วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
ขอบคุณที่ไม่รักกัน
โพสต์เมื่อ: 15:21 วันที่ 8 พ.ย. 2548         ชมแล้ว: 5,695 ตอบแล้ว: 38
เห็นคนอื่นๆมีงานเขียนอยากมีงานเขียนเป็นของตัวเองบ้างค่ะ
ใช้คำว่าฉันเป็นตัวดำเนินเรื่อง อาจจะจริงบ้างแต่งบ้างอย่าถือ
เป็นเรื่องจริงร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ
เริ่มอ่านกันโลด..(ภาษาอีสานวันละคำ)

คำว่ารักนี่ไม่เข้าใครออกใครเลยจริงๆนะคะหลายคนต้องประสบพอเจอกันมาบ้าง อย่างน้อยก็ความรักของพ่อแม่พี่น้อง
ไม่ว่าจะรักแบบเพื่อนรัก แบบแฟน รักแบบไหนที่ไม่ต้องทุกข์
แทบจะไม่มี อ้าวผู้เขียนจะมาไม้ไหนล่ะนี่ เปล่าค่ะไม่ได้มาเขียน
ธรรมะหรอกค่ะ แค่ข้อเตือนใจ เห็นคนสมัยนี้ฆ่าตัวตายประชดรัก
และข่าวไม่ดีต่างๆเกี่ยวกับอกหัก รักคุด ก็เลยอยากแบ่งปันสิ่งที่เคยผ่านมาเล่าเป็นข้อเตือนใจท่านผู้อ่านบ้างค่ะ ขอออกตัวก่อนนะคะว่าผู้เขียนไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความรักหรอกค่ะ แต่พอจะรู้จักคำนี้บ้างเท่านั้นเอง

-------------------------------------------
คุยกับคุณ Little Sun ผู้เขียนเรื่อง ขอบคุณที่ไม่รักกัน ได้ที่นี่
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=40007



Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 38 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 8 พ.ย. 2548 (15:45)
เอาละนะเตรียมใจกัน เอ๊ยพร้อมหรือยังคะที่จะอ่าน (ลวดลายเสียจริง) ไม่ลีลาแล้วก็ได้ค่ะท่านผู้อ่าน

ตอนที่1 ปิ๊งเด็กวัด
หลังจากคร่ำเค่งกับตำรามาเรียนมานาน ตอนนั้นฉันเรียนอยู่ ม.3
จู่ๆวันหนึ่งขณะไปใส่บาตรก็ได้เจอกับหนุ่มรูปงาม สูงระหงส์
ตาสีฟ้า แต่เขาเป็นเด็กวัด สืบทราบตอนหลังว่าเป็นหนุ่มลูกครึ่งเยอรมัน พยายามมองตาเขาแล้วเขาไม่มองฉันเลย คนนี้แหละใช่เลย รักแรกพบชัวร์ ฉันนำเรื่องไปเล่าให้น้องสาวฟัง น้องสาว
ตอบกลับมาว่าไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันจะรักใครง่ายๆแบบนี้
แต่แล้วหลังจากที่ฉันต้องย้ายเข้าไปศึกษาม.ปลายในตัวอำเภอ
ไม่ได้เจอเด็กวัดแล้ว เก๊าะเลยลืมๆไป ลืมง่ายดีไหมล่ะ
ตอนที่ 2 นักบาสขวัญใจสาวๆ
เริ่มต้นการเรียน ม.4 ที่ตัวอำเภอ ที่โรงเรียนี้เขามีการแบ่งคณะสำหรับแข่งกีฬา10คณะ ฉันอยู่คณะนเรศวร ก็คณะนี้แหละที่ฉันได้เจอพี่ออย นักบาสขัวญใจสาวๆในโรงเรียน เจอกับพี่ออยครั้งแรกฉันไม่ชอบหน้าเขาเลย คนอะไรขี้เก๊ก เกลียดขี้หน้าเขาอยู่แหม็บๆ ตอนหลังดันมาแอบปลื้มพี่ออยเฉย ก็เขาออกจะนิสัยดี
ที่โรงเรียนนี้ใช้วิธีเดินเรียนตามห้องเรียนต่างๆ ฉันใจเต้นทุกที
เวลาเดินสวนกับพี่ออย ลืมบอกไปว่าพี่ออยอยู่ ม.6แล้ว พอใกล้ถึงเดือนมกราคม ซึ่งเป็นสัญญาญว่าพี่ออยใกล้จบเต็มทีแล้ว
ฉันนั่งนับวันและร้องเพลงของพี่กล้องไปพลางๆ จะเหลืออีกกี่วัน อีกกี่คืนที่จะมีเธอ คนเรานี่ล่ะหน่าที่เขาว่าความรักทำให้
คนตาบอด ตอนเย็นระหว่างยืนรอรถฉันจะไม่ค่อยคุยกะเพื่อน
รอมองดูเมื่อไรพี่ออยจะเดินผ่านคิวรถที่ฉันยืนรออยู่ ประจำ
แต่แล้วฉันก็ได้แต่มองตากับพี่ออยจนครบปี สุดท้าย พี่ออยก็จบม.6 ฉันใช้เพื่อนไปขอรูปพี่ออยไว้เป็นที่ระลึก พี่ออยใจดีให้มา2ใบ บอกว่าเผื่อให้เพื่อนฉันด้วย เอ๊ะมันยังไงกันล่ะนี่ ท่าทางหลงตัวเองเนอะ อิอิ ได้รูปไม่พอฉันใช้เพื่อนต่ออีกบอกว่าช่วยไปขอที่อยู่ให้หน่อยสิ เพื่อนฉันแสนดีใช้ง่ายจริง เพื่อนฉันเอาที่อยู่พี่ออยมาให้ พร้อมข่าวร้าย พี่ออยฝากมาบอกฉันว่า เขามีแฟนแล้ว อารายไม่จริงๆ คร่ำครวญทุรนทุรายต่อหน้าเพื่อนๆ กินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่เกือบอาทิตย์ ที่ชาวบ้านเขาเรียกว่าอกหักไงคะ แต่ไม่วายก่อความหวังขึ้นมาเล็กๆในใจคิดว่าไม่ได้เป็นแฟนเป๋นน้องก็ได้ เพื่อเขาเลิกกับแฟน ดูสิเป็นไปได้คนเราดื้อจริงๆ
จากนั้นฉันก็เขียนจดหมายติดต่อกับพี่ออยตลอด
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 8 พ.ย. 2548 (15:53)
ฉันมีกำลังใจมุ่งมั่นที่จะสอบเข้ามหาลัยเดียวกับพี่ออย มหาลัยดัง
แถบขอนแก่น ก็ม.ขอนแก่นไงคะ โชคคงไม่เข้าข้างเอหรือจะเรียกว่าฉันโชคดีก็ได้นะที่ไม่ต้องมาเจอภาพพี่ออยกับแฟน ควงกันที่นี่ ฉันสอบเอนติดมหาลัยในกรุงเทพ เป็นอันต้องไม่ได้เจอกับพี่ออย พี่ชายที่แสนดี ฉันเป็นฝ่ายหายไปหรือพี่ออยเป็นฝ่ายหายไปก็ไม่รู้ นี่ไงคนเราลืมง่าย คิกคิก ทีตอนเสียใจว่าเขามีแฟนนะฟูมฟายแต่บทจะลืมก็ง่ายๆเลย ฉันอยากช่วยปลอบใจคนที่ผิดหวังกับความรักหลายๆคนจังว่า พยายามอย่าคิดว่าเขาคนนี้น่าจะเป็นคนสุดท้ายของชีวิตคงไม่มีใครแทนที่เขาได้แท้ที่จริงเราอาจจะยังไม่เจอคนที่คิดว่าใช่ตากหากล่ะค่ะ นี่ไม่ได้สอนให้เป็นคนหลายใจนะคะ ครูของฉันสอนว่ารักใครต้องเผื่อใจบ้างคือ
อย่าทุ่มเทใจให้เขามากเสียใจมาจะได้ไม่ผิดหวังมาก คิดจะรักต้องรักด้วยสมอง โอแต่บางทีเวลาไปเจอความรักเข้าคำสอนต่างๆก็พลันสลายไปน่ะสิคะ
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 8 พ.ย. 2548 (16:05)
ฉันต้องขอบคุณพี่ออยที่ไม่รักฉันนะคะ ทำให้ฉันครองความโสดเข้ามหวิทยาลัย แต่พอเข้ามาเรียนในมหาลัย ฉันก็ไปปลื้มอาจารย์สอนวิทย์เข้าล่ะสิทีนี้เป็นปลื้มมากอาจารย์หน้าตี๋ สูง ขาว
ไปเล่าให้น้องฟังว่าเออ นี่แน่ะฉันเจอคนที่ใช่แล้วแหละ คนนี้แหละที่ฉันตามหา ฉันได้แต่แอบมองอาจารย์ทุกวัน แต่แล้วฉันก็พลันเปลี่ยนใจค่ะ ฉันคิดได้ว่าฉันน่าจะดูคนที่จิตใจมากกว่านะ
มั่นคงกว่ากันเยอะ ผู้อ่านคงสงสัยว่าทำไมคนเขียนคนนี้หัวใจไม่เคยไร้รักก็คนมันอ่อนไหวอยากได้ที่พึ่ง ว่าไปโน่นวัยรุ่นก็แบบนี้นะคะ หากใครอ่อนแอก็อยากจะได้ที่พึ่งทางใจ จริงๆแล้วนะคะ
เราไม่จำเป็นต้องหาแฟนเสมอไป เพียงแต่เราต้องรู้ใจตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับใจเราขณะนั้นเขาเรียกว่ารักหรือหลงกันแน่
ฉันเล่าแบบขำๆแต่ก็เสียใจเกี่ยวกับเรื่องรักมาเยอะร้องไห้เป็นอาทิตย์ก็มีแต่พอมองกลับไปแล้วก็แอบขำและชื่นชมตัวเองที่ผ่านจุดวิกฤตมาได้ ก็ปัญหามีไว้ให้แก้นี่คะจริงไหม คนที่กำลังเผชิญกับรักที่ผิดหวังอยู่ลุกขึ้นมาเถอะค่ะ ในโลกนี้มีอะไรที่น่าสนใจอีกเยอะค่ะ
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 8 พ.ย. 2548 (16:16)
หลังจากลืมอาจารย์หน้าตี๋ พอขึ้นปี3ฉันก็หันมาปิ๊งกับนักวิชาการหนุ่ม ปิ๊งเข้าไปไม่เข็ดคนนี้ก็ปลื้มเขาน๊านนานนะคะและก็คนนี้อีกนั่นแหละค่ะที่ทำให้ฉันกระตือรือร้นตั้งใจเรียนอยากเก่งแบบเขานี่คะ แต่แล้วด้วยความที่ฉันปลื้มเขามากเขาเกิดอาการอึดอัด ฉันก็เสียใจค่ะที่เรื่องเป็นแบบนี้ ฉันจึงต้องปลีกตัวออกมาให้ห่างเขาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ก็เพราะฉันแคร์ความรู้สึกของเขาไงคะ
เขาบอกฉันว่ารักตัวเองให้เป็นก่อนดีกว่าก่อนจะรักคนอื่น เอาเวลาไปสร้างอนาคตของคุณเถอะ ฉันไม่โกรธเขาแม้แต่น้อยเลยค่ะ เพราะว่าฉันยังอยากรักษามิตรภาพเอาไว้ไงคะแต่จนปนนี้ฉันกับเขายังไม่ได้คุยกัยอีกเลย ฉันยังจำคำสอนเขาเสมอค่ะว่าจะต้องยืนบนลำแข้งตัวเองอย่าคิดพึ่งใคร ครั้งนี้ฉันถูกเขาดุเหมือนเด็กเลยค่ะ แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ดีๆนะคะ
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 8 พ.ย. 2548 (16:30)
ตอนที่ 3แห้วอีกแล้วนะจ๊ะ

หัวใจไม่เคยหยุดรักจริงๆยังค่ะยังเจ็บไม่จำหลังจากเลิกดื้อกับหน่มนักวิชาการฉันก็มารู้จักกับลูกเจ้าของบริษัทใหญ่ ชื่อเต้ยคุยกันในเน็ตนี่แหละค่ะไปๆมาๆเราโทรคุยกัน แซวกันไปแซวกันมาเล่นๆเกิดเป็นความผูกพันธ์ ครั้งนี้ฉันบอกกับน้องว่าคนนี้แหละคนสุดท้าย น้องบอกว่าอย่ามาพูดเลย เดี๋ยวก็ไปชอบคนใหม่อีกตามเคย ไม่จริงฉันเถียงน้อง คบกับหน่มคนนี้คุยกันแค่ทางเน็ตแล่ะค่ะไม่เคยเจอตัวเป็นๆกัน และแล้วเขาก็บอกความจริงฉันค่ะว่า
เขามีแฟนแล้ว อาโลกทั้งโลกล่มสลายอีกแล้ว ฉันนอนน้องไห้ตาบวมอีกตามเคย แต่ฉันต้องขอบคุณเขานะคะที่ไม่หลอกดิฉันต่อ เขาคงจะสงสารก็เป็นได้ค่ะ หรับเขาแล้วถึงแม้เราจะไม่ได้คบกันต่อแต่ฉันก็ยังนับว่าเขาเป็นเพื่อนฉะนคนหนึ่งนะคะ เขาเป็นคนตลกมากๆชอบพูดขำๆให้ฉันหัวเราะ ฉันเคยเจอกับเต้ยแค่ครั้งเดียวที่สถานีรถไฟฟ้าสยามก็คุยกันประมาณสิบนาทีค่ะเพราะฉันได้แต่อายแล้วจากนั้นเราก็แยกย้ายกัน

ช่วงนี้เองที่ฉันเข้าศึกษาธรรมะอย่างจริงจัง และฉันก็เริ่มรู้จักคุณชนะจิต พี่ชายและครูธรรมะที่มีบทบาทในชีวิตของฉันมากๆฉันขอคำปรึกษาว่าถ้ายังคบกับเต้ยอยู่ควรพูดกับเขาในลักษณะในโดยไม่ให้เขากับแฟนมีเรื่องกัน พี่ชายฉันบอกว่าคุยแบบที่ไม่ทำคะแนนให้ตัวเองไง หลังๆมาฉันจึงพยายามลืมๆเต้ยและไม่ติดต่อกับเต้ยจะเป็นการดีที่สุด ฉันไม่คิดว่าฉันจะทำได้ แต่แล้วฉันก็ลืมเต้ยได้ในที่สุดแต่ฉันก็ไม่เคยลืมว่าเต้ยคือเพื่อนที่ดีคนหนึ่งของฉัน
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 8 พ.ย. 2548 (16:49)
ตอนที่ 4 แพ้หนุ่มสถาปนิกแห่งนิวยอร์ค
ศึกษาธรรมอยู่สักพักก็เจอโจทย์ลองใจให้จนได้ ฉันอ่านนิตยสารสกุลไทยบังเอิญเจอหนุ่มน้ำใจงามทำงานเพื่อสังคม
บวกกับฉันอยากรู้เรื่องอาจาย์เบน กรีนที่เก่งเรื่อง String Theoryที่ม.Columbia ก็เลยส่งเมลถามคุณต้น เขาก็ให้ข้อมูลดีมากๆ
ไอ้ฉันก็บอกว่าสนใจอาจารย์เบน กรีนอยากเป็นลูกศิษย์
เป็นไปได้ไหมที่ฉันจะทำงานไปเรียนไปที่นั่น แหมรู้ๆอยู่ว่าค่าครองชีพแพงแต่ก็ถามเผื่อว่าเป็นไปได้ไม่กะว่าจะไปหรอกค่ะ

คุยกันไปคุยกันมาฉันก็ซาบซึ้งน้ำใจคุณต้นที่เพียรให้ข้อมูล
จนฉันนี่แอบปลื้มคุณต้นอีกแล้วค่ะท่านผู้อ่าน ตอนหลังเขาบอกฉันว่าเขารู้สึกว่าฉันชอบเขานะ เขาก็เลยตีตัวห่างค่ะ แต่สาเหตุที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องนี้หรอกค่ะแต่เพราะคุณต้นเจอผู้หญิงใหม่ต่างหาก ฉันได้แต่โทษตัวเองว่าเราผิดอะไร บางทีผู้หญิงเราก็ต้องยอมรับและทำใจนะคะว่าหากผู้ชายไปเจอคนที่เหมาะกว่าเราก็ต้องทำใจปล่อยให้เขาไปโดยดี ฉันรู้ตัวว่าชอบคนนี้มากจึงเสียใจมากๆ รักมากก็ช้ำมาก โฮะโฮะ ก็เจ็บแล้วำม่จำนี่นา

ช่วงปีใหม่คุณต้นกลับมาเมืองไทยแต่เขาไม่บอกดิฉันหรอกค่ะ ก็เขามาเยี่ยมแฟนใหม่นี่คะ แต่ฉันรู้จนได้เพราะเขาถูกทำร้ายจนเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ฉันไม่ได้สะใจหรอกค่ะแต่สงสารเขามากๆที่เป็นแบบนั้น ครั้งนี้แหละค่ะที่ทำให้ฉันไม่คิดจะรักใครอีกไม่ใช่เพราะว่าฉันมอบความรักให้เขาคนนี้หมดหรอกนะคะ
แต่เป็นเพราะว่าฉันไม่อยากทุกข์เพราะรักอีกต่างหาก

ปีใหม่ที่ผ่านมาฉันไปรับพรจากคุณชนะจิต ครูธรรมะและพี่ชายของฉัน ฉันกลับมาเข้มแข็งอีกครั้งพร้อมจะกลับมาเรียนธรรมะใหม่ ครูฉันบอกว่าตราบใดที่ฉันยังอ่อนแอแบบนี้ฉันจะเป็นทางผ่านอยู่ร่ำไป ไม่เอาอีกแล้วค่ะ ต่อไปนี้ฉันจะถนอมหัวใจของฉันเอาไว้ดีกว่า ฉันเอาเวลาไปทำกิจกรรมเพื่อสังคมได้ตั้งเยอะแยะแน่ะ แล้วก็มีความสุขใจมากๆไม่เรียกร้องหาอีกแล้วล่ะความรักเข็ดจริงๆ บางทีคนเราก็ไม่จำเป้นต้องมีแฟนก็ใช้ชีวิตมีความสุขแบบคนโสดได้นะคะ
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 8 พ.ย. 2548 (16:54)
บทส่งท้าย

ปัจจุบันฉันก็มีความสุขโดยไม่ต้องแสวงหาคนรักแล้วเพราะฉันมีความรักมอบให้กับคนทุกคน มอบให้เพื่อนมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม
รักที่จะช่วยเหลือคนอื่น รักที่จะให้นี่มีความสุขนะคะ
อยากให้ทุกคนรักและเห็นใจกันมากๆนะคะ ใครที่กำลังทุกข์เพราะความรักก็อย่าทุกข์ให้มากกว่านี้นะคะชีวิตเรามีทางออกเสมอแหละค่ะ บางทีเวลาก็ช่วยเราได้และเราก็ต้องช่วยตัวเองด้วยแหละค่ะ
จบแค่นี้นะคะ
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 9 พ.ย. 2548 (15:34)
ถึงแม้จะมีบทส่งท้ายไปแล้วก็ตาม ถ้าไม่เล่าต่ออีกเรื่องจะไม่สมบูรณ์ค่ะ ขอขยายความเกี่ยวกับพี่ชนะจิตอีกสักตอนค่ะ

นับว่าฉันโชคดีมากๆที่ได้รู้จักคุณชนะจิตพี่ชายที่แสนดี ฉันเหมือนต้นไม้ที่อยู่ในสภาวะขาดน้ำแต่แล้วก็ได้รับหยดน้ำจากพี่ชายคนนี้ทำให้ฉันกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง จริงๆแล้วฉันเป็นคนที่ชอบจมจ่อมอยู่กับความทุกข์ เศร้าได้ง่ายๆแค่เห็นพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าบางทีฉันก็เศร้าได้ อาการแบบนี้เขาเรียกว่าไม่มีสติครบถ้วนค่ะเดี๋ยวนี้ฉันกลับมองโลกด้วยความสดใสกว่าเดิม ก็เพราะพี่ชายคนนี้แหละค่ะที่ช่วยฉันเอาไว้ ชี้ทางที่ควรเดิน กลอนที่ฉันแต่งไม่เศร้าอีกแล้ว มีแต่กลอนสดใส การบ้าน 5ข้อที่พี่ชายของฉันให้มาทำหลังจากที่ฉันรับพรปีใหม่คือ
1.ฉันต้องหางานใหม่เพราะงานเก่าที่ฉันทำมันทำให้ฉันไม่กระตืลือร้น
2.เวลาทำบุญก็ให้มีความสุขในขณะที่ทำไปเลยอย่ามัวรอและอธิษฐานขอโน่นขอนี่
3.ต้องออกกำลังกายทุกวัน พี่ชายบอกว่าฉันจะได้แข็งแรงและสดใสกว่าที่เป็นอยู่
4.สวดมนต์ไวห้พระก่อนนอนทุกวัน ฉันก็แอบค้านว่าทำอยู่ทุกวัน
แต่พี่ชายฉันว่าที่ทำน่ะไม่ค่อยตั้งใจทำทำพอผ่านๆ เออแฮะพี่ชายฉันเก่งจริงรูว่าฉันไม่ได้ตั้งใจแต่หลังจากฉันสวดมนต์อย่างตั้งใจก่อนนอนทุกคืนฉันแทบไม่ฝันร้ายเลย
5.ฉันจะต้องคิดว่าฉันต้องชนะ และไม่เป็นผู้แพ้ ชนะในที่นี้ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกค่ะชนะใจตัวเองนี่แหละ ฉันมักคิดว่าฉันทำไม่ได้ ฉันจึงไม่เคยลองต่อสู้จริงจังสักครั้งนึง
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 9 พ.ย. 2548 (15:54)
นอกจากความรักบริสุทธ์ที่ฉันได้รับจากพ่อแม่ พี่น้อง ครูอาจารย์ ฉันยังได้รับจากพี่ชายคนนี้ด้วยถึงเราไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขกัน แต่พี่ชายฉันคนนี้ก็รักและเมตตาฉันมากๆ สิ่งที่พี่ชายฉันอยากเห็นก็คือ เห็นฉันมีความทุกข์น้อยลง เป็นสุขมากขึ้น เท่านี้พี่ชายฉันก็ดีใจแล้ว เพราะอย่างนี้ฉันจึงต้องตอบแทนคุณพี่ชายของฉันด้วยการทำความดีมากๆ ฉันสัญญากับตัวเองว่าจะต้องเป็นคนดีให้สมกับที่มีพี่ชายดีๆ ในบางครั้งฉันคิดหรือทำอะไรที่ไม่ถูกไม่ควรฉันก็จะนึกถึงพี่ชายของฉันว่าถ้าพี่ชายเรารู้เขาคงจะเสียใจ ก็ดีเหมือนกันนึกถึงพี่ชายทีไรฉันจะได้ไม่ต้องทำบาป (อย่าเพิ่งเอียนนะคะ ก็มันเรื่องจริงนี่นา) พี่ชายของฉันเป็นคนสมถะเรียบง่ายธรรมดาคนหนึ่ง ใครได้เห็นต้องบอกว่าสบายใจเพราะพี่ชายฉันหน้าตาสดใสที่สำคัญใจดีมากๆ
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 9 พ.ย. 2548 (16:03)
ไหนๆกระทู้นี้ก็เขียนเกี่ยวกับความรักแล้วลองไปอ่าน
ความรัก-ความร้ายดูบ้างนะคะ
http://se-ed.net/platongdham/pra_anon/06.htm
นอกจากมีเมตตากรุณา หวั่นไหวในความทุกข์ยากของผู้อื่นแล้ว พระอานนท์ยังเป็นผู้สุภาพอ่อนโยนอย่างยิ่งอีกด้วย ความสุภาพอ่อนโยน และลักษณะอันน่ารัก มีรูปงาม ผิวพรรณดีนี่เอง ได้เคยคล้องเอาดวงใจน้อยๆ ของสตรีผู้หนึ่งให้หลงใหลใฝ่ฝัน โดยที่ท่านมิได้มีเจตนาเลย เรื่องนี้เป็นดังนี้
ความหนึ่ง ท่านเดินทางจากที่ไกล มาสู่วัดเชตวัน อากาศซึ่งร้อนอบอ้าวในเวลาเที่ยงวันทำให้ท่านมีเหงื่อโทรมกาย และรู้สึกกระหายน้ำ พอดีเดินมาใกล้บ่อน้ำแห่งหนึ่ง เห็นนางทาสีกำลังตักน้ำ ท่านจึงกล่าวขึ้นว่า
"น้องหญิง! อาตมาเดินทางมาจากที่ไกล รู้สึกกระหายน้ำ ถ้าไม่เป็นการรบกวน อาตมาขอบิณฑบาตน้ำจากท่านดื่มพอแก้กระหายด้วยเถิด"
นางทาสีได้ยินเสียงอันสุภาพอ่อนโยน จึงเงยหน้าขึ้นดู นางตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วถอยออกห่างท่านสองสามก้าวพลางกล่าวว่า
"พระคุณเจ้า! ข้าพเจ้าถวายน้ำแก่ท่านมิได้ดอก ท่านไม่ควรดื่มน้ำจากมืออันต่ำช้าของข้าพเจ้า ท่านเป็นวรรณกษัตริย์ ข้าพเจ้าเป็นเพียงนางทาสี"
"อย่าคิดอย่างนั้นเลย น้องหญิง! อาตมาไม่มีวรรณะแล้ว อาตมาเป็นสมณศากยบุตร อาตมามิได้เป็นกษัตริย์ พราหมณ์ ไวศยะ สูทร หรือจัณฑาล อย่างใดอย่างหนึ่งเลย อาตมาเป็นมนุษย์เหมือนน้องหญิงนี่แหละ"
"ข้าพเจ้าเกรงแต่จะเป็นมลทินแก่พระคุณเจ้า และเป็นบาปแก่ข้าพเจ้าที่ถวายน้ำ การที่ท่านจะรับของจากมือของคนต่างวรรณะ และโดยเฉพาะวรรณะที่ต่ำอย่างข้าพเจ้าด้วยแล้ว ข้าพเจ้าไม่สบายใจเลย ความจริงข้าพเจ้ามิได้หวงน้ำดอก" นางยังคงยืนกรานอยู่อย่างเดิม นางพูดมีเสียงสั่นน้อยๆ
"น้องหญิง! มลทินและบาปจะมีแก่ผู้มีเมตตากรุณาไม่ได้ มลทินย่อมมีแก่ผู้ประกอบกรรมชั่ว บาปจะมีแก่ผู้ไม่สุจริต การที่อาตมาขอน้ำ และน้องหญิงจะให้น้ำนั้นเป็นธรรมะ ธรรมย่อมปลดเปลื้องบาปและมลทินเหมือนน้ำสะอาดชำระสิ่งสกปรกฉะนั้น น้องหญิง! บัญญัติของพราหมณ์เรื่องบาปและมลทิน อันเกี่ยวกับวรรณะนั้นเป็นบัญญัติที่ไม่ยุติธรรม เป็นการแบ่งแยกมนุษย์ให้เหินห่างจากมนุษย์ เป็นการเหยียดหยามมนุษย์ด้วยกัน เรื่องนี้อาตมาไม่มีแล้ว อาตมาเป็นสมณศากยบุตร สาวกของพระพุทธเจ้า เป็นผู้ไม่มีวรรณะ เพราะฉะนั้นถ้าน้องหญิงต้องการจะให้น้ำก็จงเทลงในบาตรนี้เถิด"
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 9 พ.ย. 2548 (16:24)
เอามาจากhttp://www.dungtrin.net/newsletter/viewtopic.php?p=368#368
ถาม – คู่เวรมีจริงหรือไม่? แบบที่พออยู่ด้วยกันแล้วมีแต่ความวิบัติ และความหมายของคู่แท้หมายถึงอยู่ด้วยกันแล้วมีแต่ความสุขความเจริญใช่ไหม? หากเป็นเช่นนั้นต้องเชื่อเกณฑ์ของดวงชะตาราศีที่ว่าจะเจอคู่แท้เมื่อนั่นเมื่อนี่ใช่ไหม? ถ้าหากว่าเรามีวิบากที่ต้องเจอคู่ที่ทำให้เราไม่มีความสุขเราจะหลีกหนีได้หรือไม่?

คู่หญิงชายนั้นมีหลายแบบ ไม่ได้มีแต่คู่เวรกับคู่แท้
คำว่า ‘คู่แท้’ จะทำให้คุณนึกถึงเพศตรงข้ามที่ติดตามกันไปทุกภพทุกชาติ
เป็นตัวเป็นตนจับจองกันอย่างถาวรไม่เปลี่ยนแปลง
ซึ่งธรรมชาติไม่ได้มีอะไรอย่างนั้น
ตามกฎเหล็กข้อแรกสุดคือ ‘ทุกสิ่งต้องเปลี่ยนแปลงไป’

หากหันมาใส่ใจกับคำว่า ‘คู่บุญ’ และ ‘คู่บาป’ แทน อย่างนี้จะเห็นอะไรกระจ่างขึ้น
เพราะคนเราทำบุญทำบาปสลับกันได้ ไม่มีใครทำบุญทำบาปร่วมกันอย่างใดอย่างหนึ่ง
ได้ตลอดไป และนั่นก็แปลว่าคู่บุญอาจหมายถึงคู่ที่ร่วมทำบุญกันมามากกว่าร่วมทำบาป
ส่วนคู่บาปก็อาจหมายถึงคู่ที่ร่วมทำบาปกันมากกว่าร่วมทำบุญ

มองอย่างนี้อคติจะลดลงอย่างฮวบฮาบทันที
ประเภทขัดเคืองใจนิดหน่อยก็เหมาว่านี่คู่เวรของเรา
หรือประเภทต้องตาต้องใจเมื่อเริ่มพบก็เหมาว่านี่แหละคู่แท้ของฉัน
เราจะเห็นตามจริงว่าถ้าต้องตาเมื่อเห็น ถ้าเย็นใจเมื่อใกล้
อันนั้นก็เป็นคะแนนทางความรู้สึกด้านดีชั้นแรก
ต่อเมื่อมีความผูกพันผ่านเหตุการณ์ดีร้าย หรือที่เรียกง่ายๆว่าร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน
ตรงนั้นค่อยเป็นคะแนนสะสมในชั้นต่อๆมา กระทั่งปักใจเชื่อได้ว่าเป็นคู่บุญกันจริงๆ

ความรู้สึกด้านดีชั้นแรกในระยะแรกพบสบตานั้น
เป็นผลบุญจากการอยู่ร่วมกันมาก่อนในอดีตชาติ
ส่วนการร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่านเหตุการณ์ดีร้ายต่างๆมาด้วยกัน
เป็นบุญใหม่ที่เกิดจากการเกื้อกูลในปัจจุบันชาติ
พระพุทธเจ้าตรัสว่าความรักจะเกิดขึ้นไม่ได้
หากปราศจากเหตุปัจจัยทั้งอดีตและปัจจุบันประกอบกัน

ไม่ว่าจะเป็นของเก่าหรือของใหม่ บุญที่สร้าง ‘คู่บุญ’ ขึ้นมาจะเหมือนๆกัน
พระพุทธเจ้าตรัสแสดงไว้ได้แก่

๑) มีศรัทธาไปในแนวทางเดียวกัน

เช่นถือศาสดาองค์เดียวกัน เชื่อหรือไม่เชื่อเรื่องกรรมวิบากด้วยกัน
เชื่อว่าโลกกลมหรือโลกแบนเหมือนๆกัน เชื่อแนวทางในการดำรงชีวิตรูปแบบเดียวกัน
เป็นต้น เมื่อศรัทธาไม่ตรงกันก็คุยเรื่องไม่ตรงกัน เมื่อคุยเรื่องไม่ตรงกันก็คุยกันได้ไม่นาน
เมื่อคุยกันได้ไม่นานก็เบื่อกันเร็ว อันนี้คือความจริงที่เกิดขึ้นกับทุกรูปนาม
ไม่จำเพาะเฉพาะคู่รักเท่านั้น ขนาดเพื่อนกันแต่เชื่อไม่เหมือนกัน
ยังยากที่จะเป็นเพื่อนสนิทเลยครับ ศรัทธาที่ร่วมกันปลูกฝังให้มั่นคง
ย่อมทำหน้าที่สร้างสายตาที่มองไปในทิศเดียวกัน ไม่ก่อความรู้สึกเป็นอื่นจากกัน

๒) มีศีลอันเป็นเครื่องหอมทางใจเสมอกัน

คือมีความคิดงดเว้นข้อประพฤติผิดแบบเดียวกัน เป็นเหตุให้ไม่รังเกียจหรือหมั่นไส้กัน
พรานหนุ่มกับพรานสาวทนกลิ่นอายฆ่าฟันของกันและกันได้
แต่ให้หมอศัลย์ที่มีรังสีช่วยชีวิตมาเป็นคู่ผัวตัวเมียกับมือปืนร้อยศพ
ที่ทะมึนด้วยรังสีเอาชีวิต อย่างไรก็คงทนกลิ่นอายที่เป็นตรงข้ามของกันและกันไม่ไหว
และนั่นก็เช่นเดียวกัน ถ้าฝ่ายหนึ่งเจ้าชู้ ร้อยลิ้นกะลาวน
สำส่อนไปเรื่อยโดยไม่สนใจความสกปรกหมกมุ่น
ย่อมน่ารังเกียจยิ่งสำหรับคนใจซื่อถือความสะอาดผัวเดียวเมียเดียว
ศีลที่ร่วมรักษาให้บริสุทธิ์ดีแล้วย่อมทำหน้าที่สร้างความอบอุ่นเชื่อมั่นในกันและกัน
สนิทใจ ไว้วางใจกันเป็นมั่นเหมาะ

๓) มีจาคะอันเป็นวิธีคิดแบ่งปันเสมอกัน

อย่างน้อยต้องเป็นผู้ให้ซึ่งกันและกันในทางใดทางหนึ่ง
ไม่ใช่มีแต่ฝ่ายหนึ่งคิดอยู่ข้างเดียว อีกฝ่ายเอาเปรียบตลอด
เช่นอีกฝ่ายสละเงินให้ใช้ อีกฝ่ายสละแรงปรนนิบัติ เป็นต้น
การเอารัดเอาเปรียบเกิดจากจาคะที่ไม่เสมอกันเป็นมูล
ยิ่งหากต่างฝ่ายต่างคิดเจือจานคนอื่น เห็นข้าวของอะไรไม่ใช้แล้วก็คิดตรงกันว่า
น่าบริจาคแก่คนที่เขาไม่มี อย่างนี้ยิ่งไปกันได้ มีโอกาสร่วมบุญกันบ่อยๆ
ยิ่งให้คนอื่นมากก็ยิ่งได้ความสุขในการสละมาเสริมใยแก้วร้อยสัมพันธ์ให้กันแน่นแฟ้นขึ้น
จาคะที่ร่วมกันยินดีโดยพร้อมเพรียงย่อมก่อความรู้สึกซึ้งใจอย่างใหญ่
เหมือนอยู่ด้วยกันจะเป็นที่พึ่งให้กัน ปลอดภัยร่วมกัน ประคับประคองกัน
ไม่มีวันล้มพร้อมกัน

๔) มีปัญญาเสมอกัน

กล่าวทางโลกคือคุยกันรู้เรื่อง
กล่าวทางธรรมคือมีระดับการเห็นตามจริงใกล้เคียงกัน
หรืออย่างน้อยเป็นไปไปในทางเดียวกัน ไม่ใช่พูดคนละภาษา
ฝ่ายหนึ่งทำก่อนคิด อีกฝ่ายคิดก่อนทำ
หรือฝ่ายหนึ่งเอาอารมณ์พูด อีกฝ่ายพูดด้วยสติปัญญา
หรือฝ่ายหนึ่งเห็นชัดว่าอะไรๆไม่เที่ยง ความยึดมั่นถือมั่นเหลือน้อย
แต่อีกฝ่ายหนึ่งแค่เรื่องน้อยก็ยึดมั่นถือมั่นเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต
ก็คงนึกระอาหรือหมั่นไส้ในกันเป็นอย่างยิ่ง
ปัญญาที่ร่วมเสริมส่งกันและกันย่อมทำหน้าที่สร้างความร่าเริงในการสนทนา
และความไม่พรั่นที่จะต้องฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกัน

หากอดีตกาลคุณเคยครองเรือนกับผู้มีบุญเสมอกันทั้ง ๔ ข้อ
(อาจหย่อนนิดหย่อนหน่อยได้) ขอเพียงได้มาพบกันในชาตินี้
ก็จะเกิดแรงดึงดูดที่ก่อความรู้สึกแสนดีอย่างประหลาด
เหมือนเข้ากันได้ทุกอย่าง เหมือนเห็นกันได้ทุกแง่มุมด้วยความเข้าใจกระจ่าง

และขอเพียงเกื้อกูลกันนิดๆหน่อยๆ เช่นฝ่ายหนึ่งมาถามทาง อีกฝ่ายบอกทางให้
เท่านี้ก็จะเกิดแรงปฏิพัทธ์ขึ้นอย่างรุนแรง ชนิดที่ฝ่ายชาย (ซึ่งมีธรรมชาติเป็นรุก)
อาจยื่นข้อเสนอเดินพาไปส่ง และฝ่ายหญิงก็ตกลงรับข้อเสนออย่างยินดีเต็มใจทันที
แล้วการตกลงร่วมทางกันไปจนกว่าจะตายก็ติดตามมาอย่างรวดเร็ว ไม่มีอะไรซับซ้อน
ไม่มีเหตุการณ์น่าปวดหัว ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้สำหรับคู่บุญประเภทนี้

แน่นอนว่าสายตาทั่วไปมองแล้วย่อมนึกอิจฉา
โดยไม่มีใครเข้าใจต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงว่าเหตุใดจึงมีคู่ที่น่าอิจฉาได้ปานนั้น
รู้แต่ว่ามีจริง แต่ไม่รู้ว่ามีขึ้นมาได้อย่างไร ต้องต่อว่าใครที่แกล้งลำเอียง
ความจริงคือคู่บุญได้รับความยุติธรรมจากธรรมชาติกรรมวิบากต่างหาก
แต่อาจเป็นความยุติธรรมที่ลึกลับ
เพราะนำอดีตชาติมาแสดงให้เห็นเป็นภาพยนตร์ตามโรงไม่ได้
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 9 พ.ย. 2548 (16:25)
(ต่อ...)

อย่างไรก็ตาม แม้วิบากเก่าบันดาลให้ช่วงแรกคบเกิดแต่เรื่องดีๆ
ต่างฝ่ายต่างเป็นสุขชื่นมื่น ไปที่ไหนใครก็เชียร์ ทำอะไรร่วมกันก็รุ่งเรือง
แต่ถ้าบุญเก่าถ้าแพ้บาปใหม่ ค่อยๆสั่งสมบาปจนต้องทะเลาะเบาะแว้ง
หรือเกิดการทำร้ายกันด้วยวิธีต่างๆ
คู่บุญก็เปลี่ยนเป็นคู่ครึ่งบุญ (เก่า) ครึ่งบาป (ใหม่) ได้
ความหลงลืมอดีตชาติ ความประมาทในวัย และความไม่รู้จักบุญบาป
ไม่เชื่อว่าบุญบาปมีผลนั่นแหละ ที่อาจเปลี่ยนคู่บุญให้เป็นคู่บาปได้ตลอดเวลา

บาปนั้นแม้เล็กน้อยก็เหมือนเหรียญหยอดกระปุก
เพียงสั่งสมให้มากวันละเล็กวันละน้อย
เมื่อถึงวันหนึ่งลองยกกระปุกดู ก็อาจพบว่ามันหนักราวกับลูกเหล็กใหญ่
และถ้าเป็นบาปที่สะสมร่วมกัน ก็อาจถูกฉุดลากลงต่ำพร้อมกันได้

บาปอันมีผลที่ทำร่วมกันแล้วหญิงชายกลายเป็นคู่บาปนั้น
ยืนพื้นอยู่บนกิเลส ๓ ประการของมนุษย์ ได้แก่

๑) ราคะ

คือทำเรื่องบาดใจกันทางเพศ ไปมองคนอื่น ไปคุยกับคนอื่น และกระทั่งไปมีคนอื่น
กระแสกรรมอันสำเร็จด้วยการนอกใจ จะเป็นของแหลมคมที่กรีดใจผู้ทำให้เป็นทุกข์ก่อน
ในรูปของความรู้สึกผิด และเมื่อประจวบกับความจริงที่ว่าความลับไม่มีในโลก
วันหนึ่งเมื่อเรื่องแดง คู่ของตนทราบเรื่อง ก็ต้องเป็นทุกข์ตาม ในรูปของความผิดหวังเสียใจ ความร้าวฉานอันเกิดจากเรื่องทางเพศนั้น แม้คู่ครองไม่ผูกใจเจ็บ
อย่างน้อยก็กลายเป็นเงามืดติดตามไปบนเส้นทางความสัมพันธ์
เมื่อเกิดชาติใหม่ความสัมพันธ์ทางเพศจะเป็นแรงดึงดูด
แต่แรงดึงดูดนั้นแฝงความน่าคลางแคลงชอบกล อย่างน้อยก็มีเหตุน่าสับสน
ทำให้คิดๆว่าจะเอาใครดี คนนี้ดีแน่ไหม หรือกระทั่งเกิดความรู้สึกสกปรก
เมื่อถูกเนื้อต้องตัวในช่วงแรกๆ ขัดแย้งกันแปลกๆกับความวาบหวามเมื่อใกล้กัน

รสนิยมทางเพศที่ไม่เสมอกันก็อาจเป็นชนวนได้ แต่มาในรูปของความหน่าย
ไม่อยากไปด้วยกัน ไม่ใช่ความบาดใจเหมือนอย่างการนอกใจกัน
แต่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งข่มเหงและเป็นโรคจิตวิปริตทางเพศ
กระทำย่ำยีให้อีกฝ่ายเจ็บกายเจ็บใจเป็นประจำ
ก็มีส่วนก่อกระแสภัยเวรขึ้นในสายสัมพันธ์ได้เช่นกัน

๒) โทสะ

ส่วนใหญ่มักมีมูลจากช่องว่างระหว่างคน
เมื่อทรรศนะต่างกัน เมื่อความอยากต่างกัน เมื่อรสนิยมต่างกัน
เมื่อสำเนียงและภาษาต่างกัน อะไรๆในทางร้ายก็เกิดขึ้นได้เสมอ
โดยเฉพาะในรูปของการทะเลาะเบาะแว้ง เมื่อทะเลาะเบาะแว้งย่อมผูกใจเจ็บ
คิดอาฆาตพยาบาท อยากแก้แค้น อยากเอาคืน ไม่รูปแบบใดก็รูปแบบหนึ่ง
พูดไม่ได้ก็เย้ยหยันเหยียดหยามผ่านแววตาให้สะใจเสียหน่อยก็ยังดี
กรรมร่วมกันที่ทำด้วยโทสะจะเป็นแรงผลักไส หรือดลใจให้นึกเกลียดกัน
แต่โทสะนั้นเองก็เป็นพลังร้อยรัดให้ต้องอดรนทนไม่ได้
อยากวนเวียนมาทิ่มตำกันเสียหน่อย ได้ประชดประชัน
ได้เอาชนะสำเร็จแล้วสะใจและเป็นสุขพิลึก ท้ายที่สุดพอร่วมหอลงโรงจริง
ความสนุกจากการงอน การง้อ ก็แปรไปเป็นโศกนาฏกรรมได้
โดยเฉพาะเมื่ออิทธิพลทางเพศกลายเป็นเครื่องมือกดความรู้สึกให้ดูถูกกันและกัน
เห็นอีกฝ่ายแต่ในทางต่ำ เรื่องเพียงเล็กน้อยก็เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว
ก็อาจบันดาลให้อยากส่งคู่ครองไปสู่ปรโลกได้
และถ้าฆ่ากันตายในชาติหนึ่ง ชาติถัดมาก็เกิดแรงยึดเหนี่ยวมาหากันอีก
ผ่านความดึงดูดทางเพศ แล้วต้องทำร้ายถึงเลือดถึงเนื้ออีก
จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะอโหสิให้อย่างไม่มีเงื่อนไข

ทุกวันนี้ที่เห็นดาษดื่นคือการน้อยใจกันแล้วฆ่าตัวตาย
นี่ก็เป็นกรรมร่วมที่อยู่ในหมวดของโทสะ เจอกันใหม่ในชาติถัดไป
ก็จะมีอารมณ์รุนแรง ฉุนเฉียว หรือเป็นเหตุบันดาลใจให้มักง่ายกับชีวิตอีก

๓) โมหะ

หมายถึงทำกรรมแบบโง่ๆร่วมกัน โดยอาจสำคัญว่าได้ใช้ความฉลาดเฉียบแหลม
ไม่มีใครจับได้ไล่ทัน เช่นเคยร่วมกันโกงสงฆ์ โกงเงินบริจาควัด โกงประชาชน
โกงหมู่คณะ โกงเพื่อนฝูง หรือโกงคนแปลกหน้าเป็นรายตัว
กรรมที่ทำร่วมกันแบบโง่ๆนั้นกว้างขวางพิสดารไม่รู้จบ
เอาเป็นว่าถ้าทำความเดือดเนื้อร้อนใจให้กันและกันด้วยเหตุเพียงเล็กน้อย
หรือทำความเสียประโยชน์สุขแก่มวลชนเป็นอันมาก
อันนั้นแหละกรรมร่วมกันที่ยืนพื้นอยู่บนโมหะ ไม่ต้องรอชาติหน้า
เอาแค่ชาตินี้เมื่อถึงจังหวะที่กรรมเผล็ดผล ก็จะอยู่ร่วมกันอย่างไม่เป็นสุขสักนาที
มีแต่เรื่องราวรุมเร้า หรือไม่มีเรื่องก็ก่อเรื่องให้กันเอง
ความพินาศอันเกิดจากโมหะนั้น กล่าวได้ว่าน่ากลัวเหนือสิ่งอื่นใด
เพราะราคะและโทสะนั้นยังเปิดโอกาสให้ตั้งสติคิดพิจารณาทบทวนและให้อภัยกัน
แต่โมหะจะปิดกั้นสติปัญญาแทบทุกประตู มองทิศไหนเหมือนเจอแต่ทางตันทึบทึม
นั่นเป็นลักษณะสะท้อนของการทำกรรมด้วยความหลงเขลามืดบอด

แต่แม้เจอเรื่องร้ายรุมเร้า ก็ยังอุตส่าห์ปักใจเชื่อว่าต้องอยู่ร่วมกันถึงจะดี
ทิ้งขว้างกันไม่ได้ ต้องทนทู่ซี้ทั้งอย่างนั้น นี่ก็เป็นภาคต่อยอดของโมหะด้วย

ขอสรุปเพื่อให้เกิดความเข้าใจง่ายๆและรวบรัด
ถ้าชวนใครทำบุญได้สำเร็จ ทั้งทำต่อกัน ทั้งทำต่อคนอื่น
ด้วยกาย วาจา และใจอันเป็นสุจริต คนนั้นมีแนวโน้มจะเป็นคู่บุญ
และอยู่กับคุณได้อย่างแท้จริงในชาติปัจจุบัน
แต่ถ้าเป็นตรงข้าม เจอกันมีแต่ชวนกันตกต่ำ
ทำอะไรเหมือนเป็นบาปกับตัวเองและคนอื่นไปหมด
อย่างนั้นก็ส่อเค้าว่าไปด้วยกันไม่รอดหรอกครับ
ถึงแม้มีความดึงดูดทางเพศขนาดไหนก็ตาม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนอยู่ด้วยกันก็พอบอกเป็นเค้าๆได้ระดับหนึ่ง
ถ้ามีแต่เรื่องดีๆเข้ามาก็น่าจะเคยทำบุญร่วมกันไว้ก่อน
แต่ถ้ามีแต่เรื่องร้ายๆ ก็ให้สันนิษฐานว่าไปทำอะไรไม่ดีร่วมกันไว้
เพราะมีอยู่ครับ วิบากชนิดที่จ้องรอจังหวะตอนคู่บาปมาเจอกัน
เจอเมื่อไหร่เกิดเรื่องแย่เมื่อนั้น อันนี้สะท้อนให้เห็นบาปแต่ปางก่อนค่อนข้างชัด
(ยิ่งถ้าต่างฝ่ายต่างมีชีวิตเรียบง่ายดีๆ
พอมาอยู่ด้วยกันค่อยเกิดเรื่องขรุขระร้ายแรงบ่อยๆ
อันนั้นแหละฟันธงเลยครับ ใช่คู่บาปแน่)

หลักการดูคู่ ขอแนะว่าลองชักชวนกันทำบุญ
ดูความรู้สึกผูกพันด้านดี จะแน่นอนกว่าการดูฤกษ์ยามใดๆครับ
แต่ผมก็เข้าใจและเห็นใจ บางคนไม่มีโอกาสเลือกมากนัก
ถ้าใครคิดว่าตนเองมีบุญในเรื่องคู่น้อย
ผมอยากแนะนำให้ตั้งใจรักษาศีล ๕ อย่างเข้มงวด
ทำทานด้วยความเบิกบานอย่างเข้าใจสักพัก
มนุษย์เรายกระดับความมีบุญได้ในชาติเดียว
เดี๋ยวถ้าบุญถึงขีดบันดาลสุขในปัจจุบันทันตาเมื่อไหร่
บุญนั้นก็จะแปรสภาพเป็นแรงดึงดูดชักนำคนดีๆที่สมกันมาหาเราเองครับ
หากถือหลักความจริงนี้ ก็คงเป็นคำตอบไปในตัว
ว่าเราจำเป็นต้องเชื่อเกณฑ์ชะตาราศีไหม

สำหรับการหลบหลีกคู่เวรหรือคู่บาป ให้ตอบตรงไปตรงมาคือยาก แต่เป็นไปได้ครับ
คือเมื่อเจอแล้วเรามีสติตั้งมั่น ไม่หลงถลำไปตามแรงดึงดูดทางเพศ
การหักห้ามใจได้ บวกกับการตั้งใจเป็นผู้ไม่มีเวร
ให้อภัยได้ด้วยใจบริสุทธิ์แท้จริงในทุกเรื่องที่น่าขัดเคือง
จะค่อยๆแยกคุณออกห่างจากเขามาโดยดีในที่สุด
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 9 พ.ย. 2548 (16:29)
มีคนถามในจดหมายข่าวคุณดังตฤณค่ะว่า
"เรากำลังทรมานมาก แฟนเราเพิ่งบอกเลิกด้วยเหตุผลระหว่างเราที่ไม่มีทางอยู่ด้วยกันได้ ความสัมพันธ์แบบที่ยากที่จะถูกยอมรับ เราเข้าใจเหตุผลดี แต่การมีเค้าอยู่ทำให้เราอุ่นใจมากกว่าอยู่คนเดียว วิถีชีวิตเดิม ๆ ทำให้เรายิ่งทรมาน เราไม่ควรรั้งเค้าใช่ไหม แล้วเราจะอยู่ยังไง"

คำตอบของคุณดังตฤณคือ
อย่าคิดว่าเราเป็นฝ่ายถูกทิ้ง
ให้คิดว่าเราเป็นฝ่ายเลือกที่จะทิ้งรักขยะชิ้นหนึ่งไป

อย่าคิดว่าเราต้องเป็นฝ่ายเหงา
ให้คิดว่าเราเป็นฝ่ายเลือกพักร้อนให้สบายตัวสบายใจสักระยะหนึ่ง

อย่าคิดว่าเราเป็นฝ่ายทรมาน
ให้คิดว่าเราเป็นฝ่ายเลือกทำความสบายใจแก่เขา

อย่าคิดว่าเราควรเหนี่ยวรั้งเขา
ให้คิดว่าเราเป็นฝ่ายให้อิสระเป็นทานแก่คนอื่น

เปลี่ยนมโนกรรม (กรรมทางความคิด) จากมืดเป็นสว่าง ชีวิตจะสว่างเองครับ
จิตที่สว่างย่อมอบอุ่นเป็นสุข
มีแต่ใครๆวิ่งมาหา มีแต่ความอิ่มเต็มเบิกบาน
มีแต่อยากได้อิสระให้ตนเองและใครๆทั้งโลก

ทำใจได้ ก็เจอคนใหม่ได้


หวังว่าข้อความที่ฉัน(ลิตเติ้ล)เอามาลงคงพอจะทำให้ใครหลายๆคนมีคำตอบให้ตัวเองนะคะ
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 9 พ.ย. 2548 (16:52)
ให้ลิงค์ใหม่อีกทีนะคะ
http://www.dungtrin.net/newsletter/viewtopic.php?p=368#368

ส่วนลิงค์ความรักความร้ายเวลาจะเข้ารบกวน copy แล้ว past เอานะคะ นะนะ

อีกคำถามนึงก็แล้วกันนะคะจาก
http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare006.htm
ถาม – แสวงหาคนจริงใจแต่ไม่เคยเจอ ต้องทำบุญอย่างไรถึงจะได้เจอคนจริงใจ?
ถ้าคิดว่าโลกนี้เป็นโรงละครที่เรากำลังรับบทโต้ตอบกับตัวละครอื่นๆ บางคนก็เหมือนโดนผู้กำกับแกล้งให้รับบทหนัก ต้องร้องไห้ช้ำใจเพราะถูกหลอกอยู่บ่อยๆ ยิ่งนึกว่าจริงใจด้วย ก็ยิ่งต้องพบความจริงในภายหลังว่าที่แท้เขากะเล่นไม่ซื่อตั้งแต่ต้น จะในเกมความรักหรือเกมธุรกิจก็ตาม

ก่อนอื่นขอให้มองว่าพื้นฐานของมนุษย์เป็นไปในทำนองเดียวกันคือ ‘อยากเอาเข้าตัว’ แต่ละคนเริ่มคิดออกมาจากจุดนี้ ความแตกต่างขึ้นอยู่กับใครจะถูกอบรมให้มีมโนธรรมต้านทานความเห็นแก่ตัวมากน้อยเพียงใด

ถ้าคุณมองว่าการมี ‘ใจจริง’ หมายถึงการซื่อสัตย์ รักเดียวใจเดียวไม่แปรผันเป็นอื่น ก็ต้องเห็นให้ซึ้งเสียก่อนว่าใจจริงสร้างขึ้นด้วยอะไร หรือใจจริงมาจากไหน อย่ามองด้วยความคาดหวังเผินๆว่าโลกนี้มีใครคนหนึ่งถือกำเนิดเกิดมาพร้อมกับมีใจจริงติดตั้งไว้ในตัวสำเร็จรูป ทุกคนต้องผ่านสัญชาตญาณเอาเข้าตัวมาก่อน เริ่มตั้งแต่ร้องอ้อแอ้ขอข้าวแม่กินเป็นต้นมา

พอโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ละคนพบสิ่งน่าชอบน่าชังมากมาย นอกจากนั้นยังเจอสอนให้เอาแต่ได้บ้าง เจอสอนให้เสียสละบ้าง ในที่สุดทุกคนจะไปถึงจุดของการตัดสินใจว่าจะมีชีวิตแบบไหน คิดเอาหรือคิดให้เป็นหลัก

คนที่ตัดสินใจว่าจะคิดเอาเป็นหลักนั้น นึกถึงใจคนอื่นมากกว่าใจตัวเองไม่เป็นหรอกครับ พอเขาได้สิ่งที่ต้องการ เขาก็พร้อมจะสลัดเราทิ้ง ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรักหรือหุ้นส่วนธุรกิจของเขา

คราวนี้ลองคิดดูว่าโลกกำลังเต็มไปด้วยคนคิดเอาหรือคนคิดให้มากกว่ากัน? ถ้าพูดกันแบบไม่อ้อมค้อมก็คือโลกนี้เต็มไปด้วยคนคิดเอา จะมีสักกี่คนที่คิดให้ ดังนั้นคุณจึงกำลังแสวงหาสิ่งที่หาได้ยากประมาณเข็มในมหาสมุทร

วิธีที่จะเจอคนจริงใจกับเรา ไม่ว่าในด้านความรักหรือธุรกิจ จึงต้องไม่ใช่ด้วยความบังเอิญ ทำนองเดียวกับที่ไม่มีใครงมเข็มในมหาสมุทรเจอโดยปราศจากเครื่องช่วย ซึ่งในที่นี้ก็คือกรรมนั่นแหละครับ คุณต้องเข้าใจหลักกรรมข้อหนึ่ง คือเมื่อให้สิ่งใดย่อมไม่สูญเปล่า ต้องมีการสะท้อนตอบเป็นการได้รับสิ่งนั้นคืนมาเสมอ ฉะนั้นตอนนี้อยู่ในช่วงรับความไม่จริงใจซึ่งเราเคยทำไว้กับใครมาก่อนก็ช่างเถอะ เอาเป็นว่าขอให้สร้างเหตุ สร้างเครื่องช่วยให้เราไปพบกับคนจริงใจในกาลข้างหน้า คือพยายามจริงใจกับคนอื่นโดยไม่ย่อท้อก็แล้วกัน

ถ้าคุณซื่อกับคนอื่น ไม่คิดหลอกคนอื่นได้ทั้งชาติ ชีวิตนี้คุณจะมีใจที่สะอาดของตัวเองเป็นเพื่อนแท้ และภพต่อไปคุณจะไม่ถูกกรรมเหวี่ยงไปอยู่ในหมู่คนอสัตย์

อีกประการหนึ่ง ถ้าคุณต้องการหาเข็มในมหาสมุทรให้เจอก่อนตาย คุณไม่ควรรู้แค่ว่าเข็มมันอยู่ในมหาสมุทร คุณไม่ควรโดดตุ๋มลงไปเฉยๆตรงไหนก็ได้ ก่อนอื่นคุณควรสืบให้พอรู้เป็นเค้าเป็นแนว ว่าเข็มน่าจะหล่นอยู่ในย่านใด แล้วค่อยใช้ความจริงใจดำดิ่งลงไปค้นหา จึงจะพอมีสิทธิ์เจอกันได้

ขอให้พิจารณาดู ปัจจุบันเรามีอินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์กับผู้คนมากหน้าหลายตา พอจะหาคู่ หาความรัก หาความจริงใจ เราก็มักตระเวนไปตามเว็บบอร์ดหรือห้องสนทนาที่มีชื่อตรงตามเกณฑ์นั้นๆ เช่นเว็บหาความรัก หรือห้องหาคนจริงใจ ตรองดูเถิดว่าโอกาสจะได้เจอนั้นมีมากน้อยแค่ไหน เสือหิวย่อมรอตะครุบกวางตามแหล่งน้ำฉันใด ชายเจ้าเล่ห์ย่อมดักรอสาวหน้าซื่อตามแหล่งถามหารักฉันนั้น

บางทีที่เราไม่เจอสิ่งที่ต้องการก็เพราะเราแสวงหาผิดที่ เราคาดหวังว่าคงเจอคนจริงใจตามบ้านใกล้เรือนเคียง ตามอาคารสำนักงาน หรือตามสถานบันเทิง นั่นก็อาจเป็นไปได้ แต่ยากหน่อย เพราะตามความน่าจะเป็นเรามักเจอ ‘คนธรรมดา’ ที่คิดเอาเข้าตัวกันโดยมาก ทำไมไม่ลองมองว่าคนจริงใจควรอยู่ตามงานบุญ ตามเว็บธรรมะ หรือห้องสนทนาเรื่องศีลเรื่องธรรม

ไม่ต้องกลัวว่าตามงานบุญหรือตามแหล่งกิจกรรมธรรมะทั้งหลายจะชวนคุณคุยเรื่องหลุดพ้นลูกเดียว และในอีกทางหนึ่ง ก็อย่าหวังว่าจะพบแต่คนดีๆในงานบุญหรือแหล่งกิจกรรมธรรมะ แต่อย่างน้อยให้คิดเสียว่าโอกาสจะเจอคนดีๆควรมีมากกว่าแหล่งกิจกรรมเพื่อความสนุกฉาบฉวยทั้งหลาย

ถ้าได้ยินคำว่า ‘ธรรมะ’ แล้วร้องกับตัวเองว่า ‘ยี้’ หรือ ‘น่าเบื่อจัง’ ก็ขอให้ทราบว่าคุณยังไม่ได้ต้องการความจริงใจเป็นเรื่องเป็นราว เพราะคุณจะเจอคนจริงใจได้ในหมู่คนมีธรรมะเท่านั้น

และเมื่อใดคลุกคลีกับธรรมะมากพอ คุณจะพบว่าธรรมะไม่ได้มีแต่ภาพกักบริเวณตนเองเพื่อหลุดพ้นจากกิเลส คุณจะเห็นโลกในอีกมิติหนึ่ง คือไม่ใช่เอาแต่มองหารูปเสียงน่าชอบใจภายนอก แต่จะเริ่มแสวงหาความรู้สึกแสนดีน่าครอบครองอันเป็นภายใน

คุณจะตระหนักว่าความรู้สึกแสนดีไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ต้องมีวิธีอะไรอย่างหนึ่งหรือหลายๆอย่างทำให้มันเกิดขึ้น เช่นกำหนดกรอบไว้ว่าจะไม่ปล่อยให้ความโลภและความโกรธทะยานแรงขึ้นถึงระดับที่จะกระทำการอันเป็นความเดือดร้อนของคนอื่น เมื่อรู้สึกตัวเองว่าเป็นความปลอดภัยให้คนอื่นได้ คุณก็จะรู้สึกถึงความไม่เดือดเนื้อร้อนใจของตนเองด้วย

จากนั้นเขยิบขึ้นไปอีก เช่นรู้จักสละสิ่งที่คุณมีให้คนอื่นทั้งที่ไม่จำเป็นต้องให้ คุณจะลืมคำว่า ‘ให้ทำไมให้โง่’ แต่จะพบคำใหม่ในหัวตัวเองคือ ‘ทำไมมัวโง่ไม่ให้มาเสียตั้งนาน’ คุณจะรู้ว่าการให้โดยไม่หวังผลตอบแทนนั้นเป็นสุข และคุณก็อาจจะรู้ว่าในที่สุดแล้ว การเป็นผู้ให้โดยไม่หวังผลตอบแทนนั่นเอง จะพาคุณไปรู้จักกับคนประเภทเดียวกัน โดยวิธีใดวิธีหนึ่ง ในวันใดวันหนึ่ง

สรุปคือถ้าแสวงหาคนจริงใจอยู่ และยังไม่เลิกย่อท้อ ก็ขอให้ปลูกฝังความซื่อสัตย์จริงใจให้เกิดขึ้นในตนเองก่อน และพยายามรักษามันไว้จนลมหายใจสุดท้าย พอเชื่อได้ว่าอย่างน้อยมีคุณคนหนึ่งในโลกที่ซื่อสัตย์และจริงใจ จะได้ไม่ต้องไปแสวงหาคำตอบจากที่ไหนว่าคนซื่อสัตย์และจริงใจมีอยู่แต่ในนิทานหรือมีตัวตนอยู่ในโลกความจริงนี้ด้วย

นอกจากนั้นถ้าจะแสวงหา ก็ควรแสวงหาในที่ที่มี อย่ามัวเสียเวลาไปแสวงหาในที่ที่ไม่มี ผมให้คำรับรองไม่ได้ว่าคุณจะเจอเมื่อไหร่ แต่เชื่อมั่นว่าวันหนึ่งคุณจะได้เจอครับ ด้วย ‘กรรม’ และ ‘ความเข้าใจ’ ที่ถูกต้องนั่นเอง
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 9 พ.ย. 2548 (16:59)
ถามเองตอบเอง

ถาม ทำไมต้องตั้งชื่อเรื่องที่เขียนว่า ขอบคุณที่ไม่รักกัน
ตอบ ถ้าบรรดาคนที่ฉันแอบชอบทั้งหลายมารักฉัน ฉันคงไม่รู้ว่า
ความร้ายของความรักเป็นอย่างไร ที่สำคัญฉันได้รูว่าไม่ต้องมีแฟนกับเขาน่ะสุขใจที่สุดแล้ว เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 16 พ.ย. 2548 (14:38)
นี่เป็นวาทะเด็ดของนักเขียนคนโปรดของฉันเอง

มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐที่มีเหตุผล เพราะเหตุผลทำให้มนุษย์คิดในทางประเสริฐได้มากกว่าสัตว์โลกทุกชนิด แต่หลายครั้งเหตุผลก็ทำให้มนุษย์เลวทรามได้โดยปราศจากความสำนึกผิด เพราะฉลาดอธิบายไปต่าง ๆ นานาว่าที่ก่อเรื่องอย่างนั้นอย่างนี้ มีเหตุผลอันควรอย่างไร

ถ้าคุณคิดว่าตัวเองฉลาด บอกได้ไหมว่าฉลาดไปเพื่ออะไร? หากเป็นไปเพื่อทำความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น อันจะสะท้อนกลับมาเป็นความเดือดร้อนต่อตัวคุณเองทั้งชาตินี้และชาติหน้า เช่นนี้อาจแปลว่ามันสมองของคุณฉลาดเฉลียว แต่จิตวิญญาณของคุณโง่งม อาจโง่กว่าหลายคนที่คุณไปดูถูกเขาเสียด้วยซ้ำ

สรุปให้ง่ายที่สุด คุณจะฉลาดกี่เรื่องก็ตาม ถ้าโง่เรื่องกรรมเรื่องเดียว ก็แปลว่าคุณเอาตัวรอดไม่ได้ และเมื่อคุณเอาตัวรอดไม่ได้ ก็แปลว่าคุณเป็นคนโง่ได้มากที่สุดคนหนึ่ง! (ตอนที่ ๖)
จากกรรมพยากรณ์ตอน เลือกเกิดใหม่


บางคนนั่งชมทะเลอย่างเหม่อลอยก็เป็นสุขแล้ว ไม่ต้องการคิดอะไรเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์อีก

หลายคนได้เสพกามไปวัน ๆ ก็หนำใจพอ ศักยภาพมนุษย์อย่างอื่นมีอย่างไรบ้างไม่สน

หลายคนได้รับผิดชอบตนเองและครอบครัวให้อยู่รอดก็เหนื่อยแล้ว อย่าเข็นให้คิดใช้ความเป็นมนุษย์ในทางอื่นใดเพิ่มเติมเสียให้ยาก

หลายคนตั้งเป้าหมายและมุ่งมั่นบากบั่นไปจนถึงปลายทางสักครั้งเดียวก็เต็มอิ่มกับความเป็นมนุษย์แล้ว

หลายคนรักการใฝ่ฝันหลากหลาย และเต็มใจบินไปคว้าดาวจากหลายขอบฟ้า เพื่อรู้จักความเป็นมนุษย์อย่างพิสดารสูงสุด

แต่มีคนน้อยเท่าน้อย ที่ตั้งคำถามกับตนเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่า อะไรคือประโยชน์สูงสุดที่สมควรได้จากความเป็นมนุษย์ (บทที่ ๒ เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน)


อยากอ่านทั้งหมดไปที่นี่นะคะ

http://www.dungtrin.com/watha/draft.html
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 16 พ.ย. 2548 (14:41)
ขอต่ออีกสักนิดนะคะ
เห็นคนตายก็หมายรู้เดี๋ยวกูด้วย
อีกไม่ช้าชราป่วยแล้วม้วยสูญ
ศพวางนอนอย่างขอนไม้คล้ายอิฐปูน
รอขึ้นเผาให้เอาศูนย์มานับกาย
เหลือเพียงชื่อให้ลือจำทำไมเล่า
เขาก็รอคอขึ้นเขียงเรียงจากหาย
เหมือนกับเราเฝ้าจดจำแล้วกลับตาย
ชื่อก็วายกายก็วางว่างหมดกัน
(ทางนฤพาน บทที่ ๒๔)
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 5 ธ.ค. 2548 (15:25)
มาอัพเดทงานเขียนดีกว่าแต่งเองจ้า

รักรักรักดีนักถ้ารักไม่ทุกข์
รักรักรักมีสุขมีทุกข์เคล้ากันไป
รักรักรักเปี่ยมด้วยความห่วงใย
รักรักรักให้อภัยสุขแท้สุขจริง

ข้างล่างนี้ฉันคัดมาจาก
http://www.larndham.net/dmbot/

เปมโต ชายเต โสโก
เปมโต ชายเต ภยํ
เปมโต วิปฺปมุตฺตสฺส
นตถิ โสโก กุโต ภยํ . . . ฯ ๒๑๓ ฯ

ที่ใดมีความรัก ที่นั่นมีโศก
ที่ใดมีความรัก ที่นั่นมีภัย
เมื่อไม่มีความรักเสียแล้ว
โศก ภัย ก็ไม่มี

From love springs grief,
From love springs fear;
For him who is free from love
Thire is neither grief nor fear.
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 15 ธ.ค. 2548 (14:56)
เมื่อวานฉันอ่านเรื่องของเด็กหนุ่มแห่งมหาวิทยาลัยBerkeley
เด็กหนุ่มคนนี้เป็นคนอิสราเอลได้รับทุนไปต่อปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษไม่ใช่เพราะ เด็กคนนนี้เรียนเก่งอะไรนะคะแต่เพราะว่าเป็นคนมีน้ำใจช่วงปิดเทอมของเด็กคนนี้แทนที่จะได้ไปเที่ยวพักผ่อนเหมือนนักศึกษาคนอื่นๆแต่กลับเอาเวลาไปช่วยชาวบ้านตั้งแคมป์ซึ่งเป็นคลินิคเล็กๆเพื่อให้ความรู้และรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่ชุมชนในบ้านเกิดของตน สิ่งที่ดลใจทำให้เด็กหนุ่มสนใจจัดตั้งคลินิคนี้ก็เพราะยายของเขาเสียชีวิตด้วยโรคเบาหวานทั้งที่น่าจะรักษาได้ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีนะคะ ที่นักศึกษาคนนี้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการทำงานเพื่อสังคม ฉันอยากเห็นนักศึกษาบ้านเรามีความคิดริเริ่มที่จะมาทำงานเพื่อสังคมอย่างเด็กหนุ่มคนนี้บ้าง หากเรามัวแต่รอให้คนอื่นทำไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เริ่มต้นเสียทีจริงไหมคะ
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 19 ธ.ค. 2548 (14:34)
การมองอย่างผิวเผิน

เคยไหมที่มองใครเพียงแค่เวลาไม่ถึงนาทีเราก็ประเมิณ
เสียแล้วว่าคนคนนั้นเป็นอย่างไร เชื่อไหมคะว่าเป็นการไม่ยุติธรรมกับผู้ที่ถูกมองเอาเสียเลย เมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ น้องคนหนึ่งมาเล่าให้ฟังว่าได้เข้าไปเรียนกับอาจารย์สอนจิตวิทยาท่านหนึ่ง เธอเรียนด้วยความตั้งใจ แต่เธอไม่ได้นั่งแบบทำหน้าว่าตั้งใจหรือสนใจ เหมือนคนบางคนนั่งเรียนเหมือนกับว่ากำลังนอนอยู่เวลาที่อาจารย์สอน แต่ผลออกมาได้คะแนนสูงกว่าเพื่อนในชั้น น้องคนนั้นเล่าว่าหลังจากเรียนกับอาจารย์ท่านนี้ได้ครั้งเดียวอาจารย์ก็เอาเรื่องนี้ไปพูดกับหัวหน้าของน้องคนนี้ว่าเธอ ไม่ตั้งใจเรียน จาหนั้นหัวหน้างานจึงมาถามน้องคนนี้ น้องคนนี้บอกไปว่าเธอตั้งใจเรียนมาก และตลอดระยะเวลา4ปีที่เธอเรียนมาเธอยังไม่เคยถูกว่าอย่างนี้สักครั้ง หัวหน้างานไม่เชื่อที่น้องคนนี้พูด เพราะเขาเชื่อในการตัดสินของอาจารย์ท่านนี้ที่เป็นถึงอาจารย์จิตวิทยาจะดูคนผิดได้อย่างไร ฉันได้ฟังอย่างนี้แล้วใจหายค่ะ เพราะคนเราอยู่ๆจะมาตัดสินกันแบบนี้ได้อย่างไร หากใครตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ คงรู้สึกท้อนะคะ เราตั้งใจแต่กลับถูกมองเป็นอีกอย่าง ยังไงฉันก็ขอให้กำลังใจคนที่กำลังท้อใจเกี่ยวกับการถูกเข้าใจผิดนะคะ สักวันหนึ่งความจริงจะปรากฏวันนั้นเขาจะได้รูเสียทีว่าเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด

หากเราต้องตัดสินใจว่าใครเป็นอย่างไรโปรดได้คิดอย่างแยบคายก่อนเถอะนะคะ ไม่อย่างนั้นเราจะตัดสินและสรุปอะไรที่ผิดๆ
ดิฉันมีเหตุการณ์บนรถเมล์ มาเล่าประกอบค่ะ มีกลุ่มคนงานแต่งตัวโทรมโดยสารรถเมล์จากสนามหลวงมาลงที่ประตูน้ำ คนงานกลุ่มนี้อยู่ในอาการมึนเมาคุยกันเสียดัง พอกลุ่มคนงานนี้ลงไป คุณลุงท่านหนึ่งพูดกับผู้โดยสารที่นั่งข้างๆว่า ลงไปเสียก็ดีพวกมีร่างที่เปรียบเหมือนวิญญาณไม่มีมารยาท คุณลุงท่านนี้คงไม่ได้ยินคนงานคนหนึ่งพูดกับเพื่อนว่าให้ขอโทษคนที่เขาชนเสียสิ ขอโทษเขาซะ ฉันได้ยินยังนึกชมว่าอย่างน้อยถึงจะเมาแต่เขายังมีใจขอโทษคนที่เขาเดินชนบนรถเมล์ คุณลุงท่านนี้คงไม่ได้ยินประโยคที่คนงานพูดกันเป็นแน่จึงพูดอย่างนั้น น้ำใจและการคิดให้อภัยอยู่ไหนหนอ
Little Sun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1143 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Hot Links

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.