อยากรู้เรื่อง เมตามอร์ฟอซิสครับ

ช่วยทีครับ

ขอบคุณล่วงหน้า
29 ต.ค. 2548 12:47
34 ความเห็น
29754 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1  โดย ครู...ชิต

เป็นคนที่ผอม ทานอาหารมากเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนสมใจ ทางที่ดีทานอาหารที่เป็นประโยชน์ ประกอบกับออกกำลังกายแต่พอเหมาะเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างกล้ามเนื้อหรือ...ขึ้นมา



ความเข้าใจบางคนอยากอ้วน เลยทานแต่หมูที่มีไขมัน ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด เป็นการส่งเสริมให้ตายเร็วขึ้นจากไขมันอุดดันจาก....พอแค่นี้ก่อนนะครับ ผิดพลาดขออภัยครับ



จากคนอยากผอมลง
29 ต.ค. 2548 23:07


ความคิดเห็นที่ 2 โดย ครู...ชิต

ความคิดเห็นที่ 1 ไม่แน่ใจว่าเป็นคนละ เมตาหรืออันเดียวกับ

เมตาบอลิซึม หรือ ไม่
29 ต.ค. 2548 23:18


ความคิดเห็นที่ 3 โดย ครู...ชิต

ผีเสื้อกลางวัน ( butterfly ) มีการเจริญเติบโตเป็นขั้น ๆ เหมือนแมลลงชนิดอื่น ๆ เราเรียกการแปลี่ยนแปลงนี้ว่า เมตามอร์ฟอร์ซิส ( metamorphosis ) ไข่ของผีเสื้อพัฒนาไปเป็นตัวหนอน ตัวหนอนแต่ละตัวเปลี่ยนไปเป็นดักแด้ และกลายเป็นผีเสื้อเป็นขั้นตอนสุดท้าย ผีเสื้อมีปีกที่บอบบางละเอียดอ่อน และส่วนใหญ่มีสีสันที่สดใส พวกมันจะบินไปในที่ต่าง ๆ และหากินในเวลากลางวัน ผีเสื้อกลางคืน ( moth ) ส่วนใหญ่จะมีสีทึบและออกหากินในเวลากลางคืน
29 ต.ค. 2548 23:29


ความคิดเห็นที่ 4 โดย ครู...ชิต

เมตาบอลิซึม

ร่างกายเผาผลาญอาหารได้ดีเกินไปทำให้ขาดสารอาหาร

ผอม ทานมากแต่น้ำหนักไม่ขึ้น ทนร้อนไม่ค่อยได้ ชีพจรเร็วหรือไม่สม่ำเสมอ ผอมแห้งแรงน้อย ผอมเกินปกติ
29 ต.ค. 2548 23:36


ความคิดเห็นที่ 5 โดย ครู...ชิต

การเปลี่ยนแปลงอีกแบบหนึ่งซึ่งมองไม่เห็น เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงภายใน ที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม จากบรรพบุรุษไปยังลูกหลาน ทำให้สิ่งมีชีวิตสามารถปรับตัวอยู่รอด และดำรงเผ่าพันธุ์ได้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ถาวร เรียก การปรับตัวแบบถาวร
ภาพผีเสื้อกลางคืน
http://web1.dara.ac.th/yanin/B6_Ecology/64_adaptation.html
29 ต.ค. 2548 23:59


ความคิดเห็นที่ 6 โดย ครู...ชิต

ผีเสื้อกลางวัน ผีเสื้อกลางคืน

ผีเสื้อแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ใหญ่ ๆ คือ ผีเสื้อกลางวันและผีเสื้อกลางคืน หากดูเพียงผิวเผิน จะเห็นว่าทั้งผีเสื้อกลางวันและผีเสื้อกลางคืน ไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย แต่ในทางอนุกรมวิธานผีเสื้อกลางวันกับผีเสื้อกลางคืนอยู่ในอันดับย่อย(suborder) ต่างกัน คือ อันดับย่อย ผีเสื้อกลางวัน (butterfly) และอันดับย่อยผีเสื้อกลางคืน(moth) หรือที่เราเรียกว่าแมลงมอธ ในจำนวนผีเสื้อนับแสนชนิดในโลกนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นผีเสื้อกลางคืน มีผีเสื้อกลางวันประมาณ 10 % ของผีเสื้อทั้งหมด แต่ด้วยสีสรรอันสวยงาม และสดุดตา และโอกาสที่พบเห็นได้ง่าย ในเวลากลางวัน ผีเสื้อกลางวันจึงเป็นที่รู้จักมากกว่า ในการที่จะชี้ชัดลงไปว่าเป็นผีเสื้อกลางวัน หรือผีเสื้อกลางคืนนั้น จะต้องใช้หลักเกณฑ์หลาย ๆอย่างประกอบการพิจารณา หากจะให้ละเอียดลงไป ต้องอาศัยลักษณะทางกายวิภาค และพฤติกรรมอื่น ๆ มาประกอบด้วย ผีเสื้อกลางวันและผีเสื้อกลางคืนมีความแตกต่างกันหลายประการ ลักษณะสำคัญที่พอจะสังเกตได้ง่าย ๆ คือ



1.หนวด ผีเสื้อกลางวันจะมีปลายหนวดพองโตออกคล้ายกระบอง บางพวกมีปลายหนวดโค้งงอเป็นตะขอ เวลาเกาะจะชูหนวดขึ้นเป็นรูปตัววี (V) ส่วนผีเสื้อกลางคืนมีหนวดรูปร่างต่างกันหลายแบบ เช่น รูปเรียวคล้ายเส้นด้าย รูปฟันหวี หรือแบบพู่ขนนก เวลาเกาะพักจะวางแนบไปกับขอบปีกคู่หน้า แต่บางชนิดก็มีลัษณะคล้ายผีเสื้อกลางวัน



2 ลำตัว ผีเสื้อกลางวันมีลำตัวค่อนข้างยาวเรียวเมื่อเปรียบเทียบกับความกว้างของปีกไม่มีขนปกคลุม หรือมีเพียงบาง ๆ เห็นไม่ชัดเจน ในขณะที่ผีเสื้อกลางคืน มีลำตัวอ้วนสั้น มีขนปกคลุมมากและเป็นเส้นยาวเห็นได้ชัดเจน



3. การออกหากิน

ผีเสื้อกลางวันส่วนใหญ่จะออกหากินในเวลากลางวันแต่มีบางชนิดออกหากินในเวลาเช้ามืดและเวลาใกล้ค่ำ ในขณะที่ผีเสื้อกลางคืน ออกหากินในเวลากลางคืน ดังที่เราพบเห็นบินมาเล่นแสงไฟ ตามบ้านเรื่อนแต่ก็มีบางชนิดที่ออกหากินกลางวัน เช่น ผีเสื้อทองเฉียงพร้า ซึ่งจะมีสีสันฉูดฉาดสวยงาม ไม่แพ้ผีเสื้อกลางวัน



4. การเกาะพัก

ผีเสื้อกลางวันขณะเกาะพักมักจะหุบปีกขึ้นตั้งตรง ยกเว้นกรณีที่ปีกเปียกฝนอาจกางปีกออกผึ่งแดด แต่ก็มีผีเสื้อบางชนิด ที่กางปีกตลอดเวลา เช่น ผีเสื้อในสกุลผีเสื้อกะลาสี ส่วนผีเสื้อกลางคืน จะกางปีกออกแนบกับพื้นที่เกาะ ขอบปีกด้านหน้า จะอยู่ข้างลำตัวต่ำกว่าระดับของหลังเป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว หรือคล้ายกระโจม และคลุมปีกคู่หลังจนมิด



5. ปีก

โดยทั่วไปผีเสื้อกลางวันจะมีปีกกว้างเมื่อเทียบกับขนาดของลำตัวยกเว้นผีเสื้อในวงศ์ผีเสื้อกลางคืนจะมีขนาดเล็กใกล้เคียงกับลำตัว แต่ก็มีบางชนิดที่ปีกมีขนาดใหญ่มาก ๆ เช่นผีเสื้อหนอนกะท้อน



6. การเชื่อมติดของปีก

เพื่อให้ปีกกระพือไปพร้อมกันเวลาบินของผีเสื้อกลางวันปีกคู่หลังจะขยายกว้างยื่นเข้าไปซ้อนทับและแนบสนิทอยู่ใต้ปีกคู่หน้า แต่ในผีเสื้อกลางคืนจะมีขนแข็งจากปีกคู่หลัง ซึ่งอาจจะมี 1 หรือ 2 เส้น สอดเข้าไปเกี่ยวกับตะขอเล็ก ๆ ที่โคนปีกด้านใต้ของปีกคู่หน้าลักษณะที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงลักษณะกว้างๆ ที่คนทั่วไปพอจะแยกได้เท่านั้น ยังไม่อาจชี้ชัดลงไปโดยเด็ดขาดว่าเป็นผีเสื้อกลางวันหรือผีเสื้อกลางคืน ยังมีรายละเอียดปลีกย้อยอีกมากต้องอาศัยความชำนาญการสังเกตร่วมด้วย

ผีเสื้อจัดว่าเป็นแมลงที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศอีกชนิดหนึ่ง โดยในระยะที่เป็นตัวหนอนจะกัดกินใบไม้ในป่า มิให้มีมาย หรือหนาแน่นจนเกินไป ช่วยให้แสงแดดสอดส่องลงถึงพื้นด้านล่าง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกมาก ในขณะเดียวกัน ก็เป็นอาหาร ของนกชนิดต่างๆ รวมทั้งสัตว์ชนิดอื่นๆ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ การถ่ายทอด พลังงานในระบบนิเวศ เมื่อเริ่มเข้าสู่ระยะตัวเต็มวัย ที่เรียกว่า ผีเสื้อ เพศเมีย ซึ่งกินน้ำหวานจากดอกไม้เป็นอาหารหลัก จะบินไปมาระหว่างดอกไม้คอกหนึ่ง สู่อีกดอกหนึ่ง ทำให้เกิดการผสมเกษร ระหว่างเกษรตัวผู้กับเกษรตัวเมีย ทำให้เกิดการกระจายพันธ์ของพืชชนิดนั้นๆ และอีกทั้งยังเป็นอาหารของนก กิ้งก่า และสัตว์ชนิดอื่นๆ ด้วย ก่อให้เกิดความสมดุลในระบบนิเวศและความยั่งยืนในธรรมชาติตลอดไป



ข้อมูลจาก : http://www.nfe.go.th/waghor/exhibition/exhi6_5.html
30 ต.ค. 2548 00:16


ความคิดเห็นที่ 7 โดย ครู...ชิต

คุณ virus_alert_j@hotmail.com ครับ



ถ้าการนำเสนอไม่ตรงประเด็นการกระทู้ด้านชีววิทยาขออภัยด้วยครับ
30 ต.ค. 2548 00:20


ความคิดเห็นที่ 8 โดย /\/o/3/e2Oymp!c

metamorphosis คือการเเปลี่ยนแปลงรูปร่างขณะเจริญเติบโต ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดในแมลง เช่น

ยุงวางไข่(egg)---->ไข่เจริญเป็นลูกน้ำ(larva)---->ลูกน้ำเป็นตัวโม่ง(pupa)----->ตัวโม่งเป็นตัวเต็มวัย(adult)

แต่ถ้าเป็นในคน หรือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมส่วนใหญ่ จะเป็นแบบ Ametamorphosis หรือไม่มี การเปลี่ยนแปลงรูปร่างนั่นเอง

**นี่คือเรื่องคร่าวๆ ข้อมูลอย่างละเอียดหาเองงับ**
30 ต.ค. 2548 00:57


ความคิดเห็นที่ 9 โดย ครู...ชิต

แมลง

แมลงเป็นสัตว์ 6 ขาลำตัวแบ่งเป็น 3 ส่วน

ส่วนหัว ลำตัวและส่วนท้อง ลำตัวเป็นเปลือกแข็ง เพื่อป้องกันอันตราย ตลอดจนมันจำเป็นต้องลอกคราบ เพื่อให้เจริญเติบโต

การหาคู่และวางไข่ แมลงมักหาคู่ในฤดูใบไม้ผลิ ส่วนเขตร้อนได้ตลอดทั้งปี โดยตัวผู้จะใช้ แสง สี เสียง เพื่อให้ตัวเมียสนใจส่วนการวางไข่เช่นจะวางไข่ตามใบไม้ ลำต้นไม้ ใต้พื้นดิน ในร่างกายของสัตว์ประเภทอื่นเมื่อแมลงฟักตัวออกจากไข่ มันจะมีรูปร่างไม่เหมือนกับพ่อ แม่ ของมันเลย แต่มันจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างไป สำหรับผีเสื้อการเจริญเติบโตแบ่งได้เป็น 4 ระยะคือ ระยะที่เป็นไข่

ระยะที่เป็นตัวหนอน ระยะที่เป็นดักแด้ และระยะที่เป็นผีเสื้อ การเจริญเติบโตของผีเสื้อจากไข่ไปสู่ตัวผีเสื้อที่สวยงามและบินได้สำหรับตั๊กแตนจะต่างจากผีเสื้อที่มันมีรูปร่างคล้ายพ่อ แม่ของมัน แมลงจะมีการลอกคราบหลายครั้งเพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโต ปีกใหญ่และแข็งแรง อาหารของแมลงคือน้ำหวาน ละอองเกสรดอกไม้ น้ำเลี้ยงจากต้นไม้ ซากสัตว์ที่ตายแล้ว ด้านการมองเห็นสามารถมองเห็นเงาสว่างและมืดได้ มีดวงตาแบบผสม อาจประกอบด้วยเลนส์ขนาดเล็กจิ๋วนับร้อยๆรวมกันอยู่ ด้านปราสาทสัมผัสแมลงมีเสาอากาศแทนจมูก ลิ้นและนิ้วมือซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก

เสริมเรื่องน่ารู้

ตัวหนอน / หนอนหรือตัวอ่อนของแมลง เมื่อไข่ของแมลงฟักตัวก็จะกลายเป็นหนอนดักแด้ ซึ่งมีรูปร่างแตกต่างจากแมลงตัวแก่อย่างมาก

ดักแด้ / ขั้นตอนการเติบของแมลงส่วนมาก อยู่ระหว่างขั้นตอนเป็นหนอนดักแด้และขั้นตอนการกลายเป็นแมลงตัวแก่ หรือดักแด้ส่วนมากจะคายเส้นใยออกมาพันตัวเองจนหนาเป็นปลอก ก่อนที่จะเริ่มเปลี่ยนเป็นแมลงตัวแก่
30 ต.ค. 2548 09:46


ความคิดเห็นที่ 10 โดย Coriolis

metamorphosis คือการเปลี่ยนรูปร่างขณะเจริญเติบโต



มี 3 แบบ



Ametamorphosis ไม่เปลี่ยนรูปร่าง พบในคน สัตว์ปีก แมลง 2 ง่าม แมลงหางดีด



Incomplete metamorphosis เปลี่ยน 3 ระยะ คือ

ไข่ --------> ตัวอ่อน ---------> ตัวเต็มวัย

พบใน แมลงปอ จักจั่น



Complete metamorphosis เปลี่ยน 4 ระยะ คือ

ไข่ -------> ตัวอ่อน ------> ดักแด้ -------> ตัวเต็มวัย

พบใน ผึ้ง ผีเสื้อ
31 ต.ค. 2548 23:43


ความคิดเห็นที่ 11 surasadsamad@hotmail.com (Guest)

อยากทราบรายละเอียดของ แมลงจั๊กจั่น
30 ก.ค. 2549 11:27


ความคิดเห็นที่ 12 Etm_boys_kmitl_Pest management (Guest)

ชื่อภาษาไทย : จักจั่น

ชื่อภาษาอีสาน : จักจั่น

ชื่อภาษาอังกฤษ : Cicada

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Meimuna opalifera Walker, Pompania sp.

Order : Homoptera

Family : Cicadidae



ลักษณะทางกายภาพ



จักจั่นเป็นแมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอันดับ Homoptera ลักษณะเด่นของจักจั่น คือเพศผู้สามารถทำเสียงได้ แหล่งกำเนิดเสียงมาจากบริเวณด้านใต้ลำตัวของท้องปล้องแรกต่อกับส่วนอก จักจั่นแต่ละชนิดมีเสียงเฉพาะในแต่ละตัว ทำให้สามารถแยกประเภทของจักจั่นได้จากเสียงร้อง ทำนองของเสียงร้องอาจบ่งบอกได้ถึงการป้องกันตัว ตกใจเมื่อถูกรบกวน หรือร้องเรียกเพื่อหาคู่ จักจั่นมีส่วนหัวและส่วนอก กว้างเรียวมาทางหาง มีตาเดี่ยว 3 ตาเรียงกันเป็นรูป 3 เหลี่ยม อยู่ใกล้กับด้านสันหลัง ของศีรษะ หนวดสั้นเป็นรูปขน ปากเป็นแบบเจาะดูด มีปีกบางใสและยาวกว่าลำตัว เวลาเกาะอยู่กับที่ ปีกจะหุบชิดกันเป็นรูป 3 เหลี่ยม มองคล้ายหลังคา ลำตัวมีสีน้ำตาลอ่อนสลับกับสีน้ำตาลเข้ม ตัวอ่อนมีสีน้ำตาลอ่อน ตาโต ขาหน้ามีขนาดใหญ่ไว้สำหรับขุดดิน ตัวเต็มวัยมีขนาดลำตัวตั้งแต่หัวจรดปีกประมาณ 30 – 40 มิลลิเมตร





แหล่งที่อยู่อาศัย



ตัวเต็มวัยเกาะอยู่ตามกิ่งไม้ โดยเฉพาะต้นกุง หรือกอหน่อไม้ ตัวเมียจะเจาะต้นไม้ให้เป็นรูเล็ก ๆ เพื่อวางไข่เมื่อไข่ฟักกลายเป็นตัวอ่อนแล้ว ตัวอ่อนจะร่วงลงสู่พื้นดิน ใช้ขาหน้าขุดฝังตัวอยู่ในดิน เมื่อเจริญเต็มที่จะไต่ขึ้นมาบนต้นไม้ ลอกคราบ กลายเป็นตัวเต็มวัยอาศัยอยู่บนต้นไม้ ระยะที่เป็นตัวเต็มวัยนี้สั้นมาก คือเมื่อผสมพันธุ์และวางไข่จะตายลง
31 ก.ค. 2549 00:20


ความคิดเห็นที่ 13 โดย Chompoo

แมลงมีการเจริญเติบโต--หลังจากฟักตัวออกจากไข่แล้ว 2 แบบ--คือ

1.)Growth-->เป็นการเพิ่มขนาด แต่รูปร่างไม่เปลี่ยนแปลง

2.)Metamorphosis-->เพิ่มขนาดและเปลี่ยนแปลงรูปร่าง โดยแต่ละระยะต่างกันชัดเจน

++2.1 Ametamorphosis=ไม่มีการลอกคราบ ex.เหา เรือด

Egg----->Young----->Adult โดยระยะYoungนั้น ระบบสืบพันธุ์ยังเจริญไม่เต็มที่

++2.2 Metabolous=การลอกคราบจะแบ่งเป็น 2 แบบคือ

+2.2.1 Incomplete metamorphosis ex. มวน แมลงสาบ ไร เห็บ ยังแยกได้อีก 2 แบบคือ

-Hemimetabolous ex.แมลงปอ คือ Egg---->*Niad---->Adult (*ตัวอ่อนจะอยู่ในน้ำ)

-Peurometabolous ex. ตั๊กแตน มวน แมลงสาบ คือ Egg---->*Nymph---->(*ตัวอ่อนอยู่บนบก)

+2.2.2 Complete metamorphosis หรือHolometabolousหรือComplex metamorphosis คือแต่ละระยะหน้าตาจะไม่เหมือนกันเลย ex.แมลงวัน หมัด ผึ้ง ต่อ แตน ยุง ผีเสื้อ ด้วง มีหลายรูปแบบ เช่น

Egg----> Larva----> Pupa----> imago----> adult

Egg----> Larva----> Pupa----> Adult

**Imago คือ adultที่ออกมาจากPupaใหม่ๆ
31 ก.ค. 2549 16:12


ความคิดเห็นที่ 14 โดย pornlarpmek

อืมผมมีเว็บเกี่ยวกับแมลงมาให้ครับ ใช้อ้างอิงในการทำข้อสอบอัตนัยโอลิมปิคได้ มีหมดเลยเรื่อง coxa tarsus และก็มีพวก metamorphosis ด้วยนะครับ


http://www.earthlife.net/insects/anatomy.html
http://hannover.park.org/Canada/Museum/insects/origins/metamorphism.html#metamorphism



ครับอันนี้เป็น page ที่ผมเก็บไว้ที่บ้านทำโจทย์เรื่องขาของ drosophilla ครับ
31 ก.ค. 2549 16:25


ความคิดเห็นที่ 15 โดย pornlarpmek

เออ นอกจากนี้สามารเปิด page ไปหน้าก่อนหน้านี้ได้เสมอๆนะครับ
31 ก.ค. 2549 16:29


ความคิดเห็นที่ 16 โดย Chompoo

แล้วการลอกคราบของแมลงนั้น(Molting)จะเอาส่วน Foregut,Tracheal systemและHindgutไปด้วย

Foregut-->อาจจะเรียกว่า crop + gizzard ประกอบด้วย mouth, pharynx, esophagus, crop, proventriculus, food diverticulum โดยจะทำหน้าที่เก็บสะสมอาหารและบดเคี้ยวอาหาร

Hindgut-->ประกอบไปด้วย ileum colon rectum แต่ส่วนileumนั้นจะต่อกับกระเพาะอาหาร ทำหน้าที่:ดูดซึมน้ำและเกลือและทำหน้าที่กำจัดของเสียด้วย ซึ่งจะมีcuticleมาคลุม ทำให้เวลาลอกคราบ ส่วนดังกล่าวจึงถูกออกไปด้วย ^0^

แต่ส่วนของ Midgut มีความเป็นเบสมาก จะทำหน้าที่ดูดซึมอาหาร
31 ก.ค. 2549 16:53


ความคิดเห็นที่ 27 pack_env@hotmail.com (Guest)

ชื่อภาษาไทย : จักจั่น<BR>ชื่อภาษาอีสาน : จักจั่น<BR>ชื่อภาษาอังกฤษ : Cicada<BR>ชื่อวิทยาศาสตร์ : Meimuna opalifera Walker, Pompania sp.<BR>Order : Homoptera<BR>Family : Cicadidae<BR><BR>ลักษณะทางกายภาพ<BR><BR>จักจั่นเป็นแมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอันดับ Homoptera ลักษณะเด่นของจักจั่น คือเพศผู้สามารถทำเสียงได้ แหล่งกำเนิดเสียงมาจากบริเวณด้านใต้ลำตัวของท้องปล้องแรกต่อกับส่วนอก จักจั่นแต่ละชนิดมีเสียงเฉพาะในแต่ละตัว ทำให้สามารถแยกประเภทของจักจั่นได้จากเสียงร้อง ทำนองของเสียงร้องอาจบ่งบอกได้ถึงการป้องกันตัว ตกใจเมื่อถูกรบกวน หรือร้องเรียกเพื่อหาคู่ จักจั่นมีส่วนหัวและส่วนอก กว้างเรียวมาทางหาง มีตาเดี่ยว 3 ตาเรียงกันเป็นรูป 3 เหลี่ยม อยู่ใกล้กับด้านสันหลัง ของศีรษะ หนวดสั้นเป็นรูปขน ปากเป็นแบบเจาะดูด มีปีกบางใสและยาวกว่าลำตัว เวลาเกาะอยู่กับที่ ปีกจะหุบชิดกันเป็นรูป 3 เหลี่ยม มองคล้ายหลังคา ลำตัวมีสีน้ำตาลอ่อนสลับกับสีน้ำตาลเข้ม ตัวอ่อนมีสีน้ำตาลอ่อน ตาโต ขาหน้ามีขนาดใหญ่ไว้สำหรับขุดดิน ตัวเต็มวัยมีขนาดลำตัวตั้งแต่หัวจรดปีกประมาณ 30 – 40 มิลลิเมตร<BR><BR><BR>แหล่งที่อยู่อาศัย<BR><BR>ตัวเต็มวัยเกาะอยู่ตามกิ่งไม้ โดยเฉพาะต้นกุง หรือกอหน่อไม้ ตัวเมียจะเจาะต้นไม้ให้เป็นรูเล็ก ๆ เพื่อวางไข่เมื่อไข่ฟักกลายเป็นตัวอ่อนแล้ว ตัวอ่อนจะร่วงลงสู่พื้นดิน ใช้ขาหน้าขุดฝังตัวอยู่ในดิน เมื่อเจริญเต็มที่จะไต่ขึ้นมาบนต้นไม้ ลอกคราบ กลายเป็นตัวเต็มวัยอาศัยอยู่บนต้นไม้ ระยะที่เป็นตัวเต็มวัยนี้สั้นมาก คือเมื่อผสมพันธุ์และวางไข่จะตายลง<BR>
11 มี.ค. 2551 19:34


ความคิดเห็นที่ 30 โดย pan*-*

เมตาฟอร์ซิสรุสึกีหลายเเบบ
เเบบที่1 เปลี่ยนเเปลง4ระยะสมบูรณ์
เเบบที่2 เปลี่ยนทีละนิดสมบูรณ์
เเบบที่3เปลี่ยนเเปลงเเต่ไม่สมบูรณ์
เเบบที่4 ไม่เปลี่ยนเลยหน้าเหมือนบิดามารดรตั้งเเต่เกิด

หนูก้ไม่เเน่ใจหนูพิมเท่าที่ทราบ
ถ้าผิดก้ขอประทานโทด

6 มี.ค. 2552 09:34


ความคิดเห็นที่ 32 virus_alert_j@hotmail.com (Guest)

ช่วยน่อยครับ
26 ส.ค. 2553 09:23

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น