|
กลอนสยามเมืองยิ้ม
โพสต์เมื่อ:
10:38 วันที่ 12 พ.ย. 2548 ชมแล้ว:
53,498
ตอบแล้ว:
433
ยิ้มเถิดนะหัวใจอย่าให้บึ้ง จำนวน 421 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 12 พ.ย. 2548 (11:02)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 12 พ.ย. 2548 (11:06) ยิ้มเป็นภาษาสากลที่ให้ความหมายเหมือนกันทุกชาติ ทุกภาษา คนทั่วโลกยิ้มเมื่อมีความสุข ดังนั้นการยิ้มจึงถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของความสุข คนที่มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เป็นนิจ แสดงว่าเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี สนุกสนานร่าเริง มั่นใจในตัวเอง มีวุฒิภาวะ กล้าแสดงออก เปิดเผย ไม่มีลับลมคมใน มีเสน่ห์ เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย น่ารัก อบอุ่น เอื้อเฟื้อ ในเมื่อยิ้มแล้วเรามีแต่ได้ ได้ทั้งผลดีต่อสุขภาพ ได้มิตรภาพ ได้ภาพลักษณ์ที่ประทับใจผู้อื่น ฯลฯ แล้วเราจะรีรออยู่ทำไม รีบยิ้มกันตั้งแต่เดี๋ยวนี้ดีกว่า แล้วจะพบว่าความสุขใจนั้น อยู่ไม่ไกลเกิดเอื้อมเลยจริงๆ ที่มา:http://www.thaimental.com/article_htdocs/article_detail.asp?number=533 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 12 พ.ย. 2548 (15:57)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 12 พ.ย. 2548 (16:10) ภาพหมูยิ้มน่ากลัวมากเลยค่ะ หลานเห็นกลัวนั่งร้องให้ไปเลย แต่ไอเดียดีค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 12 พ.ย. 2548 (16:13) ยิ้มแล้วโลกสดใสค่ะ ยิ้มกันไว้เถิด ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 12 พ.ย. 2548 (22:07)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 13 พ.ย. 2548 (07:34) สร้างสุขด้วยรอยยิ้ม ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็น "สยามเมืองยิ้ม" มาเป็นเวลานานแล้ว ชาวต่างชาติพากันประทับใจกับ "ยิ้มสยาม" มาโดยตลอด เพราะเห็นพ้องต้องกันว่าคนไทยนั้นเป็นคนยิ้มเก่ง ยิ้มง่าย หลายครั้งที่สื่อภาษากันไม่ค่อยเข้าใจ แต่คนไทยก็จะยิ้มไว้ก่อนเสมอ ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอบอุ่นใจว่าจะได้รับความช่วยเหลือด้วยไมตรีจิตอย่างแน่นอน ทว่าในปัจจุบัน ได้มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า คนไทยเริ่มจะยิ้มน้อยลงกว่าเมื่อก่อน ไม่ว่าจะยิ้มให้กันเองหรือยิ้มให้ชาวต่างชาติก็ตาม และบางประเทศในภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ เช่น สิงคโปร์ คู่แข่งในด้านการท่องเที่ยวของเรา ก็เริ่มจะได้ชื่อว่ายิ้มเก่งกว่าชาวไทยไปเสียแล้วการที่คนไทยเรายิ้มน้อยลงนั้น สาเหตุหนึ่งอาจจะเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจที่ทำให้ต่างคนต่างต้องรีบเร่งทำมาหากิน เป็นเหตุให้ไม่มีเวลาที่จะยิ้มให้กัน ส่วนอีกสาเหตุหนึ่ง น่าจะเป็นเพราะเรามีความสุขกันน้อยลง ทำให้ยิ้มไม่ออก และก็ไม่เห็นความสำคัญของการยิ้มด้วย มองว่าการยิ้มเป็นเรื่องไร้สาระ คนที่ยิ้มบ่อยดูจะเป็นคนไม่เอางานเอาการ สู้คนหน้าเคร่งขรึมไม่ได้ เพราะจะดูดี ดูภูมิฐาน ดูเป็นนักวิชาการ ดูเป็นผู้ทรงอำนาจ ทั้งที่ความจริงแล้ว การยิ้มนั้นเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อคนเราทั้งด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตเลยทีเดียวเราจึงน่าจะมาเรียนรู้และทำความรู้จักกับเรื่องของ "การยิ้ม" กันให้มากขึ้น เพื่อจะได้เห็นประโยชน์ของการยิ้ม และจะได้ยิ้มกันมากขึ้นต่อไป แหล่งอ้างอิง http://www.healthnet.in.th/text/forum1/smile/happy/ha6.html ศูนย์สารนิเทศและประชาสัมพันธ์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือสร้างสุขด้วย...รอยยิ้ม. พิมพ์ครั้งที่ 3. (นนทบุรี): โรงพิมพ์องค์การทหารผ่านศึก, 2545. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 13 พ.ย. 2548 (07:36) ยิ้มเกิดได้อย่างไร รอยยิ้ม เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อ 2 มัดใหญ่ คือ ไซโกเมติก เมเจอร์ (Zygomatic major) ที่จะช่วยดึงมุมปากให้ยกขึ้นไปหาโหนกแก้ม และ ออร์บิคิวลาริส ออคิวไล (Orbicularis Oculi) ที่จะช่วยดึงเนื้อแก้มและเบ้าตาให้ยกขึ้นเมื่อเปรียบเทียบการยิ้มกับการแสดงสีหน้าแบบอื่น เช่น โกรธเศร้า เคร่งขรึม วิตกกังวล ฯลฯ แล้ว จะพบว่าการยิ้มให้กล้ามเนื้อใบหน้าน้อยกว่าการแสดงสีหน้าแบบอื่นมาก การยิ้มจึงเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า ใช้พลังงานน้อยกว่า และทำให้ใบหน้าดูดีกว่าการแสดงสีหน้าแบบอื่นๆ ด้วย แหล่งอ้างอิง http://www.healthnet.in.th/text/forum1/smile/happy/ha6.html ศูนย์สารนิเทศและประชาสัมพันธ์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือสร้างสุขด้วย...รอยยิ้ม. พิมพ์ครั้งที่ 3. (นนทบุรี): โรงพิมพ์องค์การทหารผ่านศึก, 2545. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 13 พ.ย. 2548 (07:38) ยิ้มมีผลต่อร่างกายอย่างไร จากการศึกษาพบว่า เมื่อกล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวจนเกิดเป็นรอยยิ้ม จะส่งผลทำให้โลหิตแดงที่ไปเลี้ยงสมองมีอุณหภูมิต่ำลงและเมื่อสมองมีอุณหภูมิลดลง จะทำให้เกิดความรู้สึกสบายและผ่อนคลาย ซึ่งจะตรงข้ามกับการทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ที่การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้าจะทำให้สมองมีอุณหภูมิสูงขึ้นและเกิดความรู้สึกที่ไม่สบายนอกจากนี้ ในขณะที่คนเรายิ้ม หัวใจจะเต้นช้าลง ความดันโลหิตลดลง ระบบต่างๆ ในร่างกายจะผ่อนคลายลง ต่อมหมวกไตจะทำงานน้อยลง ฮอร์โมนอะดรีนาลีน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียดจะถูกขับออกมาน้อยลงด้วย การยิ้มจึงช่วยลดความเครียดได้ แหล่งอ้างอิง http://www.healthnet.in.th/text/forum1/smile/happy/ha6.html ศูนย์สารนิเทศและประชาสัมพันธ์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือสร้างสุขด้วย...รอยยิ้ม. พิมพ์ครั้งที่ 3. (นนทบุรี): โรงพิมพ์องค์การทหารผ่านศึก, 2545. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 13 พ.ย. 2548 (07:39) ลักษณะของการยิ้มที่พึงประสงค์ ประกอบด้วย 1.รอยยิ้มที่มีความจริงใจ มีการแสดงออกทางแววตา สีหน้า กิริยาท่าทางที่สอดคล้อง ไม่ฝืนความรู้สึก 2.รอยยิ้มที่ทำให้เกิดความสบายใจกับตัวเอง เช่น ยิ้มให้กำลังใจตัวเอง ปลอบใจตัวเอง 3.รอยยิ้มที่ทำให้ดำรงสัมพันธภาพที่ดี เกิดความสบายใจให้แก่ผู้อื่น เช่น มีรอยยิ้มเมื่อทักทาย ยิ้มเมื่อแสดงความขอบคุณ 4.ยิ้มที่สร้างความรู้สึกที่ดีให้กับผู้อื่น เช่น ยิ้มให้ กำลังใจผู้อื่น ไม่ยิ้มเยาะ ดูแคลน 5.รอยยิ้มที่เหมาะสมกับกาลเวลา สถานที่ และบุคคล แหล่งอ้างอิง http://www.healthnet.in.th/text/forum1/smile/happy/ha6.html ศูนย์สารนิเทศและประชาสัมพันธ์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือสร้างสุขด้วย...รอยยิ้ม. พิมพ์ครั้งที่ 3. (นนทบุรี): โรงพิมพ์องค์การทหารผ่านศึก, 2545. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 13 พ.ย. 2548 (07:41) วิธีการกระตุ้นให้ยิ้มอย่างง่ายๆ ได้แก่ 1.การพูดคุยอย่างสนุกสนานในกลุ่มเพื่อนสนิทที่คุ้นเคย หรือกับคนในครอบครัว 2.การอ่านหนังสือประเภทชวนหัว ขำขัน ขายหัวเราะ ฯลฯ 3.การดูภาพยนตร์ ดูละคร หรือการแสดงตลก 4.การเตือนตัวเอง เช่น ต้องยิ้มทุกครั้งเมื่อตื่นนอน ยิ้มทุกครั้งเมื่อพบหน้าคนใกล้ชิด ยิ้มทุกครั้งเมื่อก้าวเท้าออกจากบ้าน ยิ้มทุกครั้งเมื่อเข้าสำนักงาน หรือยิ้มตอบทุกคนที่ยิ้มให้ เป็นต้น แหล่งอ้างอิง http://www.healthnet.in.th/text/forum1/smile/happy/ha6.html ศูนย์สารนิเทศและประชาสัมพันธ์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือสร้างสุขด้วย...รอยยิ้ม. พิมพ์ครั้งที่ 3. (นนทบุรี): โรงพิมพ์องค์การทหารผ่านศึก, 2545. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 13 พ.ย. 2548 (07:43) "เมื่อเรายิ้มเราไม่เสียอะไรเลย แต่ได้ผลงอกเงยมากนักหนา ผู้ได้รับอิ่มเอมเปรมอุรา ผู้ยิ้มให้ก็ใช่ว่าจะจนลง" บทกลอนของ ศ.นพ.ประสพ รัตนากร (2534) แหล่งอ้างอิง http://www.healthnet.in.th/text/forum1/smile/happy/ha6.html ศูนย์สารนิเทศและประชาสัมพันธ์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือสร้างสุขด้วย...รอยยิ้ม. พิมพ์ครั้งที่ 3. (นนทบุรี): โรงพิมพ์องค์การทหารผ่านศึก, 2545. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 13 พ.ย. 2548 (14:28) ขอโทษค่ะครูชิตไม่ได้ต้งใจจะว่า ดีแล้วค่ะจะได้มีภาพสวยๆบนกระทู้นะคะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 13 พ.ย. 2548 (23:03) แต่ผมมองทีไรก็น่ากลัวอยู่ดีครับ ขอบคุณครับคุณ samongi ว่าแต่หลานหยุดตกใจหรือยังหนอครับ ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 14 พ.ย. 2548 (15:14) หายแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 14 พ.ย. 2548 (15:27) ครูชิตเป็นอาจารย์หรือเปล่าคะ ถ้าเป็นครูชิตคิดยังไงกับการหยุดสอนเพื่อประท้วงรัฐบาล กรณีคัดค้านการโอนย้ายคะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 14 พ.ย. 2548 (22:19) ครับคุณ samongi ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณมากนะครับที่แวะมาเยี่ยมชมกระทู้นี้ครับ(มีคนเดียวแต่มีคุณค่ากับผมเป็นอย่างยิ่ง) ที่ให้ข้อเสนอแนะ สำหรับผม ผมเป็นครูจริงๆครับ จากอาจารย์ 2 ระดับ 7 และปัจจุบันคือ ครู คศ 2 ครับ สอนในระดับ มัธยมศึกษา ช่วงชั้นที่ 3-4 สำหรับการหยุดสอนเพื่อประท้วงรัฐบาล ผมไม่ได้ไปนะ ยังสอนปกติ และไม่อยากให้หยุดสอน แต่สำหรับการโอนย้ายไปที่ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น บอกตามตรงผมเองยังอยากสังกัดกระทรวงศึกษาธิการเหมือนเดิมครับ คุณ samongi คงไม่ว่านะครับ หวังว่าคงมีรอย ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม เหมือนเดิมนะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 15 พ.ย. 2548 (23:34)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 15 พ.ย. 2548 (23:54) ยิ้มให้ซึ้งตรึงใจใบหน้าหวาน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 16 พ.ย. 2548 (14:45) จะว่าได้ยังไงล่ะคะครูชิต เพราะตัวเองก็อยากให้อยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการอยู่แล้วค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |