|
"หมอบ้าน"ผศ. ภัทรพล เวทยภรณ์
โพสต์เมื่อ:
13:33 วันที่ 17 ต.ค. 2548 ชมแล้ว:
8,580
ตอบแล้ว:
23
ถ้าเอยชื่อถึง อ.เชี่ยว อาจจะคุ้นชื่อสำหรับคนเป็นแฟนคอลัมน์คนรักบ้าน น้องๆที่สนใจเป็นสถาปนิกต้องดูอาจารย์เชี่ยวเป็นแบบอย่างนะคะ ข้างล่างเป็นบท
สัมภาษณ์ หมอบ้าน หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม 2548 " ถ้าไม่เป็นหมอ ก็น่าจะทำให้คนมีบ้านอยู่ ก็เพราะมนุษย์มีปัจจัยจำเป็น 4 อย่าง อย่างที่ผมทำคือ บ้าน ก็เป็นจุดชัดเจน อีกอย่างเราเป็นคนแพ้เป็น ทุกวันนี้ที่สังคมเดือดร้อนเพราะคนไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ถ้าคนแพ้เป็นและยอมรับเหมือนในอังกฤษ พอรถไฟตกรางรัฐมนตรีคมนาคมยอมลาออก เขายอมรับว่า เขาแพ้ " ถ้าพูดให้โรแมนติกสักนิด เขาคนนี้ช่วยสานฝันให้คนอยากไร้ที่ไม่มีโอกาสมีบ้าน ได้มีบ้านหลังเล็กๆ น่ารักและราคาถูก นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของไอเดีย บ้านไม่บาน แบบบ้านประหยัดพลังงาน , มีให้เลือก 50 แบบ รวมถึงเป็นคอลัมนิสต์ เพื่อคนรักบ้านในหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ทุกวันเสาร์ และจัดรายการวิทยุเอฟเอ็ม 90.5 ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 14.00 -14.30 น. บ้านในความหมายของอาจารย์เชี่ยว หรือ ผศ. ภัทรพล เวทยภรณ์ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมและผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายบริหารวังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร ไม่ใช่แค่ที่ชุกหัวนอน หรือบ้านหรูหราสุดเอื้อม แต่เป็นบ้านธรรมดาๆ เต็มไปด้วยกลิ่นไอความรักความอบอุ่น หลายคำตอบของอาจารย์เชี่ยว ชวนให้คิดต่อ........ทำไมคนอย่างเขา อยากสร้างบ้านให้คนอยากไร้ ไม่ได้สร้างให้ฟรีๆ ต้องมีความฝัน พร้อมจะฝ่าฟันเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ และเรื่องราวในชีวิตของเขา.....ง่าย งามและรู้จักคำว่า พอดี " ผมรักที่นี่มาก เป็นเสมือนรากของสังคมไทย ผมเหมือนคนพดูแลวัง " เขาชี้ชวนให้ดูสถาปัตยกรรมตึกโบราณในมหาวิทยาลัย ระหว่างยืนแอคชั่นถ่ายภาพ เรื่องราวต่างๆ ค่อยๆ พรั่งพรูออกมา.. " คุณเห็นต้นแก้วในสวนแก้วไหม นั่นอายุกว่า 200 ปี " เขาเล่าด้วยความภูมิใจในความเป็นไทย แล้วบอกว่า " คนไปเรียนต่างประเทศ มักถูกล้างสมอง เอาแค่กระพี้วิชากลับมา....." นี่เป็นส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ผู้ชายธรรมดาๆ แต่มีบางอย่างที่อดยิ้มไม่ได้ " ถ้าริอาจจะหนีโรงเรียน ก็ต้องรู้ว่า จะทำอย่างไรไม่ให้ถูกจับได้ " พร้อมเรื่องเล่าอีกมากมายเท่าที่พื้นที่ตรงนี้จะบรรจุได้........ จำนวน 20 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 17 ต.ค. 2548 (13:34) * เห็นบอกว่าสอบติดแพทย์แต่ไม่ไปเรียน หันมาเรียนด้านสถาปัตยกรรม มีจุดมุ่งหมายอย่างไร คุณแม่จบหมอที่ศิริราช คุณพ่อจบธรรมศาสตร์ ผมจบศิลปากร เราก็วนเวียนอยู่แถวนี้ ตอนนั้นผมสอบติดหมอด้วย แต่ผมไม่ไปเรียน ทั้งๆที่คะแนนก็สูง ผมมีความเชื่เรื่องกฎแห่งกรรม ผมเชื่อว่า ถ้าถึงช่วงเวลาหนึ่ง ชีวิตเราควรทำในสิ่งที่ควรทำ ผมเคยดิ้นรนฝืนลิขิตฟ้า แต่ไม่เคยทำสำเร็จ ผมเคยพูดในรายการเสมอว่า ความฝันและจินตนาการเป็นของฟรี แต่ถ้าไร้ซึ่งความรู้หรือการกระทำ ก็จะกลายเป็นความเพ้อเจ้อ ถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือ เราฝันแล้วต้องเดินตามสิ่งที่ฝัน แล้วต้องเดินอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เพราะฉะนั้นต้องเป็นฝันที่ดี ถ้าเป็นฝันไม่ดี เดินไม่ได้ * ค้นพบสิ่งที่ตัวเองอยากทำตั้งแต่เด็ก แล้วอาจารย์ตะกายอย่างไรค่ะ ผมเป็นเด็กดื้อ การเป็นเด็ดดื้อ ก็จะถูกตอบแทนด้วยการลงโทษ ถ้าเราจะคิดเป็นเด็กดื้อจะทำอย่างไร ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ถ้าจะหนีโรงเรียน