|
กลอนสยามเมืองยิ้ม
โพสต์เมื่อ:
10:38 วันที่ 12 พ.ย. 2548 ชมแล้ว:
53,504
ตอบแล้ว:
433
ยิ้มเถิดนะหัวใจอย่าให้บึ้ง จำนวน 421 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| -16- 17| 18| 19| 20| 21| 22| เป็นเคล็ด (ไม่) ลับที่พิเศษมาก น่าปฎิบัติดีครับ โอ...ไม่ได้เจ้ามาหลายวันเลย มัวแต่ขลุกอยู่กับการถ่ายรูป .. .. ยังไงก็ขอ แสงดความดีใจกับครูชิตด้วยนะครับ ขอให้น้อง NASA สุขภาพแข็งแรง เป็นเด็กดี อย่าดื้อนะจ๊ะ น่าอิจฉาครูชิต จัง ความสุขล้นเหลือเลยสิครับช่วงนี้ ยิ้มไว้แล้วท้องฟ้าสดใส บุษ (IP:124.120.236.61) วันนี้ยิ้มนิดนึงวันหน้ายิ้มสดใส เเมน (IP:124.120.236.61) ท่านซามอนจิไม่มีอะไรมาฝากน้องๆบ้างหรือครับวันนี้
Mr.alone [Dek~Dod~Deaw ]
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1358 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 217 ดวง - โหวตเพิ่มดาว เมื่อวานไม่ได้ออนไลน์ค่ะ วันนี้ขอขยายความ tips 10 ข้อ สุดพิเศษสำหรับโปรแกรมเมอร์สำหรับผู้เล่นเนตเป็นเวลานาน ค่ะ 1. หาสีเขียวมาใช้กับโต้ะทำงาน เขาบอกว่าสีเขียวเนี่ย ช่วยพักผ่อนสายตา ให้หาอะไรที่เป็นสีเขียว แต่ไม่ใช่เขียวแป้ดนะคะ อันนั้นแสบตา หรือไม่ก็มองทอดสายตาไปอย่างยาว ๆ มองไปนอกหน้าต่าง ไปหาอะไรเขียว ๆ ดู แต่ถ้ามองมากไป เดี๋ยวเจอเขียวเหมือนกัน เจ้านายตาเขียวยังไงละคะ เหลือบไปเห็นข้อความคุณบุษ และคุณแมน เลยคิดถึงประโยชน์ของการยิ้มข้อ 1 คือ ช่วยให้หน้าไม่แก่เร็ว เพราะไม่มีแอนติบอดีมาทำให้หน้าแก่ ซึ่งจะเกิดขึ้นตอนเครียด และประโยชน์ข้อ 2 ทำให้หน้าตึง เพราะได้ออกกำลังกายหน้าค่ะ แต่แนนว่ามีประโยชน์ข้อ ที่ 3 ที่ทำให้เกิดการยิ้มได้อย่างต่อเนื่อง ก็คือ มนุษย์สัมพันธ์จะดี คนจะรักเรา อยู่ใกล้เรา เราก็สุข เขาก็สุข ก็เลยมีคำกล่าวว่า ยิ้มเป็นโรคติดต่อ ขอเชิญครูชิต ซึ่งเป็นครูวิทยาศาสตร์ ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ มาพิสูจน์กันไปพร้อมกับทุกค่ะ กระทู้ ยิ้มเป็นโรคติดต่อได้หรือไม่ อ้างอิงกระทู้ จาก CS_Club ค่ะ (อ้อ บอกไว้ก่อนว่าเป็น 1 ในกระทู้ที่ Meeting CS_Club ผ่าน MSN ค่ะ) เราได้ตัดข้อความที่ไม่สมควรออก และเรียบเรียงข้อความขึ้นมาใหม่ แจงเริ่มต้นกระทู้ว่า ลองคิดดูซิว่า ว่าคนเรายิ้ม แต่ไม่ใช่ยิ้มแบบปัญญาอ่อน หรือยิ้มไม่สร้างสรรค์ เช่นยิ้มเยาะ หรือยิ้มอย่างอื่น ทุกคนที่เรายิ้มด้วย ก็จิ้มยิ้มให้กับเรา และขยายยิ้มไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จักจบ ถึงเรียกว่า ยิ้มเป็นโรคติดต่อยังไงล่ะ แมน (เอ้ ชื่อเหมือนคุณแมนข้างบนเลย) กล่าวว่า แหม ไม่หรอก มันก็แค่เป็นอารมณ์ทางวิทยาศาสตร์ เป็นไปตามหลักจิตศาสตร์ อ้อ ลืมบอกไปค่ะ หนูแมนเป็นเด็กซิ่วมากจากคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะบอกว่าการเรียนหมอ ไม่เหมาะกับเค้า เรียนได้จบปี 1 ก็สมัคร เอ็นทรานซ์ใหม่ ตอนนี้อยู่ปี 2 แล้ว ค่ะ ที่มหาวิทยาลัยที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย หมายถึง สูงจากระดับน้ำทะเลนะคะ ใช่ชื่อย่อว่า nU_mAn@xxx ด้วยกระบวนการลิขสิทธิ์ส่วนบุคคล ไม่สามารถใส่ชื่อมหาวิทยาลัยได้ค่ะ อธิบายคำว่าอารมณ์เชิงวิทยาศาสตร์ หรือจิตศาสตร์หน่อยสิแมน ผู้ที่ใช่ชื่อว่า X_tream_Cheese ถามแมนต่อ แมนได้อธิบายว่า เป็นหนึ่งในอารมณ์ทางจิตศาสตร์ อารมณ์คือการเปลี่ยนแปลงของสารในสมอง ดังนั้น อารมณ์ สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาตร์ การยิ้มคือการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง เท่านั้นเอง และเมื่อตา หรือ สัมผัสอื่นใด ส่งผ่านอารมณ์ผ่านการสัมผัสทั้ง 5 ประการ สารเคมีในสมองของผู้ถูกกระตุ้น ก็จะถูกกระตุ้นด้วย เรียกว่าการกระตุ้นสำเร็จ อ้อ ลืมอธิบาย ผู้กระตุ้น คือผู้ที่ยิ้มคนแรก และผู้ที่ถูกกระตุ้น คือคนที่ผู้กระตุ้นยิ้มให้นั่นเอง โอ้วแม่เจ้า ท่านจอร์จมันยอดมาก พูดเป็นหมอเลยนะหนูแมน ปองลูกแม่โดมแซว ปองน่ะ แนนเรียกว่าพี่ เพราะพี่แกอายุอานามก็เกือบ 30 แล้ว พี่ปองไปรับใช้ชาติ ต่อด้วยไปทำงานเสียนาน แล้วจึงกลับเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยที่มีสีประจำคือสีแดง ตอนนี้ พี่ปองอยู่ปี 1 ค่ะ แต่เป็นพี่ที่สุด ใน CS_Cub ค่ะ แนนเลยพูดต่อว่า มันเป็นไปตาม ทฤษฎี loop ใช่มั้ย พี่ปองก็เลยถามกวน ๆ ว่า และคำนวนลูปยังไงล่ะ แล้วใช้ทฤษฎีใหนของลูป หลายท่านฟังแล้วอาจจะงงกับทฤษฎีลูป ทฤษฎีลูป กล่าวถึงการทำงานซ้ำ ซึ่งจะทำงานวนกลับมาที่เดิมได้ จนกว่าจะมีคำสั่งให้ออกจากลูป ทฤษฎีลูป มีหลายการคำนวณ คือหลายฟังก์ชั่นการทำงานนั่นเองค่ะ 1. วนกลับมาเท่ากับ n+1 โดย n คือ จำนวนผู้ที่อยู่ในลูป คือลูประหว่างกันแล้วลูปที่เจ้าของที่เร่มต้นลูปอีกที เช่น มีคนอยู่ 7 คน n = 7 นาย ก. เริ่มยิ่มให้นาย ข นายขก็ยิ้มให้นายค นายค ยิ้มให้นาย ง เช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ แต่ไม่มีการยิ้มกลับมา เช่น นาย ก ยิ้ให้นาย ข นาย ข ไม่ได้ยิ้มให้นาย ก เข้ากรณีนี้ค่ะ สรุปสุดท้ายพอถึงคนที่ 7 ก็หันมายิ้มให้นาย ก. แล้วเริ่มลูป ใหญ่ คือทำลูปอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ (เมื่อพูดถึงทฤษฎีนี้ จอยบอกว่า ออกจากลูปเมื่อไร ปองเลยบอกว่า เมื่อกล้ามเนื้อปากจะตึง จนยิ้มแล้วเกิดเป็นความทุกข์ เนื่องจากมี Strees เกิดขึ้นที่สมอง เมื่อมีสารเคมีจากการ Stress มาก ๆ เข้า สมองก็จะสั่งการให้ออกจากลูป ด้วยการหุบยิ้ม ทำให้ลูปขาดตอน ซึ่งลูปจะขาดตอนได้ ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งออกจากลูปไป แต่ไม่ได้หมายความว่า คนใดคนหนึ่งหุบยิ้มแล้ว ที่เหลือต้องหุบยิ้ม ไม่ใช่นะคะ เพราะอีก 6 คน ที่เหลืออาจจะยังยิ้มต่อเป้นลูปก็ได้ แต่ลูปจะเล็กลง) 2. วนเท่ากับจำนวนกระบวนการ (คน) จึง = n ค่ะ หมายความว่า (ยกตัวอย่างกรณีเดิม มีคน 7 คน และ n = 7) ก ยิ้มให้ ข ข ยิ้มให้ ค ไปจนถึงจบลูปที่คนที่ 7 ค่ะ 3 วนเท่ากับ 2 เท่า + 1 หรือ = 2n + 1 หมายความว่า คล้ายวิธีการที่ 1 คือ ยิ้มไปเรื่องเรื่อย ๆ แล้วกลับมายิ้มให้คนแรก แต่ต่างกันที่คราวนี้เมื่อก ยิ้มให้ ข ข ก็กลับมายิ่มให้ ก ก่อนที่จะยิ้มให้ ค ต่อไป ค ก็ทำ เช่นเดียวกับ ข ไปเรื่อย จนครบ 7 คน 4 วนเท่ากับ 2 เท่า หรือ = 2n คล้ายกับข้อ 2 ค่ะ ก ยิ้มให้ ข ข ก็กลับมายิ่มให้ ก ก่อนที่จะยิ้มให้ ค ต่อไป และไม่มีการยิ้มกลับมาให้ ก ใหม่ แป้บหนึงเด๋ยวมาโพสต์ต่อ ไปธุระก่อนค่ะ สารู้ปว่า ใช้กฏข้อไหนกันล่ะ น้องดาว สาวที่อายุน้อยสุดจากรั้วจามจุรี ที่ทั้งสวยทั้งเก่งจนเกือบเป็นดาวคณะถามขึ้นด้วยความอยากรู้ เธออายุเพียง 17 ปี กว่า ๆ เท่านั้น กับปี 1 ทำให้เธอทำลายสถิติอายุน้อยที่สุดจากน้องแก้ว ที่อายุห่างจากเธอ 2 เดือนเท่านั้น พีแนน สาวจากมหาวิทยาลัยที่เป็นประตูสู่ภาคอีสาน ไม่ใช่แนนที่พิมพ์อยู่นี่นะคะ กล่าวว่า ไหนให้พี่แมนเป็นคนวิเคราะห์ผ่านวิทยาศาสตร์เชิงการแพทย์ดีกว่า พร้อมกันนั้น พี่แมนได้ส่งไอคอน ค้อนมาให้พวกเราเห็น 4 รูป แต่ถึงเขาจะค้อนยังไงก็อธิบายค่ะ พี่แมนท้าวความไปถึงเรื่องการตอบสนองการกระตุ้นใน คห.ที่ 301 เพราะฉะนั้นเป็นไปได้ทุกทฤษฎี แต่ทฤษฎีที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด คือ 2n+1 เพราะกระตุ้นแล้วผู้ถูกกระตุ้นก็ได้ทำการตอบสนองด้วยค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พวกเราในฐานะที่ผ่านการเรียนสายวิทยาศาสตร์ หมวดสาธารณสุขศาสตร์ ในช่วง ม. ปลายกันทุกคน ก็ได้วิเคราะห์ต่อว่า จริง ๆ แล้ว ลูปของการยิ้มและการตอบสนองการยิ้มนั้น เป็นไปได้ทุกทฤษฎี แม้กระทั้ง 0 คือการตอยสนองการกระตุ้นไม่สำเร็จก็เป็นไปได้ สิ่งที่จะพิมพ์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยที่มีผลต่อการสนองตอบการกระตุ้นค่ะ 1. อารมณ์ผู้ถูกกระตุ้น หากอารมณ์ผู้ถูกกระตุ้น ถูกแม่ด่า เจ้านายว่า หมากัด ตามทวงหนี้ ไม่มีเงินจ่าย เจ็บป่วย ไม่ว่าป่วยร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงก็ตาม หรืออะไรก็ตามที่ทำให้ร่างกายผู้ถูกกระตุ้นอยู่ในภาวะ Stress ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนก็ตาม ย่อมไม่ตอบสนองการกระตุ้นด้วยยิ้ม หรือมีการตอบสนองได้น้อย ดังนั้นจึงต้องกระตุ้นด้วยวิธีการอื่น หรืออาจเปลี่ยนวิธีการทางจิตเวชศาสตร์ให้เหมาะสมกับผู้ที่ถูกกระตุ้นในเวลานั้น ขอบคุณ ทุกท่านมากครับ ยินดีต้อนรับ คนรักจักรวาล(หายไปนาน) น้อง นาซ่า สบายดีครับ ที่ห่างหายไปนานเกือบ 1 สัปดาห์ ก็เพราะเครื่องเจอไวรัสอย่างจังสั่งเครื่อง Famat ให้เรียบร้อย ใครทำก็ช่างเก่งจริง แต่โทษทีครับ สร้างความเสียหายให้กับคนอื่น ทำให้เสียเวลา เสียเงิน เสียความรู้สึก ที่สำคัญทำให้เสียโอกาสหลาย ๆ อย่าง โอกาสในการจัดการเรียนการสอน การแสวงหาความรู้ อ้อ ลืมบอกที่บ้านใช้ AVG 7.5 ก็ยังรับไม่อยู่ ก็ขอวอนท่านผู้เก่งทั้งหลายหยุดทำลายคนอื่นด้วยวิธีการแบบนี้ได้แล้วครับ ว่าแต่เขาจะสร้างไวรัสคอมพิวเตอร์กันทำไมนะ ไวรัสคอมมันก็แล้วแต่จุดประสงค์คนสร้างนะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |