เรื่อง เตารีด ค่ะ

อยากทราบ ประวัติความเป็นมาของเตารีด

1.นักวิทยาศาสตร์ที่ประดิษฐ์เป็นคนแรก

2.วิธีบำรุง รักษา

3.โครงสร้างของมัน(ยี่ห้ออะไรก็ได้ค่ะ)



อยาได้คำตอบก่อน 30 ตค นะคะ



ขอบคุณค่ะ


ความคิดเห็นที่ 1

ศานติ
26 ต.ค. 2548 00:49
  1. Henry W. Seely invented the electric iron in 1882 (or B.E. 2425)

ความคิดเห็นที่ 2

28 ต.ค. 2548 20:33
  1. http://inventors.about.com/library/inventors/blirons.htm http://inventors.about.com/gi/dynamic/offsite.htm?site=http://www.irons.com/electric.htm http://inventors.about.com/gi/dynamic/offsite.htm?site=http://www.uq.net.au/%7Ezzbdavis/ http://www.magicpremiumironingsystem.com/History.htm http://members.aol.com/elainemalphin/Alphin_Vacuum_Cleaners.html http://www.bbc.co.uk/education/beyond/factsheets/makhist2_prog5c.shtml เป็นภาษาอังกฤษครับ แต่ข้อมูลใด้ทีเดียว

ความคิดเห็นที่ 3

7 พ.ย. 2548 16:47
  1. อยากได้เป็นภาษาไทยจะมีไหมครับ ช่วยหาให้ทีจะขอยคุณอย่างมาก

ความคิดเห็นที่ 4

6 ธ.ค. 2548 10:38
  1. 3.โครงสร้างของมัน(ยี่ห้ออะไรก็ได้ค่ะ)

ความคิดเห็นที่ 5

28 ก.พ. 2549 16:33
  1. การซ่อมเตารีด

ความคิดเห็นที่ 7

19 พ.ค. 2549 11:56
  1. วิธีดูแลรักษา

ความคิดเห็นที่ 8

22 พ.ค. 2549 15:09
  1. หาบทความได้ที่ไหนบ้าง

ความคิดเห็นที่ 9

17 ก.ค. 2549 20:29
  1. แจ่ม ล้อเล่นน้า

ความคิดเห็นที่ 49

25 ม.ค. 2551 12:12
  1. การซ่อมเตารีดด้วยนะคับ

ความคิดเห็นที่ 50

27 มี.ค. 2551 21:01
  1. ขอบคุณมากค่ะ ที่ให้ความรู้

ความคิดเห็นที่ 51

NpEducate
2 เม.ย. 2551 00:35
  1. ตัวที่ทำให้เกิดความร้อนในเตารีดไฟฟ้า ก็คือลวดนิโครม พันอยู่กับแผ่นไมกาซึ่งตัดให้เป็นรูปเรารีด  และมีแผ่นไมคาปิดข้างบนและล่างกันไฟฟ้ารั่วลงแทน

    ถ้าเตารีดไม่ร้อน ปลั๊กไม่เสีย สายไฟไม่ขาดใน ขั้วต่อไม่หลุดบอกได้เลยว่าลวดความร้อนขาด  ต้องซญื้อมาเปลี่ยน แผ่นละ 12 บาท

    ในเตารีดจะมีสวิทช์อัตโนมัติ คอยตัดไฟ เมื่อเรารีดร้อนเกินไป

    ทำงานโดยใช้หลักการของโลหะ2 ชนิด เมื่อได้รับความรู้นและจะขายตัวไม่เท่ากันทำให้เกิดการโค้งงอ ซึ่งจะเป็นผลให้จุดสัมผัสแยกจากกัน ไฟฟ้าหยุดไหล

    เมื่อเตารีดเย็นลง 2 ชนิดนั้นก็จะโค้งงอกลับที่เดิมทำให้จุดสัมผัน แตะกันอีกและไฟฟ้าก็จะไหลเข้าเตารีดอีก

    นอกจากนี้ในเตารีดยังมีลูกเบี้ยวสำหรับบังคับให้สวิทช์อัตโนมัติ  ทำงานได้ ไวมาก-น้อย (เพื่อปรับระดับความร้อนให้เหมาะสมกับชนิดของผ้าที่จะรีด

    เตารีดสมัยใหม่ จะฝังขดลวดความร้อนไว้ข้างในแผ่นโลหะที่ใช้ทำเตารีด

    ตั้งใจว่าจะผ่าดู เมื่อมันเสีย  แต่มันก็ไม่ยอมเสีย เป็นเวลา มากกว่า 10 ปีแล้ว

     


ความคิดเห็นที่ 52

28 ก.ค. 2551 11:47
  1. ใครที่ค้นพบเตารีดแปงคนเเรกงับ

ความคิดเห็นที่ 53

28 ก.ค. 2551 11:52
  1. อยากรู้ว่าความร้อนขอเตามาจากอะไรเเล้ววีทำทำอย่างไรงับเเผ่นความร้อนจะนำความร้อนได้นานเเค่ไหน

ความคิดเห็นที่ 54

9 ส.ค. 2551 16:19
  1. โรเบิร์ต แฮร์


ความคิดเห็นที่ 55

28 ส.ค. 2551 18:54
  1. อยากได้ประวติของเตารีด

ความคิดเห็นที่ 56

31 ส.ค. 2551 16:21
  1. อยากรู้เกี่ยวกับ -ส่วนประกอบ -วิธีใช่ -วิธีการรักษา เครื่องใช้ไฟฟ้า 8 อย่าง(อารัยก็ได้) ก่อน วันที่2 กันยา ช่วยหน่อยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 59

14 ต.ค. 2551 11:40
  1. อยากทราบว่าเตารีด 1000 วัตช์ ให้ความร้อนสูงสุดได้กี่องศาคับ รบกวนช่วยตอบหน่อยนะคับ


ความคิดเห็นที่ 60

4 พ.ย. 2551 20:16
  1. มะเหนมีไรเลย


ความคิดเห็นที่ 62

6 ธ.ค. 2551 11:04
  1. โอ๊ย !อยากรู้ใครรู้บ้างเนี่ย


ความคิดเห็นที่ 64

10 ม.ค. 2552 11:35
  1. อยากได้รายละเอียดการซ่อมเตารีด,พร้อมโครงสร้าง


ความคิดเห็นที่ 65

11 ก.พ. 2552 17:22
  1. อยากได้การรักษาบำรุงเตารีดค่ะจะเอาไปทำงาน


ความคิดเห็นที่ 66

18 ก.ค. 2552 15:59
  1. อยากได้วิธีซ่อมเตารีดอย่างละเอียดค่ะ หากกรุณาส่งมาที่ e-mail ข้างต้น จะถือว่าเป็นพระคุณอย่างสูง//ขอบคุณค่ะ 


ความคิดเห็นที่ 67

24 ส.ค. 2552 18:28
  1. อยากทราบประวัติของเตารีดและผู้ประดิษฐ์คิดค้นเกิดขึ้นครั้งแรกตอนไหน

ความคิดเห็นที่ 68

30 ส.ค. 2552 11:47
  1. หวัดดีคับ เห็นทุกคนโพรสว่า กำลังหาประวัติที่มาของเตารีด ตั้งแต่ก่อนจนถึงปัจจุบัน และอนาคต งั้นผมก็ขอช่วยอีกแรงล่ะกัน นี่คือที่ผมหาได้นะคับ >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> *****คนแรก******* ผู้ประดิษฐ์เตารีดไฟฟ้าเป็นคนแรก (โรเบิร์ต แฮร์ ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2324) ******เตารีโบราณ****** “อุดเตา” เป็นภาษาไทยโบราณ ใช้เรียกเครื่องใช้ที่ปัจจุบันเราเรียกว่า “เตารีด” และเป็นเตารีดที่ใช้กันในสมัยก่อนเมื่อประมาณ ๕๐ ปีมาแล้ว อุดเตารูปทรงน่าสนุกกลุ่มนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก ได้รับมอบจาก ดร.วินิจ วินิจนัยภาค เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๓ ปัจจุบันได้ทำการอนุรักษ์และเก็บรักษา ณ อาคารคลังกลาง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก จังหวัดปทุมธานี "อุดเตา" แบบที่ ๑ ทำด้วยเหล็กและทองเหลือง บางอันมีการตกแต่งสลักบนฝาด้านบนเป็นรูปตัวไก่ และบางอันตกแต่งหูจับเป็นลวดลายอ่อนโค้ง งดงาม ตามจินตนาการของช่างทำอุดเตา อุดเตากลุ่มนี้ทำด้วยเหล็ก หรือทองเหลืองทั้งอัน บางอันมีขนาดใหญ่กว่าเตารีดไฟฟ้าที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันประมาณ ๒-๓ เท่า มีน้ำหนักมาก เด็กๆ ยกคนเดียวแทบจะไม่ไหว การที่ทำให้มีน้ำหนักมากๆ นั้นเพื่อให้น้ำหนักของตัวอุดเตากดทับลงบนผืนผ้าที่จะรีดให้เกิดความเรียบ ผนังเตาทั้งสองข้างมีลักษณะโอบเข้าไปเป็นหัวรูปทรงแหลมๆ ตอนบนบริเวณริมหรือขอบทำเป็นลายหยักรูปฟันปลาไปตลอดแนว สูงประมาณ ๓ นิ้ว เพื่อระบายความร้อนจากถ่านก้อนกลมๆ ที่เผาไฟจนร้อนซึ่งบรรจุอยู่ภายในอุดเตา ความร้อนจากถ่านเผาไฟจะทำให้ผ้าเรียบ เช่นเดียวกับความร้อนจากขดลวดไฟฟ้าที่อยู่ภายในเตารีดไฟฟ้าในปัจจุบัน ฝาด้านบนนั้นความกว้าง ยาว แหลม ท้ายตัดเท่าตัวอุดเตา ตรงบริเวณท้ายตัดจะมีบานพับอันเล็กๆ ติดอยู่ มีหูขนาดค่อนข้างยาวและสูงไว้สำหรับเปิดปิดฝาได้ ยามเมื่อต้องการเติมถ่านเวลาถ่านยุบไปหลังจากรีดไปแล้วนานๆ บริเวณหูจับจะหุ้มด้วยไม้ที่เหลาจนกลมกลึงมีขนาดพอเหมาะกับมือ เพื่อเป็นฉนวนป้องกันความร้อนจากเหล็กที่แผ่ขึ้นมาขณะรีดผ้า เมื่อเวลาจะรีดผ้าโดยใช้อุดเตา จะต้องมีเตาอั้งโล่เผาก้อนถ่านให้ลุกแดงตลอดเวลา ตั้งอยู่ข้างๆ ไว้สำหรับคีบใส่ภายในอุดเตา ถ่านที่ใช้สำหรับรีดผ้านั้น มีความแตกต่างกับถ่านหุงข้าวที่ใช้กับเตาอั้งโล่ หรือเตาเชิงกรานทั่วๆ ไป ถ่านที่ใช้หุงข้าวจะมีลักษณะเป็นท่อนยาวๆ เมื่อนำมาเผาไฟมักจะแตกเป็นลูกไฟเล็กๆ กระเด็นออกมา รวมทั้งเมื่อมอดแล้วมีขี้เถ้ามาก แต่สำหรับถ่านรีดผ้าจะมีลักษณะเป็นก้อนกลมๆ เวลานำมาเผาไฟลูกไฟจะไม่แตกกระจาย ตลอดจนมีขี้เถ้าน้อยกว่าถ่านหุงข้าวมาก ถ่านรีดผ้าส่วนมากมักทำจากไม้โกงกาง ซึ่งเป็นพืชที่ขึ้นเจริญเติบโตบริเวณป่าชายเลน นิยมนำมาเผาทำถ่านเพราะจะได้ถ่านที่มีคุณภาพดี "อุดเตา" แบบที่ ๒ มีพวยระบายความร้อนอยู่ด้านบนของหัวเตา อุดเตาแบบนี้จะไม่มีช่องระบายความร้อนเป็นช่องฟันปลาเหมือนกับแบบแรก วิธีรีดผ้าโดยใช้อุดเตานั้น เริ่มแรกก็จะติดไฟถ่านที่เตาอั้งโล่ เมื่อถ่านระอุเป็นไฟสีแดงดีแล้ว ใช้คีมเหล็กคีบออกมาใส่ภายในอุดเตาจนเต็ม แล้วปิดฝาขัดสลักให้ติดกับตัวอุดเตา ทิ้งให้ร้อนสักครู่จึงรีด เมื่ออุดเตาเริ่มร้อนจัดให้นำมานาบกับใบตองที่พับซ้อนกันไว้หลายๆ ชั้น เพื่อให้เกิดความชื้นและคลายความร้อนลง ทำเช่นนี้สลับกันไป ระหว่างที่รีดไปนานๆ เมื่อถ่านมอดลงเป็นขี้เถ้า ให้นำอุดเตาออกมาในบริเวณที่โล่งนอกบ้าน ใช้พัดใบลานหรือที่เรียกกันว่า “พัดเตา” พัดให้ขี้เถ้ากระจายฟุ้งออกไปตามช่องหยักฟันปลา บริเวณริมผนังอุดเตาตอนบนดังที่กล่าวมาแล้ว ถ้ารีดต่อไปอีกนานๆ แล้วเห็นว่าถ่านในอุดเตาคลายความร้อนและยุบลงไป ก็เปิดฝาด้านบนเติมถ่านเผาไฟในเตาอั้งโล่เติมเข้าไปใหม่ให้เต็ม อุดเตามีทั้งที่ทำด้วยทองเหลืองและทำด้วยเหล็ก แต่ที่ทำด้วยเหล็กเป็นอุดเตารุ่นหลัง และมีขนาดเล็กลงกว่าอุดเตาทองเหลืองเกือบครึ่งหนึ่ง และเปลี่ยนคำเรียกขานจาก “อุดเตา” เป็น “เตารีด” ใช้กันทั่วไปทุกครัวเรือนเป็นเวลาอยู่หลายสิบปี จากนั้นจึงเกิดมีเตารีดไฟฟ้าขึ้น เตารีดเหล็กที่ใช้ถ่านก็เสื่อมความนิยมลงไป เพราะการใช้เตารีดไฟฟ้ารีดผ้ามีความสะดวกยิ่งกว่า แต่ก็ยังมีหลงเหลือใช้กันอยู่บ้างตามชนบทที่ห่างไกลยังไม่มีโรงไฟฟ้าไปตั้ง "อุดเตา" แบบที่ ๓ มีลักษณะเป็นแผ่นเหล็กหนาและหนัก ตามแบบที่กาญจนาคพันธุ์ได้กล่าวถึงไว้ว่ามีใช้อยู่ที่ร้านซักรีดแถวตึกแถวท่าโรงยาเก่า ของคู่ผัวเมียชาวญี่ปุ่น เมื่อกว่า ๖๐ ปีมาแล้ว อุดเตาหรือเตารีดทองเหลืองนี้ แต่เดิมนิยมใช้กันในร้านตัดเสื้อ และร้านที่รับซักรีดในกรุงเทพฯ หรือเมืองพระนครในสมัยนั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีนหรือชาวญี่ปุ่น ดังความที่กาญจนาคพันธุ์ (สง่า กาญจนาคพันธุ์) หรือขุนวิจิตรมาตราได้เล่าไว้ถึงเรื่องราวความทรงจำในวัยเด็กของท่าน ได้อย่างน่าสนใจและเห็นภาพลักษณ์ชัดเจน ดังนี้ “...เมื่อราว ๖๐ ปีมาแล้ว ที่ตึกแถวที่โรงยาเก่า แถวนั้นมีท่าอยู่สี่ท่า คือ “ท่าปากคลองตลาด” เป็นแหล่งค้าขายใหญ่ ถัดมาเป็นท่าเรียกว่า “ท่ากลาง” เงียบสงัดไม่มีผู้คนเดิน นอกจากผู้ที่อยู่ตึกแถวสองข้าง ถัดมาเป็น “ท่าโรงยาเก่า” ถนนท่านี้เป็นส่วนหนึ่งของถนนบ้านหม้อ ถนนเฟื่องนคร ถนนเฟื่องนครจดวัดบวรนิเวศ ผู้คนคึกคักมากหน่อย ถัดไปเป็น “ท่าวัดเลียบ” ไม่มีผู้คนเลยก็ว่าได้ ที่ตึกแถวท่าโรงยาเก่านี้ตอนกลางๆ มีญี่ปุ่นที่ตั้งร้านซักรีดดูเหมือนอยู่กันสองคนผัวเมียเท่านั้น เตารีดผ้าที่ร้านนั้นเป็นเหล็กหนาทั้งแท่ง หัวแหลม ท้ายตัดโตขนาดอุดเตาทองเหลืองทำเกลี้ยงๆ คือต่อจากแผ่นเหล็กหนาขึ้นไปเป็นสองขา มีเหล็กพาดที่มุมสองขาสำหรับเป็นหูจับเท่านั้นเอง เตารีด (ซึ่งที่จริงไม่เป็นเตา แต่เป็นแผ่นเหล็กหนา) นี้มีสามสี่อันในร้าน ตั้งเตายาวเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ในเตาใส่ถ่านไว้ราวครึ่งหนึ่ง ข้างบนเตามีเหล็กพาดเป็นตาราง เวลารีดเขาติดถ่านไฟลุกแดงตลอด เอาเตารีดวางบนตารางเรียงกันไปทั้งสี่อัน เผาให้เหล็กนั้นร้อนแล้วก็จับหูยกมารีดเสื้อผ้า พอเหล็กจะเย็นลงหน่อย ก็เอาไปวางบนตารางที่เตาเอาอันที่ ๒ มารีดเปลี่ยนกันไปเป็นลำดับอย่างนี้เรื่อย จนกระทั่งหมดเวลาวันหนึ่งๆ ก็ดับถ่านที่เตา ถึงรุ่งเช้าก็ติดถ่านเผาเตารีดไปใหม่ จนหมดเวลาทุกวัน สมัยนั้นอยู่ที่ตึกสูงสามชั้นหัวมุม เคยไปยืนดูเขารีดผ้าหลายครั้ง ส่วนมากหญิงญี่ปุ่นที่เป็นเมียเป็นคนรีด มีคนแถวนั้นและที่อื่นนำเสื้อผ้ามารีดมาก เขาชมกันว่ารีดดีนัก ค่ารีดเสื้อและของอื่นชิ้นละเท่าไรก็ลืม แต่คงราวสัก ๒๕ สตางค์ สมัยนั้นเงินยังแพงนัก เงินบาทหนึ่งใช้ตามธรรมดาๆ อย่างสบายเจ็ดวันก็ยังไม่หมด ค่ารีด ๒๕ สตางค์นับว่าแพงมาก แต่เขารีดดีมีคนมาให้รีดมาก และดูเหมือนเป็นญี่ปุ่นตั้งร้านซักรีดแห่งนี้แห่งเดียวเท่านั้น นอกนั้นเป็นจีนตั้งร้านซักรีดมากหลายแห่ง คนไทยไม่มีร้านซักรีดก็รีดแต่เสื้อชั้นนอกที่เป็นผ้าลินินขาวเท่านั้น กางเกงไม่มี เพราะคนไทยนุ่งผ้าโจงกระเบน...” ลักษณะของช่องปิด-เปิด สำหรับพัดถ่านในอุดเตาให้ร้อนของอุดเตาแบบที่ ๒ มีการตกแต่งลวดลายเป็นรูปเลข 8 อยู่ภายในวงกลมมีขีดล้อมรอบ จวบจนกระทั่งในปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ เป็นปีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองขึ้น นับแต่นั้นเป็นต้นมาคนไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงการแต่งกาย เลิกนุ่งผ้าโจงกระเบน หันมาแต่งชุดสากลนิยมตามการรณรงค์ของผู้นำบ้านเมืองในยุค “มาลานำไทย” ชุดสากลที่นิยมแต่งกันนั้น ตัดเย็บด้วยผ้าฝรั่งหรือผ้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ไม่ใช้ผ้าลินินสีขาวเช่นเดียวกับเสื้อราชปะแตนซึ่งซักรีดยาก เสื้อผ้าชุดสากลสามารถซักและรีดเองที่บ้านได้ ร้านซักรีดแบบดั้งเดิมจึงค่อยๆ หมดความนิยมไป ยังคงมีแต่ร้านซักแห้ง ซึ่งรับซักรีดเฉพาะเสื้อผ้าที่ต้องการความประณีตและทนุถนอมเป็นพิเศษเท่านั้น ผ้าที่รีดด้วยอุดเตา มักเป็นผ้าที่ไม่มีสีหรือเป็นเสื้อผ้าสีขาว เช่น เสื้อกุยเฮงของผู้ชาย ผ้าปูที่นอน หรือไม่เช่นนั้นก็เป็นผ้าที่มีสีเข้ม สีทึมๆ เช่น เสื้อนอกของผู้ชาย เสื้อมิสกรีชั้นใน เป็นต้น โดยเวลารีดนั้นจะนำผ้าขาววางซ้อนไว้ด้านบนอีกชั้นหนึ่ง แล้วจึงรีดเพื่อป้องกันสีของผ้าซีด สำหรับเครื่องนุ่งห่มของสตรี เช่น ผ้าสไบแพร ผ้าแถบ หรือผ้านุ่งที่เป็นผ้าดอก ผ้าลาย สีสันต่างๆ นั้น จะไม่รีดด้วยอุดเตาเพราะความร้อนจากอุดเตาจะทำให้ความสดใสของสีผ้าลดลง ******เตารีดใช้ถ่าน***** เตารีดใช้ถ่าน จะทำด้วยทองเหลืองหล่อดังรูป ฝาด้านบนมีบานพับด้านท้ายเตา(เปิดฝาบนหงายขึ้น) ด้านปลาย มีสลักงอๆ ที่ใช้แรงโน้มถ่วงเป็นตัวทำให้ล็อก จะเปิดได้โดยหาฉนวนความร้อนเขี่ยเบาๆก็จะเปิดออกได้โดยง่าย ในการใช้งานนานๆ อาจจะต้องเติมถ่าน หรือ เขี่ยถ่านให้ขี้เถ้าล่วงลงไป จะต้องเปิดฝาเพื่อการดังกล่าว ในเตาที่ด้านล่างจะมีตะแกรง เหล็กหล่อสูงราว 1ซมจากพื้นและขอบล่างจะมีรูเล็กๆให้อากาศเข้ามาช่วยการเผาไหม้แบบข้าๆ การใช้งานจะติดถ่านจากเตาถ่านธรรมดาก่อน เมื่อเริ่มติดดีแล้วก็จะคีบมาใส่เตา กลบด้วยขี้เถ้าพอประมาณ เพื่อไม่ให้ร้อนเกินไป (เหมือนการปิ้งกล้วย)มิฉนั้นผ้าอาจไหม้ได้โดยง่าย ต้องใช้ความชำนาญในการใช้พอสมควรว่าจะคุมความร้อนเย็นของเตา ให้เหมาะสมกับชนิดของผ้าที่จะทำการรีด ปรับโดยเติมขี้เถ้าหรือเขี่ยออกให้ถ่านร้อนขึ้น(อากาศเพิ่มมากขึ้น) ประโยชน์ ก็รีดผ้าไง ******เตารีดไฟฟ้า******* การใสเสื้อผ้าที่เรียบไม่ยับเป็นส่วน การเสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดูดีตารีดไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทให้ความร้อนที่อำนวยความสะดวก ในการทำ ให้เสื้อผ้าเรียบและสวยงาม เตารีดไฟฟ้าโดยทั่วไปแบ่งได้ดังนี้ 1. เตารีดไฟฟ้าแบบธรรมดา(Electric Iron) 2. เตารีดไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (Automatic Electric Irons 3. เตารีดไอน้ำ (Electric Steam Iron) ส่วนประกอบ 1. มือจับ (Handled)มือจับเป็นส่วนที่ป้องกันไม่ให้ความร้อนแพร่กระจายมาที่มือขณะที่รีดผ้า มือจับทำด้วยพลาสติกทนความร้อน ที่มือจับจะมีปุ่มปรับความร้อนอู่ยและมีเลนซ์ของหลอดแสดงสารทำงานของเตารีดด้านข้างตลอดจนมีป้ายบอกคุณสมบัติของเตารีด หรือที่เรียกเนมเพทอยู่ด้วย 2. ฝาครอบ (Cover) ฝาครอบทำหน้าที่ในการปกปิดชิ้นส่วนที่อยู่ข้างในและป้องกันไม่ให้ผู้ใช้สัมผัส ซึ่งจะทำ ให้เกิดอันตรายได้ ฝาครอบทำ ด้วยเหล็กชุมโครมเมียม 3. เหล็กกดทับแผ่นความร้อน(Pressure Plate)เหล็กกดแผ่นความร้อนทำหน้าที่กดแผ่นความร้อนให้แน่นกับพื้นเตารีดเพื่อให้ความร้อนจากแผ่นความร้อนผ่านไปยังพื้นเตารีดแผ่นกดแผ่นความร้อนจะมีน้ำหนักให้กับเตารีดเวลารีดผ้าจะทำให้ผ้าเรียบขึ้น 4. หน้าสัมผัส(Contact)หน้าสัมผัสจะยึดติดอยู่กับแผ่นรีด หน้าสัมผัสทำหน้าที่เป็นสวิตช์อัตโนมัติตัดต่อกระแสไฟฟ้า ที่ไหลผ่านไปยังแผ่นความร้อน โดยหน้าสัมผัสจะถูกควบคุมด้วยไป-เมทอลอีกทีหนึ่ง 5. ไป- เมทอล ไป-ทอลติดอยู่ที่พื้นของเตารีดทำหน้าที่ควบคุมความร้อนของเตารีดที่ตั้งไว้เมื่อความร้อนได้ถึงที่ตั้งไว้ ไป- เมทอลจะงอตัวดันให้หน้าสัมผัสเปิดออกเมื่อเย็นตัวหน้าสัมผัสจะกลับสภาพเดิม 6. แผ่นความร้อน (Heating Element) แผ่นความร้อนในเตารีดมี 2 แบบ 1) แผ่นความร้อนแบบกึ่งปิด(Semi Closing Heating Element) 2) แผ่นความร้อนแบบปิด(Closing Heating Element) 7. พื้นเตารีด พื้นเตารีดทำมาจากเหล็กชุบโครมเมียม ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับความร้อน จากแผ่นความร้อนไปยังผ้าที่รีด 8. แผ่นตั้งเตารีด(Heel Plate) แผ่นตั้งเตารีดทำมาจากโลหะอลูมิเนียม ทำหน้าที่ป้องกันความร้อนจากพื้นเตารีด แผ่นตั้งเตา รีดจะเกิดความร้อนน้อยมาก ที่แผ่นตั้งเตารีดอาจมีรายละเอียดเช่น ยี่ห้อรุ่น ขนาดแหล่งจ่ายที่ใช้ น้ำหนักของเตารีด สถานที่ผลิต และมาตราฐานอุตสาหกรรมเป็นต้น 9. หลอดไฟ (Indicator Lamp) และฝาครอบท้ายเตารีด (End Cover) หลอดจะประกอบอยู่ที่ฝาครอบท้ายเตารีดทีฝาครอบเตารีดจะมีขั้วโลหะต่อกับหลอดไฟอยู่ 2 ขั้วต่อกับหลักที่ต่อลวดความต้านทานพอดดังนั้นเท่ากับหลอดไฟจะต่อขนานกับลวดความต้านทานลวดความต้านทานก็จะจ่ายแรงดันไฟฟ้าตกคร่อมให้กับหลอดไฟ 10.ลวดความต้านทาน(Lamp Resister) ลวดความต้านทานนี้จะต่ออยู่กับแผ่นความร้อน ซึ่งถ้าแผ่นความร้อนมีกระแสไหลผ่านลวดความต้านทานจะมีกระแสไหลผ่าน ด้วยและหลอดไฟมาต่อแบบขนานกับลวดความต้านทานก็จะทำ ให้หลอดสว่างด้วยแต่ไม่มีกระแสไหลผ่านหลอดไฟก็จะดับ *****หลักการทำงานของเตารีดไฟฟ้า****** 1. เตารีดไฟฟ้าแบบธรรมดา(Electric Irons) การทำงาน เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านแผ่นความร้อนจะทำให้เกิดความร้อนขึ้นที่แผ่นความร้อนส่งผ่านไปยังพื้นเตารีดมาก เกินไปจะต้องดึงปลั๊กไฟของเตารีดออกเพื่อให้พื้นของเตารีดค่อยๆเย็นลงแตต่ความร้อนน้อยต้องเสียบปลั๊กไฟ เพื่อให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านแผ่นความร้อนอีกครั้ง 2. เตารีดไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ( Automatic Electric Irons) การทำงาน เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลเข้าเตารีด จะผ่านไปยังหน้าสัมผัส ลวดความร้อน และลวดความต้านทานตามลำดับซึ่งจะทำให้แผ่นความร้อนเกิดความร้อนส่งผ่านความร้อน ให้กับพื้นของเตารีด และแผ่นไบ-เมทอลที่ยึดติดกับพื้นเตารีด ก็ได้รับความร้อนไปด้วยเมื่อแผ่นความร้อนไป-เมทอลได้รับความร้อนจะเกิดการงอตัวตามปริมาณความร้อนที่ได้รับส่งผลทำให้แรงกดระหว่างหน้าสัมผัส น้อยลงจนพื้นเตารีดร้อนจนถึงระดับที่ตั้งไว้ หน้าสัมผัสก็จะตัดกระแสไฟ ไม่ให้ไหลผ่านแผ่นความร้อนทำให้เตารีดเย็นลงแผ่นไบ-เมทอลจะเริ่มเหยีด ตรงตามเดิมจากนั้นหน้าสัมผัสก็ต่อกระแสไฟฟ้าให้กับแผ่นความร้อนอีกครั้ง 3. เตารีดไอน้ำ(Electric Steam Iron) เตารีดไอน้ำได้พัฒนามาจากเตารีดแบบอัตโนมัติ ซึ่งเตารีดชนนิดนี้ไม่จำเป็นต้องพรมน้ำ ให้กับผ้า แต่จะให้ไอน้ำกับเตารีดโดยตรง สำหรับส่วนประกอบและหลักการทำงานของเตารีดไอน้ำจะคล้ายกับเตารีดแบบอัตโนมัตินั่นคือ มีแผ่นความร้อนเป็นอุปกรณ์ให้ความร้อนและมีเทอร์โมสแตตเป็นอุปกรณ์ควบคุมอุนหภูมิของเตารีด จะแตกต่างกันที่เตารีดไอน้ำมีอุปกรณ์สำหรับใส่น้ำเพื่อสร้างไอน้ำให้กับผ้าที่ต้องการรีด *******การใช้และบำรุงรักษาเตารีดไฟฟ้าอัตโนมัติ ****** วิธีใช้ ข้อปฏิบัติในการใช้เตารีด 1.หมุนหน้าปัดเพื่อปรับความร้อนให้เหมาะสมกับเนื้อผ้าแต่ละชนิดตามต้องการ 2. ให้แน่ใจว่ากระแสไฟฟ้าที่แจ้งอยู่บนตัวเตารีดสามารถใช้กับกระแสไฟฟ้าของแต่ละประเทศนั้น ๆ ทิ้งเตารีดให้ร้อนโดยให้อยู่ในแนวดิ่งบนฐานรับประมาณ 2 นาที ก่อนรีด 3. ไฟสัญญาณจะติดเมื่อเปิดสวิทซ์เตารีด และจะดับเมื่อเตารีดร้อนถึงอุณหภูมิที่ได้เลือกไว้บนหน้า ปัดตามเนื้อผ้าแต่ละชนิด ไฟจะติดอยู่จนกระทั่งความร้อนได้ระดับอุณหภูมิที่เลือกไว้ และ อุณหภูมิลดลงเทอร์โมแตตจะเป็นตัวควบคุมปรับความร้อนโดยอัตโนมัติ ตามอุณหภูมิต่าง ๆที่ ได้เลือกไว้บนหน้าปัดแสดงชนิดของผ้า 4. ก่อนอื่นควรรีดผ้าพวกใยสังเคราะห์เคมีก่อนในอุณหภูมิที่ต่ำแล้วจึงไปรีดผ้าประเภทขนสัตว์, ฝ่าย และลินินตามลำดับในขณะที่เตารีดร้อนมากขึ้น เตารีดจะร้อนเร็วกว่าที่จะเย็นลง 5. เผื่อระยะเวลาให้เตารีดได้ร้อนก่อน เมื่อเปลี่ยนจากอุณหภูมิต่ำไปอุณหภูมิสูงขึ้น และในทางตรง กันข้ามรอสักครู่ขณะที่เปลี่ยนให้เย็นลง 6. เมื่อเลิกใช้รีดแล้วให้หมุนปุ่มปรับความร้อนไปที่เลข “0” แล้วดึงปลั๊กไฟออก การเปลี่ยนสายสำหรับการรีดด้วยมือซ้าย เปิดฝาครอบหลังออกแล้วสลับสายไฟกับไฟสัญญาณให้อยู่ในตำแหน่งตรงกันข้าม ปลายสายควรจะเสียบให้อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ทำให้สายดึงมากเกินไป วิธีทำความสะอาดและการรักษาเตารีด 1. ก่อนจะเก็บเตารีดควรรอให้ตัวเตารีดเย็นลงเสียก่อน แล้วจึงเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้านิ่ม ๆ 2. เพื่อป้องกันไฟฟ้าช๊อต ไม่ควรให้น้ำหรือของเหลวอย่างอื่นเข้าไปในตัวเตารีด 3. ไม่ควรวางเตารีดลงบนวัตถุที่แข็ง, ขรุขระเพราะจะทำให้เตารีดเป็นร้อยได้ ข้อควรระมัดระวังในการใช้ การใช้เตารีดควรใช้อย่างระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย ควรปฏิบัติดังนี้ 1. ก่อนเสียบปลั๊กหรือถอดควรปิดเตารีดเสียก่อน แล้วจึงปลดปลั๊กเตารีดออก และควรจับที่หัวปลั๊ก เวลาดึงออก อย่าใช้วิธีดึงสายเตารีด 2. ควรปลดปลั๊กเตารีดออกทุกครั้งเมื่อเลิกใช้หรือขณะที่ไปทำธุระอื่น และอย่าเสียบปลั๊กเตารีดทิ้ง ไว้โดยเด็ดขาด 3. เมื่อสายไฟฟ้าหรือชิ้นส่วนอื่น ๆ ชำรุด ควรนำเตารีดไปให้ช่างตรวจเช็คและซ่อมแซมเสียก่อน ตามวิธีที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันอันตรายอันเกิดจากไฟฟ้าช๊อต 4. ขณะที่ใช้เตารีดควรระมัดระวังอย่าให้เด็กอยู่ใกล้บริเวณที่กำลังใช้เตารีดอยู่ 5. ในกรณีที่จะต้องรีดผ้าใยสังเคราะห์ ควรทดลองรีดบริเวณที่ไม่สำคัญเสียก่อน เพื่อป้องกันการ เสียหายที่จะเกิดขึ้น 6. อย่าสัมผัสผิวเตารีดในขณะที่เตารีดยังร้อนอยู่เพราะจะทำให้ผิวหนังเกิดการพองไหม้ได้ *****เตารีดล้ำอนาคต**** แน่นอนครับ อะไรที่ดูล้ำอนาคตผมเอามาฝากกันอย่างแน่นอนครับครับผ ม วันนี้ขอเสนอเตารีดสุดแนวจาก Goowoon Jeong ที่สามารถปรับความร้อนได้โดยตรง ยกตัวอย่างเช่นเมื่อเรารีดเสื้อผ้าไหม เตารีดจะปรับความร้อนโดยการลดความร้อนให้โดยอัตโนมัต ิ และสีของเตารีดจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู และหากเตารีดกำลังปรับความร้อนให้มากขึ้น ตัวเตารีดก็จะเปลี่ยนสีเป็นแดงเข้มขึ้น เรียกได้ว่าเตารีดของเราจะปรับเปลี่ยนความร้อนให้เอง พร้อมเปลี่ยนสีให้โดยอัตโนมัตินั่นเอง เจ๋งมากมาย >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> ลองอ่านดูนะ ไม่เข้าใจหรือตอ้งการรัยเพิ่มถามมากได้นะ

ความคิดเห็นที่ 69

18 ก.ย. 2552 09:23
  1. อยากรู้โครงสร้างของเตารีดค่ะ จะเอาไปทำงาน


ความคิดเห็นที่ 71

2 ก.ย. 2553 18:04
  1. ได้ยินว่า เตารีดทำงานด้วยหลักการ [ทดลองการสร้างความร้อนนะ] ต่อวงจร คือ ถ่าน สายไฟ ตัวต้านทาน ต่อกันเป็นวงจร ยิ่งตัวต้านทานมีความต้านทานเยอะ ก็ยิ่งสร้างความร้อนเยอะ [แต่เปลืองไฟ] อันนี้ไม่แน่ใจ่าเป็นหลักการจริงรึเปล่า จาก เด็ก ป.5 ผู้ชอบวิทยาศาสตร์

ความคิดเห็นที่ 72

24 ก.ย. 2553 05:21
  1. ตอบเด็ก ผู้ชอบวิทยาศาสตร์ เตารีดเกิดความร้อนจากการปล่อยให้ไฟฟ้าวิ่งผ่านตัวต้านทาน(ผังอยู่บริเวณแผ่นหน้าเตารีดที่ทาบลงบนเสื้อผ้า) ตัวต้านทานที่ว่า มีค่าความต้านทานที่น้อย ทำให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้มากจึงทำให้เกิดความร้อน กระแสไหลได้มากค่าไฟฟ้าก็จะมากตามถูกต้องแล้วครับ.....

ความคิดเห็นที่ 73

19 มิ.ย. 2554 22:09
  1. Ooops, the page you are looking for could not be found. This could be because: The URL (web page address) that you have typed in is not correct. Please check the address. The page may have been moved or been deleted. The page does not exist. There may be an error on the BBC Schools website. To find what you're looking for try one of the areas listed on the left hand side of this page or try using the search on the top right corner of this page. You may also find what you're looking for in one of these places: Schools homepage The full range of the learning resources available from BBC Schools. Primary - 4-11 Years homepage Educational websites and interactive games for the 4-11 year olds. Secondary - 11- 16 Years homepage Learning resources including GCSE Bitesize. 16+ homepage AS and A2 level help from AS Guru, message boards and SOS Teacher. Schools A-Z The complete A-Z listing of all of the BBC Schools websites listed by website name, subject or topic. If you're entirely sure that there is a problem with our website, please report it via the feedback form which you can get to from the bottom of our contact us page.

ความคิดเห็นที่ 74

NpEd
19 มิ.ย. 2554 22:55
  1. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 2 เม.ย. 2551 (00:35)คงจะกลัวคนแย่งตอบ  พิมพ์ผิดพิมพ์ถูกจะแก้ให้ก็แก้ไม่ได้เสียด้วย


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น