วิชาการดอทคอม ptt logo

ฟีโรโมน คืออะไร

โพสต์เมื่อ: 12:41 วันที่ 5 พ.ย. 2548         ชมแล้ว: 104,546 ตอบแล้ว: 59
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
แตกต่าง จากฮอร์โมนอย่างไร


iamwinnie
ร่วมแบ่งปัน11 ครั้ง - ดาว 151 ดวง





จำนวน 42 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 5 พ.ย. 2548 (18:10)
ฟีโรโมน เป็นสารเคมีที่มีผลต่อระบบของร่างกายและพฤติกรรมคล้ายๆกับฮอร์โมนนะครับ แต่ต่างกันตรงที่ ฮอร์โมนจะออกฤทธิ์ในร่างกายของตัวที่หลั่งออกมาใช่มะ แต่ฟีโรโมนนี่ไปออกกับตัวอื่นที่อยู่ในสปีชี่เดียวกัน อย่างพวกมดไง ที่มันเดินๆตามกัน มันก็ตามฟีโรโมนนะ แล้วฮอร์โมนเนี่ยหลั่งจากต่อมไร้ท่อ ขณะที่ฟีโรโมนหลั่งจากต่อมมีท่อ ฟีโรโมนมีหลายชนิดนะ ต้องรอท่านต่อไปอธิบาย
แพรน่ารัก (IP:58.147.49.16,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 14 พ.ย. 2548 (10:11)
ฟีโรโมน PHREROMONE เป็นคำที่มาจาก คำภาษากรีก 2 คำรวมกัน คือคำว่า PHEREIN ซึ่งแปลว่า นำมาหรือส่งต่อไปให้ และ HORMON ซึ่งแปลว่า ตื่นเต้น ตื่นตัว รวมกันแล้ว จึงแปลว่า นำเอาความตื่นเต้นมาให้ ความตื่นเต้นอะไรน่ะหรือครับ ก็ความตื่นเต้นของคู่ซิครับ ตื่นเต้นในความรัก ตื่นเต้นที่จะได้มีการเจริญพันธุ์ เป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่า สัตว์ทุกชนิดในห้วงเวลาที่มีการเจริญพันธุ์นั้นจะมีการหลั่งสารชนิดหนึ่งออกมา สารดังกล่าวเรียกขานกันว่า ฟีโรโมน ส่วนมากแล้วจะหลั่งออกมาจากเพศเมีย เพราะต้องการเรียกให้ตัวผู้มาทำการผสมพันธุ์จะได้เจริญเผ่าพันธุ์ต่อไป ไม่สูญพันธุ์ไปเสียก่อน ต่อมาก็พบว่า ปลาบางชนิดมีสารฟีโรโมนดังกล่าวด้วยเช่น ปลาฉลาม และปลาแซลมอน ในสัตว์บกนั่นพบเกือบทุกชนิด และไม่เว้นแม้แต่สัตว์ปีกตัวเล็กๆ เช่น ตั๊กแตน ผีเสื้อ แต่ไม่พบในนก



โดยปกติแล้วฟีโรโมนเป็นสารที่ระเหยได้ และสร้างออกมาจากเพศหนึ่ง เพื่อกระตุ้นอีกเพศหนึ่งให้เกิดอารมณ์รักใคร่อยากจะได้ไว้เป็นคู่ ฟีโรโมนออกฤทธิ์อย่างแรงในการกระตุ้นอารมณ์และความรู้สึกรักใคร่ อยากเป็นของกันและกันให้มากขึ้น ในเผ่าพันธ์เดียวกันนะครับ รับรองว่าฟีโรโมนของคุณไม่สามารถไปกระตุ้นม้าหรือช้างให้รักคุณได้เด็ดขาด



เชื่อไหมครับ เวลาเขาพูดกันถึง ฟีโรโมน นั้นมักจะเรียกกันว่า กลิ่นเรียกรัก แต่โดยแท้ที่จริงแล้ว ฟีโรโมนนั้นไม่มีกลิ่นที่รับรู้ได้จากทางจมูกหรอกครับ แต่กลิ่นที่ไม่มีกลิ่นดังกล่าว (อ่านแล้วงงไหมครับ) ที่เรียกว่า ฟีโรโมน นั้นจะรับรู้ได้จากสมอง ฟีโรโมนนั้น หลั่งออกมาเพียงน้อยนิด ก็สามารถที่จะเรียกคู่ได้จำนวนมหาศาล โดยปกติแล้ว ฟีโรโมน มักจะหลั่งออกมาจากเพศหญิงเพื่อที่จะให้ชายมาหลงรัก จำได้นะครับว่า ฟีโรโมนแท้นั้นไม่มีกลิ่น ดังนั้น รับรองว่าไม่ใช่กลิ่นที่เรียกว่าสาบสาวอย่างเด็ดขาด



เป็นที่เชื่อกันมานานแล้วว่า สัตว์เพศผู้ทั้งหลายมีตัวรับกลิ่นเสน่ห์ หรือฟีโรโมนดังกล่าวอยู่ในสมองจึงสามารถที่จะหลงเสน่ห์เพศเมียได้ ในขณะที่สัตว์เพศเมียไม่มีตัวรับกลิ่นดังกล่าว จึงไม่มีการหลงเสน่ห์ตัวเอง
dk. (IP:61.19.198.123,192.168.0.108,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 15 พ.ย. 2548 (19:54)
แล้วในคนมีฟีโรโมนด้วยเหรอ
งงอ่ะ (IP:203.151.140.112,203.113.33.9,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 23 พ.ย. 2548 (20:47)


