นิเทศศาสตร์ ....เขาเรียนอะไรกันมั่งนะ?

อยากรู้ไหมคะ ว่านิเทศศาสตร์ ...เขาเรียนอะไรกันบ้าง?

กระทูนี้เปิดกว้างให้พี่ๆน้องๆนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ และสาขาอื่นๆที่เกี่ยวข้องกันนี้

ได้สลับกันมาเล่าให้ฟังอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้น้องๆที่สนใจจะเรียนนิเทศศาสตร์ได้ทราบเป็นข้อมูล

ผู้สนใจจะได้อ่านเพลินๆยามว่างค่ะ...


ความคิดเห็นที่ 1 

เสาวฤทธิ์ จันทร์เต็ม (Guest)
15 ธ.ค. 2548 15:09
  1. อยากเป็นนักข่าวต้องเรียนอะไร



ความคิดเห็นที่ 2

nited (Guest)
16 ธ.ค. 2548 18:01
  1. ถ้าเรียนตรงสายเลย ก็เรียนคณะนิเทศศาสตร์แขนงวิชาวารสารศาสตร์ หรือวารสารสนเทศ หรืออื่นๆตามแต่จะเรียกค่ะ

    ถ้าเป็นม.ธรรมศาสตร์ ก็อยู่ในคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน แขนงนี้หรือเอกนี้ มักเรียกตนเองว่า JR (เจ อาร์) เป็นคำย่อของ Journalism ถ้าเป็นคน ก็เรียกว่า Journalist นักหนังสือพิมพ์

    อาชีพนักข่าวสนุกท้าทาย และบางครั้งก็ต้องผจญภัยกันพอประมาณ ถ้าเป็นผู้หญิงก็คงประมาณ"สาวลุย" มังคะ

    ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกเป็นนักข่าวสายไหน

    อยากรู้ต่อไหมเอ่ย ว่ากว่าจะเป็นนักข่าวเขาต้องเรียนอะไรกันมั่ง..



ความคิดเห็นที่ 3

อยากรู้จริงๆค่า (Guest)
21 ธ.ค. 2548 21:06
  1. คือว่า นู๋อยากเปนพิธีกรอ่ะค่ะ จำเปนต้องหน้าตาดีมะคะ นู๋อยากเรียน นิเทศศาสตร์ อยากทราบว่ามีงานรองรับเยอะมั้ยคะ และมีที่มหาวิทยาลัยอะไรบ้าง และมหาวิทยาลัยไหนดีๆบ้างช่วยแนะนำหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ



ความคิดเห็นที่ 4

nited (Guest)
22 ธ.ค. 2548 20:25
  1. งานพิธีกร เป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะการพูดสื่อสาร ตั้งแต่การพูดเพื่อแนะนำบอกกล่าว

    การพูดให้ข้อมูล การพูดเชื่อมโยงให้เหตุการณ์ ณ ขณะนั้นต่อเนื่องรื่นไหล ไปจนเสร็จสิ้นงาน

    พิธีกร เกือบเป็นเหมือนผู้กำกับให้เหตุการณ์ต่างๆดำเนินไป ภาษาอังกฤษใช้ว่า Master of the ceremonies

    หรือเรียกย่อว่า MC (อ่านว่า เอ็มซี)

    ถ้าน้องชอบเป็นพิธีกร ลองหัดจากสถานการณ์ภาคบังคับในห้องเรียนที่คุณครูมอบหมายให้ออกมารายงาน

    น้องลองเป็นผู้แนะนำชื่อ สกุล และเกร็ดเล็กๆน้อยๆของสมาชิกในกลุ่มแต่ละคน หัดบ่อยๆน้องจะพูดได้ราบรื่น

    สละสลวย น่าฟัง และวิธีที่ดีที่สุด คือการเขียนบทพูด หรือร่างคำพูดที่เราจะพูด และฝึกซ้อมพูดไปก่อน

    หากเราหมั่นฝึกฝน หรือที่เรียกว่า "ทำการบ้าน"มาดี เราก็จะเป็นพิธีกรที่ดีได้ไม่ยากค่ะ



    ครั้งแรกที่พี่เป็นพิธีกร พี่ประหม่ามาก พี่ไม่ใช่คนสวย แล้วก็ไม่ใช่คนเก่งด้วย แต่ด้วยหน้าที่ พี่ก็ต้องทำ

    พี่พูดครั้งแรก ขึ้นต้นในงานสัมมนาว่า



    "กราบเรียนท่านประธานที่เราคพ..."..



    ประธานที่ทำหน้าเคร่งท่านนั้น กลับเป็นยิ้มแฉ่ง ท่าทางสบายอกสบายใจ แขกผู้มีเกียรติก็อมยิ้มแก้มตุ่ย..

    พี่ตั้งสติทันรีบกล่าวขออภัย นึกในใจว่าอนาคตของฉันช่างมืดมนอะไรเช่นนี้ แล้วแข็งใจทำหน้าที่ไปจนเสร็จงาน

    พร้อมกับได้บทเรียนบทใหญ่บทหนึ่งในการเป็นพิธีกร

    ... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พีธีกรต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าให้ดีที่สุด ด้วยความจริงใจ ด้วยความรับผิดชอบ

    และด้วยไหวพริบทั้งหมดที่เรามี...



    ศาสตร์นิเทศศาสตร์จะช่วยให้น้องเป็นพิธีกรได้ไม่ยาก ที่ชัดที่สุดคือเอกประชาสัมพันธ์

    เพราะงานหลักคือเป็นผู้ให้ข้อมูลข่าวสารในนามองค์กร ต้องอาศัยการพูดเยอะ วิชาภาษาไทยที่น้องเรียน

    ในชั้นมัธยมก็คงสอนการฝึกพูดพอสมควร

    การอ่านมาก รับรู้ข้อมูลต่างๆให้มาก ก็จะทำให้การพูดดูดี น่าฟัง น่าเชื่อถือ เพราะแสดงถึงการเป็น

    ผู้มีความรู้ดี ขอเอาใจช่วยให้น้องได้เป็นพิธีกรสมความตั้งใจนะคะ



ความคิดเห็นที่ 5

nited (Guest)
22 ธ.ค. 2548 20:27
  1. อ้าว..ขอโทษค่ะ ลืมตอบเรื่องมหาวิทยาลัย

    ลองไปดูที่กระทู้

    "สนใจนิเทศศาสตร์..เชิญทางนี้"

    แล้วเลือกอ่านดูนะคะ

    ขอให้โชคดีค่ะ



ความคิดเห็นที่ 6

เมย์ (Guest)
6 ม.ค. 2549 11:25
  1. ถ้าจบนิเทศแล้วจะประกอบอาชีพอะไรได้ค่ะ



ความคิดเห็นที่ 7

เมย์ (Guest)
6 ม.ค. 2549 11:25
  1. ถ้าจบนิเทศแล้วจะประกอบอาชีพอะไรได้ค่ะ



ความคิดเห็นที่ 8

viva (Guest)
6 ม.ค. 2549 12:53
  1. ง่ะพี่nitedเหมือนกันเลยเป็นพิธีกรครั้งแรกเนี่ยตื่นเต้นมากแล้วก็แบบที่ไม่ได้ตั้งตัวอีกด้วย ทำอารายยยยไม่ถูกเลยยยยแต่พอตั้งสติได้ปั๊ปก็เริ่มดีเรื่อยๆอ่ะ งานนี้เลยมีแต่เสียงติซะส่วนใหญ่



ความคิดเห็นที่ 9

nited (Guest)
10 ม.ค. 2549 08:25
  1. น้องเมย์คะ ลองเข้าไปดูที่กระทู้

    "สนใจนิเทศศาสตร์ เชิญทางนี้" แล้วเลือกอ่านดูนะคะ



ความคิดเห็นที่ 10

nited (Guest)
10 ม.ค. 2549 08:46
  1. น้อง viva เก่งจัง

    ถ้าผ่านครั้งแรกไปได้ ครั้งต่อไปก็ง่ายขึ้นค่ะ

    ของพี่สะดวกใจที่จะเป็นพิธีกร งานที่เป็นทางการหน่อย เช่นงานสัมมนา

    (แบบมีวิทยากรมาพูดให้ฟัง

    แล้วพิธีกรก็พูดสรุป เชื่อมโยง แนวๆนี้ค่ะ)

    แต่ไม่ถนัดงานบันเทิงเท่าไหร่



    พี่ใช้วิธีเขียนสคริปต์พิธีกรทุกครั้ง เก็บข้อมูลสคริปต์พิธีกรทุกครั้ง แล้วพิมพ์แจกจ่ายประชาชน

    ที่เขาต้องทำงานนี้เหมือนเราด้วย

    แล้วก็จดแหลก... สังเกตให้หมด จดให้มากที่สุด

    ขอช่วยนักศึกษา จดให้อีกต่างหาก เพราะเราคนเดียวอาจมองไม่รอบ ต้องทำงานเป็นทีมอ่ะค่ะ

    เรียกว่าทีมพิธีกร

    พี่ชอบเก็บรายละเอียดงานให้ครบ จดแม้กระทั่ง

    การจัดห้องประชุม วาดแผนผังการจัดโต๊ะเก้าอี้ จด wordingป้ายชื่องาน

    การเลือกประเภทอาหารว่าง การเลือกใช้ไมโครโฟนให้เหมาะกับงาน

    จดข้อคิดเห็นและเสียงติชมที่ลอยลมมา ฯลฯ

    เก็บกระดาษโน้ตทุกแผ่น ไม่ว่าจะยับยุ่ยประมาณไหน

    เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลที่มีค่า เป็นประสบการณ์ตรงที่แลกมาด้วยตัวเป็นๆของเรา



    ทั้งหมดที่จดได้ ถ้ามีภาพถ่ายด้วยยิ่งดี เอาจัดเรียบเรียงไว้ในแฟ้ม ไว้เผื่อใครๆที่ต้องเป็นพิธีกร

    จะได้เอาไว้ศึกษาและนำไปใช้ เขาจะได้ไม่ต้องล้มลุกคลุกคลานเหมือนเรา

    โอ้...หนุกหนานมากค่ะน้อง



ความคิดเห็นที่ 11

nited (Guest)
19 ม.ค. 2549 00:42
  1. อยากเรียนนิเทศศาสตร์

    อย่าพลาด...ทำกิจกรรม!



    ในโรงเรียนมีอะไรให้ทำเยอะค่ะ..



    สมัครกรรมการนักเรียน

    เคยโดนเพื่อนแซวว่า กรรมกรนักเรียน เพราะงานหนัก

    เผลอๆอาจารย์ก็ดุ กลับบ้านช้าแม่ก็บ่นแถมอีกต่างหาก



    น้องๆจะได้อะไร

    ได้ทักษะการทำงานเป็นทีม มีค่ามาก และสำคัญที่สุด

    งานวิทยุ งานโทรทัศน์ งานโฆษณา งานประชาสัมพันธ์ งานสร้างหนัง

    ไม่เคยมีใครทำงานเหล่านี้ได้สำเร็จโดยลำพังคนเดียว

    คนที่ฝึกทำงานร่วมกับคนอื่นได้ จะอยู่ที่ไหนก็ได้ อยู่กับใครก็ไม่มีปัญหา ให้ทำอะไรที่ต้องเกี่ยวข้องกับคนอื่น

    ก็จะรู้ว่าจะต้องทำยังไง



    เล่าสามวันก็ไม่จบ ต้องลองทำดู



    สมัครจัดรายการเสียงตามสาย

    เพื่อนก็อุตส่าห์ตามมาแซวว่าหนวกหู จะแอบงีบกลางวัน เสียงเขย่าขวัญของเรายังตามไปหลอกหลอน



    น้องๆจะได้อะไร

    ได้ฝึกทักษะการพูด เตรียมการเป็นดี.เจ.ชื่อดัง(มั้ยเนี่ย)ในอนาคต แต่ต้องทำการบ้าน

    พูดไปเรื่อยเปื่อยไม่ได้ จะไร้อนาคต ต้องหาข้อมูล วางแผนการพูด ฝึกเขียนสคริปต์คือเขียนว่า

    วันนี้จะบ่น เอ๊ยจะพูดอะไรให้ผู้ฟังได้ความคิดอะไรดีๆติดไปบ้าง

    อย่างหลงเป็นเหยื่อค่าย เปิดเพลงโปรโมทให้เขาฟรีๆ

    ต้องหาวิธีแทรกสาระให้เนียน ต้องทำเนียน..

    ดี.เจ.วัยรุ่นที่พูดมีสาระหายากมาก

    ถ้าน้องทำได้ สักวันน้องต้องดังแหงๆ



    โอยตาลายแล้วอ่ะค่ะ..

    เดี๋ยวรอพี่ๆนิเทศคนอื่นๆมาเล่าต่อนะคะ..



ความคิดเห็นที่ 12

pui (Guest)
19 ม.ค. 2549 09:08
  1. แล้วภาษาอังกฤษจำเป็นมากไหม เพราะไม่ค่อยจะเก่งสักเท่าไหร่



ความคิดเห็นที่ 13

nited (Guest)
20 ม.ค. 2549 05:10
  1. ภาษาอังกฤษ !!

    วิชานี้เป็นความรันทดอย่างมหาศาลของพี่

    เต็มสิบได้สี่.. สอบแบบเกือบได้มาโดยตลอด

    เบื่อแกรมม่า.. เซ็งคอนเวอร์ค่ะน้อง



    แต่พี่มาตั้งตัวได้ ตอนเริ่มชอบเพลงฝรั่งแบบช้าๆเย็นๆ

    เพลง หีบหอบ (hip hop) ฟังม่ายทันอ่ะค่ะ

    ต้องฟังเพลงช้าๆ จะได้ฟังทัน

    (เราจะได้ทักษะการฟัง)

    เลยแกะเนื้อเพลงเพราะอยากรู้ว่าเขาร้องว่าอะไร

    (ได้ทักษะการเขียน ควบคู่กับการฟัง)

    แล้วก็พยายามหาเนื้อเพลงฝรั่ง มาอ่านและร้องตาม

    (ได้ทักษะการอ่านและการออกเสียง)

    หาหนังฝรั่งมาดู ดูเรื่องเดียวซ้ำๆเป็นร้อยเที่ยว แล้วแกะคำพูดของเขา (ถอดสคริปต์)

    บังเอิญมีฝรั่งเอเอฟเอสมาเรียน เลยพยายามพูดคุยกับเขา

    (ได้ทักษะการพูด ที่ควบคู่ไปกับการ(เพียรพยายาม)ฟัง)

    กลับบ้านก็ไปนั่งจดว่าเราสนทนาโต้ตอบอะไรกับเขาบ้าง

    (ได้ทักษะการเขียน ควบคู่ไปกับการฟัง แถมด้วยการอ่าน จากที่เราเขียนเองอ่านเอง แล้วซ้อมพูดดู)



    โอ้จอร์จ ..มันยอดมาก!

    พี่รู้สึกว่าถ้าอยากรู้ภาษาอังกฤษแบบที่เอาไปใช้งานได้

    ต้องใช้ ทักษะสัมพันธ์

    ฟัง พูด อ่าน เขียน แอ่นด์ เพียรพยายาม วงเล็บอย่างต่อเนื่อง



    จากเต็มสิบได้สี่

    พี่พัฒนาเต็มที่สุดเหวี่ยง กลายเป็นเต็มสิบได้หก

    จากเกือบได้ เป็นเกือบตก เอ๊ยผ่านไปได้อ่ะค่ะ

    ดีใจซะ....



ความคิดเห็นที่ 14

nited (Guest)
20 ม.ค. 2549 05:23
  1. น้อง pui และน้องๆที่แวะเข้ามาอ่านคะ

    วิชานิเทศศาสตร์นี่เรารับมาจากตะวันตกค่ะ

    แปลมาจากตำราคนฝรั่ง

    แล้วก็อ้างอิงคนฝรั่งเต็มไปหมดเลย

    (พี่ยังไม่เคยเห็นการอ้างอิงนักทฤษฎีจากทิเบต

    หรือโซมาลีเลยซักกะคน..)



    ถ้าน้องใช้ภาษาอังกฤษเพื่อสอบเอ็นท์

    ภาษาอังกฤษจำเป็น เพราะจะทำให้น้องสอบได้ค่ะ



    ถ้าน้องใช้ภาษาอังกฤษเพื่อเรียนต่อนิเทศศาสตร์

    ภาษาอังกฤษจำเป็นมากที่สุด

    เพราะความรู้ชุดนี้เรารับมาจากฝรั่ง

    เราอ่านภาษาอังกฤษออก เราก็จะได้อ่านความรู้ทันสมัย

    ที่เขายังแปลเป็นไทยให้เราไม่ทัน

    เราจะมองเห็นและคิดอะไรได้ลึกและกว้างไกล



    ภาษาอังกฤษ ที่เราใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้

    จำเป็นมาก และเป็นประโยชน์มากค่ะ



    ... เผลอตอบยาวๆอีกแล้วง่ะ ...



ความคิดเห็นที่ 15

nited (Guest)
22 ม.ค. 2549 23:55
  1. ปล.พี่รู้สึกว่ากำลังเขียนเอง อ่านเอง ..อิๆ..



    น้องๆจ๋า ถ้ามีข้อสงสัยเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการสอบเอ็นทรานส์ ลองคลิกไปที่ ห้องแนะแนว

    ดูนิดนะคะ มีข้อมูลดีๆจาก พี่เอ๋วิชาการ เยอะเลยค่ะ



ความคิดเห็นที่ 16

ก้อนหิน (Guest)
26 ม.ค. 2549 14:50
  1. นิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ คำว่าวารสารคือ วิชาว่าค้วยการผลิตสิ่งพิมพ์ สื่อสิ่งพิมพ์ นิตยสารและสื่อประเภทอื่น ๆ

    การเรียนวารสารเขาเรียนกันแบบนี้ครับ

    เรียนโดยเน้น การมีทักษะในการสื่อสาร ทักษะที่สำคัญคือ การรู้เท่าทันการสือสาร เป็นทักษะที่ได้จากการสังเกต การสะสมประสบการณ์ จากการพูดการสื่อสารกับคน

    การที่เราจะสือสารได้ดีนั้น เราควรอ่านหนังสือให้มาก ๆ เราจะได้มีข้อมูลใว้สื่อสารกับคนอื่นแล้วเข้าใจตรงกัน



ความคิดเห็นที่ 17

Caramel (Guest)
26 ม.ค. 2549 20:41
  1. อยากเป็นพวกนักพูด พิธีกร นักข่าว ดีเจ อะไรพวกนี้เหมือนกันช่วงนี้กำลังเก็บเกี่ยวประสบการ์ณเต็มที่เลยละอยากเป็นมากๆ

    อยากเรียนนิเทศด้วยแต่เพื่อนๆส่วนมากจะค้านๆอะเค้าบอกว่ากลัวเราจบไปแล้วหางานไม่ได้เพราะแผนเรียนนี้มีคนเลือกเยอะ ทำไงดีๆ



ความคิดเห็นที่ 18

nited (Guest)
27 ม.ค. 2549 09:24
  1. ที่พี่เห็นมานะคะ

    ถ้าได้เรียนนิเทศสาขาที่ตรงหรือใกล้เคียง

    กับความถนัดเฉพาะของเรา

    แล้วไม่วิ่งหนีงาน แต่กระโจนเข้าไปฝึกๆๆๆงานทุกประเภท

    ที่มีโอกาสได้ทำ ไม่เกี่ยงงานเล็กงานน้อย

    ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย

    โดยเฉพาะงานที่ทำเป็นทีม

    มีน้ำใจในการทำงาน และมีความรับผิดชอบ..

    นักศึกษาเหล่านี้ ไม่ค่อยมีใครตกงานค่ะ..

    พี่เห็นมานานกว่าสิบปี ก็เห็นเป็นแบบนี้อ่ะค่ะ



ความคิดเห็นที่ 19

pikkaro_71@hotmail.com (Guest)
2 ก.พ. 2549 22:24
  1. ใครอยากผลิตรายการทีวีแล้วได้ออกอากาศในสถานีโทรทัศน์ มาทางนี้

    ช่องทางแสดงผลงานสื่อโทรทัศน์ของนศ.

    สถานีโทรทัศน์ช่องใหม่ YOUTH CHANNEL

    เวทีแสดงผลงานสื่อนศ.อยู่ที่นี่แล้ว



    น้องๆนศ.นิเทศศาสตร์ หรือผู้ที่สนใจท่านใดมีผลงานสื่อโทรทัศน์

    เรามีช่องทางให้ได้แสดงผลงานทางสถานีโทรทัศน์ YOUTH CHANNEL

    งานนี้ฟรีทีวี ไม่คิดค่าเวลาออกอากาศ

    ไม่จำกัดจำนวน ไม่จำกัดความยาว ไม่จำกัดรูปแบบรายการ

    ขอเพียงเป็นรายการเชิงสร้างสรรค์สังคม (ถ้าไม่แน่ใจส่งผลงานมาก่อนได้

    คณะกรรมการศูนย์ฯจะตรวจสอบก่อนออกอากาศอยู่แล้วค่ะ)

    ทางสถานียินดีขึ้นเครดิตรายนามทีมงาน/ผู้ผลิตสื่อและหน่วยงานต้นสังกัด

    ถ้าเป็นผลงานนศ.จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษค่ะ

    ติดต่อสอบถามรายละเอียด

    คุณวรกันยา ๐–๔๖๖๗–๗๗๕๓,๐-๒๘๓๑–๒๗๓๕ FAX: ๐–๒๘๓๑–๒๗๑๑ Pikkaro_71@hotmail.com

    ศูนย์ส่งเสริมสื่อสร้างสรรค์เพื่อเยาวชน



    เรารับสมัครนศ.อาสาสมัครช่วยงานในสถานีด้วยนะคะ อยากได้ประสบการณ์การการผลิตและการบริหารรายการทีวีในสถานนี ติดต่อมาได้ค่ะ



    ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ YOUTH CHANNEL

    โดย ศูนย์ส่งเสริมสื่อสร้างสรรค์เพื่อเยาวชน ก่อตั้งขึ้นมาจากการเรียกร้องของเยาวชน

    จากงานนายกฯพบเยาวชน ณ สยามพารากอน เมื่อวันที่ ๙ ม.ค.๒๕๔๙ ที่ผ่านมา

    โดยเราเป็นองค์กรอิสระที่ไม่หวังผลกำไร

    มุ่งสร้างสถานีโทรทัศน์ที่มีรายการสร้างสรรค์เพื่อเยาวชนไทย

    และต้องการจัดเวทีให้เยาวชนไทยได้มีพื้นที่แสดงความคิดที่สร้างสรรค์สังคม และมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ เยาวชน

    ส่งสัญญาณออกอากาศแบบยู คือจูนดูได้เหมือนทีวีช่อง ๓ ๕ ๗ ๙ (ไม่ต้องติดตั้งเสาอากาศเพิ่ม)

    ซึ่งในเบื้องต้น เราจะส่งสัญญาณและตรวจสอบสัญญาณในเขตกรุงเทพมหานครฯ ก่อน จากนั้นจะขยายการส่งสัญญาณไปยังภูมิภาคต่างๆกระทั่งรับสัญญาณได้ทั้วประเทศในช่วงเดือนธันวาคม ๒๕๔๙ นี้

    อย่าลืมติดตามชมนะคะ



ความคิดเห็นที่ 20

น้อยหน่า (Guest)
7 ก.พ. 2549 17:07
  1. นิเทศศาสตร์(วารสารศาสตร์)มีอะไรที่น่าสนใจเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถ่ายภาพ การทำข่าวในมหาวิทยาลัย และยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจ และฝึกให้เป็นคนที่กล้าแสดงออก หากน้อง ๆลงเรียนในสาขานี้จะไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะมีอาจารย์และพี่ ๆที่คอยให้คำแนะนำและปรึกษามาโดยตลอด ซึ่งเป็นกำลังใจในการเรียนที่ดีอีกส่วนหนึ่ง

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น