ดื่มน้ำ RO บ่อยๆจะเป็นไร หรือปล่าว

ตอนนี้บ้านเรามีน้ำดื่มบรรจุขวด ที่วางขายอยู่เกลื่อนตลาด ส่วนใหญ่จะผ่านกรรมวิธีที่เรียกว่า Reverse Osmosis (RO) ซึ่งเป็นวิธีที่ให้น้ำผ่านเยื่อกรองความละเอียดสูง แล้วเพิ่มแรงดัน ซึ่งแม้แต่น้ำทะเลกรองด้วยวิธีนี้ยังหายเค็มเลย (เช่น ระบบผลิตน้ำของเกาะช้างทั้งเกาะ)



ปัญหาคือว่านักวิชาการเชื่อว่าน้ำ RO เป็นน้ำที่สะอาดเกินไป คือปราศจากเกลือแร่ใดๆ ซึ่งผิดปกติของน้ำธรรมชาติ และที่สำคัญมันจะทำให้เกิดการแพร่กลับของของเหลวในเซล์ เพราะน้ำ RO มันใส และความเข้มข้นต่ำผิดธรรมชาติ



เท็จจริงอย่างไร รบกวนผู้รู้ช่วยด้วยค่ะ อย่างนี้แล้วดื่มบ่อยๆจะเป็นไรมั้ยคะ ขอบคุณค่ะ


ความคิดเห็นที่ 84

sttd12@hotmail.com (Guest)
24 พ.ย. 2551 13:12
  1.  อยากถามต่ออีกเรื่องนะคะว่าถาดหลุมอลูมิเนียมที่ใช้ใส่อาหารให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลและให้เด็กในโรงเรียน จะเป็นอันตรายไหม เพราะเห็นเวลาถูกับโต๊ะสีขาวจะมีสีเทาๆหรือดำเป็นรอย แสดงว่าผิวอลูมิเนียมออกมาติดกับโต๊ะ ถ้าหากใส่อาหารร้อน เย็น กรด ด่างจะเป็นอย่างไร อันตรายไหม




ความคิดเห็นที่ 69

เก่ง (Guest)
1 ก.ค. 2551 15:47
  1. ผมดื่มน้ำอาโอมา18ปีแล้วคุณแม่ผมก็ดื่มมามากกว่าผมอีกตอนนี้คุณแม่ผมอายุ60แล้วก็ยังแข็งแรงดีผมคิดเองว่าที่มีการว่าน้ำอาโอไม่ดีเพราะจะทำรายคู่แข็งกันมากกว่าระว่างเครื่องกลองน้ำระบบเก่าและคนทำธุระกิจเครื่องกลองน้ำระบบโบราน



ความคิดเห็นที่ 70

เอ๋ (Guest)
1 ก.ค. 2551 15:58
  1. คุณเก่งคิดเหมื่อนเอ๋เลยค่ะก็มีธุระกิจคู่แข่งเท่านั้นละที่ออกมาว่ากันและยังเอาคนนูนคนนี้มาอ้างเพื่อให้คนเชื่อ เคยเจอเหมื่อนกันนักธุรกิจขายฝันขายแผนงานชอบเน้นแต่หลักการเพ้อเจ้อทำให้คนหลงเชื่อและจนมามากแล้ว




ความคิดเห็นที่ 79

คนรักสุขภาพ (Guest)
19 ส.ค. 2551 14:07
  1. น้ำดื่มอาร์โอดื่มได้

    ปัจจุบันมีการใช้น้ำอาร์โอในห้องไตเทียมกว่า 80%



    คุณหมอเกรียงบอกว่า ใช้น้ำบริสุทธิ์ลักษณะนี้กับผู้ป่วยมาหลายสิบปี โดยโรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นแห่งแรกของประเทศที่ใช้ระบบน้ำอาร์โอ และปัจจุบันมีการใช้น้ำอาร์โอในลักษณะตู้หยอดเหรียญ

    "หลักการกรองน้ำบริสุทธิ์เพื่อผู้ป่วย ไม่ต่างจากน้ำในอุตสาหกรรม น้ำดื่ม น้ำกลั่นผสมยา น้ำที่นำมาใช้แต่ละระดับมีความบริสุทธิ์ต่างกัน" เขาให้นิยาม คุณภาพน้ำบริสุทธิ์ว่ามี 3 ลักษณะคือ ด้านกายภาพ อาทิ ไม่มี สี กลิ่น รส (อาจมีรสความเป็นน้ำ แต่ไม่ใช่น้ำที่มีสนิมเหล็ก) ด้านเคมี พวกสารปนเปื้อนในน้ำ และด้านชีวภาพ การปนเปื้อนทางเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย จุลินทรีย์





    แบคทีเรียในร่างกายและน้ำจะต่างกัน ในเลือดมนุษย์มีทั้งโปรตีนและกลูโคส จะเป็นเชื้อคนละอย่างกับน้ำ หากน้ำไม่สะอาด พวกน้ำครำจะมีเชื้อแบคทีเรีย ส่วนน้ำกลั่นบริสุทธิ์มีความละเอียดอ่อน ไม่มีอะไรเลย นอกจากอณูของไฮโดรเจนกับอะตอมออกซิเจน ยกตัวอย่างถ้าคุณไปอยู่ในองค์การอวกาศนาซา ที่นั่นต้องใช้น้ำบริสุทธิ์มากๆ น้ำเกลือที่ใช้กับคนไข้ก็ต้องบริสุทธิ์ ส่วนน้ำดื่มไม่จำเป็นต้องบริสุทธิ์ขนาดนั้น





    คุณหมอเกรียง บอกว่า สารปนเปื้อนในน้ำบริสุทธิ์ต้องมีระดับมาตรฐานที่ยอมรับได้ อาทิ ฟลูออไรด์ในน้ำดื่มต้องไม่เกิน 4 มิลลิกรัมต่อลิตร ฯลฯ ส่วนพวกแคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม ไม่ได้กำหนดปริมาณไว้กี่มิลลิกรัมต่อลิตร หากเป็นสารปนเปื้อนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายพวกแคลเซียม แมกนีเซียม ก็ไม่เป็นอันตราย ทุกคนรู้ว่าฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ ทำให้ฟันแข็งแรง แต่ไม่รู้ว่า ฟลูออไรด์จำนวนมากในน้ำดื่มจะทำให้กระดูกผุ หรือสารปนเปื้อนพวก Copper อาจทำให้เกิดอาการเม็ดโลหิตแตกตัว และพวก Arsenic ทำให้ปลายประสาทชา รวมถึงเหล็กหรือตะกั่วปนเปื้อนจะทำให้เกิดอาการปลายประสาทอักเสบ"





    คุณหมอเกรียง บอกอีกว่า ปริมาณเกลือแร่ที่เป็นประโยชน์มีอยู่ในอาหารแล้ว ดังนั้นการดื่มน้ำไม่บริสุทธิ์ อาจก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ ยกตัวอย่างน้ำบ่อในภาคเหนือมีฟลูออไรด์มาก ทำให้เกิดโรคกระดูกผุ นิ่วและโรคไต บางพื้นที่ในภาคตะวันตก อาทิ จังหวัดกาญจนบุรีมีการทำเหมืองแร่ น้ำอาจมีการปนเปื้อนของสารตะกั่ว





    ถ้าจะกล่าวถึงระบบกรองน้ำอาร์โอ มีการอธิบายว่า สามารถกรองตั้งแต่สารหยาบที่สุดจนถึงละเอียด ขั้นตอนต่างๆ มีตั้งแต่เม็ดทราย ผงถ่าน สามารถกรองสารชิ้นโตๆ อาทิ เส้นผม ยีสต์ รา ส่วนขั้นตอนระบบไมโครฟิลเทรชั่น (Micro Filtration) สามารถกรองเชื้อแบคทีเรีย ควันบุหรี่ โมเลกุลเชิงซ้อนได้ และขั้นตอนอัลตราฟิลเทรชั่น สามารถกรองสารโมเลกุลเล็กๆ อาทิ ไวรัส โมเลกุลไข่ขาว ตะกอนลอยแขวนในน้ำ และระบบสุดท้ายรีเวิร์ส ออสโมซิส สามารถกรองสารปนเปื้อนอย่างละเอียด พวกโลหะหรือสารประกอบเกลือต่างๆ หากถามว่า จำเป็นต้องดื่มน้ำอาร์โอหรือไม่ คุณหมอเกรียง บอกว่า จะเลือกดื่มน้ำต้ม น้ำประปากรองแบบหยาบๆ ผ่านการฆ่าเชื้อโรคก็ได้





    ผมไม่ได้เชียร์น้ำอาร์โอ แต่อยากกระตุ้นให้รู้จักความสะอาดของน้ำ เป็นน้ำที่เหมาะแก่การดื่ม จริงๆ แล้วน้ำอาร์โอยังไม่เข้าขั้นน้ำกลั่น ไม่ได้สะอาดร้อยเปอร์เซ็นต์ ระบบกรองน้ำจะใช้แรงอัดมหาศาล ทำให้พวกตะกอนลอยแขวนในน้ำ หรือพวกโลหะถูกอัดออก อย่างพวกแคลเซียมกรองได้เพียง 98% ยังมีเล็ดลอดมาได้ประมาณ 2% หรือสารอื่นๆ อีก เห็นได้ว่าไม่สามารถกรองสารได้หมด จะกรองได้ประมาณ 95-98% มีสัดส่วนสารปนเปื้อน 2-3%





    เพราะฉะนั้นน้ำอาร์โอ ไม่ใช่น้ำกลั่น แต่มีแร่ธาตุปริมาณน้อย ทางคณะกรรมการอาหารและยา ก็เคยปรึกษาผมให้ช่วยแถลงให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริง ผมไม่ได้ทำงานให้ อย.ผมเป็นฝ่ายที่รู้เทคโนโลยีก็ต้องอธิบาย นอกจากนี้มีข้อสงสัยอีกว่า การดื่มน้ำกระด้างเป็นผลเสียต่อร่างกายหรือไม่" หากจะบอกว่าโรคหัวใจเกิดจากการดื่มน้ำอ่อน แนวคิดลักษณะนี้ต้องใช้วิธีการทดลอง โดยแยกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งดื่มน้ำอ่อน อีกกลุ่มดื่มน้ำกระด้าง แล้วควบคุมปัจจัยอื่นๆ ทั้งเรื่องอาหาร ความดันโลหิต ไขมันในเลือด การออกกำลังกาย ต้องศึกษาต่อเนื่องนาน 20 ปี





    การวิจัยส่วนนี้ทำได้ไหม คุณหมอเกรียง บอกว่า ทำได้แต่ยาก เพราะฉะนั้นข้อสรุปว่า ดื่มน้ำอ่อนเป็นโรคหัวใจ จึงไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หรือบอกว่าการดื่มน้ำแร่ธาตุมีประโยชน์ "ผมว่าไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีเหตุผล น้ำแร่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย ถ้าจะดื่มก็ได้ไม่เป็นไร แล้วจะดื่มไปทำไม เพราะเรามีน้ำบริสุทธิ์ตามมาตรฐานคณะกรรมการอาหารและยา และองค์การอนามัยโลกไม่สามารถยืนยันชัดเจนว่า การดื่มน้ำเกลือแร่บางอย่างจะมีผลดีต่อสุขภาพ ขอให้นึกว่าสังคมไทยในอดีตดื่มน้ำฝน ในยุคนั้นน้ำฝนไม่มีสารปนเปื้อน ไม่มีมลภาวะ ถ้ามีคนบอกว่าดื่มน้ำอ่อนมากๆ จะไปละลายเกลือแร่ ผมไม่รู้จะพูดยังไง คุณหมอคนอื่นๆ ได้ยินแล้วก็หัวเราะ ร่างกายของมนุษย์ กินอาหารเป็นเวลา จะมีกระบวนการเก็บสารมีประโยชน์ไว้ สารไม่มีประโยชน์ก็จะกรองทิ้ง แต่ละวันเรากินแคลเซียมกว่า 1,000 มิลลิกรัม"





    อย่างไรก็ตาม ร่างกายควรได้รับแคลเซียมประมาณ 800-1,200 มิลลิกรัม เกลือแร่ชนิดนี้สามารถหาได้จากอาหารไม่จำเป็นต้องหาแคลเซียมจากน้ำที่มีอยู่ปริมาณน้อยเพียง 40-60 มิลลิกรัม ดังนั้นการดื่มน้ำบริสุทธิ์จึงไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ไม่ต่างกับแมกนีเซียม ร่างกายต้องการเพียง 300 มิลลิกรัม และสามารถหาได้จากการรับประทานอาหาร



    คุณหมอเกรียง บอกอีกว่า ปัจจุบันน้ำอาร์โอราคาถูก และถูกกล่าวหาว่าเป็นอันตราย กรณีนี้ไม่จริง



    "ผมคิดว่าการถกเถียงเรื่องน้ำในเชิงวิชาการเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องถกเถียงตามหลักเหตุผล และแนวคิดวิทยาศาสตร์ ต้องละอัตตา เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด ก็เพราะน้ำก็คือน้ำ อาหารก็คือแหล่งให้เกลือแร่และพลังงาน"



    ข้อมูลอ้างอิงโดย

    ศ.นพ.เกรียง ตั้งสง่า

    นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย (หัวหน้าสาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาฯ)



ความคิดเห็นที่ 89

ความคิดส่วนตัว (Guest)
23 ม.ค. 2552 11:53
  1. เราเป็นกลางในความคิด  เรานั้งฟังคนขายเครื่องกรองน้ำมามาก  คนขายเครื่องกรองน้ำก็โจมตีกันไปกันมา  สินค้าของแอมเวร์เองก็ว่าระบบอาร์โอว่าเป็นน้ำกลั่นแต่เท่าที่เราดูและศึกษาแล้วแอมเวร์เองก็เป็นไส้กรองและระบบน้ำอาร์โอก็ไส้กรองเหมื่อนกันถ้าระบบอาร์โอเป็นน้ำกลั่นแอมเวร์ก็น่าจะเป็นน้ำกลั่นเหมื่อนกันเพราะระบบอาร์โอเป็นการกรองแบบระเอียดที่มีใส้กรองรายไส้เท่านั้น  และ เท่าที่เราศึกษาแล้วระบบน้ำกลั้นนั้นใช้วิธีการใช้ความร้อน180องศาขึ้นไปจนเป็นไอน้ำแล้วหยดลงมา เป็นน้ำกลั่นจึงเป็นน้ำที่สะอาดมากถึง0.00เลยแต่น้ำกลั่นจะมีกลดออ่นเกิดขี้นเพราะเกิดจากความร้อนจัดเท่านั้น  เราเลยคิดเองว่าเป็นการโจมตีทางการขายมากกว่า  ก็คิดว่าเครื่องกรองน้ำอะไรก็ดีเหมื่อนกันทั้งนั้น  แร่ธาตุก็ได้รับจากอาหารอยู่แล้ว    ทั้งหมดนี้ก็คิดตามที่ศึกษามาแล้วให้ความคิดเห็น




ความคิดเห็นที่ 73

หน่อย (Guest)
5 ก.ค. 2551 13:48
  1. คุณพ่อของหน่อยเองดื่มน้ำอาโอร์มานานแล้วตัวหน่อยเองก็ดื่มเหมือนกกันตอนนี้คุณพ่อก็ 71 แล้วก็ไมเห็นเป็นอะไรเลย เห็นมีการว่าน้ำอาโอร์ว่าไม่ดี คิดว่าคงเป็นไปไม่ได้เห็นคนที่ไม่ได้ดื่มน้ำอาโอร์ก็เป็นโรคกระดูกพรุนก็มากและเกิดขึ้นมานานแล้วคิดว่าหน้าจะเป็นการโจมตีทางธุรกิจเครืองกรองน้ำมากกว่าหรือกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์



ความคิดเห็นที่ 88

aplchan_@im.hotmail.com (Guest)
22 ม.ค. 2552 00:33
  1. ใช้เครื่องกรองน้ำรุ่นอะไรก็ดีเหมื่อนกันก็ขอให้น้ำดื่นสะอาดก็แล้วกันเครื่องกรองน้ำบางตัวก็แพงเกินความเป็นจริงที่เครื่องกรองน้ำจะทำได้ ทุกๆวันเราก็กินข้าวเช้า.เทียง.เย็น ทุกวัน ตัวเราก็ได้ แร่ธาตุ อาหารหลักคบ 5 หมู่ อยู่แล้ว เราจึงไม่จำเป็นต้องเอา แร่ธาตุจากในน้ำ  เพราะมีคนมาขายเครื่องกรองน้ำก็ยังขายฝันในน้ำดื่มที่ยังไม่รู้ว่าในแหร่งน้ำนั้นว่ามีแร่ธาตุหรือไม่มีเพราะบางที่ก็ไม่มีเลยในแร่ธาตุนั้นก็ยังมีแร่ธาตุที่ให้ประโยช์และแร่ธาตุบางตัวก็ให้โทษต่อร่างกาย  เลยมีความเชื่อว่าคนขายเครื่องกรองน้ำนั้นเอาคำว่าแร่ธาตุมาเป็นจุดขายมากกว่า  เพราะเครื่องกรองน้ำก็เหมื่อนๆกันเพราะจุดประสงค์เครื่องกรองน้ำนั้นเป็นเพียงเก็บสิ่งสกปรกออกไปเหมื่อนกันแต่ถ้าพูดว่าได้( แร่ธาตุใส่เข้าไปในการขาย) เพราะการพูดถึงแร่ธาตุก็ผิดวัตถุของเครื่องกรองน้ำที่จะทำได้  ก็ทำให้เป็นจุดขายก็เท่านั้น  มันเป็นวิธีการขายแบบขายฝันในสิ่งที่ยังพิสูจย์ไม่ได้ว่าแร๋ธาตุในน้ำดื่มให้ประโยช์  แต่แร่ธาตุที่พิสูจย์ได้ที่ให้ประโยช์จริงๆนั้นมาจากอาหารหลัก 5 หมู่ที่เรากินอยู่แล้วทุกๆวัน เลยไมจำเป็นต้องซื่อเครื่องกรองน้ำที่ราคาแพง  ที่มาเน้นแต่แร่ธาตุในน้ำดื่มเท่านั้น::lol:




ความคิดเห็นที่ 75

ความรู้เพิ่มเติม (Guest)
22 ก.ค. 2551 21:41
  1. ระบบ REVERSE OSMOSIS คืออะไร

    REVERSE OSMOSIS (RO)เป็นระบบการกรองโดย

    ใช้เยื่อกรองชนิดพิเศษที่เรียกว่า Membrane ซึ่งทำจากใยสังเคราะห์เซลลูโลส มีความละเอียดถึง 0.001 ไมครอน(เส้นผมมนุษย์ = 1000 ไมครอน / เชื้อโรคต่างๆ , ไวรัส = 0.001 ไมครอน) ด้วยคุณสมบัตินี้เองทำให้สารละลาย สิ่งปนเปื้อน เช่น โลหะหนัก,ปุ๋ยเคมี,ยาฆ่าแมลง,สารตะกั่ว รวมทั้งเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า ไม่สามารถแทรกตัวเล็ดลอดผ่านเยื่อกรองนี้ไปได้ จะมีเพียงน้ำบริสุทธิ์เท่านั้นที่สามารถซึมผ่านได้ สิ่งปนเปื้อนที่ถูกดักไว้ในเยื่อกรองจะถูกกำจัดออกจากระบบทันที เพื่อป้องกันการตกค้างสะสมภายในเครื่อง โดยจะแยกออกคนละทางกับน้ำบริสุทธิ์ที่ผ่านการกรองแล้ว วิธีการนี้ทำให้น้ำกรอง RO มีความบริสุทธิ์ระกับมาตรฐานน้ำ Purifired ของยุโรปและอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สูงกว่าน้ำกรองและระบบอื่นๆ หลายเท่าตัว

    ดังนั้นน้ำดื่ม RO จึงเป็นน้ำที่สะอาด บริสุทธิ์ และเป็นตัวทำละลายที่ดีที่สุดเพียงชนิดเดียวที่เข้าสู่ร่างกายโดยไม่เป็นโทษต่อเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย

    น้ำ RO จะผลักดันให้สารพิษ หรือของเสียที่ละลายน้ำนั้นไหลเข้าสู่กระแสเลือด และถูกนำไปเก็บสะสมไว้ที่อวัยวะขับถ่ายเพื่อลำเลียงออกจากร่างกาย

    ทำไมต้องน้ำดื่ม RO

    น้ำ RO ถือว่าเป็นน้ำบริสุทธิ์และสะอาดที่สุด ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรส หน้าที่ของน้ำ ก็ถือควบคุมอุณหภูมิและเป็นตัวทำลายตามธรรมชาติ

    น้ำที่เราดื่ม จะช่วยทำหน้าที่ต่างๆ ในร่างกายได้ดังนี้

    • น้ำบริสุทธิ์เป็นตัวช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกายที่เหมาะสม

    • น้ำบริสุทธิ์ช่วยในระบบย่อยอาหาร และการดูดซึมได้ดี

    • น้ำบริสุทธิ์จะเข้าไปผสมกับโลหิต เพื่อขนส่งไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย

    • น้ำบริสุทธิ์เป็นตัวส่งสารอาหารไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย

    • น้ำบริสุทธิ์ช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย โดยน้ำบริสุทธิ์จะช่วยให้ไตกรองของเสียออกได้สะดวกและไม่ต้องทำงานหนัก

    • น้ำบริสุทธิ์ช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานน้อยลง เพราะหากมีน้ำในระบบเลือดน้อยหัวใจจะสูบฉีดหนักขึ้น จะทำให้เกิดโรคหัวใจโต

    • น้ำบริสุทธิ์จะช่วยให้ใบหน้าสดชื่น และผิวหนังเปล่งปลั่ง

    • น้ำบริสุทธิ์ ดื่มมากๆ ยังช่วยรักษาน้ำหนักร่างกายได้ดี

    • น้ำ ทำหน้าที่ละลายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนในถุงลมปอด ทำหน้าที่ได้ต่อเมื่อมีน้ำละลายก๊าซเหล่านี้



ความคิดเห็นที่ 76

พูดทำรายคู่แข่งของตัวเอง (Guest)
22 ก.ค. 2551 21:51
  1. ดร. พิชัย โตวิวิชญ์ คนนี้ทำธุรกิจ (แอมเวย์ )อยู่ตำแหน่ง

    ที่ปรีกษาแอมเวย์ เลยเอาตำแหน่งตัวเองมาพูดว่าร้าย น้ำอาร์โอเพื่อจะทำรายคู่แข่ง เพื่อเป็นการเอื้อในธุรกิจที่ตัวเองทำอยู่ ทุกคนเข้าไปดูได้ค่ะ ถึงว่าทำไมโจมตีจัง



ความคิดเห็นที่ 77

ข้อมูลน่ารู้ที่สำคัญ (Guest)
22 ก.ค. 2551 21:53
  1. พอดีได้ทราบเรื่องน้ำอาร์โอ ที่ถูกโจมตีเป็นการใหญ่แต่จะขอพูดถึงข้อท้วงติงของ *ท่านผู้รู้* ที่ออกมาโจมตีว่าน้ำอาร์โอ (พอเข้าไปหาข้อมูลกับท่านผู้รู้คนนี้ที่เป็นนักเคมีที่โจมตีก็มารู้ว่าท่านคนนี้ทำธุรกิจ(เว-เว) ก็เลยเชื่อถือไม่ได้ ถึง ว่าทำไม่ ถึง โจมตีอาร์โอจัง และแร่ธาตุทางเคมีกับแร่ธาตุซึ่งร่างกายต้องการนั้นเป็นคนละเรื่อง แร่ธาตุทางเคมีบางอย่างนั้น ถ้าร่างกายไม่ต้องการขืนกินเข้าไปก็เป็นพิษถึงตายได้แร่ธาตุซึ่งร่างกายต้องการมีอยู่18 อย่าง แคลเซียม คลอรีน โครเมียม โคบอลท์ ทองแดง ฟลูออรีน ไอโอดีน เหล็ก แมกนีเซียม แมงกานีส โมรบดีนับ ฟอสฟอรัส โปรแตสเซียม ซีเลเนียม โซเดียม ซัลเฟอร์วา นาเดียม สังกะสี 18 อย่างทั้งหมดนี้ มีอยู่แล้วในอาหารที่เรากินอยู่อาหารหลัก 5 หมู่ จะเป็นพวกคาร์โฮเดรต โปรตีน และไขมัน ล้วนแล้วแต่มีแร่ธาตุต่างๆเหล่านี้พอเพียง และก็ขอยืนยันว่าสารอาหารซึ่งจำเป็นสำหรับร่างกายนั้นมีอยู่แล้วในอาหารที่เรากินซึ่งรวมทั้งวิตามินและแร่ธาตุ 18 อย่างนี้ด้วย แคลเซียมกับแมกนีเซียม ถ้าเอาไปเติมลงในน้ำดื่มมากๆก็ไม่ดี แร่ธาตุ 2 อย่างนี้มีมากเกินไปก็จะเกิดพิษ (TOXICITY) ต่อร่างกายปริมาณซึ่งคณะกรรมการอาหารและโภชนาการของอเมริกันแนะนำปริมาณสารอาหารต่อวัน(RDA) ไว้สำหรับสารสอง อย่างนี้คือ แคลเซียม 800-1200 ม.ก. ต่อวัน และแมกนีเซียม 300-450 ม.ก.ต่อวัน แต่ไม่มีสูตรที่ไหนแนะนำไว้เลยว่าให้เสาะหาแร่ธาตุต่างๆจากน้ำดื่มมีแต่ระบุว่าให้กินอาหาร ให้ครบ เพื่อที่จะได้วิตามินและแร่ธาตุครบถ้วนทั้งนั้น การที่มีการสร้างข่าวออกมาต่างๆเพื่อเป็นการโจมตีทางธุรกิจของเครื่องกรองน้ำด้วยกันและกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจมากกว่า เอาเป็นว่าใครที่ชอบความสะอาดก็ดื่มน้ำอาร์โอปลอดภัยที่สุด




ความคิดเห็นที่ 78

ความรู้เพิ่มเติม (Guest)
22 ก.ค. 2551 21:56
  1. REVERSE OSMOSIS (RO)เป็นระบบการกรองโดย

    ใช้เยื่อกรองชนิดพิเศษที่เรียกว่า Membrane ซึ่งทำจากใยสังเคราะห์เซลลูโลส มีความละเอียดถึง 0.0001 ไมครอน(เส้นผมมนุษย์ = 100 ไมครอน / เชื้อโรคต่างๆ , ไวรัส = 0.01 ไมครอน) ด้วยคุณสมบัตินี้เองทำให้สารละลาย สิ่งปนเปื้อน เช่น โลหะหนัก,ปุ๋ยเคมี,ยาฆ่าแมลง,สารตะกั่ว รวมทั้งเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า ไม่สามารถแทรกตัวเล็ดลอดผ่านเยื่อกรองนี้ไปได้ จะมีเพียงน้ำบริสุทธิ์เท่านั้นที่สามารถซึมผ่านได้ สิ่งปนเปื้อนที่ถูกดักไว้ในเยื่อกรองจะถูกกำจัดออกจากระบบทันที เพื่อป้องกันการตกค้างสะสมภายในเครื่อง โดยจะแยกออกคนละทางกับน้ำบริสุทธิ์ที่ผ่านการกรองแล้ว วิธีการนี้ทำให้น้ำกรอง RO มีความบริสุทธิ์ระกับมาตรฐานน้ำ Purifired ของยุโรปและอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สูงกว่าน้ำกรองและระบบอื่นๆ หลายเท่าตัว

    ดังนั้นน้ำดื่ม RO จึงเป็นน้ำที่สะอาด บริสุทธิ์ และเป็นตัวทำละลายที่ดีที่สุดเพียงชนิดเดียวที่เข้าสู่ร่างกายโดยไม่เป็นโทษต่อเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย

    น้ำ RO จะผลักดันให้สารพิษ หรือของเสียที่ละลายน้ำนั้นไหลเข้าสู่กระแสเลือด และถูกนำไปเก็บสะสมไว้ที่อวัยวะขับถ่ายเพื่อลำเลียงออกจากร่างกาย

    ทำไมต้องน้ำดื่ม RO

    น้ำ RO ถือว่าเป็นน้ำบริสุทธิ์และสะอาดที่สุด ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรส หน้าที่ของน้ำ ก็ถือควบคุมอุณหภูมิและเป็นตัวทำลายตามธรรมชาติ

    น้ำที่เราดื่ม จะช่วยทำหน้าที่ต่างๆ ในร่างกายได้ดังนี้

    · น้ำบริสุทธิ์เป็นตัวช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกายที่เหมาะสม

    · น้ำบริสุทธิ์ช่วยในระบบย่อยอาหาร และการดูดซึมได้ดี

    · น้ำบริสุทธิ์จะเข้าไปผสมกับโลหิต เพื่อขนส่งไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย

    · น้ำบริสุทธิ์เป็นตัวส่งสารอาหารไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย

    · น้ำบริสุทธิ์ช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย โดยน้ำบริสุทธิ์จะช่วยให้ไตกรองของเสียออกได้สะดวกและไม่ต้องทำงานหนัก

    · น้ำบริสุทธิ์ช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานน้อยลง เพราะหากมีน้ำในระบบเลือดน้อยหัวใจจะสูบฉีดหนักขึ้น จะทำให้เกิดโรคหัวใจโต

    · น้ำบริสุทธิ์จะช่วยให้ใบหน้าสดชื่น และผิวหนังเปล่งปลั่ง

    · น้ำบริสุทธิ์ ดื่มมากๆ ยังช่วยรักษาน้ำหนักร่างกายได้ดี

    · น้ำ ทำหน้าที่ละลายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนในถุงลมปอด ทำหน้าที่ได้ต่อเมื่อมีน้ำละลายก๊าซเหล่านี้




ความคิดเห็นที่ 82

คนรักสุขภาพ (Guest)
15 พ.ย. 2551 23:02
  1. แพทย์และดอกเตอร์บางคน ในสมันนี้เชื่อไม่ได้แล้ว ไม่เป็นกลาง เนื่องจาก ทำธุรกิจ ( ขายน้ำ และ เครื่องกรองน้ำ ) เลยเอาตำแหน่งตัวเองมาพูดว่าธุรกิจ อื่นๆให้เสียหาย เพื่ออำนวยความสะดวกในธุรกิจที่ตัวเองทำอยู่ พ่อผมดื่มน้ำ RO มา 20 ปี แล้ว ผมก็ดื่ม ด้วยไมเห็นเป็นอะไรเลย ไมเป็น โรคอย่างที่คุณว่าเลย มีแต่คนที่ไมเคยดื่มน้ำระบบ RO ที่เป็นโรคที่คุณว่ากันอยู่มากมาย อย่าเอาเรื่องไมเป็นความจริงมาเขียน คนในต่างประเทศ เข้าดื่มน้ำ RO มา30-40 ปีแล้ว เข้าก็อยู่กันมีความสุขดีไมเป็นโรคอย่างที่คุณเขียนเลย เอาความจริงมาเขียนยังดีกว่า หรือ เอาศูนย์วิจัยมาเลยอย่าเอาหมอหรือดอกเตอร์มาอ่าง เพราะบางคนทำธุรกิจกันทั้งนั้นเชื่อไม่ได้แล้วกับบางคน และก็เป็นตัวบุคคนพูดกันไปเองไม่มีการรับรองของศูนย์วิจัยไหนเลย คนอ่านก็ใช้ดุลพินิจดีๆ นะครับ




ความคิดเห็นที่ 71

ข้อมูลน่ารู้ที่สำคัญ (Guest)
4 ก.ค. 2551 11:09
  1. พอดีได้ทราบเรื่องน้ำอาร์โอ ที่ถูกโจมตีเป็นการใหญ่แต่จะขอพูดถึงข้อท้วงติงของ *ท่านผู้รู้* ที่ออกมาโจมตีว่าน้ำอาร์โอ  (พอเข้าไปหาข้อมูลกับท่านผู้รู้คนนี้ที่เป็นนักเคมีที่โจมตีก็มารู้ว่าท่านคนนี้ทำธุรกิจ(เว-เว) ก็เลยเชื่อถือไม่ได้ ถึง ว่าทำไม่ ถึง โจมตีอาร์โอจัง และแร่ธาตุทางเคมีกับแร่ธาตุซึ่งร่างกายต้องการนั้นเป็นคนละเรื่อง แร่ธาตุทางเคมีบางอย่างนั้น ถ้าร่างกายไม่ต้องการขืนกินเข้าไปก็เป็นพิษถึงตายได้แร่ธาตุซึ่งร่างกายต้องการมีอยู่18 อย่าง แคลเซียม คลอรีน โครเมียม โคบอลท์ ทองแดง ฟลูออรีน ไอโอดีน เหล็ก แมกนีเซียม แมงกานีส  โมรบดีนับ ฟอสฟอรัส โปรแตสเซียม ซีเลเนียม โซเดียม ซัลเฟอร์วา นาเดียม สังกะสี 18 อย่างทั้งหมดนี้ มีอยู่แล้วในอาหารที่เรากินอยู่อาหารหลัก 5 หมู่  จะเป็นพวกคาร์โฮเดรต โปรตีน และไขมัน ล้วนแล้วแต่มีแร่ธาตุต่างๆเหล่านี้พอเพียง และก็ขอยืนยันว่าสารอาหารซึ่งจำเป็นสำหรับร่างกายนั้นมีอยู่แล้วในอาหารที่เรากินซึ่งรวมทั้งวิตามินและแร่ธาตุ 18 อย่างนี้ด้วย แคลเซียมกับแมกนีเซียม ถ้าเอาไปเติมลงในน้ำดื่มมากๆก็ไม่ดี แร่ธาตุ 2 อย่างนี้มีมากเกินไปก็จะเกิดพิษ (TOXICITY) ต่อร่างกายปริมาณซึ่งคณะกรรมการอาหารและโภชนาการของอเมริกันแนะนำปริมาณสารอาหารต่อวัน(RDA) ไว้สำหรับสารสอง อย่างนี้คือ แคลเซียม 800-1200 ม.ก. ต่อวัน และแมกนีเซียม 300-450 ม.ก.ต่อวัน แต่ไม่มีสูตรที่ไหนแนะนำไว้เลยว่าให้เสาะหาแร่ธาตุต่างๆจากน้ำดื่มมีแต่ระบุว่าให้กินอาหาร ให้ครบ เพื่อที่จะได้วิตามินและแร่ธาตุครบถ้วนทั้งนั้น  การที่มีการสร้างข่าวออกมาต่างๆเพื่อเป็นการโจมตีทางธุรกิจของเครื่องกรองน้ำด้วยกันและกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจมากกว่า  เอาเป็นว่าใครที่ชอบความสะอาดก็ดื่มน้ำอาร์โอปลอดภัยที่สุด



     




ความคิดเห็นที่ 66

rot_rd@yahool.com (Guest)
27 ก.พ. 2551 08:45
  1. <P>หน่วยงานด้านสาธารณะสุขควรให้ความกระจ่างกับประชาชน</P>

    <P>ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง</P>



ความคิดเห็นที่ 108

VanillaSky
29 ก.ย. 2554 13:59
  1.  


    น้ำ R.O. บริสุทธิ์ หยุดดื่มดีกว่า


    รองศาสตราจารย์ ดร.พิชัย โตวิวิชญ์


    อดีต นายสมาคมเคมี  ปัจจุบัน ประธานชมรมอยู่ร้อยปี – ชีวีเป็นสุข


     ********************


     


    1. จุดเริ่มต้นจากกลเคมี


              ผู้เขียนเริ่มสนใจเรื่องน้ำดื่มเป็นพิเศษ เมื่อประมาณปี พ.ศ.2537 มีการสาธิตทดลองเปรียบเทียบคุณภาพของน้ำดื่ม โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า TDS Meter ซึ่งประกอบด้วยเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าจากกระแสไฟสลับที่ใช้ตามบ้านเรือนเป็นกระแสไฟตรงไปยังขั้วไฟฟ้า 2 คู่ แต่ละคู่ประกอบด้วยขั้วอะลูมิเนียมกับขั้วเหล็ก


              ในยุคนั้นมีการนำเครื่อง TDS Meter นี้ มาจุ่มลงในน้ำดื่ม 2 ชนิด ที่ต้องการเปรียบเทียบ ได้แก่


              น้ำชนิดที่ 1 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยระบบรีเวอร์สออสโมซิส (Reverse Osmosis หรือย่อว่า R.O.) ซึ่งเป็นน้ำบริสุทธิ์ไม่มีเกลือแร่ละลายอยู่เลย


              น้ำชนิดที่ 2 เป็นน้ำดื่มบรรจุขวดที่มีชื่อเสียงดีที่สุด มีผู้นิยมดื่มมากที่สุด


              เมื่อเปิดสวิทซ์ไฟฟ้า เครื่อง TDS Meter ที่จุ่มอยู่ในน้ำทั้ง 2 ชนิดดังกล่าวมาข้างต้น ปรากฏว่าน้ำชนิดที่ 1 ซึ่งผลิตด้วยระบบ R.O. ยังคงเป็นน้ำใสไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในขณะที่น้ำชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นของบริษัทที่ผลิตน้ำดื่มที่ดีที่สุดมีผู้นิยมดื่มกันมาก มีตะกอนสีน้ำตาลปนดำเกิดขึ้นมากมายดูแล้วน่าเกลียดไม่น่าดื่ม


              นอกจากนี้ยังมีการนำน้ำประปามาทดลองในทำนองเดียวกัน ปรากฏว่าน้ำประปาไม่มีตะกอนเกิดขึ้นเพียงแต่มีการเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลเหลือง ผู้ทำการทดลองจึงสรุปว่า น้ำที่ผลิตโดยขบวนการ R.O. ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของตนเป็นน้ำดื่มที่ดีที่สุด น้ำประปาดีเป็นที่ 2 และน้ำดื่มที่นิยมกันมากที่สุดเป็นน้ำดื่มที่เลวหรือแย่ที่สุด


              การทดลองเปรียบเทียบดังกล่าวมาข้างต้น ถ้าดูเผินๆ โดยไม่คิดพิจาณาให้ดีจะเชื่อตามการทดลองนั้นจริงๆ แม้แต่นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากก็ยังหลงเชื่อว่าเป็นจริง แต่ที่แท้เป็นความเท็จ


              ผู้เขียนเป็นคนแรกในประเทศไทยที่เปิดเผยความจริงในเรื่องนี้ว่า ที่แท้เป็นการ “เล่นกลทางเคมี” ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังต่อไปนี้


    1. น้ำ R.O. หรือน้ำที่ผลิตโดยขบวนการรีเวอร์สออสโมซิส เป็นน้ำบริสุทธิ์ ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นฉนวน กล่าวคือ ไฟฟ้าไม่สามารถไหลผ่านได้ เมื่อเปิดสวิทซ์ไฟฟ้าที่มีขั้วไฟฟ้าจุ่มอยู่ จึงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังคงเป็นน้ำใสเหมือนเดิม


    2. น้ำดื่มที่ดีโดยทั่วไป รวมทั้งน้ำที่มีชื่อเสียงจำหน่ายมากที่สุดที่นำมาทดลองเปรียบเทียบนั้น มีเกลือแร่ละลายอยู่มากมาย จนเรียกได้ว่าเป็น “น้ำแร่” ที่ชาวต่างประเทศชอบดื่มกันมาก แร่ธาตุที่ละลายอยู่ในน้ำนั้นจะเป็นสื่อนำไฟฟ้าได้ เมื่อเปิดสวิทซ์ไฟฟ้าที่มีขั้วอะลูมิเนียมและขั้วเหล็กจุ่มอยู่ในน้ำนั้นก็จะเกิดปฏิกิริยา Electrohydrolysis หรือขบวนการแยกสลายน้ำด้วยไฟฟ้า ทำให้น้ำซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจนกลายเป็นก๊าซวิ่งไปผุดเป็นฟองก๊าซที่ขั้วอะลูมิเนียม และออกซิเจนแล่นไปที่ขั้วเหล็ก


                เมื่อขั้วเหล็กทำปฏิกิริยากับออกซิเจนที่แตกตัวออกมาจากน้ำก็กลายเป็นสนิมเหล็ก อยู่ในสภาวะของน้ำดื่มที่มีคุณภาพดีจะมีฤทธิ์เป็นด่างเล็กน้อย ซึ่งสนิมเหล็กไม่ละลายจึงกลายเป็นตะกอนของสนิมเหล็กสีน้ำตาล ถ้าปล่อยให้ไฟฟ้าผ่านเป็นเวลานานเข้า ตะกอนของสนิมเหล็กก็อาจเปลี่ยนเป็นสีดำได้


              ดังนั้นตะกอนที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เกิดจากความสกปรก แต่เกิดจากออกซิเจนที่แตกตัวออกจากโมเลกุลของน้ำอันเนื่องจากอิทธิพลของไฟฟ้ามาทำปฏิกิริยากับขั้วเหล็กกลายเป็นสนิมเหล็กไม่ละลายในน้ำดื่มที่ดีมีฤทธิ์เป็นด่างเล็กน้อย


    3. ทำไมน้ำประปาจึงไม่มีตะกอนเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ทำการทดลองแบบเดียวกัน


              คำตอบก็คือ น้ำประปาในประเทศไทยใช้คลอรีนเป็นตัวฆ่าเชื้อโรค ทำให้น้ำประปามีฤทธิ์เป็นกรด สามารถละลายสนิมเหล็กได้ เราจึงไม่เห็นเป็นตะกอน เพราะตะกอนสนิมเหล็กที่เกิดขึ้นนั้นละลายในน้ำประปาที่มีฤทธิ์เป็นกรด คงเห็นแต่การเปลี่ยนสีที่เกิดจากการละลายของสนิมเหล็กเป็นสีน้ำตาลเหลือง    


    4. วิธีพิสูจน์ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้


    ผู้เขียนได้ใช้เกลือแกง ที่ใช้ในครัวมาเพียงเล็กน้อย ละลายในน้ำ R.O. เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อไฟฟ้า เมื่อเปิดสวิทช์ไฟที่มีขั้วอลูมิเนียมและขั้วเหล็กจุ่มอยู่เหมือนกับการทดลองในตอนแรก ซึ่งน้ำ R.O. จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่คราวนี้ที่ขั้วเหล็กจะมีตะกอนเกิดขึ้น เหมือนกับที่เกิดกับน้ำดื่ม ที่มีชื่อเสียงโด่งดังซึ่งเอามาเปรียบเทียบในตอนแรก ส่วนขั้วอะลูมิเนียมก็มีฟองก๊าซไฮโดรเจน เช่นเดียวกับการทดลองอื่นๆ


              เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าตะกอนที่เกิดขึ้นน่าเกลียดนั้น ไม่ได้เกิดจากความสกปรกของน้ำ แต่เกิดจากการแตกตัวของออกซิเจนจากน้ำทำปฏิกิริยากับขั้วเหล็กและกลายเป็นตะกอนของสนิมเหล็กนั้นเอง


              บทสรุปของการทดลองดังกล่าวมาข้างต้น เป็นการเล่นกลเคมี ซึ่งผู้ที่ทำการทดลองต้องลงโฆษณาขออภัยบริษัทผู้ผลิตน้ำดื่มที่มีชื่อเสียงโด่งดังในหนังสือพิมพ์หลายฉบับในเวลาต่อมา และสื่อมวลชนได้ให้ความสนใจเรื่องนี้กันมาก ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ ได้เสนอบทความและเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างกว้างขวางนานาทัศนะ จนกระทั่งมีการสรุปว่า “คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด” (ดูตัวอย่างบทความในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2537)


     


    2. น้ำ R.O. หรือ Reverse Osmosis คืออะไร


              น้ำที่ผลิตโดยขบวนการรีเวอร์ส ออสโมซีส (Reverse Osmosis หรือ R.O.) เป็นน้ำที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยี โดยมีเยื่อพิเศษ ที่จะกีดกันไม่ให้เกลือแร่ที่ละลายอยู่ในน้ำซึ่งมีประจุบวกและประจุลบไหลผ่านไปได้ ส่วนที่ไหลผ่านทะลุเยื่อพิเศษนี้ไปได้จึงเป็นเฉพาะน้ำบริสุทธิ์เท่านั้น ซึ่งเป็นน้ำอ่อนที่สุดมีความเป็นกรดเล็กน้อย ภาชนะที่ใช้ถ้าเป็นเหล็กจะเป็นสนิมได้ง่ายจึงต้องใช้พลาสติก และเนื่องจากเป็นน้ำบริสุทธิ์จึงเป็นฉนวนไฟฟ้า


     


    3. ประโยชน์ของน้ำ R.O.


                  3.1 ใช้เติมแบตเตอรี่รถยนต์ที่เรียกว่าน้ำกลั่น


                  3.2 ใช้ในการผสมยาหรือผลิตยาและวงการแพทย์


                  3.3 ใช้ในการวิจัยที่ต้องการความบริสุทธิ์ของน้ำ


                  3.4 ใช้ในงานหรือขบวนการต่างๆ ที่ต้องการน้ำบริสุทธิ์ เช่น เครื่องจักรกลของการไฟฟ้า


     


    4. โทษของการดื่มน้ำ R.O. บริสุทธิ์


              ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นนักเคมียังจำได้ถึงคำเตือนของอาจารย์ผู้คุมห้องปฏิบัติการ (ห้อง Lab) ทางเคมีที่บอกในวันแรกที่เข้าห้อง Lab ว่า “น้ำกลั่นในห้อง Lab ห้ามดื่มเป็นอันขาด”


    นอกจากนี้ผู้เขียนได้เห็นน้ำกลั่นเติมแบตเตอรี่ มีข้อความพิมพ์ไว้ข้างขวดว่า “ใช้เติมแบตเตอรี่รถยนต์เท่านั้น” (แปลว่า ไม่ให้ใช้ดื่ม!)


                อย่างไรก็ตามเมื่อปี 2540 รัฐบาลไทยภายใต้การนำของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในยุคนั้นได้มี “โครงการน้ำดื่มเอื้ออาทร” และมีการโฆษณาว่า “น้ำดื่มบริสุทธิ์เพื่อสุขภาพและความประหยัด” จาก พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี


              ทำให้ผู้เขียนต้องออกมารณรงค์ชี้แจ้งแถลงไขถึงข้อควรระมัดระวังในการดื่มน้ำ R.O.บริสุทธิ์ซึ่งจะฉุดให้ร่างกายขาดเกลือแร่ หลายชนิด (Multi-mineral Deficiency) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกลือแร่ แคลเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งมีความสำคัญต่อร่างกายถ้าขาดแร่ธาตุ 2 ตัวนี้ จะเป็นสาเหตุของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ มากมายยกตัวอย่างเช่น


                เอาแค่แมกนีเซียมตัวเดียวเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาของเอนไซม์ในร่างกายของคนเรามากกว่า 300 ปฏิกิริยา เช่น การทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจ ธาตุแมกนีเซียมนี้ มีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคต่างๆ ได้ถึง 50 โรค ยกตัวอย่าง เช่น โรคแก่ก่อนวัย (Aging) พฤติกรรมก้าวร้าว (Aggressive) ความจำเสื่อม (Alzheimer) สมองเสื่อม (Brain Damage) มะเร็ง (Cancer) เบาหวาน (Diabetes) โรคหัวใจ (Heart Disease) โรคเอดส์ (AIDS) นิ่วในไต (Kidney Stones) ความดันโลหิตสูง (High B.P.) กระดูกพรุน โรคจิต ปวดตามข้อ (Rheumatoid Arthritis) โรคเครียดและพฤติกรรมรุนแรง (Violence) ฯลฯ เป็นต้น


              เป็นที่น่าสังเกตว่าโรคต่างๆ ดังกล่าวมาข้างต้นมีสถิติเป็นกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมีการนำ เรซิ่นขจัดความกระด้างของน้ำมาใช้ในขบวนการกรองน้ำ ทำให้น้ำที่กรองได้เป็นน้ำอ่อน ปราศจากแร่ธาตุแคลเซียม และแมกนีเซียม


              ยิ่งมาในยุคนี้ซึ่งมีน้ำ R.O. จำหน่ายกันอย่างแพร่หลายทั้งที่บรรจุขวดและที่หยอดเหรียญ ถ้าคิดไปแล้วก็จะยิ่งใจหายเพราะน้ำR.O. เป็นน้ำที่อ่อนที่สุด เพราะไม่มีเกลือแร่ใดๆ ทั้งสิ้น เป็นน้ำบริสุทธิ์ซึ่งไม่ควรใช้ดื่มอย่างยิ่ง


     


    5. น้ำดื่ม R.O. อันตรายได้อย่างไร


              ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าน้ำในร่างกายของคนเราล้วนมีเกลือแร่ละลายอยู่ เพื่อเป็นสื่อนำการเคลื่อนไหวของประจุไฟฟ้าทำให้เกิดพละกำลังและร่างกายสามารถทำงานได้ เพราะมีความสมดุลเกิดขึ้น ถ้าเราดื่มน้ำ R.O. บริสุทธิ์จะเกิดปรากฎการณ์ ดังต่อไปนี้


              5.1 น้ำ R.O. บริสุทธิ์เมื่อเข้าไปในร่างกายจะกลายเป็น “สิ่งแปลกปลอม” (Foreign Substance) ทำให้เซลในร่างกายของเราต้องทำการปรับสมดุลของประจุด้วยการปล่อยแร่ธาตุแมกนีเซียมที่อยู่ภายในเซลและแร่ธาตุอื่นๆ ออกมาและถูกขับออกไปจากร่างกาย ทำให้ร่างกายขาดแร่ธาตุที่สำคัญ และเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้มากมายดังกล่าวมาข้างต้น


              5.2 น้ำ R.O. บริสุทธิ์มีความสามารถในการสกัดและกัดกร่อน เอาแร่ธาตุในร่างกายออกมาได้มากกว่าน้ำที่มีแร่ธาตุอยู่แล้ว เพราะความบริสุทธิ์และ “กระหาย” ที่จะละลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ทำให้ร่างกายขาดเกลือแร่หลายชนิดได้ (Multi-mineral Deficiency)


              5.3 น้ำ R.O. บริสุทธิ์ มีฤทธิ์เป็นกรดเล็กน้อย ซึ่งความเป็นกรดเป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลือดของบุคคลทั่วไปที่มีร่างกายแข็งแรงจะมีฤทธิ์เป็นด่าง ถ้ากลับกลายเป็นกรดเมื่อไรก็จะเกิดอาการเจ็บป่วยและอันตรายถึงตายได้ เป็นต้น  


     


    6. อาหารไทย มีเกลือแร่มากมาย ไม่น่าเป็นห่วงเรื่องน้ำ R.O. จริงหรือ


              คำตอบที่ถูกต้องก็คือ เป็นเรื่องที่น่าห่วงใยอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าอาหารไทยมีเกลือแร่มากมายก็ตามทั้งนี้เพราะเกลือแร่จากอาหารกว่าจะเข้าไปในเซลได้ต้องใช้เวลานาน ผ่านขบวนการที่เรียกว่า Metabolism แต่การสูญเสียเกลือแร่จากการดื่มน้ำ R.O. บริสุทธิ์ จะเกิดขึ้นทันที เสมือนหนึ่ง ถังน้ำที่มีรูรั่ว ถึงแม้จะมีน้ำมาเติมก็จะสูญเสียและรั่วไหลออกไปได้ ทำให้ร่างกายไม่สบาย


     


    7. วิธีแก้ปัญหาเครื่องกรองน้ำ


                เมื่อได้ทราบถึงอันตรายของการดื่มน้ำอ่อน (ที่ปราศจากความกระด้างของน้ำ) หรือน้ำที่ผลิตโดยระบบ R.O. (Reverse Osmosis) ผู้ที่มีเครื่องกรอง ไม่ว่าจะเป็นระบบที่มีเรซิ่น (Resins) หรือ ระบบ R.O. ก็ควรจะทำการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งทำได้ดังต่อไปนี้


              7.1 ถ้าเป็นระบบที่ใช้เรซิ่น  (Resins) ซึ่งมักจะแนะนำว่าเมื่อใช้ไปนานๆ จะต้องล้างด้วยน้ำเกลือแกงเข้มข้น วิธีแก้ที่ดีก็คือ ไม่ต้องล้างด้วยเกลือแกงปล่อยให้เรซิ่น (Rosins) อิ่มตัวไม่สามารถจับแคลเซียม หรือแมกนีเซียม อีกต่อไปก็จะทำให้น้ำที่กรองออกมามีความกระด้างเล็กน้อย ซึ่งดื่มแล้วจะทำให้อายุยืนยาวมากขึ้นได้ เพราะมีแร่ธาตุแคลเซียมและแมกนีเซียมนั่นเอง


              7.2 ถ้าเป็นระบบ R.O. แก้ได้ แต่ทำยากกว่า เพราะจะต้องมีการเติมเกลือแร่ลงไปในน้ำที่กรองออกมาซึ่งเป็นน้ำบริสุทธิ์และมีความเป็นกรด ดังนั้นวิธีแก้ไขที่ดีที่สุดได้แก่ การนำน้ำ R.O. ที่กรองได้นี้เข้าไปในเครื่องกรองอีกต่อหนึ่ง ซึ่งจะช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของน้ำให้ดีขึ้นในเรื่องต่อไปนี้


              7.2.1 เพิ่มเกลือแร่ ในน้ำที่กรองออกมา ซึ่งมีทั้งแคลเซียมและแมกนีเซียม


              7.2.2 เพิ่มความเป็นด่าง ที่ร่างกายต้องการ และสร้างสมดุลให้ร่างกาย


              7.2.3 ทำให้ได้ O.R.P. (Oxidation-Reduction Potential) เป็นลบ ซึ่งจะช่วยทำลาย “อนุมูลอิสระ” (Free Radicals) ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็ง


              7.2.4 ลดขนาดของกลุ่มน้ำ (Water Clusters) ให้เล็กลงทำให้การเคลื่อนไหวได้ง่ายและเร็วขึ้น (เลือดลมเดินดี)


    นับได้ว่าหากทำได้อย่างนี้แล้วจะได้ น้ำดื่มในอุดมคติ (Ideal Drinking Water) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายและช่วยกำจัดจุดอ่อน ข้อเสียที่เป็นอันตรายของน้ำ R.O. บริสุทธิ์ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งขณะนี้ เห็นจะมีแค่เครื่องกรองของประเทศเกาหลี ยี่ห้อ BIOCERA ซึ่งเจ้าของเป็นนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของที่โน่น เป็นเจ้าเดียวที่ผมเห็นว่าทำน้ำ RO ให้เป็นน้ำดื่มในอุดมคติได้


     


    8. บทสรุป


              น้ำ R.O. บริสุทธิ์หยุดดื่มดีกว่า จนกว่าทางราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการอาหารและยา (อ/ย) จะแก้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง “น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท” กำหนดปริมาณเกลือแร่ที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ต้องมีอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ไม่ใช่กำหนดไว้ว่ามีเกลือแร่ไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ ดังเช่นที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ซึ่งน้ำ R.O. บริสุทธิ์ไม่มีเกลือแร่เลย จึงไม่เกินตามที่ประกาศระบุไว้ แต่ดื่มแล้ว เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ ถึงแม้จะไม่เกิดอาการทันที แต่เป็นการ“ตายผ่อนส่ง” ซึ่งคงจะเห็นผลเมื่อดื่มไปนานๆ


        


    ถ้าใครสนใจเรื่องเครื่องทำน้ำดื่ม ที่ดีต่อสุขภาพ ผมก็มีความรู้ดีๆมอบให้ฟรีๆครับส่งอีเมล มาหาผมได้ที่่


    email:prescott.gr@gmail.com




ความคิดเห็นที่ 106

VanillaSky
29 ก.ย. 2554 13:33

  1. ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญมั่นใจแค่ไหนว่าสะอาด 100 %

    ใครที่พึ่งน้ำจากตู้น้ำหยอดเหรียญ ต้องรีบอ่านแล้วครับ


    ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการวิจัยที่เกี่ยวกับ “ความสะอาดปลอดภัยของน้ำจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ” พบว่า น้ำที่ได้จากตู้หยอดเหรียญยังมีความเสี่ยงในเรื่องของการปนเปื้อนเชื้อโรค ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพได้ “ฉลาดซื้อ” จึงอยากนำตัวอย่างงานวิจัยเรื่องน้ำจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญที่น่าสนใจมาให้ดูกัน


    คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ได้ทำการศึกษาเชิงสำรวจคุณภาพน้ำดื่มจากตู้น้ำหยอดเหรียญ โดยสุ่มตัวอย่างจากพื้นที่ 30 เขตของกรุงเทพฯ จำนวน 546 ตัวอย่างจาก 20 ตราผลิตภัณฑ์ ในช่วง มี.ค. – มิ.ย. 2548 โดยอาศัยเกณฑ์ประเมินคุณภาพของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ มอก. 257-2521 ของกระทรวงอุตสาหกรรม มาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 61 (2524) และฉบับที่ 135 (พ.ศ. 2534) และมาตรฐานของการประปานครหลวง ในภาพรวมพบว่า มีน้ำดื่มจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสูงถึง 289 ตัวอย่างหรือคิดเป็นร้อยละ 52.9


    ในปี 2550 อย. ได้ทำการศึกษาเรื่องความปลอดภัยของการบริโภคน้ำจากเครื่องผลิตน้ำดื่มหยอดเหรียญ โดยสุ่มตัวอย่างจากเขตพื้นที่ต่างๆ ใน กทม. จำนวน 350 ตัวอย่าง (50 เขตๆ ละ 7 ตัวอย่าง) พบว่า ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกระทรวงฯ ฉบับที่ 61 พ.ศ. 2524 และ ฉบับที่ 135 พ.ศ. 2534) จำนวน 264 ตัวอย่าง ซึ่งหมายความว่ากว่าร้อยละ 25 ของกลุ่มตัวอย่างไม่ผ่านเกณฑ์ และในจำนวนนี้พบว่าไม่ผ่านเกณฑ์เรื่อง กรด – ด่าง (pH) และความกระด้างร้อยละ 20.9 พบการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์ม (Coliforms) ร้อยละ 5.43 และ อี.โคไล (E.coli) ร้อยละ 0.57 นอกจากนี้ยังพบการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์มบริเวณหัวจ่ายน้ำของตู้น้ำหยอดเหรียญถึงร้อยละ 23.41 และมีตะไคร่เกาะอยู่ที่หัวจ่ายกว่าร้อยละ 50 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด


    ในปี 2552 สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย ได้ทำการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคครัวเรือนอีกครั้ง โดยสุ่มตรวจน้ำดื่มเพื่อการบริโภคประเภทต่างๆ ของครัวเรือน จาก 19 จังหวัดในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ (ไม่รวม กทม.) ทั้งเขตเมืองและชนบท ซึ่งได้มีการสุ่มตรวจคุณภาพน้ำดื่มตู้หยอดเหรียญด้วยจำนวน 6 ตัวอย่าง พบว่าไม่ผ่านเกณฑ์เรื่องแบคทีเรียจำนวน 4 ตัวอย่าง


    ซึ่งจากผลสำรวจทั้งหมดที่กล่าวมาพบว่า สาเหตุสำคัญที่น้ำดื่มจากตู้หยอดเหรียญมีการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ แบคทีเรีย และโคลิฟอร์ม เนื่องจากความไม่สะอาดของอุปกรณ์กรอกน้ำ ภาชนะที่เก็บน้ำและการเก็บน้ำที่กรอกออกจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญอย่างไม่ถูกสุขลักษณะนั่นเอง ที่ทำใหเกิดการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ ดังนั้นการเลือกใช้บริการน้ำดื่มจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ เราควรดูเรื่องความสะอาดของตู้เป็นสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณหัวจ่ายน้ำ ต้องไม่มีคราบสนิมหรือตะไคร่น้ำ นอกจากนี้ต้องสังเกตุสภาพของน้ำที่ได้จากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ทั้งเรื่องสี กลิ่น รสชาติ รวมถึงความขุ่น-ใสของน้ำ หากเห็นว่าผิดปกติ ควรหยุดบริโภคทันที






ความคิดเห็นที่ 107

VanillaSky
29 ก.ย. 2554 13:47
  1.  









    ข้อดีและข้อจำกัดในการใช้ RO. 


    ข้อดี


              1. ระบบ RO. สามารถประหยัดสารเคมีได้มากเมื่อเปรียบเทียบกับระบบเคมีทั่วๆไป ในระบบเคมีจะต้องใช้กรดและด่างจำนวนมากมาเจ็นเนอเรต นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องสภาพแวดล้อม ส่วนระบบ RO. จะใช้สารเคมีน้อยมาก ต้นทุนการผลิตน้ำจะตกอยู่ที่ค่าไฟของปั๊มน้ำ ซึ่งกินไฟมากเพราะความดันสูง แต่เมื่อเทียบกับราคาสารเคมีแล้วยังถูกกว่ามาก


              2. ระบบ RO. สามารถทำให้น้ำบริสุทธิ์โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานะของน้ำก่อน(nophase change) เหมือนอย่างวิธีการกลั่นน้ำทั่วๆไป


              3. ระบบ RO. ประกอบด้วยอุปกรณ์ไม่กี่อย่างจึงเป็นระบบที่กะทัดรัด เช่น ปั๊มน้ำมอเตอร์ วาล์ว มาตรวัดอัตราการไหล เครื่องวัดค่าความนำไฟฟ้า (conductivity meter) เกจวัดความดัน ฯลฯ


              4. ช่างคุมเครื่องจักรไม่จำเป็นต้องใช้ช่างฝีมือ เพียงแต่ผ่านการอบรมเพียงระยะเวลาสั้นๆก็สามารถคุมเครื่องได้ อุปกรณ์อัตโนมัติจะช่วยในการควบคุมง่ายขึ้น


    ข้อจำกัด


              1. ข้อจำกัดในเรื่องความดัน โดยปกติถ้าเป็นน้ำทะเลจะต้องใช้ความดัน 800 ถึง1,000 PSI และสำหรับน้ำกร่อยธรรมดา จะใช้ความดันไม่เกิน 400 ถึง 600 PSI ซึ่งในแง่ของการปฏิบัติแล้ว เราจะใช้ความดัน 200 PSI เหนือความดันออสโมซิส (Osmosis Pressure) ดังนั้นระบบ RO. จึงไม่สามารถใช้กับการแยกน้ำที่มีความเข้มข้นของสารละลายสูงมากๆได้เพราะโครงสร้างของเนื้อเยื่อจะไม่สามารถรับแรงดันมากเกินไปได้


              2. ข้อจำกัดเกี่ยวกับอุณหภูมิของน้ำก่อนเข้าสู่ระบบ เนื้อเยื่อแบบ ทินฟิล์ม คอมโพซิส (Thin Film Composite) ถ้าป้อนน้ำที่มีอุณหภูมิเกินกว่านี้จะมีปัญหาเรื่องเนื้อเยื่ออัดตัวแน่น (compaction) เป็นเหตุให้สารละลายเล็ดลอดออกมาได้มากขึ้น ดังนั้นถ้าน้ำมีอุณหภูมิสูงเกินไปจะต้องลดอุณหภูมิลงก่อน


              3. ข้อจำกัดเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ทำเมมเบรน เนื้อเยื่อที่ใช้ในระบบ RO. จะเสื่อมคุณภาพเร็วมาก หากสัมผัสกับน้ำมัน หรือ จารบี จึงจำเป็นต้องกำจัดไขมันใดๆ ออกอย่างเด็ดขาด



     




ความคิดเห็นที่ 81

msuthat@hotmail.com (Guest)
9 ต.ค. 2551 09:08
  1. อยากประกอบและผลิตน้ำดื่ม




ความคิดเห็นที่ 87

ต้องการไขข้อของใจ (Guest)
24 ธ.ค. 2551 12:07
  1. ผมคนหนึ่งที่สนใจเรื่องน้ำดื่ม� การที่มีการโต้แย่งกันไปโต้แย้งกันมา ว่าผมก้อหมอ ผมก้อดอกเตอร์ แล้วเอามาหักล้างกันเองกับผลประโยชน์บ้าง ส่วนได้ส่วนเสียของตัวเองบ้าง ผมคิดว่าไม่มีประโยชน์ถ้าแน่จริง ออกแสดงตัวต่อสาธรณะชนเลย ทางทีวี ก็ได้ ทาง หนังสือพิมพ์ก็ได้ไม่ใข่มาเถียงกันในกลุ่มอินเตอร์เน็ตเพราะมีอีหลายล้านคนที่ไม่ได้เข้ามารับรู้ด้วยมีแต่พวกอวดเก่งทั้งนั้นที่มาโจมตีกัน� ออกมาแสดงตัวเลย�ว่าฉันนี้แหละผู้รู้จริงเรื่องของน้ำที่คนเราใช้ดื่มเป็นอย่างไรถึงจะดี�จะได้เป็นประโยชน์กับประชาชนทุกระดับ ที่จะแสวงหาสิ่งที่ดีๆให้กับชีวิตของตัวเอง โดยไม่รู้ว่า จะเชื่อใครดี�นี้ก้อหมอ นี้ก็ดอกเตอร์�วุฒิบัตรทั้งนั้น แต่เรียนคนละสถาบันเลยไม่รู้ว่าสถาบันไหนน่าเชื่อถือกันแน่เลยปล่อยให้ประชาชนเป็นหนูทดลอง ใครจะเป็นไง กูไม่สน แต่ที่แน่ๆกูได้เงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องกูพอแล้ว นี้หนี จรรญาบันของสถาบันผลิตคนเก่งที่มีชื่อเสียง� เอาเป็นว่า ใครเก่งแน่จริงแสดงตัวกล้าพูดให้คนได้รับรู้มากกว่าเป็นคนน่าเชื่อถือ แต่พวกที่เป็ยอีแอบชอบแก้ข้อความ เป็นพวกชอบมั่ว ดีไหม ผมว่าน่าจะดีนะ�




ความคิดเห็นที่ 83

อัศวินเพลิง (Guest)
17 พ.ย. 2551 14:17
  1. น้ำเป็นตัวทำละลายที่ดีที่สุดในโลกก็จริง แต่มันก็ไม่ทำตัวเป็นน้ำกรด แค่ยอมรับการละลายเข้ามา


    ร่างกายใช้น้ำเป็นตัวลำเลียง ผ่านขบวนการซึมผ่านOsmosisก็จริง แต่สารอาหารในระบบของเหลวของร่างกาย ก็ต้องผ่านการเตรียมโดยขบวนการย่อย ในระบบทางเดินอาหาร นั้นคือเหตุผลที่ทำไมเราถึงไม่กินธาตุต่างๆ เมื่อร่างกายต้องการ ธาตุทั้งหลายจะต้องถูกเปลี่ยนรูปเป็นอินทรีย์เคมีแล้ว ระบบเลือดถึงจะนำพาไปส่งให้เชลต่างๆของร่างกาย โกเจ็ด โกแปด(เลยโกหกไปมาก) ไปเรื่อยเปลื่อย เพราะแค่เขาบอกมา บวกความงมงาย


    สิ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการดื่มน้ำขวดคือ


    ๑ แพง 500ลบ.ซม. ราคา ๑๐ บาท น้ำประปา 1,000,000 ลบ.ซม.ไม่ถึงยี่สิบ(ในกทม) ต้มให้สุก ก็ไม่น่าใช้แก๊สเกิน ยี่ี่สิบบาท


    ๒ สร้างมลภาวะ สร้างขยะพลาสติกมหาศาล (ดูขยะพันธมิตรจะเห็นชัด)


    ๓ เงินค่าน้ำที่จ่ายไป ส่วนใหญ่เป็นค่าน้ำมันที่ใช้ในการขนส่ง จึงสร้างภาวเรือนกระจกโดยใช้เหตุ


    ถ้าเด็กนักเรียนทุกคน เอากระติกน้ำไปกินเอง(ที่จริงน้ำดื่มที่โรงเรียนจัดให้ ถ้าทำให้ดี)ก็จะช่วยชาติประหยัดเงินได้มหาศาล โรงเรียนขนาดนักเรียน ๕๐๐ คน ถ้าดื่มวันละขวด ก็ ๕,๐๐๐ บาท/วัน สัปดาห์ละ ๓๕,๐๐๐ บาท ปีหนึงเปิดเรียนประมาณ ๓๐ สัปดาห์ ก็แค่ล้านกว่าๆเอง กระทรวงศึกษาจะช่วยประหยัดเงินตราต่างประเทศ(ค่าซื้อน้ำมันมาขนน้ำ) (และค่ายา ที่เด็กต่างจังหวัดไม่ได้ดื่มน้ำสะอาด) ด้วยงบประมาณเท่าไหรดี(ถึงจะซื้อแพงกว่าชาวบ้านก็เถอะ)แล้วก็อย่าลืมตั้งงบเปลี่ยนใส่กรองด้วยนะ


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น