ก็ต้องรู้ว่าหนีทางไหนไม่ให้ครูจับได้ ผมมักพูดเสมอว่า ที่สุดของการทำงานคือ ถอยไม่ได้ ถ้าล้มเหลวเราต้องรู้ว่า เราจะไปทางไหนต่อ ซุนวูบอกว่า สุดยอดของการทำสงครามคือ การถอยให้เป็น เราต้องคิด เพราะผมมีความฝันที่ยิ่งใหญ่ ผมไม่อยากผิดหวัง เพราะผมเจอความผิดหวังมาเยอะ เราต้องรู้จักช่องทางในการถอย * ช่วยเล่าความฝันที่ยิ่งใหญ่ได้ไหม ผมอยากให้ทุกคนในสังคมไทยมีบ้านอยู่ มันเป็นความสงสาร เพราะผมมาจากครอบครัวที่อบอุ่นมาก เรามีบ้านอยู่ตั้งแต่เด็ก แล้วทำไมคนอื่นไม่มีบ้าน ถ้าเราเป็นหมอ ก็เพราะอยากช่วยคน แต่เราไม่ชอบวธีทางการแพทย์ เพราะผมเห็นคุณแม่ทำงานตั้งแต่เด็ก ผมไม่ชอบเห็นความเจ็บป่วย ไม่ชอบเห็นเลือด ผมชอบเห็นรอยยิ้ม ชีวิตมนุษย์เหมือนเหรียญสองด้าน ด้านหนึ่งคือความสุข อีกด้านหนึ่งคือความทุกข์ ถ้าไม่หลอกตัวเอง คือ ความสุขมากเท่าไร ก็ทุกข์มากเท่านั้น ทางพุทธจึงบอกให้เดินทางสายกลาง ผมก็เลยจับงานเฉพาะความสุข ความทุกข์ไม่เอา * จะไม่ยอมสัมผัสความทุกข์เลยหรือ คือ มันรู้อยู่แล้ว ไม่ต้องบอกออกมา เพราะทุกคนมีความทุกข์อยู่แล้ว คนเราเวลาเจอกันมีสองอย่างที่พูดถึงคือ เลือกสิ่งดีให้กัน หรือระบายความทุกข์ให้กัน * อาจารย์คิดแบบนี้ตั้งแต่อายุเท่าไร คือผมโชคดี ตอนเด็กๆ ผมเกเรมาก เกเรมากจนครูตีทุกวัน ผมเป็นคนประเภทอยากลองของ ไม่ชอบทำตามระเบียบ คุณแม่ผมบอกว่า เลี้ยงไม่ได้แล้ว ครูไม่สามารถควบคุมเด็กคนนี้ได้ คุณแม่ก็เลยส่งผมไปอยู่กับผู้บังคับการโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ผมอยู่ที่นั้น 9 ปี ที่นั่นสอนให้ผมรู้จักคำว่า แพ้ เวลาเล่นกีฬา เราต้องซ้อมอย่างหนัก บางทีซ้อม 4 เดือนเพื่อเล่นชั่วโมงเดียว ทั้งๆที่คนรู้ผลว่า ไม่ชนะก็แพ้ แต่เสมอไม่ค่อยมี ผมว่าตรงนี้มีความงดงามมากคือ เมื่อเราแพ้แล้วเราได้อะไรจากการพ่ายแพ้ ผมมาบรรลุเรื่องพวกนี้ตอนโต พอมองกลับไปก็ได้รู้ว่า เราถูกฝึกมาอย่าเป็นระบบคือ เกมก็มีทั้งชนะ และแพ้ ข้อสำคัญคือ เจตนาในการทำงานแต่ละชิ้น การทำรายการหรือเขียนคอลัมคนรักบ้าน เจตนาคือเพื่อคนรักบ้าน ผมโชคดีที่ตอนทำแรกๆ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก กล้าลองแล้วทุกอย่างที่ผมทำ ผมไม่กลัวแพ้ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 17 ต.ค. 2548 (13:34) คิดอย่างไรถึงอยากให้คนไร้บ้านมีบ้านอยู่ ถ้าไม่เป็นหมอ ก็น่าจะทำให้คนมีบ้านอยู่ ก็เพราะมนุษย์มีปัจจัยจำเป็น 4 อย่าง อย่างที่ผมทำคือ บ้าน ก็เป็นจุดชัดเจน อีกอย่างเราเป็นคนแพ้เป็น ทุกวันนี้ที่สังคมเดือดร้อนเพราะคนไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ถ้าคนแพ้เป็นและยอมรับเหมือนในอังกฤษ พอรถไฟตกรางรัฐมนตรีคมนาคมยอมลาออก เขายอมรับว่า เขาแพ้ การเรียนสถาปัตย์ ทำให้ผมได้ระบบที่จะเดินตามฝัน ก็เพราะมนุษย์มีสมองสองซีก คุณสงสัยไหม ทำไมดาวินชีฝึกเขียนหรือวาดสองมือพร้อมกัน ถ้าคุณไปทางวิทยาศาสตร์มากไป ชีวิตคุณก็จะแห้งแล้ง หรือคุณเรียนศิลปะมากไป เป็นนักฝันอย่างเดียว ก็เพ้อเจ้อ แต่ผมได้ทั้งสองอย่าง ศิลปากรสอนให้ผมรักประเทศไทย ที่นี่เราได้เห็นอารยะธรรม ไม่มีที่ไหนเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ได้ดีเท่าศิลปากร เราออกภาคสนาม ศึกษาวัดวาอาราม ทุกครั้งที่ผมไป ผมก็ดื่มด่ำ ความดื่มด่ำไม่ใช่แค่เมืองไทย เราไปมาเลเซียหรือสิงค์โปร์ก็ดื่มด่ำ คือศิลปากรสอนให้ผลรู้จักความเป็นมนุษย์ * ปกติอ่านหนังสือประเภทไหนบ้างคะ ผมอ่านหมดทุกอย่าง หนังสือเพลย์บอยผมก็อ่าน ปรัชญาผมก็อ่าน ผมโชคดีที่คุณยายมีร้านหนังสือ คุณแม่ชอบให้ผมไปเฝ้าร้านหนังสือให้คุณยาย ผมก็เลยมีความเชื่อว่า ถ้าเราทำให้เด็กทุกคนได้อ่านหนังสือแบบผม เขาก็จะรักการอ่าน เพียงแต่เขายังไม่ได้เจอหนังสือที่ชอบ การอ่านทำให้มนุษย์เกิดจินตนาการ และจินตนาการสำคัญมาก เวลาผมสอนปริญญาโทหรือปริญญาเอก ผมเคยบอกว่า ในอดีตมนุษย์คนหนึ่งอยากบินได้ เขาก็ใส่ปีก เพื่อจะบิน แต่คนๆนั้นก็คอหัก จนมีพี่น้องตระกูลไรท์บอกว่า ใส่ปีกต้องตายแน่ ก็เลยสร้างเครืองบินที่มีใบ ต่อมาก็มีคนบอกว่า จะทะเหล็กให้บินได้ มีคนบอกว่าพวกนี้บ้า ผมว่ามีความสำคัญมากที่มนุาย์เราต้องมีความฝันและจินตนาการ แต่ปัจจุบันนี้ ผมมั่นใจว่า เด็กกว่าครึ่งไม่มีจินตนาการ * ทำไมอาจารย์คิดเช่นนั้น พวกเขาคิดว่า แฟชั่นคือจินตนาการ ไม่ว่ากางเกงสวยๆ นาฬิกาสวยๆ กระเป๋าดีๆ แต่จินตนาการของผมไม่ใช่อย่างนั้น คือ ความฝันไม่ได้ยื่นบนเหตุผล คือสิ่งที่เราอยากจะทำ เรื่องเหล่านี้สำคัญ ผมมีแรงกระตุ้นเรื่องพวกนี้รุนแรง อีกอย่างผมไม่กลัวแพ้ ผมกำลังทำบ้านให้ชุมชนแออัดหลังวังแถวนครปฐมหลังละแสนกว่าบาท พวกนี้เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยศิลปากร กำลังจะถูกไล่ที่ดิน * ทั้งๆ ที่สามารถทำงานมีรายได้มากกว่าเป็นอาจารย์สอนหนังสือ แล้วทำไมถึงเลือกเส้นทางนี้ ปกติผมไม่ค่อยเรียนหรอก ผมทำงานตั้งแต่อยู่ปี 1 ศิลปากร มีงานให้ทำต่อเนื่อง ช่วงที่ผมเรียนผมก็ไม่ได้เอาเงินทางบ้าน สมัยก่อนบ้านหลังที่หนึ่งคือ มหาวิทยาลัย ผมกินนอนอยู่ในมหาวิทยาลัยตลอด 5 ปี ตอนผมเรียนจบปริญญาตรีใหม่ๆ ผมก็ยังเกเรไม่ทำงาน เที่ยวไปเรื่อย ผมอยู่อังกฤษ 9 ปี ผมได้ทุนเรียนต่อไปเรียนปริญญาโทและเอกด้านผังเมือง แต่ผมไม่ค่อยเรียนหรอก ตอนนี้ยังไม่จบปริญญาเอกเลย ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้มีความคิดอยากเป็นอาจารย์ แต่ผมกลับมาเป็นอาจารย์เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตอนนั้นศาสตราจารย์ม.ร.ว.ทองใหญ่ ทองใหญ่ เขียนจดหมายถึงผมที่อังกฤษ บอกว่า " เชี่ยว ครูอยากให้กลับมาช่วยสอน เพราะไม่ค่อยมีอาจารย์สอน " ช่วงนั้นเศรษฐกิจดีมาก ผมทิ้งเงินเดือนหลายแสนมากินเงินเดือน 4 พันกว่าบาท ผมมาเป็นอาจารย์เมื่อชาติต้องการ คนออกมาจากอาชีพอาจารย์ แต่ผมทิ้งงานนอกมาทำงานราชการ ผมสอนทั้งปริญญาตรี โทและเอก อีกสาเหตุที่ผมกลับมาเพราะคุณยายผมเสีย ผมรักคุณยายมาก ผมยังเอาเข็มขัดนากคุณยายมาใส่ เพราะคิดถึงแกและไม่ค่อยได้ดูแลแก เวลาไปไหนไกลๆ ปารีส ลอนดอน แกอาจตามผมไม่ถูก แต่ตามเข็มขัดนากถูก ชีวิตผมมีพอเพียงระดับหนึ่ง พอเราแพ้เป็น ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ผมอยากให้พวกเราอ่านเรื่องสิทธารถะ เป็นพ่อค้าที่ไม่ได้สนใจการค้า แค่ใช้การค้าเป็นสะพานเชื่อมอะไรบางอย่างสุดท้ายเขามาแจวเรือ เพราะเขารู้จักถอย ผมก็ใช่แนวทางแบบสิทธารถะ * เพราะครอบครัวมีฐานะดี อาจารย์ก็เลยทำตามใจตัวเองได้ ? ผมไม่ใช่คนฐานะดี แค่ปานกลาง คุณแม่อยู่บ้านหลวง ในเมื่อผมไม่กลัวแพ้ ผมก็ไม่เอาเงินที่บ้าน คุณลองคิดตามผมนะ ปพ้ไม่เป็นคืออะไร ถ้าคุณมีเงินอยู่ 5 ล้านบาท แล้วมีความเชื่อในสิ่งที่ทำว่าถูก คุณถมให้หมด นี่คือไม่เปิดทางถอย ผมจะไม่เบียดเบียนคนรอบตัว ไม่เบียดเบียนพ่อแม่หรือใครก็ตาม อีกอย่างผมไม่เอาทรัพย์ที่บ้านมาใช้ ผมต้องถามตัวเองก่อนว่า ถ้าผมจะเล่นเกมนี้ ผมต้องฝึกเอง เพราะผมลงแข่งเอง เหมือนการเล่นรักบี้ต้องฝึกหนัก ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 17 ต.ค. 2548 (13:34) * ตอนอยู่อังกฤษ อาจารย์ใช้ชีวิตอย่างไรคะ คือผมใช้ชีวิตทั้งสองแบบคือ โลกที่เป็นทุนนิยมเติมรูป ผมก็ใช้ เมื่อก่อนไวน์ราคาแพงๆ ผมก็ดื่ม ซิการ์แพงๆ ผมก็สูบ ผมไม่ได้เสพแบบคนที่หลงกับมัน ตอนผมไปยุโรป เพื่อไปเสพวัฒนธรรม เพราะผมอยู่ที่ศิลปากร ผมเสพวัฒนธรรม ผมรู้ว่า ก้อนหินก้อนไหนมาจากไหน ใครออกแบบ ไม่มีที่ไหน เรียนรู้เรื่องวัฒนธรรมดีเท่าศิลปากร ตรงที่เราอยู่ก็เป็นเมืองเก่า เบื่อๆก็เดินไปวัดพระแก้ว วัดอรุณฯ บางทีไปนั่งสมาธิวัดมหาธาตุ ไปดูวิหารใหญ่หรือวัดนอนวัดโพธิ์ แล้วก็กลับมานั่งทำงาน ตรงหน้าต่างห้องทำงานผม สามารถมองเห็นคนขายของ คนตาบอดร้องเพลง ผมว่าเรื่องพวกนี้มันมีชีวิต ตอนผมไปยุโรป ผมก็ไม่ได้เรียนมาก ผมไม่เชื่อเรื่องการ เรียน ผมได้ทุนก็ทำงานเป็นอาจารย์ช่วยสอน เรื่องเรียนเป็นเรื่องรองตั้งแต่ผมอยู่อนุบาลแล้ว ผมไปเสพวัฒนธรรม ผมอยากรู้ว่า พวกฝรั่งใช้มีดหรือกินอย่างไรให้ถูกต้อง ผมไม่พยายามพูดสำเนียงแบบฝรั่ง ผมภูมิใจความเป็นไทย ถึงผมจะกระแดะเป็นอังกฤษ ผมก็เป็นแบบเขาไม่ได้ ผมอยู่กับฝรั่งมานาน ผมไม่กลัวฝรั่ง ผมรู้ว่าเขาคิดยังไง แล้ววิชาที่ฝรั่งสอนเรา ผมว่าผิด อย่างพวกจบปริญญาตรี แล้วไปเรียนโทในต่างประเทศสองปี มักถูกล้างสมอง เอาแค่กระพี้วิชากลับมา โลกทุกอย่างจะล้มเหลว ถ้าคนไม่มีระเบียบวินัย แต่คนของเขามีระเบียบ * อาจารย์บอกว่า ไปเมืองนอกเพื่อเสพวัฒนธรรมต่างถิ่นแล้วการเรียนเป็นอย่างไรบ้าง ผมก็ดูละครเวทีดีๆ นิทรรศการศิลปะ ทุกวันนี้ผมยังไม่จบปริญญาเอก โปร์เฟสเซอร์ผมอยู่ที่ออสเตรเลีย ผมคิดว่า ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน เกมชีวิตไม่ได้อยู่ที่ปริญญา คนที่เรียนดีได้เกียรตินิยมอาจไม่มีประสบการณ์ ชีวิตผมฟลุ้คผมเรียนได้เกียรตินิยม ถ้าจะสร้างบ้านราคาแสนกว่าบาท สมัยนี้ไม่มีหรอก แต่ผมจะทำให้ดู ผมมั่นใจว่าผมทำได้ ผมสอนปริญญาเอกสถาปัตยกรรม ผมบอกไปว่า แต่ละรัชกาลไทยมีจดหมายเหตุที่สำคัญ ทำไมเรารู้ว่า พระเจ้าชัยวรมันหรือสยามอยู่อย่างไร เราดูจากภาพแกะสลัก อย่างพวกสยามเวลาขี่ช้างขี่ม้าก็จะขี่มัว ตรงนี้แหละแสดงให้เห็นว่า ชนเผ่าไทยมีอยู่อย่างหนึ่งคือ ไม่ชอบให้ใครบังคับ ถ้าระเบียบมากไม่ทำ * แล้วอาจารย์มีวิธีการเรียนรู้อย่างไร ทุกอย่างในโลก ถ้าคนเราตั้งใจเรียนรู้ คุณเรียนรู้ได้หมดทุกศาสตร์ เรียนหมอก็ไม่ได้ยาก ยากตรงสอบเข้า หรือสถาปัตย์ ถ้าคุณฝ่าฟันเข้าไปได้ ถ้าคุณไม่โง่มาก คุณเรียนจบทุกคน ไม่ต้องเก่งหรอก ผมจะพูดว่า ความรู้เรียนทันกันหมด แต่ถ้าเราไปยกย่องเทคโนโลยีมากไป ยกย่องภาพลวงมากๆ คนๆนั้น ก็คิดว่าตัวเองเหนือมนุษย์ สังคมไทยที่พัง เพราะคนเหนือมนุษย์ไม่ฟังคนอื่นพวกดันทุรัง ยกตัวอย่างง่ายๆ ผังเมืองท่าช้าง ผมอยู่แถวนี้ 20 ปี ผมมีความสุขมาก เคยเดินไปดูแม่ค้หาบของมาขาย มีเห็ด ผักและผลไม้ แต่ทุกวันนี้จัดผังเมืองใหม่ ห้ามหาบเร่แผงลอยมาขาย หมายความว่าอย่างไร ผมมองขนาดว่า เมื่อเขาขายผลิตภัณฑ์จากสวนไม่ได้ เขามีทางเลือกสองทางคือ ขายสวนทิ้งหรือรับจ้าง มันทำลายวัฒนธรรมร้อยปีของเราโดยสิ้นเชิง ผมเคยเห็นแม่ค้าหาบของมาขายกว่า 50 หาบ เดี๋ยวนี้เหลือแม่ค้าหาบของขายไม่กี่หาบ เพราะอยากเห็นถนนสวยๆ เพื่อต้อนรับชาวต่างชาติ ผมมองว่า หาบเร่แผงลอยสวย มันมีความสวยตั้งแต่แม่ค้าหาบแล้ว สวยตั้งแต่พวกเขาเตรียมผลไม้ตั้งแต่ตี 4 เพื่อม่ขาย แล้วซื้อข้าวปลาอาหารนั่งเรือกลับบ้าน แต่มีคนมองแบบไม่เข้าใจ มองว่า มันไม่สวย อย่างคุณยายผมมีสวนจะมีบ่าวไพรไปเก็บผลไม้มาขาย ถ้าเหลืออีกกลับมากินในบ้าน * ทุกวันนี้ทั้งสอนหนังสือ ออกแบบบ้าน เป็นคอลัมนิสต์ และตอบจดหมายแฟนรายการ อาจารย์ว่า ตัวเองทำงานหนักเกินไปไหม คนคิดว่า เราทำงานเยอะ ไม่ใช่หรอก เวลา 8 ชั่วโมงในการทำงาน ผมไม่ได้คิดว่า ทำ 8 ชั่วโมง แค่สองชั่วโมงเติมที่แล้ว เมื่อสักครู่ผมเพิ่งสอนปัจฉิมนิเทศนานักศึกษา คุณเคยเล่นกีฬาจนเหนื่อยไหม พอดื่มน้ำจิบแรกจะมีความสุขล้นเหลือ ผมเริ่มเข้าใจว่า เราทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าทำถูก ผมชอบคุยกับอาจารย์ประเวศ วะสี ท่านบอกว่า สังคมไทยไม่ได้ขาดแคลนคนเก่ง แต่คนมีความรู้ไม่กล้าออกมาทำงานเพื่อสังคม มีคนเก่งกว่าผมเป็นล้านๆ คน ในสายสถาปัตย์มีคนเก่งกว่าผมหลายหมื่นคน แต่พวกเขาเก็บตัว ผมคิดว่าทุกคนมีหน้าที่ควรจะทำ ผมรู้สึกเป็นห่วงสังคมไทย เห็นรัฐบาลพยายามจะดึงการลงทุนเข้ามา รถติมเต็มกรุงเทพฯ คุ้มไหม ไม่คุ้ม คนพยายามหารถสวยๆ มาขับ มันเป็นวัตถุนิยมเต็มรูป อีกอย่างเราใช้ทรัพยากรมากไป เราพรากคนจากต่างจังหวัดมาทำงานในกรุงเทพฯ พรากพ่อแม่ลูก ทำไมช่วง 30-40 ปีที่ผ่านมาบ้านแตก พวกเขาเคยอยู่กับป่าอุดมสมบรูณ์ ผมพูดเรื่องนี้ได้เพราะผมเคยทำงานเรื่องช้าง ผมเคยร่วมก่อตั้งมูลนิธิเพื่อนช้าง ผมเคยลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 17 ต.ค. 2548 (13:35) * รายการคนรักบ้าน ช่วยสานฝันให้คนอยากมีบ้านอย่างไร ทำไมรายการคนรักบ้าน มีคนดูเป็นล้านๆ คน มันคือรายการแห่งความฝัน จริงๆ แล้วผมทำวิจัยเรื่องบ้านราคาถูกและดีอยู่แล้ว อย่างเทคโนโลยีที่เรียนรู้มาจากอีกซีกโลกหนึ่ง อย่าไปเอาแค่กระพี้ เอาแก่นของมันมาประยุกต์ใช้ สลัมในเมืองก็เป็นสถาปัตย์รูปแบบหนึ่ง คนในเมืองไม่มีบ้านอยู่ ผมก็พยายามช่วย อย่างคนจรจัดมีแค่ 1% แล้วคน 99 % เคยตั้งคำถามไหม ทำไมไปนอนเต้มสนามหลวง ผมเคยช่วยคนที่สวนลุม เคยให้แม่ครัวที่บ้านห่อข้าว 500-600 ห่อไปแจก ในที่สุดผมหยุดแจก เพราะไม่ใช่การแก้ปัญหา ผมคิดว่า ควรสร้างบ้านราคาถูก ผมทำมา 7 ปีแล้ว ผมไม่ใช่คนดีนะ ผมอยากทำก็ทำ ไม่ได้หวังผลอะไร *บ้านในความหมายของอาจารย์เป็นอย่างไรคะ เป็นที่รักและที่พัก ถ้ามีสองอย่างจะสมบรูณ์ แต่ทุกวันนี้บ้านเป็นที่ซุกหัวนอน ไม่ได้มีชีวิตชีวา อย่างทาวน์เฮ้าส์เดี๋ยวนี้มันทำร้ายคน เราทำงานเหนื่อยมาก เวลากลับบ้านก็อยากอยู่กับความสงบและธรรมชาติ แต่กลับบ้านเหมือนอยู่ในสลัม ปัญหาที่บ้านหนักกว่าที่ทำงาน เพราะอะไรรู้ไหม มีคณะบุคคลกลุ่มหนึ่งไปซื้อที่ดินราคาถูก เฉลี่ยไร่ละล้าน ขายไร่ล่ะ 30 ล้าน ทุกวันนี้เราบีบบ้านให้เล็กที่สุด แล้วผมถามว่าอยู่ยังไง อากาศก็ไม่สบาย ร้อนก็ร้อน แล้วเด็กจะโตอย่างไร ผมเคยพานักศึกษษไปดูบ้านในมาเลเซีย บ้านเขามีบริเวณรอบๆ * ในสังคมยุคนี้ถ้าอยากมีบ้านน่ารักๆ มีบริเวณปลูกต้นไม้ราคาถูกและประหยัดพลังงาน มีความเนไปได้หรือ ยกตัวอย่างคนมีทที่ดิน 8 ไร่ แต่บางคนไม่มีที่ดินเลย ถ้าเราเอาที่ดิน 8 ไร่มาแบ่งให้คนอื่นเช่า หรือที่วัด ที่ดินราชพัสดุเป็นแสนๆ ไร่ ทำไมไม่แบ่งจัดสรรสร้างบ้านให้คนอยู่ เพื่อให้คนได้อยู่บ้านกว้างๆ แล้วทำไมบ้านเดี่ยวราคาตั้ง 2 ล้านบาท ก็บ้านราคา 1 ล้านรวมที่ดินอีก 1 ล้าน ผมจะทำบ้านพวกนี้ให้ดู แต่ทำเพื่อคนไร้บ้านและมีปัญหาเรื่องบ้านบ้าน ตอนนี้ผมกำลังตั้งสหกรณ์เคหะสถาน และทำโครงการให้ชุมชนคลองสาน เพราะเขาติดต่อให้ผมช่วย อย่างทหารรับราชการมาทั้งชีวิต พอเกษียณไม่มีบ้านอยู่ ทั้งๆที่กองทัพบกมีที่ดินแสนๆ ไร่ ถ้าจัดให้คนสร้างบ้านเล็กๆ ทำบ่อเลี้ยงปลา ไก่ หมูให้พวกเขา ถ้าบ้านมีคบทั้งสามอย่างคือ อดีต ปัจจุบัน อนาคต บ้านไหนมีคนแก่ คนหนุ่ม เด็กจะสมบรูณ์ แต่ทุกวันนี้บ้านมีแค่คนหนุ่มสาว คนแก่อยู่ไม่ได้ เพราะบ้านเล็ก เกินไป ผมไม่ได้พูดเพ้อเจ้อนะ ไม่เช่นนั้นผมจะทำโครงการบ้านราคาถูกให้คนถูกไล่ที่หรือ บ้านพวกนี้ผ่อนเดือนละ 2,900 บาท คนจะมีบ้าน 50 ดารางวา ทุกวันนี้มีปัญหาเพราะเอาบ้านกับที่ดินขายรวมกันแล้วเก็งกำไร ทั้งๆ ที่คนถือที่ดินป็นหมื่นเป็นแสนไร่ แต่เราไม่มีกฎหมายมรดก ในสังคมไทยถ้าครอบครัวไหนยกมรดกที่ดินให้จะดีใจ ต่างจากเมืองนอก พ่อที่ยกมรดกที่ดินให้ลูก ถือเป็นการฆ่า ถ้าราคาที่ดินและบ้านร้อยล้าน จะต้องเสียภาษีปีละ 20 ล้านบาท แล้วคุณจะเอาเงินที่ไหนไปจ่าย ฝรั่งจึงมอบบ้านและที่ดินให้มูลนิธิ ถ้าไม่มอบก็จะล้มละลาย ที่ดิน อากาศ และน้ำ คือ สมบัติสาธารณะ ยิ่งถ้าคุณสะสมที่ดินไว้เยอะ คนอื่นก็จะเดือดร้อนเพราะมีจำกัด * บางอย่างอาจารย์พูดเหมือนวัดฝัน? รายการคนรักบ้านที่ผมทำเหมือนการกระตุ้นต่อมอยากให้คน รู้จักเก็บเงินสร้างบ้าน ไม่ใช่เรืองยาก บ้านราคาแสนห้า ผ่อนเดือนละ 1,500 บาท ผมกำลังทำอยู่ ต้องมีคนเริ่มก่อน ผมเป็นหน่วยกล้าตาย จึงเป็นที่มาของแบบบ้านไม่บานทุกอาทิตย์ มีคนบอกว่า รายการผมเหมือนแสงเทียนปลายอุโมงค์ ไม่ใช่นะรายการผมเหมือนแสงธูปปลายอุโมงค์ คุณเห็นแบบบ้านผมจะหนาว ราคาถูกและอยู่เย็นเป็นสุข คือ บ้านราคาประหยัดต้องสวย ไม่สวยอย่าทำ คนอยู่บ้านต้องภูมิใจในบ้าน เราเคยทำบ้านให้ดู 7 -8 หลัง เราไม่มีปัญหาทำให้ดูทุกแบบ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 17 ต.ค. 2548 (13:35) * อยากให้อาจารย์เชื่อมร้อยความสัมพันธ์ของบ้านกับสิ่งรอบตัวให้ฟังสักนิด ผมอยากจะบอกว่าบ้านที่อยู่มีกลิ่น เวลาเข้าบ้านจะมีกลิ่นของบ้าน กลิ่นอายผ้าขาวม้าพ่อ กลิ่นผ้าอ้อมลูก บ้านเหล่านี้มีความงามง่ายน่าอยู่ เป็นความงามง่ายที่อธิบายไม่ได้ เกิดจากวัฒนธรรมการใช้ชีวิต ถ้าเข้าไปในบ้านคนอินเดีย จะมีกลิ่นเครื่องเทศ บ้านคนยุโรปจะมีกลิ่นเนย ดังนั้นบ้านไม่จำเป็นต้องหรูหรา ต้องมีชีวิต ทำให้เราอยากกลับบ้าน แม้บางมุมจะรก แต่เราก็อยากนั่งมุมนั้น สิ่งที่ทำให้มนุษย์อยู่ได้ คือ ความทรงจำที่ดี ไม่มีที่ไหนมีความทรงจำที่ดีเท่าบ้าน คนโบราณบอกว่า พาพ่อไปตายที่บ้านเถอะลูก คนโบราณก็เลยตั้งศพที่บ้าน บ้านจึงมีอัฐิของคนเฒ่าคนแก่ รูปรับปริญญา ถ้าอดีตดี ปัจจุบันดี อนาคตก็เริ่มดี * ปัจจุบันบ้านไม่ด้เป็นเช่นนั้นแล้ว อาจารย์จะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร ช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเป็นความซวยของประเทศไทย เราส่งคนไปเรียนเมืองนอกมากไป พวกเขากลับมาพร้อมบ้านสไตล์ตะวันตก สร้างทาวน์เฮ้าส์พื้นติดดิน ความชื้นก็ซึมผ่าน คนอยู่ก็เกิดอาการไม่สบาย มีอาการภูมิแพ้ เพราะบ้านแบบนี้ปลวกแมลงชอบความชื้น เราต้องฆ่าปลวกอีก โจทย์เราผิดตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นการปลูกบ้านต้องยกพื้นให้สูง ให้ลมผ่าน ปลวกก็ไม่ขึ้น เรามีภูมิปัญญาร้อยร้อยปี แต่เราทิ้งไป * ถ้าอยากได้บ้านราคาถูก อาจไม่ได้ทำเลที่ต้องการ ? ก็ใช่ อย่าไปฝืนมัน ก็ต้องเดินทางไกลหน่อย อย่างคุณต้องผ่อนบ้านเดือนละ 8,000 บาท ถ้าผ่อนเดือนละ 2,000 บาท พอคนในครอบครัวเริ่มทำงาน ก็จะมีเงินในระบบ ที่ผมทำแบบบ้านไม่บานได้ เพราะลูกศิษย์ผมช่วยออกแบบ ผมบอกว่า เพื่อชาติผมทำออกมา 50 แบบ ผมก็แจกแแบบให้ แต่คุณต้องต่อสู้กับความฝัน บ้านไม่ใช่มาม่าลวกน้ำร้อน คุณต้องดิ้นร้นด้วย *ถ้าจะเลือกซื้อบ้านจัดสรร มีวิธรการตรวจสอบอย่างไรคะ คุณไม่ควรดูบ้านตัวอย่าง ควรดูบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว หลักการง่ายคือ 1. เวลาไปดูบ้านต้องไปดูตอนร้อนๆ ประมาณบ่ายโมง เพราะใครๆ ก็อยากได้บ้านอยู่สบาย 2. วัสดุที่ใช้ อย่างเราไปวิจัยในสลัมคลองเตย เราวิจัยฉนวนกันความร้อน ถ้าเราทำบ้านไม่ให้ร้อนเหมือนในสลัมคลองเตยได้ บ้านจัดสรรก็เป็นเรื่องง่ายๆ ผมก็เลยบอกว่า ความฝัน ถ้าไม่มีความรู้จินตนาการเป็นเรื่องโกหก ก่อนจะเผยแพร่เราก็ต้องทดสอบ เรื่องที่พูดให้ฟังทำมาแล้วสามปี 3. ดูเรื่องการก่อสร้างและตกแต่งภายในแบบประหยัด 4. การบำรุงรักษา เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ส่วนใหญ่จะลืมขอนี้ และ 5. วิญญาณ ความงามง่ายของบ้าน ยิ่งอยู่ ยิ่งรัก * เวลาเขียนบทความหรือทำรายการเกี่ยวกับบ้าน เรื่องหลักๆ ที่อาจารย์อยากสื่อคืออะไร ผมว่ามันเป็นหน้าที่ในสังคมที่ต้องช่วยให้ความรู้ ต้องเอื้ออาทรต่อกัน ผมรู้ก็ให้ความรู้ แล้วคนที่รู้แล้วไม่ทำอะไร เป็นเรื่องน่าประณาม เมื่อก่อนผมเขียนบทความ 36 เรื่องต่อเดือน ปัจจุบันเหลือสัปดาห์ละ 6 เรื่องผมอยากเล่าเรื่องหนึ่ง ตอนผมพาโปรเฟสเซอร์มาเที่ยวเมืองไทยเกิดเหตุการณ์รถชนกัน มีคนเจ็บ แต่คนที่ผ่านไปมาบอกว่า สงสารจัง ชะลอรถแล้วยกมือไหว้ให้ไปสู่ที่ชอบๆ แต่โปรเฟสเซอร์ผมให้จอดลงไปดูว่าช่วยอะไรได้บ้าง ผมมองว่า ทุกคนสงสาร แต่ไม่ลงไปช่วย จะมีเฉพาะไทยมุง * จัดรายการเกี่ยวกับบ้าน แล้วอาจารย์ทeธุรกิจด้านนี้ไหม ไม่ทำ ถ้าทำจิตวิญญาณจะสูญเสีย ถ้าจะทำผมทำอย่างอื่น ผมโชคดี ผมมีธุรกิจ ผมมีโรงแรม อพาตเมนต์ ไม่ต้องเบียดเบียนใคร เพราะเราทำบ้านแสนกว่าบาทให้คนไม่มีเงิน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 17 ต.