังหวะวอลซ์ (Waltz) ได้เริ่มขึ้นประมาณ ค.ศ. 1800 เป็นจังหวะที่นิยมกันมากในสมัยนั้น

ในสมัยพระนางเจ้าวิคตอเรีย (The Victorian Era : 1830 – 80) การไปงานราตรีสโมสร หนุ่มสาวจะไปเป็นคู่ๆ ต้องต่างคนต่างไป และฝ่ายชายจะขอลีลาศกับหญิงคนเดิมมากกว่า 4 ครั้ง ไม่ได้ หญิงโสดก็จะต้องมีพี่เลี้ยงไปด้วย ฝ่ายหญิงจะมีบัตรเล็กๆ สีขาว จดบันทึกไว้ว่า เพลงใดมีชายขอจองลีลาศไว้บ้าง

ในศตวรรษที่ 20 นิโกรในอเมริกา มีบทบาทมากทางด้านดนตรี และลีลาต่างๆ ในนิวออร์ลีน มีการเล่นดนตรีแบบพื้นเมืองของอาฟริกา ตอนแรกเรียกว่าจังหวะ (Syncopation) มีท่วงทำนองเร้าใจ และเป็นจุดเริ่มต้นของยุคแจ๊ส (Jazz Age) สมัยเริ่มสงครามโลกครั้งที่ 1 ใหม่ๆ ดนตรีจังหวะนี้ก็เข้ามาแพร่หลายในอังกฤษ พร้อมๆ กันนั้นก็มีจังหวะพื้นเมืองอีกจังหวะหนึ่งมาจากอเมริกาใต้ คือ จังหวะแทงโก (Tango) ซึ่งมีจุดกำเนิดมาจากเพลงพื้นเมืองของพวกคาวบอยในอาร์เยนตินา ยุคนั้นเรียกว่า แร็กโทม์ (Rag – Time) ซึ่งการเต้นไม่มีกฏเกณฑ์อะไร

ต่อมาประมาณปี ค.ศ.1929 มีครูลีลาศในอังกฤษรวมกันเป็นคณะกรรมการปรับปรุงการลีลาสแบบบอลรูมขึ้นมาเป็นมาตรฐาน 4 จังหวะ (ถ้ารวมควิกวอลซ์ด้วยจะเป็น 5 จังหวะ) ถือว่าเป็นแบบฉบับของชาวอังกฤษ คือ วอลซ์ (Waltz) ควิกสเต็ป (Quickstep) แทงโก (Tango) และ ฟอกซ์ทรอต (Fox-trot)

เนื่องจากอิทธิพลของยุคแจ๊ส (Jazz Age) ก็ได้เกิดการลีลาศแบบลาตินอเมริกา ซึ่งจัดไว้เป็นมาตรฐาน 4 จังหวะ (ถ้ารวมพาโซโดเบิ้ล ก็จะเป็น 5 จังหวะ) คือ รัมบ้า (Rumba) ชา ชา ช่า (Cha – Cha – Cha) แซมบ้า (Samba) และไจว์ฟ (Jive) โดยคัดเลือกจากการลีลาศประจำชาติต่างๆ เช่น แซมบ้าจากบราซิล รัมบ้าจากคิวบา พาโซโดเบิ้ลจากสเปน และไจว์ฟจากอเมริกา
โอเล่ย์ (IP:202.143.140.117,192.168.3.220,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 21 ต.ค. 2548 (08:58)
สมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย 02-6759776-8 ค่ะ
fon_scorpion@hotmail.com (IP:58.11.35.66,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 24 ต.ค. 2548 (16:05)
การเต้นรำคือ
ช่วยด้วย (IP:61.47.112.21,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 2 พ.ย. 2548 (19:49)
อยากให้ช่วยบอกมารยาทในการเต้นลีลาศหน่อยค่ะ

ขอความกรุณาด้วยนะคะ
sarinan@thaimail.com (IP:203.151.140.113,203.113.60.7,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 5 พ.ย. 2548 (11:03)
กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับลีลาศเพื่อทำรายงานอยู่คะ ใครพอจะมีขอมูลบ้างค่ะ หัวข้อก็คือ

1.ประวัติ

2.ทิศทางการเต้น

3.จังหวะ

4.ประโยชน์

จะขอบพระคุณเป็นอย่ายิ่งค่ะ

หมูอ้วน
www.saichon_chuprapna (IP:203.155.120.213,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 7 พ.ย. 2548 (11:17)
ผมชอบเว็บนี้มากๆๆๆครับ ช่วยผมหางานได้เยอะเลย
terawat_007@hotmail.com (IP:58.11.72.12,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 13 พ.ย. 2548 (11:28)
หา ขอบข่ายลีลาศ ช่วยตอยทีค่ะ ขอขอบคุณล่วงหน้า
sawchinobu@thaimail.com (IP:203.188.51.246,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 21 พ.ย. 2548 (11:34)
1. ประวัติความเป็นมาของลีลาศ



ความหมาย

“ลีลาศ” หมายถึงการเต้นเพื่อความสนุกสนานและได้พบกับบุคคลอื่นๆ ในสังคมในงานสังสรรค์ หรืองานราตรีสโมสร ลีลาศนี้ มีมานับเป็นพันๆ ปีแล้ว แต่เพิ่งมีหลักฐานแน่ชัดเมื่อประมาณ ปี ค.ศ.1400 ซึ่งได้อธิบายถึงการก้าวเดิน และดนตรี

การเต้นรำแบบบอลรูม (Ballroom Dancing) เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมช่องว่างระหว่างชาติและเผ่าพันธุ์ต่างๆ ถึงแม้ว่าชาวตะวันตกจะนิยมกันอย่างมาก แต่การเต้นรำแบบบอลรูมก็เป็นที่ยอมรับของชนทุกชาติ

ประวัติความเป็นมา

ในสมัยดึกดำบรรพ์ ชาวสปาร์ต้า จะฝึกกีฬา เช่น ชกมวย, ยิงธนู, วิ่ง, ขี่ม้า ล่าสัตว์ รวมการ เต้นรำ ส่วนชาวโรมันมีการเต้นรำเพื่อแสดงความกล้าหาญ ผู้ที่มีชื่อเสียงในการเต้นตำของโรมันคือ ซีซีโร (Cicero : 106 – 43 B.C.)

การเต้นรำแบบบอลรูม เริ่มตั้งแต่สมัยพระนางเจ้าอลิซาเบ็ธที่ 1 ซึ่งสมัยนั้นครั่งไคล้การเต้นรำที่เรียกว่า “โวลต้า” (Volta) ซึ่งมีการจับคู่แบบวอลซ์ในปัจจุบัน การเต้นแบบโวลต้านั้นฝ่ายชายจะช่วยให้ฝ่ายหญิงกระโดดขึ้นในอากาศด้วย ซึ่งพระราชินีเอง ทรงพอพระทัยมาก

เช็คสเปียร์ (Shakespeare : 1564 – 1616) อยู่ในกรุงลอนดอนหลายปี ได้กล่าวไว้ในบทละครเรื่องพระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 ว่า มีการเต้นอีกอย่างเรียกว่า “โคแรนโท หรือ โคแรนเท” (Courante)

สมัยศตวรรษที่ 17 การเต้นรำมีแบบแผนมากขึ้น จอห์น วีเวอร์ และ จอห์น เพทฟอร์ด (John Weaver & John Playford) เป็นนักเขียนชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียง เพลฟอร์ด ได้เขียนเกี่ยวกับการเต้นรำแบบเก่าของอังกฤษ ซึ่งรวบรวมได้ถึง 900 แบบอย่าง

แซมมวล ไพปส์ (Samuel Pepys : 1632 – 1704) ได้เขียนบันทึกประจำวันในสมัยการปกครองของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 และได้บันทึกไว้เมื่อ ค.ศ.1662 ถึงงานราตรีสโมสร ซึ่งพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 ทรงพาสุภาพสตรีออกเต้น “โคแรนโท” (Coranto)

การเต้นรำได้แพร่เข้ามาประเทศฝรั่งเศส เปลี่ยนมาเรียกเป็นสำเนียงฝรั่งเศสว่า คองเทร ดองเซ่ (Conterdanse) พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงโปรดปรานมากและต่อมาได้แพร่หลายไปยังประเทศอิตาลีและ สเปน

การเต้นรำแบบบอลรูมในจังหวะวอลซ์ (Waltz) ได้เริ่มขึ้นประมาณ ค.ศ. 1800 เป็นจังหวะที่นิยมกันมากในสมัยนั้น

ในสมัยพระนางเจ้าวิคตอเรีย (The Victorian Era : 1830 – 80) การไปงานราตรีสโมสร หนุ่มสาวจะไปเป็นคู่ๆ ต้องต่างคนต่างไป และฝ่ายชายจะขอลีลาศกับหญิงคนเดิมมากกว่า 4 ครั้ง ไม่ได้ หญิงโสดก็จะต้องมีพี่เลี้ยงไปด้วย ฝ่ายหญิงจะมีบัตรเล็กๆ สีขาว จดบันทึกไว้ว่า เพลงใดมีชายขอจองลีลาศไว้บ้าง

ในศตวรรษที่ 20 นิโกรในอเมริกา มีบทบาทมากทางด้านดนตรี และลีลาต่างๆ ในนิวออร์ลีน มีการเล่นดนตรีแบบพื้นเมืองของอาฟริกา ตอนแรกเรียกว่าจังหวะ (Syncopation) มีท่วงทำนองเร้าใจ และเป็นจุดเริ่มต้นของยุคแจ๊ส (Jazz Age) สมัยเริ่มสงครามโลกครั้งที่ 1 ใหม่ๆ ดนตรีจังหวะนี้ก็เข้ามาแพร่หลายในอังกฤษ พร้อมๆ กันนั้นก็มีจังหวะพื้นเมืองอีกจังหวะหนึ่งมาจากอเมริกาใต้ คือ จังหวะแทงโก (Tango) ซึ่งมีจุดกำเนิดมาจากเพลงพื้นเมืองของพวกคาวบอยในอาร์เยนตินา ยุคนั้นเรียกว่า แร็กโทม์ (Rag – Time) ซึ่งการเต้นไม่มีกฏเกณฑ์อะไร

ต่อมาประมาณปี ค.ศ.1929 มีครูลีลาศในอังกฤษรวมกันเป็นคณะกรรมการปรับปรุงการลีลาสแบบบอลรูมขึ้นมาเป็นมาตรฐาน 4 จังหวะ (ถ้ารวมควิกวอลซ์ด้วยจะเป็น 5 จังหวะ) ถือว่าเป็นแบบฉบับของชาวอังกฤษ คือ วอลซ์ (Waltz) ควิกสเต็ป (Quickstep) แทงโก (Tango) และ ฟอกซ์ทรอต (Fox-trot)

เนื่องจากอิทธิพลของยุคแจ๊ส (Jazz Age) ก็ได้เกิดการลีลาศแบบลาตินอเมริกา ซึ่งจัดไว้เป็นมาตรฐาน 4 จังหวะ (ถ้ารวมพาโซโดเบิ้ล ก็จะเป็น 5 จังหวะ) คือ รัมบ้า (Rumba) ชา ชา ช่า (Cha – Cha – Cha) แซมบ้า (Samba) และไจว์ฟ (Jive) โดยคัดเลือกจากการลีลาศประจำชาติต่างๆ เช่น แซมบ้าจากบราซิล รัมบ้าจากคิวบา พาโซโดเบิ้ลจากสเปน และไจว์ฟจากอเมริกา
apichat_880@hotmail.com (IP:203.172.168.18,192.161.5.160,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 28 พ.ย. 2548 (21:50)
อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการให้สัญญาณมือของการลีลาศครับบอกหน่อยครับ
survival_tu@hotmail.com (IP:61.7.156.33,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 29 พ.ย. 2548 (18:19)
ช่วยหามารยาทลีลาศหน่อยดิ
จา (IP:203.113.67.68,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 1 ธ.ค. 2548 (13:35)
ลองเข้าไปดูเว็ปนี้ซิ http://geocities.com/bonkaibangkok/dance-sport.htm

ที่นี่อ.เขาสอนลีลาศเก็ง แล้วมีขั้นตอนสอนง่ายเข้าใจ แล้วหนุหนานด้วย
คนชอบเรียน (IP:58.136.205.231,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 1 ธ.ค. 2548 (23:18)
ช่วยหาประวัติลีลาศ เช่น

