ความเห็นเพิ่มเติมที่ 786 13 ก.พ. 2550 (20:25) แนวคิดในการล็อคสายรัดแบบใหม่ คิดว่าสะดวกและทำได้ง่ายขึ้น แข็งแรงดีครับเพราะออกแรงดึงก็ยังไม่ขยับ คิดว่าในสายการผลิตรุ่นต่อไป จะออกแนวนี้ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 787 14 ก.พ. 2550 (11:24) ฐานยิงที่มีแรงดันจากสปริง ถ้าออกแบบให้ดีจะทำระยะเพิ่มได้มากกว่าร้อยเมตร เท็จจริงอย่างไรก็ต้องสอบถามคุณเจี๊ยบดู
ผมเองยังไม่เคยทดลองเพราะกติกาของ อพวช.ยังไม่เปิดโอกาสให้ แต่ลองคิดเล่นๆ ถ้านำสปริงของช่วงล่างของรถยนต์
แล้วใช้หลักการของปืนอัดลมแบบสปริงเป็นกลไกปล่อย อย่าว่าแต่จรวดขวดน้ำเลยครับ ข้าวสารทั้งกระสอบก็ลอยได้
ผมเองก็อยากจะให้มีการจัดแข่งขันรายการใหญ่ๆ ที่เปิดโอกาสให้ฐานยิงแบบนี้บ้าง
สำหรับการถอดเปลี่ยนแกนนำส่งด้วยเกลียวเป็นวิธีที่ดีครับ ซ่อมแซมแก้ไขเปลี่ยนขนาดได้ง่าย แต่เท่าที่นำมาใช้กลับพบปัญหา
เรื่องทิศทางเสมอเมื่อประกอบใหม่ๆ เนื่องจากการต่อด้วยเกลียวจะทำให้เสียศูนย์ไปบ้างเล็กน้อย สำหรับท่อนำส่งที่ยาวมากๆ
ในปีที่แล้วตกรอบทั้งสองทีมเพราะสาเหตุนี้ วิธีแก้ไขต้องออกแบบให้จุดต่อมีหน้าสัมผัสกัน เช่นในความเห็นที่ 785 หรือจะให้ดีมากยิ่งขึ้น
ต้องมีงานสวมฟิต ระหว่างเกลียวตัวผู้กับเกลียวตัวเมียเพื่อประคองศูนย์ด้วย และหลังจากประกอบแล้วต้องทดสอบยิงให้แน่ใจก่อน
สำหรับท่อนำส่งปกติ (ไม่ยาวมาก) ปัญหาไม่คอยพบ ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 788 14 ก.พ. 2550 (11:50) ขอบคุณครับ คุณมือใหม่
ข้อต่อที่ผมทำนั้นไม่สามารถหมุนได้ด้วยมือในขั้นตอนแรก ต้องใช้ปากกาช่วยจับ และคีมช่วยหมุน จนสุดเกลียว ทำให้ต่อได้ตรงกว่า ลองดูภาพนะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 789 14 ก.พ. 2550 (11:56) อย่างไรก็ตามผมจะทดสอบอีกทีครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 790 17 ก.พ. 2550 (19:04) ฐานยิงที่น่าจะเป็นตัวอย่าง สำหรับผู้เริ่มต้น ลองฝึกทำดูนะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 791 17 ก.พ. 2550 (19:07) ภาพนี้คงจะช่วยให้ดูง่ายขึ้น
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 792 24 ก.พ. 2550 (21:51) ช่วงนี้ผมกำลังทดลองใช้ตะปูเกลียว ใส่สปริงแล้วนำมาล็อคคอขวด หรือใช้ลูกปืนเล็กๆ ล็อคขวดแบบล้างเกลียวออกให้หมด ไม่ต้องมีบ่า เล็ก บ่าใหญ่ อีกต่อไป แต่การใช้งานก็จะยุ่งยากตามมา แบบว่าได้อย่างเสียอย่าง อีกอย่างหนึ่งคือการล็อคแบบผ่าซีก ใช้ ต่อตรง 6 หุนเป็นตัวล็อค คาดว่าไม่เกิน 2 วัน คงได้ดูภาพครับ หัวใจของงานประดิษฐ์ ก็คือ เครื่องมือครับ โรงเรียนควรสะสมเครื่องมือไว้ให้นักเรียน ได้ลองทำก็จะดีนะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 793 28 ก.พ. 2550 (21:51) ตะปูเกลียวกับสปริงค่อนข้างยาก ผมก็เลยลองทำใหม่ ใช้ตะปูเกลียวเหมือนเดิม ขันเข้าไปเพื่อให้ปลายตะปูเกลียวไปล็อคคอขวด แต่ต้องแต่งนิดหน่อย แล้วผ่าซีกที่ปลายท่อให้เป็นสปริง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 797 28 ก.พ. 2550 (21:58) ความจริงตัวเติมลม อัดให้แน่นๆ ไม่ต้องใส่กาวก็น่าจะอยู่
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 798 28 ก.พ. 2550 (22:22) ฐานรุ่นใหม่ ขยับแกนค้ำด้านซ้ายขึ้น
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 799 3 มี.ค. 2550 (01:51) ผมลองออกแบบฐานยิงให้ใหญ่ และหนักขึ้น เพื่อการทรงตัวที่ดี (ตัวใหญ่อยู่ด้านหลัง) ผมใช้ท่อ 6 หุนสวมทับ ท่อ 4 หุน เพื่อให้มีน้ำหนักมากขึ้น แต่ข้อต่อทั้งหลายผมใช้ 4 หุนเพื่อให้ดูแล้วใกล้เคียงกับท่อ 6 หุน คิดว่าน่าจะดี (ยังไม่ได้ลองสนามใหญ่)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 800 3 มี.ค. 2550 (01:58) ผมออกแบบหัวยิงแบบใหม่ ตามที่เคยคุยกับ คุณมือใหม่ ที่ว่าล็อคจากภายใน แล้วล้างเกลียวออกให้หมด
การล็อคภายในค่อนข้างยาก ผมล้างเกลียวออกจนหมก บ่าเล็ก บ่าใหญ่ ล้างออกให้หมด แต่ความหนาของปากขวดยังคงเท่าเดิม และยังแข็งแรงอยู่
ผมใช้ลูกปืนขนาดเล็ก หุนกว่าๆ 4 ลูกเป็นตัวล็อค เจาะรู 4 รูให้สัมพันกัน และใช้การล็อคจากภายนอก ทดสอบแล้วใช้งานได้ผล ส่วนภาพ อีก วัน สองวัน ผมจะนำมาให้ช่วยวิจารณ์ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 802 3 มี.ค. 2550 (16:22) จากรูปความเห็นที่ 793,794 ผมอยากเสริมนิดหนึ่งตรงรอยฝา ควรมีการเจาะรูไว้ตรงปลายที่ผ่าเพื่อช่วยให้ไม่แข็งจนเกินไปตอนกดล๊อคคอขวด ผมว่าน่าจะดีขึ้นนะครับ คุณSNV
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 803 3 มี.ค. 2550 (16:35) ผมส่งรูปคอยร์ไฟฟ้า 12 โวลต์ มาให้ชมกัน ซึ่งมันก็คือคอยร์ประตูเซ็นทรัลล๊อคของรถยนต์ นั่นเองครับ ข้อดีก็คือสามารถใช้เป็นสายไฟแทนสายเบรก ซึ่งทำให้ควบคุมได้ในระยะไกลขึ้นเพื่อความปลอดภัย และใช้ในการยิงหลายๆลูกพร้อมๆกันได้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 804 3 มี.ค. 2550 (16:47) การนำไปติดตั้งใช้งานกับฐานยิงสุนทร ส่วนเจ้ากลมๆนั่นเป็นตัววัดองศาหาค่าการเอียงของฐานยิงครับ ทำจากท่อ 3 นิ้ว(รูปเพิ่มเติมดูที่เวปชมรมจรวดขวดเพชร)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 805 3 มี.ค. 2550 (21:26) อาจารย์นิรันดร์ สบายดีนะครับ
ขอบคุณคุณมงคลฯ มากครับ ในภาพ 793 ผมแบ่งเป็นสี่ส่วน แต่ได้ปรัปรุงเป็น 6 ส่วน ก็สปริงดีขึ้นครับ ส่วนการเจาะรูตามที่แนะนำนั้น ก็คิดว่าดีครับ ผมจะลองทำดู
ส่วนตัวปลดล็อคระบบไฟฟ้า เป็นไอเดียที่ดีมากครับ ผมเองก็นึกไม่ถึง พอเห็นภาพ ก็ โอเคเลยครับ ทำให้อยากหาอุปกรณ์อื่นๆ มาประยุกต์ตามบ้างครับ ในอนาคต ฐานยิงจรวดขวดน้ำอาจสั่งได้ด้วยเสียง (คงจะยุ่งน่าดูนะครับ ถ้าใช้ระบบสั่งด้วยเสียง เพราะต้องห้าม คนดูพูด)
