วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
วัตถุดำ
โพสต์เมื่อ: 13:03 วันที่ 27 ต.ค. 2548         ชมแล้ว: 4,349 ตอบแล้ว: 24
ทำไมเอาของสีดำไปวางกลางแดด แล้วลองจับดูมันร้อนอ่ะครับ
ไม่ใช่วัตถุดำมันดูดความร้อนหรือครับ

(*-*)...βĬĠZ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 77 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 24 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 28 ต.ค. 2548 (11:39)
thanks a lot.
(*-*)...βĬĠZ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 77 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 28 ต.ค. 2548 (14:39)
วัตถุสีดำ คือวัตถุที่ถูกแสงแล้วไม่สะท้อนแสงออกจากตัว
มันจึงดูดพลังงานแสงไว้ในตัวได้เร็วกว่าวัตถุสีอ่อนหรือสีขาว
ทำให้มันมีอุณหภูมิสูงขึ้นเร็วกว่า

เมื่อมันมีอุณหภูมิสูงกว่า เราสัมผัสก็จะรู้สึกว่าร้อนมากกว่าด้วย
เพราะอัตราการถ่ายโอนความร้อนจากวัตถุมาสู่มือนั้น ขึ้นกับความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิ
เมื่อมีความแตกต่างมาก อัตราการส่งผ่านความร้อนก็จะมากกว่า ทำให้รู้สึกว่าร้อนมากกว่าครับ
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12847 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 8 พ.ย. 2548 (10:27)
วัตถุดำไม่ใช่วัตถุที่มีสีดำอย่างที่เข้าใจกันแต่เป็นวัตถุในอุดมคติที่สามารถดูดกลืนพลังงานหรือแผ่รังสีได้อย่างสมบูรณ์
ครูฟิสิกส์ (IP:61.19.114.178,192.168.10.160,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 8 พ.ย. 2548 (15:31)
อย่างนี้ เราจะถือว่าวัตถุสีดำเป็น approximation ของวัตถุดำได้ไหมครับ
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12847 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 27 พ.ย. 2548 (17:09)
วัตถุดำมีคุณสมบัติพิเศษครับ
คือดูดกลืนพลัีงงานทุกชนิด
และไม่สะท้อนรังสีทุกคลื่นความถี่ด้วยครับ
และเนื่องจากในแสงอาทิตย์มีรังสีอุตราไวโอเลต
ดังนั้นเมื่อคุณเอาวัตถุดำไปวางไว้กลางแดด
มันจึงเกิดการดูดกลืนรังสีอุตราไวโอเลตเข้าไป
จึงทำให้เกิดความร้อนขึ้นครับ
และเมื่อวางตากแดดไปเรื่อย ๆ ก็จะมีการสะสมพลังงานของวัตถุดำทำให้้ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ครับ
ต้อมคับ (IP:203.113.51.164,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 29 พ.ย. 2548 (22:26)
ที่งงก็คือทำไมเรารู้สึกร้อนครับ ทำไมไม่รู้สึกเย็น
(*-*)...βĬĠZ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 77 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 30 พ.ย. 2548 (15:03)
ก็อาจเป็นเพราะว่าคุณเป็นวัตถุดำมั่ง คุณถึงได้สามารถดูดกลืนความร้อนได้(อ่ะ ล้อเล่น)
แป๊บ1 (IP:202.129.45.37,192.168.1.228,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 30 พ.ย. 2548 (20:23)
คห.10 การที่เรารู้สึกร้อน เพราะว่า "วัตถุที่เราจับ" มีอุณหภูมิสูงกว่าที่มือเรา "ความร้อน"จากวัตถุก็เลยถ่ายทอดมายัง"มือเรา" เสริม ถ้าวัตถุมีความรู้สึก วัตถุก็จะรู้สึกเย็น
deathspirit เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2542 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 235 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 30 พ.ย. 2548 (20:30)
สิ่งที่วัตถุดำต้องมีด้วยคือ มีสมบัติของ thermal equilibrium ด้วยครับ
คนผ่านมา (IP:203.155.14.4,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 1 ธ.ค. 2548 (09:00)
น้องบิกคงคิดว่า เมื่อมันดูดความร้อนแล้วควรจะดึงความร้อนจากมือเรา ทำให้รู้สึกเย็น

วัตถุดำ เมื่อเป็นตัวรับพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มันจะรับได้ 100 % เมื่อเป็นตัวปล่อยพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า มันจะปล่อยได้ 100 %

เมื่อเอาไปตากแดด วัตถุดำจะรับพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้ตัวมันร้อนขึ้น จนถึงจุดสมดุล (มีการคายความร้อน เนื่องจากลมพัด ถ่ายโอนให้สิ่งอื่น) ทำให้มีอุณหภูมิคงที่ แต่ก็สูงกว่ามือคน เมื่อเอามือไปแตะเราจึงรู้สึกร้อน

ในกรณีปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า วัตถุดำจะถูกทำให้ร้อนจัด (ใช้โลหะพลาสตินัมเป็นวัตถุดำ) จากนั้นวัดค่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เปล่งออกมา มาเขียนกราฟเป็น Blackbody radiation

ที่น่าสนใจคือตัวมนุษย์สามารถปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ ซึ่งเป็นรังสีอินฟราเรดที่ความยาวคลื่นยาวมาก ๆ ต้องใช้เครื่องมือพิเศษวัดแล้วอ่านออกมาเป็นอุณหภูมิของร่างกาย ดังที่ใช้ในการตรวจโรค SARS ไม่ต้องให้เครื่องมือสัมผัสกับตัวคน ดังนั้นพอกล่าวได้ว่าตัวคน (ที่ยังไม่ตาย) เป็นวัตถุดำที่สามารถปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้
ฟลิ้นท์ (IP:202.29.77.2,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 12 ม.ค. 2550 (12:09)
วัตถุที่จะเป็นวัตถุดำนั้นจะต้องมีอุณหภูมิศูนย์องศาสัมบูรณ์ โดยมีการดูดกลืนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ทุกความถี่ และปล่อยออกมาแบบต่อเนื่องนะครับคือรับมาเท่าใดก็ปล่อยออกเท่านั้น เช่นดวงอาทิตย์ (จากที่ผมอ่านมา)สาเหตุที่วัตถุสีดำของคุณร้อนอาจเป็นเพราะได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์แต่ไม่ได้ถ่ายเทให้กับสิ่งแวดล้อมหรือถ่ายเทให้ไม่หมดเราจึงรู้สึกว่าวัตถุนั้นร้อน
romio_150@hotmail.com (IP:202.29.20.91)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 7 ก.ค. 2550 (04:52)
ดวงอาทิตย์ ถือว่าเป็น วัตถุดำไหมครับ
katesadas@hotmail.com (IP:137.153.16.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 9 ก.ค. 2550 (07:09)
ดวงอาทิตย์ถือเป็นวัตถุดำครับ แต่เนื่องจากโลกมีชั้นบรรยากาศ การวัดค่าพลังงานของแสงอาทิตย์กับความถี่ที่กระทำบนผิวโลก จึงมีหลายช่วงที่ถูกดูดกลืนโดยบรรยากาศของโลก ถ้าจะวัดค่าให้ถูกต้อง ต้องขึ้นไปในอวกาศ

เดี๋ยวนี้ เครื่องวัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัส non-contact thermometer หรือ infrared thermometer มีขายในไทยกันมากมาย ซึ่งใช้หลักการของวัตถุที่จะวัดเป็นวัตถุดำที่ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา สำหรับร่างกายคนปล่อย very far infrared ออกมาครับ sensor ที่ใช้วัดต้องเหมาะกับความถี่ช่วงนี้เท่านั้น จะใช้ infrared sensor ทั่วไปไม่ได้
ฟลิ้นท์ (IP:202.29.77.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 9 ก.ค. 2550 (22:20)
กำ ไม่ใช่ๆนะครับ

เเยกให้ดี

วัตถุดำ ในอวกาศครับ เป็นวัตถุที่ไม่สามารถมองเห็นได้ เพียงเเค่ตรวจสอบได้ เนื่องจาจะไม่ทำปฎิกิริยากับคลื่นทุกความถี่ทำให้คลื่นไหลผ่านมันไปโดยไม่สะท้อนครับ


กับ วัตถุสีดำ ก็คือวัตถุใดๆที่มีสีดำ ดูดกลืนพลังงเเละคลื่อนทุกความถี่ที่เรามองเห็น(เเค่ดูดกลืนที่เรามองเห็นก็เป็นสีดำเเล้ว ไม่ต้องดูดกลืนทั้งหมด) -- --

ดวงอาทิตย์ไม่ใช่วัตถุดำนะครับ - -
Palmz เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 163 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 10 ก.ค. 2550 (14:12)
ที่คุณ Palmz กล่าวมา ผมคิดว่าน่าจะหมายถึงหลุมดำมากกว่าวัตถุดำ

หลุมดำ ตรงกับคำว่า black hole
วัตถุดำ ตรงกับคำว่า black body

เรื่องราวของหลุมดำ คุณหาอ่านได้จากเว็บวิชาการนี้ เขียนโดยคุณ "พวงร้อย"
ถ้าผมหาลิ้งค์พบ จะเอามาฝากครับ


ส่วนวัตถุสีดำ ก็เป็นอย่างที่คุณ Palmz กล่าวไว้ข้างต้นนั้น ผมเห็นด้วยครับ
แต่...
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12847 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 10 ก.ค. 2550 (14:18)
....แต่วัตถุดำหรือ black body เป็นอีกอย่าง
วัตถุดำ เป็นวัตถุที่ไม่สะท้อนแสงหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ตกกระทบตัวมันตรง ๆ
แต่มันจะแผ่พลังงานออกมา ซึ่งอัตราส่วนของการแผ่พลังงานในสเป็กตรัมย่านต่าง ๆ นั้น
ขึ้นกับอุณหภูมิของวัตถุ
การที่มันแผ่พลังงานแสงออกมาได้ ก็หมายความว่าเราสามารถมองเห็นมันเป็นสีต่าง ๆ ได้ ไม่เหมือนหลุมดำหรือวัตถุสีดำที่เรามองไม่เห็น

ที่จริงแล้ว วัตถุดำตามทฤษฎี อาจไม่มีอยู่ก็ได้ หรือมีแต่ผมไม่ทราบเพราะรู้ไม่มากนัก
แต่เราก็จะสามารถประมาณว่าวัตถุบาชนิดเป็นวัตถุดำได้ หากว่ามันได้รับพลังงานมากกว่าพลังงานที่มันสะท้อนออกไปตรง ๆ มากหลาย ๆ เท่า
อน่างเช่นดวงอาทิตย์ หรือหลอดไฟไส้ทังสเตน ผมก็ถือว่าเป็นวัตถุดำทั้งที่มันไม่ได้มีสีดำ...
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12847 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 10 ก.ค. 2550 (14:37)
ไม่ว่าดวงอาทิตย์จะสะท้อนแสงได้ดีหรือไม่ก็ตาม แต่แสงที่มากระทบดวงอาทิตย์นั้นน้อยกว่าแสงที่เปล่งออกมาจากดวงอาทิตย์อย่างเทียบกันไม่ได้
จึงถือได้ว่าว่าดวงอาทิตย์เป็นวัตถุดำที่ดี
และการถือเช่นนี้ ทำให้เรา(ไม่ใช่ผมหรอกครับ ) ทราบได้ว่าดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิเท่าใด
และแม้กระทั่งดวงดาวที่อยู่ไกลออกไปหลายร้อยปีแสงที่เราสามารถศึกษาสเป็คตรัมของดวงดาวได้ เราก็สามารถระบุอุณหภูมิของดาวได้เช่นเดียวกัน(คงไม่มีใครคิดว่า เอาเทอร์โมมิเตอรไปวัดว่าดาวอุณหภูมิเท่าใดกันแน่นะครับ)
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12847 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 849 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 13 ก.ค. 2550 (11:31)
การวัดอุณหภุมิโดยไม่ต้องสัมผัสกับวัตถุ

บางครั้งเราอาจต้องการวัดอุณหภูมิที่สูงมาก และไม่สะดวกที่จะใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือชนิดใดสอดเข้าไปได้ เช่น ในเตาหลอมโลหะ เพราะโลหะหรือเครื่องมืออาจจะหลอมละลายไปด้วย (อุณหภูมิ สูงกว่า 1000 degree-C) ยกเว้นพวก thermo-couple ที่ออกแบบให้วัดอุณหภูมิสูงมาก ๆ

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงต้องมีวิธีวัดอุณหภูมิแบบอ้อม (Indirect thermometer) โดยการใช้ pyrometer

มีการนำ pyrometer ไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมมาก เพราะในโรงงานที่ต้องใช้เตาเผา เช่น โรงงานหลอมโลหะ โรงงานผลิตแก้ว กระจก โรงงานผลิตกระเบื้อง ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ใช้เตาเผาที่มีอุณหภูมิสูงมาก ต้องใช้การวัด อุณหภูมิแบบ pyrometer ซึ่งจะเริ่มวัดได้เมื่อเตาเผามีอุณหภูมิสูงกว่า 600 องศา C ขึ้นไป

ในยุคโลหะมีการหลอมโลหะ เพื่อทำอาวุธ ภาชนะ เครื่องมือต่าง ๆ ช่างโลหะจะเป็นผู้ควบคุมให้อุณหภูมิของแท่งเหล็กที่ร้อนจัด ให้มีค่าตรงตามต้องการแล้วจึงลงมือตีเป็นรูปร่างต่าง ๆ โดยการสังเกตสีของแท่งเหล็กที่ร้อนจัด สีที่ใช้มีตั้งแต่แดงแสด แดง นับเป็นหลักการเบื้องต้นของ optical pyrometer เพียงแต่เขาไม่ทราบค่าจริงของอุณหภูมิ

นอกจากช่างตีดาบแล้ว พวกช่างเททองทำพระพุทธรูปก็ใช้หลักการดูสีของโลหะที่กำลังหลอมละลายอยู่ว่ามีอุณหภูมิพอเหมาะหรือยัง ช่างที่ทำจนชำนาญไม่มีการวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์นอกจากจะใช้การดูสีของโลหะร้อนเท่านั้น

การวัดอุณหภูมิของผิวดาวฤกษ์ ก็สามารถทำได้โดยใช้หลักการเช่นนี้ เพราะการส่งพลังงานในรูปคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของวัตถุร้อนนั้น สามารถคิดเป็น Blackbody radiation
ฟลิ้นท์ (IP:202.29.77.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 9 ต.ค. 2550 (12:34)
ได้ความรู้มากมายครับ

ขอบคุณครับ
Tanmodify เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 690 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 249 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 11 มิ.ย. 2551 (22:33)
จะทำโครงงานเกี่่ยวกับการดูดความร้อนของสีดำ แต่ไม่ค่อยมีข้อมูล ใครมีช่วยหน่อยนะ
keaw9-99@hotmail.com (IP:118.174.150.50)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Hot Links

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.