สารให้ความหวาน aspartame อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ โพสต์เมื่อ:
21:54 วันที่ 20 พ.ย. 2548 ชมแล้ว:
210,974 ตอบแล้ว:
7
 ผลการศึกษาใหม่มีผลที่ขัดแย้งกับความรู้เดิมเกี่ยวกับความปลอดภัยของสารให้ความหวานที่ไม่ใช่น้ำตาล
ผลการทดลองของนักวิจัยชาวอิตาเลียน ได้ท้าทายความปลอดภัยของแอสปาร์แตม สารให้ความหวานแคลอรี่ต่ำ ที่พบใน equal, diet coke, และอาหารอื่นๆอีกมากนับพันอย่าง
พบว่าหนูที่ได้รับแอสปาร์แตม แม้เพียงจำนวนน้อยๆ ในระดับที่น้อยกว่าที่แนะนำให้ทานได้ในคน จะเป็นมะเร็งมากกว่า การค้นพบนี้ขัดแย้งกับผลการศึกษาส่วนใหญ่ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ซึ่งบอกว่าแอสปาร์แตมนั้นปลอดภัย
ทั้ง FDA (Food and Drug Administration) ของอเมริกา และ Food Safety Authority
ของยุโรป ได้สัญญาว่าจะตรวจสอบผลการทดลองนี้อย่างละเอียดก่อน และยังไม่ได้ประกาศเปลี่ยนแปลงถึงผลการบริโภคแอสปาร์แตม เพราะที่ผ่านมามีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้จำนวนมากบอกว่ามันปลอดภัย George Pauli เจ้าหน้าที่ของ FDA กล่าวว่า เรายังมั่นใจว่ามันปลอดภัย
FDA ได้อนุมัติการใช้แอสปาร์แตมในอาหารในปี 1981 โดยมีข้อมูลจากหลายๆการทดลองว่ามันไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง ส่วน Food Safety Authority ของยุโรป ก็ได้ทำการประเมินความปลอดภัยของแอสปาร์แตมซ้ำในปี 2002 และก็ไม่ได้เปลี่ยนผลการประเมินของเดิม
Morando Soffritti และทีมงานที่ศูนย์วิจัยมะเร็ง Cesare Maltoni ในเมือง Bologna, Italy ตัดสินใจทดสอบแอสปาร์แตมซ้ำอีกครั้ง ผลการทดลองได้ตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Health Perspectiveฉบับล่าสุด นอกจากนี้เขายังกำลังทดสอบสารในอาหารอื่นๆที่เชื่อว่าปลอดภัยตั้งแต่ วิตามินจนถึงน้ำอัดลม
ในการทดลองครั้งนี้ นักวิจัยได้ให้หนู 1800 ตัว กินแอสปาร์แตมตั้งแต่อายุ 8 สัปดาห์ และปล่อยให้หนูมีชีวิตจนสิ้นอายุขัยตามธรรมชาติ คือประมาณ 3 ปี หลังจากที่หนูตายก็เอาเนื้อเยื่อมาตรวจดูว่ามีตัวไหนบ้างที่เป็นมะเร็ง
ผลปรากฎว่า มะเร็งบางชนิดพบมากขึ้นในหนูที่ได้รับแอสปาร์แตมแม้ในขนาดต่ำๆ คือ 20-500 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักตัว พบว่าประมาณ 20% ของหนูตัวเมียที่ได้แอสปาร์แตมเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและมะเร็งเม็ดเลือดขาว ในขณะที่หนูที่ไม่ได้กินแอสปาร์แตมเป็นมะเร็งเพียง 9% ส่วนหนูตัวผู้ต้องกินแอสปาร์แตมมากกว่าหนูตัวเมียหลายเท่าถึงจะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเท่ากัน และหนูทั้งหมดทั้งที่กินและไม่กินแอสปาร์แตมมีอายุขัยพอๆกัน
ในคน WHO ได้กำหนดขนาดที่ปลอดภัยไว้ที่ไม่เกิน 40 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักตัว หรือคุณต้องดื่ม diet coke มากถึง 28 กระป๋องต่อวันถึงจะเกินขนาดที่กำหนดนี้
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การทดลองนี้ไม่ได้ทำตามแบบแผนมาตรฐานของการทดลองทั่วไป John Bucher รองผู้อำนวยการโครงการพิษวิทยาในสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า โดยปกติในการทดลองทั่วไป หนูจะถูกฆ่าที่อายุ 2ปี การทดลองครั้งล่าสุดนี้ที่ปล่อยให้หนูตายเองตามธรรมชาติที่ 3 ปีก็มีข้อดีในแง่ที่ว่า ช่วยให้นักวิจัยเห็นภาพได้ชัดเจนมากกว่า เพราะโอกาสเกิดมะเร็งจะเพิ่มขึ้นตามอายุ แต่การจะเทียบผลการทดลองนี้กับผลครั้งก่อนๆก็ยากเพราะหนูไม่ได้ตายที่อายุเท่ากัน นอกจากนี้การศึกษานี้ก็ยังมีจุดแข็งอีกอย่างตรงที่ว่าใช้หนูจำนวนมากผลที่ได้จึงน่าเชื่อถือ
อย่างไรก็ดี นักวิจัยหลายๆคนไม่สามารถจะเข้าใจได้ว่าแอสปาร์แตมจะก่อให้เกิดมะเร็งได้อย่างไร เพราะว่าเมื่อมันถูกย่อยสลายในลำไส้ สารที่ได้ก่อนที่มันจะเข้าสู่กระแสเลือด ก็เป็นสารที่พบได้ทั่วไปในร่างกายและในอาหาร คือได้กรดอะมิโนสองตัวกับเมธานอล ถึงแม้ว่าเมธานอลจะเป็นอันตรายบ้างแต่ก็ไม่เคยพบว่ามันก่อให้เกิดมะเร็งได้ และมันก็พบในอาหารอื่นๆมากมายรวมถึงน้ำผลไม้ด้วย
มันเป็นผลการทดลองที่น่าสนใจมาก James Poop รองผู้อำนวยการสมาคมพิษวิทยาของอเมริกากล่าว เราต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าทำไมผลการทดลองที่มีแบบแผนต่างกันนี้จึงได้ผลที่ต่างกัน
ในอเมริกาแต่ละปี มีการบริโภคแอสปาร์แตมมากถึง 8พันตัน จากผลิตภัณฑ์อาหารทั้งหมดประมาณ 6000อย่าง
ข้อมูลจาก
- Aspartame linked to increased cancer risk in rats http://www.nature.com/news/2005/051114/full/051114-15.html
- First Experimental Demonstration of the Multipotential Carcinogenic Effects of Aspartame Administered in the Feed to Sprague-Dawley Rats Morando Soffritti, Fiorella Belpoggi, Davide Degli Esposti, Luca Lambertini, Eva Tibaldi, and Anna Riga Environ Health Perspect doi:10.1289/ehp.8711 available via http://dx.doi.org/ [Online 10 November 2005] http://ehp.niehs.nih.gov/docs/2005/8711/abstract.html
ข้อมูลเพิ่มเติม
- ข้อมูลเกี่ยวกับ aspartame http://www.cancer.org/docroot/PED/content/PED_1_3X_Aspartame.asp?sitearea=PED http://www.aspartame.org/
-ข้อมูลที่แสดงผลเสียของ aspartame http://www.aspartamekills.com/ http://presidiotex.com/aspartame/
|
จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 24 พ.ย. 2548 (04:21) มีสารหลายชนิดที่เป็นสารก่อมะเร็ง เช่นในอาหารปิ้ง ย่าง รมควัน ที่มีลักษณะไหม้ น้ำมันประกอบอาหารที่ใช้แล้ว พืช ผัก เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ที่ขายตามท้องตลาด ตลอดจนอาหารสำเร็จรูป ในลักษณะต่าง ๆ จะมีวิธีการอย่างไรที่ดีกว่าในการเลือกกินอาหารที่มีสารก่อให้เกิดมะเร็งน้อยที่สุด แม้แต่เนื้อสัตว์ และไข่ไก้ไข่เป็ด ก็มีสารเคมีที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้ การปลูกพืชกินเอง หรือการเลี้ยงสัตว์ (ถ้าไม่ถูกควบคุม) น่าจะช่วยลดการเป็นโรคมะเร็งได้....ขอบคุณที่ให้ร่วมแสดงความคิดเห็น สมบัติ พึ่งพันธ์ (IP:203.113.45.69,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 28 พ.ย. 2548 (16:32) แล้วอย่างพืชบางชนิดที่ให้ความหวานเช่น Stevia หล่ะมีใครวิจัยกันบ้างว่าเป็นไงมั่งน่าจะออกมาชี้แจงหน่อยนะค่ะ
อยากรู้ค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 6 ธ.ค. 2548 (16:24) หน้าที่ 1 : ทฤษฎีสนามรวม หรือ Unified field theory
หน้าที่ 2 : ทฤษฎีเส้นเชือก (String Theory)
หน้าที่ 3 : ซุปเปอร์ฟิสิกส์และซุปเปอร์คณิตศาสตร์
หน้าที่ 4 : จักรวาลวิทยาและการทดสอบทฤษฎีเส้นเชือก vgy,ewre (IP:61.90.133.170,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 17 ก.ย. 2550 (21:09) ความคิดเห็นแรกอ่ะ อาจารย์เราเอง สอนวิทยาศาสตร์ โรงเรียน อุตรดิตถ์..คริคริ pasa_kitty@hotmail.com (IP:125.24.98.97)
|