1.ประวัติ

2.ทิศทางการเต้น

3.จังหวะ

4.ประโยชน์

หาได้จะขอบพระคุณอย่างยิ่ง
วิทย์ wirun99@hotmail.com (IP:203.113.67.8,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 9 ธ.ค. 2548 (19:28)
ช่วยหาประวัติเชคสเปียร์
พรทิพย์ (IP:203.172.89.85,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 10 ธ.ค. 2548 (06:53)
www.leelart.com มีทุกอย่างที่ต้องการ
... (IP:202.44.135.35,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 15 ธ.ค. 2548 (21:58)
ช่วยหาเวบไซด์ ลีลาศเกี่ยวกับท่าเต้น hand to hand เเละ quick step ด้วยนะครับ

ส่งมาที่เมลmatthewtronggettum@hotmail.com นะครับ

*****ขอบคุณมากคับ---*****
เเมท (IP:203.118.106.4,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 19 ธ.ค. 2548 (20:22)
ช่วยหาท่าเต้นพื้นฐานลีลาศจังหวะไจฟ์ให้ที ขอบคุณมาก
boay_man@hotmail.com (IP:203.151.140.120,203.113.45.197,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 22 ธ.ค. 2548 (19:25)
อยากได้ภาพบัลเล่ย์จังเล้ย



ขอบคุณมากน่ะค้า

(ถ้าส่งให้ภายในวันที่ 22/12/48)

ขอบคุณมากจิงจิง
PINK_KYWA (IP:203.147.29.82,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 22 ธ.ค. 2548 (21:40)
หาประวัติ การเต้นรำและจังหวะลีลาศค่ะ

ทำรายงานส่งครูค่ะใครทราบช่วยบอกทีค่ะ
nee_mod@hotmail.com (IP:58.10.190.107,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 30 ธ.ค. 2548 (18:07)
ช่วยหาเกี่ยวกับ จังหวะ(Cha – Cha – Cha) และบีกิน

ให้ด้วยนะค่ะด่วนๆๆๆๆๆๆมากๆนะ

ขอบคุณค่ะ
someone (IP:203.113.39.6,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 19 ม.ค. 2549 (14:11)
อยากได้ประวัติลีลาศเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมรูปภาพตั้งแต่เริ่มแรก
www.naruk_mak@yahoo.com (IP:203.172.175.98,192.168.7.31,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 23 ม.ค. 2549 (15:26)
อยากทราบประวัติ+ควาหมาย+จังหวะ+การแข่งขันลีลาศ
......... (IP:203.113.71.166,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 28 ม.ค. 2549 (11:27)
ขอร้องนะค่ะ ช่วยหาจังหวะโบเล่โลให้หน่อยค่ะ หาหลายรอบแล้วจะไม่มีงานส่งค่ะ ขอร้อง ขอร้อง
ชนากานต์ (IP:61.47.101.215,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 7 ก.พ. 2549 (21:44)
อยากได้ประวัติ Cha cha cha
ใครซักคน (IP:203.113.34.13,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 9 ก.พ. 2549 (12:28)
สวัสดีคะ ที่รักของคนอื่น เป็นยังไงบ้างค่ะ โว้ๆ เย้ๆๆๆๆๆๆๆ
achitatee@chaiyo.com (IP:202.129.51.251,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 9 ก.พ. 2549 (18:35)
ประวัติ Cha Cha Cha

http://www.nbk.rmutp.ac.th/e-learning/apichai/f1.htm
takechi_k_4@hotmail.com (IP:210.86.142.162,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 11 ก.พ. 2549 (14:24)
พี่คับหาประวัติอย่างไงหรอคับ
กล้า (IP:203.118.86.207,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 19 ก.พ. 2549 (16:27)
กรุณาบอกวิธีการเต้นชะชะช่าด้วยค่ะก้อย
หนึ่งฤทัย (IP:203.107.142.118,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 19 ก.พ. 2549 (16:29)
ท่าชะชะช่าเต้นอย่างไรแล้วจะจับจังหวะการเต้นอย่างไรค่ะ
แนน (IP:203.107.142.118,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 21 ก.พ. 2549 (17:16)
ช่วยหาหน่อยค่ะ ประวัติลีลาศ มารยาท และท่าทางนะค่ะ

จะขอบคุณมาก ปอย
poy_2515@hotmail.com (IP:203.156.37.179,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 21 ก.พ. 2549 (23:59)
จังหวะเต้น 3 cha



การ นับ พื้น ฐาน 10 จังหวะ ... 1 2 cha cha cha .. 6 7 cha cha cha ... S S QQ S S S QQ S ( S=slow Q=quick)



หากจับ สำ เนียง จาก เพลงลูก ทุ่ง หรือ คาราบาว สามช่า ละก็ ... ชึ่ง ชึ่ง โป๊ง โป๊ง ชึ่ง ...



การจับ จังหวะเริ่มก้าว .. พอได้ ยิน โป๊งโป๊ง ชึ่ง (สิ้น ชึ่ง สุดท้ายจังหวัที่ 5 ) .. ให้ นับ หนึ่ง ... พร้อมกับก้าวแรก ออกไป เลย ... แล้วนับ สอง ช่า ช่า ช่า หก เจ็ด ช่า ช่า ช่า ต่อเนื่องกัน ไป เลย ... จาก basic walk ... sholder to sholder .. New-York step ... spot turn to right .. hand to hand ... open hip twis cha-se fan Alamana ... ฯลฯ จำไม่ไหว ...



ความรู้เก่า สมัย ที่ เป็น freshy.... หลัง จาก ยุค ที่ night club ย่าน ราชดำเนิน เสื่อมสลาย กลาย มาเป็น disco teque เพชรบุรีตัดใหม่ กะ สีลม . และ pub & resturant ย่าน รัชดา เหม่งจ๋าย ... RCA พระรามเก้า ... .. ก็ เลย ไม่ ได้ ไปออกกำลังกาย ทำนองนี้ นานแล้ว ... โลกมันเปลื่ยนไป ... อ่า ดิ ครับ
.. (IP:203.113.38.13,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 1 มี.ค. 2549 (10:46)
อยากไก้ประวัติการเต้น ลีลาศ มากๆเลยค่ะแลก็อยากได้การเต้านของวอลซ์ (Waltz) ควิกสเต็ป (Quickstep) แทงโก (Tango) และ ฟอกซ์ทรอต (Fox-trot) และ รัมบ้า (Rumba) ชา ชา ช่า (Cha – Cha – Cha) แซมบ้า (Samba) และไจว์ฟ (Jive)

พาโซโดเบิ้ล ช่วยหน่อยนะค่ะ สำคัญมากๆเลยค่ะ
Miracle_Girl_Pui (IP:203.153.163.87,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 1 มี.ค. 2549 (16:26)
กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับลีลาศเพื่อทำรายงานอยู่คะ ใครพอจะมีขอมูลบ้างค่ะ หัวข้อก็คือ

1.ประวัติ

2.ทิศทางการเต้น

3.จังหวะ

4.ประโยชน์
sananchai_theppawong@yahoo,co. (IP:203.151.141.195,203.150.97.47,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 10 พ.ค. 2549 (17:27)
ขอให้มีความสุข
เฟรม (IP:124.157.244.147,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 19 พ.ค. 2549 (17:38)
หาอยู่เหมือนกัน ประวัติลีลาศ ช่วยๆกันหน่อยละกัน
oui (IP:61.90.209.206,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 21 พ.ค. 2549 (13:16)
อยากรู่เรื่องเกี่ยวกับการทำแฟ้มสะสมผลงานนักเรียนอ่ะค่ะ

คือตอนนี้จาทำแฟ้มส่งครู ไม่รู้จาเริ่มต้นไงดี ขอแบบฟอร์มและตัวอย่างด้วยนะคะ
ิb_devil90@hotmail.com (IP:125.25.25.251,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 23 พ.ค. 2549 (17:56)
กําลังหาข้อมูลเกี่ยวกับลีลาศ

ประวัติ

ประเภท

ประโยชน์

มารยาท

กรุณาช่วยบอกด้วยค่ะ
มะนาว (IP:203.107.142.109,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 24 พ.ค. 2549 (20:10)
โทษน่ะ ตอนนี้กำลังหาความหมายของจังหวะ วอลท์ซ สโลว์

แทงโก มาร์ช และร็อค ช่วยบอกหน่อยนะค่ะ ต้องการด่วนมาก ๆ ค่ะ
มิ้งค์ (IP:203.113.16.241,203.113.71.4,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 26 พ.ค. 2549 (11:33)
ใครก็ได้ช่วยบอกหน่อยว่า ผู้ใดเป็นคนพากย์เสียงเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์
่ีjukroo_ju@katookfilm.com (IP:202.129.52.210,192.168.1.126,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 3 มิ.ย. 2549 (12:34)
ใครมีประโยชน์ของลีลาศและจังหวะของลีลาศช่ยส่งมาให้ทีเราต้องการทำรายงาน
กนิษฐา (IP:203.156.45.133,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 4 มิ.ย. 2549 (06:17)
ดีมากครับที่มีประวัติ ผมได้เข้ามาดูอะชอบมากอะ เด็กวิบูล
sook30@hotmail.com (IP:221.128.113.227,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 12 มิ.ย. 2549 (18:49)
ช่วยบอกขอบข่ายของการลีลาศ

ฟลอร์และทิศทางของการลีลาศ

กฎระเบียบของการลีลาศ

อยากรู้มาก ๆเลยช่วยด้วยค่ะ
www.aeuy.com (IP:124.120.145.252,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 21 มิ.ย. 2549 (01:25)
“ลีลาศ”หมายถึงการเต้นเพื่อความสนุกสนานและได้พบกับบุคคลอื่นๆในสังคมในงานสังสรรค์ หรืองานราตรีสโมสร ลีลาศนี้ มีมานับเป็นพันๆ ปีแล้ว แต่เพิ่งมีหลักฐานแน่ชัด เมื่อประมาณปี ค.ศ.1400ซึ่งได้อธิบายถึงการก้าวเดินและดนตรีการเต้นรำแบบบอลรูม(BallroomDancing) เปรียบเสมือน สะพานเชื่อมช่องว่างระหว่าง ชาติและเผ่าพันธุ์ต่างๆถึงแม้ว่า ชาวตะวันตก จะนิยมแต่ การเต้นรำ แบบบอลรูมก็เป็นที่ยอมรับของชนทุกชาติ

ในการฝึกลีลาศ จะต้องคำนึงถึงทักษะเบื้องต้นของการลีลาศเป็นอันดับแรก และจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ฝึกหัดจนเกิดความชำนาญ หากละเลยถึงหลักและทักษะเบื้องต้นจะทำให้ผู้ฝึกลีลาศขาดความก้าวหน้า และไม่มีศิลปะของการลีลาศอย่างแท้จริง ทักษะเบื้องต้นของการฝึกลีลาศเพื่อให้เกิดความชำนาญ มีดังนี้



องค์ประกอบสำคัญในการลีลาศ

องค์ประกอบที่สำคัญในการลีลาศได้แก่ ความรู้ในเรื่องจังหวะของดนตรี ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับผู้ฝึกหัดลีลาศใหม่ ๆ ถ้าไม่สามารถเข้าใจจังหวะดนตรี หรือฟังจังหวะดนตรีไม่ออกจะทำให้การฝึกลีลาศเป็นไปด้วยความยากลำบาก นอกจากนี้ยังทำให้ไม่สามารถลีลาศไปตามจังหวะได้ ซึ่งนักลีลาศเรียกกันว่า “ค่อมจังหวะ”

ดนตรี (Music) มีความสำคัญมากในการลีลาศ เพราะเป็นเครื่องกำหนดการให้จังหวะ ซึ่งจะมีเสียงหนัก เสียงเบา มีวรรคตอน มีความเร็วช้าของช่วงจังหวะของเพลงที่แน่นอน ถ้าจังหวะดนตรีไม่ดีการลีลาศก็ไม่ดีตามไปด้วย จังหวะดนตรีนั้นเปรียบเสมือนเป็นหัวใจสำคัญของเพลง



โครงสร้างของดนตรี ประกอบด้วย

1. จังหวะ (beat) หมายถึง เสียงที่เกิดขึ้นและตกบนตัวโน้ตทุกตัว หรือหมู่ของเสียงที่ทำให้เกิดจังหวะขึ้นในห้องเพลง โดยปกติจะตกบนตัวโน้ตตัวแรกของห้องเพลง เช่น จังหวะ 2/4 จังหวะ 3/4 หรือจังหวะ 4/4

2. เสียงเน้น (Accent) หมายถึง เสียงที่เคาะลงบนจังหวะ จะได้ยินชัดเจนมากกว่าเสียงเคาะในห้องเพลง โดยปกติจะตกบนตัวโน้ตตัวแรกของห้องเพลง

3. ห้องเพลง (bar) หมายถึง กลุ่มของจังหวะที่ประกอบกันขึ้นเป็นช่วงหรือตอน ปกติจะอยู่ระหว่างเสียงเน้นเสียงหนึ่งกับเสียงเน้นอีกเสียงหนึ่ง

4. ความเร็ว (Tempo) หมายถึง อัตราความเร็วของดนตรีที่บรรเลงโดยใช้เวลาเป็นตัวกำหนด เช่น ใน 1 นาทีจะบรรเลงกี่ห้องเพลง

การหัดฟังจังหวะดนตรีควรเลือกฟังจากดนตรีที่มีเสียงชัดเจน ฟังง่าย ถ้าเป็นดนตรีจังหวะ 2/4 จะได้ยินเสียงเคาะลงบนจังหวะ 2 จังหวะใน 1 ห้องเพลง เสียงที่ได้ยินแต่ละครั้งใน 1 ห้องเพลงนั้น จะมีเสียงหนึ่งเป็นเสียงหนักและอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงเบาต่อเนื่องกันไปทุก ๆ ห้องเพลง การฝึกนับจังหวะจะนับ 1 – 2 , 1 – 2 , 1 – 2 ………… ไปเรื่อย ๆ จนจบเพลง
jum_pronpan@mail.com (IP:203.130.159.4,203.156.27.19,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 21 มิ.ย. 2549 (14:34)
ช่วยหา ทิศทางการจับคู่ การฝึกสัณญาณมือ ของลีลาศให้หน่อยนะ

แล้วช่วนหารูปจังหวะของลีลาศด้วยถ้าเจอ

1. จังหวะบีกิน

2.จังหวะวอลซ์

3.จังหวะลุมบ้า

4.จังหวะ ชา ชา ช่า

ขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ
toey_zaa22@hotmail.com (IP:124.157.178.119,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 1 ก.ค. 2549 (16:40)
ขอประวัติฟอร์ลีลาศหน่อยค่ะ
namnighailuk@thaimail.cm (IP:210.86.220.203,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 5 ก.ค. 2549 (19:11)
การลีลาศในประเทศไทย

การลีลาศในประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อใดนั้นไม่มีหลักฐานยืนยันได้แน่ชัด แต่จากบันทึกของแหม่มแอนนา ทำให้มีหลักฐานเชื่อได้ว่า เมืองไทยมีลีลาศมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 และบุคคลที่ได้รับการยกย่องให้เป็นนักลีลาศคนแรกก็คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามบันทึกของแหม่มแอนนาเล่าว่า ในช่วงหนึ่งของการสนทนาได้พูดถึงการเต้นรำ ซึ่งแหม่มแอนนาพยายามสอนพระองค์ท่านให้รู้จักการเต้นรำแบบสุภาพ ซึ่งเป็นที่นิยมของชาติตะวันตก พร้อมกับแสดงท่า และบอกว่าจังหวะวอลซ์นั้นหรูมาก มักนิยมเต้นกันในวังยุโรป ซึ่งพระองค์ท่านก็ฟังอยู่เฉยๆ ไม่ออกความเห็นใดๆ แต่พอแหม่มแอนนาแสดงท่า พระองค์ท่านกลับสอนว่าใกล้เกินไปแขนต้องวางให้ถูก และ พระองค์ท่านก็เต้นให้ดู จนแหม่มแอนนาถึงกับงง จึงทูลถามว่าใครเป็นคนสอนให้พระองค์ ท่านก็ไม่ตอบจึงไม่รู้ว่าใครเป็นผู้สอนพระองค์ สันนิษฐานกันว่าพระองค์ท่านคงจะศึกษาจากตำราด้วยพระองค์เอง



ในสมัยรัชกาลที่ 5 การเต้นรำยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก คงมีแต่เจ้านายในวังที่เต้นกัน ส่วนใหญ่มักจะเต้นจังหวะวอลซ์เพียงอย่างเดียว และบางครั้งได้มีการนำเอาจังหวะวอลซ์ไปสอดแทรกในการแสดงละครด้วย เช่น เรื่องพระอภัยมณี ตอนที่กล่าวถึงนางละเวงได้กับพระอภัยมณี



ในสมัยรัชกาลที่ 6 ทุกๆ ปีในงานเฉลิมพระชนมพรรษาก็มักจะจัดให้มีการเต้นรำกันใน พระบรมมหาราชวัง โดยมีองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นประธาน ซึ่งบรรดาทูตานุทูตทั้งหลายต้องเข้าเฝ้า ส่วนแขกที่ชิญนั้นต้องได้รับบัตรเชิญจึงจะเข้าไปในงานได้



ในสมัยรัชกาลที่ 7 การเต้นรำได้รับความนิยมมากขึ้น ได้เปิดให้มีการเต้นกันตามสถานที่ต่างๆกันมาก เช่น ที่ห้อยเทียนเหลา เก้าชั้น โลลิต้า และคาร์เธ่ย์



ในพุทธศักราช 2475 หม่อมเจ้าวรรณไวทยากรวรรณ กับนายหยิบ ณ นคร ได้ปรึกษากันและจัดตั้งสมาคมที่เกี่ยวกับการเต้นรำขึ้น ชื่อ “ สมาคมสมัครเล่นเต้นรำ” โดยมีหม่อมเจ้าไวทยากรวรวรรณ เป็นประธาน นายหยิบ ณ นคร เป็นเลขาธิการสมาคม และมีคณะกรรมการอีกหลายท่าน เช่น หลวงเฉลิม สุนทรกาญจน์ นายแพทย์เติม บุนนาค พระยาปกิตกลสาร พระยาวิชิตหลวงสุขุม นัยประดิษฐ์ หลวงชาติตระการโกศล สถานที่ตั้งสมาคมนั้นไม่แน่นนอนคือวนเวียนไปตามบ้านสมาชิกแล้วแต่สะดวก การตั้งเป็นสมาคมครั้งนี้ไม่ได้จดทะเบียนให้เป็นที่ถูกต้องแต่อย่างใด สมาชิกส่วนมากเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งได้พาบุตรหรือบุตรีเข้าฝึกหัดด้วย ทำให้สมาชิกเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มักจัดให้มีงานเต้นรำขึ้นบ่อยๆ ที่สมาคมคณะราษฎร์ วังสราญรมย์ และได้จัดแข่งขันการเต้นรำขึ้นครั้งแรกที่วังสราญรมย์นี้ ผู้ชนะเลิศเป็นแชมเปี้ยนคือ พลเรือตรีเฉียบ แสงชูโต และคุณประนอม สุขุม



ในปี พ.ศ. 2476 นักศึกษากลุ่มหนึ่งเห็นว่า คำว่า “ เต้นรำ ” เมื่อผวนแล้วจะฟังไม่ไพเราะหู ดังนั้นหม่อมเจ้าไวทยากรวรวรรณ จึงบัญญัติศัพท์คำว่า “ลีลาศ” ขึ้นแทนคำว่า “เต้นรำ” นับแต่บัดนี้เป็นต้นมา ต่อมาสมาคมสมัครเล่นเต้นรำก็สลายตัวไปกลายเป็น “สมาคมครูลีลาศแห่งประเทศไทย” โดยมีนายหยิบ ณ นคร เป็นผู้ประสานงานจนสามารถส่งนักลีลาศไปแข่งยังต่างประเทศได้ รวมทั้งให้การต้อนรับนักลีลาศชาวต่างชาติที่มาเยี่ยมหรือแสดงในเมืองไทย ในช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ เข้าร่วมสงครามโลกครั้งนี้ด้วย จึงทำให้การลีลาศซบเซาไป



เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2488 วงการลีลาศของเมืองไทยก็เริ่มคึกคักมีชีวิตชีวาขึ้นดังเดิม มีโรงเรียนสอนลีลาศเปิดขึ้นหลายแห่ง โดยเฉพาะสาขาบอลรูมหรือ Modern Ballroom Branch อาจารย์ยอด บุรี ซึ่งไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษแล้วนำกลับมาเผยแพร่ใน เมืองไทย ทำให้การลีลาศซึ่ง ศาสตราจารย์ศุภชัย วานิชวัฒนา เป็นผู้นำอยู่ก่อนแล้วเจริญขึ้นเป็นลำดับ



ต่อมาได้มีบุคคลชั้นนำในการลีลาศประมาณ 10 ท่าน ซึ่งเคยเป็นผู้ชนะเลิศในการแข่งขันในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เช่น คุณกวี กรโกวิท , คุณอุไร โทณวนิก , คุณจำลอง มาณยมฑล คุณปัตตานะ เหมะสุจิ โดยมีนายแพทย์ประสบ วรมิศร์ เป็นผู้ประสานงานติดต่อพบปะปรึกษาหารือ และมีแนวความคิดจะรวมนักลีลาศทั้งหมดให้อยู่ในสมาคมเดียวกัน เพื่อเป็นการผนึกกำลังและช่วยกันปรับปรุงมาตรฐานการลีลาศทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ ซึ่งทุกคนเห็นพ้องต้องกัน จึงมีการร่างระเบียบข้อบังคับขึ้นมา ได้ยื่นจดทะเบียนเป็นสมาคมตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2491 ซึ่งสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้อนุญาติให้จัดตั้ง “ สมาคมลีลาศแห่งประเทศไทย ” เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2491 โดยมีหลวงประกอบนิติสาร เป็นนายกสมาคมคนแรก ปัจจุบันสมาคมแห่งประเทศไทย เป็นสมาชิกของสภาการลีลาศนานาชาติ ด้วยประเทศหนึ่ง



หลังจากนั้นการลีลาศได้รับความนิยมแพร่หลายเป็นอย่างมาก มีการจัดตั้งสมาคมลีลาศขึ้น มีสถานลีลาศเปิดเพิ่มขึ้น มีการจัดส่งนักกีฬาลีลาศไปแข่งขันในต่างประเทศ และจัดแข่งขันลีลาศนานาชาติขึ้นในประเทศไทย ในสมัยจอมพลสฤษณ์ ธนะรัตต์ ได้ให้เรียนสอนลีลาศต่างๆ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และมีการกำหนดหลักสูตรลีลาศขึ้นอย่างเป็นแบบแผน มีสถาบันที่เปิดสอนลีลาศเกิดขึ้นเกือบทุกจังหวัด ปัจจุบันมีหลักสูตรการสอนลีลาศในสถานศึกษา ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา จนถึงระดับอุดมศึกษา



ความหมายการลีลาศ

คำว่า “ลีลาศ” หรือ “เต้นรำ” มีความหมายเหมือนกัน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานปีพุทธศักราช 2525 ได้ให้ความหมายดังนี้



ลีลาศ เป็นนามแปลว่า ท่าทางอันงดงาม การเยื้องกราย เป็นกิริยาแปลว่า เยื้องกรายเดิน นวยนาด



เต้นรำ เป็นกิริยาแปลว่า เคลื่อนที่ไปโดยมีระยะก้าวตามกำหนด ให้เข้ากับจังหวะดนตรี ซึ่งเรียกว่า ลีลาศ โดยปกติเต้นเป็นคู่ชายหญิง รำเท้าก็ว่า



คนไทยนิยมเรียกการลีลาศว่า “ เต้นรำ ” มานานแล้ว คำว่าลีลาศตรงกับภาษาอังกฤษว่า “Ballroom Dancing” หมายถึง การเต้นรำของคู่ชายหญิงตามจังหวะดนตรีที่มีแบบอย่างและลวดลายการเต้นเฉพาะตัว โดยมีระเบียบของการชุมนุม ณ สถานที่อันจัดไว้ในสังคม ใช้ในงานราตรีสโมสรต่าง ๆ และมิใช่การแสดงเพื่อให้คนดู นอกจากนี้ ยังมีคำอีกคำหนึ่งที่มักจะได้ยินกันอยู่เสมอคือคำว่า “Social Dance” ส่วนใหญ่มักจะนำมาใช้ในความหมายเดียวกันกับคำว่า Ballroom Dancing แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกาคำว่า Social Dance หมายถึง การเต้นรำทุกประเภทที่จัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนมาอยู่ร่วมกัน และได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเต้นรำเป็นหมู่คณะ เพื่อให้ได้ความสนุกสานเพลิดเพลิน จึงกล่าวได้ว่า Ballroom Dancing เป็นส่วนหนึ่งของ Social Dance (ธงชัย เจริญทรัพย์มณี. 2538 : 1)



อาจสรุปได้ว่า “ลีลาศ” คือกิจกรรมเข้าจังหวะประเภทหนึ่ง เป็นการเต้นรำที่แสดงออกอย่างมีศิลปะ โดยใช้เสียงเพลงและจังหวะดนตรีเป็นสื่อ เพื่อให้เกิดความสนุกสนามเพลิดเพลิน มีลวดลายการเต้น (Figure) เป็นแบบเฉพาะตัว และมักนำลีลาศมาใช้ในงานสังคมทั่ว ๆ ไป



ความมุ่งหมายของการลีลาศ



ลีลาศ เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ที่เต็มไปด้วยความละเอียดอ่อนและสุนทรียภาพ ประกอบด้วยเทคนิคและลีลาที่อ่อนช้อยสวยงาม ชวนให้เพลิดเพลินมีชีวิตชีวา เป็นสิ่งที่ให้ความรื่นเริงบันเทิงใจ ช่วยผ่อนคลายความเคร่งเครียดจากงานประจำ เราจะพบว่าในงานรื่นเริงสังสรรค์ หรืองานมงคลต่าง ๆ จะมีลีลาศเป็นสิ่งเชื่อมโยงงานนั้นให้ต่อเนื่อง ทำให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ผ่อนคลายอารมณ์ และเกิดความสนุกสนามร่วมกัน



บางคนอาจเห็นว่า การลีลาศเป็นวัฒนธรรมของชาวต่างประเทศ เป็นเรื่องของการมอมเมาประกอบกับอาจได้พบเห็นบุคคลบางจำพวก ใช้การลีลาศไปในทางที่ผิด ประพฤติในสิ่งที่ไม่ดีเอารัดเอาเปรียบคู่ลีลาศหรือเพื่อกามารมณ์ จึงมักตั้งข้อรังเกียจและกีดกัน แท้ที่จริงแล้ว ลีลาศเป็นกิจกรรมที่สามารถใช้เป็นสื่อในการเข้าสังคมได้เป็นอย่างดี



ธงชัย เจริญทรัพย์มณี (2538 : 2) ได้แบ่งรูปแบบของการลีลาศตามความมุ่งหมายออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้

1. ลีลาศเพื่อนันทนาการ (Ballroom Dancing for Recreation)

2. ลีลาศเพื่อการแข่งขัน (Ballroom Dancing for Sport ‘ s Competition)







ลีลาศเพื่อนันทนาการ (Ballroom Dancing for Recreation)



การลีลาศเพื่อนันทนาการ มีความมุ่งหมายที่จะใช้การลีลาศเป็นสื่อ ดึงความสนใจของบุคคลต่าง ๆ ให้เข้าร่วมกิจกรรม จะเห็นได้ว่า การจัดงานรื่นเริงในโอกาสต่าง ๆ เช่น งานพบปะสังสรรค์ งานฉลองในวาระสำเร็จการศึกษา งานราตรีสโมสร ฯลฯ ล้วนแต่มีลีลาศเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น การลีลาศในรูปแบบนี้มักไม่ค่อยยึดติดหรือคำนึงถึงรูปแบบมากนัก เพียงแต่อาศัยจังหวะ และทำนองดนตรีประกอบก็พอ สำหรับลีลาท่าทางหรือลวดลาย (Figure) ต่าง ๆ ในการเคลื่อนไหวจะเน้นที่ความสนุกสนามและความพึงพอใจของคู่ลีลาศเป็นสำคัญ
arunee-mill@hot (IP:203.172.50.121,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 8 ก.ค. 2549 (14:20)
มายามทของการเต้นลีลาศมีอะไรบ้าง
sopitamea@hotmail.com (IP:61.47.111.138,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 17 ส.ค. 2549 (14:55)
จ้องการทราบความหมายของจังหวะดนตรี ต่อไปนี้ จังหวะชะชะช่า จังหวะมาร์ช เพลงโฟล์คซอง เพลงรำวง ในลักษณะที่ว่าเพลงประเภทไหนน่าจะสื่อถึงอารมณ์ใด
moacmessage@yahoo.com (IP:202.57.155.162,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 27 ส.ค. 2549 (11:35)
อยากรู้ตัวอย่างของผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต
ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ (IP:203.172.117.3,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 24 ก.ย. 2549 (17:15)
อยากเต้นลีลาศเป็นอ่ะค่ะทำไงดีค่ะ
msm - supanuch_k@hotmail.com (IP:124.120.12.198,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 5 ต.ค. 2549 (16:58)
ม่าย..มีรูบบ้าง เยอ
w-aey@hotmail.com (IP:210.203.160.96,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 28 ต.ค. 2549 (00:03)
หนูหาข้อมูลเกี่ยวกับจังหวะไวฟร์ร็อค(ลาตินอเมริกัน)ไม่เจอค่ะช่วยให้หน่อยนะค่ะ ด่วนมากๆๆๆๆๆๆๆค่ส่งก่อนวันที่30ตุลาคมนี้นะค่ะ ช่วยหนูทีค่ะ
natt_bps09@hotmail.com (IP:124.120.3.21,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 19 พ.ย. 2549 (13:35)
ช่วยหาการเต้นระบำพื้นเมืองของต่างประเทศหน่อยนะค่ะ
น้องเนย์ (IP:203.113.71.201,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 19 พ.ย. 2549 (13:41)
รีบๆหน่อยนะค่ะพรุ่งนี้ต้องส่งรายงานแล้วค่ะ
น้องเนย์ (IP:203.113.71.201,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 20 พ.ย. 2549 (16:51)
หาจังหวะชา ชา ช่า (Cha – Cha – Cha)เช่น

1.เอเลเมนา 2.สปอต เทริ์น ทู เลพท์ 3.เดอะ แนชเนอรัล ท๊อป

4.โกลส ชิพ ทวิสต์ มาให้หนูด้วยนะค่ะหนูรีบทำรายงานค่ะหนูขอขอบพระคุณมากๆเลยนะค่ะ
หนิง (IP:124.120.238.25,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 20 พ.ย. 2549 (16:54)
พี่จะตอบให้วันไหนค่ะของความคิดเห็นเพิ่มเติมที่58
หนิง (IP:124.120.238.25,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 21 พ.ย. 2549 (18:56)
ขอบคุณ ประวัติ ลีลาศ ของเพื่อนๆมากๆค่ะ
เฉิ่ม เฉพาะกิจ (IP:125.24.150.242,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 25 ธ.ค. 2549 (12:25)
ช่วยหาข้อมูลของจังหวะลุมบ้าให้หน่อยนะค่ะหนูต้องทำรายงานส่งอาจารย์ขอบคุณค่ะ
มะนาว (IP:202.143.139.115)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 3 ม.ค. 2550 (18:02)
ช่วยหาวิธีการวางเท้าของลีลาส ที่ ดูแล้วเต้นได้อ่ะคะ เป็นรูปแบบการเต้น การวางเท้า
fern (IP:124.120.50.126)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 5 ม.ค. 2550 (18:45)
[tex][tex]ง่ายนิดเดียว แค่เอาอองรีวิ่งตามหลังแล้วกด O แค่นี้ก็เรียกใบแดงได้แล้ว[/tex][/tex]
Ghost/ghots_warrior@thaimail.com (IP:203.113.50.12)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 5 ก.พ. 2550 (13:01)
ช่วยหาประวัติลีลาศ มารยาทของการเต้นลีศ จังหวะลีลาศ ทิศทางของการลีลาศ กฏระเบียบของการลีลาศ ประโยชน์ และก้อประเภทน่ะ ช่วยที โบว์ค่ะ
hc_thongwatthana@hotmail.com (IP:61.19.65.125)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 14 ก.พ. 2550 (15:19)
อยากจะได้ประวัติลีลาศ
kaewBonkotkaew@Gohome (IP:58.10.24.116)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 22 ก.พ. 2550 (18:26)
อยากได้รูปท่าเต้นลีลาศ แทงโก้ ,ชะ ชะ ช่า, แจ๊ส อย่างละ 3 รูป
alone_2012@hotmail.com (IP:124.157.171.48)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 2 มี.ค. 2550 (21:45)
อยากได้เนื้อหาจังหวะ แซมบ้า
ผึ้ง (IP:203.113.51.196)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 6 มี.ค. 2550 (15:58)
ทิศทางการในการลีลาศ (Direction of Social Dance)



เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า การเคลื่อนไหวของการลีลาศ มีทิศทางทวนเข็มนาฬิกา (Counter Clockwise) ทั้งลีลาศเพื่อสังคม และเพื่อการแข่งขัน ดังนั้น ผู้เต้นรำจะต้องเต้นไปรอบๆ ห้องตามทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ซึ่งถือเเป็นสากล ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย ความสวยงาม ป้องกันมิให้เต้นไปชนกับคู่เต้นรำอื่น ทิศทางของการเต้นรำ โดยเต้าทวนเข็มนาฬิกานี้ เรียกว่า "แนวทางลีลาศ" (Line of Dance = L.O.D.) และขณะที่เคลื่อนไหวทวนเข็มนาฬิกานี้ ทั้งคู่จะหันหน้าไปตามทิศต่างๆ ซึ่งมีทั้งหมด 8 ทิศ ดังภาพ







L.O.D. = Line of Dance - แนวทางลีลาศ

DR = Diagnally to the Wall - เคลื่อนเข้าเฉียงฝาห้อง

DC = Diagnally to the Center - เคลื่อนเข้าเฉียงศูนย์กลาง

DW against L.O.D. - เคลื่อนเข้าเฉียงฝาห้อง ย้อน L.O.D.

DC against L.O.D. - เคลื่อนเข้าเฉียงศูนย์กลาง ย้อน L.O.D.

Centre - จุดศูนย์กลางฟลอร์

Wall - ฝาห้อง

Against the L.O.D. - ถอยหลังย้อน L.O.D
จ๊ะ (IP:203.113.76.74)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 8 มี.ค. 2550 (17:12)
มารยาท ในการเล่น กีฬา ลีลาศ

1. ความคิดระมัดระวังเกี่ยวกับการแต่งกายตามโอกาส ซึ่งจะทำให้บุคคลนั้นมีความมั่นใจในบุคลิกภาพของตน

2. ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับคู่ของตน พูดจาในสิ่งที่เป็นมงคล

3. กล้าที่จะแสดงออกในสิ่งที่ดีงาม พูดที่ดีไม่ควรพูดในเรื่องของตนเองหรือของคู่

4. หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ควรขอโทษและยิ้มแย้มแจ่มใสเข้าไว้

5. ควรเก็บความลับของคู่เต้นไว้ให้ดีที่สุด

6. สุภาพสตรีไม่ควรขัดข้องเมื่อสุภาพบุรุษมาขอเต้นรำ หากปฏิเสธแล้วจะต้องปฏิเสธกับทุกคนในจังหวะลีลาศเดียวกัน

7. สุภาพบุรุษไม่ควรยืนคอยอยู่ข้างเดียว

8. ทุกคนควรยอมรับความกรุณาและมิตรภาพจากผู้อื่น ขณะที่เต้นรำอาจมีการสลับคู่เต้นรำได้แม้ว่าเราจะไม่ประสงค์ก็ตาม

9. การแสดงออกที่น่าเกลียดบางอย่าง ควรละเว้น เช่น การเอารัดเอาเปรียบคู่เต้นรำ

10. ไม่ควรสูบบุหรี่หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง หรือขบเคี้ยวของใดๆ ในขณะเต้นรำ

11. สุภาพบุรุษควรแตะแขนหรือมือของสุภาพสตรี ด้วยกิริยาที่สุภาพ เพื่อที่จะพาไปเต้นรำ ถ้ามีคนที่ริมฟลอร์มาก ควรพาสุภาพสตรีเลื่อนไปทางอื่น

12. การเต้นรำควรเต้นไปตามแนวเต้นรำ ไม่ควรเต้นย้อนแนวเต้นรำ

13. ในการเต้นรำบางจังหวะ อย่าใช้เนื้อที่ให้เปลืองมากนักในขณะที่บนฟลอร์มีคนมาก

14. ไม่ควรเต้นเร็วจนเกินไป หรือนำสุภาพสตรีแรงเกินไป

15. ทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี เมื่อเต้นรำจบแล้วควรกล่าวขอบคุณ

16. ไม่ควรสอนคู่เต้นรำในจังหวะหรือเสต็ปใหม่บนฟลอร์ หากจังหวะใดไม่คุ้นเคย หรือเต้นไม่เป็นก็ไม่ควรออกไปเต้น

17. ควรแนะนำคู่เต้นของตน ให้ผู้อื่นได้รู้จักบ้าง

18. พยายามทำตัวให้เป็นกันเองกับเพื่อนๆบ้าง

19. ในขณะที่กำลังเต้นรำอยู่ไม่ควรทิ้งคู่เต้นรำของตนไปเฉยๆ

20. ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่หัดเต้นใหม่ๆให้เต้นถูกวิธีตามแบบ

21. ถ้ามีการขอเปลี่ยนคู่กันบนฟลอร์ สุภาพสตรีไม่ควรปฏิเสธ โดยปกติแล้วไม่นิยม

22. สุภาพบุรุษที่ไม่มีคู่เต้นรำไม่ควรไปแย่งเต้นรำของคนอื่น

23. ขณะที่เปลี่ยนคู่สุภาพบุรุษต้องแนะนำคู่ให้รู้จักกับสุภาพบุรุษที่มาขอเปลี่ยนคู่

24. อาจพูดคุยกับคู่หรือบุคคลอื่นๆในขณะที่กำลังเต้นรำโดยไม่แสดงการรังเกียจ

25. เมื่อเต้นรำเสร็จหรือเลิกก่อนเพลงจบ สุภาพบุรุษต้องพาสุภาพสตรีไปส่ง

26. ขณะที่กำลังเต้นรำจะต้องจับคู่ลีลาศให้ถูกวิธี ไม่กอดรัดแน่นไปอันแสดงเป็นการเอาเปรียบคู่เต้นรำ

27. ในขณะเต้นรำ ต้องใช้ความสุภาพนุ่มนวลไม่กระชาก ดึง หรือบิดแรงๆ

28. ถ้าหากที่ตัวของสุภาพบุรุษที่เราต้องการเต้นรำด้วยนั้น สุภาพบุรุษนั่งอยู่ด้วยควรขออนุญาตจากสุภาพบุรุษนั้นก่อน

29. พยายามเต้นรำให้ถูกแบบแผน ไม่ออกลวดลายมากเกินไป ซึ่งอาจจะเต้นไม่ได้ก็ได้

30. ไม่เต้นรำโดยการจับคู่เพศเดียวกัน

31. ไม่ร้องเพลงหรือผิวปากในขณะที่กำลังลีลาศอยู่

32. สุภาพบุรุษไม่ควรลีลาศกับสุภาพสตรีในขณะที่ตนเองกำลังมึนเมาสุรา

33. ควรกล่าวขอบคุณเจ้าภาพเมื่องานเลิกและชมเชยเจ้าภาพบ้างตามควร
adisornchaikit@hotmail.com (IP:222.123.99.189)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 14 มี.ค. 2550 (18:27)
ประวัติกีฬาลีลาศ 10 จังหวะ

บทความโดย : Piet Rullens

แปลและเรียบเรียงโดย : สิทธิชัย ปรียาดารา และ กวี วิโรจน์สายลี

WALTZ

รูปแบบของจังหวะ วอลซ์

สำหรับบรรดาผู้เข้าแข่งขัน " วอลซ์ " จะเป็นจังหวะแรกเสมอ ที่จะแสดงให้ประจักษ์แก่คณะกรรมการตัดสิน และจะเป็นโอกาสเพียงหนึ่งเดียว ที่จะสร้างความประทับใจเมื่อแรกเห็น (First Impression) ลองคำนึงถึงว่า บ่อยครั้งกรรมการตัดสินจะไม่รู้จักคุณเลย และไม่ทราบว่ามาตรฐานการเต้นรำของคุณอยู่ระดับไหน! เมื่อคู่แข่งขันเริ่มย่างลงสู่ฟลอร์ กรรมการตัดสินและผู้ชม (ให้นึกถึงตัวเอง) จะเริ่มกวาดตาเพื่อมองหาคู่ที่เด่นที่สุด หรือแชมเปี้ยนในทันที ข้อควรคำนึง! ถ้าคุณทำตัวให้ดูเหมือน และประพฤติเฉกเช่นแชมเปี้ยนแล้ว คุณต้องแสดงการเต้นของจังหวะนี้ ให้ดูเหมือนแชมเปี้ยนคนหนึ่ง เพื่อยืนยันในการสร้างความประทับใจเป็นครั้งแรกที่สุด โดยดึงดูดความสนใจของกรรมการ และผู้ร่วมชมมายังคู่ของคุณ ตั้งแต่ย่างก้าวแรกที่ลงสู่ฟลอร์การแข่งขัน บรรดาคู่แข่งขันจำนวนไม่น้อย ที่ประเมินผลกระทบจากการสร้างความประทับใจครั้งแรกต่ำเกินไป จังหวะวอลซ์ ยามฝึกซ้อม หรือการวางแผนการเรียน ให้คิดถึงความสำคัญข้อนี้ด้วย





ต้องคำนึงถึงว่า คู่เต้นรำอื่นๆ อาจเจียดเวลาถึง 40% ของการฝึกซ้อมให้กับจังหวะวอลซ์ และถ้าคุณเป็นหนึ่งในจำนวนนั้นละก็ ถือได้ว่าคุณได้เดินอยู่บนหนทางแห่งความสำเร็จแล้ว



ประวัติของจังหวะ วอลซ์

ช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1910 - 1914 ฝูงชนได้หลั่งไหลไปที่บอสตันคลับในโรงแรมซาวอย ที่ตั้งอยู่ ณ กลางกรุงลอนดอน เพื่อเต้นรำจังหวะ " บอสตัน วอลซ์ " ซึ่งเป็นต้นแบบของวอลซ์ ที่ใช้ในการแข่งขันปัจจุบัน ใน ปี ค.ศ. 1914 จังหวะบอสตันได้เสื่อมสลายลง เบสิคพื้นฐานได้ถูกเปลี่ยนไปในทิศทางของ " วอลซ์ " หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 จังหวะวอลซ์ ได้เริ่มถูกพัฒนาให้ถูกทางขึ้น ด้วยท่าแม่แบบ อย่างเช่น The Natural และ Reverse Turn และ The Closed Change ความก้าวหน้าในการพัฒนาจังหวะ " วอลซ์ " เป็นไปอย่างยืดยาด และเชื่องช้า ผู้ที่ได้ทุ่มเทกับการพัฒนาจังหวะนี้เป็นพิเศษ ต้องยกให้ มิส โจส์เซฟฟิน แบรดลีย์ (Josephine Bradly) วิคเตอร์ ซิลเวสเตอร์ (Victor Silvester) และ แม็กซ์เวลล์ สจ๊วตด์ (Maxwell Steward) และแพ็ทไซด์ (Pat Sykes) แชมป์เปี้ยนคนแรกของชาวอังกฤษ





สถาบันที่ได้สร้างผลงานต่อการพัฒนาท่าแม่แบบต่างๆ ให้มีความเป็นมาตรฐาน คือ "Imperial Society of Teachers of Dancing" (I S T D) ท่าแม่แบบเหล่านี้ บรรดานักแข่งขันยังคงใช้กันอยู่ถึงปัจจุบัน



ลักษณะเฉพาะของจังหวะ วอลซ์

เอกลักษณ์เฉพาะ

การเคลื่อนไหว

ห้องดนตรี

ความเร็วต่อนาที

การเน้นจังหวะ

เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน

การขึ้นและลง

หลักพลศาสตร์ สวิง และเลื่อนไหล นุ่มนวล และเคลื่อนเป็นวง ซาบซึ้งและเร้าอารมณ์

การสวิง ลักษณะแกว่งไกวแบบลูกตุ้มนาฬิกา

3/4

30 บาร์ต่อนาที ตามกฎ IDSF

บนบีท (Beat) ที่ 1

1 นาทีครึ่ง ถึง 2 นาที

เริ่มยืดขึ้นหลังจบ 1 ขึ้นต่อเนื่องตอน 2 และ 3 หน่วงลดลงหลังจบ 3

ความสมดุลย์ที่ดีสัมพันธ์กับการเลื่อนไหล การใช้น้ำหนัก จังหวะเวลา และการเคลื่อนไหวที่โล่งอิสระ

การสื่อความหมายของจังหวะ วอลซ์

ลักษณะท่าทางอย่างหนึ่งที่ต้องมีให้เห็นจากนักแข่งขัน ไม่ว่าจะระดับไหน คือ ลักษณะการแกว่งไกวของลูกตุ้มนาฬิกา เปรียบเทียบได้กับการแกว่งของลูกตุ้มระฆัง จังหวะวอลซ์ต้องมีการสวิงขึ้นและลง ที่มีความสมดุลย์ ในระดับที่ถูกต้อง ด้วยการเคลื่อนไหวที่โล่งอิสระ โครงสร้างของท่าเต้นต้องเป็นแบบที่มีการสวิง โยกย้าย นุ่มนวล เคลื่อนเป็นวง ซึ่งบังเกิดผลให้นักเต้นรำ เคลื่อนที่ไปอย่างเป็นธรรมชาติ และโล่งอิสระ ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงแรงโน้มถ่วง โดยปกติแล้ววอลซ์ ควรประกอบด้วยลวดลายที่สามารถให้แสดงการควบคุม (Control) ที่ยอดเยี่ยม และเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ในหลายๆ กฎเกณฑ์ ดนตรีจะมีความโรแมนติก ชวนฝัน ละเอียดอ่อน และเปรียบเสมือนสตรีเพศ ซึ่งนี้คือ ข้อที่พึงระมัดระวังถึงของคู่แข่งขันจำนวนมาก เขาต้องปลดปล่อยให้ความรู้สึก ไวต่อการรับรู้ถึงจังหวะ และอัตราความเร็วของดนตรี และการเตรียมพร้อมที่จะเต้นให้แผ่วเบา อย่างมีขอบเขตและอิสระ

เหมือนกับทุกๆ จังหวะ การเต้นจากเท้าส่ง (Supporting Foot) จะขาดเสียไม่ได้เลย สำหรับ วอลซ์ แล้ว "ชั่วขณะที่ " เมื่อเริ่มยืดขึ้น (Rising) จากน้ำหนักเท้าส่งนั้นมีความสำคัญยิ่ง การลดลงพื้น (Landing) ขณะที่หน่วงลง (Lowering) บนเท้าที่รับน้ำหนัก (Supporting Foot) ตามความต้องการในแบบฉบับของ วอลซ์ ต้องเกร็งยืด (Tension) และควบคุม (Control)





TANGO

รูปแบบของจังหวะ แทงโก้

ถึงเวลาของแทงโก้แล้ว ซึ่งเปรียบเสมือนว่าเป็นผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่ง คุณจะมีเวลาเพียงแค่ 15 วินาที ที่จะผ่อนคลายร่างกายและจิตใจจากอาการสวิง และการเคลื่อนไหวที่โล่งอิสระจากการเต้น "วอลซ์ " จังหวะแทงโก้มีความแตกต่างกับจังหวะอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด มันไม่มีการขึ้นและลง (Rise and Fall) ไม่มีการสเวย์ของลำตัว (Body Sway) การเปลี่ยนท่าทางการเข้าคู่ (Holding) ต้นขาเบี่ยงเข้าหากัน และผู้เต้นควรเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อที่จะทำให้เกิดอาการกระแทกกระทั้นเป็นช่วงๆ (Staccato Actions) ตามที่จังหวะนี้ต้องการ เมื่อจังหวะแทงโก้ตั้งเค้าที่จะเริ่ม คุณลองใส่ความรู้สึกลงไปว่า คุณเป็นผู้ชม หรือผู้เข้าแข่งขันคู่หนึ่งที่อยู่ในสนามแข่งขัน ระดับความตึงเครียดและการเตรียมพร้อมจะมีสูงขึ้นอย่างผิดปกติวิสัย เปรียบเสมือนว่า สงครามย่อยๆ กำลังจะปะทุขึ้นบนฟลอร์การแข่งขันอย่างไรอย่างนั้น

สิ่งที่ข้าพเจ้าพยายามจะอธิบายอยู่ ณ ที่นี้ คือ คู่เต้นรำจำนวนมากไม่เคยได้ฝึกฝนการสับเปลี่ยนโดยฉับพลัน จากการเต้นจังหวะ วอลซ์ มาเป็นหลักการพื้นฐานของ แทงโก้ … เพียงแค่ 15 วินาที ! ควรคำนึงถึงเสมอว่าต้นแบบของแทงโก้ เมื่อเริ่มเตรียมเข้าคู่เพื่อการแข่งขัน คุณควรเตรียมพร้อมในการแผ่รัศมี เพื่อที่จะฉายแววของความเย่อหยิ่ง ยะโส ซึ่งเป็นแบบฉบับของชาวสเปน/อาร์เจนติน่า ก่อนหน้าที่ดนตรีจะเริ่มบรรเลง และก่อนที่จะเริ่มในย่างก้าวแรก เหล่ากรรมการตัดสินล้วนเป็นผู้ที่ไวมากต่อการรับรู้ และสังเกตการแผ่รัศมีนี้ในทันทีทันใด

ข้อสรุปของข้าพเจ้าตรงนี้ คือ การแข่งขันจังหวะแทงโก้นี้ ตั้งเค้าก่อนที่ดนตรีจะเริ่มบรรเลงเสียอีก



ประวัติของจังหวะ แทงโก้

จังหวะ มิรองก้า (Milonga) คือแม่แบบของแทงโก้ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะคือ เคลื่อนไหวของศีรษะและไหล่ โดยการสับเปลี่ยนทันทีทันใด จากการที่กำลังเคลื่อนไหวสู่ความนิ่งสงบ

ต้นศตวรรษที่ 20 ได้มีการเต้นรำจังหวะมิรองก้านี้ในโรงละครเล็กๆ โดยเหล่าชนสังคมชั้นสูงที่มาจากประเทศบราซิล ในช่วงเวลานั้น ชื่อของมันได้ถูกเปลี่ยนจากมิรองก้าเป็นแทงโก้ ชื่อของมิรองก้า ยังมีตำนานเล่าขานอีกมากมาย ที่จะหวนไปสู่ความทรงจำที่มีมาจากนครบัวโนส แอเรส (Buenos Aires) แห่งประเทศอาร์เจนติน่า

จังหวะแทงโก้ ได้ถูกแนะนำเข้าสู่ทวีปยุโรป ความจริงแล้วเริ่มก่อนในกรุงปารีส ในชุมชนชาวอาร์เจนติน่า กระทั่งปี ค.ศ. 1907 แทงโก้ไม่เป็นที่ยอมรับในกรุงลอนดอน การเต้นได้ส่อแนวไปในทางเพศสัมพันธ์มากเกินไป และมีคนจำนวนมากคัดค้าน ภายหลังได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบ (Stylistic) ไปบ้าง จังหวะแทงโก้ ถึงได้รับการยอมรับในกรุงปารีส และลอนดอน ในเวลานั้น (ค.ศ. 1912) ซึ่งเป็นช่วงเวลาของแทงโก้ปาร์ตี้ แทงโก้ทีส์ และแทงโก้ซุปเพียร์ ร่วมกันกับการแสดงของเหล่านักเต้นแทงโก้มืออาชีพ

ในปี ค.ศ. 1920/1921 จังหวะแทงโก้ ได้เพิ่มความมาตรฐานมากยิ่งขึ้น ในการร่วมปรึกษาหารือในการประชุมที่มหานครลอนดอน ระหว่างช่วงทศวรรษที่ 30 ลักษณะการกระตุกเป็นช่วงๆ (Staccato Action) ได้ถูกนำเข้าใช้ร่วมในองค์ประกอบท่าเต้นของจังหวะแทงโก้



ลักษณะเฉพาะของจังหวะ แทงโก้

เอกลักษณ์เฉพาะ



การเคลื่อนไหว

ห้องดนตรี

ความเร็วต่อนาที

การเน้นจังหวะ

เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน

การขึ้นและลง

หลักพลศาสตร์ มั่นคง และน่าเกรงขาม โล่งอิสระ ไม่มีการสวิง และเลื่อนไหล การกระแทกกระทั้นเป็นช่วงๆ (Staccato Action)

เฉียบขาด อาการเปลี่ยนแปลงที่สับเปลี่ยนอย่างฉับพลันสู่ความสงบนิ่ง

2/4

33 บาร์ต่อนาที ตามกฎ IDSF

บีทที่ 1 และ 3

1 นาทีครึ่ง ถึง 2 นาที

ไม่มีการขึ้นและลง

ความสมดุลย์ที่ดีร่วมกับการใช้น้ำหนัก จังหวะเวลา และการขับเคลื่อนอย่างโล่งอิสระ

การสื่อความหมายของจังหวะ แทงโก้

ลองพิจารณาซิว่า การเต้นแทงโก้ของคุณต้องไม่ดูเหมือนหุ่นยนต์ แต่ท่าทางการเคลื่อนไหวต้องแผ่รังษีคล้ายสัตว์ ดั่งแมว หรือ เสือ นอกเหนือจากนั้น ความสำนึกในหลายๆ รูปแบบของการเต้น ต้องใส่ความรู้สึกที่หยิ่ง ยะโส ตามแบบฉบับของชาวสเปน มันไม่มีการขึ้นและลง ไม่มีการสเวย์ของลำตัว ต้นขา และเข่าเบี่ยงชิดซึ่งกันและกันเล็กน้อย (ให้นึกถึงความรู้สึกที่เพรียว ชะลูด) ด้านขอบในของเท้าให้เก็บเข้าหากันเล็กน้อยตลอดเวลา ฝ่ายหญิงให้ยืนเบี่ยงไปทางขวาของชายมากกว่าที่เคย และสร้างกริยา ท่าทางที่เย่อหยิ่ง และเชื่อมั่น คู่เต้นรำต้องแผ่รังษี ในการดูดซับความรู้สึกของลำตัวซึ่งกันและกันไว้ สำหรับการเพิ่มแรงโน้มถ่วงที่ลงพื้น มีไว้ในสถานการณ์ที่ต้องการสับเปลี่ยน ให้เป็นความฉับพลันที่สงบนิ่ง

การใช้เท้าสนับสนุน (Supporting Foot) มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งเหมือนกับทุกๆ จังหวะ การเคลื่อนลำตัวให้ผ่านเท้า และลีลาท่าทางการก้าวย่างของโครงสร้างท่าเต้น จะเพิ่มศักยภาพให้กับแทงโก้ของคุณ ในด้านการแสดงออก รากเหง้าของจังหวะ แทงโก้ คือ การเต้นรำที่เหมือน "ศิลปการการละคร และการให้อารมณ์ " (Drama and Mood)

การให้จังหวะที่ถูกต้องในรูปแบบท่าเต้น แสดงให้เห็นถึงความเฉียบคม และความแตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่างการเคลื่อนไหวและความสงบนิ่ง การต่อต้านหรือการต่อสู้ขัดขืน พัฒนาไปสู่คุณภาพของความเฉียบพลัน ในการเคลื่อนไหวของจังหวะ แทงโก้





VIENNESE WALTZ

รูปแบบของจังหวะ เวียนนีสวอลซ์

จังหวะเวียนนิสวอลซ์ เป็นจังหวะเต้นรำที่ได้แสดงถึงการมีพลังความอดทน การเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระ และการสวิงไปด้านข้าง จังหวะนี้มีรูปแบบการเต้น (Figures) ที่น้อยมาก ความเร็วของดนตรี นับได้ถึง 60 บาร์ /นาที ซึ่งได้บ่งบอกถึงตัวของมันเอง การเต้นจังหวะเวียนนิสวอลซ์นี้ เปรียบเทียบได้กับการแข่งขันวิ่ง ในระยะทาง 400 เมตร ของนักกีฬา

บ่อยๆ ครั้ง ที่คุณจะเห็นจุดผิดพลาดนี้ เกิดขึ้นบนฟลอร์ของการแข่งขัน ซึ่งจะเหมือนกับการแข่งขันวิ่งในระยะทาง 400 เมตร ผู้เข้าแข่งขันจะเริ่มเต้นจังหวะนี้อย่างเปี่ยมไปด้วยพลัง แต่แล้วก็ไม่สามารถรักษาคุณภาพให้อยู่ในระดับเดิมได้ และเริ่มที่จะทำเทคนิคของการเต้นผิดพลาด เนื่องจากพละกำลังถดถอย และหลังจากนี้แล้ว การเต้นในจังหวะสโลว์ฟอกซ์ทรอตก็จะมาถึง

ควรระมัดระวังที่จะแสดงให้เห็นถึง การเต้นที่โล่งอิสระ และรักษาระดับความเร็วของการเคลื่อนไหว ที่เป็นไปอย่างสม่ำเสมอ เมื่อนั้นแล้ว คู่ที่กำลังเต้นอยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของคุณ จะถูกนำมาเปรียบเทียบ ซึ่งเป็นการง่ายมาก ต่อการตัดสินของคณะกรรมการ

เป็นการยากมากที่จะได้พบเห็น การเต้นเข้ากับช่วงจังหวะดนตรี (Musical Phrasing) ในระดับนักเต้นสมัครเล่น และข้าพเจ้าคิดว่า มันไม่ยากนักที่จะเพิ่มเข้าไปในการเต้นเวียนนิสวอลซ์ของคุณ ลองดูซิ !



ประวัติของจังหวะ เวียนนีสวอลซ์

โดยดั้งเดิม เวียนนิสวอลซ์มีความเป็นมาจาก ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมัน แถบเทือกเขาเอลป์ ช่วงศตวรรษที่ 18 การเต้น Weller , Waltz และ Lander ได้ถูกค้นพบ และจังหวะสุดท้าย Lander นี่เอง ที่เป็นต้นแบบดั้งเดิมของเวียนนิสวอลซ์ ระหว่างปี ค.ศ. 1800 และ ค.ศ. 1820 การก้าวเท้าและรูปแบบท่าเต้นต่างๆ ของจังหวะ Lander ได้ถูกลดน้อยลงไปเรื่อยๆ เนื่องจากความเร็วของดนตรี และจากนั้น การเต้น 6 ก้าวของเวียนนิสวอลซ์ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น

ช่วงยุค ซิคตี้ (Sixties) ประเทศเยอรมัน และอังกฤษ ได้มีการถกเถียงกันมาก เกี่ยวกับเรื่องจำนวนของรูปแบบท่าเต้น ว่าจะอนุญาตให้บรรจุเข้าในการแข่งขัน ในปี ค.ศ. 1883 I.C.B.D. (International Council of Ballroom Dancing) ได้สรุปตกลงใจในขั้นสุดท้าย ดังนี้ Natural and Reverse Turn , Natural and Reverse Fleckers , The Contra Check เปลี่ยนจาก Reverse Fleckers ไปยัง Natural Fleckers เต้นอยู่บนเวลาหนึ่งบาร์ของดนตรี

ในความเห็นของข้าพเจ้า ควรที่จะเพิ่มเติม ฟิกเกอร์ (Figures) เข้าไปในเวียนนิสวอลซ์มากยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นให้มีการพัฒนาในรูปแบบทิศทางที่แน่นอนขึ้น อย่างเช่น Throwaway Overaway , Natural Hinge Line on Right Side , Natural Off-Beat Spins



ลักษณะเฉพาะของจังหวะ เวียนนีสวอลซ์

เอกลักษณ์เฉพาะ

การเคลื่อนไหว

ห้องดนตรี

ความเร็วต่อนาที

การเน้นจังหวะ

เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน

การขึ้นและลง

หลักพลศาสตร์ การหมุนไปโดยรอบ การสวิงที่โล่งอิสระ

เคลื่อนไปข้างหน้า

3/4

60 บาร์ต่อนาที ตามกฎ IDSF

บนบีทที่ 1

1 นาที ถึง 1 นาทีครึ่ง

ไม่มีการเขย่งขึ้นในการหันวงใน

เลื่อนไหล และเคลื่อนไปอย่างอิสระ (โล่ง)

การสื่อความหมายของจังหวะ เวียนนีสวอลซ์

จังหวะเวียนนิสวอลซ์ เป็นการเต้นรำที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ในลักษณะโคจรไปโดยรอบ (Rotating Dance) ที่ร่วมกับการเน้น บนบีทที่ 1 ของดนตรี ลองคิดถึงว่า ขณะที่กำลังวอลซิ่ง (Waltzing) เคลื่อนไปรอบๆ ฟลอร์แข่งขัน คนใดคนหนึ่ง คุณหรือคู่เต้นจะมีโอกาสอยู่ในวงใน (Inner Turn) หนึ่งครึ่ง การเลื่อนไหลและการเคลื่อนไปข้างหน้า ขณะอยู่วงใน ตัดสินใจได้จากการเลื่อนไหล และเคลื่อนไปข้างหน้าจากการหันที่อยู่วงนอก (Outside Turn) บ่อยครั้งที่ฝ่ายชายเคลื่อนไปข้างหน้ามากไปในขณะที่อยู่วงใน ซึ่งทำให้ฝ่ายหญิงเสียการทรงตัว ขณะเต้นอยู่วงนอก

การทำสเวย์ ก้าวแรกของ Natural Turn มากไป อาจขัดขวางการเคลื่อนไหวของการเลื่อนไหล ที่เป็นธรรมชาติของลำตัว ในจังหวะเวียนนิสวอลซ์ สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ ก้าวแรกนี้จะไม่มีการสเวย์! คุณอาจจะเหลือสเวย์ที่มีอยู่ก่อนแล้วเล็กน้อย ตอนที่กำลังเริ่มออกเท้าก้าวที่ 1 และก้าวที่ 4 การรวบชิดของเท้าต้องไม่ให้สังเกตเห็นได้ชัดจากอาการในช่วงบน (Top Line) และช่วงศีรษะ (Head Line)





SLOW FOXTROT

รูปแบบของจังหวะ สโลว์ ฟอกซ์ทรอท

สโลว์ฟอกซ์ทรอท จะถูกมองอยู่บ่อยๆ ว่า เป็นการเต้นรำที่จัดอยู่ในฐานะหัวใจหลัก (Corner Stone) ของการเต้นรำแบบบอลรูม บางท่านถึงกับกล่าวว่า หากคุณสามารถเต้นจังหวะนี้ได้ดีแล้ว คุณก็จะมีพื้นฐานที่เติบโตขึ้นมาเองโดยปริยาย ซึ่งทำให้เต้นรำจังหวะอื่นๆ ได้ดีด้วยเช่นกัน โดยการปรับระดับการขึ้น และลงให้แน่ชัด และการได้มาของกลุ่มท่าเต้น (Chorography) ที่เหมาะสม นักเต้นจังหวะสโลว์ฟอกซ์ทรอทที่ดี ปกติแล้วจะสามารถปรับตัวเองให้เข้ากับจังหวะดนตรีได้เกือบทั้งหมด ไม่เหมือนจังหวะอื่นๆ

จังหวะสโลว์ฟอกซ์ทรอทนี้ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ตั้งแต่มีการเริ่มพัฒนา โครงสร้างของจังหวะนี้ประกอบด้วย ท่าก้าวย่างพื้นฐาน และรูปแบบของท่าเต้นที่มีจำกัด หลายๆ ครั้งในการแข่งขัน ความหลากหลายอย่างมากมายที่มีให้กับการเต้น ซึ่งในความเห็นของข้าพเจ้าแล้ว มันได้ทำลายความเป็นเอกลักษณ์ที่แท้จริงของจังหวะสโลว์ฟอกซ์ทรอท ซึ่งมีปัจจัยพื้นฐานอยู่กับ สไตส์ ความเก๋เท่ห์ ความสมดุลย์ที่สง่างาม การเคลื่อนไหวและจังหวะเวลา คุณจะไม่ชนะการเต้นจังหวะนี้ด้วยรูปแบบท่าเต้นที่น่าตื่นเต้น (Exiting Choreography) แต่คุณจะชนะด้วยการแสดงถึงการเคลื่อนไหวที่มีคุณภาพสูง ผ่านเหนือฟลอร์ของการแข่งขัน

คำกล่าวที่ข้าพเจ้าจะขอร่วมด้วยในจังหวะ สโลว์ฟอกซ์ทรอท คือ การมีคุณภาพ ความชำนาญทางเทคนิค ความกลมกลืนที่ใสสะอาด……. นึกถึงมันสิ !



ประวัติของจังหวะ สโลว์ ฟอกซ์ทรอท

จังหวะ สโลว์ฟอกซ์ทรอท ได้ถูกแนะนำเข้ามาในทวีปยุโรป พึ่งก่อนจะสงครามโลกครั้งที่ 1 จากรากฐานของมัน ฟอกซ์ทรอท เป็นการเต้นรำที่แสดงถึงอารมณ์ความรู้สึก ด้วยการเคลื่อนไหวที่มีทั้งช้า และเร็ว พูดกันว่า ชื่อนี้ตั้งขึ้นมาจากนักเต้นรำประกอบดนตรีคนหนึ่ง (Musical Dancer) ชื่อฮารีฟอกซ์ (Harry Fox) เหล่าครูสอนเต้นรำชาวยุโรป ไม่ค่อยมีความกระตือรือร้นนัก ต่อลักษณะการเต้นอย่างไม่มีรูปแบบของจังหวะฟอกซ์ทรอท และเริ่มต้นขัดเกลาเพิ่มขึ้นระหว่าง ปี ค.ศ. 1922 และ 1929 แฟรงค์ฟอร์ด (Frank Ford) ผู้ซึ่งเคยร่วมสาธิตกับ โจเซฟฟิน เบรดลีย์ (Josephine Bradley) ได้พัฒนาการเคลื่อนไหวพื้นฐานของจังหวะสโลว์ฟอกซ์ทรอทขึ้น แง่คิดนี้ทำให้เขาได้รับชัยชนะในงาน "สตาร์แชมเปี้ยนชิฟ" (Star Championships) ร่วมกับคู่เต้น ชื่อ มอลลี่ย์ สเปน (Molly Spain) ท่าเต้นที่ทั้งสองใช้เต้นในครั้งนั้น นักแข่งขันยังคงใช้อยู่ถึงปัจจุบัน

ช่วงเวลานั้น ทำนองดนตรีที่ถูกต้องยังไม่ได้คิดทำขึ้น จังหวะฟอกซ์ทรอท คิดจะเล่นอย่างไรก็ได้ ซึ่งมีตั้งแต่ จาก 40 ถึง 50 บาร์ต่อนาที และเป็นการง่ายที่จะใช้สไตส์อย่างไรก็ได้ สุดแท้แต่ความเร็วของดนตรีที่เปลี่ยนแปลงไป ตามแต่ว่าใครจะเป็นผู้ควบคุมวงดนตรี แต่ครั้งนั้นครั้งเดียววงดนตรี วิคเทอซิลเวสเทอ (Victor Silvestor's Band) เริ่มทำการบันทึก และปัญหาก็ได้ถูกแก้ไข



ลักษณะเฉพาะของจังหวะ สโลว์ ฟอกซ์ทรอท

เอกลักษณ์เฉพาะ

การเคลื่อนไหว

ห้องดนตรี

ความเร็วต่อนาที

การเน้นจังหวะ

เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน

การขึ้นและลง

หลักพลศาสตร์ ความบริสุทธิ์ชัดเจน และสง่างามยิ่งอย่างมีบุคลิก

ความต่อเนื่อง เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างโล่งอิสระ รูปแบบที่มีแนวตรงอย่างเป็นระเบียบ

4/4

30 บาร์ต่อนาที ตามกฎ IDSF

บนบีทที่ 2

1 นาทีครึ่ง ถึง 2 นาที

ขึ้นหลังสิ้นสุด 1 ขึ้นตอน 2 ขึ้นและหน่วงลงหลังสิ้นสุด 3

การเลื่อนไหล และการเคลื่อนอย่างโล่งอิสระ

การสื่อความหมายของจังหวะ สโลว์ ฟอกซ์ทรอท

จังหวะสโลว์ฟอกซ์ทรอท เป็นจังหวะหนึ่งที่มากไปด้วยรูปแบบของการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และถอยหลังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตรงและเป็นแนวอย่างเป็นระเบียบบนฟลอร์การแข่งขัน เกี่ยวเนื่องจากเอกลักษณ์ของความต่อเนื่อง และการเลื่อนไหลของจังหวะสโลว์ฟอกซ์ทรอท มันเป็นการยากที่จะก่อให้เกิดการขึ้นและการลงที่กลมกลืน ซึ่งผลลัพธ์นี้ คุณควรจะมีการตัดสินใจที่แน่วแน่ในการใช้พลัง ที่มีท่าทีของการโอนอ่อนผ่อนตาม ซึ่งการนี้ การใช้เท้าและการเปลี่ยนน้ำหนัก จะไม่ทำให้เกิดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ขณะที่กำลังหน่วงลง (Lowering) กฎก็คือว่า เข่าจะยันรับน้ำหนักของลำตัว โดยการยืดหยุ่นก่อนที่เท้าจะยันรับและหน่วงลง ซึ่งจะขาดเสียมิได้เลย

การก้าวเท้าควรสนับสนุน การสวิงของลำตัว (ลำตัวต้องก่อน) โดยการดันส่งจากขาข้างที่รับน้ำหนัก และการดึง (Pulling) ขณะที่ขาข้างที่กำลังก้าวได้มาถึง ผู้ฝึกสอนบางท่านอธิบายว่า คุณควรจะใช้เท้าให้เปรียบเสมือนดั่ง "วงล้อ" ขอเห็นด้วยต่อคำกล่าวนี้เป็นอย่างยิ่ง แต่ข้าพเจ้าชอบที่จะอธิบายว่า อาการ หรือ การทำงานของ "วงล้อ" จะเหมาะสมกว่า

ผู้ที่เป็นแชมเปี้ยน สามารถที่จะลดลักษณะการดัน (Pushing) และการดึง (Pulling) ของการก้าวเท้าของกันและกันอย่างแยบยล ผลจากการแสดงนี้ ….. คือการเคลื่อนไหวของจังหวะ สโลว์ฟอกซ์ทรอท อันสวยสดงดงาม





QUICKSTEP

รูปแบบของจังหวะ ควิ๊กสเต็ป

ถึงเวลาของการปลดเบรค มันคือ ช่วงเวลาของจังหวะควิ๊กสเต็ป สำหรับข้าพเจ้า บรรดาการเต้นรำแบบมาตรฐานทั้งห้าจังหวะ ควิ๊กสเต็ป เป็นจังหวะที่ให้ความสนุกสนานไม่มีขีดจำกัดในความเร็ว การเคลื่อนไหว การโคจรและท้ายสุด แต่ไม่ใช่น้อยที่สุด เพื่อสร้างความสนุกสนานบนฟลอร์การแข่งขัน "คลิ๊กสเต็ป" สำหรับข้าพเจ้าเปรียบเสมือนเป็นขวดแชมเปญอย่างดี ที่ซึ่งเปิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่ดนตรีเริ่มบรรเลง และมันก็เป็นจังหวะหนึ่งด้วย ที่ได้ละทิ้งหลักการใช้เท้าเฉียดพื้นผิวฟลอร์ออกจากจังหวะอื่น ตอนนี้บางครั้งการเคลื่อนฝ่าอากาศธาตุอย่างเต็มพิกัด ที่อนุญาตให้ทำได้ในการเต้นควิ๊กสเต็ปยุคใหม่ การทำให้ประสบความสำเร็จเช่นนี้ ต้องได้รับการฝึกฝนร่วมกันเป็นอย่างดี ระหว่างคนสองคน ให้มีจังหวะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

เนื่องมาจากระดับความเร็ว ลำตัวของคุณมีความต้องการ การควบคุม (Toning) เท้าและข้อเท้ามีความต้องการความเร็วที่ถูกต้อง เพื่อสามารถเต้นให้เกิดความเฉียบคม ในความตรงกันข้ามระหว่าง ความเร็วและช้า เข่าและขาในบางครั้ง ขณะก่อนที่คุณจะลดลงพื้น ต้องเพิ่มการยึดรับน้ำหนักทั้งหมดของลำตัวไว้



ประวัติของจังหวะ ควิ๊กสเต็ป

จังหวะควิ๊กสเต็ป ได้แตกแขนงมาจากจังหวะฟอกซ์ทรอท ช่วงทศวรรษที่ 20 วงดนตรีส่วนมากจะเล่นจังหวะฟอกซ์ทรอท เร็วถึง 50 บาร์ต่อนาที ซึ่งเป็นความเร็วที่เร็วเกินไป การก้าวเท้าที่เปิดกว้างของจังหวะสโลว์ฟอกซ์ทรอท ไม่สามารถจะทำการเต้นบนความเร็วขนาดนี้ได้ ชาวอังกฤษได้พัฒนาจากการเต้น ชาร์ลสทั่น (Charleston) ต้นแบบซึ่งเป็นจังหวะหนึ่งของการเต้นที่ต่อเนื่อง โดยไม่มีการเตะเท้า และได้ทำการผสมผสานกับจังหวะฟอกส์ทรอท (เร็ว) ที่ได้กล่าวมาแล้ว เรียกจังหวะนี้กันว่า จังหวะคลิ๊กไทม์ ฟอกซ์ทรอท และชาร์ลสทั่น (Quicktime Foxtrot and Charleston) คู่เต้นรำชาวอังกฤษ แฟรงค์ฟอร์ด และมอลลี่ สเปญ (Frankford and Molly Spain) ได้เต้น รูปแบบใหม่ของจังหวะ Quicktime Foxtrot and Charleston ในงานเดอะสตาร์แชมเปี้ยนชิพ ของปี ค.ศ. 1927 โดยปราศจากลักษณะท่าทางของการใช้เข่าแบบ Charleston และทำการเต้นเป็นคู่แทนการเต้นแบบเดี่ยว

รูปแบบท่าเต้นคือ Quarter Turns , Cross Chasses , Zigzags , Cortes , Open Reverse Turns และ Flat Charleston ในปี ค.ศ. 1928/1929 จังหวะควิ๊กสเต็ป ได้แจ้งเกิดอย่างแน่ชัด ในรูปแบบของ การก้าวแบบชาสซี่ส์ (Chasses Steps)



ลักษณะเฉพาะของจังหวะ ควิ๊กสเต็ป

เอกลักษณ์เฉพาะ

การเคลื่อนไหว

ห้องดนตรี

ความเร็วต่อนาที

การเน้นจังหวะ

เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน

การขึ้นและลง

หลักพลศาสตร์ กระฉับกระเฉง ตื่นตัวและชั่วพริบตา ความเพลิดเพลิน

อย่างรวดเร็ว ลูกเล่นของเท้า ร่วมโบยบิน และเคลื่อนเลียดพื้นอย่างโล่งอิสระ

4/4

50 บาร์ต่อนาที ตามกฎ IDSF

บนบีทที่ 1 และ 3

1 นาทีครึ่ง ถึง 2 นาที

เริ่มขึ้นหลังสิ้นสุด 1 "ขึ้น" ต่อเนื่องจาก 2 และ 3 ขึ้น/ลดลง หลังสิ้นสุด 4

เลื่อนไหล โบยบิน และการเคลื่อนที่ยึดติดพื้น

การสื่อความหมายของจังหวะ ควิ๊กสเต็ป

ร่างสองร่างกำลังเคลื่อนที่ในความเร็ว ตามความต้องการของจังหวะควิ๊กสเต็ป เหนือสิ่งอื่นใด การทำให้เป็นจังหวะเดียวกัน รวมไปถึงความเข้าใจเกี่ยวกับการเกร็งยึดเกร็งของขา และวิธีการใช้ข้อเท้า ระหว่างปฏิบัติการของลูกเล่นของเท้า (Tricksteps) ทั้งคู่ต้องการการปรับระดับ (Toning) ของขาและเท้า เปรียบเทียบได้กับจังหวะไจว์ฟ (Jive) ในการเต้นแบบลาติน อเมริกัน

สื่อความหมายดนตรีที่ถูกต้อง จังหวะเวลาของการช้า (Slows) ควรยืดออกเล็กน้อย เพื่อสร้างพลังของอาการคมชัดในข้อเท้า ใน "การเร็ว" (Quicks) ประสบการณ์ของการใช้ฟลอร์ (Floorcraft) ในจังหวะนี้มีความสำคัญมากกว่าการเต้นรำแบบอื่นๆ





SAMBA

รูปแบบของจังหวะ แซมบ้า

ความมีชีวิตชีวาและท่วงทำนองที่มีจังหวะจะโคนของแซมบ้า โดยปกติแล้วจะนำมาซึ่งความตื่นเต้น เร้าใจบนฟลอร์ของการแข่งขัน การออกแบบท่าเต้น การมีดุลยภาพร่วมกับการทรงตัวที่หยุดนิ่ง และรูปแบบของการเต้นซิกแซค ที่เคลื่อนไหวไปข้างหน้า โดยทั่วไปแล้วแซมบ้าเป็นการเต้นรำที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ลักษณะการเคลื่อนไหวควรที่จะสะท้อนถึงลักษณะการเดินพาเหรด เป็นวงกลมในที่ว่าง บางครั้งจะแสดงลีลาอวดผู้ชม โดยการเต้นพักอยู่กับที่

การเต้นแซมบ้าแบบแข่งขันในปัจจุบัน มีความเปลี่ยนแปลงจากรูปแบบดั้งเดิมของ "บราซิลเลี่ยนแซมบ้า" ไปเป็นอย่างมาก ซึ่งในอดีตนั้น เน้นการกระตุ้นให้ผู้คนเกิดความรู้สึกที่ลุ่มหลง คลั่งไคล้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าแซมบ้าจะเปลี่ยนแปลงจากรูปแบบดั้งเดิมไป โดยละทิ้งลักษณะการเต้นแบบพาเหรด และความมีชีวิตชีวาลงไปบ้าง ก็มิได้ทำให้เสียภาพลักษณ์ของแซมบ้าแต่อย่างไร

สิ่งที่เราต้องการจะเห็นจากคู่แข่งขันก็คือ การใช้ความยืดหยุ่นของร่างกายเป็นอย่างมาก ท่อนแขน จะมีบทบาทสำคัญรองลงมา โดยใช้เพื่อทำให้เกิดความสมดุลย์ในการใช้ร่างกายเต้นเข้ากับจังหวะ นักเต้นแซมบ้าที่ดี ควรตระหนักถึงการใช้น้ำหนัก และจะต้องไม่เพิ่มเติมความหนักหน่วงลงไปในน้ำหนักของการเคลื่อนไหวที่เป็นจริง

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนักแข่งขันก็คือ ต้องให้ความสำคัญโดยมุ่งประเด็นไปที่ ลักษณะการผ่อนคลายและการใช้น้ำหนัก , การเน้นเพื่อเพิ่มทัศนะการต่อสู้บนฟลอร์การแข่งขัน เพื่อเชือดเฉือนให้ออกมาเป็นแซมบ้า ที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา



ประวัติของจังหวะ แซมบ้า

ต้นแบบของแซมบ้า มาจากอัฟริกา แต่ได้รับการพัฒนามากที่สุดที่ประเทศบราซิล ซึ่งจะปรากฏให้เห็นในงานเทศกาลรื่นเริง และตามโรงเรียนสอนจังหวะแซมบ้าในประเทศบราซิล ปี ค.ศ. 1925 จังหวะแซมบ้า เริ่มแพร่หลายเข้าสู่ทวีปยุโรป ถึงแม้ว่า แซมบ้า จะได้รับการยอมรับเป็นจังหวะหนึ่งที่ใช้ในการแข่งขันก็ตาม แต่การบุกเบิกครั้งสำคัญของจังหวะแซมบ้า ได้เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1939 ในงานมหกรรมการแสดงระดับโลกในนครนิวยอร์ค จังหวะแซมบ้าได้ถูกยอมรับอย่างแท้จริงในปี ค.ศ. 1948/1949

ผู้ที่ได้พัฒนาจังหวะแซมบ้า มากที่สุดคือ Walter Laird และ Lorraine ซึ่งทั้งสองท่านเป็นอดีตแชมเปี้ยนโลก ของการเต้นรำแบบลาตินอเมริกัน ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคนั้น



ลักษณะเฉพาะของจังหวะ แซมบ้า

เอกลักษณ์เฉพาะ

การเคลื่อนไหว

ห้องดนตรี

ความเร็วต่อนาที

การเน้นจังหวะ

เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน

การขึ้นและลง

หลักพลศาสตร์ เบิกบาน มีชีวิตชีวา และความพึงพอใจ

แบบซิคแซค , เคลื่อนที่แบบเดินขบวน และแบบวงกลม เต้นในที่โล่ง หรืออยู่กับที่

2/4

50 บาร์ต่อนาที ตามกฎ IDSF

บนบีท (Beat) ที่ 2

1 นาทีครึ่ง ถึง 2 นาที

ท่าเบ้าส์ (Bounce) ของแซมบ้า

ความหนักหน่วง ยืดหยุ่น ฉับพลัน และก็ทันทีทันใด

การสื่อความหมายของจังหวะ แซมบ้า

แบบฉบับท่าทางการยืดหยุ่นของแซมบ้า (Bounce Action) ก่อให้เกิดความย่นย่อ และการเหยียดตึงของเข่า และข้อเท้า ของขาข้างที่รองรับน้ำหนักอยู่ ในแต่ละครั้งของการยืดขึ้นและหน่วงลง ใช้เวลาครึ่งบีทของดนตรี ระดับของการใช้ความยืดหยุ่นของฟิคเกอร์ (Figures) ต่างไม่เหมือนกันทั้งหมด บ้างก็มีเพียงเล็กน้อย บ้างก็ไม่มีเลย

การเคลื่อนไหวของแซมบ้า ควรสะท้อนให้เห็นถึงขบวนพาเหรด ที่เคลื่อนเป็นวงกลมในที่โล่ง โดยการแสดงอวดผู้ชมบ้างในบางครั้ง ด้วยการเต้นพักอยู่กับที่ในจุดเดิม





CHA CHA CHA

รูปแบบของจังหวะ ช่า ช่า ช่า

หลังจากที่การแข่งขันในจังหวะแซมบ้าสิ้นสุดลง จะเห็นว่าคู่แข่งขันต่างพากันเลือกตำแหน่งบนฟลอร์ เพื่อเต้นรำจังหวะ ช่า ช่า ช่า ซึ่งเป็นจังหวะที่สองของการแข่งขัน ชี้ให้เห็นว่าองค์ประกอบการจัดท่าเต้นของจังหวะนี้ ไม่มุ่งเน้นให้มีการเต้นแบบเดินไปข้างหน้า ฉะนั้น นักแข่งขันจึงมีโอกาสที่จะเลือกที่ว่างตามความถนัดบนฟลอร์ของการแข่งขัน

นักแข่งขันเหล่านั้น เสาะแสวงหาจุดสัมผัสเพื่อที่จะแสดงอวดผู้ชม พวกเขารู้ว่า การได้รับการตอบรับจากผู้ชม จะปลุกเร้าให้เกิดอารมณ์ในการแสดงที่ดียิ่งขึ้น ลองไตร่ตรองดูซิว่า จังหวะ ช่า ช่า ช่า เป็นจังหวะที่กระจุ๋มกระจิ๋มและเบิกบาน การได้รับการกระตุ้นอย่างเป็นธรรมชาติ จะได้ผลลัพธ์ที่เป็นเชิงบวกแก่บรรดานักเต้นทั้งหลาย

ในท่าเต้นที่ได้รับการจัดรูปแบบแล้ว บรรดานักเต้นจะเน้นการใช้ขาและเท้า ร่วมกันกับกริยาท่าทางของการใช้ลำตัว ซึ่งความสำคัญนี้ จะมีมากกว่าจังหวะก่อนหน้านี้ คือจังหวะแซมบ้า



ประวัติของจังหวะ ช่า ช่า ช่า

จังหวะ ช่า ช่า ช่า ได้รับการพัฒนามาจากจังหวะ แมมโบ้ (Mambo) และเป็นจังหวะลาตินที่คนส่วนมากชอบที่จะเรียนรู้เป็นอันดับแรก ชื่อของจังหวะนี้ ตั้งขึ้นโดยการเลียนเสียงของรองเท้า ขณะที่กำลังเต้นรำ ของสตรีชาวคิวบา จังหวะ ช่า ช่า ช่า ได้ถูกพบเห็นเป็นครั้งแรกที่ประเทศอเมริกา และระบาดเข้าไปในยุโรป เกือบจะเป็นเวลาเดียวกันกับจังหวะแมมโบ้ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จังหวะแมมโบ้ได้เสื่อมความนิยมลงไป โดยหันมานิยมจังหวะ ช่า ช่า ช่า ซึ่งกลายมาเป็นความนิยมอย่างจริงจังในปี ค.ศ. 1956

หากสอดคล้องกับต้นแบบแล้ว ดนตรีของจังหวะ ช่า ช่า ช่า ควรเล่นด้วยอารมณ์ความรู้สึก โดยปราศจากความตึงเครียดใดๆ ร่วมด้วยลักษณะการกระแทกกระทั้นของจังหวะ ที่ทำให้นักเต้นรำสามารถที่จะสร้างบรรยากาศของความรู้สึกที่ขี้เล่น และซุกซน ให้กับผู้ชมได้

เมื่อไม่นานมานี้ เป็นที่ตกลงกันไว้ว่า ให้ตัดทอนชื่อให้สั้นลง เป็น ช่า ช่า แต่ข้าพเจ้าไม่เห็นว่า มีเหตุผลอะไรที่จะต้องทำอย่างนั้น



ลักษณะเฉพาะของจังหวะ ช่า ช่า ช่า

เอกลักษณ์เฉพาะ

การเคลื่อนไหว

ห้องดนตรี

ความเร็วต่อนาที

การเน้นจังหวะ

เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน

หลัก
dit/mr.munit (IP:61.90.193.98)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 8 เม.ย. 2550 (16:33)
ช่วยหาท่เต้นจังหวะบีกินให้หน่อยคะ
ยบ (IP:222.123.106.82)

จำไว้ตลอด

กระทู้นี้ ปิด รับความเห็นค่ะ