คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
หนอนไหมในไวน์แดง
โพสต์เมื่อ: 23:26 วันที่ 23 ต.ค. 2548         ชมแล้ว: 2,348 ตอบแล้ว: 5
เช้านี้ ดูเหมือนกับทุกเช้า ที่ผ่านมาตลอด 2 ปีของหยกที่นี่ ในห้องเล็กๆ ขนาดกางแขนก็ชนผนัง ที่อยู่บนชั้น 5 ของตึก 8 ชั้น ใจกลางมหานครลอนดอน ท้องฟ้าสีทึมๆ ลมหนาวปนละอองฝน เหมือนทุกๆวัน

ตึก YWCA ที่หยกอยู่ แม้จะไม่แออัดคราคร่ำไปด้วยผู้คนเหมือนกับ ตึก YMCA ของอั๋น แต่ก็ไม่เงียบเหงา ไร้ซึ่งวิญญาณเหมือนหอพักนักศึกษาของ SOAS ที่หยกเคยไปเยี่ยมมา อาจเป็นเพราะ YWCA ไม่ได้อยู่ติดกับสถานี Tottenham Court Road และไม่ได้อยู่ตรงข้ามกับ Tesco เหมือนกับ YMCA หรือ อาจเป็นเพราะที่ต้องเดินจากสถานีรถไฟฟ้ามาอีก 1 เหงื่อไหล กว่าจะถึงห้อง จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมพัก หรืออาจจะเป็นเพราะโลกนี้มีผู้หญิงน้อยกว่าผู้ชายจริงๆ

ยังไงก็แล้วแต่ ถ้าจะเดินจาก YWCA ไปยัง LSE (London School of Economics and Political Science) ที่ๆหยกต้องมาเรียนทุกเช้า ก็ใกล้และสะดวกกว่านั่งรถไฟฟ้ามาจาก YMCA เป็นไหนๆ นั่นทำให้อั๋นมักจะเจอหยกมีเวลานั่งจิบกาแฟก่อน class แทบจะทุกเช้า

"สบายใจจริงนะสาวน้อย อ่านอะไรเพลินอยู่หล่ะ.." เสียงทุ้มๆ นุ่มๆ คุ้นหู กับคำทักทายประโยคเดิม แทบจะทุกเช้า
"วิเคราะห์ตลาด ของ Evening Standard เหมือนทุกเช้าหล่ะค่ะ พี่อั๋น ซื้อไปไม่เคยได้อ่านตอนกลางคืนซักทีค่ะ" หยกตอบโดยแทบไม่ต้องเงยหน้าจากหนังสือพิมพ์ เพราะรู้ว่าเจ้าของเสียง เป็นหนุ่มผิวสองสี เพื่อนรุ่นพี่คนไทย เพียงคนเดียวที่หยกรู้จักที่ LSE ....

แม้เช้าวันจันทร์วันนี้จะเป็นเช้าที่คุ้นเคย แต่มันเป็นเช้าเริ่มต้นของอาทิตย์ที่หยกต้องจำไปตลอดชีวิต ...

*** หมายเหตุ เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องแต่งขึ้น ผู้เขียนไม่รับผิดชอบในการนำไปใช้อ้างอิงใดๆทั้งสิ้น ตัวละครเป็นชื่อสมมติ สถานที่อิงจากสถานที่จริง ***

--------------------------------------------------------
คุยกับคุณ บุปผาหยกไร้ใจ ผู้เขียนเรื่อง หนอนไหมในไวน์แดง ได้ที่นี่
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=39715




บุปผาหยกไร้ใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 99 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 5 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 25 ต.ค. 2548 (11:57)
--- โซโห ลอนดอน ---

ก่อนหน้านี้ มี พี่แพร อีกคนที่หยกรู้จัก และเรียนอยู่ที่ LSE แต่พี่แพรเพิ่งจะจบ และกลับเมืองไทยไปแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ช่วงประมาณ 2-3 เดือน ก่อนที่พี่แพรจะกลับเมืองไทย เราสามคนสนิทกันจนเรียกได้ว่าเป็นซาลาเปาไส้หมู (พี่อั๋นเป็นแป้งซาลาเปา พี่แพรเป็นหมูสับ ส่วนหยกเป็นไข่ซีก) ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด

ถ้าวันไหนไม่ได้ทำกับข้าว ก็จะไปนั่งกินอาหารจีนใน โซโห ย่านไชน่าทาวน์ของลอนดอน เรามีร้านประจำอยู่ร้านนึง คือ ร้านไอ้เลว (ขอโทษค่ะ แต่คนไทยในลอนดอนรู้จักร้านนี้ในชื่อว่าร้านไอ้เลวกันทั้งนั้น) หน้าร้านเป็นสีแดง มีป้ายหน้าร้านเขียนว่า Wong Kei อยู่แถวๆประตูจีนพอดี ร้านนี้มีเอกลักษณ์ด้านความเลวของพนักงานเสริฟค่ะ ภายในร้านก็มีบรรยากาศเหมือนกับร้านโต๊ะจีนทั่วไป คือมีโต๊ะล้อมรอบด้วยเก้าอี้ 10 ตัว พนักงานเค้าจะจับเราไปนั่งรวมกันกับโต๊ะอื่นที่มีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว เพื่อให้เต็ม เป็นโต๊ะๆไป ซึ่งหากใครไม่คุ้นกับร้านนี้ก็จะรู้สึกทะแม่งๆ ตั้งแต่ยังไม่ได้กิน แต่เราคนไทยกินโต๊ะจีนงานแต่งมาตั้งแต่เล็ก ไม่ค่อยถือสาเรื่องนี้เท่าไหร่

ตอนที่เค้ามาเสริฟอาหาร จานอาหารมักจะหลุดจากมือของพนักงานก่อนที่มันจะถึงโต๊ะ (พี่แพร มักจะใช้คำว่า บิน บรรยายการเสริฟ) ระหว่างกิน พนักงานจะคอยดูอยู่ตลอด และ จะใช้เวลาไม่เกิน 3 วินาที หลังจากที่เราวางตะเกียบ เก็บจานออกจากโต๊ะด้วยความรวดเร็ว หยกมากินร้านนี้บ่อยจนรู้ว่า ถ้าจะดื่มชาก็ให้กำตะเกียบไว้ให้แน่น ห้ามวางเด็ดขาด

แม้ว่าจะเลวแค่ไหน แต่อาหารที่นี่อร่อยมาก และราคาถูกที่สุดในย่านนี้ ร้านนี้จึงเต็มแทบจะตลอดเวลา คนที่คุ้นเคยกับร้านนี้ก็จะ enjoy อาหารอร่อยราคาไม่แพง และได้ดูสีหน้าตลกๆของเพื่อนร่วมโต๊ะ เมื่อเจอกับมาตรฐานการรับแขกของร้าน


*** หมายเหตุ เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องแต่งขึ้น ผู้เขียนไม่รับผิดชอบในการนำไปใช้อ้างอิงใดๆทั้งสิ้น ตัวละครเป็นชื่อสมมติ สถานที่อิงจากสถานที่จริง - ร้าน Wong Kei (020 7437 3071) Wardour Street, ในลอนดอน มีจริงและมีพฤติกรรมดังกล่าว ***
บุปผาหยกไร้ใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 99 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 25 ต.ค. 2548 (13:04)
--- อั๋น ---

คนทั่วไปที่รู้จักพี่อั๋นแค่ชื่อ อรรณพ ดุจเทพยสกุล หรือรู้จักผิวเผิน ก็จะบอกว่า ผู้ชายคนนี้เป็นคนแปลก พี่อั๋นเป็นลูกชายคนเดียวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คุณหญิงจันทรา ดุจเทพยสกุล ผู้ที่เป็นฮีโร่ของคนไทยทั้งประเทศ แต่พี่อั๋นมักทำตัวเหมือนลูกร้านขายก๋วยเตี๋ยว มากกว่าจะเป็นลูกของรัฐมนตรี ไม่ชอบกินอาหารหรูหรา สนุกที่ใช้ชีวิตลำบาก และมุ่งแต่เรื่องเรียน

