คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
ข้อแนะนำให้ปฏิบัติ เมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถ หรือ ขับรถตกน้ำ
โพสต์เมื่อ: 16:21 วันที่ 20 ต.ค. 2548         ชมแล้ว: 3,665 ตอบแล้ว: 9
กรณีที่ 1 เมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถ มีข้อแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้

1. มือทั้งสองต้องจับอยู่ที่พวงมาลัยอย่างมั่นคง

2. ถอนคันเร่งออก

3. ควบคุมสติให้ดีอย่าตกใจ มองกระจกหลังเพื่อให้ทราบว่ามีรถใดตามมาบ้าง

4. แตะเบรกอย่างแผ่วเบาและถี่ๆ อย่าแตะแรงเป็นอันขาด เพราะจะทำให้รถหมุน

5.
ห้ามเหยียบคลัตช์โดยเด็ดขาดเพราะถ้าเหยียบคลัตช์รถจะไม่เกาะถนนรถจะลอยตัว

และจะทำให้บังคับรถได้ยากยิ่งขึ้น อาจเสียหลักเพราะการเหยียบคลัตช์

เป็นการตัดแรงบิดของเครื่องยนต์ ให้ขาดจากเพลา

6. ห้ามดึงเบรกมืออย่างเด็ดขาด จะทำให้รถหมุน

7. เมื่อความเร็วรถลดลงพอประมาณแล้วให้ยกเลี้ยวสัญญาณเข้าข้างทางซ้ายมือ

8. เมื่อความเร็วลดลงระดับควบคุมได้
ให้เปลี่ยนเกียร์ต่ำลงและหยุดรถข้อสังเกตเมื่อยางระเบิด

คือไม่ว่ายางด้านใดจะระเบิดล้อหน้าหรือล้อหลังก็ตาม
เมื่อระเบิดด้านซ้ายรถก็จะแฉลบไปด้านซ้ายก่อน

แล้วก็จะสะบัดกลับ และสะบัดไปด้านซ้ายอีกที สลับกันไปมา

และในทำนองตรงกันข้าม หากระเบิดด้านขวาอาการก็จะกลับเป็นตรงกันข้าม

อุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นส่วนมากก็ คือ
หากขณะยางระเบิดรถวิ่งอยู่ที่ความเร็วสูงมากๆ

พอยางระเบิดขึ้นมารถก็จะกลิ้งทันที ทำอะไรไม่ได้
ดังนั้นการขับรถที่ใช้ความเร็วสูงๆจึงมักจะแก้ไขอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้

เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น ในขณะขับรถ
จึงไม่ควรขับรถเร็ว

ความเร็วทีถือว่าปลอดภัยใน DEFENSIVE DRIVING คือ ความเร็วไม่เกิน 100
กิโลเมตร ต่อชั่วโมง



กรณีที่ 2 เมื่อรถตกน้ำ

ในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุแล้วตกลงไปในแม่น้ำ ลำคลองใดๆ

ก็ตามรถจะไม่ตกลงไปในน้ำแล้วจมทันที

เหมือนหิน ตกน้ำ แต่จะค่อยๆ จมลงทีละน้อยๆ จนกว่าจะถึงพื้นล่าง

และในนาทีวิกฤตนี้ ควรตั้งสติให้ดีและปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. ปลด SAFETY BELT ออกทุกๆคน รวมทั้งผู้โดยสารด้วย

2. อย่าออกแรงใดๆ เพื่อสงวนการใช้อากาศหายใจซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนจำกัด

3. ให้ยกส่วนศีรษะให้สูงเหนือระดับน้ำที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นในรถ

4. ปลดล็อกประตูรถทุกบาน

5. หมุนกระจกให้น้ำไหลเข้าในรถเพื่อปรับความดัน! ในรถและนอกรถให้เท่ากัน

มิฉะนั้นท่านจะเปิดประตูรถไม่ออก เพราะน้ำจากภายนอกตัวรถจะดันประตูไว้

6. เมื่อความดันใกล้เคียงกันแล้วให้ผลักบานประตูออกให้กว้างสุด
แล้วท่านก็ออกจากห้องโดยสารของรถได้

