ตับมีหน้าที่ยังไงบ้างอ่ะ

ตับมีหน้าที่ยังไงค่ะ ช่วยบอกหน่อย หาเนื้อหาที่ไหนก็ไม่มีอ่ะ หนังสือเก่าก็หายไปไหนไม่รู้อ่ะค่ะ



ความคิดเห็นที่ 17


6 ม.ค. 2552 14:04
  1. ข้อมูลดีเยี่ยมจี




ความคิดเห็นที่ 18

20 มี.ค. 2552 21:07
  1. ผมจาบอกว่าเป็นข้อมูลที่ดีมาก(กำลังทำการบ้านพอดีเยย)ขอให้ทำอย่างนี้ต่อไปนะครับ/ บาย




ความคิดเห็นที่ 13

KNowarp
11 มี.ค. 2551 20:02
  1. ถ้ามีไขมันในตับมากจะเป็นอย่างไร
    แก้ไขได้อย่างไร
    อันตรายมากไหมคะ



ความคิดเห็นที่ 9

9 ม.ค. 2551 11:26
  1. ตับมีหน้าที่อะไร
    เราสามารถทดสอบสมรรถภาพตับได้อย่างไร
    การค้นคว้าโรคตับอักเสบเกิดขึ้นเมื่อใด
    ตับอักเสบ เอ เกิดขึ้นเมื่อใด


    --------------------------------------------------------------------------------


    ตับมีหน้าที่อะไร

    [ ขยายดูภาพใหญ่ ] ตับมีหน้าที่สำคัญหลายประการ อันได้แก่ การสร้างน้ำดี ซึ่งออกมาในลำไส้ ช่วยให้อาหารประเภทไขมันถูกย่อยและดูดซึมง่ายขึ้น เก็บสำรองอาหาร ดอยเก็บเอากลูโคส (GLUCOSE) ไปสะสมไว้ในเซลล์ตับ ในสภาพของกลัยโคเจน (GLYCOGEN) และจะเปลี่ยนกลัยโคเจนกลับออกมาเป็นกลูโคสในกรณีที่ร่างกายต้องการใช้ได้ทันที สะสมวิตามินเอ ดี และวิตามินบีสิบสอง นอกจากนี้ยังกำจัดสารพิษที่ลำไส้ดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือด เมื่อสารพิษผ่านตับ ตับก็จะทำลาย สารพิษบางชนิดตับทำลายไม่ได้ตรงกันข้ามจะไปทำลายเซลล์ตับ เช่นแอลกอฮอล์ (ALCOHOL) คาร์บอนเตตราคลอไรด์ (CARBON TETRACHLORIDE) และคลอโรฟอร์ม (CHLOROFORM) เป็นต้น
    ตับจะทำหน้าที่สร้างวิตามิน เอ จากสารแคโรตีน (สารสีส้มที่มีอยู่ในแครอตและมะละกอ) ธาตุเหล็กและทองแดงจะถูกเก็บสะสมอยู่ที่ตับ เช่นเดียวกับวิตามิน เอ ดี และบีสิบสอง สร้างองค์ประกอบในการแข็งตัวของเลือด อาทิเช่น ไฟบริโนเจน (FIBRINOGEN) และโปรธรอมบิน (PROTHROMBIN) เป็นต้น และยังสร้างสารป้องกันการแข็งตัวของเลือด อันได้แก่ เฮปาริน (HEPARIN) ทำหน้าที่ในการกินและทำลายเชื้อโรคโดยมีเซลล์แมกโครฟาจ (MACROPHAGE) ที่อยู่ในตับ ซึ่งมีชื่อเรียกเฉพาะว่า คุฟเฟอร์เซลล์ (KUPFFER'S CELL) และหน้าที่ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือเป็นแหล่งพลังงานสร้างความร้อนให้แก่ร่างกาย
    ในขณะที่ทารกยังอยู่ในครรภ์ ตับจะทำหน้าที่เป็นอวัยวะสร้างเม็ดเลือดแดง ตับจะยุติหน้าที่นี้โดยให้ไขกระดูกทำหน้าที่แทนในเวลาต่อมา นอกจากจะเป็นที่สร้างเม็ดเลือดแดงในระยะแรกแล้ว ในภาวะปกติคุฟเฟอร์เซลล์ที่บุเป็นผนังของแอ่งเลือดหรือไซนูซอยด์ (SINUSOID) จะทำหน้าที่ทำลายเม็ดเลือดด้วย ตับเป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของร่างกายทำหน้าที่สำคัญมากมาย ถ้าเซลล์ตับถูกทำลายเสื่อมสภาพไปจะมีผลต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามตับเป็นอวัยวะที่มหัศจรรย์ในร่างกายแม้ว่ามีเซลล์ตับที่ดีเหลืออยู่เพียงร้อยละ 10-15 แต่ตับก็ยังสามารถรับภาระหน้าที่ต่างๆ ของตนเองที่จะประคับประคองชีวิตได้


    เราสามารถทดสอบสมรรถภาพตับได้อย่างไร

    [ ขยายดูภาพใหญ่ ] เราจะทดสอบสมรรถภาพตับ โดยการทดสอบหลายวิธีทางห้องชันสูตรแต่ละวิธีจะทดสอบหน้าที่หรือสมรรถภาพตับได้แต่เพียงจำกัด ไม่อาจทดสอบหน้าที่มากมายทุกประการเมื่อตับเสื่อมสภาพก็มิได้ทำให้การทำหน้าที่ต่างๆ ของตับเสื่อมไปในอัตราที่เท่าเทียมกัน นอกจากนั้นยังมีอวัยวะอื่นๆ ที่ทำหน้าที่ร่วมและทำหน้าที่เสริมกับตับอีกด้วย ดังนั้นเมื่อมีผลการทดสอบผิดปกติก็ไม่ได้หมายความแน่ชัดว่าตับเสื่อมสภาพไป หรือในบางครั้งผลการทดสอบปกติก็ไม่ได้หมายความแน่ชัดชัดว่าตับเสื่อมสภาพไป หรือในบางครั้งผลการทดสอบปกติก็ไม่ได้หมายความว่าตับจะปกติร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ด้วยเหตุนี้การทดสอบจึงต้องกระทำกันเป็นชุด ในบางกรณีต้องใช้เข็มแทงเข้าไปในตับ เพื่อเอาเนื้อมาตรวจชันสูตรอีกด้วย การทดสอบต่างๆ เป็นเพียงดังนี้ชี้แนะถึงความเสื่อมสลายที่เกิดขึ้นภายในตับเท่านั้น
    อย่างไรก็ตามการทดสอบสมรรถภาพตับจะมีประโยชน์ในกรณีต้องการที่จะชันสูตรว่าตับมีพยาธิสภาพหรือเป็นโรคหรือไม่ เพื่อแยกประเภทของดีซ่านหรืออาการเหลืองเพื่อติดตามการดำเนินของโรง และติดตามผลการรักษาโรคตับ
    การทดสอบสมรรถภาพของตับที่กระทำกันอยู่เป็นประจำนั้น ได้แก่ การทดสอบเกี่ยวกับสารบิลิรูบิน (BILIRUBIN) และสารที่เกี่ยวข้องกับบิลิรูบินและการทดสอบที่บ่งถึงมีการคั่งของน้ำดี การทดสอบเกี่ยวกับความสามารถในการขับถ่ายของเสียของตับ การทดสอบเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของเซลล์ตับโดยการทดสอบปริมาณโปรตีน (อัลบูมิน (ALBUMIN) โกลบุลิน (GLOBULIN) และองค์ประกอบในการแข็งตัวของเลือด)


    การค้นคว้าโรคตับอักเสบเกิดขึ้นเมื่อใด

    [ ขยายดูภาพใหญ่ ] ยุคใหม่ของการศึกษาวิจัยค้นคว้าโรคตับอักเสบเกิดขึ้นเมื่อ บลุมเบอร์ก (BLUMBERG) และคณะ (พ.ศ.2506) ได้พบแอนติเจน (ANTIGEN) ชนิดหนึ่งในเลือดของชาวพื้นเมืองในทวีปออสเตรเลีย บลุมเลอร์กได้ให้ชื่อในขณะนั้นว่า ออสเตรเลีย แอนติเจน การเปิดยุคใหม่ของโรคตับอักเสบนี้ ทำให้บลุมเบอร์กได้รับรางวัลโนเบลเมื่อปี พ.ศ.2519 อันที่จริงการศึกษาบลุมเบอร์กได้รับเกียรติอันสูงนี้ มิได้ตั้งใจที่จะศึกษาเรื่องตับ หรือสาเหตุของโรคตับอักเสบโดยตรง แต่มีวัตถุประสงค์ที่จะอธิบายความแตกต่างของไลโปโปรตีน (LIPOPROTEIN) ในเลือด แต่ในที่สุดกลับกลายเป็นว่าได้ค้นพบสิ่งที่แพทย์และนักวิทยาศาสตร์การแพทย์จำนวนมากได้เสาะแสวงหา แอนติเจนที่บลุมเลอร์กได้ค้นพบนั้นคือ องค์ประกอบส่วนหนึ่งของไวรัสตับอักเสบ บี ที่เรียกว่า เฮปาไตติส บี เซอร์เฟส แอนติเจน (HEPATITIS B SURFACE ANTIGEN) ผลที่ติดตามมาจากการค้นพบของบลุมเบอร์กนี้เอง ได้นำไปสู่การวินิจฉัยโรคตับจากการติดเชื้อไวรัสชนิดต่าง ๆ และศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างโรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัสชนิดต่างๆ กับภาวะตับอักเสบเรื้อรังโรคตับแข็งและมะเร็งตับ และที่สำคัญที่สุดก็คือได้นำไปสู่การค้นคว้าพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบ


    ตับอักเสบ เอ เกิดขึ้นเมื่อใด


    [ ขยายดูภาพใหญ่ ]
    โรคนี้มีชื่อเดิมอยู่หลายชื่อ เช่น ตับอักเสบที่มีเชื้อติดต่อได้ ตับอักเสบชนิดระบาด ตับอักเสบที่ติดต่อทางการกิน
    การระบาดของโรคตับอักเสบ เอ ที่เป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ การระบาดในทหารและพลเรือนในประเทศเยอรมนีในปี พ.ศ.2172 ในกองทัพบกอังกฤษเมื่อปี พ.ศ.2280 ระบาดในกรุงปารีสระหว่างสงครามฟรังโก-ปรัสเซีย พ.ศ.2313 ในระหว่างสงครามบัวร์ในแอฟริกาเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 20 ในกองทัพเรือญี่ปุ่นระหว่างสงครามกับรัสเซียเมื่อปี พ.ศ.2447 และไม่ว่าจะเป็นระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 กรณีขัดแย้งในตะวันออกกลาง สงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม โรคตับอักเสบก็จะระบาดแทรกแซงอยู่เสมอ ๆ ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารอเมริกันก็มีผู้ป่วยด้วย โรคตับอักเสบในกองทัพและในพลเรือนกว่าห้าล้านคน
    ในปี พ.ศ.2483 แมกคัลลัม ได้เสนอให้เรียกชื่อกันใหม่ว่า ตับอักเสบจากเชื้อไวรัสเอซึ่งเป็นชื่อที่เรียกกันมาจนกระทั่งปัจจุบันโดยมีไวรัสตับอักเสบ ชนิด เอ เป็นต้นเหตุ ไวรัสตับอักเสบชนิด เอ เป็นไวรัสชนิดที่มียีนมเป็นกรดไรโบนิวคลิอิก หรืออาร์เอ็นเอ ขนาดประมาณ 27 นาโนเมตรตรวจพบไวรัสได้ในอุจจาระของผู้ป่วยในระยะเฉียบพลันด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนเป็นไวรัสที่จำแนกไว้ได้ใน กลุ่มของพิโคน่าไวรัส ซึ่งเป็นไวรัสกลุ่มเดียวกันกับไวรัสโปลิโอนั่นเอง ไวรัสตับอักเสบชนิด เอ มีชื่อสากลอีกชื่อหนึ่งว่า เอนเตโรไวรัส-72



ความคิดเห็นที่ 15

19 ต.ค. 2551 06:47
  1. มีการพูดถึงกันมากในช่วงนี้ถึง"เห็ดหลินจือเขากวางว่ามีสรรพคุณรักษาโรคมะเร็ง เพ่มปริมาณออกซิเจนแก่ร่างกาย  ลดความดันโลหิตฯลฯ มีข้อมูลมาแลกเปลี่ยนบ้างไหมคะ




ความคิดเห็นที่ 6

28 มิ.ย. 2550 20:24
  1. ตับมีหน้าที่ สร้างน้ำดี ทำลายเม็ดเลือดแดงให้เป็นสาร นินลิรูบิน สร้างสารการควบคุมการแข็งตัวของเลือด สร้างกรอยูริกยูเนีย จากเเอ็มโมเนีย กำจัดสารพิษบางอย่าง



ความคิดเห็นที่ 10

ตุเช่
9 ม.ค. 2551 18:52
  1. โห.. ขุดกันมาได้ -*- ถามก๊ะตั้งปลายปี 48 555+



ความคิดเห็นที่ 19

26 พ.ค. 2552 16:59
  1. ไดรู้มากขอบคุนคร๊าบบบบบบบบบบบบบบบบบ




ความคิดเห็นที่ 4

Jill
14 ธ.ค. 2548 19:08
  1. ผิดจริงๆด้วย ไม่น่าทิ้งหนังสือเล่มเก่าเลย..เอ ถ้างั้นหน้าที่ของตับก็คือ?...สร้างสีน้ำดีจากเม็ดเลือดที่หมดอายุแล้ว สะสมสารอาหาร สกัดและทำลายพิษในสารอาหาร และก็ สร้างน้ำดีย่อยไขมัน? ใช่มั้ยคะ? คิดว่าครางนี้น่าจะถูกแล้วนะ



ความคิดเห็นที่ 1

Jill
13 ธ.ค. 2548 20:44
  1. ตับ....หนูคิดว่าน่าจะถูกนะ มันมีหน้าที่สร้างสาร อินซูลิน นะคะ
    มันช่วยในการย่อยสลายน้ำตาลมั้ง..เอ...ผิดแน่เลยเนี่ย...



ความคิดเห็นที่ 7

'๑'((*-*))P-A-N-G((*-*))'๑'
29 มิ.ย. 2550 23:29
  1. ตับ
    -ผลิตน้ำดีจากเม็ดเลือดแดงที่ตายแล้ว
    -ทำลายสารพิษ ทำให้ต้องมีSERมากงัย
    -เก็บไกลโคเจน(Glycogenesis)
    ++นึกออกเท่านี้อ่า++



ความคิดเห็นที่ 11

10 มี.ค. 2551 19:49
  1. <P><STRONG>นี่ๆขอแบบสรุปเลยได้ไหมว่าตับมีหน้าที่อารัย (สั้นๆแต่ได้ใจความ)</STRONG></P>



ความคิดเห็นที่ 3

Nuchana
14 ธ.ค. 2548 01:02
  1. กำจัดสารพิษ



ความคิดเห็นที่ 14

7 มิ.ย. 2551 12:14
  1. <P>ช่วยตอบให้ตรงประเด็นบ้างนะค่ะที่หลังงะ</P>
    <P>ล้อเล็นค่ะ</P>
    <P>&nbsp;</P>
    <P>&nbsp;</P>



ความคิดเห็นที่ 16

2 ธ.ค. 2551 20:01
  1. ข้อมูลดีนะเนี่ยยยขุดนานมาก- -*




ความคิดเห็นที่ 5

|\|uT~
15 ธ.ค. 2548 21:05
  1. ตับก็สร้างน้ำดีและกำจัดสารพิษออกจากร่างกายอ่าครับ



ความคิดเห็นที่ 8

30 มิ.ย. 2550 07:09
  1. เก็บโปรตีนอยู่ในรูปของไกลโคเจน
    ทำลายสารพิษ
    สะสมอาหาร
    ส่งอาหารไปส่วนต่างๆยามต้องการ



ความคิดเห็นที่ 12

11 มี.ค. 2551 17:26
  1. <P><FONT face="arial, helvetica, sans-serif">คือว่าตับทำหน้าที่เยอะมากๆครับ ขอสรุปคร่าวๆดังนี้</FONT></P>
    <P><FONT face=Arial>1.เก็บ glucose ไว้ในรูปของ glycogen</FONT></P>
    <P><FONT face=Arial>2.สร้างน้ำดีส่งไปเก็บที่ถุงน้ำดี</FONT></P>
    <P><FONT face=Arial>3.เป็นแหล่ง detoxification เวลาที่ดูดซึมสารอาหารแล้ว เลือดเลยต้องมาผ่านตับก่อนอ่ะ</FONT></P>
    <P><FONT face=Arial>4.สังเคราะห์วิตามิน และสร้างสารที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด</FONT></P>
    <P><FONT face=Arial>5.เป็นแหล่งทำลายเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุ</FONT></P>
    <P><FONT face=Arial>6.สร้างเม็ดเลือดแดงตอนอยู่ในครรภ์ก่อนที่ไขกระดูกจะถูกสร้าง</FONT></P>



ความคิดเห็นที่ 2

ติบอ
13 ธ.ค. 2548 23:09
  1. อินซูลินสร้างในตับอ่อนครับ คุณ Jill



ความคิดเห็นที่ 20

9 ต.ค. 2553 20:41
  1. ความรู้เยอะแยะเลย thk

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น