ในอนาคตก็น่าจะเป็นรีโมทได้ อาจใช้โทรศัทพ์สั่งยิง หรือทำแบบตั้งเวลา เอ้าไปกันใหญ่แล้ว
ถ้าเป็นไปได้ขอชมภาพฐานยิงเต็มๆ ของคุณมงคลฯ หน่อยนะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 806 3 มี.ค. 2550 (22:38) รูปที่ส่งมาให้ชมนี้เป็นฐานยิงชื่อว่าสุนทร เป็นฐานยิงที่ใช้ระบบไฟฟ้าในการปลดจรวด โดยเลือกที่จะกดยิงที่ตัวฐานหรือใช้รีโมดอินฟาเรต(ตัวเล็กๆอยู่ตรงเก้าอี้)เป็นตัวกด โดยมีระยะทำการที่ 50 ฟุตโดยรอบฐานยิง(ตัวรับสัญญาณหมุนได้รอบ 360 องศา) คุณสมบัติเพิ่มเติม
1.มีระบบเติมน้ำโดยใส่จรวดเข้าฐานยิงก่อน(แบบก่อนๆต้องเติมน้ำใส่ขวดก่อนจึงมาใส่เข้าฐานยิงทำให้น้ำหกออกมา)
2.สามารถสั่งยิงฐานยิงตัวอื่นๆได้อีก 3 ฐานยิงเพื่อใช้ยิงที่ละลำหรือพร้อมกัน(มีสวิทซ์กดเลือก)
3.มีระบบปลดแรงดันออกจากจรวดกรณีมีข้อผิดพลาดในการยิง
4.ฐานยิงเคลื่อนที่ไปมาได้(มีลูกล้อที่ฐาน)และมีระบบล็อคล้อให้อยู่กับที่ ส่วนลำกล้องยิงสามารถปรับก้มเงย และหมุนซ้ายขวา เมื่อตั้งได้ที่แล้วก็ล็อคให้อยู่ในตำแหน่ง
5.มีตัววัดมุมที่ใช้ดูองศาก้มเงย
จะเห็นว่าเมื่อใช้ระบบปลดจรวดด้วยไฟฟ้าสามารถสร้างสรรงานได้อีกมากๆครับ ลองดูแล้วจะติดใจ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 809 4 มี.ค. 2550 (21:39) เยี่ยมเลยครับ คิดว่าน่าลองครับ แต่ต้องหาอุปกรณ์ก่อน ถ้าสำเร็จก็จะเอามาอวดบ้างครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 810 4 มี.ค. 2550 (22:38) ผมอยากตั้งโจทย์สักข้อ จงทำฐานยิงจรวดขวดน้ำอย่างง่ายๆ ใช้วัสดุตามชอบ แต่สร้างง่าย ราคาถูก ประสิทธิภาพดี หมายเหตุ เห็นนักเรียนทำโครงการฐานยิงแล้ว ก็เห็นใจ บางครั้งไม่มีเครื่องมือก็ทำยาก อยากให้เพื่อนน้องน้องพี่ ช่วยกันคิดแทนเด็กๆ คิดว่าเด็กๆ คงได้นำไปต่อยอด นะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 812 7 มี.ค. 2550 (23:04) เยี่ยมมากครับ..คุณมงคล แนวคิดในการทำฐานของแต่ละคนต่างกันครับ อย่างคุณมงคลออกแนวทางสงคราม(เลียนแบบค่อนข้างยาก) คุณจีระศักดิ์ ก็จะออกแนวไม่ใช้โอริง โครงสร้างแข็งแรง ของคุณป๊อบออกแนวฐานไม้(แบบมืออาชีพ) เพราะเห็นเกลื่อนมากๆๆๆ... ของอาจารย์นิรันดร์ก็อีกแบบหนึ่ง ของคุณ snv ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ต่างคนต่างก็มีข้อดีกันทั้งนั้น.. ครับ คราวนี้ขึ้นอยู่กับผู้บริโภคว่าต้องการแบบไหน จุดประสงค์เป็นอย่างไร เล่นแบบธรรมดาศึกษาหาความรู้ หรือต้องการแข่งขันเพื่อหวังผลแพ้ชนะ... เลือกซื้อเลือกหาได้ครับ นั่นคือไม่ว่าจะเป็นฐานแบบไหนมันก็มีคุณค่าในตัวมันเอง ยิ่งได้ลงมือทดลองทำด้วยแล้วยิ่งดีขึ้นไปอีก และถ้าได้ลองทดสอบประสิทธิภาพของฐานจนเป็นที่น่าพอใจก็ยิ่งดีไปกันใหญ่ ครับ... วันที่ 18 มีนาคม 2550 ที่จะถึงก็อย่าลืมนำฐานไปแลกเปลี่ยนความรู้กัน.. ครับ ถ้าลงแข่งขันด้วยยิ่งดีมากครับ...แต่ที่แน่ๆๆ ฐานที่จะแข่งขันกันในวันที่ 18 มีนาคม ที่จะถึง ก็น่าจะเป็นการรวมตัวของฐานหลากหลาย ครับ... ถามไถ่แบบกันเองได้ครับ...จะนำต่อยอด หรือจะตอนกิ่ง ก็ได้ครับ.. ฮ่าๆๆๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 813 8 มี.ค. 2550 (08:03) เห็นฐานแล้วนึกถึงปืนต่อสู้อากาศยานครับ
อยากให้คุณมงคลมาร่วมแข่งหรืออย่างน้อยก็มาโชว์ฐานวันที่ 18 ด้วยนะครับ รับรองคนมุงแน่น
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 815 9 มี.ค. 2550 (21:07) คุณ snv หรือท่านใดที่ทำฐานขาย งานนี้ผมว่าน่าจะนำมาแสดงและซื้อ ขาย กันได้ ครับ... น่าจะสนุกครับ ครบวงจรดี... ได้ข่าวว่ามีอีกหลายท่านที่ซุ่มทำฐานและอุปกรณ์จรวดน้ำขาย..ครับ ล่าสุด ลุงดนัย แห่งศรีบุณฯ ก็ทำขายกะเขามั่ง เป็นงานอดิเรกของคนเกษียณอายุราชการ...ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 816 12 มี.ค. 2550 (08:38) ใครใคร่ซื้อ ซื้อ ใครใคร่ขาย ขาย ใครอยากโชว์ เชิญได้เต็มที่ในงานนี้ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 817 12 มี.ค. 2550 (21:02) ผมเองติดธุระที่จังหวัดตราด ก็เลยไปร่วมไม่ได้ ต้องขออภัยด้วยครับ ส่วนฐานยิงแบบง่ายๆ ก็กำลังทดลองทำอยู่ ใครมีไอเดียแปลกๆ ก็เสนอเข้ามาได้ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 821 19 มี.ค. 2550 (21:00) ผมไปตราดมา ก็เลยเก็บภาพปืนที่น่าสนใจมาฝาก อาจนำมาต่อยอดเป็นฐานยิงจรวด
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 822 19 มี.ค. 2550 (21:04) ภาพ ตอปิโด ความเร็ว 79 น็อต
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 824 19 มี.ค. 2550 (21:09) ด้านท้าย สังเกตมีใบพัดด้วย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 825 20 มี.ค. 2550 (17:52) 18 มี.ค. ที่ผ่านมา ทีมคู่บุญ สร้างความฮือฮาให้กับวงการจรวดขวดน้ำอีกแล้ว
พาสุดยอดฐานยิง ไปเปิดตัว..
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 826 20 มี.ค. 2550 (18:00) ทีมจากพนัสก็ไม่น้อยหน้า พาฐานยิงรูปร่างเหมือนสามง่ามไปด้วย
ยิงแต่ละครั้งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 827 20 มี.ค. 2550 (18:02) มือใหม่ก็แอบทำแบบนี้ไว้บ้างเหมือนกัน.. ทำกระบอกสูบสั้น แต่ให้ดันยาวๆ ตั้งใจไปสู้เต็มที่
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 828 20 มี.ค. 2550 (18:02) ลูกสูบต้องเตรียมไว้หลายชุด เพราะชำรุดง่าย มากกกกก
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 829 20 มี.ค. 2550 (18:03) ่ซ้อมไม่กี่ครั้ง กระบอกสูบก็พัง..
