คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
อยากทราบเหตุผลของคณาจารย์ในการคัดค้านการถ่ายโอนครูไปสังกัดอปท.
โพสต์เมื่อ: 15:37 วันที่ 14 พ.ย. 2548         ชมแล้ว: 2,254 ตอบแล้ว: 27
อยากทราบเหตุผลของคณาจารย์ในการคัดค้านการถ่ายโอนครูไปสังกัดอปท.
อยากทราบเหตุผลการหยุดสอนเพื่อประท้วง
(กราบขออภัยคณาจารย์หากไม่พอใจ แต่หวังว่าเป็นสื่อกลาง เป็นเฟืองตัวเล็กๆ ในการผสานความเข้าใจ เพราะมีหลายคนไม่เห็นด้วยกับการที่ท่านหยุดสอนเพื่อประท้วง)

samongi เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 986 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 199 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 26 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 16 พ.ย. 2548 (18:03)
เงินเดือนครู น่ะทั้งประเทศ น้อยอยู่ซะเมื่อไร
สู้เอาภาษีไปทำเมกกะโปรเจกจะดีกว่า

ค่าจ้างครูก็ให้ท้องถิ่นหามาเอง
หาไม่ได้ก็ไม่มีครูดี ๆ สอน
ทีหลัง ประชาชนรุ่นถัดไปก็จะหลอกกันได้ง่ายกว่านี้อีกไงล่ะครับ
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12073 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 779 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 17 พ.ย. 2548 (14:54)
เห็รนด้วยกับอาจารย์นิรันดร์ค่ะ
samongi เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 986 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 199 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 17 พ.ย. 2548 (15:27)
เดี๋ยวนี้เขาสร้างระบบ ที่หลอกกันได้

อย่างน่าชื่นตาบาน

หลอกกันได้ อย่างองอาจ และเปิดเผย

รวมกลุ่มอำนาจ ทำเป็นทีม เป็นคณะ

มีการสร้างฐาน สร้างสายอำนาจ อย่างมั่นถาวร

ไม่ได้ด้วยหลักการ ก็แก้หลักการให้ถูกต้อง

ทำอะไร พูดอะไร คิดอะไร ไม่เคยผิด


สิ่งที่เขาพูด สิ่งที่เขาคิด สิ่งที่เขาทำ คือความถูกต้อง

เป็นนโยบายของชาติ เป็นกฏหมาย



การสร้างระบบ ให้ประชากรปกครองง่าย

จึงเป็นข้อหนึ่ง ที่กำหนดไว้ สำหรับลักษณะของ "ทรราช"


ซึ่งเดี่ยวนี้ มาในรูปแบบเหนือเมฆ แบบไฮเทค
แบบใช้กลยุทธ์ขั้นสูง ระดับดอกเตอร์


สงสารตัวเอง

สงสาร พ่อใหญ่ แม่ใหญ่

สงสารบักหำน้อย


ชีวิตและสังคมสมัยนี้ช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน !
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 17 พ.ย. 2548 (15:32)
ดูๆ ทีวี

ให้สังเกตด้วยนะครับ

มีโฆษณาสร้างภาพ ให้เห็นกันอย่างต่อเนื่อง
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 18 พ.ย. 2548 (15:08)
คิดใกล้ตัวว่า อบต.ทั้งหลายก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลกับโรงเรียน เพื่อนบ้าง ลูกหลานบ้าง แต่ที่น่าจะมากคือลูกศิษย์ทั้งนั้น ซึ่งทั่ว ๆ ไปแล้วอปท.ทั้งหลายก็เข้ามามีบทบาทในรูปคณะกรรมการสถานศึกษาอยู่บ้างแล้ว ถ้าโรงเรียนไม่ปิดกั้นตัวเอง ซึ่งก็ถือว่ามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาอยู่แล้ว ค่อย ๆ คิดโอนไปเต็มรูปแบบเถิดครับ

