รังสีตกกระทบและรังสีสะท้อนสอนคุณธรรม

เมื่อตอนที่พี่ไผ่หน้าดำคร่ำเครียดอยู่กับการทำวิทยานิพนธ์ จนแทบจะสำลักความเครียดตายนั้น ญาติมิตรจะอาศัยไหวัวานอะไร ก็ให้รู้สึกว่าเป็นการรบกวน เหมือนคนไร้น้ำใจ

ช่วงนั้นเอง "น้องน้อย" เพื่อนสนิทของพี่ไผ่ ซึ่งอยู่ต่างจังหวัดแสนไกล ก็มาขอให้พี่ไผ่ช่วยจัดการเรื่องการสมัครสอบเรียนต่อให้ นับตั้งแต่การซื้อใบสมัคร การสมัคร ดูสถานที่สอบ ดูรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ หาที่พักให้ ส่งข่าวให้เป็นระยะ ๆ ไปรับ ไปส่ง ทุกครั้งที่เข้ากรุงเทพฯ แจ้งผลการสอบข้อเขียน การสอบสัมภาษณ์ รายละเอียดต่าง ๆ ในการรายงานตัว ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่ต้องรีบแจ้งให้ทราบทางโทรศัพท์ทางไกลทั้งสิ้น ซึ่งสิ้นเปลืองค่าโทรศัพท์มาก และหาตัวน้องน้อยยากด้วย ต้องโทรตั้งหลายครั้ง ตอนนั้นพี่ไผ่และน้องน้อยยังไม่มีโทรศัพท์มือถือ  ข่าวว่าตั้งแต่ประกาศผลว่าน้องน้อยสอบได้ ผอ. ก็อนุญาตให้น้องน้อยลาเพื่อเตรียมตัวเกี่ยวกับการรายงานตัวเข้าเรียนไม่ต้องไปโรงเรียนอีกแล้ว แทนที่น้องน้อยจะอยู่คอยรับโทรศัพท์จากพี่ไผ่ แต่กลับวิ่งไปโน่นมานี่ วัน ๆ ไม่ได้อยู่ติดบ้านเลย ซึ่งเรื่องนี้พี่ไผ่รู้สึกน้อยใจและเกิดความรู้สึกขัดแย้งมาก แฟนน้องน้อยก็ได้ดุน้องน้อยว่า พี่ไผ่เขาช่วยเหลือเธอ เธอควรจะตอบแทนด้วยการอยู่ให้พี่ไผ่ช่วยได้สะดวกหน่อย ไม่ใช่วัน ๆ เอาแต่ตะลอน ๆ ไปช่วยคนนั้นคนนี้ น้องน้อยตอบว่า

"นี่แหละ ก็เพราะฉันเที่ยวช่วยคนอื่น พี่ไผ่เขาถึงได้ช่วยฉันไง"

คำตอบของเขา ทำให้พี่ไผ่นึกไปถึงเรื่องรังสีตกกระทบและรังสีสะท้อนทันที และสามารถขจัดความรู้สึกขัดแย้งและความน้อยใจไปได้เป็นปลิดทิ้ง รู้สึกว่าได้ยกระดับจิตใจของตนเองขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง เกิดความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ว่า

A ช่วย B แต่ B อาจจะไปช่วย C

ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาตามธรรมชาติดังภาพรังสีตกกระทบและรังสีสะท้อนข้างล่างนี้


จะมีเพียงกรณีเดียวเท่านั้นที่รังสีสะท้อนจะย้อนรอยเดิมของรังสีตกกระทบ คือ กรณีที่รังสีตกกระทบตั้งฉากกับแนวระนาบที่จุดตกกระทบเท่านั้น กรณีอื่น ๆ ล้วนแต่สะท้อนไปในแนวที่ไม่ย้อนแนวเดิมทั้งสิ้น !
ขอเชิญชวนท่านอื่น ๆ ที่มีประสบการณ์ในทำนองนี้ ส่งเรื่องของท่านมาแลกเปลี่ยนกันด้วยค่ะ
---------------------------------------------------------------
หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ถูกโพสต์ครั้งแรกไว้บน วิชาการ.คอม เมื่อ วันที่ 5 มิ.ย. 2544 และ ถูกย้ายเข้าระบบใหม่เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2548

26 ต.ค. 2548 16:36
22 ความเห็น
23642 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1 โดย ครูไผ่




บางครั้งเราก็ทำบทบาทในตำแหน่ง A

(ช่วยคนอื่น)



แต่บางครั้งเราก็อยู่ที่ตำแหน่ง B

(ได้รับความช่วยเหลือจากคนหนึ่ง แล้วไปช่วยคนอื่นต่อ)



และบางครั้งเราก็อยู่ที่ตำแหน่ง C

(ได้รับผลบุญที่สะท้อนมาจากคนอื่นโดยรู้ตัวผู้สะท้อน หรือไม่รู้ตัวผู้สะท้อนก็มี)



คนเราที่ได้ดิบได้ดี อยู่ดีกินดีอยู่ทุกวันนี้นั้น

นอกจากจะได้มาจากการพึ่งตนเองแล้ว

ส่วนหนึ่งเราได้จากผู้ส่งเสริมสนับสนุนเรา ซึ่งเป็นผู้ที่เรารู้จัก

และยังมีอีกส่วนหนึ่งที่อุปถัมภ์ค้ำชูเราอยู่โดยที่เราไม่ตระหนักรู้ค่ะ
26 ต.ค. 2548 22:15


ความคิดเห็นที่ 14 โดย นพบุราดิศร

เข้ามาอ่านแล้วทำให้คิดอะไรได้หลายอย่างเลยครับ
12 ก.พ. 2551 23:01


ความคิดเห็นที่ 15 โดย ครูไผ่

ช่วยเล่าสิ่งที่คิดได้ให้ฟังด้วยค่ะ

13 ก.พ. 2551 01:17


ความคิดเห็นที่ 19 โดย แขชนะ

4 มี.ค. 2551 17:48


ความคิดเห็นที่ 20 โดย ครูไผ่

หากเราไม่ขังตัวเองไว้ในคอกวิชาใดวิชาหนึ่ง  เราสามารถได้รับประโยชน์อย่างไม่จำกัดจากความรู้ข้ามสาขาค่ะ

13 ก.ย. 2552 11:36


ความคิดเห็นที่ 21 โดย พิทยา

พูดถึง "พระจันทร์" เลยเข้ามาขอคิดด้วยคน ฮิฮิ


ปกติพระจันทร์จะได้รับแสงจากดวงอาทิตย์และสะท้อนแสงออกมาเหมือน ๆ(เท่า ๆ) กันทุกขณะเวลา แต่ในรอบ 1 เดือนเราจะเห็นพระจันทร์ไม่เห็นทมือนกันเลยในแต่ละวัน บางวันมืดทั้งดวง บางวันสว่างเป็นเสี้ยวนิดเดียว บางวันสว่าถึงครึ่งดวง บางวันสว่างเต็มดวง ขึ้นอยูกับตำแหน่งของดวงจันทร์ที่เรามองเห็น


ฉันใดฉันนั้น ของสิ่ง(เรื่อง ๆ)เดียวกัน คนแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเห็นเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และสภาวะแวดล้อมของแต่ละคน


คนที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดเป็นบวกจะเห็นโอกาสในวิกฤติ

คนที่อ่อนประสบการณ์ ยึดติดกับกรอบอย่างเคร่งครัด อาจเห็นแต่ปัญหาและอุปสรรคในวิกฤติ
14 ก.ย. 2552 21:24


ความคิดเห็นที่ 22 โดย ครูไผ่

ค่ะ เหมือนกาพย์ที่ว่า

  สองคนยลตามช่อง   คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม   
คนสองตาแหลมคม    เห็นดวงดาวอยู่พราวพราย

15 ก.ย. 2552 00:57

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น