ฟีโรโมน

ฟีโรโมนเป็นสารเคมีที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างเพศของสัตว์ชนิดเดียวกัน



แมลงตัวเมียมักจะปล่อยกลิ่นที่เฉพาะเจาะจงอย่างมาก (ฟีโรโมน) ซึ่งเพศผู้จะรับรู้ได้จากระยะไกล ด้วยวิธีนี้ทำให้ตัวผู้ทราบที่อยู่ของตัวเมียโดยการบินขึ้นไปเหนือลมขณะตามกลิ่นที่ลอยมา



ได้มีการตรวจสอบโฮโมนที่เฉพาะเจาะจงอย่างมากของแมลงบางชนิด และขณะนี้สามารถสังเคราะห์สารดังกล่าว ได้แล้วฟีโรโมนสังเคราะห์สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการศัตรูพืชได้



การใช้ฟีโรโมนอีกวิธีหนึ่งคือใช้เป็นเหยื่อล่อในกับดักแต่วิธีนี้ไม่สามารถควบคุมปริมาณประชากรศัตรูพืชได้ เนื่องจากแมลงที่เข้ามาติดกับมีเพียงแมลงตัวผู้เท่านั้นแต่อย่างไรก็ตามกับดักฟีโรโมนนี้ก็ยังมีประโยชน์ใน การใช้ตรวจสอบประชากรศัตรูพืช ถ้าจับแมลงตัวผู้ได้มากแสดงว่าประชากรศัตรูพืชในแปลงกำลังเพิ่มปริมาณ มากขึ้นและแสดงว่าผีเสื้อกลางคืนเพศเมียพร้อมที่จะวางไข่แล้ว



วิธีอื่นๆ ในการใช้ฟีโรโมนเพื่อขัดขวางการจับคู่ของแมลงคือการปล่อยฟีโรโมนจำนวนมาก ในฟาร์มจะทำให้อากาศในฟาร์มเต็มไปด้วยกลิ่นฟีโรโมนแมลงตัวผู้จะไม่สามารถหาที่อยู่ ของแมลงตัวเมียได้และการจับคู่ก็จะถูกขัดขวาง อย่างไรก็ตามเทคนิคนี้ยังคงมีการพัฒนา ต่อไปและในขณะนี้วิธีการนี้มีราคาที่แพงมาก
25993

bowbe
ร่วมแบ่งปัน151 ครั้ง - ดาว 159 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 28 มิ.ย. 2549 (14:17)
ขอดูรูปฟีโรโมน
-12 (IP:202.143.164.245,192.168.1.71,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 28 มิ.ย. 2549 (16:25)
เห็นถามเรื่องความแตกต่างหรอครับ



1. ฮอร์โมนทำให้เกิดการกระตุ้นภายในร่างกาย แต่ในฟีโรโมนกระตุ้นให้ตัวอื่นหรือผู้อื่นเกิดการทำงานครับ

2. ฮอร์โมนเกี่ยวการปรับสมดุลในร่างกาย แต่ฟีโรโมนเกี่ยวกับพฤติกรรมครับ

3. ฮอร์โมนหลั่งออกภายในร่างกาย แต่ฟีโรโมนหลั่งออกภายนอก

4. ฮอร์โมนมีอวัยวะในการรับโดยเส้นเลือด แต่ฟีโรโมนมีอวัยวะรับความรู้สีกอย่างอื่น

5. ฟีโรโมนเกี่ยวกับการผูกพันทางสังคม เป็กระบวนการของ social behavior แต่ฮอร์โมนช่วยแต่ตัวเองครับ

6. โครงสร้างพันธะต่างกัน

7. ฮอร์โมนมีระบบที่ซับซ้อนกว่า (อันนี้ไม่แน่ใจครับ)





ผู้ที่มีความรู้ช่วยเพิ่มเติมด้วย
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 28 มิ.ย. 2549 (22:08)
แล้วคนล่ะ มีฟีโรโมนมั้ย
c_cin
ร่วมแบ่งปัน488 ครั้ง - ดาว 159 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 30 มิ.ย. 2549 (19:25)
กลิ่น ก็จัดเป็นฟีโรโมนได้เหมือนกัน
ผาง-ผาง
ร่วมแบ่งปัน377 ครั้ง - ดาว 162 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 1 ส.ค. 2549 (11:40)
ไม่มีอะไรนี้
หวาน (IP:203.172.199.250,172.31.0.195,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 16 ส.ค. 2549 (11:51)
ฟีโรโมนคือสารเคมีชนิดหนึ่งที่แมลงสร้างขึ้นมาเพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม
panida_sps@thai.com (IP:202.143.135.194,192.168.1.134,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 1 พ.ย. 2549 (20:20)
แล้ว วิธีที่สัตว์จะได้รับ ฟีโรโมน ต่างๆล่ะครับ เป็นยังไงเหรอครับ
Keroberos_Shia (IP:58.147.71.178,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 1 พ.ย. 2549 (20:22)
ช่วยผมทีครับ จาใช้ทำรายงาน อะครับ
bbaa_nnkk@hotmail.com (IP:58.147.71.178,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 2 พ.ย. 2549 (20:51)
สัตว์สามารถรับ ฟีโรโมนได้แตกต่างกันค่ะ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ทางใหญ่ ๆ คือ

1. ทางการดมกลิ่น เช่น ผีเสื้อตัวเมีย จะทำการหลั่งฟีโรโมนไปตามอากาศ แล้วพัดผ่านไปเจอกับตัวผู้ ก็ทำให้ตัวผู้รู้ตำแหน่งแล้ว บินมาหาเพือผสมพันธุ์

2. ทางการกิน เช่น ผึงราชินีจะผลิดฟีโรโมนออกมาจากต่อมรยางค์ที่ปาก เพื่อให้ผึงงานตัวเมียกิน ทำให้ผึงงานตัวเมียเป็นหมัน เนื่องจากฟีโรโมนไปยับยั้งการเจริญของไข่

3. ทางการดูดซึม พบในแมงมุมบางชนิดโดยตัวเมียจะปล่อยทิ้งไว้ โดยตัวผู้เดินผ่านมาสัมผัส ทำให้เกิดความต้องการทางเพศ

หวังว่าคงเข้าใจนะค่ะ
Optimism
ร่วมแบ่งปัน165 ครั้ง - ดาว 156 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 30 ธ.ค. 2549 (13:43)
แล้วทำไมในการ์ตูนถึงเขียนเกี่ยวกับเรื่องฟีโรโมนบ่อยๆ แต่ไม่ใช่กับผู้หญิง
psychiatrist_mint@yahoo.com (IP:203.150.101.49)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 10 ม.ค. 2550 (19:25)
อยากทราบว่าฟีโรโมนสามารถจะนำไปใช้ประโยชน์อะไรบ้างคะ พร้อมรายละเอียด หรือเวบไซต์ก็ไดค่ะ
kookrungring@hotmail.com (IP:161.246.1.32)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 25 ม.ค. 2550 (20:28)
อยากทราบว่า ฟีโรโมน มีกี่ชนิด อะไรบ้างค่ะ

ถ้ารู้ช่วยบอกหน่อยนะค่ะ

กำลังทำรายงายเกี่ยวกับฟีโรโมนอะค่ะ
orn1111@hotmail.com (IP:125.24.44.87)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 1 มี.ค. 2550 (21:38)
แล้วฟีโรโมน มีข้อดีไงหรอค่ะ
>faiii (IP:125.25.10.113)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 22 มี.ค. 2550 (13:54)
A pheromone is any chemical or set of chemicals produced by a living organism that transmits a message to other members of the same species. There are alarm pheromones, food trail pheromones, sex pheromones, and many others that affect behavior or physiology. Their use among insects has been particularly well documented, although many vertebrates and plants also communicate using pheromones.



Contents [show]

1 Explanation

2 Origin of the term

3 Types of pheromones

3.1 Aggregation pheromones

3.2 Alarm pheromones

3.3 Epideictic pheromones

3.4 Primer pheromones

3.5 Territorial pheromones

3.6 Trail pheromones

3.7 Sex pheromones

3.8 Other pheromones (not yet classified)

4 Human pheromones

5 See also

6 References

7 Further reading

8 External links







[edit] Explanation

Insect pheromones of pest species, such as the Japanese beetle and the gypsy moth, can be used to trap them for monitoring purposes or for control by creating confusion, disrupting mating and preventing them from laying eggs.



In mammals and reptiles, pheromones may be detected by the vomeronasal organ, or Jacobson's organ, which lies between the nose and mouth, although some are detected by regular olfactory membranes.



Terence McKenna proposed in his book Food of the Gods the controversial idea of exopheromones as chemical signals between members of different species, as opposed to among conspecifics. He suggested that certain chemicals produced in abundance in various hallucinogenic plants and fungi, such as dimethyltryptamine and psilocybin may act as pheromones produced by one species (the vegetal) waiting for absorption by various others (for example, early primates or hominids). In this way a kind of ecological pheromonal system may be at work among species and ecosystems that have coevolved closely for long stretches of time.





[edit] Origin of the term

The term "pheromone" was introduced by Peter Karlson and Adolf Butenandt in 1959, based on the Greek pherein (to transport) and hormon (to stimulate). They proposed the term to describe chemical signals from conspecifics which elicit innate behaviours soon after Butenandt characterized the first such chemical, Bombykol (a chemically well-characterized pheromone released by the female silkworm to attract mates). [1].





[edit] Types of pheromones



[edit] Aggregation pheromones

Produced by one or the other sex, these pheromones attract individuals of both sexes.





[edit] Alarm pheromones

Some species release a volatile substance when attacked by a predator that can trigger flight (in aphids) or aggression (in bees) in members of the same species. Pheromones also exist in plants:certain plants emit alarm pheromones when grazed upon, resulting in tannin production in neighboring plants. These tannins make the plants less appetizing for the herbivore.





[edit] Epideictic pheromones

Recognized in insects, these pheromones are different than territory pheromones. According to Fabre (translated from French), "Females who lay their eggs in these fruits deposit these mysterious substances in the vicinity of their clutch to signal to other females of the same species so that they will clutch elsewhere."





Aggregation of nymphs of bugs

[edit] Primer pheromones

These pheromones trigger a change of developmental events.





[edit] Territorial pheromones

Laid down in the environment, these pheromones mark the boundaries of an organism's territory. In dogs, these hormones are present in the urine, which they deposit on landmarks serving to mark the perimeter of the claimed territory.





[edit] Trail pheromones

These pheromones are common in social insects. For example, ants mark their paths with these pheromones, which are non-volatile hydrocarbons.



Certain ants lay down an initial trail of pheromones as they return to the nest with food. This trail attracts other ants and serves as a guide.[2] As long as the food source remains, the pheromone trail will be continually renewed. The pheromone must be continually renewed because it evaporates quickly. When the supply begins to dwindle, the trailmaking ceases. In at least one species of ant, trails that no longer lead to food are also marked with a repellent pheromone [3].





[edit] Sex pheromones



Sesiidae on a pheromone trapIn animals, sex pheromones indicate the availability of the female for breeding. Many insect species release sex pheromones to attract a mate and many lepidopterans can detect a potential mate from as far away as 10 km (6.2 miles). Pheromones can be used in gametes to trail the opposite sex's gametes for fertilization. Pheromones are also used in the detection of oestrus in sows. Boar pheromones are sprayed into the sty, and those sows which exhibit sexual arousal are known to be currently available for breeding.



Male animals also emit pheromones that convey information about what species they are, and their genotype. The purpose of pheromones giving information about genotype is a mechanism to avoid inbreeding. Females are attracted to males with the least similar genotype, which means they are attracted to males who are the least likely to be related to them. An exception to this is when the female is pregnant. Then they are most drawn to individuals with the most similar pheromones (and therefore genotype) because they want to keep family close by to aid with the raising of their young and to take advantage of protection.[citation needed]





[edit] Other pheromones (not yet classified)

This classification, based on the effects on behavior, remains artificial. Pheromones fill many additional functions.



Nasonov pheromones (worker bees)

Royal pheromones (bees)

Calming (appeasement) pheromones (mammals)



[edit] Human pheromones

Some commercially-available substances are advertised using claims that the products contain human sexual pheromones and can act as an aphrodisiac. These often lack credibility due to an excessive marketing of pheromones by unsolicited e-mail. Despite claims to the contrary, no defined pheromonal substance has ever been demonstrated to directly influence human behaviour in a peer reviewed, published study.



A few well-controlled scientific studies have been published suggesting the possibility of pheromones in humans, however. The best-studied case involves the synchronization of menstrual cycles among women based on unconscious odor cues (the so called McClintock effect, named after the primary investigator). This study proposes that there are two types of pheromone involved: "One, produced prior to ovulation, shortens the ovarian cycle; and the second, produced just at ovulation, lengthens the cycle". This is analogous to the Whitten effect [1] [2], a male pheromone mediated modulation of estrus observed in mice.



Other studies have suggested that people might be using odor cues associated with the immune system to select mates who are not closely related to themselves. (See Disassortative sexual selection) Using a brain imaging technique, Swedish researchers have shown that homosexual and heterosexual males' brains respond differently to two odours that may be involved in sexual arousal, and that the homosexual men respond in the same way as heterosexual women. According to the researchers, this research suggests a possible role for human pheromones in the biological basis of sexual orientation [4]. Another study demonstrated that the smell of androstadienone, a chemical component of male sweat, maintains higher levels of cortisol in females. The scientists suggest that the ability of this compound to influence the endocrine balance of the opposite sex makes it a human pheromonal chemosignal. [3]



In 2006 it was shown that a second mouse receptor sub-class is found in the olfactory epithelium. Called the trace amine-associated receptors (TAAR), some are activated by volatile compounds found in mouse urine, including one putative pheromone. [4] Orthologous receptors exist in humans providing, the authors propose, evidence for a mechanism of human pheromone detection
xxx (IP:124.120.140.62)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 7 มิ.ย. 2550 (22:48)
ช่วยบอกสถานที่ที่สามารถหาสารเคมีชนิดนี้ไห้หน่อยได้ไหมครับ จะเอาไปทามโครงงาน อยากรุ้ว่า ฟีโรโมนที่ใช้กับแมลง จะต้องใช้แบบไหนและจะหาสกัดหรือซื้อ(ท่ามี)ได้ที่ไหนครับ

ขอบคุนล่วงหน้า
Paw (IP:202.129.4.163)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 21 มิ.ย. 2550 (08:18)
แล้วสัตว์อย่างเช้นตั๊กแตนมีฟีโรโนมพิศดารอย่างไร
นุดดี (IP:58.147.120.77)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 21 มิ.ย. 2550 (18:20)
แหมพิศดารอย่างแน่แท้ครับเพื่อนๆ เพราเจ้าตั๊กแตนโย่งๆตัวผู้เพศที่ยิ่งใหญ่ของโลกเนี่ย ปล่อยฟีโรโมนดูดซึมมาได้นั่นเอง มันเทพมั๊ยครับ พอปล่อยมาได้ก็ปล่อยไปตามพื้นนั่นแหละครับ โดยมันจะปล่อยหลังจากทำกิจกรรมอย่างว่า (ผสมพันธุ์) 555 + เป็น reflex ต่อเนื่องที่มาจากอิทธิพลพันธุกรรมที่ว่า "ต้องปล่อยฟีโรโมนหลังเสร็จนะๆๆๆๆ" ทั้งนี้เมื่อตัวเมียปล่อยตัวอ่อนออกมา ตัวอ่อนก็จะเข้ามาสัมผัสและดูดซึมฟีโรโมนที่ถูกปล่อยมา หลังจากนั้นตัวอ่อนก็จะเจริญเติบโต และสืบพันธุ์ ต่อไปได้ไงครับ





พิสดารป่ะ เพราะแค่ฟีโรโมนเนี่ยเป็นถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวอ่อนตั๊กแตนโตและมีการสืบพันธุ์ได้ครับ





โอเคน้า......................
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 25 มิ.ย. 2550 (15:32)
ดีค่ะความรู้เยอะดี
Maprangza@ hotmail.com (IP:61.7.155.44)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 25 มิ.ย. 2550 (15:35)
รักพี่อ้วนร.ร.ผดุงปัญญา จ.ตากค่ะจากมะปราง ม.1/2
Maprangza@ hotmail.com (IP:61.7.155.44)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 4 ก.ค. 2550 (18:24)
สารเคมีที่แมลงสร้างขึ้นมาดึงดูดเพศตรงข้ามเรียกว่า ฟีโรโมน (pheromone) ต่อมาความรู้เรื่องฟีโรโมนขยายกว้างขวางขึ้น ไม่ได้อยู่ในวงจำกัดเฉพาะแมลงเท่านั้น โดยขยายวงกว้างไปยังสัตว์อื่นๆอีกหลายชนิด คำว่าฟีโรโมนในปัจจุบันหมายถึง สารเคมีเมื่อสร้างออกมาภายนอกร่างกายแล้วสามารถที่จะไปมีผลต่อสัตว์อื่นที่เป็นชนิดเดียวกัน ทำให้เกิดมีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมและสรีระเฉพาะอย่างได้

เมื่อสัตว์ปล่อยฟีโรโมนออกมานอกร่างกายแล้ว สัตว์ตัวอื่นจะได้รับฟีโรโมน3ทางด้วยกันได้แก่ ทางการดมกลิ่น ทางการกิน และทางการดูดซึม การรับฟีโรโมนทางกลิ่น ส่วนมากเพื่อประโยชน์ในการดึงดูดเพศตรงข้ามให้มาหา หรือเป็นการบอกตำแหน่งให้รู้ว่าอยู่ที่ไหนหรือเป็นการบอกอาณาเขต หรือเป็นสิ่งเตือนภัยให้รู้ถึงอันตราย ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมฟีโรโมนที่มีผลในทางกลิ่นก็มีเช่น ชะมด ที่มีกลิ่นตัวแรงมาก สร้างมาจากต่อมใกล้ๆอวัยวะสืบพันธุ์ และปล่อยออกมานอกร่างกายได้ทั้งในตัวผู้และตัวเมียมนุษย์ได้สกัดสารออกมาจากต่อมของสัตว์พวกนี้เพื่อใช้เป็นหัวน้ำหอม

การรับฟีโรโมนด้วยการกิน มีตัวอย่างไม่มากนัก เท่าที่รู้จักกันก็มีสารที่สร้างมาจากต่อมบริเวณรยางค์ปากของผึ้งราชินีเพื่อเอาไว้ให้ผึ้งงานซึ่งเป็นผึ้งตัวเมียกิน เมื่อกินแล้วผึ้งงานจะเป็นหมัน เพราะสารดังกล่าวมีผลไปห้ามการเจริญเติบโตของรังไข่และการสร้างไข่ จึงทำให้ผึ้งงานไม่มีโอกาสสืบพันธุ์เหมือนผึ้งราชินี แต่กลับทำงานรับใช้ผึ้งราชินี ผึ้งตัวผู้และตัวอ่อนผึ้งประดุจทาสจนตลอดชีวิตแม้ถึงฤดูผสมพันธุ์ก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกับตัวผู้

ส่วนการรับฟีโรโมนโดยการดูดซึม พบในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังบางพวก เช่น แมลงสาบและแมงมุมบางชนิด ตัวเมียของสัตว์พวกนี้จะปล่อยฟีโรโมนทิ้งเอาไว้จนกระทั่งตัวผู้มาสัมผัสสารดังกล่าวจะซึมผ่านผิวเข้าไปกระตุ้นให้ตัวผู้เกิดความพอใจ และติดตามตัวเมียจนพบและทำการผสมพันธุ์ ในตั๊กแตนตัวผู้จะปล่อยฟีโรโมนทิ้งเอาไว้หลังผสมพันธุ์ เมื่อตัวอ่อนเติบโตและสัมผัสถูกสารนั้น สารจะซึมผ่านเข้าสู่ร่างกายของตัวอ่อนแล้วกระตุ้นให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยและสามารถสืบพันธุ์ได้ สำหรับในคนยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีฟีโรโมนอะไรบ้าง

นอกจากนี้สัตว์บางชนิดใช้ฟีโรโมนในการเตือนภัยหรือแสดงความเป็นเจ้าของอาณาเขต เช่น กวางบางชนิด เช็ดสารบางชนิดที่สร้างจากต่อมบริเวณใบหน้ากับต้นไม้ตามทาง หรือสุนัขถ่ายปัสสาวะไว้ในที่ต่างๆเพื่อกำหนดอาณาเขต

ถ้าสังเกตมดที่เดินตามกันเป็นทาง จะเห็นว่ามดเดินตามรอยเดิมได้อย่างถูกต้อง แม้ว่าทางเดินจะคดโค้งไปอย่างไรก็ตาม ทั้งนี้ก็เพราะมดปล่อยฟีโรโมนที่เป็นสารเคมีประเภทกรดฟอร์มิกไว้ตามทางที่มีกลิ่นนั้นไปยังแหล่งอาหารได้ แต่ถ้ามดไม่พบอาหารก็จะไม่ปล่อยสารฟีโรโมนออกมาขณะเดินกลับรัง



เช่น ชีวิตของมด



มดเป็นแมลงที่พบในระบบนิเวศบกต่างๆ โดยเฉพาะในประเทศเขตร้อน มีการคาดคะเนว่าในโลกนี้มีมดอยู่ประมาณ 10,000 ชนิด แต่ที่พบแล้วมีประมาณ 8,800 ชนิด สำหรับประเทศไทยคาดว่ามีมดประมาณ 800 - 1,000 ชนิด ที่รู้จักกันมีไม่กี่ชนิด เช่น มดคันไฟ มดแดง มดดำ มดตะนอย ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมดที่พบในบ้าน ที่เหลือเป็นมดอยู่ในป่าต่างๆ

เนื่องจากมดเป็นสัตว์สังคมที่อยู่ร่วมกันโดยแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบอย่างเป็นระบบบางชนิดมีรังมหึมา ซึ่งมีมดอยู่ร่วมกันถึง 22 ล้านตัว อยู่กันอย่างเป็นระเบียบไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งหรือเกี่ยงงานกัน จึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างมาก ว่ามดจัดระบบประชากรให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติได้อย่างไร นักวิทยาศาสตร์จึงสนใจที่จะศึกษาการดำรงชีวิตของมด เช่น มดสื่อสารกันได้อย่างไร





จากการศึกษาพบว่ามดสื่อสารกันโดยใช้อวัยวะที่เรียกว่าหนวดสัมผัสกันและใช้สารเคมีที่ปล่อยออกมา นักวิทยาศาสตร์บางท่านยังเชื่อว่ามดบางชนิดสามารถใช้เสียงสื่อสารกันได้ด้วย นอกจากนี้ยังพบว่ามดบางชนิดเมื่อไปพบแหล่งอาหารก็จะปล่อยสารเคมีชนิดหนึ่งออกมาจากต่อมภายนอก (Exocrine gland) ที่เรียกว่าต่อมดูเฟอร์ (Dufoue's gland) สารเคมีชนิดนี้เรียกว่าฟีโรโมน มดจะปล่อยฟีโรโมนขณะเดินไปพบอาหาร และยังพบอีกว่า ฟีโรโมนนี้จะระเหยได้ทำให้ปริมาณของฟีโรโมนจะจางลงไปเรื่อยๆ ฟีโรโมนของมดบางชนิดจะจางหายไปในเวลาไม่เกิด 100 วินาทีซึ่งการระเหยของสารเคมีนี้มีประโยชน์ต่อการสื่อสารของมด กล่าวคือถ้าแหล่งอาหารเก่าหมด เจอแหล่งอาหารใหม่ มดจะสามารถติดตามกลิ่นใหม่ไปยังแหล่งอาหารได้ถูกต้อง ไม่สับสนกับกลิ่นเดิม นอกจากนี้ยังพบว่ามดชอบเดินตามรอยฟีโรโมนที่มีกลิ่นแรงมากกว่ากลิ่นที่จาง

Beckers, Deneuberg และคณะ พบว่ามดสามารถหาเส้นทางที่สั้นที่สุดจากรังไปสู่แหล่งอาหารได้ ถึงแม้จะมีสิ่งอื่นมารบกวนระหว่างเส้นทางที่เดินทางก็ตาม ดังตัวอย่างการทดลองนำอาหารไปไว้ใกล้รังมด เขาพบว่ามดจะเดินตามกันไปและกลับตามเส้นตรงที่ลากไว้ระหว่างรังกับอาหาร ดังภาพ

การเดินตามกันไปนี้มดจะเดินตามกลิ่นของฟีโรโมนที่มดตัวหน้าปล่อยไว้ เพราะฉะนั้นปริมาณฟีโรโมนตามเส้นทางจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามจำนวนมดที่เดินไป ถึงแม้จะมีบางส่วนระเหยไปบ้างก็ตาม และพบว่ามดจะเดินไปตามเส้นทางที่มีปริมาณฟีโรโมนเข้มข้นกว่าเส้นทางที่มีปริมาณฟีโรโมนเจือจาง จากความรู้ดังกล่านี้ Beckers ใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อไปว่า มดสามารถค้นหาเส้นทางที่ไปยังแหล่งอาหารที่มีระยะทางสั้นที่สุดได้อย่างไร เขาทำการทดลองโดยนำสิ่งกีดขวางไปกั้นบเส้นทางเดินของมดระหว่างรังมดกับอาหารดังภาพ



เมื่อมีสิ่งกีดขวางกั้นทางเดินของมด มดก็จะพยายามเดินไปข้างหน้าตามกลิ่นของฟีโรโมน แต่ก็ไปไม่ได้ มีทางเลือก 2 ทางที่ทำได้ คือจะเดินอ้อมไปทางซ้ายหรือทางขวา ซึ่งเขาคาดว่ามดจำนวนครึ่งหนึ่งควรจะเดินอ้อมไปทางซ้าย และอีกครึ่งหนึ่งอ้อมไปทางขวางและทั้ง 2 กลุ่ม จะมาพบกันตามเส้นทางเดิมที่มีกลิ่นฟีโรโมน ดังภาพ



แต่จากข้อเท็จจริงที่ว่าเส้นทางที่มีระยะสั้นกว่าจะได้รับกลิ่นของฟีโรโมนที่ตกค้างอยู่ตามทางเดินเดิมได้แรงกว่าเส้นทางที่ยาวกว่า มดส่วนใหญ่จึงเลือกเดินอ้อมสิ่งกีดขวางไปในเส้นทางที่มีระยะสั้นกว่า และมดส่วนใหญ่ที่เดินทางนี้จะปล่อยฟีโรโมนออกมาสะสมในเส้นทางนี้มากขึ้น และจากข้อเท็จจริงที่ว่ามดชอบเดินตามกลิ่นฟีโรโมนที่แรงมากกว่าที่มีกลิ่นฟีโรโมนจางกว่า มดทุกตัวจึงเลือกเดินอ้อมสิ่งกีดขวางที่มีระยะทางสั้นกว่า ดังในภาพ

จึงกล่าวได้ว่าการค้นหาเส้นทางที่มีระยะทางที่สั้นที่สุดจากรังไปยังอาหารของมดสัมพันธ์กับรูปร่างของสิ่งกีดขวางและพฤติกรรมการแยกย้ายไปหาอาหารของมด

จากการศึกษาของ Beckers ผู้เขียนจึงได้ไปทดลองกับมดตัวเล็กๆ สีน้ำตาลที่ไต่ตามฝาบ้านมายังเศษอาหารที่อยู่บนโต็ะ ดังภาพ ก พบว่า เมื่อนำหลอดกาแฟพลาสติกตัดเป็นท่อนสั้นๆ บีบให้แบนแล้วไปคั่นระหว่างเส้นทางที่มดเดินไปหาอาหารโดยให้ด้าน C สั้นกว่าด้าน B ดังภาพ ข พบว่ามดตัวแรกๆ ที่เกินมาปะทะกับสิ่งกีดขวาง ส่วนใหญ่จะหันหลังไปในทิศทางเดิมที่เดินมา ขณะที่หันหลังกลับก็จะหันหน้าไปชนกับมดที่เดินตามหลังมา เมื่อหันหน้ามาชนกับมดตัวใดมดตัวนั้นก็จะหันกลับไปด้วย เมื่อมีมดหันหลังกลับไปชนมดตัวอื่นมากขึ้นก็จะพากันหันหลังกลับมากขึ้น แต่จะมีมดบางกลุ่มที่ไม่ยอมหันหลังกลับจะออกันอยู่ในบริเวณที่มีหลอดกาแฟคั่น และจะมีมด 1 - 2 ตัวเดินอ้อมมาทางด้าน C บางตัวเดินมาทางด้าน B แต่ไม่เดินอ้อมสิ่งกีดขวาง สักครู่ก็จะมีมดเดินอ้อมมาทางด้าน C เพิ่มขึ้นอีกสองตัว ในไม่ช้ามดจะพากันเดินอ้อมมาทางด้าน C แล้วเดินมาที่เส้นทางเดิม แล้วเดินต่อไป ดังภาพ ค แต่จะมีมดบางตัวเดินไปตามเส้นทางใหม่ และมีมดบางกลุ่มเดินตามเส้นทางใหม่ตามไปด้วย และเส้นทางใหม่นี้ก็จะมีระยะสั้นกว่าเส้นทางเดิม ดังภาพ ง





จะเห็นว่าผลการทดลองของผู้เขียนสอดคล้องกันของ Beckers และสามารถใช้ความรู้เรื่องการเดินทางตามรอยกลิ่นฟีโรโมนมาอธิบายพฤติกรรมของมดที่ศึกษาได้ จากการทดลองง่ายๆ ของ Beckers และคณะ สามารถจะนำมาสอดแทรกในการสอนเรื่องฟีโรโมนหรือพฤติกรรมทางสังคมเรื่องการสื่อสารด้วยสารเคมีในวิชาชีววิทยาได้ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ และนักเรียนพบเห็นได้ในชีวิตประจำวันเสมอๆ ทำให้บทเรียนน่าสนใจและมีความหมายมากขึ้น กิจกรรมเหล่านี้อาจจะค้นหาได้จาก Internet
เด็กเรียน_ส (IP:222.123.43.97)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 29 ก.ค. 2550 (14:43)
มด
tun_kk@hotmaik.com (IP:203.113.51.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 15 ส.ค. 2550 (11:59)
ฟีโรโมน (pheromone) ของพ่อจะทำให้ลูกสาวเข้าสู่วัยรุ่นช้ากว่าหรอค่ะ???

แต่ถ้าเป็นของคนอื่นฟีโรโมนตัวเนี๊ยะมันจะเร่งให้เป็นสาวมากขึ้นหรอค่ะ

ผู้ชายก็มีฟีโรโมนนะจ๊ะ...ไม่ใช่เฉพาะแค่สัตว์เท่านั้น ขอบอกๆ
Na_paprika@hotmail.com (IP:222.123.172.195)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 20 ส.ค. 2550 (16:50)
อยากทราบเเค่ว่า ฟีโรโมน กะ ฮอร์โมนเหมือนหรือเเตกต่างกันอย่างใร
vivalarassa@hotmail.com (IP:124.157.196.43)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 23 ส.ค. 2550 (23:42)
Hormone สร้างจาก สิ่งมีชีวิต ที่มีเป้าหมายไปที่ตัวสิ่งมีชีวิตนั้นเอง

ส่วน Pheromone จะสร้างจาก สิ่งมีชีวิต เเละ มีเป้าหมาย ไปยังสิ่งมีชีวิตตัวอื่น







เอ่ออ ถ้าผิดพลาด ประการใดก้ขออภัยด้วยนะครับ *-*
jediman (IP:61.91.188.180)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 28 ส.ค. 2550 (22:10)
ฟีโรโมนผลิตจากต่อมมีท่อ

แต่ฮอร์โมนมาจากต่อมไร้ท่อกั๊บ
มาโนช (IP:124.120.168.96)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 31 ม.ค. 2551 (20:45)
ทำไมต้องเป็นมดด้วยเหรอ ๆ





มันมีดีอะไรอ่ะ ๆ





- -
คนอยากรู้ ๆ (IP:118.172.50.205)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 27 มี.ค. 2551 (20:44)
ตกลงแล้วฟีโรโมนมีในมนุษย์รึเปล่าอ่ะ อ่านไปหลายคอมเม้นท์เลยงง-*-
ไม่รู้อ่ะ (IP:125.26.82.108)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 6 พ.ค. 2551 (11:13)
วิธีการกำจัดเเมลงโดยใช้ฟีโรโมนมีอะไรบ้างครับ   เเล้วทำอย่างไร
เเนนซี่ (IP:125.26.127.209)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 6 ส.ค. 2551 (21:03)
ที่ผมเรียน ฟีโรโมนคือสารเคมีที่ออกมาจากสัตว์เพื่อมีผลต่อสัตว์เพศตรงข้าม

แต่ตนจะไม่ได้กลิ่น นอกจากสัตว์สปีชีเดียวกัน ผมอยากจะรู้ว่า

พืช ก็มีกลิ่นที่เป็นสิ่งเร้าเหมือนกัน เขาเรียกสิ่งเร้านี้ว่าอะไร มันเหมือนฟีโรโมนหรือป่าว

อยากรู้มากเลยคับ ช่วยตอบด้วยคับ
deaw-alone@windowslive.com (IP:124.120.243.222)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 14 ส.ค. 2551 (22:53)

จาก ค.ห. ที่ 37 ในคนก็มีฟีโรโมนครับ


lumpsum
ร่วมแบ่งปัน3 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 7 ก.ย. 2551 (12:01)
เเหะๆ อ่านๆเเล้วก้อเอามาทำรายงานอ่าครับ



อยากให่นักวิทยาศาสตร์ ค้นพบฟีโรโมนในมนุษย์ซักที
โอมจ้า (IP:161.246.11.101)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 23 มิ.ย. 2552 (19:29)

ข้อมูลเอามาทำรายงานได้เลย


benya_kus41@hotmail.com (IP:210.86.220.48)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 10 ก.ย. 2552 (18:43)

ฟีโรโมน  คือ สารเคมีเมื่อสร้างออกมาภายนอกร่างกายแล้วสามารถที่จะไปมีผลต่อสัตว์อื่นที่เป็นชนิดเดียวกัน ทำให้เกิดมีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมและสรีระเฉพาะอย่างได้ เมื่อสัตว์ปล่อยฟีโรโมนออกมานอกร่างกายแล้ว สัตว์ตัวอื่นจะได้รับฟีโรโมน3ทางด้วยกันได้แก่ ทางการดมกลิ่น ทางการกิน และทางการดูดซึม การรับฟีโรโมนทางกลิ่น ส่วนมากเพื่อประโยชน์ในการดึงดูดเพศตรงข้ามให้มาหา หรือเป็นการบอกตำแหน่งให้รู้ว่าอยู่ที่ไหนหรือเป็นการบอกอาณาเขต หรือเป็นสิ่งเตือนภัยให้รู้ถึงอันตราย ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมฟีโรโมนที่มีผลในทางกลิ่นก็มีเช่น ชะมด ที่มีกลิ่นตัวแรงมาก สร้างมาจากต่อมใกล้ๆอวัยวะสืบพันธุ์ และปล่อยออกมานอกร่างกายได้ทั้งในตัวผู้และตัวเมียมนุษย์ได้สกัดสารออกมาจากต่อมของสัตว์พวกนี้เพื่อใช้เป็นหัวน้ำหอม


5-42 ยุภาวดี (IP:222.123.88.142)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 11 ก.ย. 2552 (16:10)
ฟีโรโมน คือ สารเคมีที่สัตว์หลั่งออกมา เพื่อสื่อสารกับสัตว์ที่มีสปีชีส์เดียวกันเท่านั้น เช่น มดเวลามันต่อแถวกันอยู่ดีๆ แล้วมีเพื่อนมันตาย มันก็จะแตกแถวกัน เป็นผลเนื่องจากมดได้หลัง เดทฟีโรโมน ให้เพื่อนรับรู้ว่ากำลังมีอันตราย
fender1991
ร่วมแบ่งปัน23 ครั้ง - ดาว 51 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 6 ต.ค. 2552 (01:02)
มีใครพอจะทราบแหล่งซื้อสารล่อแมลงหรือฟีโรโมนบ้าง ช่วยกรุณาบอกด้วยจักขอบอย่างมาก
jakawats@hotmail.com (IP:203.158.4.112)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 18 ธ.ค. 2552 (15:14)

หวัดดีค่ะ พอดีดูหนังเรื่อง ดื้อ สวย ดุ มาค่ะ อยากรู้ว่า สารฟีโรดมนในตัวของเราสามารถนำมาสกัดเป็นน้ำหอมได้มั้ยคะ  รูคำตอบแล้ว ส่งมาตามเมลล์ก็ได้นะคะ


Jame_lovetor218@hotmail.com (IP:122.154.68.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 23 พ.ย. 2553 (18:04)
ดูหนังดื้อ สวย ดุเลยอยากรู้ว่าฟิโรโมนเป็นเหมือนในหนังหรือเปล่า ที่ตอนพระเอกไปช่วยนางเอกแล้วโดนน้ำหอมจากฟิโรโมนจนเคลิ้มตามนางเอกไม่ทัน มันเป็นอย่างนั้นจริงๆหรือเปล่าคะ? แล้วสามารถดึงดูดเพศตรงข้ามโดยที่เขาไม่รู้ตัวได้จริงๆหรอคะ? แล้วฟิโรโมนมีเฉพาะในผู้หญิงแบบพิเศษอย่างเดียวหรอคะ?
lovely and winsome (IP:115.67.178.201)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 3 ก.ย. 2556 (15:58)
ฮอร์โมนกับฟีโรโมนมีความเหมือนกันอย่างไร
jarukitt40@gmail.com (IP:61.7.236.84)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม