|
IDD = IQ - 15 หรือ ปัญญาเสื่อม
โพสต์เมื่อ:
16:50 วันที่ 4 พ.ย. 2548 ชมแล้ว:
4,977
ตอบแล้ว:
34
IDD: Iodine Deficiency Disorders;
การขาดไอโอดีน มีผลเสียหลายอย่าง เช่น ปัญญาอ่อน ต่อมไทรอยด์ใต้คอโต (คุณหมอครับ ช่วยหน่อย) หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ด้วยคำ IDD หรือดู http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet4/may11/cretin.htm http://medinfo.psu.ac.th/smj2/184/1845.html ผลงานสำรวจหลายปีมาแล้ว ให้คำสรุปว่า "...เนื่องจากเกลือมีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานและอัตราการครอบคลุมการใช้เกลือเสริมไอโอดีนในพื้นที่ ต่ำกว่าเป้าหมายที่ องค์การอนามัยโลกกำหนด..." ใครมีข้อมูลที่ทันสมัยพอจะให้คำตอบว่า "เด็กไทย ไม่ได้ โง่ เพราะขาดไอโอดีน" ทั้งที เกลือไอโอดีน ราคาถูกกว่า ขนม จำนวน 25 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 25 พ.ค. 2549 (16:17) สวัสดีครับ สรุปแล้ว ไอคิวต่ำไม่น่าจะเกิดจากการขาดไอโอดีนเพียงอย่างเดียวครับ น่าจะเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ อีก แต่ที่สำคัญที่สุด คือ การเลี้ยงดูครับ ยิ่งกว่านั้น ไอคิว ยังวัดไม่ได้ว่าคนที่มีไอคิวสูงจะดีเลิศกว่าคนอื่นเสมอไป และไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้เราอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขครับ เราจะทำอย่างไร ให้สมองมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล เรื่องนี้เป็นโจทย์ใหญ่ทีเดียวครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 26 พ.ค. 2549 (10:41) Dear ศรีปิงเวียง, 1) Many studies overseas concluded that "IDD can lower IQ by 15 points" - independently (in controlled experiments) i.e. IDD alone can take 15 points off your IQ! 2) Agreed! IQ is NOT a measure of GOODNESS in people, nor a factor in harmonious living. 3) Exactly! People want to use their brain effectively and efficiently - in sum "We want to be SMART". How do we measure smartness? IQ test is commonly used. Sigh... catch 22. How do we measure intention to use smartness? For self-interest - to pay least and to gain most? Anyway, we are not smart to skimp on iodized salt, so to spend on cakes, perfumes or movies. 10% of the budget for a Thai ambassy in Europe would supply iodized salt to Thai people for free! For now, medical doctors will say 1) use little iodized salt but use it often - like a pinch everyday 2) if you are having a baby, use 2-3 pinches everyday 3) some seafoods like sardines have iodine; but some also have toxic lead and mercury and etc...! ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 30 พ.ค. 2549 (18:06) สวัสดีครับ และขอบพระคุณความเห็นของคุณสรครับ ข้อ 3) ในความเห็นล่าสุด เชื่อมโยงกับกระทู้นี้ได้พอดีครับ http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=62&Pid=30250 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 25 มิ.ย. 2549 (11:28)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 25 มิ.ย. 2549 (12:55) Dear ศรีปิงเวียง Thank you for reminding me (us) of the IODINE DAY. I looked up the newspapers - none of them lends a hand in IDD cause. I tried posting to popular newspapers but failed to get any in. ศรีปิงเวียง You are among a few who has taken this cause seriously - I thank you. To all really good people like ศรีปิงเวียง - I beg for your help. Please keep on doing what you can when you can - one day we will see the result of your work. Please accept my appreciation and thanks: "Today is also your day" ศรีปิงเวียง. วันที่ 25 มิถุนายน 2549 : วันไอโอดีนแห่งชาติ Let us have some iodine today - for the sake of ourselves and Thailand. วันที่ 26 มิถุนายน 2549 : วันต่อต้านยาเสพติด Let us not have drugs this day - for the sake of ourselves and Thailand. SR (IP:144.138.31.73,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 26 มิ.ย. 2549 (05:24) แนวโน้มคนไทยเป็น โรคสมองเสื่อม สูงขึ้น แต่ไม่รู้ตัวเพียบ http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000082064 เผย แนวโน้มคนไทยและซีกโลกตะวันออกเป็นโรคสมองเสื่อมสูงขึ้น และอาจเป็นตั้งแต่ก่อนอายุ 60 ปี แต่อาการเพิ่งปรากฏเมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป ระบุเหตุมาจากวิถีชีวิตการกินอาหารประเภท ทอด-มัน-ผัด แนะระมัดระวังบริโภคแป้งหรืออาหารหวานจัด ทอดหรือมันเกิน วันนี้ (25 มิ.ย.) สมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมแห่งประเทศไทย ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ร่วมกันจัดกิจกรรมให้ความรู้ส่งเสริมคุณภาพชีวิตแก่ผู้ป่วยสมองเสื่อม และประชาชนทั่วไป โดย พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคสมองเสื่อม รพ.รามาธิบดี เปิดเผยว่า จะมีการจัดกิจกรรมนี้เป็นประจำทุก 3 เดือน เพื่อจะให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ ให้ผู้ที่มีความรู้ได้รักษาตัวในระยะแรกของโรคได้ ซึ่งไม่มีสาเหตุที่แน่นอนว่าสมองเสื่อมเกิดจากกรรมพันธุ์ แต่จากสถิติของผู้ป่วยในไทย ที่อายุประมาณเกิน 60 ปีขึ้นไปเป็นโรคสมองเสื่อมถึงกว่า 600,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ โรคสมองเสื่อมเกิดจากเส้นโลหิตที่ไปเลี้ยงสมองเกิดอาการตีบ ทำให้เซลล์สมองหมดประสิทธิภาพ ขณะที่โรคอัลไซเมอร์เกิดจากสภาพของสมองเสื่อมหรือตายไปแล้ว ซึ่งคนไทยและคนในซีกโลกตะวันออก นับวันจะเป็นโรคสมองเสื่อมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากพบว่าเกี่ยวเนื่องมาจากวิถีการกินอยู่และอาหารที่รับประทานเข้าไป พญ.สิรินทร กล่าวด้วยว่า ประเภทอาหารที่เป็นสาเหตุให้คนไทยและซีกโลกตะวันออกเกิดหลอดเลือดตีบ และนำไปสู่โรคสมองเสื่อม คือ อาหารประเภทผัด ทอด ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคสมองเสื่อมมักมีอาการก่อนอายุ 60 ปี แต่ยังไม่ปรากฏชัดเจน เมื่ออายุ 60 ปี ถึงมีอาการขึ้นมาแท้จริงอาจเป็นก่อนหน้านี้แล้ว จึงขอให้ระมัดระวังอาหารของทอด ผัด มัน ถ้าอยากกินเนื้อสัตว์ให้เลือกปลา และกินข้าวเป็นหลักไม่กินแป้ง ส่วนผักและผลไม้ ซึ่งมีมากในประเทศไทยนั้น ผักกินได้เกือบทุกประเภท ยกเว้นผลไม้ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีความหวานมาก ต้องเลือกบริโภคผลไม้ที่ไม่มีน้ำตาลมาก เช่น ฝรั่ง สำหรับอาการที่อาจจะมีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคสมองเสื่อมและพบก่อนอายุ 60 ปี คือ เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งผู้ที่กังวลว่าตัวเองจะเป็นโรคสมองเสื่อมหรือไม่ จะมีแบบทดสอบ ผู้ที่ต้องการทราบติดต่อสอบถามได้ที่สมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมแห่งประเทศไทย โทร.0-2201-2588, 0-2880-8542 และในวันที่ 21 ก.ย.ที่จะถึงนี้ ครบ 100 ปี ซึ่งค้นพบผู้ป่วยคนแรกที่เป็นอัลไซเมอร์ สมาคมฯร่วมกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดงานกิจกรรมทางวิชาการครั้งใหญ่ในวันที่ 23 ก.ย.ที่ รพ.ราชวิถี ขอเชิญผู้สนใจร่วมกิจกรรมตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. SR (IP:144.138.31.161,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 24 ส.ค. 2549 (02:58) ทุ่ม20ล.แก้เด็กขาดไอโอดีน http://www.matichon.co.th/matichon/ 23 August 2006 น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมเห็นชอบโครงการแก้ปัญหาการขาดสารไอโอดีนในคนไทยตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ เพื่อป้องกันโรคปัญญาอ่อน โดยอนุมัติงบฯ 20 ล้านบาทเพื่อดำเนินการ ตามยุทธศาสตร์ป้องกันการขาดไอโอดีนในคนไทยที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุวัย นอกจากนี้ยังเห็นชอบการเร่งรัดงบประมาณดำเนินโครงการบ้านคุณพุ่ม จำนวน 326 ล้านบาท เพื่อจัดสร้างอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงคุณพุ่ม เจนเซ่น ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จ.ภูเก็ต SR (IP:144.138.31.147,,) ไอคิว = (อายุสมอง/อายุจริง)*100 มันเกี่ยวกับแบบทดสอบด้วยว่ามีอำนาจจำแนกได้ดีขนาดไหน และอาจเกี่ยวกับประสบการณ์การทดสอบไอคิวด้วย เด็กที่เคยวัดไอคิวบ่อย ๆ มักจะไอคิวสูง (เกิดการเรียนรู้) มันมีความคลาดเคลื่อนได้เช่นกัน คนปกติ อายุสมองเท่ากับอายุจริง ไอคิว 100 อายุสมองมากกว่าอายุจริง ไอคิวมากกว่า 100 อายุสมองต่ำกว่าอายุจริง ไอคิวต่ำกว่า 100 It is sad to include another possible mishap to Thai Kids. This time we are all responsible! We let them make money using our kids สมองเด็กไทยเติบโตสะดุดเพราะไม่กินผัก! http://www.norsorpor.com/go2.php?u=http%3A%2F%2Fwww.manager.co.th%2FQOL%2FViewNews.aspx%3FNewsID%3D9490000153858 โดย ผู้จัดการออนไลน์ 15 ธันวาคม 2549 16:28 น. สธ. หนุนโรงเรียนทั่วไทย ส่งเสริมเด็กไทยกินผัก เพิ่มพลังสุขภาพ นำร่อง 50 โรงเรียนใน กทม.และปริมณฑล ชี้ผลดำเนินการ 1 ปีประสบผลสำเร็จ เด็กไทยมีนิสัยรักการกินผักเพิ่มขึ้นร้อยละ 72... ชี้ผลวิจัยล่าสุดพบเด็กไทยเจ้าเนื้อ กินผักเพียงวันละ 1 ช้อนครึ่งเท่านั้น ส่งผลให้การเจริญเติบโตเฉพาะสมองสะดุดเพราะขาดวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ... SR (IP:144.134.69.136) ยูนิเซฟชี้เด็กไทยยังขาดไอโอดีน http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0131221249&day=2006/12/22 หน้า 16 เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่โรงแรมสยามซิตี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการดำเนินงานด้านการพัฒนาเด็ก ตามแนวทาง "โลกที่เหมาะสมสำหรับเด็ก" นายโทโมโอะ โฮซูมิ ผู้แทนยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่ไทยควรจะปรับปรุงคือ การควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน เพราะจากข้อมูลสถานการณ์เด็กในประเทศไทย พ.ศ. 2548-2549 พบว่ามีครอบครัวไทยเพียงร้อยละ 53 ที่บริโภคเกลือไอโอดีน ในขณะที่นานาประเทศทั่วโลกมีเป้าหมายให้ประชากรโลกทุกคนในทุกครัวเรือนต้องบริโภคเกลือไอโอดีน ซึ่งการขาดไอโอดีนจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพหลายประการ อย่างเด็กในวัยเรียน -- ถ้าไม่ได้รับสารอาหารที่มีไอโอดีนเพียงพอ จะส่งผลให้สมองเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ -- เชื่อว่าประเทศไทยจะเร่งดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเรื่องไอโอดีนได้ในระยะเวลาอันสั้น ทั้งที่เกลือไอโอดีนในประเทศไทยมีมากกว่าในหลายประเทศ SR (IP:144.134.69.163) สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯทรงห่วงปัญหาหญิงตั้งครรภ์ขาดไอโอดีน http://www.bangkokbiznews.com/body_redirect.jsp?redirect=&newsid=144082 29 ธันวาคม 2549 16:09 น. กรมอนามัยร่วมกับคณะกรรมการอนามัยแม่และเด็กเร่งส่งเสริมหญิงตั้งครรภ์ได้รับธาตุเหล็กและไอโอดีนเพียงพอ สนองแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการระบุหาก หญิงตั้งครรภ์ขาดธาตุเหล็กเสี่ยงเสียเลือดมากขณะคลอด จนเสียชีวิตได้ ขาดธาตุไอโอดีนส่งผลทารกสติปัญญาด้อย เอ๋อ ไอคิวต่ำ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นประธานการสัมมนาเรื่อง เรียนรู้ความสำเร็จ พันธมิตรเครือข่ายเพื่อสุขภาพแม่และเด็กไทย ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ เมื่อเวลา 09.15 น.มีพระราชดำรัสเปิดการสัมมนาว่า สุขภาพแม่และเด็กเป็นเรื่องสำคัญ เห็นควรจัดบริการตรวจสุขภาพเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านโภชนาการ สุขภาพอนามัยแม่และเด็กให้ครอบ คลุมทุกพื้นที่ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่แม่ ผู้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชน จากนั้น ทรงตัดแถบแพรเปิดนิทรรศการเรียนรู้ความสำเร็จพันธมิตรเครือข่ายเพื่อสุขภาพแม่และเด็กไทย ทอดพระเนตรนิทรรศการฉาย พระรูปร่วมกับข้าราชการระดับสูงจากกระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการอนามัยแม่และเด็ก เสด็จพระราชดำเนินกลับเวลาประมาณ 10.15 น. ก่อนหน้านี้ นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาของโครงการว่า ปัจจุบันเด็กแรกเกิดถึง 5 ขวบถึง 1 ใน 5 มีพัฒนาการล่าช้า สืบเนื่องจากสตรีตั้งครรภ์มี ภาวะโลหิตจางเพราะขาดธาตุเหล็กร้อยละ 14 ขาดธาตุไอโอดีน ร้อยละ 50 สธ.ได้สนองแนวพระราชดำริจัดทำโครงการเกลือเสริมไอโอดีนให้หญิงตั้งครรภ์ทุกคน ให้ยาน้ำเสริมธาตุเหล็กกับเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนถึง 3 ขวบ ตั้งศูนย์พัฒนาเด็กวัยเตาะแตะโดยผู้สูงอายุในถิ่นทุรกันดาร โรงพยาบาล ซึ่งได้รับการรับรองเป็นศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่จากกรมอนามัยแล้ว 51 แห่ง พญ.แสงโสม ลีนะวัฒน์ นายแพทย์ 9 เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ กรมอนามัย กล่าวว่า ธาตุเหล็กถ้าแม่ขาดจะมีภาวะซีด ทำให้ลูกเวลาคลอดเสียเลือดมาก ทำให้ร่างกายอ่อนแอ อาจเสียชีวิตได้จากการเสียเลือดจำนวนมาก ถ้าเด็ก ซีดทำให้มีการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายไม่สมบูรณ์ สมองเติบโตไม่เต็มที่ ส่วนธาตุไอโอดีนมีความสำคัญมากเพราะเป็นธาตุสำคัญของการสร้างเซลล์ประสาทให้โยงใยเครือข่ายในสมอง ทำให้พัฒนาการสมองดี ถ้าขาดธาตุ ไอโอดีนจะทำให้เด็กเสี่ยงเป็นปัญญาอ่อน เอ๋อ พัฒนาการช้า ระดับความเฉลียวฉลาดทางสติปัญญาหรือไอคิวด้อย ซึ่งหากไม่มีการส่งเสริมการบริโภคไอโอดีน ธาตเหล็กอย่างพอเพียงไอคิวเด็กไทยจะลดต่ำกว่าปัจจุบันที่มีค่าเฉลี่ยประมาณ 91 ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำ ดังนั้น กรมอนามัยจึงส่งเสริมให้หญิงตั้งครรภ์รับประทานเกลือเสริมไอโอดีนให้ เพียงพอ ทารกได้รับไอโอดีนผ่านทางรกและน้ำนมมารดา "การกินเกลือเสริมไอโอดีนหญิงตั้งครรภ์ไม่ได้กินเกลือมากขึ้น ร่างกายต้องการเกลือแต่ไม่มากเกินไป ไม่ต้องห่วงภาวะความดันโลหิตสูง แต่ถ้าซีดให้กินอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงคือผักสีเขียวเข้ม เลือดสัตว์ เนื้อสัตว์ และยาเม็ดธาตุเหล็กขอให้กินอย่างน้อยวันละ 1 เม็ด ถ้าซีดมากอาจต้องกินวันละ 3 เม็ด ขอให้กินทุกวันช่วยแม่ช่วยลูกในครรภ์ด้วย ส่วนอาหารต้องกิน ผลไม้รสเปรี้ยวร่วมด้วยเพราะมีวิตามินซี ร่างกายจึงจะดูดซึมเหล็กได้ผลดี"พญ.แสงโสม กล่าว SR (IP:144.138.31.241) [This articles from Thairath is interesting! We now have a (more commercial?) way to add Iodine into our diet. This would make rice a medium for health at 0.5% (moisture increase weight) cost, plus process cost, plus sale cost, plus ... Iodised salt and Iodine solution (though less expensive) had not worked out too well. We will see how this benefits the people who need Iodine - who are usual poor.) ไทยเคลือบธาตุอาหารกับเม็ดข้าว เลี้ยงเด็กขาดไอโอดีนสารอาหาร [9 มี.ค. 50 - 00:25] http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=39453 นักวิจัยไทยสามารถคิดค้นเครื่องเคลือบธาตุอาหารไอโอดีน เหล็ก และสังกะสี บนเม็ดข้าวได้สำเร็จ เตรียมขยายผลนำเครื่องดังกล่าวใช้ในกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ประชาชน และเด็กขาดสารไอโอดีนและธาตุอาหารในภาคเหนือและภาคอีสาน และมีแผนร่วมมือผู้ประกอบการ ผลิตข้าวเคลือบธาตุอาหารจำหน่ายต่อไป ส่วนเครื่องต้นแบบผู้วิจัยได้น้อมเกล้าฯถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ใช้ในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ ศ.ดร.ปิยะวัติ บุญ-หลง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) แถลง ข่าวความสำเร็จโครงการวิจัยเรื่อง เครื่องเคลือบธาตุอาหารบนเม็ดข้าว ซึ่งเป็นผลงานวิจัยจากความร่วมมือของ รศ.ดร. วรรณา ตุลยธัญ ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ ค้นคว้ากระบวนการนำธาตุไอโอดีน เหล็ก และสังกะสี มาเคลือบบนเม็ดข้าว กับงานวิจัยของ รศ.ดร.วินิต ชินสุวรรณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่นำงานวิจัย ขั้นต้นของ รศ.ดร.วรรณา มาต่อยอดเป็นเครื่องผลิตข้าวเคลือบแร่ธาตุอาหารในระดับอุตสาหกรรมขนาดเล็ก หรือโรงสีชุมชน ขยายกำลังผลิตจาก 2 กิโลกรัมต่อครั้ง เป็นมากกว่า 250 กิโลกรัมต่อชั่วโมง โดยปริมาณความชื้นเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.5 หากใช้เชิงพาณิชย์จะมีต้นทุนกิโลกรัมละ 50 สตางค์ โดยทำได้ทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียวและข้าวกล้อง อีกทั้งยังสามารถเพิ่มกลิ่นต่างๆ เช่น สตรอเบอร์รี่ วนิลา เคลือบไปด้วยได้ ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้น้อมเกล้าฯ ถวายเครื่องเคลือบฯ แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แล้ว ซึ่งทรงพระราชทานเครื่องดังกล่าวต่อให้ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ใช้ในโรงสีข้าว เพื่อให้เด็กได้รับประทานข้าวที่มีธาตุอาหารครบ ช่วยแก้ภาวะการขาดธาตุอาหาร ป้องกันภาวะขาดธาตุไอโอดีนรุนแรง (โรคเอ๋อ) ซึ่งมีมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. SR (IP:144.134.69.213) [Now it is official! Thais are Iodine deficient because the cost of Potasium iodate is too high. We can afford to talk on mobile and possibly get leukemia or brain damage. But we can afford iodised salt - the stuff that improves our brain power. Let us start a '+I' (plus eye) campaign. Let us buy foods from places that use iodised salt and show this '+I' sign (I would run a design competition for the logo and icon). I would ask school/college/university caterers first. Show me your '+I' ] ตะลึงคนไทยครึ่งประเทศขาด ไอโอดีน [22 มี.ค. 50 - 04:05] http://www.thairath.co.th/news.php?section=education&content=40940 นพ.โสภณ เมฆธน รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยระหว่างการประชุมผู้ประกอบการเกลือเสริมไอโอดีน ว่า ปัจจุบันโรคขาดสารไอโอดีน กำลังมีแนวโน้มเป็นปัญหามากขึ้น จากการตรวจวัดไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงมีครรภ์ที่มาคลอดในโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ ล่าสุดพบว่าสัดส่วนระดับไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงมีครรภ์มีค่าต่ำกว่า 50 Ug/1 โดยค่าเฉลี่ยการขาดสารไอโอดีนทั่วประเทศสูงถึง 33.1% สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนด ส่งผลต่อการเกิดภาวะปัญญาอ่อน ปัญญาทึบ ไอคิวต่ำของเด็ก โดยพบว่าเด็กที่อาศัยอยู่บริเวณที่มีการขาดสารไอโอดีน มีสติปัญญาต่ำกว่าเด็กที่อยู่ในบริเวณที่ได้รับสารไอโอดีนเพียงพอถึง 13.5 จุดไอคิว รองอธิบดีกรมอนามัยกล่าวอีกว่า โดยปกติร่างกายต้องการสารไอโอดีนทุกวัน วันละ 100-150 ไมโครกรัม ในส่วนของหญิงมีครรภ์ หากขาดสารไอโอดีนจะทำให้ทารกตายตั้งแต่อยู่ในครรภ์ หรือแท้ง หรือพิการตั้งแต่กำเนิด เด็กที่เกิดจากแม่ที่ขาดสารไอโอดีนมีโอกาสที่จะเป็นปัญญาอ่อน เป็นใบ้ ช่วยตัวเองไม่ได้ กลายเป็นเด็กเอ๋อ ส่วนในเด็กวัยเรียนที่ขาดสารไอโอดีน จะส่งผลให้เรียนรู้ช้า เฉื่อยชา เป็นคอพอก เพราะสารไอโอดีนมีความสำคัญมากต่อการพัฒนาสมองทารกที่อยู่ในครรภ์ ต้องการสารไอโอดีนจากมารดาในการเพิ่มจำนวนและขนาดเซลล์สมอง และช่วยสร้างโครงข่ายใยประสาทที่ต่อเชื่อมถึงกัน สร้างปลอกหุ้มเซลล์ใยประสาทอย่างต่อเนื่อง ส่วนในวัยผู้ใหญ่ หากขาดสารไอโอดีนจะทำให้กลายเป็นคนเซื่องซึม เฉื่อยชา ประสิทธิภาพการทำงานลดลง นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจการครอบคลุมกระจายเกลือเสริมไอโอดีนระดับครัวเรือน พบการครอบคลุมกระจายเกลือเสริมไอโอดีนในระดับครัวเรือนเพียงร้อยละ 58.8 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ร้อยละ 90 ซึ่งการแก้ไขปัญหาขณะนี้คือการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรวมตัวกันเป็นชมรม และจัดตั้งเป็นกองทุนเกลือเสริมไอโอดีน เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อย สามารถซื้อสารโปแตสเซียมไอโอเดท มาเติมในเกลือได้ เนื่องจากสารดังกล่าวมีราคาค่อนข้างสูง และงบประมาณของรัฐบาลในการจัดซื้อสารดังกล่าวลดลงทุกปี [Another newsclip, thanks to Thairath for keeping the issue in focus. I am angry that there are salt-makers who make profits from selling sub-standard iodised salt. They harm the people who feed them -- shamelessly. I am also sad that our government can afford to pay for diplomats around the globe but cannot find money to help our children -- our national resource. There is real benefit in making our human resource strong and at the same time reducing health care expenditure in the long term. Surely, the health of our people is always our TOP priority, If we cannot fix our real problem, who shall trust us for any things else? I think, if we add 1% surcharge on mobile phone bills -- we would have enough to subsidise iodised salt for the whole nation.] ไอคิวเด็กไทยต่ำกว่าระดับสากล แม่ขาดสารไอโอ ดีนตอนตั้งท้อง [13 เม.ย. 50 - 00:07] http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=43421 นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ไอโอดีนเป็นสารที่มีความสำคัญต่อการ สร้างเซลล์สมองของเด็กทำให้เด็กมีไอคิวหรือสติปัญญาดี หากแม่ขาดสารไอโอดีนระหว่างตั้งครรภ์ จะทำให้ลูกปัญญาอ่อน ซึ่งสามารถเห็นอาการชัดเจนได้ ประมาณร้อยละ 1-10 ของเด็กที่เป็นเท่านั้น อีกร้อยละ 5-30 จะเกิดปัญญาทึบ ที่เหลืออีกร้อยละ 70 จะออกมาในรูปของการเฉื่อยชา เกียจคร้าน อ่อนแรง จากการสำรวจการใช้เกลือครั้งล่าสุดในปี 2549 พบมีครัวเรือนเพียงร้อยละ 59 ใช้เกลือเสริมไอโอดีนปรุงอาหาร ในจำนวนนี้ใช้เกลือเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพคือ มีสารไอโอดีนในปริมาณกำหนดคือ 30 ส่วนในเกลือ 1 ล้านส่วนหรือ 30 พีพีเอ็ม (30 ppm) เพียงร้อยละ 54 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนด คือต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 จึงทำให้หญิงตั้งครรภ์ไทยร้อยละ 50 หรือประมาณ 400,000 คน ได้รับไอโอดีนไม่ เพียงพอ เสี่ยงคลอดลูกเป็นเอ๋อ หรือปัญญาอ่อน ขณะนี้ค่าเฉลี่ยระดับเชาวน์ปัญญาหรือไอคิวเด็กสากลกำหนดไว้คือ 90-110 จุด แต่ไอคิวของเด็กไทยประเมินในรอบ 5 ปีมานี้ได้แค่ 88 จุด จึงน่าห่วงมาก หากดูในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่ขาดไอโอดีนแล้ว ประเทศไทยจะมีเด็กคลอดใหม่เสี่ยงต่อ การมีสติปัญญาด้อยหรือไอคิวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานประมาณ 400,000 คน นพ.