7. จากนั้นท่านอาจจะปล่อยตัวให้ลอยขึ้นเหนือน้ำตามธรรมชาติ

หรือจะว่ายน้ำขึ้นมาก็ได้ ในกรณีนี้หากน้ำลึกมากๆอาจจะมองไม่เห็นว่า

ทิศใดเหนือน้ำ ทิศใดใต้น้ำเพราะว่ามืดไปหมด
ไม่ควรใช้วิธีว่ายน้ำเพราะอาจจะว่าย ไปในทิศทางที่ไม่ขึ้นเหนือน้ำ

กรณีเช่นนี้ ควรปล่อยตัวให้ลอยขึ้นตามธรรมชาติหรือลองเป่าปากดูว่า
ฟองอากาศลอยไปในทิศทางใด

ให้ว่ายน้ำไปในทิศทางที่ฟองอากาศลอยไปก็จะไม่มีอาการหลงน้ำนอกจากนั้น

ก่อนออกจากรถ หากท่านมีผู้โดยสารที่เป็นเด็กๆ อาจจะหนีบเด็กๆนั้น

ออกมากับท่านได้อีกหนึ่งคน ดังนั้นหากท่านปฏิบัติ ตามวิธีการเหล่านี้

ก็จะช่วยให้ชีวิตของท่าน ปลอดภัยได้ ในยามคับขัน

อยากให้ทุกคน copy และส่งต่อไปให้เพื่อนๆ และคนรู้จักให้มากๆ เลยนะ
เป็นการช่วยเหลือกัน หากเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ขึ้นมา

การมีความรู้ในขั้นตอนในการควบคุมยานยนต์
และการปฏิบัติตนในขณะเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้
สามารถช่วยลดอัตราการตายและการบาดเจ็บ

บุปผาหยกไร้ใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 99 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 20 ต.ค. 2548 (21:54)
กรณีที่ 2 เมื่อรถตกน้ำ
***************
ดิฉันพึ่งผ่านการขับรถตกน้ำมาเร็วๆนี้ที่คลองข้าง ม. เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน
เหตุเกิดขณะที่ดิฉันขับรถจะเข้ากรุงเทพฯ เช้าวันจันทร์ มีรถมอเตอร์ไซค์ตัดหน้ากระชั้นชิด
จึงหักหลบ แวบเดียวลงไปในคลองเสียแล้ว ตรงนั้นตัดถนนใหม่ ไม่มีไหล่ทางเลย แล้วน้ำลึกพอสมควร

จากประสบการณ์ที่พบ แตกต่างจากที่คุณบุปผาเล่า ในบางประเด็น และเหมือนในบางประเด็นค่ะ
1) อีกนานกว่ารถจะจม เป็นครึ่งชม. หรือ 1 ชม. ก็อาจจะยังไม่จม รถลอยเท้งเต้ง มีเวลาให้คิดนานทีเดียวค่ะ
2) อากาศหายใจมีพอค่ะ ใจเย็นๆ
3) ประตูรถเปิดไม่ออก ขนาดเปิดสุดแรง สิ่งที่ควรทำคือกดกระจกไฟฟ้าลง ก่อนที่แบตจะตาย
4) ดิฉันออกทางหน้าต่าง ทันหยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยซ้ำ ขึ้นไปนั่งบนหลังคารถนานทีเดียวค่ะ ทัน
ถอดเสื้อสูทรออก เพื่อไม่ให้เปียก โยนโทรศัพท์มือถือให้คนบนฝั่ง
5) มีคนโยนห่วงยางลงมาให้ค่ะ ไม่ทราบว่าห่วงยางมาได้อย่างไรและไม่ทันได้ขอบคุณเจ้าของห่วงด้วยซ้ำ
ดิฉันเกาะห่วงและค่อยตีเข้าฝั่ง ตรงนั้นน้ำใส และโชคดีที่ท้องฟ้าสว่าง

พอลากรถขึ้นมา ดิฉันไปถามอู่แถวนั้นว่าอู่ไหนเก่งเครื่องเบนซีนหัวฉีด อู่สิบล้อชี้มือไปที่แยกกำแพงแสน
อู่กำแพงแสนยนตร์ เถ้าแก่อู่ใจดีมาก เอารถมาลากให้ ล้างอัดฉีด ทำความสะอาดให้เรียบร้อย
เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุกอย่าง หมดไปสองพันบาท
นี่รวมค่าแรงเปลี่ยนลูกปืนล้อ 1 คู่ด้วย (พอดีติดลูกปืนมาจากบ้าน ที่บ้านเป็นร้านอะไหล่) So cheap!

จากวันนั้นถึงวันนี้ ดิฉันกับอู่นี้กลายเป็นลูกค้าประจำ เพราะราคาสมเหตุผล ฝีมือดี
แนะนำว่าในรถหากมีค้อนเล็กๆติดรถไว้ 1 อันจะดีค่ะ Who knows...
Nuchana เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1108 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 156 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 30 ต.ค. 2548 (07:03)
ขอบคุณครับ คณ บุปผาหยกไร้ใจ หรือ คุณ หยก สำหรับข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์ ขอเสริมต่ออีกครับ สติก็สำคัญครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2380 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 13 เม.ย. 2550 (20:37)
ขอโทดครับ ผมพิมผิดกรณีที่ 1 เมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถ มีข้อแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้

1. มือทั้งสองต้องจับอยู่ที่พวงมาลัยอย่างมั่นคง

2. ถอนคันเร่งออก

3. ควบคุมสติให้ดีอย่าตกใจ มองกระจกหลังเพื่อให้ทราบว่ามีรถใดตามมาบ้าง

4. แตะเบรกอย่างแผ่วเบาและถี่ๆ อย่าแตะแรงเป็นอันขาด เพราะจะทำให้รถหมุน

5.
ห้ามเหยียบคลัตช์โดยเด็ดขาดเพราะถ้าเหยียบคลัตช์รถจะไม่เกาะถนนรถจะลอยตัว

และจะทำให้บังคับรถได้ยากยิ่งขึ้น อาจเสียหลักเพราะการเหยียบคลัตช์

เป็นการตัดแรงบิดของเครื่องยนต์ ให้ขาดจากเพลา

6. ห้ามดึงเบรกมืออย่างเด็ดขาด จะทำให้รถหมุน

7. เมื่อความเร็วรถลดลงพอประมาณแล้วให้ยกเลี้ยวสัญญาณเข้าข้างทางซ้ายมือ

8. เมื่อความเร็วลดลงระดับควบคุมได้
ให้เปลี่ยนเกียร์ต่ำลงและหยุดรถข้อสังเกตเมื่อยางระเบิด

คือไม่ว่ายางด้านใดจะระเบิดล้อหน้าหรือล้อหลังก็ตาม
เมื่อระเบิดด้านซ้ายรถก็จะแฉลบไปด้านซ้ายก่อน

แล้วก็จะสะบัดกลับ และสะบัดไปด้านซ้ายอีกที สลับกันไปมา

และในทำนองตรงกันข้าม หากระเบิดด้านขวาอาการก็จะกลับเป็นตรงกันข้าม

อุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นส่วนมากก็ คือ
หากขณะยางระเบิดรถวิ่งอยู่ที่ความเร็วสูงมากๆ

พอยางระเบิดขึ้นมารถก็จะกลิ้งทันที ทำอะไรไม่ได้
ดังนั้นการขับรถที่ใช้ความเร็วสูงๆจึงมักจะแก้ไขอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้

เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น ในขณะขับรถ
จึงไม่ควรขับรถเร็ว

ความเร็วทีถือว่าปลอดภัยใน DEFENSIVE DRIVING คือ ความเร็วไม่เกิน 100
กิโลเมตร ต่อชั่วโมง



กรณีที่ 2 เมื่อรถตกน้ำ

ในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุแล้วตกลงไปในแม่น้ำ ลำคลองใดๆ

ก็ตามรถจะไม่ตกลงไปในน้ำแล้วจมทันที

เหมือนหิน ตกน้ำ แต่จะค่อยๆ จมลงทีละน้อยๆ จนกว่าจะถึงพื้นล่าง

และในนาทีวิกฤตนี้ ควรตั้งสติให้ดีและปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. ปลด SAFETY BELT ออกทุกๆคน รวมทั้งผู้โดยสารด้วย

2. อย่าออกแรงใดๆ เพื่อสงวนการใช้อากาศหายใจซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนจำกัด

3. ให้ยกส่วนศีรษะให้สูงเหนือระดับน้ำที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นในรถ

4. ปลดล็อกประตูรถทุกบาน

5. หมุนกระจกให้น้ำไหลเข้าในรถเพื่อปรับความดัน! ในรถและนอกรถให้เท่ากัน

มิฉะนั้นท่านจะเปิดประตูรถไม่ออก เพราะน้ำจากภายนอกตัวรถจะดันประตูไว้

6. เมื่อความดันใกล้เคียงกันแล้วให้ผลักบานประตูออกให้กว้างสุด
แล้วท่านก็ออกจากห้องโดยสารของรถได้

7. จากนั้นท่านอาจจะปล่อยตัวให้ลอยขึ้นเหนือน้ำตามธรรมชาติ

หรือจะว่ายน้ำขึ้นมาก็ได้ ในกรณีนี้หากน้ำลึกมากๆอาจจะมองไม่เห็นว่า

ทิศใดเหนือน้ำ ทิศใดใต้น้ำเพราะว่ามืดไปหมด
ไม่ควรใช้วิธีว่ายน้ำเพราะอาจจะว่าย ไปในทิศทางที่ไม่ขึ้นเหนือน้ำ

กรณีเช่นนี้ ควรปล่อยตัวให้ลอยขึ้นตามธรรมชาติหรือลองเป่าปากดูว่า
ฟองอากาศลอยไปในทิศทางใด

ให้ว่ายน้ำไปในทิศทางที่ฟองอากาศลอยไปก็จะไม่มีอาการหลงน้ำนอกจากนั้น

ก่อนออกจากรถ หากท่านมีผู้โดยสารที่เป็นเด็กๆ อาจจะหนีบเด็กๆนั้น

ออกมากับท่านได้อีกหนึ่งคน ดังนั้นหากท่านปฏิบัติ ตามวิธีการเหล่านี้

ก็จะช่วยให้ชีวิตของท่าน ปลอดภัยได้ ในยามคับขัน

อยากให้ทุกคน copy และส่งต่อไปให้เพื่อนๆ และคนรู้จักให้มากๆ เลยนะ
เป็นการช่วยเหลือกัน หากเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ขึ้นมา

การมีความรู้ในขั้นตอนในการควบคุมยานยนต์
และการปฏิบัติตนในขณะเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้
สามารถช่วยลดอัตราการตายและการบาดเจ็บ
๏~-!!↕↕↕ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 100 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 20 ก.ค. 2551 (15:14)
เมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถ มีข้อแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้

1. มือทั้งสองต้องจับอยู่ที่พวงมาลัยอย่างมั่นคง

2. ถอนคันเร่งออก

3. ควบคุมสติให้ดีอย่าตกใจ มองกระจกหลังเพื่อให้ทราบว่ามีรถใดตามมาบ้าง

4. แตะเบรกอย่างแผ่วเบาและถี่ๆ อย่าแตะแรงเป็นอันขาด เพราะจะทำให้รถหมุน

5.
ห้ามเหยียบคลัตช์โดยเด็ดขาดเพราะถ้าเหยียบคลัตช์รถจะไม่เกาะถนนรถจะลอยตัว

และจะทำให้บังคับรถได้ยากยิ่งขึ้น อาจเสียหลักเพราะการเหยียบคลัตช์

เป็นการตัดแรงบิดของเครื่องยนต์ ให้ขาดจากเพลา

6. ห้ามดึงเบรกมืออย่างเด็ดขาด จะทำให้รถหมุน

7. เมื่อความเร็วรถลดลงพอประมาณแล้วให้ยกเลี้ยวสัญญาณเข้าข้างทางซ้ายมือ

8. เมื่อความเร็วลดลงระดับควบคุมได้
ให้เปลี่ยนเกียร์ต่ำลงและหยุดรถข้อสังเกตเมื่อยางระเบิด

คือไม่ว่ายางด้านใดจะระเบิดล้อหน้าหรือล้อหลังก็ตาม
เมื่อระเบิดด้านซ้ายรถก็จะแฉลบไปด้านซ้ายก่อน

แล้วก็จะสะบัดกลับ และสะบัดไปด้านซ้ายอีกที สลับกันไปมา

และในทำนองตรงกันข้าม หากระเบิดด้านขวาอาการก็จะกลับเป็นตรงกันข้าม

อุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นส่วนมากก็ คือ
หากขณะยางระเบิดรถวิ่งอยู่ที่ความเร็วสูงมากๆ

พอยางระเบิดขึ้นมารถก็จะกลิ้งทันที ทำอะไรไม่ได้
ดังนั้นการขับรถที่ใช้ความเร็วสูงๆจึงมักจะแก้ไขอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้

เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น ในขณะขับรถ
จึงไม่ควรขับรถเร็ว

ความเร็วทีถือว่าปลอดภัยใน DEFENSIVE DRIVING คือ ความเร็วไม่เกิน 100
กิโลเมตร ต่อชั่วโมง



กรณีที่ 2 เมื่อรถตกน้ำ

ในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุแล้วตกลงไปในแม่น้ำ ลำคลองใดๆ

ก็ตามรถจะไม่ตกลงไปในน้ำแล้วจมทันที

เหมือนหิน ตกน้ำ แต่จะค่อยๆ จมลงทีละน้อยๆ จนกว่าจะถึงพื้นล่าง

และในนาทีวิกฤตนี้ ควรตั้งสติให้ดีและปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. ปลด SAFETY BELT ออกทุกๆคน รวมทั้งผู้โดยสารด้วย

2. อย่าออกแรงใดๆ เพื่อสงวนการใช้อากาศหายใจซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนจำกัด

3. ให้ยกส่วนศีรษะให้สูงเหนือระดับน้ำที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นในรถ

4. ปลดล็อกประตูรถทุกบาน

5. หมุนกระจกให้น้ำไหลเข้าในรถเพื่อปรับความดัน! ในรถและนอกรถให้เท่ากัน

มิฉะนั้นท่านจะเปิดประตูรถไม่ออก เพราะน้ำจากภายนอกตัวรถจะดันประตูไว้

6. เมื่อความดันใกล้เคียงกันแล้วให้ผลักบานประตูออกให้กว้างสุด
แล้วท่านก็ออกจากห้องโดยสารของรถได้

7. จากนั้นท่านอาจจะปล่อยตัวให้ลอยขึ้นเหนือน้ำตามธรรมชาติ

หรือจะว่ายน้ำขึ้นมาก็ได้ ในกรณีนี้หากน้ำลึกมากๆอาจจะมองไม่เห็นว่า

ทิศใดเหนือน้ำ ทิศใดใต้น้ำเพราะว่ามืดไปหมด
ไม่ควรใช้วิธีว่ายน้ำเพราะอาจจะว่าย ไปในทิศทางที่ไม่ขึ้นเหนือน้ำ

กรณีเช่นนี้ ควรปล่อยตัวให้ลอยขึ้นตามธรรมชาติหรือลองเป่าปากดูว่า
ฟองอากาศลอยไปในทิศทางใด

ให้ว่ายน้ำไปในทิศทางที่ฟองอากาศลอยไปก็จะไม่มีอาการหลงน้ำนอกจากนั้น

ก่อนออกจากรถ หากท่านมีผู้โดยสารที่เป็นเด็กๆ อาจจะหนีบเด็กๆนั้น

ออกมากับท่านได้อีกหนึ่งคน ดังนั้นหากท่านปฏิบัติ ตามวิธีการเหล่านี้

ก็จะช่วยให้ชีวิตของท่าน ปลอดภัยได้ ในยามคับขัน

อยากให้ทุกคน copy และส่งต่อไปให้เพื่อนๆ และคนรู้จักให้มากๆ เลยนะ
เป็นการช่วยเหลือกัน หากเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ขึ้นมา

การมีความรู้ในขั้นตอนในการควบคุมยานยนต์
และการปฏิบัติตนในขณะเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้
สามารถช่วยลดอัตราการตายและการบาดเจ็บ
thisawat2539@hotmail.com (IP:202.149.24.161)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.