คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
เพรียงหัวหอมมีเบาะแสบางอย่างเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันโรคของมนุษย์
โพสต์เมื่อ: 12:05 วันที่ 7 ธ.ค. 2548         ชมแล้ว: 67,646 ตอบแล้ว: 5
12810 เพรียงหัวหอมมีเบาะแสบางอย่างเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันโรคของมนุษย์

“คุณจะกินญาติพี่น้องของคุณได้ แต่ไม่ใช่กับเพื่อนของคุณ”

เป็นความเชื่อของสัตว์ทะเลที่ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดเล็ก ที่เรียกกันว่า เพรียงหัวหอม (Sea Squirt) ที่สามารถรวมตัวกันได้และเป็นปรสิตของญาติพี่น้องตัวเอง สิ่งที่ทำให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนี้น่าจะเป็นยีนเดี่ยว(single gene) ที่ตอนนี้นักวิจัยแห่งวิทยาลัยแพทยศาสตร์ สแตนฟอร์ด (Standford University School of Medicine) กำลังติดตามอยู่โดยการแยกยีนนี้ออกมา

ซึ่งยีนนี้แสดงให้เห็นว่ามันมีต้นกำเนิดเดียวกับระบบภูมิคุ้มกันโรคของสัตว์มีกระดูกสันหลัง แต่ห่างไกลจากวิวัฒนาการของสัตว์ ในขณะเดียวกันมันกลับมีผลต่อการพัฒนาของระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์เรา

เพรียงหัวหอมหรือ Botryllus schlosseri สัตว์ที่อยู่เป็นกลุ่มหรือที่เรียกว่าโคโลนี (colony) ซึ่งดูผิวเผินแล้วจะคล้ายกับดอกไม้ขนาดเล็ก แต่ละตัวจะมีส่วนที่คล้ายกลีบดอกไม้ที่แยกจากกัน ถึงแม้ว่า จะมีพันธุกรรมที่เหมือนกัน แต่อวัยวะส่วนนี้ที่คล้ายกลีบดอกไม้นั้นเชื่อมกันด้วยเส้นเลือดเส้นเดียวกัน กลีบดอกไม้เล็กๆเหล่านี้ถูกห้อมล้อมด้วยหนวด (tentacle) ที่มีขนาดเล็กกว่า ทำให้มีลักษณะคล้ายขวดกลม (ampullae)

ถ้าเพรียงหัวหอมที่อยู่ติดกันไม่ใช่ญาติกัน ampullaeจะมีสีดำและมีการหดตัว แต่ถ้าเพรียงหัวหอมสองตัวนั้นเป็นญาติกัน มันสามารถที่จะรวมตัวด้วยกันได้ ดังนั้น ampullae นี้ต้องสามารถรับรู้ว่าเพรียงหัวหอมตัวไหนมีพันธุกรรมเหมือนกับมันได้ คำกล่าวของ แอนโทนี่ เดอ โทมาโซ (Anthony De Tomaso) นักวิจัยในหน่วยพยาธิวิทยาและเป็นผู้แต่งของบทความที่ถูกตีพิมพ์ในวันที่ 24 พฤศจิกายน ในวารสารเนเชอร์ (Nature) “พวกเรากำลังมองหายีนที่ควบคุมการแยกแยะของเพรียงหัวหอมที่ทำให้รู้ว่าตัวไหนเหมือนกับมันและตัวไหนไม่เหมือน”

การรวมตัวกันนั้นมีประโยชน์ต่อการกรองกินอาหารของพวกมัน เพราะว่าพวกมันอาศัยในบริเวณที่มีความหนาแน่นสูง เช่น บริเวณที่จอดเรือ ซึ่งมีการแข่งขันกันของสัตว์น้ำทะเลมาก เนื่องจากตัวเต็มวัยของพวกมันจะเกาะอยู่กับที่ ไม่ไปไหน ถ้าบริเวณรอบๆตัวมันนั้นถูกครอบครองไปเรียบร้อยแล้ว มันจะสามารถเพิ่มการกินอาหารได้โดยวิธีการเดียวนั่นก็คือการรวมตัวกัน

ข้อเสียในการรวมตัวกันก็คือ เพรียงหัวหอมตัวหนึ่งสามารถจะเป็นปรสิตของเพรียงอีกตัวหนึ่งได้ และที่ขาดไม่ได้คือจะต้องมีการครอบครองร่างกายโดยการใช้ เซลล์ต้นแบบ (stem cell) ที่เคลื่อนที่ได้ ซึ่งจะมีการย้ายที่ของพวกมันเองระหว่างการรวมตัวกันโดยใช้ระบบไหลเวียนเลือดเดียวกัน สุดท้ายแล้วจะมีเซลล์ต้นแบบ (stem cell) ชุดหนึ่งที่สามารถพิชิตอีกชุดหนึ่งได้ โดยการแทนที่เนื้อเยื่อของมันลงไปในเนื้อเยื่อของผู้แพ้ นี่คือกระบวนการรวมตัวกันที่มีการช่วงชิงร่างกาย ที่สร้างความสนใจแก่ เดอ โทมาโซ (De Tomaso)

เดอ โทมาโซ (De Tomaso) และ ไอร์วิง วิสส์แมน (Irving Weissman) นักศึกษาปริญญาโท ที่เวอจิเนีย(Virginia) และ ศาสตราจารย์ ดี เค ลัดวิก (D.K. Ludwig) ศาสตราจารย์ทางการตรวจหาทางคลินิกในการวิจัยด้านมะเร็ง (Clinical Investigation in Cancer Research) และผู้อำนวยการสถาบันชีววิทยาสเต็มเซลล์และการแพทย์การฟื้นฟูแห่งสแตนด์ฟอร์ด (director of the Stanford Institute for Stem Cell Biology and Regenerative Medicine) รู้ว่าเพรียงหัวหอมสามารถที่จะรับรู้ได้ว่าตัวไหนสามารถรวมตัวกับมันได้ เนื่องจากมีเซลล์ที่เหมือนกับเซลล์ในระบบเซลล์ภูมิคุ้มกันโรคของพวกเรา นั่นก็คือ natural killer cells ซึ่งเหมือนกับ Botryllus ที่ว่า natural killer cells สามารถจดจำได้แต่สิ่งที่มีสารพันธุกรรมเหมือนกับมันเท่านั้น สิ่งไหนที่มันไม่จดจำมันก็จะทำลายทิ้ง และโดยมากจะพบได้ในไขกระดูกที่ถูกปลูกถ่าย

จากกระบวนการที่ยาวนานในการจัดหมวดหมู่และการทดสอบ ทีมของ De Tomaso ได้ทำการแยกยีนควบคุม (controlling gene) “พวกเราพบยีนที่ตัวมันสามารถทำนายว่าสองโคโลนีนั้นจะรวมกันหรือไม่รวมกันได้” เขากล่าว และเขายังกล่าวอีกว่า “ตอนนี้เราได้ตัวต่อชิ้นแรกในการทำความเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ในระดับโมเลกุล”

ยีนนี้คืออิมมูโนโกลบูลิน (immunoglobulin) ซึ่งยีนประเภทนี้สร้างระบบภูมิคุ้มกันโรคของมนุษย์ทั้งหมด “นี่เป็นครั้งแรกที่เราเห็นความเชื่อมโยงระหว่างสองระบบนี้” คำกล่าวของ De Tomaso จนกระทั่งขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถแสดงให้เห็นถึงความเหมือนกันอย่างเห็นได้ชัดของระบบภูมิคุ้มกันโรคในสัตว์มีกระดูกสันหลัง (vertebrate) และ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง (invertebrate)

การที่มีการค้นพบใหม่ๆ อาจจะทำให้เกิดความสนใจเพิ่มขึ้นไม่เพียงแต่เรื่องวิวัฒนาการของระบบภูมิคุ้มกันโรค แต่ยังทำให้สนใจในเรื่องที่ว่าเราจะควบคุมลักษณะของมันให้ดีขึ้นได้อย่างไรเช่น natural killer cells

“ถ้าคุณสามารถสอนให้พวก natural killer cells เหล่านั้นมีความทนทาน (tolerant) ได้ คุณจะสามารถปลูกถ่ายไขกระดูกระหว่างคนสองคนได้ ซึ่งเป็นก้าวแรกในการรักษาคนที่เป็นโรคมะเร็งในเม็ดเลือดขาว (leukemia)” คำกล่าวของ De Tomaso การเรียนรู้วิธีจัดการกับระบบภูมิคุ้มกันของพวกเรา จะเป็นสาขาหลักสำหรับการรักษาโรคสร้างภูมิคุ้มกันตนเอง เช่น การเกิดการแข็งตัวของเนื้อเยื่อหลายๆจุด นี่แสดงถึงว่าการจดจำของระบบภูมิคุ้มกันนั้นบกพร่องไป ซึ่งจริงๆแล้วการทำลายระบบของร่างกายตนเองนั้นควรจะมีการปกป้องไว้ไม่ให้มันเกิดขึ้น

ทีมของDe Tomaso นั้นกำลังทำงานในขั้นถัดไป คือการจัดประเภทของระบบภูมิคุ้มกันของ Botryllus และการแปลความหมายของกลไกระดับโมเลกุล โดยอะไรคือสิ่งที่เพรียงหัวหอมนั้นแน่ใจที่จะรวมตัวกันกับเพื่อนบ้านทั้งๆที่รู้ว่ามันอันตราย

นี่เป็นการร่วมมือกันของ V. Nyholm, Karla J. Palmeri, Katherine J. Ishizuka, William B Ludington และ Katrina Mitchel, แห่งวิทยาลัยแพทยศาสตร์สแตนฟอร์ด ภาควิชาพยาธิวิทยา และภาควิชาชีววิทยาการเจริญ และ สถานีทางทะเล ฮอบคินส์ ภาควิชาชีววิทยา (Stanford University School of Medicine, Departments of Pathology and Developmental Biology and Hopkins Marine Station, Department of Biology)

การศึกษาในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สถาบันวิจัยเพื่อการสาธารณสุขแห่งชาติ (National Institutes of Health) และ the Community Sequencing Program at the Department of Energy Joint Genome Institute.

อ้างอิง http://www.sciencedaily.com/releases/2005/11/051124110817.htm


Nattawut เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 204 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 169 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 22 ธ.ค. 2548 (14:00)
น่าสนใจ
ปาลิดา (IP:203.107.142.121,192.168.1.70,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 29 ธ.ค. 2548 (00:04)
ในอนาคต เราอาจจะสามารถเปลี่ยนเป็นคนอื่นได้สมบูรณ์ ในระดับดีเอ็นเอ โดยการแทนที่เซลล์ดั้งเดิม กับ เซลล์ของบุคคลอื่นได้อย่างช้าๆ ทั่วร่างกาย โดยไม่มีผลต่อลักษณะ บุคลิกและความทรงจำ เป็นการรักษาโรคทางพันธุกรรมที่สมบูรณ์แบบที่สุด
เพ้อ (IP:161.200.255.161,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 4 ม.ค. 2549 (17:15)
ถือเป็นการค้นพบครั้งใหญ่ที่อาจมีคนทุกคนมองข้ามไปไม่นึกถึงมัน ใครจะนึกถึงว่าเพรียงจะสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ในอนาคต ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่อันนี้ครับ
ROOSTER (IP:58.136.100.243,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 10 ก.ค. 2550 (15:07)
ด้วยความเคารพครับ ประโยคนี้ เพรียงหัวหอมหรือ Botryllus schlosseri ควรเขียนว่า เพรียงหัวหอมชนิดนี้ Botryllus schlosseri ตัวหนังสือภาษาอังกฤษต้องเอียงครับ เพราะเป็นชื่อ ชนิดๆ หนึ่งของเพรียงหัวหอมเท่านั้นครับ (พอดีทำงานอนุกรมวิธานเพรียงหัวหอมครับ)
sucha@buu.ac.th (IP:202.28.78.125)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.