|
ประกาศผล เรียงความ ไอน์สไตน์ในความคิดของฉัน
โพสต์เมื่อ:
18:51 วันที่ 14 มิ.ย. 2548 ชมแล้ว:
16,510
ตอบแล้ว:
4
เรียงความเรื่อง ไอน์สไตน์ในความคิดของฉัน
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=34749 รางวัล
ผลการประกวด รางวัลที่ 1 ไม่มีผู้ได้รับรางวัล รางวัลที่ 2 ทำให้กรรมการ รวมเงินรางวัลของรางวัลที่ 1 มาเพิ่มเป็นรางวัลที่ 2 รวมเป็น 3 ท่าน ด้วยกัน โดยจะเพิ่มทุนการศึกษาให้เป็น 2,500 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตร จากวิชาการ.คอม และหนังสือ"แฟนพันธ์แท้ ไอน์สไตน์" ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ ดวงฤดี ยอดบุดดี ไอน์สไตน์.....วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในดวงใจของฉัน เกศณีย์ สุรินทร์ประทีป ไอน์สไตน์ในความคิดของข้าพเจ้า คมคาย ปวุตตานนท์ ไอน์สไตน์ในความคิดของฉัน (beaw_kom---@thaimail.com)
รางวัลที่ 3 (จำนวน 8 รางวัล) ได้รับ ใบประกาศนียบัตร จากวิชาการ.คอม และหนังสือ"แฟนพันธ์แท้ ไอน์สไตน์"
รางวัลที่ 4 (10 รางวัล) ใบประกาศนียบัตร จากวิชาการ.คอม และหนังสือ""หนังสือ King of Knowledge"
จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 3 พ.ย. 2548 (18:28) ไอน์สไตน์ในความคิดของฉัน ไอน์สไตน์ ในความคิดของฉันนั้น เขาคือ ซุปเปอร์ ฮีโร่ในดวงใจตลอดกาล เชื่อว่าทุกคนต้องมี ฮีโร่ในดวงใจ และหนึ่งใน 2 คน นอกจาก ไอแซก อาซิมอฟ นักเขียนหนังสือวิทยาศาสตร์และนิยายวิทยาศาสตร์ชื่อดังแล้ว คนที่สองก็คือ ไอน์สไตน์ นั่งเอง แม้ว่าการได้พบตัวจริงของท่านจะเป็นไปไม่ได้ เพราะไอน์สไตน์ได้จากโลกไปก่อนแล้ว แต่ถ้ามีโอกาสฉันจะต้องไปเยือนเมือง พรินซ์ตัน ที่พำนักสุดท้าย บั้นปลายชีวิตของท่านให้ได้ หากถามเหตุผลว่าเพราะสาเหตุใดจึงประทับใจท่าน เหตุผลแรกคือ ท่านมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ ฉันประทับใจภาพของชายชรา ผมฟู ผู้มีดวงตาที่เปี่ยมล้นด้วยความกรุณาที่อบอุ่นในขณะที่กำลังขี่จักรยานและยิ้มไปอย่างมีความสุข เมื่อฉันมองเข้าไปในแววตาของท่านฉันเห็นรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข ที่แสดงออกมาอย่างจริงใจ และเต็มที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในโลกนี้ ฉันอยากยิ้มอย่างเขาและมีความสุขอย่างเขาบ้างจังเลย ฉันจึงสืบค้นต่อไปว่าเขาเป็นใคร ชื่อ อะไร เกี่ยวข้องกับฉันและชาวโลก และวิชาวิทยาศาสตร์อย่างไร เมื่อได้ทราบประวัติของท่านอย่างละเอียด จึงเป็นชนวนที่จุดประกายให้ฉันเลือกที่จะเรียนฟิสิกส์ ชอบฟิสิกส์และตัดสินใจที่จะมาเป็นครูผู้สอนฟิสิกส์ ภาพของไอน์สไตน์ที่โลกรู้จักนั้นคือปราชญ์ที่ไม่เห็นความสำคัญในเรื่องการแต่งตัว ผมเผ้าไม่หวี มีอารมณ์ขัน รักเด็ก ถ่อมตัว เล่นไวโอลินเก่ง ชอบเล่นเรือใบ ต่อต้านเผด็จการ ใฝ่สันติ และมีเมตตาสูง แต่เป็นอัจฉริยะที่อัจฉริยะทั้งหลายยกย่องและยอมรับ เป็นภาพที่แตกต่างจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วไปที่ทุกคนรู้จัก ผลงานจากความคิดของไอน์สไตน์ คือวิทยาศาสตร์พื้นฐานทางฟิสิกส์เป็นการนำความรู้ความเข้าใจธรรมชาติของสิ่งต่าง ๆ และนำไปสู่การต่อยอดความคิดโดยนักวิทยาศาสตร์อื่น ๆ กลายเป็นนานาเทคโนโลยี ที่เราใช้กันในชีวิตประจำวัน คุณูปการจากความคิดตลอดช่วงชีวิตของไอน์สไตน์หยั่งรากลึกลงไปถึงเทคโนโลยีที่เราใช้กันตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน มรดกทางความคิดของอัจริยท่านนี้มอบไว้ให้ชาวโลกมากมายเหลือเกิน เช่น ประตูปิดเปิดอัตโนมัติเมื่อมีคนเดินผ่าน