ก่อนหน้าสมัยของคุณแม่ของพี่อั๋น รายได้กว่า 70 เปอร์เซนต์ของประเทศไทย หรือ กว่า หกหมื่นล้านบาทมาจากการท่องเที่ยว เราขาดดุลการค้ากับสหรัฐและญี่ปุ่นปีละหลายหมื่นล้านบาท คุณแม่ของพี่อั๋นพลิกสถานการณ์ทางการเงินของเมืองไทยเป็นประเทศได้ดุล และมีรายได้มากเป็นอันดับต้นของเอเชียในเวลาเพียง 6 ปี สมัยนี้เป็นสมัยที่สามที่ดำรงตำแหน่งนี้

ครั้งหนึ่งพี่อั๋นเคยเล่าเรื่อง เครื่องดื่มนมถั่วเหลืองของไทย ไวตามิ้นต์ และ แรคตาซอย ทั้งสองบริษัทต้องนำเข้าถั่วเหลืองจากประเทศแคนาดา ปีละหลายร้อยล้านบาท ด้วยข้ออ้างที่บอกว่า ถั่วเหลืองที่เมืองไทยผลิตเอง มีขนาดเล็ก โปรตีนน้อย และ เหม็นหืน มันฝรั่งเรย์เช่นกัน นำเข้ามันฝรั่งดิบจากนิวซีแลนด์ปีละหลายหมื่นตัน

"ตลกมั้ยหล่ะ เราบอกว่าเราเป็นประเทศการเกษตร แต่รายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว และซื้อสินค้าเกษตรที่เราปลูกเองได้จากเมืองนอก" พี่อั๋นตั้งข้อสังเกตุ

"แล้วทำไมเราไม่ปลูกเองหล่ะ อั๋น" พี่แพรสงสัย

"ก็ปลูกแล้วคุณภาพไม่ถึงนะสิ ขอบ่นหน่อยเถอะ เมืองไทย ทุ่มเงินวิจัยไป ปีนึง ปีนึง ก็ 8000 พันกว่าล้านบาท แต่แทบจะไม่มีผลงาน ถ้าไปเดินดูที่งานวันวิทยาศาสตร์ไทย ใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่เมืองทองธานี จะเห็นว่า ของที่มาโชว์ มีแต่ของที่มาจากเมืองนอก หุ่นยนต์แมวน้ำมาจากออสเตรเลีย ฟิล์มนาโนมาจากเยอรมัน รถยนต์ไฮบริดจากญี่ปุ่น ผลงานของนักวิจัยไทยที่เอามาโชว์ มีอยู่นับชิ้นได้"

"แล้วทำไมเราไม่วิจัยเรื่องมันฝรั่งหรือถั่ว" พี่แพรแกล้งถาม เพราะรู้ว่าพี่อั๋นอยากจะเข้าประเด็นนี้อยู่แล้ว พี่แพรเป็นผู้หญิงที่ฉลาดมาก โดยเฉพาะเรื่องเดาใจพี่อั๋น

"นั่นสิแพร ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมเราให้ความสำคัญกับ RFID มากกว่า ถั่วเหลือง ทำไมเราคิดว่า เทคโนโลยี Nano จะช่วยประเทศไทยได้โดยลืมคิดถึงหัวมันฝรั่ง เรานึกว่ามีโทรศัพท์มือถือ 3G ใช้ทั้งประเทศ ดีกว่ามีลิขสิทธิ์ DNA sequence ของข้าวหอมมะลิไทย ปล่อยให้ฝรั่งเอาไปจดลิขสิทธิ์ คุณแม่..." ไม่ทันจะขึ้นประโยค พี่แพรก็แทรกขึ้นมา "คุณแม่ของอั๋นก็เลย ผลักดันให้เกิดการนำเข้าพันธ์ถั่วเหลือง พันธ์มันฝรั่ง ส่งเสริมมาตรการด้านภาษีให้ผู้ผลิตและวิจัย และ ให้ศูนย์วิจัยไทย ช่วยกันวิจัยเรื่องนี้ โดยใช้งบของกระทรวงพาณิชย์ จนตอนนี้เราส่งออกมันฝรั่งและถั่วเหลืองดิบไปทั่วโลก ... ตรงนี้เล่าแล้วจ๊ะอั๋น ... รอบนี้ประมาณรอบที่ 12 แล้ว" ตามด้วยท่าอมยิ้มเอกลักษณ์ น่ารัก ของพี่แพร