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 830 20 มี.ค. 2550 (18:04) อดหลับอดนอนหลายคืน อายุก็มากแล้ว ซ่อมไม่ทันเลยยังไม่ได้พาไปออกงานโชว์ตัว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 831 20 มี.ค. 2550 (18:06) พาแต่ลูกๆ ที่ตกรอบแรกอกหักจาก อพวช.ในปีที่แล้วไปช่วยคุณอ๋อยรับลงทะเบียน และออกเกียรติบัตร
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 832 20 มี.ค. 2550 (18:06) ขาดไม่ได้ ต้องเอาจรวดขนาด 3 ลิตร ติดไปด้วย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 833 20 มี.ค. 2550 (18:14) หวังว่า คุณมือใหม่คงทำลายสถิติผมแน่เลยครับ กับ
ฐานธรรมดา PJ ที่สามารถพาจรวดไปได้ 348.71 เมตร ถ้าไม่มีลมต้านน่าจะลิบไปที่ 400 เมตร ฮ่าๆๆๆ (ฝันเอาไว้ครับ) คุณมือใหม่ผ่านงานนี้น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น
มืออาชีพ ได้แล้วครับ คราวหน้าแถวนั้นเป็นเจ้าภาพก็ได้น๊ะครับ....
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 834 20 มี.ค. 2550 (18:23) จรวดลำที่ 2 จากซ้าย (ความเห็นที่ 832) ออกตัวได้ตรงมากๆ
ทำให้ทีมวรมันต์ 1 จากโรงเรียนติดชายแดน จังหวัดสุรินทร์่เข้ามาเป็นลำดับที่ 2
ด้วยสถิติ 230.10 เมตร ที่ 50 psi
ทีมมือใหม่ จากโรงเรียนในตัวเมืองสุรินทร์ ใช้จรวดลำที่ 3 เข้ามาเป็นลำดับที่ 3
ด้วยสถิติ 222.41 เมตร ที่ 50 psi (ดีใจครับ เพราะตั้งแต่ทำจรวดมา มีสถิติเป็นครั้งแรก)
เหนื่อยมาก แต่ก็สนุกมาก ได้ความรู้ ได้พบปะพูดคุยกับชาวจรวดขวดน้ำ น่าเสียดายที่ อ.นิรันดร์
คุณ snv คุณมงคลคนหนองคาย และ ฯลฯ ที่เป็นคนต้นคิดอะไรดีๆ หลายอย่างติดภาระกิจไม่ได้ไปร่วมงานด้วย
ไม่เช่นนั้น วันที่ 18 จะสมบูรณ์มากกว่านี้ เพิ่มเติมดูที่
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=62085
และที่
http://funscience.gistda.or.th/thaiwaterrocket/wrthailand1.html
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 836 20 มี.ค. 2550 (18:41) ขอแสดงความยินดี กับคุณครูสระบุรีด้วยครับ
คราวหน้าหากเจอกันคราวหน้า จะขอยืมฐานธรรมดาๆ ที่ไม่ธรรมดา (จำไม่ได้ว่าถอดเป็น้ 32 หรือ 38 ชิ้น)
ยิงจรวดมือใหม่ ไปตกใกล้ๆ เอาแค่ 399 เมตรก็พอครับ
เว็ปวิชาการไม่สามารถเปลี่ยนนามแฝง หรือเปลี่ยนอีเมล์ก็ไม่ได้ มาคิดดูอีกทีก็ดีเหมือนกันครับ จะได้ทำอะไรง่ายๆ
สำหรับคนที่เริ่มต้นมาทำจรวดขวดน้ำ ให้มีสถิติใกล้ๆ กับมืออาชีพบ้าง
จรวดขวดน้ำมือใหม่ ยิงแม่น ยิงไกล ดั่งใจฝัน (พอได้ไหมครับ)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 837 20 มี.ค. 2550 (22:51) เห็นฐานยิงใหม่ๆ แล้วทึ่งครับ ผลงานก็ออกมาดีด้วยกันทั้งนั้น แสดงว่าคนไทยไม่แพ้ใครในโลก ดูเหมือนว่าวงการจรวดของเราพัฒนาอย่างรวดเร็วนะครับ และขอชื่นชมทุกทีมครับ มีโอกาสคงได้เจอกันครับ หรือมาเที่ยวตลาดโรงเกลือเมื่อไหร่ ก็แวะมาทักทายกันบ้างก็ได้ครับ ถ้าแจ้งล่วงหน้า ก็อาสาพาเที่ยวได้เลยครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 838 20 มี.ค. 2550 (23:14) เห็นด้วยกับคุณมือใหม่ครับสำหรับคนที่เริ่มเล่นจรวดน้ำหรือโรงเรียนที่เพิ่งเริ่มต้นเล่น การแข่งขันครั้งนี้ผมเห็นบางทีมมีความไม่พร้อมหลายอย่าง แต่ก็ยังมาแข่งฐานยิงแบบธรรมดาไม่มีท่อเก็บลม หัวจรวดแบบฝาขวดเพิ่มน้ำหนักด้วยดินน้ำมันแต่ก็ยังมาลงแข่งผมขอแสดงความนับถือจริงๆครับ ผมเองลงแข่งจรวดน้ำครั้งแรกที่อพวช.ระยะจรวด164เมตรครับ ขอชื่นชมทุกทีมที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน ส่วนทีมที่ไม่ได้มาโอกาสหน้าขอเชิญมาร่วมกิจกรรมด้วยกันนะครับ
ทีม อาลาดินบินทะลุฟ้า
จีระศักดิ์ จรวดน้ำนครพนม (IP:124.121.110.144)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 839 21 มี.ค. 2550 (00:20) ขอบคุณ คุณจีระศักดิ์ ครูพิจิตร และทุกท่านที่ได้ที่ให้คำแนะนำและได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์......ก็ต้องพยายามพัฒนาต่อครับแม้จะตามไม่ทันเห็นการพัฒนาการทำจรวดและฐานยิงของแต่ละทีมแล้ว...สุดยอดจริงๆ ครับ..สมกับชื่อที่ใช้การแข่งขัน ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 841 21 มี.ค. 2550 (11:18) อยากให้ช่วยอธิบายหลักการของฐานยิงในความเห็นที่ 856 826 827 ให้หน่อยได้ไหมอะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 842 21 มี.ค. 2550 (22:40) ผมเองก็ยังสงสัยอยู่เหมือนกัน ขออนุญาตเดาไปพลางๆ ก่อน ผิดถูกอย่างไรก็ขอให้เจ้าของผลงานอธิบายอีกครั้ง
ผมเดาว่า ฐาน ใน 825 , 826 คงจะใช้ลมส่งในช่วงแรก เพราะเห็นถังลมใหญ่มาก ขณะที่จรวดขึ้นไปได้สักพัก น่าจะมีการยิงต่ออีกครั้ง เสียดายที่ไม่เห็นตัวจรวด อาจเป็นเพราะอยู่ในท่อ ขณะเดียวกันหางจรวดจะไม่ใหญ่มาก ก็คงจะเสมอขวด แต่อาจจะยาวหน่อก็ได้ หรือไม่ก็เป็นปีกใหญ่แต่หุบได้ เมื่อพ้นจากท่อแล้วก็จะขยายออกด้วยอะไรสักอย่างอาจจะเป็นสปริง ดูแล้วคล้ายๆ ปืนครก คิดว่าน่าจะเป็นวิธียิงจรวดที่ดีมากๆ วิธีหนึ่ง
ส่วนฐาน 827 ผมเองยังงงงงอยู่ เห็นบอกว่ามีลูกสูบ น่าจะเอาไว้ดันจรวดขึ้นในช่วงออกตัว เมื่อจรวดขึ้นได้ที่แล้วก็น่าจะยิงต่ออีกครั้ง เป็นไอเดียที่ดี
ทั้งสามฐานน่าจะใช้แข่งแบบจำกัดเทคนิค คือใช้ขวดเก็บลมใบเดียว นับว่าเป็นวิธีที่ใช้ประโยชน์จากลมได้มากจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าเดาถูกหรือเดาผิด และต้องขอคารวะด้วยใจจริง เยี่ยมมากๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 843 21 มี.ค. 2550 (23:59) ผมก็ เคนเล่นนะครับ จรวดขวดน้ำ แต่ตอนนี้ เลิกลแ้ว อะครับ ตอนเรียยน ผมใช้ เคื่องทางฟิสิก มาเป็น เครื่องวัดองศาแล้ว ติดกับ ขาตั้งกล้อง ครับ อันเล็กๆแต่ ฏ็โอเค ในระดับ 1ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 847 22 มี.ค. 2550 (18:10) สำหรับฐานยิงในความเห็นที่ 825-830 ไม่ไช่ฐานยิงแบบใหม่เลยครับ คนที่ทำออกมาเป็นคนแรกๆ เท่าที่เห็นรู้สึกจะเป็น
คุณมงคล ศักดิ์สิทธิพิทักษ์ หรือที่รู้จักกันในนามคุณมงคลคนหนองคาย ดูเพิ่มเติมที่
http://funscience.gistda.or.th/thaiwaterrocket/mongkhon/launcher.htmlแต่ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงไม่นำออกมาใช้ในการแข่งขันบ้าง
ในการแข่งขันที่ อพวช. ปี 48 รู้สึกจะมีบางท่านแอบนำมาใช้ (ไม่แน่ใจนัก) แบบเสือซ่อนเล็บ แต่คงจะเนื่องจากมีขนาดเล็ก มีน้ำหนักมาก จึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 848 22 มี.ค. 2550 (18:11) ความเห็นที่ 825, 826 ทีมคู่บุญออกแบบได้ดีมากๆ ส่วน 827-830 มือใหม่คิดๆ นึกๆ ขึ้นมาเอง แต่บางทีก็นอนฝันเอาบ้าง

ก็ยังไม่เข้าที่เข้าทางดีนัก
มีหลักการคล้ายกันกับลูกสูบรถยนต์ เป็นการนำเอาลมมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงขึ้น เมื่อเพิ่มพื้นที่หน้าตัดนั่นเอง
จากสมการ แรง = ความดัน x พื้นที่หน้าตัด (F=PxA) ลองคิดเล่นๆ ที่ความดัน 50 psi หน้าตัดมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 104 มม. จะได้แรงกระทำมากกว่า 230 กก.
แรงขนาดนี้เอาไปใช้ดันข้าวสาร 2 กระสอบยังไหวเลยครับ ไว้มีเวลาแล้วจะเข้าไปอธิบายให้ละเอียดมากขึ้น ในกระทู้ฟิสิกส์กับจรวดขวดน้ำ ของ อ.นิรันดร์ ครับ
แรงที่มากมายมหาศาลนี่เอง จึงเป็นสาเหตุให้ฐานยิงของมือใหม่ ทำใจเสาะพังเอาง่ายๆ จรวดของคู่บุญ และของพนัสฯ ก็พากันเกเรในวันแข่งขันฯ
แต่ก็คงอีกไม่นาน..เข้าที่เข้าทางแน่ ฐานแบบนี้ไม่ผิดกติกาของ อพวช. แต่อย่างใด คงต้องคอยดูฐานยิงแบบนี้ แผลงฤทธิ์ในการแข่งขันครั้งที่ 6 ของ อพวช.
ยกเว้นจะมีเหตุผลบางประการ เปลี่ยนกติกาใหม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็คงต้องรอดูในการแข่งขันสุดยอดจรวดน้ำ ครั้งต่อไปในปีหน้าครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 849 22 มี.ค. 2550 (18:27) สำหรับวิธีการ จะสามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายแทบจะไม่มีข้อจำกัด ในวันนั้นมีให้ชม 4-5 รูปแบบ
คุณสุวรรณก็อธิบาย ตอบข้อซักถามกันอย่างไม่มีปิดบัง ขอยกย่องชมเชยด้วยความจริงใจ ครับ
รู้สึกเสียดายแทนท่านที่ไม่ได้ไปร่วมงาน.. ผมเองไปร่วมงานแท้ๆ ก็ไม่ค่อยได้ดูแต่พอสังเกตุเห็นข้อแตกต่างกันที่โอริง
คู่บุญ และพนัสฯ จะอยู่ด้านบน ยิงแล้วหลุดออกไปทั้งชุด จะใช้บูสเตอร์ หรือไม่ก็ได้ แท้งค์ลมราว 8-16 ลิตร
ฐานของมือใหม่โอริงจะอยู่ด้านล่าง แต่จะเลือกได้ว่ายิงแล้วให้หลุดออกไปทั้งชุด หรือหลุดออกไปบางส่วน
หรือหลุดออกไปเฉพาะจรวด แต่จะเลือกให้ยิงแล้วไม่พังเนี่ย.. เลือกไม่ได้สักที

รายละเอียดอื่นๆ คงต้องโทรถามคุณสุวรรณ คุณลูกช่างวัฒน์ หรือ อ.สินีนาฎ ให้ท่านอธิบายให้ฟัง
ฐานยิงของมือใหม่ถ้าเสร็จแล้วไม่พังอีก จะถ่ายรูปให้ดู แต่รายละเอียดลึกๆ มีมากคงต้องไปดูของจริงครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 850 22 มี.ค. 2550 (19:07) อยากทราบว่า ขณะเติมลมในฐานยิง คห 825-7 อะคับ ทำอย่างไรในท่อน้ำถึงไม่รั่วอะคับ ?
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 851 22 มี.ค. 2550 (20:25) ในความเห็นที่ 825, 826 ในกรณีที่ใช้ขวดสรวมลงไปในท่อของฐานยิง ที่ด้านล่างของของฐานยิงจะมีแกน และโอริง (หรือเปล่าไม่แน่ใจเพราะไม่ได้ดูละเอียดนัก)
และใช้ฝาปิดเป็นตัวป้องกันลมรั่วอีกชั้นหนึ่ง แต่ถ้าเป็นบูสเตอร์ใช้โอริงก็เพียงพอแล้ว ส่วนความเห็นที่ 827 ไม่ได้สรวมจรวดลงไปในท่อของฐานยิง จะเป็นเพียงใช้ลูกสูบดันจรวดขึ้นเท่านั้น ที่ด้านบนของก้านสูบ จะเหมือนแกนนำส่งทั่วๆ ไป หรือไม่ก็เป็นบูสเตอร์ที่ทำจาก PVC ครับ
ต่อไปๆ หากมีงานในลักษณะนี้อีกคุณ Pris ควรจะไปร่วมงานด้วย จะได้ไม่พลาดโอกาสสำคัญๆ ความรู้ที่หาดูได้ยากแบบนี้อีกครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 852 22 มี.ค. 2550 (21:27) ซึ่งนอกอกจากจะมีฐานยิง พยัคฆ์คำราม ของทีมคู่บุญ ฐานยิง Power Canon ของทีมนมข้นหวาน ทีมกะทิ ทีมบลูดอก จากโรงเรียนพนัสพิทยาคาร แล้ว
ก็ยังมีฐานยิงชนิดธรรมดาๆ ที่ไม่ธรรมดาถอดใส่กระเป๋าได้ (ไม่แน่ใจว่า 32 หรือ 38 ชิ้น) ที่ทำสถิติได้สูงที่สุดในขณะนี้ 348.71 เมตร ที่ 50 psi
ฐานยิงยิงเอามัน ของทีมคู่กลาง และทีมเด็กสร้างพระอาจารย์ และฐานยิงหมดถัง ของทีมไข่ต้มที่เคยทำสถิติได้อย่างอลังการ ในการแข่งขันรอบรองฯ ที่ อพวช.ปี 49
ของชุมชนวัดหัตถสารเกษตร นำทีมโดยหลวงพี่พระนิพล และพี่เจี๊ยบ หรือแม้แต่ฐานยิง ALADIN TOPGUN ทีมอาลาดินบินทะลุฟ้า ของคุณจีระศักดิ์ โพธิ์เชียงราก
ก็ยังแผลงฤทธิ์ไม่น้อย รวมถึงทีมอื่นๆ ที่ยังไม่ได้กล่าวถึงด้วย เท่านี้ก็ละลานตาแล้วครับ ไหนจะเทคนิคของบูสเตอร์อีก แบบว่าจารนัยกันไม่ไหวครับ
นี่ถ้ารวมฐานยิงช้างน้อยดัมโบ้ของมือใหม่ และฐานยิงเบญจนาคราชย์ ของทีมงานใหญ่ ส.กินเกลี่ยง สังกัดเงียงถ้วยซด หากออกตัวมาพร้อมๆ กัน ก็คงสนั่นหวั่นไหวแน่ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 853 22 มี.ค. 2550 (21:29) แต่ถ้าจะให้เครดิตกันจริงๆ แล้ว มีความเห็นเช่นเดียวกันกับคุณจีระศักดิ์ จรวดน้ำนครพนม ต้องยกย่องทีมที่ใจสู้ครับ ถึงแม้พึ่งจะเริ่มต้น ขาดความพร้อม
หัวจรวดเป็นฝาขวดกับดินน้ำมัน แต่ก็ยังมาลงแข่ง ขอยอย่องด้วยความจริงใจ และปรบมือให้เสียงดังๆ ครับ หากมีอะไรขาดตกบกพร่องทางด้านเทคนิค
มีใจสู้อย่างนี้ มือใหม่หรือแม้แต่ใครๆ ในวันนั้น ยินดีรับใช้เสมอครับ ยิ่งถ้าอยู่ถึงตอนท้ายๆ ที่คู่บุญยิงบูสเตอร์พีวีซี ส่งจรวดไปร่วม 400 เมตรแล้ว
ผมเชื่อว่า ต้องได้อะไรนำกลับไปพัฒนาทีมให้รุดหน้ารวดเร็ว อย่างแน่นอน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 854 22 มี.ค. 2550 (21:53) บูสเตอร์พีวีซี ทำไมถึงได้ระยะไกลกว่าบูสเตอร์ธรรมดาหละครับ ทั้งที่มันน่าจะมีน้ำหนักมากกว่า ?
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 855 22 มี.ค. 2550 (22:05) ขอขอบคุณ คุณมือใหม่(ตอนนี้เป็นมืออาชีพแล้ว ยินดีด้วย) แสดงว่าผมเดาค่อนข้างใกล้เคียง แต่นึกไม่ถึงว่า จะใช้พื้นที่หน้าตัดมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ผมเองพยามยามหาขวดแบบปากกว้างๆ อย่างขวดน้ำดื่มสิงห์ แต่ก็รับแรงดันได้ไม่มาก จะหาขวดปากเท่าลำตัวก็ไม่มี อาจต้องใช้กระป๋องช่วยก็ไม่รู้ว่าผิดกติกาหรือเปล่า แต่ถ้าทำเพื่อการวิจัย ก็น่าลองดู ทีนี้เราจะหาโอริงขนาดใหญ่ๆ ได้ที่ไหน ทีนี้มาดูเรื่องปริมาตรของลม ถ้าลมมาก พลังงานก็มาก อันนี้ก็น่าสนใจ ผมเคยเห็นฝรั่งยิงถัง 20 ลิตรขึ้นฟ้า ก็เข้าท่าดี แต่ฝาปิดมันเล็ก อีกอย่างถังก็หนักด้วย เลยขึ้นไม่สูง ในอนาคตฝรั่งต้องเลียนแบบไทยแน่ๆ ความจริงฐายยิงบาซูก้าของคุณมงคลฯ ผมก็เห็นมานาน แต่ไม่ค่อยได้ติดตามสอบถาม จนถึงตอนที่คุณมงคลเข้ามาในเวบ วิชาการ ถึงค่อยได้คุยแลกเปลี่ยนความรู้ ผมคิดว่ายังมีอีกหลายท่านที่ทำงานวิจัยอยู่เงียบ หากได้ออกมาพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ก็น่าจะดี
อย่างไรก็ตามการเผยแพร่ความรู้ในเวบ จะเป็นประโยชน์อย่างมาก และกระจายได้รวดเร็ว ถ้าจะให้ไปดูด้วยตา ก็ต้องรออีกปี ถ้าปีหน้าไม่ได้ไป ก็กลายเป็น 2 ปี เสียดายที่ไม่มีนักข่าว ทีวีไปทำข่าว ไม่งั้น คนที่อยู่ไกลๆ ก็จะได้รับรู้ไปด้วย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 856 23 มี.ค. 2550 (08:42) คุณ SNV
ความเห็น 837 คนไทยไม่แพ้ใครในโลกครับ สองวันก่อนผมพบ ดร.พิธานโพสลงในกลุ่มจรวดน้ำของ yahoo (เพิ่งรู้ว่าท่านอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย) ว่าให้มาดูเวปการแข่งของไทยเรา ตอนนี้เขาสนใจกันมากครับและบอกว่านึกไม่ถึงว่าวงการจรวดน้ำของเราจะก้าวหน้าขนาดนี้ ขนาดว่าเขางงว่ากลไกต่างๆของเราทำกันอย่างไร แล้วแค่ 50 ปอนด์ ทำไมไปได้ไกลขนาดนี้ ตอนนี้มีโพสมาถามกันเป็นจำนวนมากครับ ที่เขาสู้เราไม่ได้อีกอย่างคือ เขาอ่านภาษาไทยไม่ออกครับ ดูรูปแล้วไม่ค่อยเข้าใจ แต่เราอ่านเขาได้สบาย
ความเห็น 842 ผมขออธิบายฐานของคู่บุญและของพนัสแทนลูกช่างวัฒน์นะครับ เพราะรายนี้ไม่ค่อยว่างและถนัดเรื่องช่างมากกว่าพิมพ์ดีด ฐานรุ่นนี้ยิงได้ทั่งแบบยิงจรวดโดยตรงและการใส่บูสเตอร์ครับ การใส่จรวดตรงคือใส่จรวดเข้าไปในท่อเลย ปิดท้ายด้วยแกนเหล็กและลูกยางกันน้ำไหลออกและให้อากาศเข้าได้ตอนใส่ความดันเข้าไปในท่อยิง ดังนั้นพอยิงออกไปจรวดจะทำงานทันที ไม่ใช่การออกไปแล้วไปยิงอีกต่อเหมือนบูสเตอร์ครับ แต่ก็ยิงแบบบูสเตอร์ก็ได้อย่างที่ช่างวัฒน์ลองยิงตอนสุดท้าย (เห็นบอกว่าคิดได้ตอนดีสี่เลยลุกขึ้นมาทำก่อนแข่ง)
ส่วนเรื่องหาง ทำง่ายๆครับ อธิบายง่ายๆคือไปดูหางของลูกปืนครกของทางทหารครับ แบบและหลักการเดียวกัน
ความเห็น 847 เรื่องฐานยิงของคู่บุญและพนัส รูปร่างแตกต่างกันแต่หลักการเดียวกัน แต่สำหรับของคุณมงคล ดูรูปร่างเหมือนกันครับ แต่คนละหลักการ ผมดูแล้วของคุณมงคลจะเป็นแบบเลียนแบบปืนครกที่รูปร่าง แต่หลักการยิงยังเป็นแบบอแดปเตอร์เหมือนเดิม เพียงแต่กลไกการยิงจะใช้แรงเฉื่อยของตัวหัวน๊อตเป็นตัวผลักให้กลไกปลดล๊อคทำงานตอนที่ทิ้งลูกจรวดลงไปในฐาน (ผมเดาจากภาพนะครับ หากผิดช่วยอธิบายด้วย) ดังนั้จะไม่ได้แรงส่งมากเหมือนการผลักทั้งลูกแบบของฐานของลูกช่างวัฒน์ ผมยอมรับว่าไอเดียเก๋ไก๋มากที่เดียว แต่ในการแข่งเอาระยะ จะยังสู้แบบเปิดรูขับส่งเต็มที่ไม่ได้ ที่สำคัญคือ จะเกิดแรงดูดขึ้นในท่อตอนจรวดเคลื่อนออกจากก้นกระบอกด้วย ทำให้จรวดเสียแรงส่งตรงนี้มากครับ แต่หากมีรูใหญ่ๆตรงท้ายท่อก็น่าจะแก้ปัญหานี้ได้ครับ
ความเห็น 848 ดูแล้วหลักการเพิ่มหน้าตัดตอนนี้ลูกช่างวัฒน์กับคุณมือใหม่คิดได้พร้อมกัน แต่โชคดีของลูกช่างวัฒน์ที่ของคุณมือใหม่พังซะก่อน เลยไม่มีคู่แข่ง ขอบคุณสวรรค์ แต่ก็โชคร้ายที่ไม่มีโอกาสได้เห็นเพื่อนำมาก๊อปปี้และพัฒนา
ความเห็น 854 อ่านความเห็น 848 ของคุณมือใหม่ครับ อธิบายไว้ดีแล้ว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 857 23 มี.ค. 2550 (09:10) ลูกยางที่กันน้ำไหลเข้าแต่ลมยังเข้าได้นี่มีลักษณะเป็นอย่างไรอะคับ
นึกว่าจะใช้โอริงซะอีก
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 858 23 มี.ค. 2550 (09:19) เอ่อ แล้วก็ บูสเตอร์ที่เป็น pvc อะคับ ใช้วีธีการปล่อยท่อนหลักอย่างไรครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 859 23 มี.ค. 2550 (12:43) หลักการเพิ่มเพิ่มพื้นที่หน้าตัดไม่แน่ใจนัก และไม่สำคัญว่าใครจะคิดได้ก่อนกัน แต่ทีมคู่บุญทำให้เป็นรูปธรรมได้ก่อน
ถึงแม้จะยังไม่มีสถิติแต่นำมาเผยแพร่ก่อนใคร ต้องถือว่าทีมคู่บุญนำมาใช้เป็นคนแรกของวงการจรวดขวดน้ำ
ส่วนทีมที่ทำสถิติจากฐานยิงชนิดนี้ได้เป็นทีมแรกก็คือทีมกระทิ จากโรงเรียนพนัสพิทยาคาร 236.53 เมตร ที่ 50 psi
สำหรับคุณมงคลคนหนองคายต้องให้เกียรติถือว่าเป็นข้อมูลพื้นฐาน หลักการและเหตุผลของโครงงานหรืองานวิจัยครับ
คุณ Pris ครับ อยากให้มองที่หลักการมากกว่าวิธีการ ให้รีบออกแบบ คิด วิเคราะห์ แก้ไข เริ่มจากการเขียนรูปก่อน
หากใช้คอมพิวเตอร์เขียนรูปได้จะสะดวกมากยิ่งขึ้น ติดปัญหาตรงไหนแก้ไขไม่ได้เอารูปมาให้ดูกัน มีหลายท่านที่เต็มใจแก้ไขให้ครับ
หรือหากไม่สะดวก ก็เมล์แนบไฟล์ไปคุยกันได้ ที่ s.sakpong@hotmail.com
ติดอยู่ที่ อพวช.จะให้นำฐานยิงชนิดนี้มาใช้ในการแข่งขันฯ ในปีนี้หรือไม่เท่านั้นเอง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 860 24 มี.ค. 2550 (19:25) คุณ Pris
ไม่ได้มาเห็นภาพ อธิบายยากครับ ผมก็ไม่มีภาพด้วย ลองโทรมาถามดีกว่าครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 861 24 มี.ค. 2550 (21:54) คุณ Pris ณ วันนี้ บูสเตอร์ธรรมดายังส่งได้ไกลกว่า ครับ... ดูจากสถิติได้ครับ...วันนั้นลูกสุดท้ายที่ช่างป๊อบยิงได้ประมาณ 300 เมตร กว่าๆ แค่นั้นเองครับ... แต่วันข้างหน้าไม่แน่...ครับ แต่ก็อย่าลืมว่า ฐานธรรมดาของทุกท่านเรายังไม่สามารถนำประสิทธิภาพของมันออกมาใช้ได้เต็มที่...ถ้ามีการพัฒนาให้ดีก็น่าจะทำได้ดีเช่นกัน...ผมชื่นชมการพัฒนาฐานและการทำจรวดน้ำของทุกๆทีมครับ...เฮ้อ...สงสัยแข่งขันคราวหน้าผมอาจขอเป็นกลุ่มนินจาเงา ...ทำแล้วให้ลูกชายตัวเล็กอยู่ ป.1 ไปแข่งขันก็ได้น๊ะครับ...ฮ่าๆๆๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 862 25 มี.ค. 2550 (00:30) ขอขอบคุณ ดร.พิธาน ที่โพสชื่อผมลงในกลุ่มจรวดน้ำ ของ YAHOO และขอขอบคุณ คุณกระจิบ ที่แจ้งให้ทราบ แต่อยากรบกวนคุณกระจิบอีกครั้ง ผมเข้าไปหาดู 2 วันแล้ว ยังไม่เจอ จริงๆแล้วผมไม่ค่อยชำนาญก็เลยไปไม่เป็น รบกวนหน่อยนะครับ
ผมออกแบบชุดล็อคคอขวดไว้หลายแบบ ตอนนี้เสร็จแล้ว ขอเวลาเตรียมภาพ คิดว่าวัน สองวัน คงได้ชมครับ คิดว่าน่านำไปพัฒนา ต่อยอด ก็หวังว่าจะทำให้วงการของเราก้าวหน้าขึ้นครับ
ผมเองอยากให้เยาวชน เป็นนักประดิษฐ์ โดยเริ่มจากง่ายๆ ไปก่อน สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ พยายามสร้างเครื่องมือ หรือเครื่องทุ่นแรงใช้เอง และอยากฝากถึงท่านผู้ปกครองควรให้กำลังใจ กำลังทรัพย์ ให้คำแนะนำ หรือช่วยกันประดิษฐ์ และที่สำคัญ แต่ละบ้านควรมี อย่างเช่นในโรงเก็บรถของฝรั่ง จะมีเครื่องมือที่จำเป็น มีโต๊ะช่าง มีปั้มลม ฯลฯ และอื่นๆ ตามที่ควรจะมี ตามอัตภาพ ทำแบบพอเพียง ค่อยๆ สะสมเครื่องมือ เมื่อมีเครื่องมือ ก็สามารถสร้าง ประดิษฐ์ สิ่งของตามต้องการได้ ทั้งนี้ต้องอาศัยความรู้ที่เรียนจากโรงเรียนมาประยุกต์ สร้างสรรค์ คิด วิเคราะห์ วิจัย เด็กๆ ที่ชอบงานนี้จะมีความสุข ทำได้ทั้งวัน รัฐบาลก็ควรส่งเสริมด้วย เดี๋ยวนี้ในโรงเรียนก็ดูเหมือนจะไม่มีงานประดิษฐ์ จริงๆ แล้วน่าส่งเสริมให้มากๆ อย่างไรก็ตามถ้ารัฐไม่ทำ เราเองก็ต้องทำ ถ้ามีความพร้อม แต่ผมว่า ใจต้องพร้อมก่อน เขื่อว่างานประดิษฐ์สำหรับเยาวชนจะช่วยแก้ปัญหา ยาเสพติด ปัญหาเด็กติดเกม ปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย ฝากไปถึงผู้อำนวยการโรงเรียนทั้งหลาย ถ้าท่านเป็นผู้จุดประกายให้เด็กๆได้ ก็จะเป็นผลดีต่อประเทศอย่างมาก แต่เชื่อเหอะ ผมกำลังฝันไป เพราะมันเป็นไปไม่ได้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 863 26 มี.ค. 2550 (15:41) เห็นด้วยกับคุณครูสระบุรี ครับ
ฐานยิงธรรมดาๆ ยังพัฒนาได้อีก หากได้จรวดและบูสเตอร์ที่เหมาะๆ จะเพิ่มสถิติได้อีกมาก
ทำจรวดง่ายๆ ให้เด็กๆ ยิงได้ ไม่อันตราย ก็สุดยอดจรวดขวดน้ำแล้วครับ
ฐานยิงขนาดใหญ่ แรงส่งมาก ปัญหาที่ตามมาก็มากเป็นทวีคูณ ยกตัวอย่างเช่น
จรวดต้องออกแบบใหม่ให้สามารถทนแรงมหาศาลได้ น้ำหนัก ซีจี ซีพี ต้องเปลี่ยนไป
ให้เหมาะสมกับความเร็วต้นที่เพิ่มขึ้น แล้วปัญหาหลายๆ อย่างก็จะตามมาอีกมากมาย ฯลฯ
เผลอๆ อพวช. ไม่ให้ใช้แข่งอีก
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 864 27 มี.ค. 2550 (15:40) ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความกรุณาทั้งความรู้และแนวความคิด
ผมข้อตอบคุณมือใหม่ก่อนนะครับ(ความคิดเห็นที่ 847)ทำไมจึงไม่เห็นจรวดยิงออกจากท่อเสียที่ เพราะผมเจอะปัญหาซึ่งก็เป็นปัญหาที่เคยเกิดขึ้นสมัยตอนทำบาซูกา และปืนครก เจ้าฐานยิงนั่นทำไม่ยากหรอกครับ แต่มันไปยากตรงจรวดนี่เหละ แบบว่าตอนทำปืนครกก็มีปัญหาที่ปีกเล็กๆที่ติดอยู่ที่ท้ายจรวด ผมคิดว่าถ้าติดโดยไม่มีการวัดระยะที่ดีก็จะมีปัญหาหลังคาบ้านเป็นรูเหมือนผม(เอาแน่เอานอนไม่ได้ตอนปล่อยตัว) ก็พัฒนาใหม่ให้ปีกสามารถพับเก็บได้แบบของฝรั่ง(ของจริงที่เขายิงถล่มอิรัก)ที่เคยเอารูปมาให้ดู ก็ติดปัญหาควบคุมวิถีไม่ได้ สงสัยติดครีบปีกไม่ได้ศูนย์โดยเฉพาะปีกหน้ากับปีกหลัง ไอ้เราก็ดีใจว่าปีกมันพับเก็บได้และกางออกได้แล้วหน้าจะหมดเรื่อง แต่แล้วเวลาปะทับบ่า เล็งยิง....ตูม หมาแมววิ่งไปคนละทิศละทาง ดีไม่มีใครเจ็บตัว แต่ก็ไม่ท้อกำลังทำชุดตั้งศูนย์ปีกจรวดที่พับปีกได้อยู่เผื่อมันจะดีขึ้นมาบ้าง (ก็ภาวนาให้สำเร็จที่เถอะ)จะได้มีขีปวุธจรวดขวดน้ำไว้เล่นกัน
ส่วนที่เห็นหลายๆท่านนำเอาความคิดปืนใหญ่ยิงจรวด ขอพูดคำเดี่ยวว่า"อึ่ง...."ทำได้ยังไงนี่ถ้าผมทำจรวดพับปีกกางปีกได้สำเร็จโดยที่หมาแมวไม่ต้องวิ่งหนีกระเจิงแล้วละก้อ ขอไปยิงที่ฐานนี้หน่อยนะครับ แบบมันคงเท่ไม่น้อย
ส่วนหลักการปืนครก ก็เข้าใจถูกต้องแล้วครับผมเอาข้อต่อยูเนี่ยนเป็นตัวกระชากชุดปลดล๊อคเพื่อส่งจรวดออกมาจากกระบอก พูดตรงนี้แล้วคิดถึงตอนเปลี่ยนหลังคาไม่หาย....เฮอ.เหนื่อย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 865 28 มี.ค. 2550 (14:55) คุณ snv
ผมไม่ทราบว่า ดร พิธาน โพสอย่างไร เลยไม่ทราบว่าจะให้ตอบอย่างไรครับ
แต่เท่าที่ผมจำได้ ต้องสมัครเข้ากลุ่มเขาก่อน พอเขารับสมัครแล้ว จะมี อีเมล์มาหาเราเองครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 866 28 มี.ค. 2550 (21:02) ขอบคุณ คุณกระจิบ มากครับ คิดว่าค่อยๆ คำไปก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยหาวิธีกันต่อไป
ส่วนน้องๆ ที่หัดทำฐานยิงก็ขอให้มุ่งมั่นต่อไป ติดขัดตรงไหนก็ถามได้ที่นี่ครับ
ร้อนๆ อย่างนี้ ผมกำลังทำปืนฉีดน้ำเล่น กะไว้ใช้วันสงกรานต์ ก็ลองทำดูครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 867 1 เม.ย. 2550 (00:19) เผื่อเป็นไอเดียสำหรับจรวดยิงจากท่อส่ง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 868 1 เม.ย. 2550 (00:28) Gill-spike จรวดต่อต้านรถถัง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 870 3 เม.ย. 2550 (01:51) การล็อคแบบล้างเกลียวออกให้หมด เมื่อไม่มีอะไรให้ล็อค ก็เลยต้องเจาะรู ในภาพเจาะ 4 รู
เอาไว้ล็อคด้วยลูกปืน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 871 3 เม.ย. 2550 (01:54) ภาพตัวล็อค ตำแหน่งลูกปืนกับรูที่เจาะต้องสัมพันธ์กัน ถ้าใส่ไม่ตรงตำแหน่งก็จะไม่ล็อค การใช้อาจไม่สะดวก แต่เหมาะสำหรับการทดลอง หรือใช้เฉพาะตัว (คนอื่นใช้ลำบาก) ทดลองแล้วใช้ได้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 872 3 เม.ย. 2550 (01:58) ฐานยิงแบบง่าย ใช้ฝาขวด มีแกนนำส่ง เลือกฝาที่ตัวรองด้านในติดแน่นๆ เช่นฝาของแฟนต้า
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 873 3 เม.ย. 2550 (02:03) ส่วนประกอบฐานยิงแบบง่าย พยายามฝังจุ๊บไว้ในท่อ 3 หุน โดยใช้ 2 หุนเป็นตัวช่วย ส่วนปลอกด้านนอกสำหรับล็อคและยิง ใช้ท่อ 1 นิ้ว บาง แล้วลนไฟ หรือเป่า โดยใช้ฝาที่ผ่าเป็นแบบ ทดลองยิงแล้ว ได้ผล ทนแรงดันได้ 80 ปอนด์
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 874 3 เม.ย. 2550 (02:06) ตัวล็อคอีกแบบ เอาท่อ 1 นิ้วหนามาผ่า แล้วฝังตะปูเกลียวด้านใน ใช้หัวตะปูเป็นตัวล็อค ระหว่างบ่าเล็กและบ่าใหญ่ ใช้งานได้ดี
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 875 3 เม.ย. 2550 (02:11) ตัวล็อคอีกแบบ ใช้ลูกกระสุนปืน บีบี ขนาด 6 มิล ไม่ต้องใช้สปริง ไม่ต้องมีบ่ารับ ใช้การคำนวนนิดหน่อยเพื่อไม่ให้ลูกปืนหลุดออกมา ไม่ต้องทำอะไรที่ปากขวด แต่ถ้าต้องการก็สามารถเจียรบ่าใหญ่ออกได้ เพื่อลดแรงต้าน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 876 3 เม.ย. 2550 (02:16) หัวยิงแบบต่างๆ ที่ผมทำนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการสังเกต และการลงมือทำ ลองผิดลองถูก อยากให้เยาวชนได้ลองลงมือทำ เมื่อทำได้แล้ว จะเกิดการต่อยอดได้เอง ขอเพียงอย่าท้อ สงสัยก็ถามได้ ไม่ต้องเกรงใจ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 880 4 เม.ย. 2550 (15:01) ระบบง่ายดีครับ แต่.....
หากดูให้ดีจะเห็นว่าระบบ 877 และ 878 มีข้อจำกัดคือ แรงดันใน ท่อนหัวจะน้อยกว่าท่อนบูสเตอร์ อาจถึง 20 ปอนด์ ใครจะยอมเสียแรงดันนี้ไปละครับ
แล้วเราจะทำอย่างไรดี คิด คิด คิด
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 881 5 เม.ย. 2550 (08:17) เห็นภาพจรวดของคุณมงคลแล้วชักอยากจะทำไว้เล่นสักอันครับ ท่าทางจะสนุก เอาไว้ยิงอวดการแข่งสุดยอดประเทศไทยครั้งหน้า
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 882 5 เม.ย. 2550 (18:15) เปิดเจอรูปในเว็ปต่างประเทศ ก็จินตนาการได้ว่า.. น่าจะเป็นประโยชน์ น่าจะนำมาใช้ได้
บางทีก็ไม่ค่อยได้อ่านหรอกครับ ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง
ในความเห็นที่ 877 878 หลักการทำงานคล้ายกันครับ หากเปลี่ยนตำแหน่งวาวล์ทางเดียว จากตำแหน่งสีเหลือง
เป็นตำแหน่งสีแดงแล้ว.. ความดันในท่อนหัวจะไม่แตกต่างกับท่อนบูสเตอร์
(แต่เมื่อท่อนหัวหลุดจะสูญเสียความดันมากกว่าเดิมเล็กน้อย เนื่องจากท่อนำส่งมีปริมาตรมากขึ้น)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 883 5 เม.ย. 2550 (18:39) เห็นรูปในความเห็นที่ 872 ของคุณ snv แล้ว.. จะทดลองนำมาใช้กับบูสเตอร์ ครับ
คุณมงคล ครับ สาเหตุมาจากหลังคาบ้านเป็นรู หมาแมววิ่งกระเจิดกระเจิงนี่เอง จึงไม่ได้เห็นสักที
ไม่ทราบว่าอาจเกิดจาก CG และ CP หรือเปล่า (เดาๆ เอานะ)
ลองเพิ่มน้ำหนักหัว เพิ่มพื้นที่และจำนวนฟิน ดูครับ แต่หากหลังคาบ้านพรุน จะมาโทษผมไม่ได้นา
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 884 9 เม.ย. 2550 (08:28) ความเห็นที่ 882
เคยให้ช่างวัฒน์ลองทำแบบนี้ที่คุณมือใหม่ว่าแล้วครับ ระบบนี้ไม่ค่อยได้ผล บางทีก็อยู่ บางทีก็ไม่ยอมปลด บางทีก็ไม่อยู่ จรวดหลุดไปก่อน (ส่วนใหญ่จะเอาไม่อยู่ ที่ 50 ปอนด์) คราวนี้จะแก้อย่างไร คิด คิด คิด
คิดไปคิดมาเอาแบบอื่นดีกว่า ตอนนี้ช่างวัฒน์กำลังยุ่งกับการทำฐานรุ่นใหม่ให้ทีมสามผู้เฒ่า เสร็จแล้วก็ถึงคิวของพนัส ส่วนการปรับปรุงฐานพยัฆคำรามของผมเลยอยู่คิวสุดท้าย แต่เสร็จแล้วจะได้ปรับปรุงระบบการปลดล๊อคของบูสเตอร์รุ่นใหม่ คงใช้ง่ายและเบากว่าเดิม ตอนนี้ตั้งเป้า 350 เมตร
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 885 10 เม.ย. 2550 (11:19) ความเห็นที่ 882 อีกทีครับ
เอาวาร์วสีเหลืองเป็นวาร์วทางเดียวแล้ว จะปล่อยจรวดลูกหัวอย่างไรละครับ เพราะความดันในท่อนำส่งยังเท่าเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 886 10 เม.ย. 2550 (16:07) ในความเห็นที่ 882 สีเหลืองน่าจะเป็นเกลียวที่ลมผ่านได้ ไม่ใช่วาล์วทางเดียว ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้
แต่ถ้ามีก็ดีเหมือนกัน ทำให้เป็น ...วาล์วลดความดันปรับด้วยเกลียว... (ใครที่ภาษาอังกฤษแข็งแรง ช่วยผมด้วยครับ)
ฝรั่งเรียกว่า Pressure release valves adjust by screw…
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 887 10 เม.ย. 2550 (16:09) วาล์วควาบคุมการลดความดัน (Pressure release valves) มีสัญลักษณ์ ดังรูป
หลักการทำงานง่ายๆ ครับ ลมจะไหลจาก A ไปยัง B ได้ แต่ถ้าจะไหลกลับต้องผ่านรูเล็กๆ ที่สามารถปรับขนาดได้ ในทางนิวเมติกส์ใช้ควบคุมการลดความดัน เช่นใช้ปรับความเร็วของลูกสูบ (ให้ช้าลง)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 888 10 เม.ย. 2550 (16:12) ก็คล้ายๆ กับวาล์วทางเดียว ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฝรั่งเรียกว่าเช็ควาล์ว (Check valves) มีสัญลักษณ์ดังรูป
วาล์วชนิดนี้ลมจะไหลจาก A ไปยัง B ได้ แต่จะไหลกลับไม่ได้ จุ๊บยางในที่ใช้ในบูสเตอร์ หรือรีดวาล์วที่ใช้กับรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะ ก็เป็นวาล์วชนิดนี้ ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 889 10 เม.ย. 2550 (16:44) หลักการของ ความเห็นที่ 877 878 882
รู้สึกว่าคุณป๊อบจะนำมาใช้กับบูสเตอร์พีวีซี ในวันที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้นำมาล็อคจรวดโดยตรง
ใช้สำหรับควบคุมการปลดอีกที รายละเอียดคงต้องให้เจ้าตัวออกมาอธิบายครับ ผมไม่ได้ดูละเอียด
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 890 10 เม.ย. 2550 (16:52) พอพูดถึงจุ๊บยางในที่ใช้ในบูสเตอร์ ต้องขอขอบคุณคุณป๊อบที่อธิบายให้ฟัง ตัดสปริงให้ดูอย่างละเอียดที่บ้านช่างวัฒน์ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 891 10 เม.ย. 2550 (18:14) จาก #870
คุณ snv ครับ
ผมสงสัยว่า เวลาปล่อยจรวดออกไป มันจะมีน้ำฉีดออกทางรูข้าง ๆ บ้างหรือเปล่า ??
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 892 10 เม.ย. 2550 (21:13) อ.นิรันดร์ ครับ ผมก็ลืมสังเกตครับ เวลาทดลองผมไม่ได้เติมน้ำ ก็ยิงแต่ลมเปล่าๆ ถ้าเดาๆ เอา ก็คิดว่าไม่น่าจะออกนะครับ เพราะออกยากกว่าทางตรง ผมจะหาโอกาสทดลองแล้วแจ้งให้ อาจารย์ทราบอีกครั้งครับ พอดีห่วงแต่เรื่องล็อคจากภายใน ก็เลยลืมเรื่องรูด้านข้างไป พอดีผมทดลองเรื่องลูกสูบ ผมเอาไปกดภายในท่อที่ปิดท้านล่างไว้ ปรากฏว่ามันเด้งได้ เหมือนสปริง ผมคิดว่าน่าสนใจ อาจนำมาต่อยอดพัฒนาฐานยิงได้บ้างครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 893 11 เม.ย. 2550 (08:19) อย่างท่อประปา เวลาเราแท็บท่อจากด้านข้าง น้ำก็ยังไหลเข้าบ้านเราได้
ผมก้อเลยคิดว่า รูที่ล็อคขวดเจาะด้านข้าง น้ำก็น่าจะออกมาได้
แต่ก็อาจไม่จริงก็ได้ครับ ขึ้นกับว่าขณะที่น้ำพุ่งออกมา ความดันตรงรูนั้น มากกว่าหรือน้อยกว่า
ความดันบรรยากาศที่อยู่ตรงรูนั้นครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 895 11 เม.ย. 2550 (16:42) 
ขณะที่น้ำ และ/หรืออากาศไหลออกมาจากขวดจะมีความเร็ว (จำได้ว่า อ.นิรันดร์เคยคำนวนไว้ แต่จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่
(ถ้าจะกรุณาแสดงวิธีคำนวน หาค่า Q ค่า v อีกครั้งจะขอบคุณมากครับ
และเมื่อมีความเร็ว ความดันบริเวณรอบๆ ก็จะลดลง อากาศในบรรยากาศที่มีความดันสูงกว่าจะไหลเข้าไปรวมตัว และไหลออกไปทางปากขวดในที่สุด
อย่างเช่น หัวเป่าลม (ปืนฉีดลม) ที่มีรูเพิ่มอีก 2 รูตรงปลาย จะมีลมแรงกว่าแบบที่ไม่มีรูเพิ่มตรงปลาย หรือชนิดที่มีรูหากใช้มืออุดรูทั้งสองไว้
ลมที่เป่าออกมาจะไม่แรงเท่ากับตอนที่ไม่อุดรู หากนำมาใช้กับจรวดขวดน้ำ สงสัยจะต้องได้แรงส่งเพิ่มขึ้นอีก
ในความเห็นที่ 891 ของ อ.นิรันดร์ กรณีท่อประปามีน้ำพุ่งออกมา น่าจะเป็นเพราะความดันตรงรูนั้น มากกว่าความดันบรรยากาศที่อยู่ตรงรอบๆ รูนั้น
ซึ่งอาจเนื่องมาจากน้ำไม่ไหล หรือไหลแต่มีความเร็วไม่มากพอที่จะทำให้ความดันตรงรูนั้นต่ำกว่าความดันบรรยากาศ
.. มาถึงตรงนี้เริ่มมีข้อสงสัยแล้วครับ ..
ในขวดมีความดัน ในท่อก็มีความดัน เมื่อความดันตรงรูต่ำกว่าความดันบรรยากาศ แล้วทำไมของเหลวในขวด หรือในท่อ ไม่ไหลออกทางรูล่ะครับ
(ผมเองในตอนนี้ยังตอบไม่ได้รบกวน อ.นิรันดร์ ช่วยทีครับขอบคุณมาก)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 896 11 เม.ย. 2550 (18:06) คำตอบก็อยู่ตรงที่คุณทำสีฟ้าไว้นั่นแหละครับ
ถ้าตรงรูมีความดันต่ำกว่าบรรยากาศ ในทางกลับกัน บรรยากาศมีความดันสูงกว่า
ที่เราเคยเรียนกันว่า น้ำรักษาระดับในภาชนะนั้นก็ไม่จริง
ที่ถูกก็คือ ในภาชนะ เมื่อมีความดันเท่ากัน ระดับก็เท่ากัน ถ้าความดันไม่เท่า มันก็จะเกิดการไหล
จากที่ความดันสูงไปยังที่ความดันต่ำกว่า
ถ้าดูรายการ Megaclever เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็จะตอบปัญหานี้ได้พอดีเป๊ะว่า
หากอัตราเร็วน้ำที่ไหลออกมามากพอ น้ำกลับไม่ไหลออกทางรูข้าง แต่อากาศจากด้านนอกจะไหลเสริมเข้ามาช่วยเพื่มแรงขับได้อีกแรง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 897 12 เม.ย. 2550 (10:49) ขอขอบคุณ อ.นิรันดร์ อีกครั้งครับ