ประโยชน์ของแสง

มีใครรู้เรื่องประโยชน์ของแสงบ้าง

หรือว่ารู้เว็บที่เกี่ยวกับแสง

ใครที่รู้ช่วยบอกที่ได้ไหมคะ
31 ต.ค. 2548 19:37
53 ความเห็น
75006 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 2  i_aviator31@hotmail.com (Guest)

โฟโตอิเล็กตริก ของไอสไตน์ ใช้แสงช่วย

ในการทำให้อนุภาค อิเล็กตรอน หลุด ออกมา

และทำให้เกิดข้อพิสูจน์ที่ว่า แสงเปนอนุภาค

ทำให้ไอสไตน์ ได้รับรางวัลโนเบล สาขาฟิสิกส์ในปีนั้น แสง เลยมีประโยชน์ต่อไอสไตน์ที่ช่วย

พิสูจน์ทฤษฏีของเขา เรย ฟาดเงินรางวัลโนเบล

ไป หลายล้านเหรียญ นี่ไงประโยชน์ของแสง

เหอะ ๆ
1 พ.ย. 2548 21:58


ความคิดเห็นที่ 3 เนาะ (Guest)

อ.นิรันดร์ตอบตรงใจผมมากเลยครับ
1 พ.ย. 2548 22:04


ความคิดเห็นที่ 4 โดย เด็กรักฟิสิกส์ จากP.R.C.

ก็ทำเป็นแสงเลเซอร์ไงครับ มันมีประโยชน์มากมายเหลือกว่าจะบอกได้หมด จริงไหมครับ
3 พ.ย. 2548 19:00


ความคิดเห็นที่ 5 โดย เด็กรักฟิสิกส์ จากP.R.C.

และใช้จุดไฟ โดยใช้วิธีรวมแสงครับ และแน่นอนอุปกรณ์ที่ใช้นั้นทุกคนย่อมรู้จักกันดีนั้นก็คือ แว่นขยาย ใช่ไหมครับ

4 พ.ย. 2548 19:52


ความคิดเห็นที่ 6 อิอิ (Guest)

แสงทำให้เรามองเห็น จริงๆนั่นแหละ
10 พ.ย. 2548 13:57


ความคิดเห็นที่ 7 111 (Guest)

ให้มองเห็น/ให้ความร้อน///
26 พ.ย. 2548 20:37


ความคิดเห็นที่ 8 เปรียว ป4/2 (Guest)

ฆ่าเชื้อโรค/ถนอมอาหาร
26 พ.ย. 2548 20:40


ความคิดเห็นที่ 9 น้อง (Guest)

อยากทราบการทำงานของแว่นขยายและเรื่องต่าๆเกี่ยวกับแว่นขยายค่ะ
4 ธ.ค. 2548 16:03


ความคิดเห็นที่ 10 เนย (Guest)

อยากได้ภาพส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์ค่ะแต่ต้องเป็นภาษาไทยนะค่ะ หาให้เนยหน่อยนะค่ะเนยจะเอาไปทำรายงานค่ะ ขอบคุณค่ะ
4 ธ.ค. 2548 16:07


ความคิดเห็นที่ 11 ton_phylum@hotmail.com (Guest)

แสงชินโครตรอน >> มหัศจรรย์
8 ธ.ค. 2548 01:16


ความคิดเห็นที่ 13 ผึ้ง เด็กวิทย์ 5/1 (Guest)

http://www.wphat.com/onlinelab/physics027/phys027.htm

เว็บนี้มั้ง
23 ธ.ค. 2548 11:20


ความคิดเห็นที่ 14 anokon merndee (Guest)

อยากได้ความรู้เกี่ยวกับแสงและประโยชน์ของแสง
9 ม.ค. 2549 20:06


ความคิดเห็นที่ 16 งุงิ (Guest)

แสงไม่ทำให้คนเรามองเห็นได้เสมอไป....?
14 ม.ค. 2549 11:43


ความคิดเห็นที่ 17 ประโยชน์ของแสง (Guest)

เราสามารถดูแสงใด้
19 ม.ค. 2549 11:49


ความคิดเห็นที่ 18 คุณ ดาว (Guest)

ประโยชน์ของการสะท้อนแสงที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวันที่ใกล้ตัวเราที่สุด มีอะไรบ้าง บอกมาซัก 5 ข้อได้ไหมคะ

ขอบคุณสำหรับคำตอบไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ ขอบคุณคะ
20 ม.ค. 2549 22:03


ความคิดเห็นที่ 19 ami-no@hotmail.com (Guest)

บางทีที่เธอตัดสินใจจากฉันไปนั้น

มันเป็นเพราะกลัวฉันจะทุกข์ทรมาน

นั่นคือเหตุผลของเธอใช่มั้ย

แม้ว่าเราจะต้องห่างกันทั้งวันก็ไม่เป็นไร

ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนฉันก็เชื่อว่ามันคือความรัก



ในตอนนั้นฉันไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย

แสงจากดวงตาของเธอที่มองฉัน

ร่างเล็ก ๆ ของเธอ ฉันก็ไม่สามารถโอบกอดได้

เกลียดที่สุด....



จนกว่าชะตาชีวิตที่แสนเศร้าจะพรากเราสองคนจากกัน

ฉันจะไม่ยอมให้เธอร้องไห้อีกแม้แต่ครั้งเดียว

ไม่ว่าอะไรก็ตาม ไม่สามารถแทนที่เธอได้

ในตอนนี้ ไม่มีสิ่งใดสำคัญสำหรับฉันมากไปกว่าเธอ รู้มั้ย



ยิ้มของเธอเมื่อมองหน้าฉัน

สำหรับฉัน มันคือความสุขอันยิ่งใหญ่

พิงเข้ามาใกล้ ๆ ฉันอีกสิ

ช่วงเวลาแบบนี้ที่ฉันสามารถสัมผัสลมหายใจของเธอได้



ฉันจะอยู่ตรงนี้ตลอดไป

ในที่ ๆ มือน้อย ๆ ของเธอเอิ้อมถึง

ความรักของเธอเรียกหาฉันใช่มั้ย

ให้เข้าไปหาเธอ
2 ก.พ. 2549 12:47


ความคิดเห็นที่ 23 Openheart_ple@hotmail.com (Guest)

สวัสดีค่ะอยากรู้ว่าแสงนี้นำมาทามเป็นสิ่งประดิษฐ์อะไรได้บ้างคะ
24 ก.พ. 2549 12:31


ความคิดเห็นที่ 24 andro (Guest)

เคยได้ข่าวว่าแสงสามารถทำให้เกิดแรงดันได้ ซึ่งจะสามารถนำไปเป็นตัวผลักยานอวกาศซึ่งมีใบคล้ายกับเรือใบ แล่นไปได้ในอวกาศไม่ต้องใช้พลังงาน เหมือนกันใช้แรงลมในการผลักเรือใบ
25 ก.พ. 2549 15:45


ความคิดเห็นที่ 25 โดย ครู...ชิต


แสงแห่งปัญญา
25 ก.พ. 2549 16:11


ความคิดเห็นที่ 26 โดย ครู...ชิต

ภาพจาก : สมาคมดาราศาสตร์ไทย
แสง
ให้ศึกษาเรื่อง สเปกตรัม คลื่นพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหลายช่วงคลื่น ประกอบด้วย รังสีเอกซ์ แกมมาและไวโอเลต รวมประมาณร้อยละ 9 รังสีที่มองเห็น ร้อยละ 41 อีกร้อยละ 50 คืออินฟาเรดและความร้อนในส่วนของรังสีหรือแสงที่สายตามองเห็นประกอบด้วย ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง เมื่อรวมกันจึงมองเห็นเป็นสีขาว ต้องใช้ตัวช่วยแยกเช่น สเปคตรัม หรือ ไอน้ำ จะเห็นการแยกสีอย่างชัดเจนในส่วนของดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ที่ให้พลังงานสูงสุดในย่านคลื่นสีเหลือง(ตามองเห็น)การที่ดาวฤกษ์ที่มองเห็นเป็นสีต่างๆนั้นปัจจัยหนึ่งคือ ความร้อนหรือการเพิ่มอุณหภูมิของดวงดาวในส่วนของดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงมายังโลกของเราคือท้องฟ้าเวลากลางวันแสงอาทิตย์ทำมุมชันกับพื้นโลก แสงเดินทางผ่านบรรยากาศเป็นระยะทางสั้น อุปสรรคที่กีดขวางมีน้อย แสงสีม่วง คราม และน้ำเงิน มีความยาวคลื่นเล็กกว่าโมเลกุลของอากาศจึงกระเจิงไปบนท้องฟ้าในหลายทิศทาง ทำให้เรามองเห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้า ในบริเวณที่มีมลภาวะทางอากาศน้อย เช่น ตามเกาะในทะเล เราจะเห็นท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงิน ส่วนในบริเวณที่มีมลภาวะ มีสารแขวนลอยในอากาศมาก แสงสีเขียวและสีเหลืองจะเกิดการกระเจิงด้วย เราจึงมองเห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้าอ่อน
หมายเหตุ: แม้ว่ารังสีจากดวงอาทิตย์มีความยาวคลื่นที่ให้พลังงานสูงสุดอยู่ในย่านสีเหลือง แต่เราจะมองเห็นดวงอาทิตย์เป็นสีขาวในเวลากลางวัน เนื่องจากความเข้มของแสงอาทิตย์มีมาก
ท้องฟ้าเวลาเช้า และเวลาเย็น
แสงอาทิตย์ทำมุมลาดกับพื้นโลก แสงเดินทางผ่านมวลอากาศเป็นระยะทางยาว อุปสรรคที่ขวางกั้นมีมาก แสงสีม่วง คราม และน้ำเงิน ไม่สามารถเดินทางผ่านอุปสรรคไปได้ จึงกระเจิงอยู่รอบนอก ส่วนแสงสีเหลือง ส้ม และแดง กระเจิงในแนวราบตามแนวลำแสง ทำให้เรามองเห็นดวงอาทิตย์และท้องฟ้าในบริเวณใกล้เคียงเป็นสีแดง
แสงหรือฟิสิกส์
ธรรมชาติของ “แสง” แสดงความประพฤติเป็นทั้ง “คลื่น” และ “อนุภาค” เมื่อเรากล่าวถึงแสงในคุณสมบัติความเป็นคลื่น เราเรียกว่า “คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า” (Electromagnetic waves) ซึ่งประกอบด้วยสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้าทำมุมตั้งฉาก และเคลื่อนที่ไปในอวกาศด้วยความเร็ว 300,000,000 เมตร/วินาที เมื่อเรากล่าวถึงแสงในคุณสมบัติของอนุภาค
เราเรียกว่า “โฟตอน” (Photon) เป็นอนุภาคที่ไม่มีมวล แต่เป็นพลังงานแสง ,การเพิ่มอุณหภูมิก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความยาวคลื่นและความถี่คลื่น ,การแผ่รังสี,ให้พยายามนึกถึงแสงอาทิตย์ครับซึ่งเป็นทั้งดาวฤกษ์ที่ให้กำเนิดแสงในตัวเอง(แหล่งกำเนิดแสง)และส่องแสงแผ่รังสีด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(จริงแล้วในดวงอาทิตย์เองก็มีการนำความร้อนและพาความร้อนครับ)
แสงสี คุณ bee เคยเห็นโลโก้ ช่อง 7 สีไหมครับเป็นสีและแสงที่สัมพันธ์กับสีรุ้งกินน้ำ,ภาพสปกตรัมของดวงอาทิตย์ความยาวคลื่นที่สั้นที่สุดคือสีม่วงไปยังความยาวคลื่นที่ยาวที่สุดคือสีแดงทั้ง 7 สีอยู่ในช่วงคลื่นที่สายตามองเห็นครับโดยปกติแม่ของแสงสีมี 3 สีคือ แสงแดง แสงเขียว และแสงน้ำเงิน เมื่อนำมาผสมกัน(รวมกัน)จะได้ แสงสีทุติยภูมิ คือ CyanZ(ฟ้า) Magenta(ม่วงหรือม่วงแดง) Yellow (เหลือง)และคู่ของแสงสีปฐมภูมิ(แม่สี)และทุติยภูมิที่รวมกันจะได้แสงขาวได้แก่คู่ของแสงแดงกับCyan,คู่ของแสงเขียวกับMagentaคู่ของแสงสีน้ำเงินกับ Yellowการกระจายแสงเมื่อให้แสงสีขาวจากดวงอาทิตย์ตกกระทบปริซึมจะเห็นแสง 7 สีแยกออกจากกัน เป็นแถบต่อเนื่องเรียกว่า แถบเปคตรัมของแสงขาว
การกระจายแสงโดยมุมหักเหและเบี่ยงเบน
ภายในปริซึม แสงสีแดงหักเห มากกว่า สีม่วง
ภายนอกปริซึม แสงสีแดงหักเห น้อยกว่า แสงสีม่วง
ส่วนความเบี่ยงเบน แสงสีม่วงเบี่ยงเบน มากว่า แสงสีแดง
ความเร็ว ความยาวคลื่นและความถี่ของแสง
คลื่น(เท่ากับความเร็วแสง เพราะรังสีแผ่ออกมาเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า)หรือหากความถี่มาก ความยาวคลื่นจะน้อย(คลื่นสั้น)และหากความถี่น้อย ความยาวคลื่นจะมาก(คลื่นยาว)
ความยาวคลื่น = ความเร็วแสง / ความถี่
ความยาวคลื่น = ระยะห่างระหว่างยอดคลื่น มีหน่วยเป็นเมตร (m)
ความถี่ (f) = จำนวนคลื่นที่เคลื่อนที่ผ่านจุดที่กำหนด ในระยะเวลา 1 วินาที มีหน่วยเป็นเฮิรทซ์ (Hz)
ความเร็วแสง (c) = 300,000,000 เมตร/วินาที (m/s)
ประเภทของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงที่ตามองเห็น (Visible light) เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ในช่วงซึ่งประสาทตาของมนุษย์สามารถสัมผัสได้ ซึ่งมีความยาวคลื่นอยู่ระหว่าง 400 – 700 นาโนเมตร (1 เมตร = 1,000,000,000 นาโนเมตร) หากนำแท่งแก้วปริซึม (Prism) มาหักเหแสงอาทิตย์ เราจะเห็นว่าแสงสีขาวถูกหักเหออกเป็นสีม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง คล้ายกับสีของรุ้งกินน้ำ เรียกว่า “สเปคตรัม” (Spectrum) แสงแต่ละสีมีความยาวคลื่นแตกต่างกัน สีม่วงมีความยาวคลื่นน้อยที่สุด สีแดงมีความยาวคลื่นมากที่สุด
นอกจากแสงที่ตามองเห็นแล้วยังมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดอื่นๆ ได้แก่ รังสีที่มีความยาวคลื่นถัดจากสีแดงออกไป
เราเรียกว่า “รังสีอินฟราเรด” หรือ “รังสีความร้อน” เรามองไม่เห็นรังสีอินฟราเรด แต่เราก็รู้สึกถึงความร้อนได้ สัตว์บางชนิด เช่น งู มีประสาทสัมผัสรังสีอินฟราเรด มันสามารถทราบตำแหน่งของเหยื่อได้ โดยการสัมผัสรังสีอินฟราเรดซึ่งแผ่ออกมาจากร่างกายของเหยื่อ รังสีที่มีความยาวคลื่นน้อยกว่าแสงสีม่วงเรียกว่า “รังสีอุลตราไวโอเล็ต” แม้ว่าเราจะมองไม่เห็น แต่เมื่อเราตากแดดนานๆ ผิวหนังจะไหม้ด้วยรังสีชนิดนี้ นอกจากรังสีอุลตราไวโอเล็ตและรังสีอินฟราเรดแล้ว ยังมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าประเภทอื่นๆ ซึ่งเรียงลำดับตามความยาวคลื่นได้ดังนี้
-รังสีแกมมา (Gamma ray) เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นน้อยกว่า 0.01 นาโนเมตร โฟตอนของรังสีแกมมามีพลังงานสูงมาก กำเนิดจากแหล่งพลังงานนิวเคลียร์ เช่น ดาวระเบิด หรือ ระเบิดปรมาณู เป็นอันตรายมากต่อสิ่งมีชีวิต
-รังสีเอ็กซ์ (X-ray) มีความยาวคลื่น 0.01 - 1 นาโนเมตร มีแหล่งกำเนิดในธรรมชาติมาจากดวงอาทิตย์ เราใช้รังสีเอ็กซ์ในทางการแพทย์ เพื่อส่องผ่านเซลล์เนื้อเยื่อ แต่ถ้าได้ร่างกายได้รับรังสีนี้มากๆ ก็จะเป็นอันตราย
-รังสีอุลตราไวโอเล็ต (Ultraviolet radiation) มีความยาวคลื่น 1 - 400 นาโนเมตร รังสีอุลตราไวโอเล็ตมีอยู่ในแสงอาทิตย์ เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากได้รับมากเกินไปก็จะทำให้ผิวไหม้ และอาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง
-แสงที่ตามองเห็น (Visible light) มีความยาวคลื่น 400 – 700 นาโนเมตร พลังงานที่แผ่ออกมาจากดวงอาทิตย์ ส่วนมากเป็นรังสีในช่วงนี้ แสงแดดเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของโลก และยังช่วยในการสังเคราะห์แสงของพืช
-รังสีอินฟราเรด (Infrared radiation) มีความยาวคลื่น 700 นาโนเมตร – 1 มิลลิเมตร โลกและสิ่งชีวิตแผ่รังสีอินฟราเรดออกมา ก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ และไอน้ำ ในบรรยากาศดูดซับรังสีนี้ไว้ ทำให้โลกมีความอบอุ่น เหมาะกับการดำรงชีวิต
-คลื่นไมโครเวฟ (Microwave) มีความยาวคลื่น 1 มิลลิเมตร – 10 เซนติเมตร ใช้ประโยชน์ในด้านโทรคมนาคมระยะไกล นอกจากนั้นยังนำมาประยุกต์สร้างพลังงานในเตาอบอาหาร
-คลื่นวิทยุ (Radio wave) เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นมากที่สุด คลื่นวิทยุสามารถเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศได้ จึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม
รุ้งกินน้ำ(Rainbow)
เวลาที่มองเห็น หลังฝนตก เวลาเช้าหรือเย็น
ตำแหน่งที่สังเกต ต้องหันหลังให้ดวงอาทิตย์
รุ้งมี 2 ประเภท
1.รุ้งปฐมภูมิ แสงเข้าทางด้านบนของหยดน้ำเกิดกระจายแสงภายในหยดน้ำและสะท้องแสงบางส่วนภายใน 1 ครั้งและหักเหออกสู่อากาศ สีแดงอยู่บน สีม่วงอยู่ล่าง
2.รุ้งทุติยภูมิ แสงเข้าทางด้านล่างของหยดน้ำเกิดการกระจายแสงภายในหยดน้ำและสะท้องแสงบางส่วนภายใน 2 ครังและแสงหักเหออกสู่อากาศ สีแดงอยู่ล่าง ม่วงอยู่บน

แหล่งอ้างอิง : ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์(LESA) http://www.lesaproject.com
25 ก.พ. 2549 20:37

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น