ค. 2548 (13:37) * ชีวิตที่ผ่านมา อาจารย์ได้ทำตามฝันทุกอย่างหรือยัง ก็ครึ่งหนึ่ง ความเป็นครูบาอาจารย์ พอเดินเข้ามาเด็กยกมือไหว้ เราต้องเป็นผู้ให้ ผมอยากให้เด็กมีศีลธรรม เดินตามผม มีคนอีก 10 ล้านอยู่ในสลัมหรือคนไม่มีบ้าน คณะสถาปัตยรรมแทบจะไม่ทำเรื่องพวกนี้ ทำแต่บ้านเดี่ยว โรงแรม บ้านจัดสรร ฯลฯ แต่งานประเภทที่ผมทำ สังคมทุนนิยมทำไม่ได้ เพราะไม่มีค่าตอบแทนในเชิงพาณิชย์ แต่ผมมีความสุขที่ได้ทำ * ถ้าจะบอกว่า อาจารย์เป็นผู้ริเริ่มบ้านราคาประหยัดได้ไหม ถ้าไม่นับภาครัฐ ก็ใช่ ทำไมเราทำแล้วมีคนสนใจมาก เพราะรัฐมีขั้นตอนการสั่งงานเยอะ แต่ผมไม่มีใครสั่งก็ทำ ผมรู้ถึงความทุกข์ของพวกเขา เมื่อก่อนผมสูบซการ์ดื่มไวน์หรูๆ ผมเลิกหมด คุณทำบ้านแสนห้า แต่คุณดื่มไวน์สองสามเดือนราคาพอๆ กับบ้านหลังหนึ่ง ถ้าพูดเลิกทำบ้านราคาถูก ผมจะกลับมากินไวน์สูบซิการ์อีก * จำเป็นต้องทำอย่างนั้นด้วยหรือ ผมว่าจำเป็น คุณหลอกตัวเองไม่ได้หรอก เวลาผมประชุมกับพวกเขา เราก็ต้องถามก่อนว่า คนในสลัมต้องการอะไร ถ้าผมทำไม่สำเร็จ ผมก็มีทางถอย ทุกวันนี้ผมมีความเชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองทำไม่ผิด แต่วิธีการมันผิดหรือเปล่าไม่รู้ เป้าหมายผมรู้ไม่ผิดแน่ ผมบอกลูกศิษย์ว่า ถ้าผมผิดหรือล้ม คุณข้ามผมไปเลยเอาบทเรียนผมทำต่อ แต่อย่างทิ้งคนกลุ่มนี้ ผมจะบอกว่าให้ช่วยเท่าที่ช่วยได้ อย่าให้เป็นภาระ อย่าช่วยจนตัวตาย ผมไม่เชื่อเรื่องสู้ตาย อย่างคนจนต้องซื้อน้ำดื่มราคา 5 บาท แล้วทำไมคุณไม่ทำ น้ำสะอาดดื่มในบ้าน ผมทำที่ราชบุรี เครื่องทำน้ำกลั่นพลังงานแสงอาทิตย์ ไม่เห็นยุ่งยากอะไรพันกว่าบาท ก็ยังดื่มกันถึงทุกวันนี้ เรื่องน้น่าทำ เพื่อแจกตามโรงเรียนเด็กหรือสำนักสงฆ์ ผมว่าเรื่องประหยัดพลังงานยังคุยได้อีกเยอะ * มีอะไรที่อาจารย์อยากทำ แล้วยังไม่ได้ทำอีก ถ้าผมรีไทร์ ผมอยากแล่นเรือใบ เพราะประสบการณ์เรียนรู้ทำให้ผมเป็นอย่างนี้ ผมขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่ทำให้ผมเป็นอย่างนี้ คุณแม่เคยทำงานรับใช้สมเด็จย่า ตอนผมออกค่ายอาสาสมเด็จย่า ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนจนขนาดนี้ ผมเคยเห็นคนตำน้ำกิน ผมเคยทำงานที่ถอยเป็น ผมไม่ได้คิดจะเปลี่ยนความคิดใคร หรือเปลี่ยนรัฐบาล และผมไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร ถ้าผมต้องการความช้วยเหลือ แสดงว่าผมถอยไม่เป็น แล้วผมไม่เคยขอทุนใคร ผมมีลูกศิษย์ที่ทำงานด้วย คนเราต้องเรียนรู้การให้ ผมมีความสุข ผมมีวิทยาทานและความฝัน แต่ความฝันต้องมีความคิดด้วย เหมือนเราสร้างบ้านโชว์ก่อน คุณมีหน้าที่สานฝัน ถ้าคุณเอาจริงมาบอกผม ผมทำให้ แต่ผมจะเลือกคนเหล่านั้นต้องเป็นแฟรนไชส์ทางปัญญาของผมคือ บ้านของเขาต้องอยู่เย็นที่สุด * ณ . เวลานี้ อาจารย์ใช้ชีวิตคุ้มหรือยัง เกินคุ้ม ผมไม่เหลืออะไรให้ตื่นเต้นแล้ว มีปัญหาปรึกษาเรื่องบ้านและอยากรู้จักอาจารย์เชี่ยวมากขึ้นไปที่ http://www.homeloverthai.com/index.php?action=editor ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 17 ต.ค. 2548 (13:39) แบบบ้าน50แบบ พูดถึงนี่ขอได้ฟรีนะคะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 17 ต.ค. 2548 (13:43) นี่ก็เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่น่าสนใจของอาจารย์นะคะ กิจกรรมบ้านไม่บาน พ ลี ก า ย ขอเชิญอาสาสมัครร่วมพลีแรงกาย ติดตั้งฉนวนกันความร้อนในสถานรับเลี้ยงเด็กอ่อน ในชุมชนแออัด เพื่อน้องๆที่น่าสงสารจะได้มีชีวิตและสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น สนใจกรุณาติดต่อ คุณเปีย , คุณแกละ โทร 02-245-1399 , 02-644-3076-7 คุณโอ๊ค , คุณนนท์ โทร 06-311-8239 , 09-161-8810 ใครอยู่ว่างๆอยากทำประโยชน์เพื่อสังคมลองโทรไปสอบถามดูนะคะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 28 ต.ค. 2548 (18:27) มีเชื้อราสีเขียวเยอะมากทำเมื่อไรก็ไม่ยอมหายสักที อยากถามหมอบ้านว่าจะต้องทำอย่างไรคะ เรนโบว์ (IP:58.10.40.142,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 31 ต.ค. 2548 (13:52) คุณเรนโบว์ ต้องเข้าไปถามในลิงค์ที่ให้ไว้ในความเห็นที่ 6 นะคะ Little Sun (IP:61.19.218.25,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 15 ธ.ค. 2548 (11:44) อ่านพบวิธีการขอแบบบ้าน ให้เขียนชื่อที่อยู่พร้อมซองแล้วติดแสตมป์ 10 บาท จะได้แบบบ้านสักกี่แบบค่ะ มีที่อยู่ต่างจังหวัด อยากจะปลูกให้คุณแม่สักหลัง เห็นแล้ว 1 แบบ หน้าอยู่มากจริง ๆ daraploy (IP:203.113.0.193,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 15 ธ.ค. 2548 (15:22) ลิตเติ้ลไม่แน่ใจนะคะแต่คิดว่าน่าจะให้มาทั้ง50แบบ ข้อดีที่เราขอแบบบ้านกับทางอาจารย์ก็คืองบประมาณของเราจะได้ไม่บานปลายค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 10 ม.ค. 2549 (08:34) อยากที่จะได้แบบบ้านค่ะ แต่ไม่ทราบต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ aphisara@guidant.com (IP:12.145.46.162,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 13 ม.ค. 2549 (19:31) เข้าไปในลิงค์ที่ให้ไว้ในความเห็นที่6นะคะ ลิตเติ้ล (IP:202.183.130.126,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 23 ม.ค. 2549 (03:19) เห็นแบบบ้านของ อ.เชี้ยวแล้วอยากสร้างบ้านบนที่ดินที่มีอยู่100ตรว.แบบบ้านจะเป็นเรือนไทย4ภาคที่ลงไว้เป็นแบบไทยภาคกลาง อยากทราบราคา และถ้าจะดัดแปลงวัสดุไม้เปลี่ยนเป็นปูนแต่เรียนแบบไม้คล้ายฯพวกบ้านรีสรอท์ที่ใช้ปูนแต่ทำเป็นลายไม้หรือจะเป็นบ้านแบบอืนก็ได้แต่ให้มีใต้ถุนสูงมีระเบียงหน้าบ้าน และต้องการสร้างในปี49นี้ครับและอยากได้ทีมงานของบ้านไม่บานเป็นผู้สร้างครับ มีขั้นตอนอะไรบ้างครับ ผมต้องติดต่ออย่างไร กับไครครับ ที่100ตรว.ถมได้1ปีแล้ว อยู่แถวลำลูกกา คลอง3ครับ ช่วยหน่อยครับอยากสร้างจริงฯ kanomgub@thaimail.com (IP:57.72.66.20,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 25 ม.ค. 2549 (13:49) ศูนย์บ้านไม่บาน เป็นศูนย์ที่รวบรวมแบบบ้านกว่า 50 แบบ ซึ่งขณะนี้แบบบ้านที่มีพิมพ์เขียวทั้งแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมแล้วพร้อมสำหรับสมาชิกที่สนใจขอรับแบบได้เลย มีอยู่ 5 แบบคือ 1. แบบบ้านนกน้อยทำรังแต่พอตัว 2. แบบบ้านระเบียงจันทร์ 3. แบบบ้านลูกสาวสวย 4. แบบบ้านเรือนขนมปังขิงประยุกต์ 5. แบบบ้านโซ่ทองคล้องใจ สำหรับชาวบ้านไม่บานท่านใดที่สนใจสามารถ ชมและ download แบบบ้านไม่บานและอพาร์ทเม้นต์ไม่บานได้ที่ คอลัมน์ บ้านไม่บาน คลิกที่นี่ หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ Tel: 02-2451399,02-6443076-7,Fax: 02-6441479 http://www.homeloverthai.com/type.php ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 21 ก.พ. 2549 (15:14) ถ้ามีกิจกรรมช่วยเหลือสังคมอีกบอกด้วยนะครับ อยากช่วย ครับ long (IP:161.200.255.162,161.200.50.38,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 24 ก.พ. 2549 (14:38) ดีเลยค่ะเข้าไปดูได้ในนี้เลยนะคะ หาเหยื่อได้แล้ว ม่ายใช่แซวเล่นค่ะ ที่นี่เลย อันแรกเป็นของ NGO ค่ะ http://www.thaingo.org/prboard_3/index.php สุดท้ายของจิตอาสาค่ะ http://www.volunteerspirit.org/index2.htm <P>chorb ajarn chiew makk ka...</P> <P>Yak hai ajarn tham dee talord pai ka.</P> <P>Jee</P> sasicha.pitisant@nsn.com (IP:203.154.145.14) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 24 มิ.ย. 2551 (20:29) บ้านของใครถึงเวลาสร้างที่ ไอ้ที่อยากได้ลืมหมด อยากมีเงินสักร้อยล้านเพราะชอบแบบโน่นแบบนี้อยู่เรื่อย เบื่อตัวเองจัง เอมี่ (IP:118.172.122.26) |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |