ระบบประสาทและอวัยวะรับสัมผัส

ระบบประสาท (NERVOUS SYSTEM) และอวัยวะสัมผัส (SENSE ORGANS)



* สิ่งมีชีวิตทุกชนิดสามารถรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ ความสามารถดังกล่าวนี้เกี่ยวข้องกันการพัมนาการของระบบประสาทซึ่งมี เซลล์ประสาท เป็นหน่วยพื้นฐาน ที่สำคัญและการทำหน้าที่ปรับร่างกายให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมทั้งภายในภายนอกในร่างกาย

** เซลล์ประสาท : มีคุณสมบัติสำคัญ 2 ประการคือ ไวต่อสิ่งเร้าและสามารถนำกระแสประสาทได้ (>2หมื่นล้านเซลล์)

** ระบบประสาท : หมายถึง ระบบเกี่ยวกับการสั่งงาน กาติดต่อเชื่อมโยง การประสานงาน การรับคำสั่ง แล้วการปรับระบบต่างๆในร่างกายให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมทั้งภายนอกและภายใน

** ระบบประสาท (Nervous System) : ทำหน้าที่ตอบสนองสิ่งเร้าภายนอกที่เข้ามากระตุ้น โดยใช้เวลารวดเร็วและปฏิกิริยาจะสิ้นสุดลงไปอย่างรวดเร็ว ส่วนระบบต่อมไร้ท่จะตอบสนองสิ่งเร้าภายในร่างกายซึ่งปฏิกิริยาการตอบสนองจะเป็นไปอย่างช้าๆ แต่จะกระทำต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน

---------ตัวการสำคัญของระบบประสาทคือ เซลลืประสาท(Neuron หรือ Neorone)---------



ขั้นตอนกระบานการผลิตการรับรู้ของสิ่งมีชีวิต



สิ่งเร้า---->หน่วยรับความรู้สึก---->ระบบประสานงาน โดยจะมีทั้งหมด 2ระบบคือ ระบบประสาทกับระบบต่อมไร้ท่อ---->หน่วยปฏิบัติงาน(effector) --->การตอบรับ(สนองสิ่งเร้า)



หมายเหตุ -ระบบประสาท (Nerous System) เจริญกรเปลี่ยนแปลงมาจากเนื้อเยื้อชั้นนอก(ectoderm) ติดต่อหน่วยปฏิบัติงานโดย แขนงหรือใยประสาททำหน้าที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกได้อย่างรวดเร็วทันใจ*-* แล้วปฏิกิริยาจะสลายอย่างรวดเร็ว

-ระบบต่อมไร้ท่อ (Endorine system) เจริญการเปลี่ยนแปลงมาจาก เนื้อเยื้อชั้นนอก (ectoderm) หรือชั้นกลาง (mesoderm) ติดต่อหน่วยปฏิบัติงานโดย ระบบเลือดทำหน้าที่ตอบสนองสิ่งเร้าภายในอย่างช้าๆ แต่ปฏิกิริยาจะต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน

-การที่สิ่งมีชีวิตสามารถรับรู้ และตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ



พอก่อนไปเรียนก่อนงับ


ความคิดเห็นที่ 1

NK
11 ธ.ค. 2548 09:44
  1. ต่อมใต้สมอง (Hypophysis หรือ Pituitary gland) ต่อใต้สมองเป็นต่อมที่มีลักษณะเป็นก้อนสีเทาแก้มแดง ขนาดเท่าเมลดถั่ว อยู่ใต้สมองส่วน ไฮโปธาลามัสถือว่าเป็นหัวใจของต่อมไร้ท่อม (master gland) เพราะควบคุมการสร้างฮอร์โมนของต่อมไร้ท่ออื่นๆ อกีหลายต่อมแบ่งออกเป้น3คือ 1.ต่อมใต่สมองส่วนหน้า(anterrior lobe หรือ pars distalis) เป็นส่วนที่ไม่ได้เกิดมาจากเนื้อเยื้อประสาทส่วนใย่ที่มีขนาดใหญ่ ประกอบเซลลืหลายประเภทสรน้างฮอร์โมนหลายชนิด 2.ต่อมใต้สมองส่วนกลาง (intermediate lobe หรือ pars intermedia) เป็นส่วนที่มีขนาดเล้กมากใน(บางคน) แต่ในสัตวืที่มีกระดูกสันหลังชั้นต่ำจะมีขนดใหญ่กว่าและกานทำงาน เด่นชัดมากกว่า 3.ต่อมใต้สมองส่วนหลัง (posterior lobe หรือ nervosa หรือ neurohypophysis ) เป็นส่วนที่เจรยเติบโตมาจากเนื้อเยื้อประสาทที่ยื่นลงมาจากใต้สมองส่วนไฮโปธาลามัสไม่มีส่วนในการสร้างฮอร์โมน แต่จะทำหน้าท่เก็บฮอร์โมนที่สร้างมาจาก นิวโรซีครีตอรีเซลล์ของไฮโปธาลามัสไม่มีส่วนในกรสร้างฮอร์โมนที่ร้างมาจากนิวโรซิครีและ ไฮโปธาลามัส

ความคิดเห็นที่ 2

NK
11 ธ.ค. 2548 14:35
  1. ต่อมไอส์แลตออฟแลงเกอร์ฮานส์(Islets og Langerhans) ต่อมไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮ้านส์ เป็นหลุ่มเซลลืเล็กๆจำนวนมากกระจายอยู่เป็นหย่อมๆในตับอ่อน เป็นต่อมไร้ท่อ ที่มีขนาดเล้กที่สุด และจำนวนมากที่สุด (ประมาร 2 ล้านต่อม)เส้นผ่าศุนย์กลางประมาร 200-30 ไมครอน ต่อมไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮ้านส์ ประกอบด้วยเซลล์ 2 ชนิดคือ 1.แอลฟาเซลล์ เป็นเซลล์ขนาดใหญ่ มีจำนวนน้อยกว่าและอยู่ด้านนอก สร้างฮอร์โมนชื่อ กลูคากอน (glucagon) อวัยวะเป้าหมายคือ บ มีหน้าที่กระตุ้นให้ glycogen เปลี่ยนไป glucose ในกระแสเลือด 2.บีต้าเซลล์ เนเซลลืขนาดเล้กมีจำนวนมาก และอยุ่ด้านใน สร้างฮอรืโมนชื่อ อินซูลิน (insulin) อวัยวะเป้าหมายคือ เซลลืกล้ามเนื้อและตับ มีหน้าที่ปรับระดับของน้ำตาล glucose ในเลือดให้เป็นปกติทำให้มีการใช้กลุโคลสในเนื้อเยื้อมากขึ้น และช่วยให้น้ำตาลในเลือดกลับเข้าไปในเซลล์และรวมกันเป็น glycogen สะสมไว้ที่ตับและกล้ามเนื้อ ความผิดปกติเนื่องจากฮอร์โมนอินซูลิน - ถ้าร่างกายขาดอินซูลิน จะทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลาใช้ประโยชน์ได้ น้ำตาลในเลือดสุงขึ้นเกิดโรคเบาหวาน (diabetes mellitus) เลือดเป็นกรดแผลเรื้อรัง ซูบผอม การรักษา โดยการฉีดฮอร์โมนอินซูลินให้แก่ผู้ป่วย เพื่อช่วยให้เซลลืในกล้ามเนื้อใช้กลูโคสได้มากขึ้นจะช่วยให้อาการทุเราลงชั่วคราว - ถ้าร่างกายสร้างอินซูลินมากเกินไป จะมีผลทำให้ระดับน้ำตาสลในเลือดต่ำลง สมองขาดอาหาร ทำให้ช๊อกได้

ความคิดเห็นที่ 3

NK
12 ธ.ค. 2548 09:34
  1. ต่อมหมวกไต (Adrenal gland) ต่อมหมวกไตมีลักษณะเป็นต่อมที่มีขนาดเล็กรูปสามเหลี่ยม ครอบอยู่ทางส่วนบนของไตทั้งสองข้าง ประกอบด้วยเน้อเยื้อสองชั้นที่แตกต่างกันและแยกออกจากกันอย่างชัดเจน คือ - เนื้อเยื้อชั้นนอก เรียกว่า อะดรีนัลคอร์แทกซ์ (drenal cortex) - เนื้อเยื่อชั้นใน เรียนกว่า อะดรีนัลเมดุลลา (adrenal medulla) * อะกรีนัลคอร์เทกซ์ เป็นต่อมที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต อยุ่ภายใต้การควบคุมของฮอร์โมน ACTH จากต่อมใต้สมองส่วนหน้า สร้างฮอร์โมนประเภทสเตอรอยด์มากกว่า 50 ชนิด แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ -กลูโคสติคอยด์ -มีเนอราโลคอร์ติคอยด์ -คอร์ติคอล เซ็กซ์ ฮอร์โมน

ความคิดเห็นที่ 4

NK
13 ธ.ค. 2548 23:10
  1. ต่อมไทรอยด์ ( Thyroid gland ) ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมที่อยู่บริเวณคอ เป้นต่อมไร้ท่อมีลักษณะเป็น Follicle มีขนาดใหญ่สุด มีเส้นเลือดเลี้ยงมากที่สุด เพื่อลำเลียงไอโอดีนมาเก็บสะสมมีลักษณะเป็นพู 2พู ซ้ายขวาหน้าหลอดลมใต้กล่องเสียงบริเวณลูกกระเดือก โดยมีต่อมพาราไทรอยด์อยู่บนต่อมไทรอยด์ข้างละ 2 ต่อม ฮอร์โมนสำคัญของต่อไทรอยด์มี 2 ชนิดคือ 1.ฮอร์โมนไทรอกซิน 2.ฮอร์โมนคัลซิโตนิน ฮอร์โมนไทรอกซิน หรือ T4 สร้างมาจากกลุ่มเซลล์ของไทรอยด์ฟอลลิเคิล ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มเซลล์กลมๆ ที่มีความหนาชั้นเดียวและมีช่องกลวงตอนกลางไทรอยด์ฟอลลิเคิลสามารถที่จะจับไอโอดีนที่ปริมาณต่มากๆ ในกระแสโลหิตได้อย่างอัศจรรย์ กล่าวคือ สามารถสะสมไอโอดีนไว้ได้มากกว่าในเลือดถึง 20 เท่า หรือมากกว่าและมีการค้นพบว่าไอโอดีนจำเป็นต่อการสร้างฮอร์โมนไทรอกซิน ความผิดปกติในภาวะที่ร้างกายขาดฮอร์โมนไทรอกซิน -ในเด็ก ร่างกายจะมี metaboism ต่ำการเจริญทางร่างกายและสติปัญยาต่ำลงทำให้รูปร่างเตี้ยแคระ สติปัญญาไม่ดี อารมณ์เฉื่อยชา ซึม อวัยวะเพศไม่เจริญ ผิวหนังหยาบแห้ง อัตราการหายใจและกานเต้นของหัวใจจะช้าลง เรียนว่า ตรีนิซึม -ในผู้ใญ่ ร่างกายจะมี metabolism ต้ำกว่าอุณหภูมิร่างกายต่ำการกานหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจต้ำกว่าคนธรรมดา ผมร่วงมีอาการซึม เชื่องช้า ร่างกายอ่อนแอ อ้วนง่ายมีอาการบวมฉุ ผิวหนังแห้ง สติปัญญา ไม่ดีมีความผิดปกติทางเพศ เรียนว่า มิกซีดีมา ความผิดปกติในภาวะที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนไทรอกซินมากเกินไป - ในผู้ใหญ่ มีผลกระตุ้นให้ร่างกายมีอัตราเมตาโบลิซึมสูง ต่อมไทรอยด์ถูกกระตุ้นให้ทำงานหนักอยู่ตลอดเวลาจึงขยายขนาดขึ้น เกิดโรคคอพอกชนิดเป็นพิษ อาจมีอาการตาโปน หรือ exopthalmic goiter - ถ้าร่างกายได้รับธาตุไอโอดีนน้อยเกินไป จำให้เกิดโรคคอพอกชนิดธรรมดา เนื่องจากต่อมไทรอยด์ถูกกระตุ้นฮอร์โมน TSH อยู่ตลอดเวลา ต่อมทำงานหนักมากขึ้นและขนาดใหญ่ขึ้นแต่สร้างฮอร์โมมนไทรอกซินไม่ได้จึงขาดตัวยับยั้งกานหลั่งฮอร์โมน

ความคิดเห็นที่ 5

NK
15 ธ.ค. 2548 21:17
  1. ต่อมพาราไทรอยด์ ต่อมพาราไทรอยด์ เป็นต่อมเล็กๆ ขนาดเท่ากับเมล็ดถั่วสีเขียว มี4 ต่อมอยู่ 2 ข้างของต่อมไทรอยด์ ข้าล่ะ2 ต่อมเป็นต่มไร้ท่อที่สำคัญต่อชีวิต ของสัตว์ เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมมาก (แต่ไม่พบในสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ) อวัยวะเป้าหมาย กระดูก ท่อไต และลำไส้เล็ก บทบาทและหน้าที่ รักษาระดับสมดุลของแคลเซียมและฟอสฟอรัสในร่างกายให้คงที่คือ 10mg/เลือด 100c.c.โดยตรงกันข้ามกับ คัลติโซนิน คือละลายแคลเซียมและฟอสฟอรัสออกจากกระดูกเข้าสู่กระแสเลือด ความผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์โมนพาราอร์โมน - ถ้าระดับฮอร์โมนต่ำเกินไปจะทำให้เกิดสภาวะเรียกว่า ไฮโปพาราไทรอยด์ดิสซึม ทำให้การดูดซับของแคลเซียมที่ท่อหน่วยไตลดน้อยลง จึงสูญเสียแคลเซียมไปทางปัสสาวะ ระดับแคลเซียมในเลือดต่ำลงมาก ขณะที่ระดับฟอสฟอรัสจะเพิ่มขึ้นทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการเกร็ง และชักกระตุก (tetany) ปอดไม่สามารถทำงานได้และอาจถึงตายได้ - ถ้าระดับฮอร์โมนสูงเกินไป จะเกิดสภาวะที่เรียกว่า ไฮเปอร์พาราไทรอยด์ดิสซึม มีผลให้มีการดึงฟอสฟอรัสออกจากเลือด แคลเซียมถูกดึงออกจากกระดูกและฟันเข้าสู่กระแสเลือดแคลเซียมในเลือดสูงกว่าปกติ กระดูกผิดปกติ กระดูกบาง ฟันหักและผุง่าย

ความคิดเห็นที่ 6

NK
16 ธ.ค. 2548 11:30
  1. ฮอร์โมนจากอวัยวะเพศ รังไข่ รังไข่เป็นต่อมไร้ท่อที่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างและหน้าที่ไปได้มากที่สุด สร้างฮอร์โมนสำคัญ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ เอสโตเจน และ โปรเจสเตอโรน รังไข่มีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่วอยู่ 21 ข้างมดลูก แหล่งสร้างฮอร์โมนที่สำคัญของรังไข่ 1ฟอลลิเคิล สร้างฮอร์โมนชื่อ estrogen ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้น secondary sexual characteristics ในสัตวเพศเมีย เพื่อให้แตกเนื้อสาวควบคุมการมีระดู เตรียมสำหรับตั้งครรภ์ในทุกๆเดือน 2คอร์ปัสลูเตียม หมายถึง กลุ่มเซลล์ที่เกิดขึ้นหลังจากฟอลลิเคิลได้มีการตกไข่ไปแล้ว ทำหน้าที่กระตุ้นผลังมดลูกให้หนาขึ้น เพราะมีเส้นเลือดฝอยมาเลี้ยงมากเตรียมรับไข่ที่ถูกผสมแล้ว ห้ามการมีประจำเดือน ห้ามไม่ให้ตกไข่ กระตุ้นน้ำนมให้เจริญมากขึ้น และช่วยป้องกันมิให้ลอดก่อนกำหนด

ความคิดเห็นที่ 7

NK
30 ธ.ค. 2548 12:50
  1. กลับมาแล้วล่ะครับ ไม่สบาย นอนโรงพยาบาลไปอาทิตย์นึงแหนะ -*-

ความคิดเห็นที่ 8

Tanname
3 ม.ค. 2549 22:02
  1. ขอบคุณมากครับ:D

ความคิดเห็นที่ 9

28 พ.ค. 2549 18:34
  1. ขอบคุณสาระดีๆๆจากที่นี่นะคะ

ความคิดเห็นที่ 11

15 มิ.ย. 2549 21:15
  1. ขอบคุณมากน่ะครับสำหรับเนื้อหาที่ดีๆที่ให้ผมได้ค้นหา ขอบคุณจากใจจริง..

ความคิดเห็นที่ 12

18 มิ.ย. 2549 11:06
  1. ได้ความรู้มากๆเลยครับ ขอบคุณพี่ๆที่ให้ความรูครับ

ความคิดเห็นที่ 13

18 มิ.ย. 2549 11:19
  1. พี่ NK จงเจริญ

ความคิดเห็นที่ 14

20 มิ.ย. 2549 17:24
  1. ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19

20 มิ.ย. 2549 20:55
  1. ช่วยหา ระบบประสาทของหอย ให้หน่อยสิค่ะ เร็วๆด้วยนะ ค่ะ รบกวนด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20

11 ก.ค. 2549 14:42
  1. แปลให้หน่อยค่ะ...นะนะ Melanocyte stimulating hormone (MSH) is a peptide hormone. That means it is made out of amino acids. It is very similar to the stress hormones ACTH and POMC. MSH has many functions, some of which are only recently being described. It is an ancient peptide hormone, and is found in many different types of animals. MSH, like the name implies, does have a role in skin darkening, or pigmentation. For a good description see: http://www.ultranet.com/~jkimball/BiologyPages/M/MSH.html Some steroid/thyroid hormones can stimulate the production of MSH- which then stimulates melanocyte proliferation and melanin production. Journal of Dermatology 1999, Aug; 26(8): 502-6 MSH is not solely used in pigmentation. It has a role in the immune system, including anti-inflammatory and antimicrobial effects. It may have a role in recovery from nervous system injury, and it has cardiovascular and behavioral effects. The hormone primarily responsible for male secondary characteristics, such as a deepening voice and body hair, is testosterone. (It is an anabolic steroid.) I do not know if MSH is available as a drug. I would caution you against using any medication without the advice of a medical professional. Hormones have wide ranging effects on the body, and can range from ineffective to beneficial to dangerous when consumed. Believe me, we don't know much about how these substances work! So, be careful. A tan might be nice, but side-effects and long term effects might not be.

ความคิดเห็นที่ 21

12 ก.ค. 2549 22:20
  1. รบกวนช่วยอธิบายเกียวกับสารสื่อประสาทผ่านช่องไซแนปส์และก็อวัยวะรับสัมผัสให้หน่อยได้รึปล่าวคะ (อย่างละเอียดอ่ะค่ะ) มะค่อยรุเรื่องเลยอ่ะค่ะ ช่วยอธิบายให้ทีนะคะ ^O^ (ส่งมาที่เมลล์ก็ได้นะคะ ถ้ามานเยอะมากๆอ่ะค่ะ ) ไม่ทราบว่ารบกวนมากไปรึปล่าวคะ -*- จารอคำอธิบายค่า ขอบคุนล่วงหน้านะคะ ^ ^

ความคิดเห็นที่ 22

12 ก.ค. 2549 22:24
  1. ขอบคุณพี่มากๆนะคะที่ช่วยอธิบายให้ กำลัง งง อยู่พอดีเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 23

10 ส.ค. 2549 17:47
  1. ................

ความคิดเห็นที่ 33

21 พ.ค. 2551 20:57
  1. <P>มีความรู้เยอะดีค่ะ&nbsp;&nbsp;&nbsp; แต่ช่วยแปลให้เป็นภาษาไทยได้ไหมค่ะ&nbsp;&nbsp;&nbsp; ด่วน</P> <P>&nbsp;</P>

ความคิดเห็นที่ 34

24 ก.ค. 2551 09:35
  1. กามมมมมมมมมมมมมมมมมม รางงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง จะเรียนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน คร้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ เหอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 35

8 ส.ค. 2551 19:53
  1. I ZA123456end


ความคิดเห็นที่ 36

9 ส.ค. 2551 20:16
  1. ดีงาบ ช่วยหาระบบประสาททีดิงาบงงหมดแว้ว

ความคิดเห็นที่ 37

NK
19 ก.ย. 2551 06:23
  1. ใครกัน มาเกรียนแถวนี้ ?


ความคิดเห็นที่ 38

21 พ.ค. 2552 00:33
  1. ช่วยเเปลให้หน่อยครับ Excessive production of growth hormone during adulthood can lead to(a) a pituitary giant(b) a pituitary dwarf(c) disproportianately(d) deterioration of the bones


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น