ใครเป็นผู้ตั้ง สมมุติฐานว่า โลกกลม

ก็ ใครเป็นผู้คิดว่าโลกของเรากลม เเล้วกล่าวว่าอย่างว่าไร

ถ้าช่วยบอกจะเป็นการช่วยอย่างยิ่ง
8 พ.ย. 2548 21:06
55 ความเห็น
65423 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1  โดย ครู...ชิต

มีอยู่ครั้งหนึ่ง อริสโตเติล ได้สังเกตการเกิดจันทรุปราคา

และ สรุปว่า โลกมีลักษณะทรงกลม มิใช่เป็นแผ่นตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ เพราะเงาของโลกที่บังดวงจันทร์ขณะเกิดจันทรุปราคาจะต้องปรากฏให้เห็นเป็นรูปร่างอื่นๆ



หมายเหตุ อริสโตเติล มีชีวิตอยู่ในช่วง 384 - 322 ก่อน คริสตกาล
8 พ.ย. 2548 22:20


ความคิดเห็นที่ 2 pm_heremma@hotmail.com (Guest)

อยากทราบจังเลย ทำไมโลกกลมแล้วแป้นตรงกลางล่ะคะ อยากได้คำตอบมากกกกกกกกๆเลยนะคะเพราะตั้งแต่เกิดมายังหาคำตอบไม่เจอเลยนะคะ ช่วยด้วยค่ะ
19 ก.ค. 2549 00:14


ความคิดเห็นที่ 3 โดย ครู...ชิต

โลกทรงกลมรีแป้น(Oblate ellipsoid)

ซึ่งได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นจริง โดยนักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศส(รายละเอียดไม่ขอกล่าว) ในระหว่างกระบวนการเกิดดาวเคราะห์โลก ขณะที่โลกยังหลอมเหลวอยู่ แรงหนีศูนย์กลางจากการหมุนรอบตัวเองของโลกเหวี่ยงให้มวลสารเหลวเคลื่อนเข้ามาสู่ศุนย์สูตรหรือทรงกลมรีแป้นจากการหมุนรอบตัวเอง(ellipsoid of revolution)ครับ
21 ก.ค. 2549 20:37


ความคิดเห็นที่ 4 โดย ครู...ชิต


รูปทรงของโลกแบบทรงกลมรีแป้น บริเวณขั้วโลกจะยุบตัวลง ขณะที่บริเวณศูนย์สูตรจะพองออก(มิติสัมพันธ์ หน้า 35)
21 ก.ค. 2549 20:56


ความคิดเห็นที่ 6 โดย ครู...ชิต

จาก...คห ที่ 5 ควรว่าด้วยเรื่อง เหตุผล ตรวจสอบพิสูจน์ได้ ทดลองได้ สืบเสาะได้ ใช้สติปัญญาไตร่ตรอง ใช้กระบวนการสร้างปัญญา เพื่อขจัดความไม่รู้และรู้ในสิ่งที่ควรรู้ สรุป ใช้สติ ในกระบวนการขจัดความไม่รู้(อวิชา)จะดีกว่าครับ
22 ก.ค. 2549 07:10


ความคิดเห็นที่ 7 โดย ครู...ชิต

คิดให้ครบวงจร แบบวิทยาศาสตร์ สามารถนำไปใช้ เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม สร้างสรรค์สังคม ดำรงตนมีคุณภาพ ความรักความเมตตา ความเชื่อมั่น ความสัตย์ซื่อ รับผิดชอบดูแลบ้านเมือง สังคมไทยน่าเป็นห่วงครับในปัจจุบัน
22 ก.ค. 2549 07:20


