ฉลองปีฟิสิกส์โลกพร้อมกับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพแก่องค์กร IAEA




เป็นที่ทราบกันแล้วว่า ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปีนี้เป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาฟิสิกส์โดยตรง นั่นก็คือองค์กรรณรงค์ให้นำพลังงานปรมาณูมาใช้ในทางสันติที่ชื่อ IAEA ซึ่งไปสอดคล้องกับการฉลองปีฟิสิกส์โลกในปีนี้ ที่จัดขึ้นเพื่อต้องการให้สาธารณชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของวิชาฟิสิกส์ต่อสังคมโลก



เมื่อกล่าวถึงชื่อ IAEA คงมีหลายคนถามว่า มันย่อมาจากอะไร หรือมันคืออะไร น้อยคนนักที่จะรู้จัก ทั้งที่องค์กรนี้ได้ก่อตั้งมานานเกือบ 50 ปีแล้ว และมีบทบาทในการพัฒนาสังคมโลกในแง่การรณรงค์การใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อประโยชน์สุขของชาวโลกมากมาย เหตุที่คนไทยไม่ค่อยรู้จักนั่นอาจจะเป็นเพราะว่า พลังงานนิวเคลียร์ยังมีการใช้ในวงแคบ อย่างด้านการแพทย์ หรือด้านงานวิจัยในสถาบันหรือมหาวิทยาลัยเท่านั้น อีกทั้งสังคมไทยยังไม่ยอมรับการนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้ากัน และยังมองว่าเป็นสิ่งน่ากลัวและไม่น่าไว้ใจอยู่



องค์กร IAEA ที่ย่อมาจาก International Atomic Energy Agency นั้นมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นบนปรัชญาสั้นๆว่า “การใช้พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ” ซึ่งก็คล้ายกับชื่อองค์กรทางด้านพลังงานนิวเคลียร์ในบ้านเรา ที่มีชื่อว่า “สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ” (http://www.oaep.go.th/) องค์กร IAEA มีจุดประสงค์หลักคือการสนับสนุนการนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ในทางสันติ ซึ่งที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือการนำมาใช้ทางด้านผลิตพลังงานไฟฟ้าและด้านการแพทย์ นอกจากการสนับสนุนแล้ว งานหลักของ IAEA ยังมีงานในด้านการป้องกันอันตรายของรังสี และงานด้านการรณรงค์ไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของอาวุธนิวเคลียร์ อันเป็นงานที่ยากและหนักที่สุดในหน้าที่ทั้งหมดของ IAEAและ ผลงานอย่างสุดท้ายนี่เอง ที่ทำให้องค์กร IAEA ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ



IAEA เป็นองค์กรที่รณรงค์ให้มีการใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาจากความรู้พื้นฐานด้านฟิสิกส์นิวเคลียร์ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับชาวโลกมากกว่าที่จะนำไปพัฒนาอาวุธทำลายล้างกัน ทำให้สามารถกล่าวได้ว่า การได้รับรางวัลขององค์กรนี้ไปสอดคล้องกับ การฉลองปีฟิสิกส์โลก ที่ทางสหประชาชาติได้จัดขึ้น เพื่อเฉลิมฉลอง การครบรอบ 100 ปีที่ไอน์สไตน์ได้ตีพิมพ์ผลงานสำคัญต่อโลก 5 ฉบับ โดยงานนี้มีจุดประสงค์หลัก คือเพื่อให้ สาธารณชนได้ตระหนักถึงความสำคัญและบทบาทของวิชาฟิสิกส์ ต่อความเป็นอยู่ของสังคมโลก



สังคมโลกปัจจุบัน เป็นสังคมที่เชื่อมโยงถึงกันหมด การกระทำใดๆ ที่ส่วนหนึ่งส่วนใดของโลก จะส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ ของโลกทันที การพัฒนาที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็วของประเทศที่เจริญแล้ว ด้วยการนำทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดมาใช้อย่างไม่บันยะบันยัง ส่งผลกระทบต่อประเทศด้อยพัฒนาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และจากความเสื่อมลงของประเทศด้อยพัฒนาหรือประเทศที่กำลังพัฒนา ก็ส่งผลต่อประเทศพัฒนาแล้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน จึงทำให้การพัฒนาสังคมโลกปัจจุบัน เป็นการก้าวไปสู่ยุค การพัฒนาที่ยั่งยืน (sustainable development) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการก้าวไปสู่ สังคมที่ความสมดุลของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม มีการแบ่งปันและจัดสรรทรัพยากรไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีของเสียน้อยที่สุดและ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด



บทบาทของวิชาฟิสิกส์ก็ในการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นหัวข้อหลักสำหรับการประชุมเพื่อฉลองปีฟิสิกส์โลกในปีนี้ http://www.wcpsd.org/ ความรู้พื้นฐานของวิชาฟิสิกส์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ดังจะเห็นได้ใน ตัวอย่างของ งานวิจัยด้านเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ ที่ใช้ความรู้ด้านฟิสิกส์สารกึ่งตัวนำ (semiconductor physics) มาพัฒนาเซลล์ที่สามารถแปลงพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและราคาต่ำ เพื่อให้ประเทศด้อยพัฒนาสามารถมีพลังงานที่สะอาดใช้สอยกันอย่างพอเพียง หรือไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาด้านนาโนเทคโนโลยีที่ใช้ความรู้ด้านควอนตัมฟิสิกส์ (quantum physics) มาวิจัยและพัฒนาวัสดุให้มีคุณภาพดีเพื่อนำไปใช้ในงานอุตสาหกรรม หรือ การนำความรู้ด้านอุณหพลศาสตร์ (thermodynamics) และฟิสิกส์บรรยากาศ (atmospheric physics) มาช่วยสร้างแบบจำลองการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศโลกอันทำให้เราสามารถคาดการณ์ภัยพิบัติอย่างสึนามิหรือเฮอริเคนแคททรีนาได้อย่างทันท่วงที



องค์กร IAEA นอกจากจะทำงานอย่างหนักในการต่อต้านการแพร่กระจายของอาวุธนิวเคลียร์แล้วยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสังคมโลกไปสู่สังคมที่ยั่งยืน ดังจะเห็นได้จากการส่งเสริมการศึกษา วิจัย และพัฒนาบุคลากรของประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนา ในทางด้านการประยุกต์ความรู้ฟิสิกส์นิวเคลียร์มาใช้ทางการแพทย์ คนไทยหลายคนเคยได้รับทุนฝึกอบรม และสนับสนุนการศึกษาจากองค์กร IAEA ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อกลับมาจะทำงานในด้านรังสีวิทยาตามโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งเป็นงานทางด้านการใช้รังสีตรวจวินิจฉัย และรักษามะเร็ง นอกจากนี้ IAEA ยังมีการให้ความรู้ ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการป้องกันอันตรายจากรังสี ให้แก่ประเทศโลกที่สามอีกด้วย



จะเห็นได้ว่า งานของ IAEA มีส่วนต่อประโยชน์สุขของชาวโลกมากมายนัก และเป็นการเหมาะสมแล้วที่รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอันทรงเกียรติ นี้จะตกเป็นของ IAEA



ขอแสดงความยินดีกับองค์กร IAEA มา ณ ที่นี้ด้วย




ข้อมูลจาก
http://www.iaea.org/NewsCenter/News/2005/nobelprize2005.html
http://www.physicsweb.org/articles/world/18/10/3/1



ข้อมูลเพิ่มเติม

- เว็บการประชุมฉลองปีฟิสิกส์โลกที่ประเทศแอฟริกาใต้
http://www.wcpsd.org/

- เว็บไซตปีฟิสิกส์โลก
http://www.physics2005.org/

- เว็บศูนย์ฟิสิกส์ทฤษฎีนานาชาติ อับดุส ซาลัม ที่อิตาลี
http://www.ictp.it/

No results found.

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น