ปัญหา สภาพปัจจุบันยังมีอีกหลายโรงเรียนที่ขาดครู จะผิดพลาดโดยนโยบายเกษียณก่อนก็ตาม แต่การศึกษาย่อมหยุดไม่ได้ เปิดเทอมเด็กต้องมาแน่นอน แล้วจะให้จัดการศีกษาได้อย่างไร อปท.สามารถดูแลโรงเรียนที่ขาดโอกาสเหล่านี้ดีไหม อปท.ดูแลแต่ไม่ใช่กำหนดนโยบาย เพราะเป็นโรงเรียนของชุมชน ลูกหลานก็ของชุมชน การจัดการเป็นของสถานศึกษา อปท.ตรวจสอบได้ คงจะชัดว่าที่เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้เป็นเรื่องจริงของครูและโรงเรียนหรือไม่
การมีส่วนร่วมกับการศึกษาของชุมชนนั้นดีแล้ว อบต.ก็มาเป็นกรรมการสถานศึกษา มาร่วมเป็นกรรมการ งานลอยกระทงโรงเรียนก็จัดขบวนแห่ไปร่วม งานกีฬาภายในก็เชิญนายก อบต.มาเป็นประธานพิธีเปิด ขยะในโรงเรียน อบต.ก็มาช่วยขน
แต่ถ้าให้อบต.มาวางนโยบายด้านการศึกษาก็ไม่น่าดูเท่าไร
เด็กวันพุธ (IP:61.19.27.213,192.168.1.111,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 18 พ.ย. 2548 (18:37)
คงต้องดูกันว่าบทบาทที่ต้องการคืออะไร

1) บทบาทที่เกี่ยวกับนโยบาย

2) บทบาทที่เกี่ยวกับการบริหาร ที่เกี่ยวกับการจ้าง การอนุมัติเงินในการดำเนินการต่างๆ

3) บทบาทในการสนับสนุน การร่วมกันทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน


การถ่ายโอนที่ว่านั้น ถ่ายโอนอะไร

1) ถ่ายโอนความรับผิดชอบเรื่องอะไร

2) เรื่องเงิน เรื่องผลประโยชน์ ดูแลกันอย่างไร

3) แล้วมันจะดีกับ เด็ก หรือ นักเรียน จริงๆ หรือไม่?


อะไรบ้างที่เป็นข้อดีที่ชัดเจน

อะไรบ้างที่เป็นข้อเสียที่ชัดเจน

ชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบกันดูว่า "ได้" คุ้มกับ "เสีย" หรือไม่


ขอให้พยายามจริงใจ และมองที่อนาคตของลูกหลาน


ผมว่า คนดี มีคุณธรรม อยู่ที่ไหน ก็ทำประโยชน์ให้ที่นั้นๆ ได้เสมอ

ความดี ไม่ยึดติดกับที่
ยิ่งเป็นเรื่องของการศึกษา
ผมเชื่อว่า มีความเป็นสากล มีความเป็นกลาง

เรื่องท้องถิ่น เป็นเรื่องวัฒนธรรม เป็นความงาม
ที่ไม่ขัดกับการศึกษาอยู่แล้ว
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 2 ธ.ค. 2548 (00:37)
ถ้าผมเป็นครู ผมก็คงไม่อยากไป อยู่กับ อปท. อบจ. หรืออบต. หรอกครับ เพราะ

1.เขาจะมีเงินเดือนให้ผม ตลอดไป และเบิกจ่ายได้ทุกเดือนๆ ขึ้นเงินเดือน เลื่อนขั้นเงินเดือน ไปตามปกติหรือไม่
2.ที่ อปท. นั้น เขาหักเงินกันง่ายๆ เช่นค่าเลี้ยงต้อนรับผู้หลักผู้ใหญ่ การจัดงานของชมชน แม่แต่ค่าบำรุงสโมสร (เคยถูกหักมาแล้วนะ) ไม่ทราบว่าปัจจุบันยังมีอยู่หรือเปล่า
3. ครูโรงเรียนมัธยม มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีคนนับหน้าถือตา แม้แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ในท้องถิ่น ยังเกรงขาม (เพราะกลังว่าจะสอนลูกเขาไม่ดี) แต่ถ้าไปเป็นลูกน้องของ เขาแล้ว รัศมีก็ดับวูบ

ดังนั้น ถ้าผมเป็นครู ผมก็ไม่อยากไป

แต่ถ้าผมไม่ได้เป็นครู เมื่อนึกถึงการกระจายอำนาจ มันก็น่าจะดีนะ ส่วนกลาง คงจะดูแลไม่ทั่วถึง ข้อดีข้อเสียอย่างอื่น ยังไม่มีความรู้

กระทู้นี้น่าจะยาวกว่านี้ เพื่อจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลข่าวกัน
Vup (IP:210.246.74.233,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 2 ธ.ค. 2548 (11:06)
กระทู้นี่ตั้งใจจะให้เป็นกระทู้แห่งการเสนอความคิดเห็นอยู่แล้วค่ะ เชิญค่ะ
samongi เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 986 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 199 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 2 ธ.ค. 2548 (14:25)
อปท.ต้องการถ่ายโอนสถานศึกษาไปทำไม?
โดย สายพิน แก้วงามประเสริฐ

เรื่องที่อยู่ในกระแสสังคมขณะนี้เกี่ยวกับองค์กรครู คือ การคัดค้านการถ่ายโอนไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) โดยมีตัวแทนครูส่วนหนึ่งไปชุมนุมเพื่อคัดค้านเรื่องนี้ ซึ่งมีผู้ไม่เห็นด้วยกับตัวแทนครูว่า ผู้ที่ไปชุมนุมคัดค้านมีแต่ผู้บริหารซึ่งสูญเสียผลประโยชน์นั้น ไม่น่าจะเป็นจริง เพราะครูผู้สอนก็มีความคิดเห็นคัดค้านการถ่ายโอนสถานศึกษาเช่นกัน เพียงแต่ติดภารกิจด้านการสอน จึงสนับสนุนตัวแทนครูอยู่เบื้องหลัง

ครูส่วนใหญ่น่าจะถึงร้อยละ 90 มีความคิดเห็นคัดค้านการถ่ายโอนสถานศึกษาไปสังกัด อปท. เพราะไม่มั่นใจหลายเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะความไม่มั่นใจในสถานะของอาชีพครูอย่างเดียว ประเด็นนี้อาจเป็นสิ่งที่ครูคิดหลังเหตุผลอื่นๆ ก็เป็นได้

เหตุผลที่ครูส่วนใหญ่คัดค้านการถ่ายโอนสถานศึกษาไปสังกัด อปท. น่าจะมาจากการมองไม่เห็นข้อดี ว่าหากสถานศึกษาไปสังกัด อปท.แล้ว จะทำให้การจัดการศึกษาดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร หากพิจารณาที่ความเชี่ยวชาญในการจัดการศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ.2435 นับถึงวันนี้เป็นเวลา 100 กว่าปี มีสถานศึกษาที่จัดการศึกษาได้คุณภาพดีหลายระดับ แต่โดยภาพรวม การจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการอยู่ในระดับมาตรฐานเป็นส่วนใหญ่

อีกทั้งรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน ก็ได้รับการยอมรับนับถือ ว่าน่าจะมีฝีมือในการทำงาน และน่าเชื่อว่าจะนำการศึกษาไปในทิศทางที่ดีได้ แล้ว อปท.ไม่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการศึกษา ซึ่งไม่ใช่ประเด็นที่วุฒิความรู้ของผู้ที่อยู่ใน อปท.ต่างๆ เพราะวุฒิการศึกษาอาจจะไม่ใช่ตัวชี้วัดความสามารถของคนเท่าไร

แม้ว่ารัฐมนตรีที่รับผิดชอบ อปท.จะออกมาชี้แจงว่า ขณะนี้ อปท.มีความพร้อมทั้งกำลังคน งบประมาณ อุปกรณ์ รวมทั้งการสนับสนุนให้นายกเทศมนตรี และนายก อบต.เร่งรีบศึกษาต่อให้จบปริญญาตรี ปริญญาโท การจะเรียบจบปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอกก็ตาม ไม่ได้แสดงว่ามีความพร้อมแล้ว

การจัดการศึกษาไม่ใช่เพียงแค่มีงบประมาณ มีคน หรืออุปกรณ์ ก็สามารถจัดการศึกษาได้ สิ่งที่จะต้องมีเป็นอย่างยิ่งก็คือ ความมีคุณธรรม ไม่เห็นบอกเลยว่าพร้อมหรือไม่ เพราะส่วนหนึ่งที่ครูไม่มั่นใจ ที่จะไปอยู่กับองค์กรที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งมีเรื่องของคะแนนเสียง นักการเมืองไม่ว่าระดับใดย่อมนึกถึงฐานเสียงทางการเมือง ย่อมมีพรรคมีพวก ครูจึงไม่ต้องการสังกัดหน่วยงานที่ฝักใฝ่การเมือง หรือแสดงถึงความไม่เป็นกลางให้เด็กเห็น

ภาพที่เห็นคือ ภาพนักการเมืองท้องถิ่นเดินตามนักการเมืองระดับชาติ หรือภาพข้าราชการบางส่วนเดินตามหลังนักการเมือง แล้วอยากถ่ายโอนการศึกษา เพื่อให้ครูไปเดินตามนักการเมืองท้องถิ่นหรือ? แล้วการศึกษาจะก้าวหน้ากว่าอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการได้อย่างไร

แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการบ่อยๆ ก็ตาม แต่การปรับเปลี่ยนแต่ละครั้งไม่ค่อยมีผลกระทบต่อการทำงานของครูเท่าใดนัก อีกทั้งการบริหารงานในสถานศึกษาค่อนข้างมีความเป็นอิสระในการใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ได้มากกว่า แต่หากสถานศึกษาไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งอยู่ใกล้ตัวครู และต้องเลือกตั้งอยู่เสมอ เมื่อมาจากการเลือกตั้ง ย่อมทำทุกวิถีทางที่จะให้ได้คะแนนเสียง ตามจิตวิญญาณของคนเป็นนักการเมือง ซึ่งอาจจะกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนของครู

อปท.ต้องการได้สถานศึกษาไปทำไม หากจะอ้างว่าเพราะเชี่ยวชาญด้านการศึกษา เห็นกระทรวงศึกษาธิการจัดการศึกษาได้ไม่ดี ก็ไม่ใช่ จะว่ามีความพร้อมก็ไม่ปรากฏเป็นที่ยอมรับ เพราะไม่เช่นนั้น ครูส่วนใหญ่คงไม่มีความคิดเห็นคัดค้านเป็นแน่

ลองคิดกันเล่นๆ หากครู 5-6 แสนคน ไปสังกัด อปท.จะทำให้นักการเมืองทั้งระดับล่างไปจนถึงระดับชาติ มีฐานเสียงทางการเมืองเพิ่มขึ้นหรือไม่ ถ้าคิดจะสั่งขวาหันซ้ายหัน แล้วหากสั่งไม่ได้ไม่วุ่นวายกันหรือ? หรือสั่งได้ก็วุ่นวายอีกเหมือนกัน

อย่าดึงครูไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเลย ให้ครูอยู่ด้วยความสบายอกสบายใจ ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี เพื่อหล่อหลอมผลผลิตที่ดีๆ ออกมา ก็น่าจะเพียงพอ

หากพิจารณาที่ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ไม่ได้กำหนดให้มีการถ่ายโอนสถานศึกษา จากกระทรวงศึกษาธิการไปอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. มีเพียงมาตรา 289 กำหนดให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ซึ่งการที่สถานศึกษายังอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ ท้องถิ่นก็สามารถมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาได้อยู่แล้ว

ปัจจุบันที่เป็นอยู่ แต่ละสถานศึกษาก็มีกรรมการสถานศึกษา ซึ่งมาจากตัวแทนของผู้ปกครองคนในท้องถิ่น อาจมีคนของ อปท.บ้างแล้ว หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเสนอแนะเรื่องการจัดการศึกษาให้กับสถานศึกษาต่างๆ เป็นครั้งคราวก็สามารถทำได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องถ่ายโอนสถานศึกษา เพราะการเข้ามาคุยปรึกษาหารือ เสนอแนะกันและกันอย่างกัลยาณมิตร ย่อมดีกว่าคุยกันแบบเจ้านาย

กิจการสาธารณะมีอีกตั้งหลายกิจการที่ อปท.น่าจะทำ แล้วต้องทำให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของชุมชน การปล่อยให้มีการตั้งร้านค้าเกะกะบริเวณทางเท้า การทิ้งขยะสกปรกเลอะเทอะมีให้เห็นกันเกลื่อนกลาด หลายๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่เอาใจใส่เรื่องความเป็นระเบียบ และไม่สามารถจะจัดการอะไรได้ เนื่องจากห่วงคะแนนเสียง

การปล่อยให้น้ำท่วมขังถนน จนมีปัญหาการจราจร ยังไม่ได้แก้ปัญหาอีกหลายที่ โดยเฉพาะหากเป็นเขตรอยต่อของการปกครองส่วนท้องถิ่นหลายๆ หน่วยงาน ทำให้เกิดการเกี่ยงกันทำงาน จนทำให้บริเวณนั้นเป็นเขตชายแดนที่ไม่ได้รับการเหลียวแล

การขุดถนนเพื่อทำท่อระบายน้ำทุกครั้งที่เป็นหน้าฝน ทำให้เกิดปัญหาการจราจร แล้วเป็นการแสดงให้เห็นถึงการไม่รู้จักการวางแผนการทำงานล่วงหน้า มาตรฐานการทำงาน โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการก่อสร้างถนนหนทาง หรือระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ ไม่น่าประทับใจเท่าใดนัก

มีงานที่ อปท.ควรจะทำ หรือทำแล้ว แต่ต้องกำกับติดตามหรือคิดโครงการใหม่ๆ ที่ให้บริการประชาชนอีกมากมาย ทำส่วนนั้นให้ดีด้วยความเอาใจใส่ แค่นี้ก็สามารถทำให้ประชาชนประทับใจอยู่แล้ว

ส่วนการจัดการศึกษา ให้กระทรวงศึกษาธิการซึ่งจัดการศึกษามานาน ความเชี่ยวชาญย่อมมีมากกว่า ได้แสดงฝีมือกันต่อไป เพราะหากถ่ายโอนแล้ว กระทรวงศึกษาธิการจะทำอะไร หรือจะโอนไปอยู่กับ อปท.ด้วยหรือ??

บางทีสังคมก็ต้องเห็นใจครูเหมือนกัน เพราะอยู่บ้านของตัวเองมาดีๆ เป็นร้อยๆ ปี อย่างมีความสุข วันดีคืนดีก็มีใครไม่รู้ มาบอกให้ออกไป ชวนไปอยู่ด้วยกัน ท่าทางก็ไม่น่าไว้วางใจ ไปแล้วยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง หากไม่ไปก็ยังได้อยู่ร่วมกันฉันพี่น้องในกระทรวงศึกษาธิการ แม้ว่าจะมีเรื่องที่อาจจะเคยขุ่นเคืองกันบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะยังมีความเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกันอยู่

การจะเชื้อเชิญให้ไปอยู่ที่ใหม่ หากจะให้อยู่กันได้ด้วยความสบายใจ สมานฉันท์ ทำงานร่วมกันได้ แล้วผลงานออกมาดี คงไม่อาจใช้อำนาจของกฎหมายแต่ฝ่ายเดียวได้ เพราะบางทีกฎหมายนอกจากจะต้องเน้นความถูกต้องแล้ว ยังต้องดูที่ความเหมาะสม ควรจะเป็น อีกทั้งจะไม่ถามเลยสักคำเชียวหรือ? ว่าเขาอยากจะไปหรือไม่

อย่างน้อยๆ การจัดการศึกษาคงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่ใครอยากได้ก็เอาไปทำ หากทำได้ แต่ไม่ดีใครจะรับผิดชอบ?

หน้า 9<หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10108

ที่มา http://school.obec.go.th/sraploy/new2.htm
samongi เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 986 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 199 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 2 ธ.ค. 2548 (14:50)
ไม่เชื่อ
อยากจะฟังอีกฝ่าย มั่ง
Vup (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 2 ธ.ค. 2548 (15:49)
26260 พิจารณาตรงไปตรงมา
ใช้เจตนาดีต่อส่วนรวมเป็นหลัก
ใช้การลำดับไล่เลียงตามเหตุตามผล

ข้อความของ คหพ#15
น่าฟัง น่าคิด และมีมูลมากๆ

สังคมทุกวันนี้ แปลกแยกพวกเราออกจากกัน
จนทำให้เรื่องต่างๆ กลายเป็นเรื่องเฉพาะเรื่อง
ทำให้คนมีมุมมองเป็นกลุ่มๆ
คิดอยู่ในกรอบของตัวเอง

ที่น่าพิจารณาคือ กรอบที่เราจะเลือกยึดถึอนั้น
เป็นกรอบเพื่อผลประโยชน์ของใคร
เป็นกรอบอำนาจ ที่จะนำไปสู่อะไรบ้าง

ประเด็น ปตท. กฟผ. (และอื่นๆ ที่จะตามมาอีก)
เราก็มองตามไม่ทัน เพราะเป็นเรื่องการค้า เป็นเรื่องการลงทุน
เราๆ จะเห็นเงินแสน ในชีวิตนี้ยังอยากเย็นนัก
วันๆ ก็ทำงาน routine ของตัวเอง
ไหนเลยจะทัน หลักการลงทุน หลักการตลาด หลักการเข้าครอบครองทางเศรษฐกิจ

แต่การบริหารเชิงรุกไม่ได้หยุดอยู่แค่ฐานกำลังเงิน
ฐานอำนาจทางเศรษฐกิจเท่านั้น
เพราะกำลังต้องการสร้างฐานกลไกลเชิงอำนาจ

และได้เลือกระบบที่ดูเหมือนจะบอบบางที่สุด
คือ ระบบการศึกษา

ไม่เคยมีใครพูดถึง เรื่องคุณภาพของระบบการศึกษา
อย่างจริงใจ อย่างเป็นไปตามสภาพจริง

ที่ร้ายหนักเข้าไป ระบบการศึกษา
กำลังจะถูกใช้เป็นเครื่องมือ

น่าจะจับคนที่มีแนวคิดเรื่องนี้
ไปทดสอบฐานภูมิปัญญาเรื่องระบบการศึกษา

เขามองเห็นอะไร เขากำลังเล่นอะไรอยู่

เขามองเห็น อนาคตของประเทศ
มองเห็นความสำคัญของระบบการศึกษาแค่ไหน

คนที่อยู่กับอำนาจ คนที่อยู่กับเงิน อยู่กับผลประโยชน์
จะเข้าใจ เรื่องคุณภาพ ได้เพียงไหน

เขามองไปไกลแค่ไหน


กระแสกรรมก้อนนี้ ของสังคมบ้านเรา
ช่างหนักหนานัก

ลูกหลานไทยตาดำๆ เขาจะเป็นอย่างไร ....



รู้สึกหดหู่ เศร้าใจมาก
นี่หรือ ความเป็นไทย ความเป็นประเทศไทย

MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1647 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 314 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 2 ธ.ค. 2548 (15:57)
ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งที่ว่า (ที่เห็นตรงข้าม หรือต่างไปจากนี้)
มีจริง และได้มีโอกาสเข้ามาอ่าน

กรุณาได้โปรดแลกเปลี่ยนทัศนะกันตรงนี้
ผมจะขอบพระคุณอย่างมาก
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1647 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 314 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 3 ธ.ค. 2548 (13:19)
ดีค่ะ ช่วยกันแลกเปลี่ยนทัศนะ
เขาว่ากันว่า
บางปัญหา (ย้ำบางปัญหานะคะ)ถ้ายิ่งเงียบ ก็จะยิ่งไม่เข้าใจ และจะกลายเป้นปัญหาใหญ่ค่ะ
samongi เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 986 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 199 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 3 ธ.ค. 2548 (14:29)
สงสัยจัง ทำไมไม่โอนการศึกษาส่วนมหาวิทยาลัยไปอปท. บ้าง
ครูน้อย (IP:61.19.194.187,192.168.10.33,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 6 ธ.ค. 2548 (10:17)
เมื่ออ่าน ฟัง พิจารณาจากข่าวทางวิทยุและหนังสือพิมพ์
มีคำอยู่ 4 คำที่เป็น Keywords สำคัญ

1. การกระจายอำนาจ
2. ความยุติธรรมทางโอกาสและคุณภาพของการศึกษา
3. ความพร้อม
4. ความสมัครใจ


การกระจายอำนาจ

ฟังๆ ดู นักการเมือง และผู้กลุ่มผู้บริหารประเทศ
จะอ้างข้อนี้ เป็นหลัก โดยให้เหตุผลว่าเป็นไปตามเจตนารมย์
ตามรัฐธรรมนูณ ที่ต้องการให้มีการกระจายอำนาจ

ฟังดูเช่นนี้ ทำให้รู้สึกว่า เราๆ ท่านๆ กำลังอยู่ภายใต้อำนาจอะไรสักอย่าง
อำนาจที่จะรวม อำนาจที่จะกระจาย

แต่ปัญหาก็คือ เราจะรวมเพื่ออะไร กระจายเพื่ออะไร

รัฐบาลเอง เดี่ยวก็มีการกระจายการทำงานแบ่งให้มีกระทรวงเพิ่มขึ้น
สักพัก ก็บอกว่า น่าจะอยู่ด้วยกัน ก็รวมบางกระทรวงกลับคืนเข้าด้วยกัน


จะเห็นได้ว่า การรวม หรือ การกระจาย
เป็นเพียงกลไกล
ไม่ใช่การแก้ปัญหาเสมอไป


ที่ชัดเจนคือ เรากระจายอำนาจ เพื่อกระจายผลประโยชน์
เรารวมอำนาจ เพราะจะเอาผลประโยชน์กลับคืน


ยิ่งนำมาใช้กับการศึกษา
ยิ่งทำให้รู้สึก “น่าขัน” ยิ่งนัก

จะรวม หรือ กระจาย มันเกี่ยวกับ “คุณภาพ” การศึกษาอย่างไร

การอ้างว่าเป็นไปตามหลักการของรัฐธรรมนูญ
น่าจะเป็นการยกกรอบสมมติอะไรขึ้นมา เพื่อให้คนทั่วไป ยอมรับแต่โดยดีซะมากกว่า
ถ้ารัฐธรรมนูณ กฎหมาย ถูกใช้เป็นเครื่องมือ เราจะอธิบายกันอย่างไร?


ความยุติธรรมทางโอกาสและคุณภาพของการศึกษา

นี่ต่างหาก ที่จะเกิดขึ้นจริงๆ และกำลังเกิดขึ้นอยู่
แต่แล้วเรา ก็สร้างเงื่อนไข สร้างเกมของผู้ใหญ่ที่คิดจะทำอะไรคึกคะนองตามใจ
ตามความอยาก ความต้องการของตน ของกลุ่มตน
โดยไม่มีเหตุผลชอบธรรม ไม่มองไปดูที่อนาคตของลูกหลาน


ความพร้อม

ข้อนี้ชัดเจนมาก ชี้หน้าให้เห็นว่า ผู้ที่คิดเชิงนโยบาย เขาคิดกันอย่างไร
คิดๆไปเถอะ แบบไหนก็ได้ อยากจะให้ทำแบบนี้ และต้องทำเดี๋ยวนี้ แต่ไม่ได้มอง
ไม่ได้ศึกษาว่ามีความพร้อมหรือยัง เขาคิดว่า สิ่งที่เขาเขียน สิ่งที่เขาสั่งให้ทำ
สำเร็จเรียบร้อยแล้ว ณ บัดนั้น เป็นงาน เป็นผลงานของเขาแล้ว ส่วนคนปฏิบัติ
คนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง นั่นไม่ใช่ชีวิตของฉัน ใครอยู่เบื้องล่าง ใครไม่มีอำนาจ
ก็ต้องรับชะตากรรมนี้ไป

ข้อนี้ชี้ชัดเจน ถึงความไม่ชอบมาพากล เมื่อไม่พร้อม แต่ยังดันทุรังอยากจะทำ และเชื่อมั่นว่าดีแล้ว ไม่ฟังใครทั้งสิ้น ก็ให้คิดเข้าใจได้อยู่ในสองแง่มุมมองเท่านั้น ทำเพื่อผลประโยชน์ของใคร และทำไปเยี่ยงเผด็จการนั่นเอง

ความสมัครใจ

พอคนเขารู้ทัน ก็บอกว่า พบกันครึ่งทาง ให้เป็นไปตาม “ความสมัครใจ” ผมว่า นี่ยิ่ง “น่าขัน” เข้าไปใหญ่ เขาเห็นเราเป็นเด็กๆ หรืออย่างไร เขาไม่เคยรับฟัง ไม่เคยรับผิด แพ้แล้วก็ยังจะให้คนอื่นแพ้ไปด้วย จะมาบอกว่าสมัครใจได้อย่างไร เมื่อไม่ชอบธรรมตั้งแต่เริ่มต้น
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1647 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 314 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 6 ธ.ค. 2548 (11:14)
การศึกษาของชาติ ไม่ใช่ที่สิ่งทดลอง
อย่า.. อย่า.. หลอกกันอีกเลยกับคำว่า สมัครใจ..
อย่า.. อย่า... เอาการเมืองมาทำลาย ครู...
อย่า... อย่า...คิดเอาครูเป็นฐานทางการเมือง
อย่า... อย่า...อยากได้ 35 เปอรฺเซ็นต์จากครูเลยนะ อปท.
ชีวิต จิตใจคือครู (IP:203.113.57.72,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 6 ธ.ค. 2548 (14:19)
สาเหตุการกระจ่ายอำนาจการศึกษาสู่ท้องถิ่นนั้นเพื่อผลประโยชน์หรือเพื่อคุณภาพการศึกษากันแน่ใครเป็นคนตอบได้และการที่กระทรวง 2 กระทรวงแย่งกันบริหารงานนั้นมาจากสาเหตุใดนี่คือคำถามจากเด็กบ้านนอก
ในปัจจุบันการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นในสายตาประชาชนเห็นว่ามันเป็นผลประโยชน์ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งในระดับใดก็ใชเงินซื้อเสียงเพื่อเข้ามาหาผลประโยชน์ตัวเองและพวกพ้องถ้าคุณเอาผลประโยชน์มาอ้างเพื่อจะจัดการศึกษาและให้ครูทำงานตอบสนองอำนวจนักการเมืองการศึกษาเมืองไทยคงถอยหลังกลับไปในสมัยที่สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด
Jaranya.houng@.chaiyo.com (IP:203.113.16.250,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 5 ก.พ. 2549 (20:55)
ถามหน่อย ทำไมอปท.อยากได้นักหนา
อบต.อ่ะ แค่ให้คุมเงินค่านมเด็กก็โกง เอานมบูดให้เด็ก
แล้วกลับลงไปดูจริงๆนะ ที่ว่านมเด็กอ่ะ เค้ากินอะไร? นมที่มีคุณค่า รึว่าน้ำผสมสีขาว
แค่ปกครองท้องถิ่นของตัวเองให้เจริญยังไม่ได้เลย จริงๆนะ
ถ้าไม่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยว ก็คงไม่อยากเพิ่มภาระให้ตัวเองหรอก
ถ้าครูเข้าสังกัด ครูก็เป็น "เจ้าพนักงาน" ไม่ใช่ "ข้าราชการ"
((ซึ่งอบต.ไม่ได้เป็น))
งานหลักของอบต.เดี๋ยวนี้ ให้ความสำคัญแต่กองทุนเงินล้าน
บ้านใครน้ำไม่ไหล น้ำท่วม ถนนขาด ประปาไม่มี---- ไม่ยักกะสนใจพัฒนา

ทำงานของแต่ละคนให้มันดีก่อนเหอะ
แล้ววันนี้ที่เป็นอยู่เค้าก็ให้ท้องถิ่นเข้ามีส่วนร่วมกับโรงเรียนอยู่แล้วนะ
จะอยากเป็นใหญ่ให้วุ่นวายทำไม?????
anti Taksin (IP:58.11.70.111,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 6 มี.ค. 2549 (18:22)
ผมคิดว่าส่งที่น่าเป็นห่วงมากๆ คือการเข้ามาแทรกแซงการทำงานของครูและโรงเรียน ลองดูตัวอย่างโรงเรียนเทศบาลหลายๆ แห่งซิครับ มีแต่ลูกหลานหัวคะแนนนายกเทศมลตรีเท่านั้นที่ได้เรียน ผู้มีอุปการคุณเยอะไปหมด ไม่รู้จะตอบแทนคนไหนดี
Cartoon (IP:202.28.68.11,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 22 มี.ค. 2550 (04:12)
ขณะที่ครูส่วนใหญ่ไม่ต้องการเข้าไปอยู่ร่วมกับอปท แต่ก็มีโรงเรียนจำนวนไม่น้อยรับงบประมาณสนับสนุนจากอปท. เพื่อการบูรณาการงานเข้าหากัน เพื่อความเจริญของท้องถิ่น คำตอบลักษณะนี้เหรอที่พอเพียงกับเงินที่ได้รับจากหน่วยงานของเขา ถึงแม้จะเป็นงบประมาณของรัฐก็ตาม ลองย้อนกลับไปดูว่าใครกันแน่ที่เห็นแก่อำนาจ อย่าให้สังคมมองว่าพวกเราเกลียดปลาไหลแต่กินน้ำแกง
sta1 (IP:61.19.65.21)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.