ความคิดเห็นที่ 8 โดย ครู...ชิต


เปรียบเทียบระดับพื้นผิวทรงกลมไม่สม่ำเสมอกับทรงกลมรีแป้น ในพื้นสมุทรทรงกลมไม่ สม่ำเสมอจะต่ำกว่าทรงกลมรีแป้น พื้นทวีปทรงกลมไม่สม่ำเสมอจะสูงกว่าทรงกลมรีแป้น( มิติสัมพันธ์ หน้า 35 )
โลกกลมไม่สมำเสมอ (geoid)
พื้นผิวโลกส่วนที่เป็นพื้นทวีปซึ่งมีความสูงต่ำต่างกันบ้างบริเวณเป็นแอ่งต่ำ เป็นที่ราบ เป็นที่ราบสูง หากลากเส้นบนผิวโลกผ่านพื้นผิวภูมิประเทศ รูปร่างของโลกจะหยักๆคดขึ้นคดลงไม่สม่ำเสมอ แต่นั้นพบเห็นเมื่อพิจารณาจากเปลือกโลกที่เป็นของแข็ง แต่เมื่อพิจารณาจากระดับน้ำที่ต่อเนื่องกันทั่วโลก ระดับน้ำทะเลซึ่งควรจะเท่ากันตามธรรมชาติขของของเหลว แต่ระดับน้ำของโลก แต่ละบริเวณกลับไม่เท่ากัน เมื่อนำระดับน้ำทะเลมาต่อกันเป็นทรงกลมของโลก จะได้ทรงกลมที่มีพื้นผิวสูงบ้าง ต่ำบ้าง เรียกทรงกลมนี้ว่า ทรงกลมไม่สมำเสมอ (geoid)
22 ก.ค. 2549 07:40


ความคิดเห็นที่ 9 โดย ครู...ชิต

ไดอะแกรมแสดงการวัดเส้นรอบวงโลก ของธีราโธสทีนัส

โลกกลมแท้จริง
หลังจากที่มนุษย์พิสูจน์ได้ว่า โลกไม่ได้แบนอย่างที่เคยเชื่อถือกันมาในอดีต มนุษย์ได้พัฒนาความสามารถและความรู้อีกหลายประการ เช่น ตัดสินใจเดินเรือไกลขึ้น ไม่ต้องกลัวตกขอบโลก เช่น แมกแจนแลน ตัดสินใจเดินเรือรอบโลก ด้วยเหตุนี้เองทำให้ชาติในยุโรปหลายประเทศที่มีความสามารถในการเดินเรือแผ่อำนาจไปทั่วโลก จากความเชื่อของนักวิทยาศาสตร์และชาวเรือในสมัยนั้น เชื่อว่าโลกกลม กลมสมบูรณ์แบบ absolute sphrer เป็นทรงกลมที่ทุกๆจุด จุดอยู่ห่างจากจุดศุนย์กลางเท่ากัน โลกมีจุดศูนย์กลางเท่ากัน และแนวดึงดูดของโลกตั้งได้ฉากกับผิวโลกเสมอ จากความเชื่อเช่นนี้ ทำให้นักปราชญ์ชาวกรีกชื่อ ธีราโธสทีนัส Erathostenesสามารถวัดเส้นรอบวงได้ ( มิติสัมพันธ์ หน้า 31 )
22 ก.ค. 2549 08:01


ความคิดเห็นที่ 10 โดย ครู...ชิต

โลกมีรูปทรงรีแป้นเล็กน้อย เส้นผ่าศูนย์กลางแนวขั้วโลกจะสั้นกว่าแนวศูนย์สูตร




มีนักวิทยาศาสตร์ทำการวัดระยะเชิงเส้นบนผิวโลกต่อระยะเชิงมุม 57 ลิปดา ที่แลปแลนด์ พบว่า ความโค้งของผิวโลกบริเวณดังกล่าวยาวกว่าความโค้งของโลกในมุมเท่ากันที่กรุงปารีส อีกกลุ่มหนึ่งเดินทางไปยังเปรูเมื่อ พ.ศ.2278 ทำการวัดระยะทางบนพื้นผิวโลกที่เมืองควิโต(Quito) ประเทศเอกวาดอร์ วัดระยะทางบนพื้นผิวโลกคิดเป็นเชิงมุม 3 องศา การปฏิบัติการดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยใน พ.ศ.2286 พบว่า ระยะเชิงเส้นที่เมืองควิโต จะสั้นกว่าในปารีสในระยะเชิงเส้นเท่ากัน และยิ่งสั้นเมื่อเปรียบเทียบกับที่แลปแลนด์ทำให้สามารถพิสูจน์ได้อย่างแน่นอนว่าทรงกลมของโลกเป็นแบบรีแป้น(มิติสัมพันธ์ หน้า 33 - 34 )
22 ก.ค. 2549 08:23


ความคิดเห็นที่ 11 โดย ครู...ชิต


ภาพสมมุติเปรียบเทียบระยะเชิงเส้นบนผิวโลก รองรับมุม 57 ลิปดาเมื่อวัดที่แลปแลนด์ จะยาวกว่าปารีส เพราะผิวโลกบริเวณแลปแลนด์อยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือ แบนกว่าที่ปารีสซึ่งอยู่ห่างขั้วโลกเหนือมากกว่า
22 ก.ค. 2549 08:28


ความคิดเห็นที่ 12 โดย ครู...ชิต


รูปทรงโลกแบบกลมไม่สม่ำเสมอ เป็นรูปทรงที่ทำให้เกิดปัญหาในการคำนวณรูปทรงกลม เพราะเป็นรูปทรงที่มีจุดศูนย์กลางหลายจุดพื้นผิวมีความโค้งไม่สม่ำเสมอ
22 ก.ค. 2549 08:32


ความคิดเห็นที่ 13 โดย ครู...ชิต


ภาพบริเวณช่องแคบยิบรอลตาร์จะเห็นความโค้งของผิวโลกจากยานอวกาศ
22 ก.ค. 2549 08:53


ความคิดเห็นที่ 14 supernova (Guest)

โลกกลมน่ะ เป็นทฤษฎีของอริสโอเติลใช่ไหมครับ แล้วที่เป็นผู้ตั้งทฤษฎีโลกแบนน่ะ ผมเคยอ่านว่าชื่อ พโตเลมีใช่หรือเปล่าครับ ตอบทีครับ
22 ก.ค. 2549 13:49


ความคิดเห็นที่ 15 โดย ครู...ชิต

คุณ supernova ลองศึกษาดูก่อนนะครับ



นิโคลัส โคเปอร์นิคัส : Nicolaus Copernicus

Nicolas Copernicus เป็นนักดาราศาสตร์ชาวโปล เกิดที่เมืองตุรัน ประเทศโปแลนด์ เมื่อ ค.ศ.1473 ตรงกับสมัยที่โคลัมบัสพบทวีปอเมริกาเขาเป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกที่วางรากฐานวิชาดาราศาสคร์ยุคใหม่ เขาเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นคัดค้านกับทฤษฎีของอริสโตเติล และปโตเลมี ที่ว่า"โลกแบน โลกอยู่กับที่โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาลมีดวงดาวทุกดวงโคจรอยู่รอบๆ" ความเชื่อนี้เชื่อถือกันมานานนับพันๆปี โคเปอร์นิคัสกล่าวว่า"โลกลม โลกเป็นบริวารของดวงอาทิตย์และหมุนรอบตัวเอง" เขาเป็นผู้ตั้งทฤษฎีการโคจรของโลก และทฤษฎีที่ว่าดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล แต่เขาก็ไม่สามารถจะพิสูจน์และคำนวณให้เห็นได้จริง เพราะเขาศึกษาดาราศาสตร์ด้วยตาเปล่า แต่ในกาลต่อมาคำกล่าวของเขาก็กลายเป็นความจริง ผลงานของเขา เขาไม่กล้านำเผยแผ่ให้โลกทราบเพราะมันคัดค้านกับหลักทางศาสนา และจะเป็นผลร้ายแก่ตัวของเขาเอง แต่สหายของเขาชาวเยอรมัน คือ รีติคัสได้เร่งเร้าและเอาออกพิมพ์จนได้เมื่อเขากำลังเจ็บหนัก เขาถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ.1543



ข้อความคัดลอกจาก : http://www.school.net.th/library/create-web/10000/history/10000-2640.html



แหล่งสืบค้นเพิ่มเติม



มนุษย์กับดวงดาว
http://www.nfe.go.th/waghor/exhibition/exhi5_1.html



นิโคลัส โคเปอร์นิคัส : Nicolaus Copernicus
http://siweb.dss.go.th/Science_Children/Scientist/Nicolaus%20Copernicus.html



นักดาราศาสตร์เอกของโลก
http://web1.dara.ac.th/daraspace/Scienceman/Scienceman.htm



ประวัติของนักวิทยาศาสตร์โลก
http://www.lib.hcu.ac.th/sci2002/scw.asp?sc=16+
22 ก.ค. 2549 22:59


ความคิดเห็นที่ 16 supernova (Guest)

ขอบคุณมากเลยนะครับ <- this is a สัญลักษณ์คู่กาย
23 ก.ค. 2549 18:49


ความคิดเห็นที่ 17 passkon@chaiyo.com (Guest)

เพื่อนผมสงสัยว่าถ้าเรายืนขั่วโลกเหนือก็จะตรงแล้วถ้าเรายืนขั่วโลกใต้เราก็ต้องยืนกลับหัวใช่ไหมครับแล้วเรายืนได้อย่างไรช่วยตอบให้เพื่อนผมหายสงสัยหน่อยนะครับ
22 ส.ค. 2549 10:53


ความคิดเห็นที่ 18 ทอฟฟี่สีน้ำเงิน (Guest)

ไม่เฉพาะแค่เรานะครับที่ยืนได้ แต่สรรพสิ่งบนโลกนี้อยู่ติดกับพื้นโลกได้ด้วยแรงโน้มถ่วง (gravity) ของโลกครับ ถ้าโลกของเราปราศจากแรงโน้มถ่วง ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะลอยเท้งเต้งไปหมด



สมมุติว่าน้องอยู่ที่ประเทศไทย เพื่อนน้องอยู่ที่อเมริกา ความเป็นจริงคือศรีษะของน้องสองคนหันไปด้านตรงข้ามกัน (หรือจะเรียกว่ายืนกลับหัวกันก็ได้) แต่ด้วยขนาดของโลกที่ใหญ่มาก แล้วทุก ๆ จุดบนโลกต่างก็ถูกแรงโน้มถ่วงของโลกกระทำเท่า ๆ กัน เราจึงไม่รู้สึกว่ายืนกลับหัว เหมือนกับที่น้องไม่รู้สึกว่าโลกหมุนเลย ทั้ง ๆ ที่ทุกวินาทีโลกหมุนรอบตัวเองอยู่นั่นแหละครับ
23 ส.ค. 2549 13:59


ความคิดเห็นที่ 41 ใบเตย (Guest)

<P><FONT style="BACKGROUND-COLOR: #000000" face="Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#ff3366 size=5><STRONG>ค.ห. ที่ 10อ่ะ&nbsp;&nbsp; ขอบจัยมากๆนะค่ะ</STRONG></FONT></P>

<P><FONT style="BACKGROUND-COLOR: #000000" face="Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#ff3366 size=5><STRONG>ที่ช่วยเป็นครูสอนการบ้านให้</STRONG></FONT></P>

<P><FONT style="BACKGROUND-COLOR: #000000" face="Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#ff3366 size=5><STRONG>ขอบคุณมากเลยค่ะ</STRONG></FONT></P>
4 มิ.ย. 2551 19:50


ความคิดเห็นที่ 42 บิว (Guest)

โลกกลมแล้วทำไมน้ำทะเลถึงไม่หกละค่ะ(ปัญหาโลกแตก)พอดีไม่มีใครให้คำตอบได้สักที


ไม่รู้ว่าคำตอบจะเหมือนที่หนูคิดรึป่าวค่ะ


มันเกิดจากแรงโน้มถ่วงหรือไม่ก็แรงดึงดูดใช่มั้ยค่ะ

28 ม.ค. 2552 22:58


ความคิดเห็นที่ 43 do-not-see@hotmail.com (Guest)

สวัสดีครับ
   ผมว่ามันเป็นหลักฟิสิกส์ ที่ว่าด้วย"กฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของนิวตัน" ฟิสิกส์ ม.ปลาย ครับ   โลกมีมวลมากจึงดึงดูดทุกสิ่งรอบตัวมา ที่เรียกว่า"เเรงโน้มถ่วงโลก" ครับ

24 ก.พ. 2552 12:52

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น