|
วัตถุดำ
โพสต์เมื่อ:
13:03 วันที่ 27 ต.ค. 2548 ชมแล้ว:
4,106
ตอบแล้ว:
24
ทำไมเอาของสีดำไปวางกลางแดด แล้วลองจับดูมันร้อนอ่ะครับ
ไม่ใช่วัตถุดำมันดูดความร้อนหรือครับ จำนวน 24 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2| ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 27 ต.ค. 2548 (13:10) เอาอะไรไปวางตากแดด ก็ร้อนทั้งนั้นหนะครับ ... ชาวบ้านตาดำ ๆ (IP:131.217.6.7,131.217.41.161,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 27 ต.ค. 2548 (13:34) มันร้อนเป็นพิเศษไง...ทั้งๆที่มันต้องดูดความร้อนไม่ใช่หรอครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 27 ต.ค. 2548 (14:09) มันดูความร้อนจริงๆแหละครับ แล้วก็คงต้องมีความร้อนเก็บไว้กับตัววัตถุแน่ๆ แต่ที่เมื่อเราไปจับเข้าแล้วรู้สึกร้อน ก็คงเป็นเพราะการไปจับวัตถุนั้นเป็นการทำให้เกิดการถ่ายเทความร้อนจากวัตถุมาสู่ผิวสัมผัสของเรา หรือเปล่านะ ผ่านมาหน่อยเดียว (IP:202.29.44.30,192.168.1.100,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 28 ต.ค. 2548 (09:50) ก็วัตถุดำ ไม่ได้ดูดความร้อนดีอย่างเดียว แต่มีความสามารถ ทั้งในการดูดและปลดปล่อยพลังงาน ได้เกือบสมบูรณ์ครับ.. ชาวบ้านตาดำ ๆ (IP:131.217.6.7,131.217.41.161,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 28 ต.ค. 2548 (11:39) thanks a lot. วัตถุสีดำ คือวัตถุที่ถูกแสงแล้วไม่สะท้อนแสงออกจากตัว มันจึงดูดพลังงานแสงไว้ในตัวได้เร็วกว่าวัตถุสีอ่อนหรือสีขาว ทำให้มันมีอุณหภูมิสูงขึ้นเร็วกว่า เมื่อมันมีอุณหภูมิสูงกว่า เราสัมผัสก็จะรู้สึกว่าร้อนมากกว่าด้วย เพราะอัตราการถ่ายโอนความร้อนจากวัตถุมาสู่มือนั้น ขึ้นกับความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิ เมื่อมีความแตกต่างมาก อัตราการส่งผ่านความร้อนก็จะมากกว่า ทำให้รู้สึกว่าร้อนมากกว่าครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 8 พ.ย. 2548 (10:27) วัตถุดำไม่ใช่วัตถุที่มีสีดำอย่างที่เข้าใจกันแต่เป็นวัตถุในอุดมคติที่สามารถดูดกลืนพลังงานหรือแผ่รังสีได้อย่างสมบูรณ์ ครูฟิสิกส์ (IP:61.19.114.178,192.168.10.160,) อย่างนี้ เราจะถือว่าวัตถุสีดำเป็น approximation ของวัตถุดำได้ไหมครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 27 พ.ย. 2548 (17:09) วัตถุดำมีคุณสมบัติพิเศษครับ คือดูดกลืนพลัีงงานทุกชนิด และไม่สะท้อนรังสีทุกคลื่นความถี่ด้วยครับ และเนื่องจากในแสงอาทิตย์มีรังสีอุตราไวโอเลต ดังนั้นเมื่อคุณเอาวัตถุดำไปวางไว้กลางแดด มันจึงเกิดการดูดกลืนรังสีอุตราไวโอเลตเข้าไป จึงทำให้เกิดความร้อนขึ้นครับ และเมื่อวางตากแดดไปเรื่อย ๆ ก็จะมีการสะสมพลังงานของวัตถุดำทำให้้ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ต้อมคับ (IP:203.113.51.164,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 29 พ.ย. 2548 (22:26) ที่งงก็คือทำไมเรารู้สึกร้อนครับ ทำไมไม่รู้สึกเย็น ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 30 พ.ย. 2548 (15:03) ก็อาจเป็นเพราะว่าคุณเป็นวัตถุดำมั่ง คุณถึงได้สามารถดูดกลืนความร้อนได้(อ่ะ ล้อเล่น) แป๊บ1 (IP:202.129.45.37,192.168.1.228,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 30 พ.ย. 2548 (20:23) คห.10 การที่เรารู้สึกร้อน เพราะว่า "วัตถุที่เราจับ" มีอุณหภูมิสูงกว่าที่มือเรา "ความร้อน"จากวัตถุก็เลยถ่ายทอดมายัง"มือเรา" เสริม ถ้าวัตถุมีความรู้สึก วัตถุก็จะรู้สึกเย็น ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 30 พ.ย. 2548 (20:30) สิ่งที่วัตถุดำต้องมีด้วยคือ มีสมบัติของ thermal equilibrium ด้วยครับ คนผ่านมา (IP:203.155.14.4,,) น้องบิกคงคิดว่า เมื่อมันดูดความร้อนแล้วควรจะดึงความร้อนจากมือเรา ทำให้รู้สึกเย็น วัตถุดำ เมื่อเป็นตัวรับพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มันจะรับได้ 100 % เมื่อเป็นตัวปล่อยพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า มันจะปล่อยได้ 100 % เมื่อเอาไปตากแดด วัตถุดำจะรับพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้ตัวมันร้อนขึ้น จนถึงจุดสมดุล (มีการคายความร้อน เนื่องจากลมพัด ถ่ายโอนให้สิ่งอื่น) ทำให้มีอุณหภูมิคงที่ แต่ก็สูงกว่ามือคน เมื่อเอามือไปแตะเราจึงรู้สึกร้อน ในกรณีปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า วัตถุดำจะถูกทำให้ร้อนจัด (ใช้โลหะพลาสตินัมเป็นวัตถุดำ) จากนั้นวัดค่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เปล่งออกมา มาเขียนกราฟเป็น Blackbody radiation ที่น่าสนใจคือตัวมนุษย์สามารถปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ ซึ่งเป็นรังสีอินฟราเรดที่ความยาวคลื่นยาวมาก ๆ ต้องใช้เครื่องมือพิเศษวัดแล้วอ่านออกมาเป็นอุณหภูมิของร่างกาย ดังที่ใช้ในการตรวจโรค SARS ไม่ต้องให้เครื่องมือสัมผัสกับตัวคน ดังนั้นพอกล่าวได้ว่าตัวคน (ที่ยังไม่ตาย) เป็นวัตถุดำที่สามารถปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ ฟลิ้นท์ (IP:202.29.77.2,,) วัตถุที่จะเป็นวัตถุดำนั้นจะต้องมีอุณหภูมิศูนย์องศาสัมบูรณ์ โดยมีการดูดกลืนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ทุกความถี่ และปล่อยออกมาแบบต่อเนื่องนะครับคือรับมาเท่าใดก็ปล่อยออกเท่านั้น เช่นดวงอาทิตย์ (จากที่ผมอ่านมา)สาเหตุที่วัตถุสีดำของคุณร้อนอาจเป็นเพราะได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์แต่ไม่ได้ถ่ายเทให้กับสิ่งแวดล้อมหรือถ่ายเทให้ไม่หมดเราจึงรู้สึกว่าวัตถุนั้นร้อน romio_150@hotmail.com (IP:202.29.20.91) ดวงอาทิตย์ ถือว่าเป็น วัตถุดำไหมครับ katesadas@hotmail.com (IP:137.153.16.11) ดวงอาทิตย์ถือเป็นวัตถุดำครับ แต่เนื่องจากโลกมีชั้นบรรยากาศ การวัดค่าพลังงานของแสงอาทิตย์กับความถี่ที่กระทำบนผิวโลก จึงมีหลายช่วงที่ถูกดูดกลืนโดยบรรยากาศของโลก ถ้าจะวัดค่าให้ถูกต้อง ต้องขึ้นไปในอวกาศ เดี๋ยวนี้ เครื่องวัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัส non-contact thermometer หรือ infrared thermometer มีขายในไทยกันมากมาย ซึ่งใช้หลักการของวัตถุที่จะวัดเป็นวัตถุดำที่ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา สำหรับร่างกายคนปล่อย very far infrared ออกมาครับ sensor ที่ใช้วัดต้องเหมาะกับความถี่ช่วงนี้เท่านั้น จะใช้ infrared sensor ทั่วไปไม่ได้ ฟลิ้นท์ (IP:202.29.77.2) กำ ไม่ใช่ๆนะครับ เเยกให้ดี วัตถุดำ ในอวกาศครับ เป็นวัตถุที่ไม่สามารถมองเห็นได้ เพียงเเค่ตรวจสอบได้ เนื่องจาจะไม่ทำปฎิกิริยากับคลื่นทุกความถี่ทำให้คลื่นไหลผ่านมันไปโดยไม่สะท้อนครับ กับ วัตถุสีดำ ก็คือวัตถุใดๆที่มีสีดำ ดูดกลืนพลังงเเละคลื่อนทุกความถี่ที่เรามองเห็น(เเค่ดูดกลืนที่เรามองเห็นก็เป็นสีดำเเล้ว ไม่ต้องดูดกลืนทั้งหมด) -- -- ดวงอาทิตย์ไม่ใช่วัตถุดำนะครับ - - ที่คุณ Palmz กล่าวมา ผมคิดว่าน่าจะหมายถึงหลุมดำมากกว่าวัตถุดำ หลุมดำ ตรงกับคำว่า black hole วัตถุดำ ตรงกับคำว่า black body เรื่องราวของหลุมดำ คุณหาอ่านได้จากเว็บวิชาการนี้ เขียนโดยคุณ "พวงร้อย" ถ้าผมหาลิ้งค์พบ จะเอามาฝากครับ ส่วนวัตถุสีดำ ก็เป็นอย่างที่คุณ Palmz กล่าวไว้ข้างต้นนั้น ผมเห็นด้วยครับ แต่... ....แต่วัตถุดำหรือ black body เป็นอีกอย่าง วัตถุดำ เป็นวัตถุที่ไม่สะท้อนแสงหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ตกกระทบตัวมันตรง ๆ แต่มันจะแผ่พลังงานออกมา ซึ่งอัตราส่วนของการแผ่พลังงานในสเป็กตรัมย่านต่าง ๆ นั้น ขึ้นกับอุณหภูมิของวัตถุ การที่มันแผ่พลังงานแสงออกมาได้ ก็หมายความว่าเราสามารถมองเห็นมันเป็นสีต่าง ๆ ได้ ไม่เหมือนหลุมดำหรือวัตถุสีดำที่เรามองไม่เห็น ที่จริงแล้ว วัตถุดำตามทฤษฎี อาจไม่มีอยู่ก็ได้ หรือมีแต่ผมไม่ทราบเพราะรู้ไม่มากนัก แต่เราก็จะสามารถประมาณว่าวัตถุบาชนิดเป็นวัตถุดำได้ หากว่ามันได้รับพลังงานมากกว่าพลังงานที่มันสะท้อนออกไปตรง ๆ มากหลาย ๆ เท่า อน่างเช่นดวงอาทิตย์ หรือหลอดไฟไส้ทังสเตน ผมก็ถือว่าเป็นวัตถุดำทั้งที่มันไม่ได้มีสีดำ... |