ความเห็นเพิ่มเติมที่ 108 29 ก.ย. 2554 (13:59)
น้ำ R.O. บริสุทธิ์ หยุดดื่มดีกว่า
รองศาสตราจารย์ ดร.พิชัย โตวิวิชญ์
อดีต นายสมาคมเคมี ปัจจุบัน ประธานชมรมอยู่ร้อยปี ชีวีเป็นสุข
********************
1. จุดเริ่มต้นจากกลเคมี
ผู้เขียนเริ่มสนใจเรื่องน้ำดื่มเป็นพิเศษ เมื่อประมาณปี พ.ศ.2537 มีการสาธิตทดลองเปรียบเทียบคุณภาพของน้ำดื่ม โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า TDS Meter ซึ่งประกอบด้วยเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าจากกระแสไฟสลับที่ใช้ตามบ้านเรือนเป็นกระแสไฟตรงไปยังขั้วไฟฟ้า 2 คู่ แต่ละคู่ประกอบด้วยขั้วอะลูมิเนียมกับขั้วเหล็ก
ในยุคนั้นมีการนำเครื่อง TDS Meter นี้ มาจุ่มลงในน้ำดื่ม 2 ชนิด ที่ต้องการเปรียบเทียบ ได้แก่
น้ำชนิดที่ 1 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยระบบรีเวอร์สออสโมซิส (Reverse Osmosis หรือย่อว่า R.O.) ซึ่งเป็นน้ำบริสุทธิ์ไม่มีเกลือแร่ละลายอยู่เลย
น้ำชนิดที่ 2 เป็นน้ำดื่มบรรจุขวดที่มีชื่อเสียงดีที่สุด มีผู้นิยมดื่มมากที่สุด
เมื่อเปิดสวิทซ์ไฟฟ้า เครื่อง TDS Meter ที่จุ่มอยู่ในน้ำทั้ง 2 ชนิดดังกล่าวมาข้างต้น ปรากฏว่าน้ำชนิดที่ 1 ซึ่งผลิตด้วยระบบ R.O. ยังคงเป็นน้ำใสไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในขณะที่น้ำชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นของบริษัทที่ผลิตน้ำดื่มที่ดีที่สุดมีผู้นิยมดื่มกันมาก มีตะกอนสีน้ำตาลปนดำเกิดขึ้นมากมายดูแล้วน่าเกลียดไม่น่าดื่ม
นอกจากนี้ยังมีการนำน้ำประปามาทดลองในทำนองเดียวกัน ปรากฏว่าน้ำประปาไม่มีตะกอนเกิดขึ้นเพียงแต่มีการเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลเหลือง ผู้ทำการทดลองจึงสรุปว่า น้ำที่ผลิตโดยขบวนการ R.O. ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของตนเป็นน้ำดื่มที่ดีที่สุด น้ำประปาดีเป็นที่ 2 และน้ำดื่มที่นิยมกันมากที่สุดเป็นน้ำดื่มที่เลวหรือแย่ที่สุด
การทดลองเปรียบเทียบดังกล่าวมาข้างต้น ถ้าดูเผินๆ โดยไม่คิดพิจาณาให้ดีจะเชื่อตามการทดลองนั้นจริงๆ แม้แต่นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากก็ยังหลงเชื่อว่าเป็นจริง แต่ที่แท้เป็นความเท็จ
ผู้เขียนเป็นคนแรกในประเทศไทยที่เปิดเผยความจริงในเรื่องนี้ว่า ที่แท้เป็นการ เล่นกลทางเคมี ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังต่อไปนี้
1. น้ำ R.O. หรือน้ำที่ผลิตโดยขบวนการรีเวอร์สออสโมซิส เป็นน้ำบริสุทธิ์ ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นฉนวน กล่าวคือ ไฟฟ้าไม่สามารถไหลผ่านได้ เมื่อเปิดสวิทซ์ไฟฟ้าที่มีขั้วไฟฟ้าจุ่มอยู่ จึงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังคงเป็นน้ำใสเหมือนเดิม
2. น้ำดื่มที่ดีโดยทั่วไป รวมทั้งน้ำที่มีชื่อเสียงจำหน่ายมากที่สุดที่นำมาทดลองเปรียบเทียบนั้น มีเกลือแร่ละลายอยู่มากมาย จนเรียกได้ว่าเป็น น้ำแร่ ที่ชาวต่างประเทศชอบดื่มกันมาก แร่ธาตุที่ละลายอยู่ในน้ำนั้นจะเป็นสื่อนำไฟฟ้าได้ เมื่อเปิดสวิทซ์ไฟฟ้าที่มีขั้วอะลูมิเนียมและขั้วเหล็กจุ่มอยู่ในน้ำนั้นก็จะเกิดปฏิกิริยา Electrohydrolysis หรือขบวนการแยกสลายน้ำด้วยไฟฟ้า ทำให้น้ำซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจนกลายเป็นก๊าซวิ่งไปผุดเป็นฟองก๊าซที่ขั้วอะลูมิเนียม และออกซิเจนแล่นไปที่ขั้วเหล็ก
เมื่อขั้วเหล็กทำปฏิกิริยากับออกซิเจนที่แตกตัวออกมาจากน้ำก็กลายเป็นสนิมเหล็ก อยู่ในสภาวะของน้ำดื่มที่มีคุณภาพดีจะมีฤทธิ์เป็นด่างเล็กน้อย ซึ่งสนิมเหล็กไม่ละลายจึงกลายเป็นตะกอนของสนิมเหล็กสีน้ำตาล ถ้าปล่อยให้ไฟฟ้าผ่านเป็นเวลานานเข้า ตะกอนของสนิมเหล็กก็อาจเปลี่ยนเป็นสีดำได้
ดังนั้นตะกอนที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เกิดจากความสกปรก แต่เกิดจากออกซิเจนที่แตกตัวออกจากโมเลกุลของน้ำอันเนื่องจากอิทธิพลของไฟฟ้ามาทำปฏิกิริยากับขั้วเหล็กกลายเป็นสนิมเหล็กไม่ละลายในน้ำดื่มที่ดีมีฤทธิ์เป็นด่างเล็กน้อย
3. ทำไมน้ำประปาจึงไม่มีตะกอนเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ทำการทดลองแบบเดียวกัน
คำตอบก็คือ น้ำประปาในประเทศไทยใช้คลอรีนเป็นตัวฆ่าเชื้อโรค ทำให้น้ำประปามีฤทธิ์เป็นกรด สามารถละลายสนิมเหล็กได้ เราจึงไม่เห็นเป็นตะกอน เพราะตะกอนสนิมเหล็กที่เกิดขึ้นนั้นละลายในน้ำประปาที่มีฤทธิ์เป็นกรด คงเห็นแต่การเปลี่ยนสีที่เกิดจากการละลายของสนิมเหล็กเป็นสีน้ำตาลเหลือง
4. วิธีพิสูจน์ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้
ผู้เขียนได้ใช้เกลือแกง ที่ใช้ในครัวมาเพียงเล็กน้อย ละลายในน้ำ R.O. เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อไฟฟ้า เมื่อเปิดสวิทช์ไฟที่มีขั้วอลูมิเนียมและขั้วเหล็กจุ่มอยู่เหมือนกับการทดลองในตอนแรก ซึ่งน้ำ R.O. จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่คราวนี้ที่ขั้วเหล็กจะมีตะกอนเกิดขึ้น เหมือนกับที่เกิดกับน้ำดื่ม ที่มีชื่อเสียงโด่งดังซึ่งเอามาเปรียบเทียบในตอนแรก ส่วนขั้วอะลูมิเนียมก็มีฟองก๊าซไฮโดรเจน เช่นเดียวกับการทดลองอื่นๆ
เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าตะกอนที่เกิดขึ้นน่าเกลียดนั้น ไม่ได้เกิดจากความสกปรกของน้ำ แต่เกิดจากการแตกตัวของออกซิเจนจากน้ำทำปฏิกิริยากับขั้วเหล็กและกลายเป็นตะกอนของสนิมเหล็กนั้นเอง
บทสรุปของการทดลองดังกล่าวมาข้างต้น เป็นการเล่นกลเคมี ซึ่งผู้ที่ทำการทดลองต้องลงโฆษณาขออภัยบริษัทผู้ผลิตน้ำดื่มที่มีชื่อเสียงโด่งดังในหนังสือพิมพ์หลายฉบับในเวลาต่อมา และสื่อมวลชนได้ให้ความสนใจเรื่องนี้กันมาก ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ ได้เสนอบทความและเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างกว้างขวางนานาทัศนะ จนกระทั่งมีการสรุปว่า คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด (ดูตัวอย่างบทความในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2537)
2. น้ำ R.O. หรือ Reverse Osmosis คืออะไร
น้ำที่ผลิตโดยขบวนการรีเวอร์ส ออสโมซีส (Reverse Osmosis หรือ R.O.) เป็นน้ำที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยี โดยมีเยื่อพิเศษ ที่จะกีดกันไม่ให้เกลือแร่ที่ละลายอยู่ในน้ำซึ่งมีประจุบวกและประจุลบไหลผ่านไปได้ ส่วนที่ไหลผ่านทะลุเยื่อพิเศษนี้ไปได้จึงเป็นเฉพาะน้ำบริสุทธิ์เท่านั้น ซึ่งเป็นน้ำอ่อนที่สุดมีความเป็นกรดเล็กน้อย ภาชนะที่ใช้ถ้าเป็นเหล็กจะเป็นสนิมได้ง่ายจึงต้องใช้พลาสติก และเนื่องจากเป็นน้ำบริสุทธิ์จึงเป็นฉนวนไฟฟ้า
3. ประโยชน์ของน้ำ R.O.
3.1 ใช้เติมแบตเตอรี่รถยนต์ที่เรียกว่าน้ำกลั่น
3.2 ใช้ในการผสมยาหรือผลิตยาและวงการแพทย์
3.3 ใช้ในการวิจัยที่ต้องการความบริสุทธิ์ของน้ำ
3.4 ใช้ในงานหรือขบวนการต่างๆ ที่ต้องการน้ำบริสุทธิ์ เช่น เครื่องจักรกลของการไฟฟ้า
4. โทษของการดื่มน้ำ R.O. บริสุทธิ์
ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นนักเคมียังจำได้ถึงคำเตือนของอาจารย์ผู้คุมห้องปฏิบัติการ (ห้อง Lab) ทางเคมีที่บอกในวันแรกที่เข้าห้อง Lab ว่า น้ำกลั่นในห้อง Lab ห้ามดื่มเป็นอันขาด
นอกจากนี้ผู้เขียนได้เห็นน้ำกลั่นเติมแบตเตอรี่ มีข้อความพิมพ์ไว้ข้างขวดว่า ใช้เติมแบตเตอรี่รถยนต์เท่านั้น (แปลว่า ไม่ให้ใช้ดื่ม!)
อย่างไรก็ตามเมื่อปี 2540 รัฐบาลไทยภายใต้การนำของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในยุคนั้นได้มี โครงการน้ำดื่มเอื้ออาทร และมีการโฆษณาว่า น้ำดื่มบริสุทธิ์เพื่อสุขภาพและความประหยัด จาก พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ทำให้ผู้เขียนต้องออกมารณรงค์ชี้แจ้งแถลงไขถึงข้อควรระมัดระวังในการดื่มน้ำ R.O.บริสุทธิ์ซึ่งจะฉุดให้ร่างกายขาดเกลือแร่ หลายชนิด (Multi-mineral Deficiency) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกลือแร่ แคลเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งมีความสำคัญต่อร่างกายถ้าขาดแร่ธาตุ 2 ตัวนี้ จะเป็นสาเหตุของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ มากมายยกตัวอย่างเช่น
เอาแค่แมกนีเซียมตัวเดียวเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาของเอนไซม์ในร่างกายของคนเรามากกว่า 300 ปฏิกิริยา เช่น การทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจ ธาตุแมกนีเซียมนี้ มีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคต่างๆ ได้ถึง 50 โรค ยกตัวอย่าง เช่น โรคแก่ก่อนวัย (Aging) พฤติกรรมก้าวร้าว (Aggressive) ความจำเสื่อม (Alzheimer) สมองเสื่อม (Brain Damage) มะเร็ง (Cancer) เบาหวาน (Diabetes) โรคหัวใจ (Heart Disease) โรคเอดส์ (AIDS) นิ่วในไต (Kidney Stones) ความดันโลหิตสูง (High B.P.) กระดูกพรุน โรคจิต ปวดตามข้อ (Rheumatoid Arthritis) โรคเครียดและพฤติกรรมรุนแรง (Violence) ฯลฯ เป็นต้น
เป็นที่น่าสังเกตว่าโรคต่างๆ ดังกล่าวมาข้างต้นมีสถิติเป็นกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมีการนำ เรซิ่นขจัดความกระด้างของน้ำมาใช้ในขบวนการกรองน้ำ ทำให้น้ำที่กรองได้เป็นน้ำอ่อน ปราศจากแร่ธาตุแคลเซียม และแมกนีเซียม
ยิ่งมาในยุคนี้ซึ่งมีน้ำ R.O. จำหน่ายกันอย่างแพร่หลายทั้งที่บรรจุขวดและที่หยอดเหรียญ ถ้าคิดไปแล้วก็จะยิ่งใจหายเพราะน้ำR.O. เป็นน้ำที่อ่อนที่สุด เพราะไม่มีเกลือแร่ใดๆ ทั้งสิ้น เป็นน้ำบริสุทธิ์ซึ่งไม่ควรใช้ดื่มอย่างยิ่ง
5. น้ำดื่ม R.O. อันตรายได้อย่างไร
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าน้ำในร่างกายของคนเราล้วนมีเกลือแร่ละลายอยู่ เพื่อเป็นสื่อนำการเคลื่อนไหวของประจุไฟฟ้าทำให้เกิดพละกำลังและร่างกายสามารถทำงานได้ เพราะมีความสมดุลเกิดขึ้น ถ้าเราดื่มน้ำ R.O. บริสุทธิ์จะเกิดปรากฎการณ์ ดังต่อไปนี้
5.1 น้ำ R.O. บริสุทธิ์เมื่อเข้าไปในร่างกายจะกลายเป็น สิ่งแปลกปลอม (Foreign Substance) ทำให้เซลในร่างกายของเราต้องทำการปรับสมดุลของประจุด้วยการปล่อยแร่ธาตุแมกนีเซียมที่อยู่ภายในเซลและแร่ธาตุอื่นๆ ออกมาและถูกขับออกไปจากร่างกาย ทำให้ร่างกายขาดแร่ธาตุที่สำคัญ และเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้มากมายดังกล่าวมาข้างต้น
5.2 น้ำ R.O. บริสุทธิ์มีความสามารถในการสกัดและกัดกร่อน เอาแร่ธาตุในร่างกายออกมาได้มากกว่าน้ำที่มีแร่ธาตุอยู่แล้ว เพราะความบริสุทธิ์และ กระหาย ที่จะละลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ทำให้ร่างกายขาดเกลือแร่หลายชนิดได้ (Multi-mineral Deficiency)
5.3 น้ำ R.O. บริสุทธิ์ มีฤทธิ์เป็นกรดเล็กน้อย ซึ่งความเป็นกรดเป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลือดของบุคคลทั่วไปที่มีร่างกายแข็งแรงจะมีฤทธิ์เป็นด่าง ถ้ากลับกลายเป็นกรดเมื่อไรก็จะเกิดอาการเจ็บป่วยและอันตรายถึงตายได้ เป็นต้น
6. อาหารไทย มีเกลือแร่มากมาย ไม่น่าเป็นห่วงเรื่องน้ำ R.O. จริงหรือ
คำตอบที่ถูกต้องก็คือ เป็นเรื่องที่น่าห่วงใยอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าอาหารไทยมีเกลือแร่มากมายก็ตามทั้งนี้เพราะเกลือแร่จากอาหารกว่าจะเข้าไปในเซลได้ต้องใช้เวลานาน ผ่านขบวนการที่เรียกว่า Metabolism แต่การสูญเสียเกลือแร่จากการดื่มน้ำ R.O. บริสุทธิ์ จะเกิดขึ้นทันที เสมือนหนึ่ง ถังน้ำที่มีรูรั่ว ถึงแม้จะมีน้ำมาเติมก็จะสูญเสียและรั่วไหลออกไปได้ ทำให้ร่างกายไม่สบาย
7. วิธีแก้ปัญหาเครื่องกรองน้ำ
เมื่อได้ทราบถึงอันตรายของการดื่มน้ำอ่อน (ที่ปราศจากความกระด้างของน้ำ) หรือน้ำที่ผลิตโดยระบบ R.O. (Reverse Osmosis) ผู้ที่มีเครื่องกรอง ไม่ว่าจะเป็นระบบที่มีเรซิ่น (Resins) หรือ ระบบ R.O. ก็ควรจะทำการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งทำได้ดังต่อไปนี้
7.1 ถ้าเป็นระบบที่ใช้เรซิ่น (Resins) ซึ่งมักจะแนะนำว่าเมื่อใช้ไปนานๆ จะต้องล้างด้วยน้ำเกลือแกงเข้มข้น วิธีแก้ที่ดีก็คือ ไม่ต้องล้างด้วยเกลือแกงปล่อยให้เรซิ่น (Rosins) อิ่มตัวไม่สามารถจับแคลเซียม หรือแมกนีเซียม อีกต่อไปก็จะทำให้น้ำที่กรองออกมามีความกระด้างเล็กน้อย ซึ่งดื่มแล้วจะทำให้อายุยืนยาวมากขึ้นได้ เพราะมีแร่ธาตุแคลเซียมและแมกนีเซียมนั่นเอง
7.2 ถ้าเป็นระบบ R.O. แก้ได้ แต่ทำยากกว่า เพราะจะต้องมีการเติมเกลือแร่ลงไปในน้ำที่กรองออกมาซึ่งเป็นน้ำบริสุทธิ์และมีความเป็นกรด ดังนั้นวิธีแก้ไขที่ดีที่สุดได้แก่ การนำน้ำ R.O. ที่กรองได้นี้เข้าไปในเครื่องกรองอีกต่อหนึ่ง ซึ่งจะช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของน้ำให้ดีขึ้นในเรื่องต่อไปนี้
7.2.1 เพิ่มเกลือแร่ ในน้ำที่กรองออกมา ซึ่งมีทั้งแคลเซียมและแมกนีเซียม
7.2.2 เพิ่มความเป็นด่าง ที่ร่างกายต้องการ และสร้างสมดุลให้ร่างกาย
7.2.3 ทำให้ได้ O.R.P. (Oxidation-Reduction Potential) เป็นลบ ซึ่งจะช่วยทำลาย อนุมูลอิสระ (Free Radicals) ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็ง
7.2.4 ลดขนาดของกลุ่มน้ำ (Water Clusters) ให้เล็กลงทำให้การเคลื่อนไหวได้ง่ายและเร็วขึ้น (เลือดลมเดินดี)
นับได้ว่าหากทำได้อย่างนี้แล้วจะได้ น้ำดื่มในอุดมคติ (Ideal Drinking Water) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายและช่วยกำจัดจุดอ่อน ข้อเสียที่เป็นอันตรายของน้ำ R.O. บริสุทธิ์ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งขณะนี้ เห็นจะมีแค่เครื่องกรองของประเทศเกาหลี ยี่ห้อ BIOCERA ซึ่งเจ้าของเป็นนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของที่โน่น เป็นเจ้าเดียวที่ผมเห็นว่าทำน้ำ RO ให้เป็นน้ำดื่มในอุดมคติได้
8. บทสรุป
น้ำ R.O. บริสุทธิ์หยุดดื่มดีกว่า จนกว่าทางราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการอาหารและยา (อ/ย) จะแก้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กำหนดปริมาณเกลือแร่ที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ต้องมีอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ไม่ใช่กำหนดไว้ว่ามีเกลือแร่ไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ ดังเช่นที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ซึ่งน้ำ R.O. บริสุทธิ์ไม่มีเกลือแร่เลย จึงไม่เกินตามที่ประกาศระบุไว้ แต่ดื่มแล้ว เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ ถึงแม้จะไม่เกิดอาการทันที แต่เป็นการตายผ่อนส่ง ซึ่งคงจะเห็นผลเมื่อดื่มไปนานๆ
ถ้าใครสนใจเรื่องเครื่องทำน้ำดื่ม ที่ดีต่อสุขภาพ ผมก็มีความรู้ดีๆมอบให้ฟรีๆครับส่งอีเมล มาหาผมได้ที่่
email:prescott.gr@gmail.com