ณรงค์ศักดิ์กล่าว นพ.ณรงค์ศักดิ์กล่าวถึงสาเหตุที่เกลือเสริมไอโอดีนยังไม่ได้คุณภาพ มาจากการผลิตเกลือ ซึ่งมีผู้ผลิตเกลือจำนวนมาก ดังนั้น หากแม่บ้านจะซื้อเกลือทุกครั้ง ขอให้มั่นใจว่าเป็นเกลือเสริมไอโอดีนโดยดูที่ฉลากที่เขียนไว้บนหน้าซองว่า มีส่วนผสมของสารไอโอดีนเท่านั้น. SR (IP:144.134.69.181) [I looked at newspapers and found ...] ...รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ ว่าจ้างบริษัทประชาสัมพันธ์ เพื่อตอบโต้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย เป็นเงิน 1.9 ล้านบาทต่อเดือน ในระยะเวลา 3 เดือน... --- ...การจัดกิจกรรมวัฒนธรรมต่างประเทศครั้งต่อไป ต้องมีความชัดเจนของเนื้องาน และต้องคำนวณงบประมาณให้รัดกุม ไม่ให้สิ้นเปลืองเหมือนการจัดเทศกาลที่ฝรั่งเศส ซึ่งใช้งบไปกว่า 60 ล้านบาท... --- [I looked up ... 64 millions in Thailand, each needs 150 microgram of iodine perday ... so that 64*10^6 *150*10^(-6) = 64*150 gram/day = 9,600 gram/day < 10 Kg/day! The usual way to get iodine is to use "iodized salt" in place of plain salt. The usual way to make iodized salt is to sprey solution of potassium iodate or iodide. The price of potassium iodate is about $US 10/kg (in bulk). To get 10 kg of iodine we need 50 kg of KIO3 --> about $US 500 a day or $172,500 per year about 6,000,000 baht/year! Imagine everyone in Thailand could get enough iodine to keep them "healthy and smart" with just 10 Kg or 6 million baht of iodine a year. The cost of looking after IDD patients nationally is ??? The benefits of smarter nation is ??? I think subsidizing iodized salt can benefit the whole nation and would be a gesture of "care for people" -- which is welcome by everyone. SR (IP:144.138.31.223) [A typo: about $US 500 a day or "2,500 per year" about 6,000,000 baht/year! $US500*365 days=$US 182,500 per year @34.50 baht/$US1 --> 6.3 miilion baht/year or < 6 million baht per year when a bulk and long-term contract discount rate applies. SR (IP:144.138.31.223) [My last posting was full of typos. I typed 'sprey' where I meant to say 'spray'; I had '"healthy and smart" with just 10 Kg or 6 million baht of iodine a year', when I meant 'with just 10 kg per day' ...] I have, of course, ignored the cost of distribution and correct applications -- these costs may be absorbed by various 'mechanisms' (healthcare systems, education systems, and local administrations) if they so wish. The costs of any project can be blown to any amount when self-interest concerns are added. By tackling IDD, we show the reason for governance is to 'look after ALL people'. SR (IP:144.138.31.246) เด็กเป็นเอ๋อ หญิงแท้งง่าย ชายเซ็กซ์เสื่อม หากขาดไอโอดีน http://www.clinicrak.com/messages/viewmessage.php?id=5557 กรมอนามัย เผยคนไทยส่วนใหญ่ยังเข้าใจโรคขาดสารไอโอดีนคลาดเคลื่อน ย้ำการขาดไอโอดีนนอกจากจะเป็นคอพอกแล้วยังส่งผลกระทบต่อร่างกาย สมอง และสติปัญญาของคนทุกวัยเตือนเด็กขาดไอโอดีนระวังเป็นโรคเอ๋อ ขณะที่หญิงตั้งครรภ์จะแท้งง่าย ส่วนชายจะเซ็กซ์เสื่อม พร้อมระบุกรุงเทพฯ หรือคนที่อาศัยใกล้ทะเลก็มีสิทธิ์เป็นได้ หากได้รับสารไอโอดีนไม่เพียงพอ น.พ.วิชัย เทียนถาวร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า โรคขาดสารไอโอดีน ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจคลาดเคลื่อนว่า คนที่ขาดสารไอโอดีนจะทำให้เกิดอาการคอพอกเพียงอย่างเดียว หากใครไม่มีอาการคอพอก แสดงว่าไม่ขาดสารไอโอดีน และคิดว่าเป็นเฉพาะในวัยเด็กเท่านั้น จึงไม่ให้ความสำคัญกับการบริโภคอาหารที่มีสารไอโอดีนมากนัก ทั้งนี้ ข้อมูลทางการแพทย์พบว่า สารไอโอดีนมีผลต่อการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกาย สมอง และสติปัญญาของคนในทุกช่วงอายุ หากขาดสารไอโอดีน จะมีภาวะผิดปกติแตกต่างกันไป เช่น ช่วงทารกในครรภ์ถึงแรกเกิด จะทำให้เกิดการแท้งหรือตายก่อนกำหนดได้ง่าย หรือหากไม่ตายคลอดออกมาทารกก็จะพิการแต่กำเนิด เช่น หูหนวก ขาแข็ง กระตุก ตาเหล่ รูปร่างแคระแกร็น และสติปัญญาด้อยลงกว่าปกติ และมีอาการคอพอก ขณะที่ช่วงวัยผู้ใหญ่ จะมีอาการคอพอก เหนื่อยง่าย ไม่สดชื่นสมรรถนะในการทำงานลดลง ร่างกายและจิตใจเสื่อมถอย ในเพศชายอาจมีอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ส่วนผู้หญิงอาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติได้ นพ. วิชัย กล่าวต่อว่า ตลอดช่วงชีวิตของคนเราต้องการสารไอโอดีนรวมกันแล้วไม่เกิน 1 ช้อนชา เฉลี่ยต่อวันร่างกายต้องการสารไอโอดีนเพียง 150 ไมโครกรัมอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น โดยสารไอโอดีนบางส่วนจะถูกนำไปใช้ในการสร้างฮอร์โมนสำหรับการเจริญเติบโตของร่างกายและสมอง ส่วนที่เหลือจะถูกขับออกจากร่างกาย จึงจำเป็นต้องบริโภคอาหารที่มีสารไอโอดีนทุกวัน ทั้งนี้ ในอดีตผู้เป็นโรคขาดสารไอโอดีนจะพบมากในเขตพื้นที่ชนบทที่ห่างไกลทะเล หรือแถบพื้นที่ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ปัจจุบันพบว่า ผู้ที่อาศัยอยู่ในภาคกลาง ภาคใต้ หรือแม้แต่พื้นที่ติดชายทะเล รวมทั้งคนกรุงเทพฯ ก็มีสิทธิ์เป็นโรคขาดสารไอโอดีนเช่นกันหากร่างกายไม่ได้รับสารไอโอดีนเพียงพอทุกวัน ปัญหาโรคขาดสารไอโอดีนนั้น ไม่สามารถขจัดให้หมดไปได้ หากประชาชนยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และยังบริโภคอาหารที่มีสารอาหารไม่เพียงพออย่างต่อเนื่อง สำหรับการป้องกันและควบคุมสามารถทำได้ ด้วยการกินอาหารทะเลหรือใช้เกลือเสริมไอโอดีนปรุงอาหารเป็นประจำ น.พ. วิชัย กล่าว ผู้ที่สนใจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคขาดสารไอโอดีน สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โทร. 0-2590-4328-30 ในวันและเวลาราชการ. (update 1 พฤษภาคม 2007) [ ที่มา..นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.164 March 2007] SR (IP:144.138.31.169) อายุสมองหายังไง ฟัน (IP:202.28.77.31) อายุสมอง (IQ) is measured as an ability to solve problems, which are deemed appropriate to the age of the person being tested. (try search scholar google with "IQ test" for more info.) IQ is only a "rough" measure depending on many factors such as language, culture, and personal experience. Iodine deficiency has been shown in many tests to be the main factor for many disorders (please read above). Adding a little Iodine (+i) helps. Foods for school kids should have iodine added (+i). Foods at home should be +i. The +i sign should be displayed where foods are +i. We and health authorities know +i is good for the people for years. Let us +i for our kids .SR (IP:144.134.69.7) |