"เหรอ ... แฮ่ะ แฮ่ะ....แหม หยกยังไม่เคยได้ยินเลย"
"รอบที่ 3 แล้วค่ะพี่อั๋น ...."
"เหรอ...ฮ่าๆๆๆๆ.... "
แล้วอาหารมื้อไหนๆ กินที่ไหน ก็อร่อยที่สุด ถ้าเรากินด้วยกัน 3 คน ..........


*** หมายเหตุ เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องแต่งขึ้น ผู้เขียนไม่รับผิดชอบในการนำไปใช้อ้างอิงใดๆทั้งสิ้น ตัวละครเป็นชื่อสมมติ สถานที่อิงจากสถานที่จริง***
บุปผาหยกไร้ใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 99 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 29 ต.ค. 2548 (23:32)
---- แพร -----

เรื่องแปลกของพี่อั๋นอีกอย่างก็คือ ดูเหมือนพี่อั๋นจะไม่สนใจเรื่องผู้หญิงเลย อันนี้หยกสรุปเอาเองค่ะ เพราะถ้าผู้ชายคนไหนได้ ใกล้ชิดพี่แพร ก็เป็นต้องหลงรักพี่แพรทุกรายไป แต่ดูเหมือนว่าทฤษฎีนี้จะใช้ไม่ได้กับพี่อั๋น และถ้าพี่อั๋นไม่สนใจพี่แพร ก็ไม่น่าจะมีผู้หญิงอื่นที่น่าจะให้พี่อั๋นสนใจไปกว่านี้แล้วหล่ะ

นิสัยน่ารัก บุคคลิกเป็นกันเอง คุยสนุก และเป็นห่วงทุกคนของพี่แพร เป็นจุดเริ่มที่ทำให้หยกรู้จักพี่แพร ในวันแรกของหยกที่ LSE

แม้เพียงรู้จักพูดคุยกับพี่แพรไม่นาน ก็รู้สึกได้ถึงความฉลาดและไหวพริบในการแก้ปัญหาอันยอดเยี่ยมของพี่แพร (พี่แพรเคยได้เหรียญทองแดง เมื่อครั้งเป็นตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิก ที่ประเทศสเปน สมัยเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ และได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความฉลาดของพี่แพร แม้พี่แพรเองจะพูดเสมอว่า อย่าวัดความฉลาดของคนที่เกรดเฉลี่ย คนเรียนเก่งอาจจะไม่ฉลาดก็ได้ - แต่บอกตรงๆว่าหยกไม่ค่อยจะเชื่อคำนี้ของพี่แพรซักเท่าไหร่ค่ะ)

พี่แพรยังเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีมากๆ การอยู่ใกล้พี่แพรทำให้เห็นว่าทุกสิ่งมีข้อดีและสวยงาม ชีวิตสดใสและมีความสุข ซึ่งหยกคิดว่าทำยากมาก เพราะหยกเองจะมองเห็นสิ่งที่ติได้ในทุกเรื่องรอบตัว ซึ่งข้อนี้เองอาจจะมีผลทำให้หน้าตาพี่แพรสดใส น่ารักอยู่ตลอดเวลา

พี่แพรมีผมยาวประบ่า (ที่บ่อยครั้งมักจะถูกรวบไว้ด้านหลัง) ที่ดำขลับเงาวาวและแสดงถึงสุขภาพที่ดีของเจ้าของ คิ้วคมที่สีดำเข้มแม้ไม่ได้แต่งเติมของพี่แพรอีกอย่าง ที่ช่วยส่งให้ใบหน้าใสขาวนวลสุขภาพดีของพี่แพร ดูขาวและใสขึ้นเป็นพิเศษ (พี่แพรไม่เคยใช้เครื่องสำอางเลย และเคยบอกว่าเครื่องสำอางที่ดีที่สุดในโลก ก็คือสารเคมี การเอาสารเคมีมาพอกหน้า จะหนาหรือบาง ก็ทำให้ร่างกายต่อต้านสารเคมีนั้น สวยแบบปรุงแต่ง แต่เหี่ยวย่นเร็วกว่าปกติ) ริมฝีปากเล็กๆ และแก้มใสที่มีรอยบุ๋มรักยิ้มเสน่ห์ของพี่แพร มักจะมีสีชมพูเรื่ออยู่ตลอดเวลาเพราะความหนาว

ความมีเสนห์ และสวยเพรียบพร้อมของพี่แพร ที่ยังคงทำให้พี่อั๋นซึ่งใกล้ชิดกับพวกเรามาเกือบ 2 ปี แล้ว ยังนิ่งเฉยอยู่ได้ อาจทำให้เผลอคิดไปเหมือนกันว่า พี่อั๋น อาจจะไม่ใช่ผู้ชายเต็มตัว.....



*** หมายเหตุ เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องแต่งขึ้น ผู้เขียนไม่รับผิดชอบในการนำไปใช้อ้างอิงใดๆทั้งสิ้น ตัวละครเป็นชื่อสมมติ สถานที่อิงจากสถานที่จริง***
บุปผาหยกไร้ใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 99 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 3 พ.ย. 2548 (13:19)
----- พี่แพรจะมาลอนดอน ---------

"แล้วทำไมเช้านี้พี่อั๋นมาซะเช้าเชียว ปกติเห็นโผล่มาเจอแถวนี้ทีไรก็ต้องรีบวิ่งเข้า class ทุกที จะทานอะไรหรือปล่าวคะ"

"เรียบร้อยแล้วจ๊ะ เช้านี้พี่มี class ของ Alistair หนะ ไม่มีใครกล้าเข้าห้องสายหรอก"

"พี่อั๋นรู้แล้วใช่มั้ยคะ ว่าพี่แพรมาถึงลอนดอนวันนี้"

"อ้าว เหรอ ไม่เห็นรู้เรื่องเลย ตั้งแต่กลับไปก็ หายเงียบไปเลย ดีๆ กำลังคิดถึงพอดีเลย "

"ทำเป็นพูดดีเถอะค่ะ ทีอยู่ต่อหน้าพี่แพรหล่ะเห็นนิ่งอย่างกับเสือหลับ"

"ถ้าพี่พูดแบบนี้ต่อหน้าแพรนะ เดี๋ยวแพรนึกว่าพี่จีบ แล้วเกิดหลงรักพี่ขึ้นมาจริงๆ พี่ก็สงสารอีก เพราะกลัวว่าแพร จะต้องอกหักนะสิ"

"นั่น.. เอาเข้าไป พี่อั๋นนี่ละเมอขึ้น underground มาโรงเรียนได้ด้วยเหรอคะเนี่ย ตื่น ๆ ๆ ๆ กลัวตัวเองจะอกหักละไม่ว่า "

"แล้วแพรมาทำอะไรหล่ะ"

"ไม่น่าเชื่อเลยว่าพี่แพรกลับเมืองไทยไปเกือบจะครบปีแล้ว พี่อั๋นไม่ได้ติดต่อไปบ้างเลยเหรอคะเนี่ย... พอพี่แพรกลับไปได้ซักพัก ก็เปิดบริษัททำธุรกิจขายใบชาค่ะ แล้ว... "

"ขายใบชา ??!!?? " พี่อั๋น แทรกขึ้นมา พูดไปขำไป "อาแป๊ะโรงน้ำชาที่ไหนจะมีเงินมาซื้อใบชาของอาเจ๊แพรของน้องหยกได้ " พี่อั๋นคงจะนึกหน้าพี่แพรกำลังชงชาโบราณแบบที่ต้องใช้ถุงยาวๆ กับหม้อต้มน้ำเดือดใบใหญ่

"แหม รู้สไตล์กันจริงนะคะ ความหรูระดับสินค้าของพี่แพร คงไม่ทำขายอาแป๊ะหรอกค่ะ ใบชาขาว premium เกรดเอ ในโครงการหลวง หายากชนิดเก็บปีละ 2 ครั้ง จากยอดเขาที่สูงสุดของดอยแม่สลอง ผสมดอกไม้สดอบแห้งกลิ่นต่างๆ ในบรรจุภัณฑ์สุดหรูตามสไตล์ของพี่แพร วางขายแถวๆนี้หล่ะค่ะ และตอนนี้ก็ผลิตไม่ทันออร์เดอร์แล้วด้วย ห้างหรูๆกลางลอนดอนแย่งกันจะเซ็นสัญญากับพี่แพรกันใหญ่ ที่มานี่ก็จะมาเซ็นสัญญาดีลที่ 2 กับ Harvey Nichols ค่ะ เพราะตอนนี้ Harvey Nichols จะเปิดสาขาใหม่ที่ Dublin ก็เลย เซ็นอีกดีลนึง พี่แพรบอกว่าตอนแรกเสนอไปที่ Harrods แล้ว แต่ Harrods เขี้ยวลากดิน ยึกยักขอโน่นขอนี่ พี่แพรก็เซ็นกับ Harvey Nichols ซะเลย ตอนนี้พอรู้ว่าของดีมีจำกัด Harrods ก็เริ่มอ่อนข้อลง และขอดีลใหม่พร้อมกันเลยในทริปนี้ค่ะ "

"แพรนี่ก็แปลก พ่อมีโรงงานผลิตกระดาษใหญ่โต แต่ตัวเองกลับมาดิ้นรนมาขายใบชา"

"พี่อั๋นนี่ตกข่าวจริงๆ โรงงานกระดาษของคุณพ่อพี่แพรเข้าตลาดหลักทรัพย์ไปสี่ห้าเดือนแล้วค่ะ IPO สุดสวย พี่แพรก็ถือหุ้นอยู่ก้อนโตเลยหล่ะ ทางนั้นก็เลยมีคนดูแลเยอะแล้วค่ะ ไม่น่าห่วง พี่แพรก็หันมาจับงานใหม่ดีกว่า พี่อั๋นรู้ปล่าว ตอนเค้าประกวดมิสเวอร์ลที่เมืองไทยเป็นเจ้าภาพหน่ะ ชาของพี่แพร ก็ถูกเสริฟเปิดตัวในงานนั้น คนชอบกันใหญ่เลย..."

"ไม่เสียชื่อแพรจริงๆ ปีเดียวปั้นแบรนด์ขึ้นมาได้ขนาดนี้ ดีเลย ถ้างั้นเย็นนี้เราไปกินข้าวเย็นด้วยกันดีกว่า ที่ Golden Dragon ก็ได้ ไม่ได้กินมานานมากแล้ว แพรมาไฟ๊ล์ทเช้าใช่มั้ย ?"

"ค่ะ ป่านนี้ก็คงเข้าอพาร์ตเม้นต์ไปแล้วมั๊ง ได้ค่ะ เดี๋ยวบอกพี่แพรให้นะ " หยกกำลังจะจิบกาแฟที่เหลืออยู่ก็นึกได้ว่าพี่แพรบอกให้ชวนพี่อั๋น ไปเที่ยวด้วยกัน weekend นี้ "อา แล้วเสาร์นี้พี่แพรชวนไป punting ที่ Cambridge นะคะ ไปด้วยกันมั้ย ไปย้อนอดีต ซัมเมอร์ที่แล้ว ตอนที่ใครก็ไม่รู้เมาเบียร์ แล้วยังคุยโวจะอาสามา punt ให้ ออกจาก Newton Bridge ไปไม่ทันจะถึง St Cattherine College เลย ก็ตกน้ำป๋อมแป๋มซะแล้ว อิ อิ"

พี่อั๋นยิ้ม "แหม พูดอย่างนี้มันหยามกันไปหน่อยแล้ว ได้เลย รับรองคราวนี้พี่จะถ่อให้เราสองคนนั่งตลอดแม่น้ำ Cam เลย ไม่มีใครตกน้ำ หรือถ้าตก พี่ก็จะคว่ำเรือให้ตกกันหมดเลย จะได้ไม่ต้องมาเยาะเย้ยกันทีหลัง ฮึ ฮึ ฮึ ..... งั้นพี่เข้า class แล้ว ไว้เจอกันตอนเย็นๆ.... " พี่อั๋นเหลียวหลังมามอง พร้อมทำมือกึ่งกำ แนบไว้ข้างแก้ม นิ้วโป้งชี้ที่หู และนิ้วก้อยกางอยู่บริเวณปาก ยิ้ม แล้วเดินขึ้นบันไดไป ...


*** หมายเหตุ เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องแต่งขึ้น ผู้เขียนไม่รับผิดชอบในการนำไปใช้อ้างอิงใดๆทั้งสิ้น ตัวละครเป็นชื่อสมมติ สถานที่อิงจากสถานที่จริง***
บุปผาหยกไร้ใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 99 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 6 พ.ย. 2548 (23:22)
-------- อั๋น & เดอะแก๊งค์ ----------------

"Golden Dragon...." หยกได้ยินชื่อนี้ทีไร ก็อดขำไม่ได้ ต้องอมยิ้มทุกครั้งไป

เราเคยไปกินกันที่ร้านจีน สีเขียว ร้านนี้เพียงไม่กี่ครั้ง แต่ทุกครั้งที่ไป ก็มีเรื่องให้ขำน้ำหูน้ำตาไหลทุกครั้ง ครั้งแรกหยกจำได้ดีว่าเป็นครั้งที่เพื่อนของพี่อั๋นมาเยี่ยมที่ลอนดอน ตั้งแต่นั้นมา ดูเหมือนว่าพี่อั๋นจะติดใจมาก เมื่อคิดว่าจะกินอะไร ชื่อร้านนี้จะถูกพี่อั๋นเสนอเป็นชื่อแรกทุกครั้ง แม้ว่าจะไม่ค่อยสำเร็จ เพราะพี่แพรไม่เคยตามใจ แล้วเราก็เปลี่ยนไปทานกันที่ร้านไอ้เลวที่อยู่ห่างกันแค่ 30 ก้าวเดิน แทบจะทุกครั้งไป ยกเว้นจะเฉพาะอีก 2-3 ครั้ง ที่แก๊งค์เพื่อนของพี่อั๋นมาลอนดอนแค่นั้นเอง

ร้าน Golden Dragon อยู่ตรงกลาง ระหว่างประตูจีนทั้งสองข้างของโซโหพอดี แม้จัดได้ว่าเป็นร้านนี้เป็นร้านใหญ่ร้านนึงในโซโห แต่ร้านนี้ก็ไม่ได้มีเมนูอะไรที่โดดเด่น ไม่เหมือนร้าน Four Season ในแถบ Bayswater ที่หม่อมถนัดศรีเคยยกนิ้วให้ในเรื่องเป็ดย่าง แต่อาหารเค้าก็อยู่เหนือมาตรฐานทุกๆอย่าง จะว่าไปแล้วเป็ดปักกิ่ง ก็อร่อยไม่แพ้ที่ Four Season ทีเดียว

แต่จุดเด่นสำคัญที่ทำให้พวกเราเข้ามาที่ร้านนี้ในครั้งแรก ก็เห็นจะเป็นพนักงานต้อนรับน่ารัก ที่ยืนคอยเรียกลูกค้าอยู่หน้าร้าน ชุดกี่เพ้าไหมสีแดง ที่ดูเหมือนว่าด้านข้างทั้งสองด้านของเธอ จะผ่าลึกกว่าปกติ (เพราะทุกครั้งที่เธอก้าวเดิน ถ้าตาไม่ฝาด หยกคิดว่ามองเห็นแก้มก้นขาวๆเต่งตึงของเธอ เด้งดึ๋งไปมา) เป็นเหมือนแม่เหล็กที่ทำให้พี่อั๋นและเพื่อนทั้งสามคน เฮกันไปยืนดูเมนูอยู่ที่หน้าร้าน โดยลืมไปว่ามากับหยกและพี่แพร

เธอพาพวกเราไปยังโต๊ะกลมที่จัดไว้สำหรับหกคนพอดี หลังจากที่มานั่ง แก๊งค์ของพี่อั๋นก็จัดการสอบถามพนักงานเสริฟ จนได้ความว่าเธอเป็นลูกครึ่งเวียดนาม ฝรั่งเศส และทำงานอยู่ที่ร้านนี้มานานแล้ว และที่สำคัญยังไม่มีแฟน ตลอดเวลาที่เรานั่งทานที่ร้านนี้ รู้สึกว่าหัวข้อสนทนาจะหนีไม่พ้นสาวรีเซ็ปชั่นกี่เพ้าชุดแดงคนสวย แม้ว่าหยกจะนั่งหันหลังให้ประตู แต่หยกจะรู้ทันทีทุกครั้งที่เธอเดินพาลูกค้าชุดใหม่เข้ามาในร้าน เพราะสังเกตุได้จากเสียงฮือฮาของพี่อั๋นและแก๊งค์

แก๊งค์เพื่อนของพี่อั๋นแม้ว่าจะดูเหมือนลามก แต่เก่งๆกันทั้งนั้น รู้สึกว่าจะเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลทุกคน ทุกคนและพี่อั๋นมาจากต่างโรงเรียนกัน แต่เจอกันตั้งแต่สมัย ม.ปลาย ในค่ายวิชาการอะไรซักอย่างที่ สสวท. มีสองคนที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ส่วนอีกคนเรียนอยู่คิงส์คอลเลจ มหาวิทยาลัยลอนดอนนี่เอง ทั้งสามคนพอรวมตัวกับพี่อั๋นแล้วตลกมากๆ มีมุขสอดรับกันได้เป็นอย่างดี พี่แพรแนะนำให้ทั้งทีมลาออกจากมหาวิทยาลัย แล้วมาเปิดตลกคาเฟ่ที่ลอนดอน น่าจะมีอนาคตไกล หยกและพี่แพรยอมรับว่า มื้อนี้เป็นมื้อที่เราหัวเราะเยอะที่สุดตั้งแต่มาอยู่ที่ลอนดอน

แต่ไม่วายที่บ่อยครั้งในระหว่างมื้อนี้ ขณะกำลังพูดกันอยู่ จู่ๆทั้ง 4 คนก็หยุดกึก เหมือนโดนสาปให้หยุดเวลา มือกำช้อนลอยค้างอยู่กลางอากาศ ปากที่เผยอรอช้อนแต่ลืมว่ามือหยุดเคลื่อนไหว สายตาทั้ง 8 ดวง จ้องนิ่งอยู่ที่จุดเดียวกัน

"อั๋น น้ำลายไหล เยิ้มมาถึงคางแล้วจ๊ะ" พี่แพรชวนคุย หลังจากที่เห็นทั้งสี่โดนสาปนิ่งมาเกือบนาทีแล้ว
"อะ อะ..อา... เหรอะ....อึม... เหรอ แพร...แหม...สงสัยจะหิวหน่ะ..อึม หิวจัง....เมื่อไหร่กับข้าวจะมาซักที..." พี่อั๋น แก้เขินเปลี่ยนเป็นทำหน้าดุๆ หันหน้ากลับมาหาพี่แพร ยกมือปาดบริเวณคาง ตามองไปที่กับข้าวหกอย่างที่อยู่บนโต๊ะ ที่แทบจะเกลี้ยงแล้วทุกจาน
บุปผาหยกไร้ใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 99 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.