ซึ่งอาศัยปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทิกพื้นฐานทั้งสิ้น เครื่องเล่นดีวีดี เครื่องเล่นซีดี เครื่องวัดระดับ เครื่องมือตัด อุปกรณ์การแพทย์ การสื่อสาร ใยแก้วนำแสง เครื่องอ่านบาร์โค้ดในซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นต้น ทุกครั้งที่เราใช้สอยผลิตภัณฑ์อันเป็นเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เราน่าจะนึกขอบคุณนักวิทยาศาสตร์ผู้พากเพียรหาคำตอบในธรรมชาติ อัลเบิร์ตไอน์สไตน์ และนักวิทยาศาสตร์ทุกท่านที่เกี่ยวข้อง เหตุผลที่สอง ฉันชอบ แนวทางการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายของท่าน ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ใครสักคนหนึ่งจะทำผลงานให้เป็นที่เลื่องลือทั่วโลก และคงคุณค่าอยู่นานแสนนานแม้ตัวเองตายจากไปแล้วหลายสิบปี ในการสำรวจสุดยอดของนักวิทยาศาสตร์โลก ไม่ว่าจะเป็นช่วงศตวรรษที่ยี่สิบหรือตลอดกาล ตั้งแต่โลกได้เริ่มมีนักวิทยาศาสตร์มา ผลการสำรวจจะออกมาตรงกันเสมอว่า อันดับหนึ่งของสุดยอดนักวิทยาศาสตร์โลกคือ ไอน์สไตน์ และผลจากการสำรวจสิบสุดยอดนักฟิสิกส์โลกตลอดกาล โดยวารสาร Physics World อันดับหนึ่ง คือ ไอน์สไตน์ นั่นเอง ไอน์สไตน์ที่ฉันรู้จักมีหลายบทบาทที่สร้างความประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นนักฟิสิกส์ นักต่อต้านสงคราม พ่อ สามี และ พลเมือง ชีวิตของไอน์สไตน์เป็นชีวิตของนักวิทยาศาสตร์ตัวอย่าง เป็นนักวิทยาศาสตร์ต้นแบบที่นักวิทยาศาสตร์ทุกคนต้องเจริญรอยตาม เพราะเมื่อประสบความสำเร็จในการทำงานวิทยาศาสตร์แล้วก็ได้ใช้ความมีชื่อเสียงและเกียรติยศเป็นประโยชน์ต่อสังคม การเมือง และการยุติสงคราม อีกทั้งได้ให้ข้อคิดที่เฉียบคมมากมาย ซึ่งให้คนรุ่นหลังได้คิด ฉุกคิด และรู้วิธีคิด ดังเช่น วลียอดฮิตที่เมื่อกล่าวถึงไอน์สไตน์ทุกคนจะต้องนึกถึงท่านคือ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ นั้นหมายความว่า ในการสร้างความรู้ใหม่ ๆ ที่อยู่นอกกรอบความรู้เดิม เราต้องใช้จินตนาการ และเพียงปากกา กระดาษ กับจินตนาการมนุษย์ก็สามารถล่วงรู้ความลึกลับมหัศจรรย์ของธรรมชาติได้ เพราะจินตนาการคือกุญแจสำคัญไปสู่ความรู้ เหล่านี้ล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้วิทยาศาสตร์มีกำลังใจทำงานได้ เพราะถึงแม้ทุกคนจะมีปัจจัยด้านวัตถุไม่เหมือนกันแต่ทุกคนมีจินตนาการที่สามารถนำมาใช้ในการทำงานของตนได้ ในเรื่องของความสำคัญของศาสนากับวิทยาศาสตร์ไอน์สไตน์กล่าวได้ชัดเจนว่า ศาสนาและวิทยาศาสตร์มีความสำคัญต่อกันอย่างชนิดแยกกันไม่ได้เพราะ วิทยาศาสตร์ที่ปราศจากศาสนาคือวิทยาศาสตร์ที่อ่อนเปลี้ย เป็นง่อย ศาสนาที่ปราศจากวิทยาศาสตร์ก็คือศาสนาที่มืดมน และมีคำกล่าวของไอน์สไตน์เกี่ยวกับศาสนาพุทธ ที่สะท้อนความคิดอย่างง่าย ๆ แต่ลึกซึ้งคือ ถ้าจะมีศาสนาใดซึ่งจะเข้ากันได้กับแนวคิดวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ศาสนานั้นคือ ศาสนาพุทธ การที่นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก รักการเล่นดนตรี เขาเป็นนักเดี่ยวไวโอลินมือฉกาจคนหนึ่ง แสดงว่าดนตรีช่วยพัฒนาสมองของมนุษย์ ช่วยทำให้มนุษย์ฉลาดขึ้นและมีความสามารถในการแก้ปัญหา มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีคำสอนของท่าน ที่ว่า การเป็นนักฟิสิกส์ที่ดีนั้น ต้องรับฟังและถกเถียงอย่างสร้างสรรค์ เถียงกันเพื่อหาความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อที่จะนำความรู้ที่ได้จากการถกเถียงมาพัฒนางานที่ตัวเองทำ หากมีโอกาสได้พูดคุยกับไอน์สไตน์ ฉันจะชวนท่านพูดคุยเกี่ยวกับปรัญญาการดำเนินชีวิต และให้ท่านเล่นไวโอลินเพลงโปรดให้ฟัง คงมีความสุขน่าดู ฉันเชื่อว่า การที่ได้พูดคุยกับนักปราชญ์ แม้เพียงชั่วเศษวินาทีก็สามารถพลิกชีวิตได้ เพราะคำพูดหรือแนวคิดที่ดีนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดีได้ได้ มีคำพูดของท่านหลายคำที่ฉันนำมาใช้ในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสร้างประโยชน์ต่อสังคม ยามใดที่รู้สึกท้อแท้กับปัญหาสังคมที่คอยรุมเร้า ฉันก็จะหยิบผลงานและประวัติของท่านมาอ่าน มันทำให้ฉันเกิดความมั่นใจ เหมือนได้พูดคุยกับเพื่อสนิท หัวเราะ ได้สัมผัส แววตาที่อบอุ่นคู่นั้น จริง ๆ ฉันมีความสุขแล้ว ที่ได้รู้จักคุณ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ฮีโร่ในใจฉัน และฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หากโลกนี้มีคนอย่างไอน์สไตน์มาก ๆ โลกเราคงน่าอยู่และสงบสุขมากยิ่งขึ้น ฉันจะทำหน้าที่ นักสร้างไอน์สไตน์น้อย เพื่อเจริญรอยตามท่านให้มากที่สุด... ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 3 พ.ย. 2548 (18:31) ไอน์สไตน์.....วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในดวงใจของฉัน ในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องดำรงชีวิตอยู่บนโลกในยุคนี้ ซึ่งต้องพึ่งพาอาศัยปัจจัยต่าง ๆ ในการดำเนินชีวิตมากกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต เราคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆในการอำนวยความสะดวกและเพิ่มคุณภาพชีวิต จนเกินกว่าที่จะปฏิเสธได้ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่มีความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตประจำวันเลย แค่ลองจินตนาการดูว่า ชีวิตผู้คนในปัจจุบันจะเป็นอย่างไร หากในวันนี้ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีระบบอิเลคทรอนิกส์ที่เป็นดิจิตัล ไม่มีเครื่องเอ็กซเรย์ และที่สำคัญไม่มีสมการ สมการที่ทำให้โลกรู้จักมิติใหม่ของพลังงานและทำให้เราเข้าใจจักรวาลได้มากยิ่งขึ้นและนั่นก็เป็นเพียงดอกผลที่ผลิบานได้จากรากฐานความรู้ที่มาจากไอน์สไตน์ ที่เราสร้างได้ในปัจจุบันและรากฐานอันนี้ก็ยังจะคงเติบโตและผลิดอกออกผลได้ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด หากมีคนสนใจและฟูมฟักเฝ้าใส่ใจมันอย่างเพียงพอ และนี่ก็คงเป็นเหตุผลที่เกินพอแล้วสำหรับฉันในการที่จะประกาศว่า ไอน์สไตน์ คือวีรบุรุษคนหนึ่งของโลก หากคำว่าวีรบุรุษมิได้เกิดขึ้นแต่เพียงจากการเอาชนะศัตรูผู้เป็นมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น แต่หากเกิดขึ้นจากการต่อสู้เอาชนะกับศัตรูที่เป็นความไม่รู้ของมนุษย์ได้ด้วยเช่นกัน ขณะนี้ไม่ว่าเราจะมองผ่านไป ณ จุดใดบนโลกใบนี้ เราจะมองเห็นแต่ความวุ่นวาย โกลาหน ความทุกข์ร้อนที่เกิดจากสงครามเศรษฐกิจ สงครามสังคม ภัยพิบัติจากธรรมชาติ รวมทั้งโลกระบาดร้ายแรง ประหนึ่งว่า ณ บัดนี้ เรากำลังเริ่มก้าวเข้าสู่จุดจบแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์เสียแล้ว ทั้ง ๆ ที่ความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในปัจจุบันได้เปลี่ยนโฉมหน้าของโลกมาเป็นยุคที่เราเชื่อว่า มนุษย์กำลังจะยิ่งใหญ่กว่าธรรมชาติ เรากำลังจะควบคุมธรรมชาติให้อยู่ในกำมือ เราเชื่อว่าการถอดรหัสจีโนมของมนุษย์ได้ คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ และโลกจะอยู่รอดได้ก็ด้วยองค์ความรู้เหล่านี้ เรากำลังหลงระเริงในองค์ความรู้ที่เราค้นพบและเทคโนโลยีที่เราพัฒนาขึ้น ทั้ง ๆ ที่มันสามารถใช้ประโยชน์ได้ประการเดียว คือ ตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์ที่จะให้ตัวเองอยู่เหนือกฏเกณฑ์ของธรรมชาติ ถ้าหากไอน์สไตน์ยังมีชีวิตอยู่ และมีคนไปถามเขาว่า เขารู้สึกอย่างไรกับความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาสาสตร์และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คำตอบที่ฉันคิดว่าเขาต้องเอ่ยออกมาแม้จะมียกย่องผลงานที่เกิดขึ้น แต่เขาจะสรุปสุดท้ายว่า ระหว่างผู้ที่มีความรู้มีการศึกษามากที่สุดกับผู้ที่มีความรู้มีการศึกษาน้อยที่สุด มีความแตกต่างกันในระดับที่เล็กน้อยจนไม่อาจเอ่ยอ้างได้ เมื่อเทียบกับสิ่งต่าง ๆ ที่เรายังไม่รู้ ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงขอยืนยันว่า ทำไมไอน์สไตน์เป็นวีรบุรุษในดวงใจของฉัน คำพูดนี้สมควรอย่างยิ่งที่จะยกย่องให้เป็น วาทะแห่งศตวรรษนี้ และถ้อยคำที่กล่าวมาข้างต้น ชี้ให้ฉันเห็นว่า แม้กระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนถึงบัดนี้ ก็ยังไม่มีใครหรือนักวิทยาศาสตร์คนใด มีความรู้และเข้าใจในโลกและจักรวาล ได้เทียบเท่ากับไอน์สไตน์อีกแล้ว เราคิดว่า วิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่ว่าถึงความจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ เราเชื่อว่าการโง่งมงาย คือการ เชื่อ ในสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ และคนที่บอกตัวเองว่า เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ จะมีคำพูดหนึ่งที่ติดปากคนเหล่านี้เสมอ นั่นก็คือ งมงาย เมื่อเจอปรากฏการณ์อะไรก็ตามที่มันเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ ถ้าเรานำคำพูดการกระทำหลายๆ อย่างหรือของไอน์สไตน์ไปคิดให้ลึกซึ้ง เราจะพบว่าไอน์สไตน์มีทัศนคติกว้างไกลเกินกว่าที่เราจะคาดคิด เป็นไปได้ที่เราจะอธิบายทุกอย่างด้วยวิทยาศาสตร์ แต่มันคงดูไร้สาระ ไร้ความหมาย เหมือนกับการอธิบายเพลงซิมโฟนีของเบโธเฟ่น ว่าคือความผันแปรของคลื่นเสียง มีนักวิทยาศาสตร์มากมายที่กักขังตัวเองอยู่ใน กฎ ทฤษฎี สมมติฐาน การทดลอง สรุปผล การนำไปใช้ แต่ไอน์สไตน์สอนให้เราให้มองออกไปให้ไกลเกินกว่าที่สายตาเราเห็น และแสดงให้เราตระหนักว่า สิ่งที่เราคิดในวันนี้ อาจไม่สามารถพิสูจน์ได้ในวันนี้ (เพราะทฤษฎีของเขาก็ยากที่จะพิสูจน์ได้ในยุคนั้น) เขาสอนให้เราใช้จิตวิญญาณเข้าไปร่วมในการที่จะตัดสินใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากไปกว่าการจะใช้เหตุและผลเพียงอย่างเดียว เป็นนักวิทยาศาสตร์เพียงคนเดียวสามารถนำเอาสิ่งที่ยากที่สุด มาอธิบายง่ายๆ และทำให้คนที่มีความรู้น้อยและคนที่มีความรู้มากเข้าใจได้เช่นกัน เป็นคนเดียวที่สอนให้เรารู้จักเอาความเป็นปถุชน อารมณ์ และธรรมชาติของความเป็นมนุษย์มาใช้ควบคู่กับกับวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับฉัน เพราะหากมีนักวิทยาศาสตร์คนใดเข้าใจในกฏเกณฑ์นี้ เชื่อได้เลยว่า ไม่ว่าความเจริญในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเกิดขึ้นรวดเร็วขนาดไหน โลกเราก็คงไม่วุ่นวายเหมือนเป็นอยู่ในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าผลงานของไอน์สไตน์ทางด้านวิทยาศาสตร์จะยิ่งใหญ่น่าพิศวงเพียงใด สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าก็คือสำหรับฉัน ก็คือ เขาละลดกิเลสจากลาภ ยศสรรเสริญได้อย่างไร ในฐานะที่ฉันบอกตัวเองว่าเป็นพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง มันอาจจะฟังดูแปร่งและแปลกไปบ้างถ้าจะกล่าวว่า ไอน์สไตน์เป็นบุคคลหนึ่งที่ชาวพุทธอย่างเราสมควรยกย่องบูชาและถือเป็นเยี่ยงอย่างในการดำรงชีวิตไม่น้อยไปกว่าพุทธสาวกที่มีชื่อเสียงทั้งหลาย (ถึงแม้ว่าเขาไม่ได้ประกาศว่าตัวเองนับถือศาสนาพุทธก็ตาม) เขาเป็นตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนมากที่สุดในการนำหลักธรรมมาใช้ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวและสอดคล้องกับวิถีชีวิตธรรมดาสามัญ ใช้ชีวิตเรียบง่ายและสามัญ ทั้ง ๆ ที่เขาสามารถที่จะแสวงหาสิ่งที่ดีกว่า(สำหรับคนอื่น)ได้อย่าง่ายดาย เขามีความมั่นคงและไม่หวั่นไหวต่อสิ่งเย้ายวนทั้งหลาย มีสติในการที่จะไตร่ตรองในสิ่งที่ตัวเองกระทำได้และทำได้ไม่ดี และเมตตาในตัวผู้อื่นที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น การปฏิเสธตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 2 ของประเทศอิสราเอล การไม่เข้ารับรางวัลโนเบลด้วยตัวเอง และเงินรางวัลทั้งหมดจากรางวัลโนเบลยังยกให้ภรรยาคนแรก ซึ่งมีเหตุผลที่สามารถใช้หลักทางศาสนาอธิบายการกระทำเหล่านั้นได้เลย ขอถามว่ามีชาวพุทธกี่คนในโลกนี้ ที่ทำได้อย่างนี้ และถ้าหากมีคำถามว่า เมื่อนึกถึงพุทธศาสนา คุณคิดถึงเห็นอะไร คำตอบที่ได้คงเป็น พระสงฆ์ พระพุทธรูป วัด บทสวดมนต์ภาษาบาลีพร้อมคำแปล หรือหลักธรรมคำสั่งสอนมากมายที่จารึกไว้ในพระไตรฏิฎก ฯลฯ ซึ่งฟังดูล้วนแต่เป็นเรื่องไกลตัว หรือทำได้ยาก เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องยกไว้เพื่อกราบไหว้บูชา สิ่งที่ใครปฏิบัติได้กลายเป็นมนุษย์ที่ไม่ธรรมดาไป ไอน์สไตน์ไม่ใช่ชาวพุทธ แต่ไอน์สไตน์มีความเข้าใจในศาสนาพุทธยิ่งกว่าพุทธศาสนิกชนหลาย ๆ จนสามารถสะท้อนความคิดง่าย ๆแต่ลึกซึ้งด้วยคำกล่าวที่ว่า ถ้าจะมีศาสนาใดซึ่งพอจะเข้ากันได้กับแนวคิดของวิทยาศาสตร์ สมัยใหม่ ศาสนานั้นก็คือ ศาสนาพุทธ คำกล่าวนี้ ทำให้เรา ซึ่งเป็นคนยุคใหม่ที่ห่างไกลพิธีกรรม เข้าใจและมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในการที่จะปฎิบัติตัวให้สมกับเป็นพุทธศาสนิกชนนั้น ทำได้ง่ายๆ ในกิจวัตรประจำวันที่เราดำเนินอยู่ เริ่มต้นจากการมีเหตุ และผล รู้จักหาทางแก้ปัญหาที่ผ่านเข้ามา รู้จักเคารพในสัจธรรม ยอมรับการอยู่ใต้เงื่อนไขของสภาวะธรรมชาติ และดำรงชีวิตให้เรียบง่าย ในขณะเดียวกันก็ให้มีจิตสำนึกในการเข้าร่วมแสดงบทบาททางสังคมตามหน้าที่ที่ควรเป็น (ไอน์สไตน์ไม่ได้ใช้ฐานะความยิ่งใหญ่ในการเป็นนักวิทยาศาสตร์ในการลงนามการสนับสนุนสร้างระเบิดปรมาณู แต่เขาลงนามในฐานะที่เป็นผู้รู้ผู้หนึ่งว่าถ้ามีการสร้างระเบิดปรมาณูสำเร็จจะเกิดอะไรขึ้นกับมนุษย์โลกหากมีการนำมาใช้ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกผิดที่ลงนามในจดหมายที่ส่งถึงประธานาธิบดีสหรัฐ แล้วส่งให้โครงการแมนฮัตตันสร้างระเบิดปรมาณูสำเร็จและนำไปใช้จริง ซึ่งถ้าหากเป็นนักวิทยาศาสตร์คนอื่น อาจไชโยโห่ร้องแล้วก็ตะโกนว่า เห็นไหมทฤษฎีของฉันเป็นจริง ฉันคือบุคคลที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง และเขาก็พยายามจัดตั้งรัฐบาลโลก ไม่ใช่ในฐานะที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ต้องการชื่อเสียงสนับสนุนในการแสดงตนเป็นคนดี แต่ด้วยจิตสำนึกที่แท้จริงในการแสดงตนเข้าไปมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบสังคม เพื่อให้เกิดสันติสุข อย่างแท้จริง คุณลองหันมองไปรอบกาย เห็นผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย เป็นได้สักเสี้ยวหนึ่งของไอน์สไตน์....บ้างไหม? นี่เป็นเหตุผลทั้งหมด ที่ทำให้ ไอน์สไตน์ เป็นสุดยอดวีรบุรุษในดวงใจของฉัน และถึงตอนนี้ คุณพร้อมที่จะเปลี่ยนความคิดใหม่ และให้ไอน์สไตน์มาเป็นวีรบุรุษในดวงใจ...ได้หรือยัง ? ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 3 พ.ย. 2548 (18:34) ไอน์สไตน์ในความคิดของข้าพเจ้า หลักการทางด้านวิทยาศาสตร์และทฤษฎีที่ไอน์สไตน์ได้คิดค้นขึ้น หากมองในแง่มุมของคนทั่วไปที่ไม่ได้มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ก็ยากที่จะเข้าใจหรืออธิบายได้ อาจกล่าวได้ว่าไม่สามารถนำสิ่งที่ไอน์สไตน์คิดค้นมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ทันที แต่นั่นมิได้เป็นสิ่งที่ทำให้ไอน์สไตน์มีความสำคัญลดน้อยลงแต่อย่างไร ความเข้าใจในหลักการหรือทฤษฎีนั้นไม่ได้มีความจำเป็น หากแต่การนำสิ่งเหล่านั้นไปประยุกต์เป็นสิ่งของที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันแต่ละอย่างนั่นอย่างไรเล่าเป็นเครื่องที่บ่งชี้ถึงความสำคัญของทฤษฎีเหล่านั้น ไอน์สไตน์ในความคิดของของข้าพเจ้านั้นมิได้จำกัดเพียงความสามารถในการคิดค้นทางด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ไอน์สไตน์ก็ยังมีบทบาทในด้านอื่นด้วย ไอน์สไตน์กับวิทยาศาสตร์ ถือได้ว่าเมื่อไอน์สไตน์ได้คิดค้นหลักการและทฤษฎีขึ้นมาประดับวงการวิทยาศาสตร์ ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงขึ้นกับวงการนี้ แม้เริ่มต้นจะมีเพียงแค่คนในแวดวงวิทยาศาสตร์เท่านั้นที่ยอมรับในความสามารถของไอน์สไตน์ แต่อย่างไรก็ตามต่อมาบุคคลทั่วไปก็ได้มีโอกาสสัมผัสกับทฤษฎีของไอน์สไตน์ แม้จะไม่เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งกับทฤษฎี ความคิดและสมการอันทรงคุณค่าที่เขาคิดค้นขึ้น แต่ก็สามารถเข้าใจได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทางด้านเทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์ที่ประยุกต์และพัฒนามาโดยลำดับจากทฤษฎีเหล่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจกับความมีชื่อเสียงขึ้นของไอน์สไตน์ อันเกิดมาจากอัจฉริยภาพของเขาทางด้านวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตามมีบุคคลจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่า ตั้งแต่อุปกรณ์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ กล้องดิจิตอล อุปกรณ์และเครื่องเล่นดีวีดี อุปกรณ์ระบบจีพีเอส เลเซอร์วัดระดับ จนถึงตุ๊กตาเคลื่อนที่แบบต่างๆ ล้วนแต่เป็นผลผลิตจากหลักการทางวิทยาศาสตร์ของไอน์สไตน์ทั้งสิ้น ด้วยคุณูปการที่ได้ให้กับวงการวิทยาศาสตร์มากมาย ไอน์สไตน์จึงเป็นบุคคลสำคัญแห่งศตวรรษของโลก ไอน์สไตน์กับการเมืองการปกครอง การเมืองเป็นเรื่องของประชาชน ในกรณีนี้ก็ไม่เว้นแม้แต่นักวิทยาศาสตร์อย่างไอน์สไตน์ แม้ไอน์สไตน์จะไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นนักการเมือง แต่ก็ถือได้ว่าเป็นนักฟิสิกส์ที่มีบทบาททางการเมืองอย่างมาก ไม่ว่าเขาจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ในตอนแรกไอน์สไตน์มิได้ต้องการเกี่ยวข้องกับเรื่องของการเมืองซึ่งถือเป็นงานที่เขาไม่ถนัด แต่วิถีชีวิตของเขาอาจจะถูกกำหนดขึ้นมาแล้ว โดยเหตุว่าเพื่อสันติภาพและความสงบสุขของโลก ไอน์สไตน์จึงได้เข้ามามีบทบาทด้านสันติภาพจนกระทั่งถึงช่วยเหลือและปกป้องชาวยิวจากการถูกขับไล่จากสหพันธ์สาธารณะรัฐเยอรมัน ซึ่งขณะนั้นได้มีการแบ่งแยกชนชั้นและตั้งข้อรังเกียจชาวยิว ไอน์สไตน์ได้เข้าไปมีบทบาทในหมู่ชนชาวยิวในต่างประเทศรวมถึงในปาเลสไตน์หรือประเทศอิสราเอลในปัจจุบัน การกระทำนี้บางคนอาจมองว่าเป็นการกระทำของคนที่รักพวกพ้องชาวยิว แต่ข้าพเจ้าเห็นว่าเพียงแต่ไอน์สไตน์ได้เข้าใจเท่านั้นเอง ว่าไม่ว่าจะเป็นทางใดก็ตาม การดำรงชีวิตของยิวได้ถูกกีดกันให้ออกไปจากสังคม ชาวยิวส่วนมากถูกรังเกียจเดียดฉันท์ แม้จะมิได้กระทำความผิดใดๆ เลยก็ตาม เพียงแค่เพราะพวกเขาเหล่านั้นเกิดมาเป็นชาวยิวเท่านั้น มิได้ตระหนักถึงว่าชาวยิวก็มีศักดิ์ศรีความเป็นคนเท่าเทียมกับคนทุกคนบนโลก ศาสนาหรือชาติกำเนิดไม่ควรเข้ามาแบ่งแยกชนชั้นของมนุษย์ แม้ไอน์สไตน์จะรักและนับถือความเป็นมนุษย์ของทุกฝ่าย แต่นี่ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องยอมให้ชาติของตนถูกเหยียบย่ำในสังคม ความรักในมนุษย์ทุกชาติทุกศาสนานี้เห็นได้จากไอน์สไตน์ถึงกับเคยจัดให้มีการแสดงไวโอลินในกรุงนิวยอร์ก และได้บริจาคเงินจำนวนมากที่ได้ทั้งหมดจากการแสดงนั้นให้แก่สวัสดิภาพของผู้ลี้ภัยทั้งมวล บทบาททางด้านการเมืองครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งในชีวิตของไอน์สไตน์ คือ ไอน์สไตน์ได้รับเกียรติโดยถูกเชิญให้เป็นประธานาธิบดีของประเทศอิสราเอล ทั้งนี้ไม่น่าแปลกใจกับคำเชิญอันทรงเกียรตินี้ เนื่องจากแม้ว่าจะเป็นอัจฉริยะบุคคลทางด้านฟิสิกส์ เป็นเพียงนักวิทยาศาสตร์ที่มิได้มีความรู้ด้านการเมืองการปกครองแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ด้วยบทบาททางด้านการรักษาสันติภาพที่ได้เคยประกอบมา และการร่วมปกป้องชาวยิวจากการถูกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ชาวยิวทั้งหลายจึงพร้อมที่จะมอบตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ให้ด้วยความเต็มใจ แต่โลกนี้ก็หาได้มีประธานาธิบดีที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ไม่ ด้วยความที่ไอน์สไตน์มิได้เป็นบุคคลที่ยึดติดในลาภยศ สรรเสริญ เขาพอใจเพียงแค่การได้วิจัยค้นคว้าในงานด้านวิทยาศาสตร์ ส่วนงานด้านอื่นก็ทำเพียงเพื่อเพราะหน้าที่ของความเป็นมนุษย์ที่ต้องก่อให้เกิดความสันติสุขบนโลกใบนี้เท่านั้น เขาจึงได้ปฏิเสธไปอย่างสุภาพ และด้วยความซื่อตรงนี้ได้กินใจชาวยิวทั้งหลายที่ได้พร้อมใจกับมอบตำแหน่งสำคัญอันมีผลเสมือนการมอบชีวิตของพวกเขาให้ไอน์สไตน์ดูแล แม้ว่าไอน์สไตน์จะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงแต่เขาไม่ได้แสวงหาประโยชน์จากความมีชื่อเสียงนี้แต่อย่างใด กลับใช้ความมีชื่อเสียงนี้ก่อให้เกิดสันติภาพบนโลก เป็นที่เข้าใจได้ว่า ไอน์สไตน์ได้ทราบถึงสถานะของตนเองในความเป็นบุคคลของประชาชนที่มีชื่อเสียงระดับโลก คำพูดใดที่เขากล่าวย่อมได้รับความสนใจจากคนทั่วไป เขาจึงได้ใช้โอกาสอันมีค่านี้นี้พูดให้โลกรู้ถึงความสำคัญของเสรีภาพและสันติภาพอยู่เสมอ และโลกซึ่งเต็มไปด้วยสันติภาพนี้แหละเป็นความฝันหนึ่งของไอน์สไตน์ ด้วยบทบาทนี้เองก็เป็นที่แน่นอนว่าการกระทำของเขาก็ย่อมต้องสะกิดใจของใครบางคนให้ระลึกถึงความสำคัญของสันติภาพไม่มากก็น้อย ไอน์สไตน์กับสังคม ดนตรีเป็นภาษาสากลที่คนทั่วโลกสามารถเข้าใจและซาบซึ้งได้โดยไม่ต้องมีข้อจำกัดทางภาษาเป็นเครื่องกีดกั้น ไม่จำต้องมีการแปลความใดใด คนในสังคมใดมีดนตรีในใจ สังคมนั้นย่อมสงบร่มเย็น ครอบครัวของไอน์สไตน์ก็เช่นกัน มารดาของไอน์สไตน์รักดนตรีและไอน์สไตน์ก็ชอบฟังมารดาของเขาเล่นเปียโนและไวโอลิน ไอน์สไตน์รักในดนตรีมาก จนถึงกับเคยกล่าวว่าถ้าเขาไม่ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์ เขาก็คงจะเป็นนักดนตรี ความเป็นคนรักในดนตรีนี้เองอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่หล่อหลอมอัจฉริยะบุคคลเช่นเขาให้มีใจที่อ่อนโยนและรักสันติ แม้ว่านิสัยโดยปกติจะไม่ค่อยชอบพบปะสังสรรค์หรือสมาคมกับคนอื่นเท่าไรนัก แต่เขาก็ได้ใช้ดนตรีนี่เองเป็นสิ่งที่สื่อความรู้สึกความคิดของเขาต่อสังคมว่าเขามิใช่เป็นคนไม่มีวัฒนธรรมที่ไม่รู้จักการพบปะกับผู้คนอื่นแต่อย่างใด เพียงแต่เขามองการพบปะหรือการสื่อสารกับบุคคลในมุมที่ต่างออกไป การที่นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังเช่นไอน์สไตน์ชอบเล่นดนตรีและเสียงเพลง สิ่งนี้ย่อมจะทำให้สังคมเห็นความสำคัญของดนตรีกับการพัฒนาด้านการเรียนรู้มากขึ้นก็ได้ต่อไปในอนาคต นอกจากนั้นไอน์สไตน์ให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยเขาเห็นว่าเชื้อชาติต่างๆ ไม่มีความหมาย เมื่อทุกคนเข้ามารวมกลุ่มเพื่อที่จะศึกษาหาความรู้ การดูถูกเหยียดหยามชาติกำเนิดในโลกนี้ โดยตัดสินว่าบุคคลโง่เง่า เลวทราม เพราะชาติกำเนิด เป็นสิ่งที่น่าขำอย่างยิ่ง มนุษย์ทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้มีสิทธิที่จะดำรงชีวิต ศึกษาหาความรู้และประกอบอาชีพที่เขาเลือกไม่ว่าจะเขาเหล่านั้นจะมีผิวดำ ขาว เหลือง หรือไม่ว่าจะนับถือศาสนาคริสต์ อิสลาม ยิว หรือพุทธ ทุกคนมีสิทธิเท่ากัน ซึ่งสิทธิเหล่านี้ถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในปัจจุบัน เป็นสิทธิที่ทุกคนมีเท่าเทียมกันในทางการศึกษาไม่ว่าจะเป็นใครหรือชาติใดก็ตาม ขอเพียงเขาเหล่านั้นใฝ่ใจในการศึกษาเท่านั้น สิ่งสำคัญที่ไอน์สไตน์ได้ทำให้กับวงการการศึกษา คือ ด้วยความที่เป็นคนที่มีน้ำใจและพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ ดังนั้นตลอดเวลาของการเป็นอาจารย์ ไอน์สไตน์จะช่วยเหลือนักศึกษาของตนโดยไม่มีขอบเขตว่าต้องหยุดช่วยเหลือเมื่อใด ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งชี้ถึงการอุทิศตนเพื่อการสอนและความเป็นครูอย่างแท้จริง ครูที่อุทิศตนเพื่อนนักเรียนและมิได้ทำไปเพื่อหวังผลตอบแทนใดใด อีกทั้งไอน์สไตน์เชื่อในการเรียนรู้ที่ไม่ต้องมีการบังคับ เป็นธรรมดาทั่วไปที่เมื่อบุคคลถูกบังคับย่อมก่อให้เกิดความไม่พอใจและทำสิ่งใดไปเพราะแรงกดดัน หากเป็นการเรียนรู้ที่นักเรียนรักที่จะทำย่อมทำให้เกิดผลดีต่อทั้งตัวผู้เรียนและต่อสาขาที่เรียนนั้น และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือไอน์สไตน์ได้มีส่วนสำคัญในการสร้างมหาวิทยาลัยฮีบรูในกรุงเยรุซาเล็ม ซึ่งเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่สร้างขึ้นเพื่อให้ชาวยิวที่ถูกกีดกันทางด้านโอกาสทางการศึกษาได้มีโอกาสได้ศึกษาอย่างเท่าเทียมกับบุคคลอื่นๆ เป็นปกติของโลกมนุษย์ เมื่อมีคนรัก ก็ย่อมมีคนชัง เป็นสัจจะธรรมความจริงของโลก แม้ว่าไอน์สไตน์จะได้ทำประโยชน์ต่อโลกเพียงใด แต่ก็มิได้พอใจคนทุกคนในสังคม จึงมีกลุ่มที่ไม่พอใจไอน์สไตน์และได้ตั้งสมาคมต่อต้านไอน์สไตน์ขึ้น แต่สมาคมนี้ก็มิได้ทำให้ไอน์สไตน์เกรงกลัวแต่อย่างใด เพราะหากมั่นใจในความดีของตนแล้วก็ไม่มีสิ่งใดที่จะต้องกลัว ไอน์สไตน์ยังคงอื่นหยัดกับการประกอบความดีจนกระทั่งถึงเวลาที่เขาสิ้นลม ไอน์สไตน์ในความคิดของข้าพเจ้าจึงมิใช่เป็นเพียงแค่นักฟิสิกส์เท่านั้น แต่เป็นผู้ที่ทำประโยชน์ทางด้านอื่นต่อโลกด้วย เป็นบุคคลที่ข้าพเจ้ารู้จักและชื่นชมและเชื่อว่าคงมีบุคคลหลายคนที่รู้สึกเช่นข้าพเจ้าเช่นกัน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 3 พ.ย. 2548 (18:38) เยี่ยม! ขอแสดงความยินดีกับน้องๆทั้ง 3 คน สำหรับรางวัลที่ 2 ด้วยค่ะ ทางทีมงานกำลังจัดการกับประกาศณียบัตร และจัดส่งหนังสือรางวัลพร้อมลายเซ็น ผู้เขียน ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ ไปให้ กับทุกรางวัลที่ได้รับ คงจะได้รับกันภายในอาทิตย์หน้าค่ะ กระทู้นี้ ปิด รับความเห็นค่ะ |
![]() บทความแนะนำBlog แนะนำHot Linksขอบคุณผู้สนับสนุน |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |