วิชาการดอทคอม ptt logo

ใครมี อิเหนา ตอนศึกกระหมังกุหนิง แบบ ถอดคำประพันธ์หรือร้อยแก้ว บ้างอ่า

โพสต์เมื่อ: 22:31 วันที่ 23 ธ.ค. 2548         ชมแล้ว: 453,350 ตอบแล้ว: 649
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ต้องการด่วนเลยอ่า คือว่าแฟนผมไม่ได้มาวันที่ต้องรายงานเรื่องอิเหนา อ. ท่านก้อเลยให้แฟนผมติด ร. อ่า อ.ท่านบอกว่าให้ถอดคำประพันธ์หรือหาร้อยแก้วมาส่งทั้งตอนเลยอ่า


แย่แน่เลยอ่า แงๆๆ(203.151.140.117,203.113.36.9,)





จำนวน 371 ความเห็น, หน้าที่ | 1| 2| 3| -4-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 301 3 ธ.ค. 2550 (00:54)
แล้วทำไมไม่ทำกันเอง

เวรกรรม

ห้องสมุดก็มีไม่ไปค้นคว้า

เชื่อได้ไงว่าคำตอบในเน็ตจะถูก
ดาหาชาดา (IP:58.8.127.184)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 302 5 ธ.ค. 2550 (11:19)
ช่วยถอดคำประพันธ์หน้า215-216 หน่อยคับ
GitMan_123@hotmail.com (IP:125.27.100.173)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 303 5 ธ.ค. 2550 (13:30)
เรากำลังจะทำโคลงงานเรื่อง คำราชาศัพท์ในนิทานเรื่องอิเหนา แต่ไม่รู้จะเริ่มทำจากตรงไหนก่อนใครรู้ก็ช่วยแนะนำด้วยน่ะค่ะ ถ้าได้ก็ช่วยส่งทางอีเมลล์จะถือเป็นกรุณามากค่ะ ขอบคุณจากใจค่ะ ช่วยแนะนำด้วยน่ะค่ะ
nongmay_cinjung@hotmail.com (IP:203.149.16.33)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 304 5 ธ.ค. 2550 (13:39)
ลืมบอกค่ะว่าอยากได้ทุกตอนเลย ช่วยบอกด้วยน่ะค่ะว่ามาจากตอนไหน ไม่จั้นมันจะทำให้งานดูยากและลำบากจนทำให้เสียเวลาในการทำ
nongmay_cinjung@hotmail.com (IP:203.149.16.33)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 305 5 ธ.ค. 2550 (14:01)
กำลังหาอยู่พอดี โชคดีเปิดมาเจอเป็นบุญไปพรุ่งนีไม่ต้องโดนดุ ขอบคุณน่ะ
นิแหน่ (IP:203.172.89.188)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 306 6 ธ.ค. 2550 (19:31)
ช่วยหาบทละครอิเหนาตอนศึกกะหมังกุหนิงไห้ม่ายจิจาเอาไปแสดงละครอ่า ขอบคุนร่วงหน้าเลยนะคะ
ลูกปลาจัง (IP:202.129.4.157)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 307 8 ธ.ค. 2550 (16:53)
ไม่ทราบ
popnasan@thaimail.com (IP:222.123.242.8)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 308 12 ธ.ค. 2550 (13:18)
เมื่อนั้น วิหยาสะกำเรืองศรี

ชักม้าวงวิ่งชิงที โหมหักไพรีด้วยแรงฤทธิ์
ปอ (IP:203.172.166.210)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 309 12 ธ.ค. 2550 (22:20)
มีอีกปะคะ



อยากได้อย่างละเอียด



โดยเฉพาะตัวละครในตอนศึกกะหมังกุหนิง
i_tyntw@hotmail.com (IP:58.9.36.112)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 310 16 ธ.ค. 2550 (11:06)
ม่ายรู้จะทำอะไรก่อนดี งานเรื่องอิเหนาเยะอมากเลย

ถามอารยหน่อยดิ...

ทำมัยกะหมังกุหนิงถึงคิดว่ากองทัพที่ยกมาเป็นกงทัพของจรกา
ปลา (IP:203.113.55.207)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 311 17 ธ.ค. 2550 (00:09)
ขอร้องง ช่วยเราหน่อยนะค่ะช่วยถอดหน้า165-166อะค่ะ เรารีบมากเลยยอะค่ะจานให้ถอด งัยก้อขอบจัยล่วงหน้าค่ะ
bell_193033@hotmail.com (IP:124.157.170.107)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 312 17 ธ.ค. 2550 (00:10)
ช่วยเราหน่อยนะเชื่อว่าคนเก่งยังอีกเยอะหน้า165-166อะค่ะ ขอบคุนล่วงหน้าค่ะ
bell_19303@hotmail.com (IP:124.157.170.107)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 313 26 ธ.ค. 2550 (22:33)
อยากทราบว่าดาหยนเป็นลูกของใครและท้าวกระหมังกุหนิงตายเพราะเหตุใด(อย่าบอกว่าเพราะอิเหนาฆ่านะ)ช่วยด้วยนะคะ
mooyong_pp@hotmail.com (IP:124.121.207.83)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 314 27 ธ.ค. 2550 (20:08)
ใครแปลความบทประพันธตอนศึกกระหมังกุหนิงช่วยส่งมาให้ทีจร้า
pbestpbest@hotmail.com (IP:124.157.247.189)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 315 28 ธ.ค. 2550 (11:19)
อยากรู้ว่าดอกดาหลาเป็นดอกไม้ที่เกี่ยวข้องกับความรักที่อิเหนามอบให้ใครเป็นตัวแทนความรักของอิเหา
ผ้อ่านอิเหนา (IP:203.113.17.165)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 316 28 ธ.ค. 2550 (11:23)
ความรักแบบอิเหนาควรเอาเป็นแบบอย่างหรืไม่สงสัยจัง
ผู้อ่านอิเหาตอนหนาว (IP:203.113.17.165)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 317 2 ม.ค. 2551 (18:24)
เจียระบาดคืออะไร อะบอกที
pikachu@hotmail.com (IP:125.24.177.199)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 318 9 ม.ค. 2551 (22:38)
ตอนนี้เราก็มีงานอ่ะ ช่วยถอดคำประพันธ์แบบละเอียด เรื่องอิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิงให้หน่อยจิ ด่วนด้วย
เค้าเอง (IP:203.113.77.41)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 319 12 ม.ค. 2551 (13:17)
ลองไปที่นี่ ดู ...ecurriculum.mv.ac.th/thai/m.4/unit5/lesson8/inow03/index.php-mod=Courses&op=course_lesson&cid=5&sid=.htm....



รุ้สึก เว็บนี้ มีหลายท่านไม่อยากส่งเสริมการช่วยทำการบ้าน

ก็เลยช่วยหา link ให้ เท่าที่จะทำได้



ต้องลองเข้าไปดูค่ะ
หน้าใหม่ (IP:58.136.57.104)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 320 13 ม.ค. 2551 (18:30)
ตัวละครมีคัยบ้าง บอกหน่อย่างละเอียดนะ
ex.28_gang@hotmail.com (IP:125.26.150.169)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 321 15 ม.ค. 2551 (13:51)
ช่วยวิจารณ์ตัวละครในเรื่องอิเหนาให้หน่อยสิค่ะ คือ จรกา
หงส์ (IP:117.47.214.216)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 322 16 ม.ค. 2551 (20:24)
เรื่องย่ออิเหนา ( ตอนศึกกะหมังกุหนิง )

ท้าวกะหมังกุหนิงกับประไหมสุหรีมีโอรสชื่อ วิหยาสะกำ ในคราวที่วิหยาสะกำออกประพาสป่า องค์ปะตาระกาหลาได้แปลงร่างเป็นกวางทองเพื่อล่อวิหยาสะกำมายังต้นไทรที่พระองค์ซ่อนรูปวาดบุษบาไว้ เมื่อวิหยาสะกำเห็นรูปวาดของบุษบาก็หลงรักนางจนคลั่ง ท้าวกะหมังกุหนิงสืบทราบว่านางคือบุษบา ธิดาท้าวดาหาที่ตอนนี้เป็นคู่หมั้นของจรกาแล้ว แต่ด้วยความรักและสงสารลูกจึงส่งทูตไปสู่ขอบุษบาให้วิหยาสะกำแต่เมื่อท้าวดาหาปฏิเสธท้าวกะหมังกุหนิงจึงสั่งยกทัพมาเมืองดาหาเพื่อจะชิงตัวบุษบา

ท้าวดาหาส่งพระราชสาส์นไปขอความช่วยเหลือจากท้าวกุเรปัน (พี่ชาย) ท้าวกาหลังและท้าวสิงหัดส่าหรี (น้องชาย) และจรกาให้ยกทัพมาช่วยกันรบป้องกันเมืองดาหา

เมื่อท้าวกุเรปันได้รับข่าวแล้วจึงให้ทหารนำจดหมายไปให้อิเหนาที่อยู่เมืองหมันหยา(เมืองจินตหรา) อิเหนาไม่อยากไปแต่กลัวพ่อโกรธเลยต้องไป ในที่สุดอิเหนาก็ยกทัพมากับกะหรัดตะปาตี (พี่ชายคนละแม่) ทำให้ท้าวดาหาดีใจมากเพราะเชื่อมั่นว่าอิเหนาต้องรบชนะแต่ด้วยความที่อิเหนาเคยทำให้ท้าวดาหาโกรธเรื่องปฏิเสธการแต่งงานกับบุษบาจนทำให้เกิดเรื่องขึ้นมาอิเหนาจึงตัดสินใจสู้รบให้ชนะก่อนแล้วค่อยเข้าไปเฝ้าท้าวดาหา

ในที่สุดเมื่อท้าวกะหมังกุหนิงยกทัพมาใกล้ดาหาทำให้เกิดการต่อสู้กับกองทัพของอิเหนา ในที่สุดสังคามาระตาก็เป็นผู้ฆ่าวิหยาสะกำ ส่วนอิเหนาเป็นผู้ฆ่าท้าวกะหมังกุหนิงตายในสนามรบด้วยกริชเทวา

หลังจากนั้นท้าวปาหยันกับท้าวประหมัน (พี่กับน้องของท้าวกะหมังกุหนิง) ก็ยอมอ่อนน้อมต่ออิเหนา อิเหนาจึงอนุญาตให้ระตูนำพระศพของทั้งสองกลับไปทำพิธีตามพระราชประเพณี



บทชมความงามวิหยาสะกำ

พระทนต์แดงดังแสงทับทิม

เพริศพริ้มเพราพักตร์คมขำ

ผิวพรรณผุดผ่องเพียงทองคำ

วิไลลักษณ์เลิศล้ำอำไพ



บทแสดงความเสียใจที่อิเหนามีต่อวิหยาสะกำ

หนุ่มน้อยโสภาน่าเสียดาย ควรจะนับว่าชายโฉมยง

ทนต์แดงดั่งแสงทับทิม เพริศพริ้มเพรารับกับขนง

เกศาปลายงอนงามทรง เององค์สารพัดไม่ขัดตา

กระนี้ฤๅบิดามิพิศวาส จนพินาศด้วยโอรสา

แม้นว่าระตูจรกา งามเหมือนวิหยาสะกำนี้

จะมิได้ร้อนรนด้วยปนศักดิ์ น่ารักรูปทรงส่งศรี

ตรัสแล้วลีลาขึ้นพาชี กลับไปยังที่พลับพลาพลัน

แผนภูมิวงศ์เทวา











แผนภูมิเมืองหมันหยา









ตำแหน่งมเหสี ๕ พระองค์

ประไหมสุหรี มะเดหวี มะโต ลิกู เหมาหลาหงี



ตำแหน่งพระชายาของอิเหนา ( ๑๐ พระองค์ )

จินตะหราวาตี ประไหมสุหรีฝ่ายขวา

บุษบา อัครชายาฝ่ายซ้าย

สการะวาตี มะเดหวีฝ่ายขวา

มาหยารัศมี มะเดหวีฝ่ายซ้าย

บุษบาวิลิศ มะโตฝ่ายขวา

บุษบากันจะหนา มะโตฝ่ายซ้าย

กะระติกา ลิกูฝ่ายขวา

อรสานารี ลิกูฝ่ายซ้าย

สุหรันกันจาส่าหรี เหมาหลาหงีฝ่ายขวา

หงยาหยา เหมาหลาหงีฝ่ายซ้าย















4/10โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร จังหวัดหนองคาย
www.teepa@thaimail.com (IP:202.149.25.225)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 323 26 ม.ค. 2551 (12:09)
ช่วยถอดคำประพันธ์หน้า 170-172
soone_LOVE@HOTMAIL.COM (IP:222.123.138.76)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 324 27 ม.ค. 2551 (11:19)
โอ๊ยยยย...จะทำโครงงานเรื่องอิเหนาอะแต่ไม่รู้จะทำอะไรดีที่มันแปลกใหม่อะค่ะ ทามไงดีค่ะ
chompoo_we_jinx20719@hotmail.com (IP:58.9.36.40)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 325 29 ม.ค. 2551 (18:16)
ผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

รูปแบบ กลอนบทละคร

ที่มาของเรื่อง

อิเหนาเป็นบทประพันธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เรื่องนี้ได้เค้าเรื่องมาจากชวา ไทยรับเข้ามาในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งพระธิดาคือเจ้าฟ้ากุณฑล ได้ทรงนิพนธ์เรื่องดาหลัง (อิเหนาใหญ่)ส่วนเจ้าฟ้ามงกุฏทรงนิพนธ์เรื่องอิเหนาเล็ก แต่ต่อมาได้สูญหายไป บทละครเรื่องอิเหนาได้รับความนิยมแพร่หลายมากกว่าดาหลัง ชื่อตัวละครก็จะคุ้นหูกว่าดาหลัง

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง อิเหนา ซึ่งได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าเป็นยอดแห่งกลอนบทละคร คือดีทั้งความ ดีทั้งกระบวนกลอน ดีทั้งกระบวนสำหรับเล่นละคร

เนื้อเรื่อง อิเหนาตอนที่นำเป็นบทเรียน มีเนื้อเรื่องย่อดังต่อไปนี้

ตั้งแต่วิหยาสะกำได้ชมรูปภาพของนางบุษบาก็หลงรักนาง และอยากได้นางมาเป็นมเหสี ท้าวกะหมังกุหนิงก็ตามใจลูกส่งทูตไปขอนางบุษบากับท้างดาหา และเตรียมกองทัพไว้ถ้าท้าวดาหาปฏิเสธก็จะยกทัพไปตีเมืองดาหา ท้าวกะหมังกุหนิงได้เล่าเรื่องราวและขอความช่วยเหลือจากน้องชาย คือ ระตูปาหยัง และท้าวประหมัน ซึ่งระตูทั้งสองก็ทูลทัดทาน ขอให้ตรึกตรองดูให้ดี เพราะท้าวดาหาเป็นวงศ์อสัญแดหวา ซึ่งมีกำลังทหารมากมาย ทั้งไพร่พลก็ชำนาญในการสงคราม ท้าวกะหมังกุหนิงก็บ่ายเบี่ยงเลี่ยงตอบว่าการทำสงครามครั้งนี้เป็นการช่วงชิงนางบุษบาจากจรกา แม้พระอนุชาจะอ้างเหตุผลอย่างไรก็ตาม ท้าวกะหมังกุหนิงก็ยืนยันความตั้งใจเดิม ไม่เปลี่ยนใจจะทำเพื่อลูก

ฝ่ายท้าวดาหาเมื่อปฏิเสธไม่ยอมยกนางบุษบาให้แล้ว ก็มีหนังสือไปขอความช่วยเหลือไปหาท้าวกุเรปัน พระเชษฐา ท้าวกาหลังและท้าวสิงหัดส่าหรี พระอนุชาทั้งสอง ท้าวสิงหัดส่าหรีเมื่อทราบข่าวก็ส่งทหารไปบอกท้าวดาหาว่าไม่ต้องวิตก จะส่งสุหรานากงไปช่วย ฝ่ายเมืองกุเรปันท้าวกุเรปันได้มีหนังสือ 2 ฉบับ ให้ดะหมังนำไปให้อิเหนา 1ฉบับ และให้ระตูหมันหยา 1 ฉบับ แล้วให้กะหรัดตะปาตี ยกทัพไปสมทบกับอิเหนา ช่วยท้าวดาหาทำศึก กะหรัดตะปาตีก็ยกทัพไปคอยอิเหนาที่ชายเมืองหมันหยา ส่วนท้าวกาหลังก็ให้ตำมะหงงกับดะหมังคุมพลยกออกจากเมืองกาหลังมาพบสุหรานากงจากเมืองสิงหัดส่าหรี สองทัพก็สมทบกันยกไปเมืองดาหา

เมื่อท้าวดาหาปฏิเสธไม่ยอมยกนางบุษบาให้ ท้ากะหมังกุหนิงก็เตรียมจัดทัพยกไปตีเมืองดาหา ให้วิหยาสะกำเป็นกองหน้า พระอนุชาทั้งสองเป็นกองหลัง ท้าวกะหมังกุหนิงเป็นจอมทัพ ท้าวกะหมังกุหนิงได้ให้โหรโหรตรวจดูดวงชะตาว่าร้ายดีประกาใด โหรทำนายว่าดวงชะตาของท้าวกะหมังกุหนิงและวิหยาสะกำนั้นถึงฆาต ถ้ายกทัพไปในวันพรุ่งนี้จะพ่ายแพ้แก่ศัตรูแน่นอน ให้เว้นไปซัก 7 วัน แล้วจึงจะพ้นเคราะห์ไปทำศึกได้ แต่ท้าวกะหมังกุหนิงก็มิได้เปลี่ยนความตั้งใจ ยกทัพไปตามกำหนดที่ตั้งใจไว้

เมื่อท้าวดาหาทราบข่าวศึกก็ให้ตั้งค่ายรอบกรุงดาหาไว้ ทัพเมืองกะหมังกุหนิงก็ได้ยกทัพมาประชิดเมืองดาหา ท้าวดาหาเมื่อเห็นศึกมาประชิดเช่นนั้นก็รู้สึกน้อยใจอิเหนาว่าศึกครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะอิเหนาเป็นต้นเหตุ สุหรานากงและเสนาเมืองกาหลังเมื่อมาถึงก็เข้าเฝ้าท้าวดาหา สุหรานากงแจ้งให้ท้าวดาหาทราบว่า ท้าวกุเรปันส่งกะหรัดตะปาตีให้สมทบกับทัพอิเหนามาช่วย ท้าวดาหาก็เชื่อว่ากะหรัดตะปาตีนั้นคงมา แต่ไม่เชื่อว่าอิเหนาจะจากหมันหยามาได้ ท้าวดาหาเสนอแนะการทำศึกแก่สุหรานากงว่าไม่ควรออกไปสู้รบนอกเมือง เพราะกองทัพศัตรูกล้ายกมาครั้งนี้ก็ย่อมมีความสามารถมีกำลัง ควรตั้งมั่นไว้ในเมืองก่อน ถ้าทัพต่างๆยกมาช่วยแล้วค่อยตีกระหนาบ ศึกก็จะล่าเลิกไป

อิเหนาเมื่อได้รับหนังสือจากท้าวกุเรปันให้ยกทัพไปช่วยท้าวดาหา ถ้าไม่ยกไปช่วยก็ขาดจากความเป็นพ่อลูกกัน แม้ตายก็ไม่ต้องไปเผา อิเหนาอ่านจบแล้วก็นึกว่า นางบุษบาจะงามแค่ไหน ใครต่อใครจึงมาหลงรัก ถ้างามเหมือนจินตะหราก็สมควรที่จะหลงรัก อิเหนาคิดว่าอีก 7 วันจึงจะยกทัพไปแต่ดะหมังทูลเตือนว่าอาจไปช่วยไม่ทัน อิเหนาจึงจำใจยกทัพไปวันรุ่งขึ้น อิเหนาได้เข้าเฝ้าท้าวหมันหยาซึ่งก็ได้รับหนังสือจากท้าวกุเรปันมีใจความตำหนิพระธิดาและท้าวหมันหยา ถ้าท้าวหมันหยายังเห็นดีเห็นงามไม่ให้อิเหนายกทัพไปช่วยศึกดาหา ก็จะตัดญาติขาดมิตรกัน ท้าวหมันหยาจึงเร่งให้อิเหนายกทัพไปและให้ระเด่นดาหยนคุมทัพจากหมันหยาไปสมทบอิเหนาด้วย

อิเหนาจึงมาลาจินตะหรา สการะวาตี และมาหยารัศมี ทั้งที่ใจไม่อยากจากไป อิเหนาสัญญากับจินตะหราว่าเสร็จศึกจะรีบกลีบมาทันที อิเหนายกทัพจากเมืองหมันหยาไปด้วยความโศกเศร้า และคิดถึงสามนางมาตามทางที่ผ่านไป อิเหนายกทัพสมทบกับกะหรัดตะปาตีที่คอยท่าอยู่แล้วพากันยกไปเมืองดาหา เมื่อถึงแดนดาหาอิเหนาก็หยุดตั้งค่าย ให้ตำมะหงงไปทูลท้าวดาหาว่าจะทำศึกให้เสร็จสิ้นก่อนแล้วจึงจะมาเข้าเฝ้า ท้าวดาหาก็ยินดีเมื่อรู้ว่าอิเหนายกทัพมาแล้ว เพราะรู้ว่าอิเหนาเก่งกล้าสามารถ ย่อมชนะศึกแน่นอน ส่วสุหรานากงก็ยกทัพออกไปสมทบกับอิเหนาแล้วเล่าเรื่องที่ท้าวดาหากล่าวถึงอิเหนาให้ฟัง

ฝ่ายท้าวกะหมังกุหนิงแม้รู้ข่าวว่ามีทัพยกมาช่วยท้าวดาหาแต่ก็ยังไม่เปลี่ยนใจได้เตรียมทำศึกเต็มที่ เมื่อทัพกะหมังกุหนิงประจันทัพกับทัพของอิเหนา ท้าวกะหมังกุหนิงไม่รู้ว่าเป็นทัพของอิเหนาจึงถามว่าผู้ใดคือจรกา อิเหนาจึงตอบว่าจรกามิได้มาด้วย เรายกมาแต่กุเรปันเพื่อมาช่วยน้อง ท้าวกะหมังกุหนิงเมื่อรู้ว่าเป็นอิเหนาก็รู้สึกหวาดหวั่นแต่ก็มีมานะเจรจาตอบ ในที่สุดสังคามาระตะก็ออกต่อสู้กับวิหยาสะกำ และได้ฆ่าวิหยาสะกำตาย ท้าวกะหมังกุหนิงจึงเข้าต่อสู้กับสังคามาระตะ อิเหนาเข้ารับไว้และฆ่าท้าวกะหมังกุหนิงสำเร็จ ระตูปาหยังและท้าวประหมันเห็นเหตุการณ์เป็นดังนั้นจึงยอมแพ้แก่อิเหนา และจะยอมเป็นเมืองขึ้นจะส่วเครื่องบรรณาการมาถวายตามประเพณี อิเหนาก็ได้อณุญาตให้นำศพท้าวกะหมังกุหนิงและวิหยาสะกำกลับไปที่เมืองเพื่อจัดพิธีศพตามประเพณีต่อไป
nun_a.n122@hotmail.com (IP:203.209.91.44)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 326 2 ก.พ. 2551 (17:00)
ดีมากเลยนะค่ะใครเป็นผู้แต่งอยากให้ย่อเรื่องอิเหนาตอนสุดท้ายด่วนเลยนะค่ะจะสอบเดี๋ยวไม่ได้ช่วยหน่อยเถอะ
อรษา (IP:118.172.41.104)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 327 3 ก.พ. 2551 (12:55)
-ขอขอบคุณ คุณnun_a.n122@hotmail.com มากค่ะ
zaa mak (IP:202.5.81.138)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 328 8 ก.พ. 2551 (20:33)
<FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff><STRONG>เนื้อเรื่องตอนที่ 1</STRONG> บ้านเมืองและกำเนิดตัวละคร<BR><BR><BR>ในชวาสมัยโบราณ มีกษัตริย์ปกครองเมืองใหญ่เมืองน้อย กษัตริย์วงศ์เทวาซึ่งถือว่าเป็นชาติตระกูลสูงสุด ด้วยสืบเชื้อสายมาจากเทวดา ใช้คำนำหน้าพระนามว่า ระเด่น ส่วนกษัตริย์นอกวงศ์นั้น ใช้คำว่า ระตู เริ่มต้นบทละครเรื่องนี้ กล่าวถึงกษัตริย์วงศ์ 4 องค์ ต่างเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา ทรงพระนามว่าท้าวกุเรปัน ท้าวดาหา ท้าวกาหลัง ท้าวสิงหัดส่าหรี ครองเมือง 4 เมือง ซึ่งมีชื่อเช่นเดียวกับพระนามกษัตริย์ ทุกพระองค์ต่างก็มีมเหสี 5 องค์ ตามประเพณี เรียงลำดับศักดิ์ คือ ประไหมสุหรี มะเดหวี มะโต ลิกู และเหมาหลาหงี ประไหมสุหรีของท้าวกุเรปันและท้าวดาหานั้น เป็นธิดาของกษัตริย์หมันหยาเมืองใหญ่อีกเมืองหนึ่ง จึงทำให้เมืองหมันหยามีความเกี่ยวดองกับกษัตริย์วงศ์เทวามากขึ้น ท้าวกุเรปันมีโอรสกับลิกูองค์หนึ่งทรงพระนามว่า กระหรัดตะปาตี ซึ่งได้หมั้นไว้กับบุษบารากา ธิดาของท้าวกาหลังซึ่งเกิดจากลิกู ต่อมาพระองค์ปรารถนาจะให้ประไหมสุหรีมีโอรสบ้าง จึงได้ทำพิธี<BR>บวงสรวง ก่อนประไหมสุหรีทรงครรภ์ก็ได้สุบินว่าพระอาทิตย์ทรงกลดลอยมาตกตรงหน้า และนางรับไว้ได้ เมือประสูติก็เกิดอัศจรรย์ต่าง ๆ เป็นนิมิตดี องค์ปะตาระกาหลาซึ่งเป็นเทวดาต้นวงศ์บนสวรรค์ เหาะนำกริชมาประทานให้ พร้อมทั้งจารึกนามโอรสด้วยว่า </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff> ต่อมาประไหมสุหรีได้ธิดาอีกหนึ่งองค์ พระนามว่า วิยะดา ฝ่ายท้าวดาหา ประไหมสุหรีก็ประสูติธิดา ได้พระนามว่า บุษบา ขณะประสูติก็เกิดอัศจรรย์ก็มี กลิ่นหอมตลบทั่วเมือง หลังจากประสูติบุษบาแล้ว ประไหมสุหรีก็ประสูติโอรสอีก พระนามสียะตรา <BR>ท้าวกาหลังมีธิดา พระนามสะการะหนึ่งหรัด ท้าวสิงหัดส่าหรีมีโอรส พระนามสุหรานากง และธิดาพระนาม จินดาส่าหรี <BR>กษัตริย์ในวงศ์เทวาจึงได้จัดให้มีการตุนาหงันกันขึ้น ระหว่างโอรสและธิดาในวงศ์เดียวกันโดยให้ </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff>หมั้นไว้กับบุษบา กระหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สียะตรากับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด แต่ก่อนจะมีการแต่งงาน ความยุ่งยากก็เกิดขึ้น<BR><BR><BR><STRONG>เนื้อเรื่องตอนที่ 2</STRONG> ความขัดแย้ง ต้นเหตุของความยุ่งยาก <BR>จุดเริ่มต้นที่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคที่ทำให้ตัวละครประกอบความยุ่งยาก และเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายอันเป็นการดำเนินเรื่อง<BR>ของบทละครเรื่องนี้ เกิดจากอัยยิกาของ</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>ที่เมืองหมันหยาสิ้นพระชนม์ </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>จึงเสด็จไปในงานพระเมรุแทนท้าวกุเรปัน แต่เสร็จพิธีแล้ว</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>ไม่ยอมกลับ เพราะหลงรักนาง จินตะหรา ธิดาท้าวหมันหยา จนท้าวกุเรปันต้องมีสารไปเตือน เมื่อกลับมากรุงกุเรปันแล้วและใกล้เวลาอภิเษกกับบุษบา </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>ก็ไม่ใคร่เต็มใจ จึงออกอุบายทูลลาพระบิดาไปประพาสป่า แล้วปลอมองค์เป็น ปันหยีหรือโจรป่า นามว่ามิสาระปันหยี คุมไพร่พลรุกรานเมืองต่าง ๆ เมื่อเสด็จไปถึงเมืองใดก็ได้เมืองนั้นเป็นเมืองขึ้น ระตูหลายเมืองได้ถวายโอรสและธิดาให้ ที่สำคัญคือระตูปันจะรากันและระตูปักมาหงัน ได้ถวายธิดาคือมาหยารัศมีและสะการวาตี ซึ่งต่อมาได้เป็นชายาของ</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff> และถวายโอรสคือสังคามาระตา ซึ่ง</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>ยกย่องให้เป็นน้องและเป็นทหารคู่ใจ กองทัพของปันหยีรอนแรมไปจนถึงเมืองหมันหยา ท้าวหมันหยาไม่กล้าต่อสู้และยอมยกธิดาให้ แต่พอรู้ว่าเป็น</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff> ท้าวหมันหยาไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญา </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff>จึงลอบเข้าหานางจินตะหราและได้เสียกัน ท้าวหมันหยาก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้<BR><BR><BR>พอถึงกำหนดการอภิเษก ท้าวดาหาก็มีสารถึงท้าวกุเรปันให้เตรียมพิธีอภิเษก แต่</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff>บอกปัด ทำให้ท้าวดาหาโกรธมาก จึงประกาศจะยกบุษบาให้กับใครก็ได้ที่มาขอ เพราะฉะนั้นเมื่อระตูจรกา กษัตริย์รูปชั่วตัวดำ ให้พี่ชายคือระตูล่าสำไปสู่ขอบุษบาให้ตน ท้าวดาหาก็ยอมยกให้ ต่อมา ท้าวกระหมังกุหนิง ส่งทูตมาสู่ขอบุษบาให้วิหยาสะกำซึ่งเป็นโอรส แต่ท้าวดาหาปฏิเสธเพราะได้<BR>ยกให้ระตูจรกาไปแล้ว เป็นเหตุให้ท้าวกะหมังกุหนิงโกรธและยกกองทัพมาล้อมเมืองดาหา ท้าว ดาหาจึงขอกำลังจาก<BR>พระเชษฐาและพระอนุชา ท้าวกุเรปันมีคำสั่งให้</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>ไปช่วยรบ </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>จึงจำใจต้องจากนางจินตะหราและยกกองทัพไปช่วยรบ การศึกครั้งนี้ </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>มีชัยชนะ ท้าวกะหมังกุหนิงถูก</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>ฆ่าตายและโอรสคือวิหยาสะกำถูกสังคามาระตาฆ่าตาย กองทัพที่ล้อมเมืองดาหาก็แตกพ่ายไป เมื่อชนะศึกแล้ว </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>ก็ได้เข้าเฝ้าท้าวดาหาและได้พบกับบุษบา </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>ได้เห็นความงามของบุษบาก็หลงรักและเสียดาย พยายามหาอุบายอยู่ในเมืองดาหาต่อไป และพยายามหาโอกาสใกล้ชิดบุษบา โดยอาศัยสียะตราเป็นสื่อรัก </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff>พยายามหาวิธีการทุกทางเพื่อจะได้บุษบาเป็นของตน เช่นตอนที่ท้าว<BR>ดาหาไปใช้บนที่เขาวิลิศมาหรา </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>ได้แอบสลักสารบนกลีบดอกปะหนัน (ลำเจียก) ให้นาง แอบเข้าไปในวิหารพระปฏิมา ตรัสตอบคำถามแทนพระปฏิมา ต้อนค้างคาวมาดับไฟแล้วแอบมากอดนาง ตลอดจนคาดคั้นมะเดหวีให้ช่วยเหลือตน เป็นต้น และเมื่อท้าวดาหาจะจัดพิธีอภิเษกระหว่างบุษบากับระตูจรกา </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff>ก็ใช้วิธีการสุดท้ายโดยการทำอุบายเผาเมือง แล้วลอบพานางบุษบาหนีออกจากเมืองไปซ่อนในถ้ำที่เตรียมไว้ และได้นางเป็นมเหสี<BR><BR><BR><STRONG>เนื้อเรื่องตอนที่ 3 </STRONG>ปัญหาใหม่ และการมะงุมมะงาหรา<BR>หลังจาก</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>กับบุษบาเข้าใจกันแล้ว ก็เกิดความยุ่งยากใหม่ขึ้นกับตัวละครอีก เพราะองค์ปะตาระกาหลาทรงพิโรธ</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><BR></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff>ที่ก่อเหตุวุ่นวายมาตลอด จึงดลบันดาลให้ลมหอบเอานางบุษบาพร้อมพี่เลี้ยงสองนาง ไปตกในเมืองปะมอตัน<BR>ขณะที่</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>เข้าไปในเมืองดาหาเพื่อแก้สงสัย </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff>กลับมาไม่พบบุษบาก็ปลอมองค์เป็นปันหยีออกตามหา พร้อมกับนำวิยะดาไปด้วยกับตน โดยให้ปลอมเป็นปันหยีชื่อเกนหลงหนึ่งหรัด ผ่านเมืองใดก็รบพุ่งเอาไปเป็นเมืองขึ้นไปตลอดรายทาง จนถึงเมืองกาหลัง จึงได้เข้าไปขอพักอาศัยอยู่ด้วย<BR><BR><BR>ส่วนบุษบา หลังจากลมหอบไปยังเมืองปะมอตันแล้ว องค์ปะตาระกาหลา ก็สำแดงตนบอกเล่า เรื่องราวให้ทราบว่า นี่เป็นการลงโทษ</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff> ทั้งสองจะต้องผจญความลำบากอยู่ระยะหนึ่ง จึงจะได้พบกันองค์ปะตาระกาหลาได้แปลงตัวบุษบาให้เป็นชาย มอบกริชจารึกพระนามว่ามิสาอุณากรรณ ให้มีความสามารถทางการรบ หลังจากนั้น อุณากรรณเดินทางเข้าเมืองปะมอตัน ท้าวปะมอตันรับเลี้ยงไว้เป็นโอรส ต่อมาอุณากรรณกับพี่เลี้ยงก็ยกพลออกเดินทางเพื่อตามหา</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff> ผ่านเมืองใดเจ้าเมืองไม่อ่อนน้อมก็รบพุ่งได้ชัยชนะหลายเมือง จนกระทั่งถึงเมืองกาหลัง ได้พบกับปันหยี ทั้งสองฝ่ายต่างก็แคลงใจว่าอีกฝ่ายคือบุคคลที่ตนเที่ยวหา แต่ก็ไม่กล้าเปิดเผยตัว ได้แต่สังเกตและคุมเชิงกันอยู่<BR>ที่เมืองกาหลัง ปันหยีและอุณากรรณได้เข้าอ่อนน้อมต่อท้าวกาหลัง ท้าวกาหลังก็ทรงโปรดทั้งสองเหมือนโอรส ต่อมามีศึกมาประชิดเมืองเพราะท้าวกาหลังไม่ยอมยกธิดา คือสะการะหนึ่งหรัดให้ ปันหยีและอุณากรรณอาสารบ<BR>และสามารถชนะศึกได้อย่างง่ายดาย เหตุการณ์นี้ทำให้ปันหยี อุณากรรณและสะการะหนึ่งหรัดใกล้ชิดสนิดสนมกันมากยิ่งขึ้น ทำให้อุณากรรณกลัวความจะแตกว่านางเป็นหญิง กอปรกับต้องการติดตามหา</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff>ต่อไป จึงทูลลาท้าวกาหลังกลับเมืองปะมอตัน แต่นางออกอุบายให้ทหารกลับเมืองตามลำพัง ส่วนนางกับพี่เลี้ยงหนีไปบวชชี (แอหนัง) เพื่อหาทางหลบหนีการตามพัวพันของปันหยี<BR>ฝ่ายสียะตราแห่งเมืองดาหา ครั้นทำพิธีโสกันต์เสร็จก็แอบหนีพระบิดาปลอมตัวเป็นปัจจุเหร็จโจรป่าชื่อ ย่าหรัน ออกเดินทางหา</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>และบุษบา องค์ปะตาระกาหลาแปลงเป็นนกยูงมาล่อย่าหรันไปถึงเมืองกาหลังได้เข้าเฝ้าและพำนักอยู่ในเมือง ต่อมาย่าหรันและปันหยีเกิดต่อสู้กัน เพราะเกนหลงหนึ่งหรัดเป็น ต้นเหตุ ในที่สุด</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff>และสียะตราก็จำกันได้ เพราะมองเห็นกริชของกันและกัน <BR><BR><BR>ต่อมาปันหยีทราบว่ามีแอหนังบวชบนภูเขา รูปงามละม้ายบุษบา จึงออกอุบายปลอมตัวเป็นเทวดาหลอกนางมายังเมืองกาหลัง เมื่อปันหยีพิศดูนางก็ยิ่งละม้ายนางบุษบา แต่พอเห็นกริชของนาง ชื่ออุณากรรณ ก็เข้าใจว่านางเป็นชายาของอุณากรรณ ฝ่ายพี่เลี้ยงของปันหยีคิดเล่นหนังทดสอบแอหนัง โดยผูกเรื่องตามชีวิตจริงของ</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>กับบุษบาทุก ๆ ตอน นางแอหนังฟังเรื่องราวก็ร้องไห้คร่ำครวญ ทั้งสองฝ่ายจึงจำกันได้ </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>จึงให้นางสึกจากชี ระเด่นทั้งสี่ คือ </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff> บุษบา สียะตรา และวิยะดา จึงพบกันและจำกันได้หลังจากดั้นด้นติดตามกันโดยปราศจากทิศทาง (มะงุมมะงาหรา) เสียนาน<BR><BR><BR><STRONG>เนื้อเรื่องตอนที่ 4 </STRONG>ปิดเรื่อง<BR>กษัตริย์วงศ์เทวาได้มาพร้อมกัน ณ เมืองกาหลัง หลังจากทราบเรื่องและเข้าใจกันดีแล้ว จึงได้มีการ<BR>อภิเษกสมรสกันขึ้นระหว่างคู่ตุนาหงันในวงศ์เทวา พร้อมทั้งอภิเษกธิดาระตูอื่น ๆ เป็นมเหสีกษัตริย์วงศ์เทวาจนครบตำแหน่ง เช่น </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>อภิเษกกับบุษบาและจินตะหรา โดยบุษบาเป็นประไหมสุหรีฝ่ายซ้าย จินตะหราเป็นประไหมสุหรีฝ่ายขวา สะการะวาตีเป็นมะเดหวีฝ่ายขวา มาหยารัศมีเป็นมะเดหวีฝ่ายซ้าย บุษบาวิลิศเป็นมะโตฝ่ายขวา บุษบากันจะหนาเป็นมะโตฝ่ายซ้าย ระหนากะระติกาเป็นลิกูฝ่ายขวา อรสานารีเป็นลิกูฝ่ายซ้าย สุหรันกันจาส่าหรี เป็นเหมาหลาหงีฝ่ายขวา หงยาหยาเป็นเหมาหลาหงีฝ่ายซ้าย สียะตราอภิเษกกับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด กะหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สุหรานากงครองเมืองสิงหัดส่าหรี กะหรัดตะปาตีครองเมืองกาหลัง</FONT></FONT>
SamiGo_99@hotmail.com (IP:203.113.45.198)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 329 8 ก.พ. 2551 (20:37)
<P>ขอโทดนะ</P>

<P>เอาใหม่</P>

<P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>เนื้อเรื่องตอนที่ 1 บ้านเมืองและกำเนิดตัวละคร</FONT></P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>

<P><BR><BR><BR>ในชวาสมัยโบราณ มีกษัตริย์ปกครองเมืองใหญ่เมืองน้อย กษัตริย์วงศ์เทวาซึ่งถือว่าเป็นชาติตระกูลสูงสุด ด้วยสืบเชื้อสายมาจากเทวดา ใช้คำนำหน้าพระนามว่า ระเด่น ส่วนกษัตริย์นอกวงศ์นั้น ใช้คำว่า ระตู เริ่มต้นบทละครเรื่องนี้ กล่าวถึงกษัตริย์วงศ์ 4 องค์ ต่างเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา ทรงพระนามว่าท้าวกุเรปัน ท้าวดาหา ท้าวกาหลัง ท้าวสิงหัดส่าหรี ครองเมือง 4 เมือง ซึ่งมีชื่อเช่นเดียวกับพระนามกษัตริย์ ทุกพระองค์ต่างก็มีมเหสี 5 องค์ ตามประเพณี เรียงลำดับศักดิ์ คือ ประไหมสุหรี มะเดหวี มะโต ลิกู และเหมาหลาหงี ประไหมสุหรีของท้าวกุเรปันและท้าวดาหานั้น เป็นธิดาของกษัตริย์หมันหยาเมืองใหญ่อีกเมืองหนึ่ง จึงทำให้เมืองหมันหยามีความเกี่ยวดองกับกษัตริย์วงศ์เทวามากขึ้น ท้าวกุเรปันมีโอรสกับลิกูองค์หนึ่งทรงพระนามว่า กระหรัดตะปาตี ซึ่งได้หมั้นไว้กับบุษบารากา ธิดาของท้าวกาหลังซึ่งเกิดจากลิกู ต่อมาพระองค์ปรารถนาจะให้ประไหมสุหรีมีโอรสบ้าง จึงได้ทำพิธี<BR>บวงสรวง ก่อนประไหมสุหรีทรงครรภ์ก็ได้สุบินว่าพระอาทิตย์ทรงกลดลอยมาตกตรงหน้า และนางรับไว้ได้ เมือประสูติก็เกิดอัศจรรย์ต่าง ๆ เป็นนิมิตดี องค์ปะตาระกาหลาซึ่งเป็นเทวดาต้นวงศ์บนสวรรค์ เหาะนำกริชมาประทานให้ พร้อมทั้งจารึกนามโอรสด้วยว่า อิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000> ต่อมาประไหมสุหรีได้ธิดาอีกหนึ่งองค์ พระนามว่า วิยะดา ฝ่ายท้าวดาหา ประไหมสุหรีก็ประสูติธิดา ได้พระนามว่า บุษบา ขณะประสูติก็เกิดอัศจรรย์ก็มี กลิ่นหอมตลบทั่วเมือง หลังจากประสูติบุษบาแล้ว ประไหมสุหรีก็ประสูติโอรสอีก พระนามสียะตรา <BR>ท้าวกาหลังมีธิดา พระนามสะการะหนึ่งหรัด ท้าวสิงหัดส่าหรีมีโอรส พระนามสุหรานากง และธิดาพระนาม จินดาส่าหรี <BR>กษัตริย์ในวงศ์เทวาจึงได้จัดให้มีการตุนาหงันกันขึ้น ระหว่างโอรสและธิดาในวงศ์เดียวกันโดยให้ อิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>หมั้นไว้กับบุษบา กระหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สียะตรากับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด แต่ก่อนจะมีการแต่งงาน ความยุ่งยากก็เกิดขึ้น</FONT></P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>

<P><BR><BR><BR>เนื้อเรื่องตอนที่ 2 ความขัดแย้ง ต้นเหตุของความยุ่งยาก <BR>จุดเริ่มต้นที่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคที่ทำให้ตัวละครประกอบความยุ่งยาก และเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายอันเป็นการดำเนินเรื่อง<BR>ของบทละครเรื่องนี้ เกิดจากอัยยิกาของอิเหนาที่เมืองหมันหยาสิ้นพระชนม์ อิเหนาจึงเสด็จไปในงานพระเมรุแทนท้าวกุเรปัน แต่เสร็จพิธีแล้วอิเหนาไม่ยอมกลับ เพราะหลงรักนาง จินตะหรา ธิดาท้าวหมันหยา จนท้าวกุเรปันต้องมีสารไปเตือน เมื่อกลับมากรุงกุเรปันแล้วและใกล้เวลาอภิเษกกับบุษบา อิเหนาก็ไม่ใคร่เต็มใจ จึงออกอุบายทูลลาพระบิดาไปประพาสป่า แล้วปลอมองค์เป็น ปันหยีหรือโจรป่า นามว่ามิสาระปันหยี คุมไพร่พลรุกรานเมืองต่าง ๆ เมื่อเสด็จไปถึงเมืองใดก็ได้เมืองนั้นเป็นเมืองขึ้น ระตูหลายเมืองได้ถวายโอรสและธิดาให้ ที่สำคัญคือระตูปันจะรากันและระตูปักมาหงัน ได้ถวายธิดาคือมาหยารัศมีและสะการวาตี ซึ่งต่อมาได้เป็นชายาของอิเหนา และถวายโอรสคือสังคามาระตา ซึ่งอิเหนายกย่องให้เป็นน้องและเป็นทหารคู่ใจ กองทัพของปันหยีรอนแรมไปจนถึงเมืองหมันหยา ท้าวหมันหยาไม่กล้าต่อสู้และยอมยกธิดาให้ แต่พอรู้ว่าเป็นอิเหนา ท้าวหมันหยาไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญา อิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>จึงลอบเข้าหานางจินตะหราและได้เสียกัน ท้าวหมันหยาก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้<BR></FONT></P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>

<P><BR><BR>พอถึงกำหนดการอภิเษก ท้าวดาหาก็มีสารถึงท้าวกุเรปันให้เตรียมพิธีอภิเษก แต่อิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>บอกปัด ทำให้ท้าวดาหาโกรธมาก จึงประกาศจะยกบุษบาให้กับใครก็ได้ที่มาขอ เพราะฉะนั้นเมื่อระตูจรกา กษัตริย์รูปชั่วตัวดำ ให้พี่ชายคือระตูล่าสำไปสู่ขอบุษบาให้ตน ท้าวดาหาก็ยอมยกให้ ต่อมา ท้าวกระหมังกุหนิง ส่งทูตมาสู่ขอบุษบาให้วิหยาสะกำซึ่งเป็นโอรส แต่ท้าวดาหาปฏิเสธเพราะได้<BR>ยกให้ระตูจรกาไปแล้ว เป็นเหตุให้ท้าวกะหมังกุหนิงโกรธและยกกองทัพมาล้อมเมืองดาหา ท้าว ดาหาจึงขอกำลังจาก<BR>พระเชษฐาและพระอนุชา ท้าวกุเรปันมีคำสั่งให้อิเหนาไปช่วยรบ อิเหนาจึงจำใจต้องจากนางจินตะหราและยกกองทัพไปช่วยรบ การศึกครั้งนี้ อิเหนามีชัยชนะ ท้าวกะหมังกุหนิงถูกอิเหนาฆ่าตายและโอรสคือวิหยาสะกำถูกสังคามาระตาฆ่าตาย กองทัพที่ล้อมเมืองดาหาก็แตกพ่ายไป เมื่อชนะศึกแล้ว อิเหนาก็ได้เข้าเฝ้าท้าวดาหาและได้พบกับบุษบา อิเหนาได้เห็นความงามของบุษบาก็หลงรักและเสียดาย พยายามหาอุบายอยู่ในเมืองดาหาต่อไป และพยายามหาโอกาสใกล้ชิดบุษบา โดยอาศัยสียะตราเป็นสื่อรัก อิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>พยายามหาวิธีการทุกทางเพื่อจะได้บุษบาเป็นของตน เช่นตอนที่ท้าว<BR>ดาหาไปใช้บนที่เขาวิลิศมาหรา อิเหนาได้แอบสลักสารบนกลีบดอกปะหนัน (ลำเจียก) ให้นาง แอบเข้าไปในวิหารพระปฏิมา ตรัสตอบคำถามแทนพระปฏิมา ต้อนค้างคาวมาดับไฟแล้วแอบมากอดนาง ตลอดจนคาดคั้นมะเดหวีให้ช่วยเหลือตน เป็นต้น และเมื่อท้าวดาหาจะจัดพิธีอภิเษกระหว่างบุษบากับระตูจรกา อิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>ก็ใช้วิธีการสุดท้ายโดยการทำอุบายเผาเมือง แล้วลอบพานางบุษบาหนีออกจากเมืองไปซ่อนในถ้ำที่เตรียมไว้ และได้นางเป็นมเหสี</FONT></P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>

<P><BR><BR><BR>เนื้อเรื่องตอนที่ 3 ปัญหาใหม่ และการมะงุมมะงาหรา<BR>หลังจากอิเหนากับบุษบาเข้าใจกันแล้ว ก็เกิดความยุ่งยากใหม่ขึ้นกับตัวละครอีก เพราะองค์ปะตาระกาหลาทรงพิโรธอิเหนา<BR></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>ที่ก่อเหตุวุ่นวายมาตลอด จึงดลบันดาลให้ลมหอบเอานางบุษบาพร้อมพี่เลี้ยงสองนาง ไปตกในเมืองปะมอตัน<BR>ขณะที่อิเหนาเข้าไปในเมืองดาหาเพื่อแก้สงสัย อิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>กลับมาไม่พบบุษบาก็ปลอมองค์เป็นปันหยีออกตามหา พร้อมกับนำวิยะดาไปด้วยกับตน โดยให้ปลอมเป็นปันหยีชื่อเกนหลงหนึ่งหรัด ผ่านเมืองใดก็รบพุ่งเอาไปเป็นเมืองขึ้นไปตลอดรายทาง จนถึงเมืองกาหลัง จึงได้เข้าไปขอพักอาศัยอยู่ด้วย</FONT></P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>

<P><BR><BR><BR>ส่วนบุษบา หลังจากลมหอบไปยังเมืองปะมอตันแล้ว องค์ปะตาระกาหลา ก็สำแดงตนบอกเล่า เรื่องราวให้ทราบว่า นี่เป็นการลงโทษอิเหนา ทั้งสองจะต้องผจญความลำบากอยู่ระยะหนึ่ง จึงจะได้พบกันองค์ปะตาระกาหลาได้แปลงตัวบุษบาให้เป็นชาย มอบกริชจารึกพระนามว่ามิสาอุณากรรณ ให้มีความสามารถทางการรบ หลังจากนั้น อุณากรรณเดินทางเข้าเมืองปะมอตัน ท้าวปะมอตันรับเลี้ยงไว้เป็นโอรส ต่อมาอุณากรรณกับพี่เลี้ยงก็ยกพลออกเดินทางเพื่อตามหาอิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000> ผ่านเมืองใดเจ้าเมืองไม่อ่อนน้อมก็รบพุ่งได้ชัยชนะหลายเมือง จนกระทั่งถึงเมืองกาหลัง ได้พบกับปันหยี ทั้งสองฝ่ายต่างก็แคลงใจว่าอีกฝ่ายคือบุคคลที่ตนเที่ยวหา แต่ก็ไม่กล้าเปิดเผยตัว ได้แต่สังเกตและคุมเชิงกันอยู่<BR>ที่เมืองกาหลัง ปันหยีและอุณากรรณได้เข้าอ่อนน้อมต่อท้าวกาหลัง ท้าวกาหลังก็ทรงโปรดทั้งสองเหมือนโอรส ต่อมามีศึกมาประชิดเมืองเพราะท้าวกาหลังไม่ยอมยกธิดา คือสะการะหนึ่งหรัดให้ ปันหยีและอุณากรรณอาสารบ<BR>และสามารถชนะศึกได้อย่างง่ายดาย เหตุการณ์นี้ทำให้ปันหยี อุณากรรณและสะการะหนึ่งหรัดใกล้ชิดสนิดสนมกันมากยิ่งขึ้น ทำให้อุณากรรณกลัวความจะแตกว่านางเป็นหญิง กอปรกับต้องการติดตามหาอิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>ต่อไป จึงทูลลาท้าวกาหลังกลับเมืองปะมอตัน แต่นางออกอุบายให้ทหารกลับเมืองตามลำพัง ส่วนนางกับพี่เลี้ยงหนีไปบวชชี (แอหนัง) เพื่อหาทางหลบหนีการตามพัวพันของปันหยี<BR>ฝ่ายสียะตราแห่งเมืองดาหา ครั้นทำพิธีโสกันต์เสร็จก็แอบหนีพระบิดาปลอมตัวเป็นปัจจุเหร็จโจรป่าชื่อ ย่าหรัน ออกเดินทางหาอิเหนาและบุษบา องค์ปะตาระกาหลาแปลงเป็นนกยูงมาล่อย่าหรันไปถึงเมืองกาหลังได้เข้าเฝ้าและพำนักอยู่ในเมือง ต่อมาย่าหรันและปันหยีเกิดต่อสู้กัน เพราะเกนหลงหนึ่งหรัดเป็น ต้นเหตุ ในที่สุดอิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>และสียะตราก็จำกันได้ เพราะมองเห็นกริชของกันและกัน <BR></FONT></P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>

<P><BR><BR>ต่อมาปันหยีทราบว่ามีแอหนังบวชบนภูเขา รูปงามละม้ายบุษบา จึงออกอุบายปลอมตัวเป็นเทวดาหลอกนางมายังเมืองกาหลัง เมื่อปันหยีพิศดูนางก็ยิ่งละม้ายนางบุษบา แต่พอเห็นกริชของนาง ชื่ออุณากรรณ ก็เข้าใจว่านางเป็นชายาของอุณากรรณ ฝ่ายพี่เลี้ยงของปันหยีคิดเล่นหนังทดสอบแอหนัง โดยผูกเรื่องตามชีวิตจริงของอิเหนากับบุษบาทุก ๆ ตอน นางแอหนังฟังเรื่องราวก็ร้องไห้คร่ำครวญ ทั้งสองฝ่ายจึงจำกันได้ อิเหนาจึงให้นางสึกจากชี ระเด่นทั้งสี่ คือ อิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000> บุษบา สียะตรา และวิยะดา จึงพบกันและจำกันได้หลังจากดั้นด้นติดตามกันโดยปราศจากทิศทาง (มะงุมมะงาหรา) เสียนาน<BR><BR></FONT></P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>

<P><BR>เนื้อเรื่องตอนที่ 4 ปิดเรื่อง<BR>กษัตริย์วงศ์เทวาได้มาพร้อมกัน ณ เมืองกาหลัง หลังจากทราบเรื่องและเข้าใจกันดีแล้ว จึงได้มีการ<BR>อภิเษกสมรสกันขึ้นระหว่างคู่ตุนาหงันในวงศ์เทวา พร้อมทั้งอภิเษกธิดาระตูอื่น ๆ เป็นมเหสีกษัตริย์วงศ์เทวาจนครบตำแหน่ง เช่น อิเหนาอภิเษกกับบุษบาและจินตะหรา โดยบุษบาเป็นประไหมสุหรีฝ่ายซ้าย จินตะหราเป็นประไหมสุหรีฝ่ายขวา สะการะวาตีเป็นมะเดหวีฝ่ายขวา มาหยารัศมีเป็นมะเดหวีฝ่ายซ้าย บุษบาวิลิศเป็นมะโตฝ่ายขวา บุษบากันจะหนาเป็นมะโตฝ่ายซ้าย ระหนากะระติกาเป็นลิกูฝ่ายขวา อรสานารีเป็นลิกูฝ่ายซ้าย สุหรันกันจาส่าหรี เป็นเหมาหลาหงีฝ่ายขวา หงยาหยาเป็นเหมาหลาหงีฝ่ายซ้าย สียะตราอภิเษกกับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด กะหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สุหรานากงครองเมืองสิงหัดส่าหรี กะหรัดตะปาตีครองเมืองกาหลัง</P>

<P></FONT>&nbsp;</P>
SamiGo_99@hotmail.com (IP:203.113.45.198)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 330 8 ก.พ. 2551 (20:41)
<P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>ขอโทดนะคะ </FONT></P>

<P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>เอาใหม่อีกรอบ</FONT></P>

<P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000>เนื้อเรื่องตอนที่ 1 บ้านเมืองและกำเนิดตัวละคร<BR><BR><BR>ในชวาสมัยโบราณ มีกษัตริย์ปกครองเมืองใหญ่เมืองน้อย กษัตริย์วงศ์เทวาซึ่งถือว่าเป็นชาติตระกูลสูงสุด ด้วยสืบเชื้อสายมาจากเทวดา ใช้คำนำหน้าพระนามว่า ระเด่น ส่วนกษัตริย์นอกวงศ์นั้น ใช้คำว่า ระตู เริ่มต้นบทละครเรื่องนี้ กล่าวถึงกษัตริย์วงศ์ 4 องค์ ต่างเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา ทรงพระนามว่าท้าวกุเรปัน ท้าวดาหา ท้าวกาหลัง ท้าวสิงหัดส่าหรี ครองเมือง 4 เมือง ซึ่งมีชื่อเช่นเดียวกับพระนามกษัตริย์ ทุกพระองค์ต่างก็มีมเหสี 5 องค์ ตามประเพณี เรียงลำดับศักดิ์ คือ ประไหมสุหรี มะเดหวี มะโต ลิกู และเหมาหลาหงี ประไหมสุหรีของท้าวกุเรปันและท้าวดาหานั้น เป็นธิดาของกษัตริย์หมันหยาเมืองใหญ่อีกเมืองหนึ่ง จึงทำให้เมืองหมันหยามีความเกี่ยวดองกับกษัตริย์วงศ์เทวามากขึ้น ท้าวกุเรปันมีโอรสกับลิกูองค์หนึ่งทรงพระนามว่า กระหรัดตะปาตี ซึ่งได้หมั้นไว้กับบุษบารากา ธิดาของท้าวกาหลังซึ่งเกิดจากลิกู ต่อมาพระองค์ปรารถนาจะให้ประไหมสุหรีมีโอรสบ้าง จึงได้ทำพิธี<BR>บวงสรวง ก่อนประไหมสุหรีทรงครรภ์ก็ได้สุบินว่าพระอาทิตย์ทรงกลดลอยมาตกตรงหน้า และนางรับไว้ได้ เมือประสูติก็เกิดอัศจรรย์ต่าง ๆ เป็นนิมิตดี องค์ปะตาระกาหลาซึ่งเป็นเทวดาต้นวงศ์บนสวรรค์ เหาะนำกริชมาประทานให้ พร้อมทั้งจารึกนามโอรสด้วยว่า อิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000> ต่อมาประไหมสุหรีได้ธิดาอีกหนึ่งองค์ พระนามว่า วิยะดา ฝ่ายท้าวดาหา ประไหมสุหรีก็ประสูติธิดา ได้พระนามว่า บุษบา ขณะประสูติก็เกิดอัศจรรย์ก็มี กลิ่นหอมตลบทั่วเมือง หลังจากประสูติบุษบาแล้ว ประไหมสุหรีก็ประสูติโอรสอีก พระนามสียะตรา <BR>ท้าวกาหลังมีธิดา พระนามสะการะหนึ่งหรัด ท้าวสิงหัดส่าหรีมีโอรส พระนามสุหรานากง และธิดาพระนาม จินดาส่าหรี <BR>กษัตริย์ในวงศ์เทวาจึงได้จัดให้มีการตุนาหงันกันขึ้น ระหว่างโอรสและธิดาในวงศ์เดียวกันโดยให้ อิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000>หมั้นไว้กับบุษบา กระหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สียะตรากับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด แต่ก่อนจะมีการแต่งงาน ความยุ่งยากก็เกิดขึ้น<BR><BR><BR>เนื้อเรื่องตอนที่ 2 ความขัดแย้ง ต้นเหตุของความยุ่งยาก <BR>จุดเริ่มต้นที่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคที่ทำให้ตัวละครประกอบความยุ่งยาก และเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายอันเป็นการดำเนินเรื่อง<BR>ของบทละครเรื่องนี้ เกิดจากอัยยิกาของอิเหนาที่เมืองหมันหยาสิ้นพระชนม์ อิเหนาจึงเสด็จไปในงานพระเมรุแทนท้าวกุเรปัน แต่เสร็จพิธีแล้วอิเหนาไม่ยอมกลับ เพราะหลงรักนาง จินตะหรา ธิดาท้าวหมันหยา จนท้าวกุเรปันต้องมีสารไปเตือน เมื่อกลับมากรุงกุเรปันแล้วและใกล้เวลาอภิเษกกับบุษบา อิเหนาก็ไม่ใคร่เต็มใจ จึงออกอุบายทูลลาพระบิดาไปประพาสป่า แล้วปลอมองค์เป็น ปันหยีหรือโจรป่า นามว่ามิสาระปันหยี คุมไพร่พลรุกรานเมืองต่าง ๆ เมื่อเสด็จไปถึงเมืองใดก็ได้เมืองนั้นเป็นเมืองขึ้น ระตูหลายเมืองได้ถวายโอรสและธิดาให้ ที่สำคัญคือระตูปันจะรากันและระตูปักมาหงัน ได้ถวายธิดาคือมาหยารัศมีและสะการวาตี ซึ่งต่อมาได้เป็นชายาของอิเหนา และถวายโอรสคือสังคามาระตา ซึ่งอิเหนายกย่องให้เป็นน้องและเป็นทหารคู่ใจ กองทัพของปันหยีรอนแรมไปจนถึงเมืองหมันหยา ท้าวหมันหยาไม่กล้าต่อสู้และยอมยกธิดาให้ แต่พอรู้ว่าเป็นอิเหนา ท้าวหมันหยาไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญา อิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000>จึงลอบเข้าหานางจินตะหราและได้เสียกัน ท้าวหมันหยาก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้<BR><BR><BR>พอถึงกำหนดการอภิเษก ท้าวดาหาก็มีสารถึงท้าวกุเรปันให้เตรียมพิธีอภิเษก แต่อิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000>บอกปัด ทำให้ท้าวดาหาโกรธมาก จึงประกาศจะยกบุษบาให้กับใครก็ได้ที่มาขอ เพราะฉะนั้นเมื่อระตูจรกา กษัตริย์รูปชั่วตัวดำ ให้พี่ชายคือระตูล่าสำไปสู่ขอบุษบาให้ตน ท้าวดาหาก็ยอมยกให้ ต่อมา ท้าวกระหมังกุหนิง ส่งทูตมาสู่ขอบุษบาให้วิหยาสะกำซึ่งเป็นโอรส แต่ท้าวดาหาปฏิเสธเพราะได้<BR>ยกให้ระตูจรกาไปแล้ว เป็นเหตุให้ท้าวกะหมังกุหนิงโกรธและยกกองทัพมาล้อมเมืองดาหา ท้าว ดาหาจึงขอกำลังจาก<BR>พระเชษฐาและพระอนุชา ท้าวกุเรปันมีคำสั่งให้อิเหนาไปช่วยรบ อิเหนาจึงจำใจต้องจากนางจินตะหราและยกกองทัพไปช่วยรบ การศึกครั้งนี้ อิเหนามีชัยชนะ ท้าวกะหมังกุหนิงถูกอิเหนาฆ่าตายและโอรสคือวิหยาสะกำถูกสังคามาระตาฆ่าตาย กองทัพที่ล้อมเมืองดาหาก็แตกพ่ายไป เมื่อชนะศึกแล้ว อิเหนาก็ได้เข้าเฝ้าท้าวดาหาและได้พบกับบุษบา อิเหนาได้เห็นความงามของบุษบาก็หลงรักและเสียดาย พยายามหาอุบายอยู่ในเมืองดาหาต่อไป และพยายามหาโอกาสใกล้ชิดบุษบา โดยอาศัยสียะตราเป็นสื่อรัก อิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000>พยายามหาวิธีการทุกทางเพื่อจะได้บุษบาเป็นของตน เช่นตอนที่ท้าว<BR>ดาหาไปใช้บนที่เขาวิลิศมาหรา อิเหนาได้แอบสลักสารบนกลีบดอกปะหนัน (ลำเจียก) ให้นาง แอบเข้าไปในวิหารพระปฏิมา ตรัสตอบคำถามแทนพระปฏิมา ต้อนค้างคาวมาดับไฟแล้วแอบมากอดนาง ตลอดจนคาดคั้นมะเดหวีให้ช่วยเหลือตน เป็นต้น และเมื่อท้าวดาหาจะจัดพิธีอภิเษกระหว่างบุษบากับระตูจรกา อิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>ก็ใช้วิธีการสุดท้ายโดยการทำอุบายเผาเมือง แล้วลอบพานางบุษบาหนีออกจากเมืองไปซ่อนในถ้ำที่เตรียมไว้ และได้นางเป็นมเหสี<BR><BR><BR>เนื้อเรื่องตอนที่ 3 ปัญหาใหม่ และการมะงุมมะงาหรา<BR>หลังจากอิเหนากับบุษบาเข้าใจกันแล้ว ก็เกิดความยุ่งยากใหม่ขึ้นกับตัวละครอีก เพราะองค์ปะตาระกาหลาทรงพิโรธอิเหนา<BR></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000>ที่ก่อเหตุวุ่นวายมาตลอด จึงดลบันดาลให้ลมหอบเอานางบุษบาพร้อมพี่เลี้ยงสองนาง ไปตกในเมืองปะมอตัน<BR>ขณะที่อิเหนาเข้าไปในเมืองดาหาเพื่อแก้สงสัย อิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000>กลับมาไม่พบบุษบาก็ปลอมองค์เป็นปันหยีออกตามหา พร้อมกับนำวิยะดาไปด้วยกับตน โดยให้ปลอมเป็นปันหยีชื่อเกนหลงหนึ่งหรัด ผ่านเมืองใดก็รบพุ่งเอาไปเป็นเมืองขึ้นไปตลอดรายทาง จนถึงเมืองกาหลัง จึงได้เข้าไปขอพักอาศัยอยู่ด้วย<BR><BR><BR>ส่วนบุษบา หลังจากลมหอบไปยังเมืองปะมอตันแล้ว องค์ปะตาระกาหลา ก็สำแดงตนบอกเล่า เรื่องราวให้ทราบว่า นี่เป็นการลงโทษอิเหนา ทั้งสองจะต้องผจญความลำบากอยู่ระยะหนึ่ง จึงจะได้พบกันองค์ปะตาระกาหลาได้แปลงตัวบุษบาให้เป็นชาย มอบกริชจารึกพระนามว่ามิสาอุณากรรณ ให้มีความสามารถทางการรบ หลังจากนั้น อุณากรรณเดินทางเข้าเมืองปะมอตัน ท้าวปะมอตันรับเลี้ยงไว้เป็นโอรส ต่อมาอุณากรรณกับพี่เลี้ยงก็ยกพลออกเดินทางเพื่อตามหาอิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000> ผ่านเมืองใดเจ้าเมืองไม่อ่อนน้อมก็รบพุ่งได้ชัยชนะหลายเมือง จนกระทั่งถึงเมืองกาหลัง ได้พบกับปันหยี ทั้งสองฝ่ายต่างก็แคลงใจว่าอีกฝ่ายคือบุคคลที่ตนเที่ยวหา แต่ก็ไม่กล้าเปิดเผยตัว ได้แต่สังเกตและคุมเชิงกันอยู่<BR>ที่เมืองกาหลัง ปันหยีและอุณากรรณได้เข้าอ่อนน้อมต่อท้าวกาหลัง ท้าวกาหลังก็ทรงโปรดทั้งสองเหมือนโอรส ต่อมามีศึกมาประชิดเมืองเพราะท้าวกาหลังไม่ยอมยกธิดา คือสะการะหนึ่งหรัดให้ ปันหยีและอุณากรรณอาสารบ<BR>และสามารถชนะศึกได้อย่างง่ายดาย เหตุการณ์นี้ทำให้ปันหยี อุณากรรณและสะการะหนึ่งหรัดใกล้ชิดสนิดสนมกันมากยิ่งขึ้น ทำให้อุณากรรณกลัวความจะแตกว่านางเป็นหญิง กอปรกับต้องการติดตามหาอิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000>ต่อไป จึงทูลลาท้าวกาหลังกลับเมืองปะมอตัน แต่นางออกอุบายให้ทหารกลับเมืองตามลำพัง ส่วนนางกับพี่เลี้ยงหนีไปบวชชี (แอหนัง) เพื่อหาทางหลบหนีการตามพัวพันของปันหยี<BR>ฝ่ายสียะตราแห่งเมืองดาหา ครั้นทำพิธีโสกันต์เสร็จก็แอบหนีพระบิดาปลอมตัวเป็นปัจจุเหร็จโจรป่าชื่อ ย่าหรัน ออกเดินทางหาอิเหนาและบุษบา องค์ปะตาระกาหลาแปลงเป็นนกยูงมาล่อย่าหรันไปถึงเมืองกาหลังได้เข้าเฝ้าและพำนักอยู่ในเมือง ต่อมาย่าหรันและปันหยีเกิดต่อสู้กัน เพราะเกนหลงหนึ่งหรัดเป็น ต้นเหตุ ในที่สุดอิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000>และสียะตราก็จำกันได้ เพราะมองเห็นกริชของกันและกัน <BR><BR><BR>ต่อมาปันหยีทราบว่ามีแอหนังบวชบนภูเขา รูปงามละม้ายบุษบา จึงออกอุบายปลอมตัวเป็นเทวดาหลอกนางมายังเมืองกาหลัง เมื่อปันหยีพิศดูนางก็ยิ่งละม้ายนางบุษบา แต่พอเห็นกริชของนาง ชื่ออุณากรรณ ก็เข้าใจว่านางเป็นชายาของอุณากรรณ ฝ่ายพี่เลี้ยงของปันหยีคิดเล่นหนังทดสอบแอหนัง โดยผูกเรื่องตามชีวิตจริงของอิเหนากับบุษบาทุก ๆ ตอน นางแอหนังฟังเรื่องราวก็ร้องไห้คร่ำครวญ ทั้งสองฝ่ายจึงจำกันได้ อิเหนาจึงให้นางสึกจากชี ระเด่นทั้งสี่ คือ อิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000> บุษบา สียะตรา และวิยะดา จึงพบกันและจำกันได้หลังจากดั้นด้นติดตามกันโดยปราศจากทิศทาง (มะงุมมะงาหรา) เสียนาน<BR><BR><BR>เนื้อเรื่องตอนที่ 4 ปิดเรื่อง<BR>กษัตริย์วงศ์เทวาได้มาพร้อมกัน ณ เมืองกาหลัง หลังจากทราบเรื่องและเข้าใจกันดีแล้ว จึงได้มีการ<BR>อภิเษกสมรสกันขึ้นระหว่างคู่ตุนาหงันในวงศ์เทวา พร้อมทั้งอภิเษกธิดาระตูอื่น ๆ เป็นมเหสีกษัตริย์วงศ์เทวาจนครบตำแหน่ง เช่น อิเหนาอภิเษกกับบุษบาและจินตะหรา โดยบุษบาเป็นประไหมสุหรีฝ่ายซ้าย จินตะหราเป็นประไหมสุหรีฝ่ายขวา สะการะวาตีเป็นมะเดหวีฝ่ายขวา มาหยารัศมีเป็นมะเดหวีฝ่ายซ้าย บุษบาวิลิศเป็นมะโตฝ่ายขวา บุษบากันจะหนาเป็นมะโตฝ่ายซ้าย ระหนากะระติกาเป็นลิกูฝ่ายขวา อรสานารีเป็นลิกูฝ่ายซ้าย สุหรันกันจาส่าหรี เป็นเหมาหลาหงีฝ่ายขวา หงยาหยาเป็นเหมาหลาหงีฝ่ายซ้าย สียะตราอภิเษกกับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด กะหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สุหรานากงครองเมืองสิงหัดส่าหรี กะหรัดตะปาตีครองเมืองกาหลัง</FONT></P>
SamiGo_99@hotmail.com (IP:203.113.45.198)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 331 8 ก.พ. 2551 (20:51)
ขอโทษนะคะ อ่านกันไม่รู้เรื่องเลย เอาเป็นว่าไปอ้างอิงมาจากเว็บ www.chs.ac.th/department/rungfa_r/inaostory.html หรือถ้าเข้าไม่ได้ก็ลองเข้าใน google ดูแล้วพิมพ์คำว่า อิเหนา แล้วหาชื่อเว็บนี้อ่ะค่ะ อยู่ประมาณ อันที่2-3 อ่ะค่ะ เรียน ม.4 เรื่องนี้พอดีเลยตอนนี้ก็หาอยู่เหมือนกัน
SamiGo_99@hotmail.com (IP:203.113.45.198)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 332 10 ก.พ. 2551 (17:55)
<P>อยากได้บทประพันธ์ เรื่องอิเหนา ตอนศึกท้าวกะหมังกุหนิง มากๆๆๆๆๆๆ เลย ช่วยหาให้ที....ขอร้อง</P>
noorin@thaimail.com (IP:203.113.17.161)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 333 11 ก.พ. 2551 (19:49)
<P>ช่วยหาบทถอดความเรื่องอิเหนาตอนศึกกะหมังกุหนิงตั้งเเต่&nbsp;&nbsp; กำลังสงครามครั้งนี้&nbsp;&nbsp; ดูทียิ่งยวดกวดขัน&nbsp;&nbsp; พรุ่งนี้น่าจะโรมนัน&nbsp;&nbsp; จนถึง&nbsp; เมื่อนั้น&nbsp;&nbsp; ท้าวกะหมังกุหนิงเป็นใหญ่&nbsp;&nbsp;&nbsp; เห็นทัพมาตั้งเเต่มั่นก็กันไว้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พลไกรเพียงพื้นปัถพี&nbsp;&nbsp; เอาเลยนะครับ&nbsp;&nbsp;&nbsp; ขอบคุณครับ</P>
seesung.msk@hotmail.com (IP:222.123.182.53)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 338 15 ก.พ. 2551 (18:09)
<P align=center>อย่ากรู้เรื่องเกี่ยวกับอิเหนาแบบไม่ยอเลย</P>
นูรวานา ยูโซะ (IP:203.113.77.100)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 339 19 ก.พ. 2551 (16:39)
อยากได้ความหมายของบทละครเรื่องอิเหนา ตอนหศึกกะหมังกุนิงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยค่ะ ใครรู้บ้างช่วยบอกทีนะค่ะ
benjamat6812 (IP:124.157.185.186)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 340 20 ก.พ. 2551 (09:07)
ต้องการหาประเพณีและความเชื่อที่ปรากฏอยู่ในเรื่องอิเหนา
good-looking@thaimail.com (IP:203.172.154.171)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 341 23 ก.พ. 2551 (09:40)
<P><FONT face="arial, helvetica, sans-serif" size=4>ช่วยหานิสัยตัวละครให้หน่อยค่ะ </FONT></P>

<P><FONT face=Arial size=4>1.ท้าวกะหมังกุหนิง</FONT></P>

<P><FONT face=Arial size=4>2.ท้าวดาหา</FONT></P>

<P><FONT face=Arial size=4>3.อิเหนา</FONT></P>

<P><FONT face=Arial size=4>4.จินตหรา</FONT></P>

<P><FONT face=Arial size=4>5.กุเรปัน</FONT></P>
คำขอจากเด็กตาดำๆ (IP:118.172.229.6)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 342 29 ก.พ. 2551 (15:57)
<P><FONT face=impact>พี่ขาช่วยถอดบทความอิเหนาตอนท้าวกะหมังกุหนิงปราศรัยกับระตูหมันหยาและท้าวปะหมัง&nbsp; ได้มะค่ะ&nbsp; ขอเป็นวันอาทิตย์ที่2&nbsp; มีนาคม&nbsp; 2551 นี้เลยได้มะคะ</FONT></P>
watashiwa_mo@hotmail.com (IP:124.121.163.33)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 343 8 เม.ย. 2551 (11:03)
<P>เรื่องอิเหนา เป็นเรื่องคลาสสิค มากหัดอ่าไว้อ่านบ่อยๆ จะดื่มดำกับคำภาษาไทยที่งดงาม</P>

<P>เด็กควรฝึกอ่าน แล้วจะส่งผลให้อ่านวรรณกรรมอื่นได้อย่างสนุก ครูไม่ใจร้ายหรอก</P>
mamod26@gmail.com (IP:124.121.31.198)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 344 5 พ.ค. 2551 (17:17)
<P><STRONG><FONT color=#ff66ff size=3>เรื่องอิเหนาสนุกมากเลยค่ะ</FONT></STRONG></P>
น้องปิ่นมุก (IP:118.173.142.190)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 345 8 พ.ค. 2551 (12:22)
ขอบคุณค่ะ
เบล..ล่า... (IP:58.8.50.143)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 346 12 พ.ค. 2551 (18:02)
<P>แต่ละเมืองในเรื่องอิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง แต่ละเมืองส่งแม่ทัพชื่อว่าอะไรบ้าง</P>
kozza_za@hotmail.com (IP:203.118.80.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 347 12 พ.ค. 2551 (21:06)
<P>ผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย</P>

<P>รูปแบบ กลอนบทละคร</P>

<P>ที่มาของเรื่อง อิเหนาเป็นบทประพันธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เรื่องนี้ได้เค้าเรื่องมาจากชวา ไทยรับเข้ามาในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งพระธิดาคือเจ้าฟ้ากุณฑล ได้ทรงนิพนธ์เรื่องดาหลัง (อิเหนาใหญ่)ส่วนเจ้าฟ้ามงกุฏทรงนิพนธ์เรื่องอิเหนาเล็ก แต่ต่อมาได้สูญหายไป บทละครเรื่องอิเหนาได้รับความนิยมแพร่หลายมากกว่าดาหลัง ชื่อตัวละครก็จะคุ้นหูกว่าดาหลัง</P>

<P>ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง อิเหนา ซึ่งได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าเป็นยอดแห่งกลอนบทละคร คือดีทั้งความ ดีทั้งกระบวนกลอน ดีทั้งกระบวนสำหรับเล่นละคร</P>

<P>เนื้อเรื่อง<BR>อิเหนาตอนที่นำเป็นบทเรียน มีเนื้อเรื่องย่อดังต่อไปนี้<BR>ตั้งแต่วิหยาสะกำได้ชมรูปภาพของนางบุษบาก็หลงรักนาง และอยากได้นางมาเป็นมเหสี ท้าวกะหมังกุหนิงก็ตามใจลูกส่งทูตไปขอนางบุษบากับท้างดาหา และเตรียมกองทัพไว้ถ้าท้าวดาหาปฏิเสธก็จะยกทัพไปตีเมืองดาหา ท้าวกะหมังกุหนิงได้เล่าเรื่องราวและขอความช่วยเหลือจากน้องชาย คือ ระตูปาหยัง และท้าวประหมัน ซึ่งระตูทั้งสองก็ทูลทัดทาน ขอให้ตรึกตรองดูให้ดี เพราะท้าวดาหาเป็นวงศ์อสัญแดหวา ซึ่งมีกำลังทหารมากมาย ทั้งไพร่พลก็ชำนาญในการสงคราม ท้าวกะหมังกุหนิงก็บ่ายเบี่ยงเลี่ยงตอบว่าการทำสงครามครั้งนี้เป็นการช่วงชิงนางบุษบาจากจรกา แม้พระอนุชาจะอ้างเหตุผลอย่างไรก็ตาม ท้าวกะหมังกุหนิงก็ยืนยันความตั้งใจเดิม ไม่เปลี่ยนใจจะทำเพื่อลูก</P>

<P>ฝ่ายท้าวดาหาเมื่อปฏิเสธไม่ยอมยกนางบุษบาให้แล้ว ก็มีหนังสือไปขอความช่วยเหลือไปหาท้าวกุเรปัน พระเชษฐา ท้าวกาหลังและท้าวสิงหัดส่าหรี พระอนุชาทั้งสอง ท้าวสิงหัดส่าหรีเมื่อทราบข่าวก็ส่งทหารไปบอกท้าวดาหาว่าไม่ต้องวิตก จะส่งสุหรานากงไปช่วย ฝ่ายเมืองกุเรปันท้าวกุเรปันได้มีหนังสือ 2 ฉบับ ให้ดะหมังนำไปให้อิเหนา 1ฉบับ และให้ระตูหมันหยา 1 ฉบับ แล้วให้กะหรัดตะปาตี ยกทัพไปสมทบกับอิเหนา ช่วยท้าวดาหาทำศึก กะหรัดตะปาตีก็ยกทัพไปคอยอิเหนาที่ชายเมืองหมันหยา ส่วนท้าวกาหลังก็ให้ตำมะหงงกับดะหมังคุมพลยกออกจากเมืองกาหลังมาพบสุหรานากงจากเมืองสิงหัดส่าหรี สองทัพก็สมทบกันยกไปเมืองดาหา</P>

<P>เมื่อท้าวดาหาปฏิเสธไม่ยอมยกนางบุษบาให้ ท้ากะหมังกุหนิงก็เตรียมจัดทัพยกไปตีเมืองดาหา ให้วิหยาสะกำเป็นกองหน้า พระอนุชาทั้งสองเป็นกองหลัง ท้าวกะหมังกุหนิงเป็นจอมทัพ ท้าวกะหมังกุหนิงได้ให้โหรโหรตรวจดูดวงชะตาว่าร้ายดีประกาใด โหรทำนายว่าดวงชะตาของท้าวกะหมังกุหนิงและวิหยาสะกำนั้นถึงฆาต ถ้ายกทัพไปในวันพรุ่งนี้จะพ่ายแพ้แก่ศัตรูแน่นอน ให้เว้นไปซัก 7 วัน แล้วจึงจะพ้นเคราะห์ไปทำศึกได้ แต่ท้าวกะหมังกุหนิงก็มิได้เปลี่ยนความตั้งใจ ยกทัพไปตามกำหนดที่ตั้งใจไว้<BR></P>
fings (IP:118.174.196.180)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 348 16 พ.ค. 2551 (18:01)
<P>1๐เมื่อนั้น สุหรานากงวงศา<BR>ก้มเกล้าทูลสนองพระบัญชา ข้ามาแจ้งข่าวที่กลางคัน<BR>พระปิ่นภพกุเรปันธานี ให้กะหรัดตะปาตีเป็นทัพขันธ์<BR>ยกจากเวียงชัยได้หลายวัน บรรจบกันกับระเด่นมนตรีมาฯ</P>

<P>2๐เมื่อนั้น พระองค์ทรงพิภพดาหา<BR>ฟังสุหรานากงนัดดา จึงมีบัญชาว่าไป<BR>อันกะหรัดตะปาตีจะมาช่วย พอจะเห็นจริงด้วยไม่สงสัย<BR>แต่อิเหนาเขาจะมาทำไม ผิดไปเจ้าอย่าเจรจา<BR>พระเชษฐาให้สารไปกี่ครั้ง เขายังไม่จากหมันหยา<BR>จนสลัดตัดการวิวาห์ ศึกติดพาราก็เพราะใคร<BR>เห็นจะรักเมียจริงยิ่งกว่าญาติ ไหนจะคลาดจากเมืองหมันหยาได้<BR>ถึงมาตรจะมาก็จำใจ ด้วยกลัวถัยพระราชบิดา<BR>เราอย่าคอยเขาเลยนะหลานรัก ก้มพักตร์ไปรบศึกดีกว่า<BR>แต่ว่าวันนี้เจ้าเหนื่อยมา จงไปพักโยธาให้สำราญ ฯ</P>

<P>4๐บัดนั้น ฝ่ายดะหมังกุเรปันกรุงศรี<BR>ครั้นถึงหมันหยาธานี ก็ตรงไปยังที่ประเสบัน<BR>ขึ้นบนชานพักตำหนักนอก พอเห็นเสด็จออกกิดาหยัน<BR>จึงเข้าไปใกล้องค์พระทรงธรรม์ อภิวันท์แล้วถวายสารา ฯ</P>

<P>3๐เมื่อนั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สุหรานากงใจหาญ<BR>ก้มเกล้าสนองพจมาน&nbsp;อันการสมครามครั้งนี้<BR>จะขอเอาเมืองขึ้นบรรดามา&nbsp;กับโยธาสิงหัดส่าหรี<BR>ยกออกโรมรันประจัญตี&nbsp;ดูที่ฝีมือปัจจามิตร<BR>ถ้าเห็นศึกย่นย่อท้อกำลัง&nbsp;จะโหมหักมิให้ตั้งต่อติด<BR>จะอาสากว่าจะสิ้นสุดฤทธิ์&nbsp;ชีวิตอยู่ใต้บาทบงสุ์<BR></P>

<P>&nbsp;</P>

<P>ช่วยแปลทีคับ งง มาก</P>
bickung_191@hotmail.com (IP:58.9.208.136)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 349 22 พ.ค. 2551 (14:47)
<FONT size=4>ขอแผนผังเรื่องอิเหนาด่วนเลยเพราะต้องส่งอาจารย์</FONT>
www.thayangwittaya.com (IP:203.172.165.40)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 353 28 พ.ค. 2551 (16:07)
<P><FONT face="Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif" size=6><U><EM>อยากสรุปละครเรื่องอิเหนาให้จบอยากมีคนช่วย 0873490464 </EM></U></FONT></P>

<P><EM><FONT face=Verdana size=6>jo_to_club@hotmail</FONT></EM></P>
jo_to_club@hotmail.com (IP:125.24.27.78)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 354 1 มิ.ย. 2551 (15:16)
พี่คะช่วยถอดคำประพันธ์เรื่อง อิเหนา ตอนศึกกระหมังกุหนิง ให้หน่อยนะขอแค่ 10 บทแรกก้อพอค่ะ
On-Jo@hotmail.com (IP:118.174.19.159)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 357 6 มิ.ย. 2551 (12:59)
<P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: center" align=center><B><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 20pt; COLOR: fuchsia; FONT-FAMILY: 'Angsana New'">เรื่องย่ออิเหนา<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>( ตอนศึกกะหมังกุหนิง )</SPAN></B><B><SPAN style="FONT-SIZE: 20pt; COLOR: fuchsia; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p></SPAN></B></P>

<P class=MsoNormal style="TEXT-JUSTIFY: inter-cluster; MARGIN: 0cm -43.7pt 0pt -45pt; TEXT-ALIGN: justify"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><SPAN style="mso-tab-count: 2">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </SPAN>ท้าวกะหมังกุหนิงกับประไหมสุหรีมีโอรสชื่อ<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>วิหยาสะกำ<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>ในคราวที่วิหยาสะกำออกประพาสป่า<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>องค์ปะตาระกาหลาได้แปลงร่างเป็นกวางทองเพื่อล่อวิหยาสะกำมายังต้นไทรที่พระองค์ซ่อนรูปวาดบุษบาไว้<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>เมื่อวิหยาสะกำเห็นรูปวาดของบุษบาก็หลงรักนางจนคลั่ง<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp;&nbsp; </SPAN>ท้าวกะหมังกุหนิงสืบทราบว่านางคือบุษบา<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>ธิดาท้าวดาหาที่ตอนนี้เป็นคู่หมั้นของจรกาแล้ว<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp;&nbsp; </SPAN>แต่ด้วยความรักและสงสารลูกจึงส่งทูตไปสู่ขอบุษบาให้วิหยาสะกำแต่เมื่อท้าวดาหาปฏิเสธท้าวกะหมังกุหนิงจึงสั่งยกทัพมาเมืองดาหาเพื่อจะชิงตัวบุษบา</SPAN><SPAN style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><o:p></o:p></SPAN></P>

<P class=MsoNormal style="TEXT-JUSTIFY: inter-cluster; MARGIN: 0cm -43.7pt 0pt -45pt; TEXT-ALIGN: justify"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><SPAN style="mso-tab-count: 2">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </SPAN>ท้าวดาหาส่งพระราชสาส์นไปขอความช่วยเหลือจากท้าวกุเรปัน (พี่ชาย)<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>ท้าวกาหลังและท้าวสิงหัดส่าหรี (น้องชาย)<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>และจรกาให้ยกทัพมาช่วยกันรบป้องกันเมืองดาหา</SPAN><SPAN style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><o:p></o:p></SPAN></P>

<P class=MsoNormal style="TEXT-JUSTIFY: inter-cluster; MARGIN: 0cm -43.7pt 0pt -45pt; TEXT-ALIGN: justify"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><SPAN style="mso-tab-count: 2">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </SPAN>เมื่อท้าวกุเรปันได้รับข่าวแล้วจึงให้ทหารนำจดหมายไปให้อิเหนาที่อยู่เมืองหมันหยา(เมืองจินตหรา) อิเหนาไม่อยากไปแต่กลัวพ่อโกรธเลยต้องไป<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>ในที่สุดอิเหนาก็ยกทัพมากับกะหรัดตะปาตี (พี่ชายคนละแม่)<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>ทำให้ท้าวดาหาดีใจมากเพราะเชื่อมั่นว่าอิเหนาต้องรบชนะแต่ด้วยความที่อิเหนาเคยทำให้ท้าวดาหาโกรธเรื่องปฏิเสธการแต่งงานกับบุษบาจนทำให้เกิดเรื่องขึ้นมาอิเหนาจึงตัดสินใจสู้รบให้ชนะก่อนแล้วค่อยเข้าไปเฝ้าท้าวดาหา</SPAN><SPAN style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><o:p></o:p></SPAN></P>

<P class=MsoNormal style="TEXT-JUSTIFY: inter-cluster; MARGIN: 0cm -43.7pt 0pt -45pt; TEXT-ALIGN: justify"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><SPAN style="mso-tab-count: 2">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </SPAN>ในที่สุดเมื่อท้าวกะหมังกุหนิงยกทัพมาใกล้ดาหาทำให้เกิดการต่อสู้กับกองทัพของอิเหนา<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>ในที่สุดสังคามาระตาก็เป็นผู้ฆ่าวิหยาสะกำ<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>ส่วนอิเหนาเป็นผู้ฆ่าท้าวกะหมังกุหนิงตายในสนามรบด้วยกริชเทวา</SPAN><SPAN style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><o:p></o:p></SPAN></P>

<P class=MsoNormal style="TEXT-JUSTIFY: inter-cluster; MARGIN: 0cm -43.7pt 0pt -45pt; TEXT-ALIGN: justify"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><SPAN style="mso-tab-count: 2">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </SPAN>หลังจากนั้นท้าวปาหยันกับท้าวประหมัน (พี่กับน้องของท้าวกะหมังกุหนิง)<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp;&nbsp; </SPAN>ก็ยอมอ่อนน้อมต่ออิเหนา<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp;&nbsp; </SPAN>อิเหนาจึงอนุญาตให้ระตูนำพระศพของทั้งสองกลับไปทำพิธีตามพระราชประเพณี</SPAN><SPAN style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><o:p></o:p></SPAN></P>
ปอ (IP:118.172.203.63)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 358 6 มิ.ย. 2551 (17:56)
ผู้ที่ใจบุญทั้งหลาย ใครถอดคำประพันของอิเหนาได้มั้งงงงช่วยบอกหน่อยเถิด ข้าจะได้นำไปส่งอาจารย์ อีก 2 วันถัดไป ช่วยหน่อยเถิดดดดดดดดด ขอร้อง
tattoocolor_sks1@windowslive.com (IP:124.121.209.210)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 360 12 มิ.ย. 2551 (20:13)
<P>เรื่องอิเหนาแปลก็เหมือนกับที่เค้าเขียนไว้เป็นร้อยแก้วไม่ใช่หรอ แต่บทประพันธ์มันเยอะกว่าเท่านั้นเอง</P>
คนไทยร้อยเปอร์เซ็น (IP:118.174.119.188)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 368 8 ก.ค. 2551 (09:26)
ขอบคุณสำหรับบทย่อเรื่องอิเหนา
kanchana.com (IP:203.172.199.250)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 369 8 ก.ค. 2551 (19:50)

อยากทราบนิสัยของตัวละครเรื่องอิเนาช่วยหน่ยนะ


มี่ (IP:125.26.194.156)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 370 9 ก.ค. 2551 (11:16)
อยากได้ถอดคำประพันธ์เรื่องอิเหนา
ติ๊ก (IP:61.19.69.91)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 371 23 ก.ค. 2551 (11:30)
อยากได้ข้อมูลของเรื่องอิเหนามากกว่านี้เช่น

1.ประวัติความเป็นมาของหนังสือและประวัติผู้แต่ง

2.ลักษณะการประพันธ์

3.เนื้อเรื่องย่อ

4.การวิเคราะห์เรื่อง ได้แก่

4.1โครงเรื่อง

4.2ตัวละคร

4.3ฉาก

4.4กลวิธีการแต่ง

4.4.1การดำเนินการ

4.4.2การใช้คำ

4.4.3การใช้สำนวนโวหารและกวีโวหาร

4.4.4ทัศนะของกวี

4.4.5ความคิดสร้างสรรค์

4.4.6การวิเคราะห์ท่วงทำนองการแต่งกวี

4.5แนวคิดและจุดมุ่งหมาย

4.6คุณค่าด้านต่างๆของวรรณคดี









ใครหาได้บ้างคะ ???









ช่วยๆหน่อยนะ



ต้องส่งครูอ่ะ ด่วนมากๆๆๆๆ
flute_19202@hotmail.com (IP:118.174.130.20)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 378 23 ก.ค. 2551 (21:45)
เราก้อเรียนนะ



ถอดก้อเสร็จแล้ว



แต่ไม่ให้มีรายป่ะ
O_o" (IP:125.27.239.83)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 379 31 ก.ค. 2551 (19:11)
เราก็หาอยู่
game_koy@hotmail.com (IP:117.47.119.152)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 380 2 ส.ค. 2551 (19:44)

ช่วยถอดคำประพันธ์ของอิเหนาตอนศึกกระหมังกุหนิงให้หน่อยค่ะ
ของหนังสืออจท.  ขอบคุณค่ะ  (ส่งมาให้ที่เมลล์นะค่ะ)


Niswah_LM@hotmail.com (IP:118.173.178.239)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 386 7 ส.ค. 2551 (14:09)
เรื่องย่อ อิเหนา ( ตอนศึกกะหมังกุหนิง )

ท้าวกะหมังกุหนิงกับประไหมสุหรีมีโอรสชื่อ วิหยาสะกำ ในคราวที่วิหยาสะกำออกประพาสป่า องค์ปะตาระกาหลาได้แปลงร่างเป็นกวางทองเพื่อล่อวิหยาสะกำมายังต้นไทรที่พระองค์ซ่อนรูปวาดบุษบาไว้ เมื่อวิหยาสะกำเห็นรูปวาดของบุษบาก็หลงรักนางจนคลั่ง ท้าวกะหมังกุหนิงสืบทราบว่านางคือบุษบา ธิดาท้าวดาหาที่ตอนนี้เป็นคู่หมั้นของจรกาแล้ว แต่ด้วยความรักและสงสารลูกจึงส่งทูตไปสู่ขอบุษบาให้วิหยาสะกำแต่เมื่อท้าวดาหาปฏิเสธท้าวกะหมังกุหนิงจึงสั่งยกทัพมาเมืองดาหาเพื่อจะชิงตัวบุษบา

ท้าวดาหาส่งพระราชสาส์นไปขอความช่วยเหลือจากท้าวกุเรปัน (พี่ชาย) ท้าวกาหลังและท้าวสิงหัดส่าหรี (น้องชาย) และจรกาให้ยกทัพมาช่วยกันรบป้องกันเมืองดาหา

เมื่อท้าวกุเรปันได้รับข่าวแล้วจึงให้ทหารนำจดหมายไปให้อิเหนาที่อยู่เมืองหมันหยา(เมืองจินตหรา) อิเหนาไม่อยากไปแต่กลัวพ่อโกรธเลยต้องไป ในที่สุดอิเหนาก็ยกทัพมากับกะหรัดตะปาตี (พี่ชายคนละแม่) ทำให้ท้าวดาหาดีใจมากเพราะเชื่อมั่นว่าอิเหนาต้องรบชนะแต่ด้วยความที่อิเหนาเคยทำให้ท้าวดาหาโกรธเรื่องปฏิเสธการแต่งงานกับบุษบาจนทำให้เกิดเรื่องขึ้นมาอิเหนาจึงตัดสินใจสู้รบให้ชนะก่อนแล้วค่อยเข้าไปเฝ้าท้าวดาหา

ในที่สุดเมื่อท้าวกะหมังกุหนิงยกทัพมาใกล้ดาหาทำให้เกิดการต่อสู้กับกองทัพของอิเหนา ในที่สุดสังคามาระตาก็เป็นผู้ฆ่าวิหยาสะกำ ส่วนอิเหนาเป็นผู้ฆ่าท้าวกะหมังกุหนิงตายในสนามรบด้วยกริชเทวา

หลังจากนั้นท้าวปาหยันกับท้าวประหมัน (พี่กับน้องของท้าวกะหมังกุหนิง) ก็ยอมอ่อนน้อมต่ออิเหนา อิเหนาจึงอนุญาตให้ระตูนำพระศพของทั้งสองกลับไปทำพิธีตามพระราชประเพณี











บทชมความงามวิหยาสะกำ

พระทนต์แดงดังแสงทับทิม

เพริศพริ้มเพราพักตร์คมขำ

ผิวพรรณผุดผ่องเพียงทองคำ

วิไลลักษณ์เลิศล้ำอำไพ



บทแสดงความเสียใจที่อิเหนามีต่อวิหยาสะกำ

หนุ่มน้อยโสภาน่าเสียดาย ควรจะนับว่าชายโฉมยง

ทนต์แดงดั่งแสงทับทิม เพริศพริ้มเพรารับกับขนง

เกศาปลายงอนงามทรง เององค์สารพัดไม่ขัดตา

กระนี้ฤๅบิดามิพิศวาส จนพินาศด้วยโอรสา

แม้นว่าระตูจรกา งามเหมือนวิหยาสะกำนี้

จะมิได้ร้อนรนด้วยปนศักดิ์ น่ารักรูปทรงส่งศรี

ตรัสแล้วลีลาขึ้นพาชี กลับไปยังที่พลับพลาพลัน
pam_pamza@hotmail.com (IP:118.172.218.236)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 387 7 ส.ค. 2551 (14:10)
ตำแหน่งมเหสี ๕ พระองค์

ประไหมสุหรี มะเดหวี มะโต ลิกู เหมาหลาหงี



ตำแหน่งพระชายาของอิเหนา ( ๑๐ พระองค์ )

จินตะหราวาตี ประไหมสุหรีฝ่ายขวา

บุษบา อัครชายาฝ่ายซ้าย

สการะวาตี มะเดหวีฝ่ายขวา

มาหยารัศมี มะเดหวีฝ่ายซ้าย

บุษบาวิลิศ มะโตฝ่ายขวา

บุษบากันจะหนา มะโตฝ่ายซ้าย

กะระติกา ลิกูฝ่ายขวา

อรสานารี ลิกูฝ่ายซ้าย

สุหรันกันจาส่าหรี เหมาหลาหงีฝ่ายขวา

หงยาหยา เหมาหลาหงีฝ่ายซ้าย
pam_pamza@hotmail.com (IP:118.172.218.236)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 388 7 ส.ค. 2551 (14:10)
เรื่องย่อ อิเหนา



ในชวาสมัยโบราณ มีกษัตริย์ปกครองเมืองใหญ่เมืองน้อย กษัตริย์วงศ์เทวาซึ่งถือว่าเป็นชาติตระกูลสูงสุด ด้วยสืบเชื้อสายมาจากเทวดา ใช้คำนำหน้าพระนามว่า ระเด่น ส่วนกษัตริย์นอกวงศ์นั้น ใช้คำว่า ระตู เริ่มต้นบทละครเรื่องนี้ กล่าวถึงกษัตริย์วงศ์ 4 องค์ ต่างเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา ทรงพระนามว่าท้าวกุเรปัน ท้าวดาหา ท้าวกาหลัง ท้าวสิงหัดส่าหรี ครองเมือง 4 เมือง ซึ่งมีชื่อเช่นเดียวกับพระนามกษัตริย์ ทุกพระองค์ต่างก็มีมเหสี 5 องค์ ตามประเพณี เรียงลำดับศักดิ์ คือ ประไหมสุหรี มะเดหวี มะโต ลิกู และเหมาหลาหงี ประไหมสุหรีของท้าวกุเรปันและท้าวดาหานั้น เป็นธิดาของกษัตริย์หมันหยาเมืองใหญ่อีกเมืองหนึ่ง จึงทำให้เมืองหมันหยามีความเกี่ยวดองกับกษัตริย์วงศ์เทวามากขึ้น ท้าวกุเรปันมีโอรสกับลิกูองค์หนึ่งทรงพระนามว่า กระหรัดตะปาตี ซึ่งได้หมั้นไว้กับบุษบารากา ธิดาของท้าวกาหลังซึ่งเกิดจากลิกู ต่อมาพระองค์ปรารถนาจะให้ประไหมสุหรีมีโอรสบ้าง จึงได้ทำพิธี

บวงสรวง ก่อนประไหมสุหรีทรงครรภ์ก็ได้สุบินว่าพระอาทิตย์ทรงกลดลอยมาตกตรงหน้า และนางรับไว้ได้ เมือประสูติก็เกิดอัศจรรย์ต่าง ๆ เป็นนิมิตดี องค์ปะตาระกาหลาซึ่งเป็นเทวดาต้นวงศ์บนสวรรค์ เหาะนำกริชมาประทานให้ พร้อมทั้งจารึกนามโอรสด้วยว่า อิเหนา ต่อมาประไหมสุหรีได้ธิดาอีกหนึ่งองค์ พระนามว่า วิยะดา ฝ่ายท้าวดาหา ประไหมสุหรีก็ประสูติธิดา ได้พระนามว่า บุษบา ขณะประสูติก็เกิดอัศจรรย์ก็มี กลิ่นหอมตลบทั่วเมือง หลังจากประสูติบุษบาแล้ว ประไหมสุหรีก็ประสูติโอรสอีก พระนามสียะตรา

ท้าวกาหลังมีธิดา พระนามสะการะหนึ่งหรัด ท้าวสิงหัดส่าหรีมีโอรส พระนามสุหรานากง และธิดาพระนาม จินดาส่าหรี

กษัตริย์ในวงศ์เทวาจึงได้จัดให้มีการตุนาหงันกันขึ้น ระหว่างโอรสและธิดาในวงศ์เดียวกันโดยให้ อิเหนาหมั้นไว้กับบุษบา กระหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สียะตรากับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด แต่ก่อนจะมีการแต่งงาน ความยุ่งยากก็เกิดขึ้น







จุดเริ่มต้นที่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคที่ทำให้ตัวละครประกอบความยุ่งยาก และเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายอันเป็นการดำเนินเรื่อง

ของบทละครเรื่องนี้ เกิดจากอัยยิกาของอิเหนาที่เมืองหมันหยาสิ้นพระชนม์ อิเหนาจึงเสด็จไปในงานพระเมรุแทนท้าวกุเรปัน แต่เสร็จพิธีแล้วอิเหนาไม่ยอมกลับ เพราะหลงรักนาง จินตะหรา ธิดาท้าวหมันหยา จนท้าวกุเรปันต้องมีสารไปเตือน เมื่อกลับมากรุงกุเรปันแล้วและใกล้เวลาอภิเษกกับบุษบา อิเหนาก็ไม่ใคร่เต็มใจ จึงออกอุบายทูลลาพระบิดาไปประพาสป่า แล้วปลอมองค์เป็น ปันหยีหรือโจรป่า นามว่ามิสาระปันหยี คุมไพร่พลรุกรานเมืองต่าง ๆ เมื่อเสด็จไปถึงเมืองใดก็ได้เมืองนั้นเป็นเมืองขึ้น ระตูหลายเมืองได้ถวายโอรสและธิดาให้ ที่สำคัญคือระตูปันจะรากันและระตูปักมาหงัน ได้ถวายธิดาคือมาหยารัศมีและสะการวาตี ซึ่งต่อมาได้เป็นชายาของอิเหนา และถวายโอรสคือสังคามาระตา ซึ่งอิเหนายกย่องให้เป็นน้องและเป็นทหารคู่ใจ กองทัพของปันหยีรอนแรมไปจนถึงเมืองหมันหยา ท้าวหมันหยาไม่กล้าต่อสู้และยอมยกธิดาให้ แต่พอรู้ว่าเป็นอิเหนา ท้าวหมันหยาไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญา อิเหนาจึงลอบเข้าหานางจินตะหราและได้เสียกัน ท้าวหมันหยาก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้





พอถึงกำหนดการอภิเษก ท้าวดาหาก็มีสารถึงท้าวกุเรปันให้เตรียมพิธีอภิเษก แต่อิเหนาบอกปัด ทำให้ท้าวดาหาโกรธมาก จึงประกาศจะยกบุษบาให้กับใครก็ได้ที่มาขอ เพราะฉะนั้นเมื่อระตูจรกา กษัตริย์รูปชั่วตัวดำ ให้พี่ชายคือระตูล่าสำไปสู่ขอบุษบาให้ตน ท้าวดาหาก็ยอมยกให้ ต่อมา ท้าวกระหมังกุหนิง ส่งทูตมาสู่ขอบุษบาให้วิหยาสะกำซึ่งเป็นโอรส แต่ท้าวดาหาปฏิเสธเพราะได้

ยกให้ระตูจรกาไปแล้ว เป็นเหตุให้ท้าวกะหมังกุหนิงโกรธและยกกองทัพมาล้อมเมืองดาหา ท้าว ดาหาจึงขอกำลังจาก

พระเชษฐาและพระอนุชา ท้าวกุเรปันมีคำสั่งให้อิเหนาไปช่วยรบ อิเหนาจึงจำใจต้องจากนางจินตะหราและยกกองทัพไปช่วยรบ การศึกครั้งนี้ อิเหนามีชัยชนะ ท้าวกะหมังกุหนิงถูกอิเหนาฆ่าตายและโอรสคือวิหยาสะกำถูกสังคามาระตาฆ่าตาย กองทัพที่ล้อมเมืองดาหาก็แตกพ่ายไป เมื่อชนะศึกแล้ว อิเหนาก็ได้เข้าเฝ้าท้าวดาหาและได้พบกับบุษบา อิเหนาได้เห็นความงามของบุษบาก็หลงรักและเสียดาย พยายามหาอุบายอยู่ในเมืองดาหาต่อไป และพยายามหาโอกาสใกล้ชิดบุษบา โดยอาศัยสียะตราเป็นสื่อรัก อิเหนาพยายามหาวิธีการทุกทางเพื่อจะได้บุษบาเป็นของตน เช่นตอนที่ท้าว

ดาหาไปใช้บนที่เขาวิลิศมาหรา อิเหนาได้แอบสลักสารบนกลีบดอกปะหนัน (ลำเจียก) ให้นาง แอบเข้าไปในวิหารพระปฏิมา ตรัสตอบคำถามแทนพระปฏิมา ต้อนค้างคาวมาดับไฟแล้วแอบมากอดนาง ตลอดจนคาดคั้นมะเดหวีให้ช่วยเหลือตน เป็นต้น และเมื่อท้าวดาหาจะจัดพิธีอภิเษกระหว่างบุษบากับระตูจรกา อิเหนาก็ใช้วิธีการสุดท้ายโดยการทำอุบายเผาเมือง แล้วลอบพานางบุษบาหนีออกจากเมืองไปซ่อนในถ้ำที่เตรียมไว้ และได้นางเป็นมเหสี



หลังจากอิเหนากับบุษบาเข้าใจกันแล้ว ก็เกิดความยุ่งยากใหม่ขึ้นกับตัวละครอีก เพราะองค์ปะตาระกาหลาทรงพิโรธอิเหนา

ที่ก่อเหตุวุ่นวายมาตลอด จึงดลบันดาลให้ลมหอบเอานางบุษบาพร้อมพี่เลี้ยงสองนาง ไปตกในเมืองปะมอตัน

ขณะที่อิเหนาเข้าไปในเมืองดาหาเพื่อแก้สงสัย อิเหนากลับมาไม่พบบุษบาก็ปลอมองค์เป็นปันหยีออกตามหา พร้อมกับนำวิยะดาไปด้วยกับตน โดยให้ปลอมเป็นปันหยีชื่อเกนหลงหนึ่งหรัด ผ่านเมืองใดก็รบพุ่งเอาไปเป็นเมืองขึ้นไปตลอดรายทาง จนถึงเมืองกาหลัง จึงได้เข้าไปขอพักอาศัยอยู่ด้วย





ส่วนบุษบา หลังจากลมหอบไปยังเมืองปะมอตันแล้ว องค์ปะตาระกาหลา ก็สำแดงตนบอกเล่า เรื่องราวให้ทราบว่า นี่เป็นการลงโทษอิเหนา ทั้งสองจะต้องผจญความลำบากอยู่ระยะหนึ่ง จึงจะได้พบกันองค์ปะตาระกาหลาได้แปลงตัวบุษบาให้เป็นชาย มอบกริชจารึกพระนามว่ามิสาอุณากรรณ ให้มีความสามารถทางการรบ หลังจากนั้น อุณากรรณเดินทางเข้าเมืองปะมอตัน ท้าวปะมอตันรับเลี้ยงไว้เป็นโอรส ต่อมาอุณากรรณกับพี่เลี้ยงก็ยกพลออกเดินทางเพื่อตามหาอิเหนา ผ่านเมืองใดเจ้าเมืองไม่อ่อนน้อมก็รบพุ่งได้ชัยชนะหลายเมือง จนกระทั่งถึงเมืองกาหลัง ได้พบกับปันหยี ทั้งสองฝ่ายต่างก็แคลงใจว่าอีกฝ่ายคือบุคคลที่ตนเที่ยวหา แต่ก็ไม่กล้าเปิดเผยตัว ได้แต่สังเกตและคุมเชิงกันอยู่

ที่เมืองกาหลัง ปันหยีและอุณากรรณได้เข้าอ่อนน้อมต่อท้าวกาหลัง ท้าวกาหลังก็ทรงโปรดทั้งสองเหมือนโอรส ต่อมามีศึกมาประชิดเมืองเพราะท้าวกาหลังไม่ยอมยกธิดา คือสะการะหนึ่งหรัดให้ ปันหยีและอุณากรรณอาสารบ

และสามารถชนะศึกได้อย่างง่ายดาย เหตุการณ์นี้ทำให้ปันหยี อุณากรรณและสะการะหนึ่งหรัดใกล้ชิดสนิดสนมกันมากยิ่งขึ้น ทำให้อุณากรรณกลัวความจะแตกว่านางเป็นหญิง กอปรกับต้องการติดตามหาอิเหนาต่อไป จึงทูลลาท้าวกาหลังกลับเมืองปะมอตัน แต่นางออกอุบายให้ทหารกลับเมืองตามลำพัง ส่วนนางกับพี่เลี้ยงหนีไปบวชชี (แอหนัง) เพื่อหาทางหลบหนีการตามพัวพันของปันหยี ฝ่ายสียะตราแห่งเมืองดาหา ครั้นทำพิธีโสกันต์เสร็จก็แอบหนีพระบิดาปลอมตัวเป็นปัจจุเหร็จโจรป่าชื่อ ย่าหรัน ออกเดินทางหาอิเหนาและบุษบา องค์ปะตาระกาหลาแปลงเป็นนกยูงมาล่อย่าหรันไปถึงเมืองกาหลังได้เข้าเฝ้าและพำนักอยู่ในเมือง ต่อมาย่าหรันและปันหยีเกิดต่อสู้กัน เพราะเกนหลงหนึ่งหรัดเป็น ต้นเหตุ ในที่สุดอิเหนาและสียะตราก็จำกันได้ เพราะมองเห็นกริชของกันและกัน

ต่อมาปันหยีทราบว่ามีแอหนังบวชบนภูเขา รูปงามละม้ายบุษบา จึงออกอุบายปลอมตัวเป็นเทวดาหลอกนางมายังเมืองกาหลัง เมื่อปันหยีพิศดูนางก็ยิ่งละม้ายนางบุษบา แต่พอเห็นกริชของนาง ชื่ออุณากรรณ ก็เข้าใจว่านางเป็นชายาของอุณากรรณ ฝ่ายพี่เลี้ยงของปันหยีคิดเล่นหนังทดสอบแอหนัง โดยผูกเรื่องตามชีวิตจริงของอิเหนากับบุษบาทุก ๆ ตอน นางแอหนังฟังเรื่องราวก็ร้องไห้คร่ำครวญ ทั้งสองฝ่ายจึงจำกันได้ อิเหนาจึงให้นางสึกจากชี ระเด่นทั้งสี่ คือ อิเหนา บุษบา สียะตรา และวิยะดา จึงพบกันและจำกันได้หลังจากดั้นด้นติดตามกันโดยปราศจากทิศทาง (มะงุมมะงาหรา) เสียนาน

กษัตริย์วงศ์เทวาได้มาพร้อมกัน ณ เมืองกาหลัง หลังจากทราบเรื่องและเข้าใจกันดีแล้ว จึงได้มีการ

อภิเษกสมรสกันขึ้นระหว่างคู่ตุนาหงันในวงศ์เทวา พร้อมทั้งอภิเษกธิดาระตูอื่น ๆ เป็นมเหสีกษัตริย์วงศ์เทวาจนครบตำแหน่ง เช่น อิเหนาอภิเษกกับบุษบาและจินตะหรา โดยบุษบาเป็นประไหมสุหรีฝ่ายซ้าย จินตะหราเป็นประไหมสุหรีฝ่ายขวา สะการะวาตีเป็นมะเดหวีฝ่ายขวา มาหยารัศมีเป็นมะเดหวีฝ่ายซ้าย บุษบาวิลิศเป็นมะโตฝ่ายขวา บุษบากันจะหนาเป็นมะโตฝ่ายซ้าย ระหนากะระติกาเป็นลิกูฝ่ายขวา อรสานารีเป็นลิกูฝ่ายซ้าย สุหรันกันจาส่าหรี เป็นเหมาหลาหงีฝ่ายขวา หงยาหยาเป็นเหมาหลาหงีฝ่ายซ้าย สียะตราอภิเษกกับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด กะหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สุหรานากงครองเมืองสิงหัดส่าหรี กะหรัดตะปาตีครองเมืองกาหลัง.
pam_pamza@hotmail.com (IP:118.172.218.236)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 389 7 ส.ค. 2551 (14:11)
รู้มาแค่นี้อะ พอไหมอะ
pam_pamza@hotmail.com (IP:118.172.218.236)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 390 7 ส.ค. 2551 (20:34)
อยากได้รูปเกียวกับตัวละครในเรื่องอิเหนาจัง
www.nunnoon@hotmail.com (IP:118.174.140.108)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 394 12 ส.ค. 2551 (13:44)
อยากรู้ประเพณ๊ในอิเหนาอะ จะส่งอ. วันสุกนี้แล้ว









ช่วยด้วยนะครับบบ
pakon_25@hotmail.com (IP:118.172.218.41)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 395 15 ส.ค. 2551 (17:43)
อยากได้ลักษณะนิสัยของตัวละครเรื่องอิเหนาอ่ะ

ใครมีช่วยหน่อยจิ
ม.4/1 (IP:118.174.117.207)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 406 23 ส.ค. 2551 (09:53)
ช่วยถอดคำประพันธ์ให้หน่อยนะค่ะ

ตั้งแต่ เมื่อนั้น สุหงานากงเรืองศรี ถอดไปถึง



เมื่อนั้น ท้าวกะหมังกุหนิงเรืองศรี
ชื่อหน่อยค่ะ noinung11@hotmail.com (IP:117.47.69.127)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 407 28 ส.ค. 2551 (22:00)
แปลเอาเองดิ ไม่ใช่ยากซักหน่อย เดี๋ยว สมองก้อมีแต่ขี้เลื่อยหรอก
... (IP:117.47.144.78)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 420 7 ก.ย. 2551 (23:53)

จัยร้ายชิบนี่ถ้าเปนเราเรารุเราหั้ยแล้ว
เพื่อนจะติดร.ยังมาม่ายให้อีกยังเยาะเย้ยด้วยแย่จิง


-*- (IP:118.173.107.169)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 426 10 ก.ย. 2551 (15:16)

ใครมีเนื้อเรื่องอิเหนาฉบับการตูนที่พิมพ์ออกมาจากหนังสืออิเหนาฉบับการตูนแล้วมั่งต้องการด่วนจะส่งอาจารย์แต่พิมไม่ทัน


ann12398@hotmail.com (IP:117.47.89.189)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 448 30 ต.ค. 2551 (19:03)

ไม่ได้เรื่องสักคน   บ้าๆกันทั้งนั้น


... (IP:118.174.105.214)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 449 2 พ.ย. 2551 (15:35)

ช่วยถอดคำประพันธ์อิเหนาตอนศึกกระหมังกุหนิงหน้า179ให้มั่งจิ


Golf_miracle97@hotmail.com (IP:117.47.114.243)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 459 15 พ.ย. 2551 (09:59)

ขอคำศัพท์ในเรื่องอิเหนาหน่อยนะครับ ขอเยอะที่สุดนะครับ ขอบคุณมากครับ


boom_usa@hotmail.com (IP:125.26.253.251)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 519 17 ธ.ค. 2551 (20:51)

อยากได้อิเหนาตอนเผาเมือง


fron_25471@hotmail.com (IP:114.128.91.188)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 527 22 ธ.ค. 2551 (15:23)

อยากทราบเนื้อหาตอนศึกกะหมังกุหนิงรบกับอิเหนา


nsweet007@gmail.com (IP:124.157.234.143)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 552 25 ก.พ. 2552 (19:56)

คนเก่งทั้งหลายค่ะ..

กรุงกษัตริย์ขอขึ้นก็นับร้อย        เราเป็นเมืองน้อยกระจิดหริด
ดั่งหิ่งห้อยจะแข่งแสงอาทิตย์     เห็นผิดระบอบบุราณมา

แปลว่าอะไรหรอค่ะ  ช่วยแปลให้หน่อยค่ะ

ขอบคุณนะค่ะ//*-*..


เด็กน้อย--- (IP:61.7.171.55)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 554 6 มี.ค. 2552 (01:03)

ไอพวกคนไร้สาระ มันก็จะโพสต่างๆนาๆ ที่ไม่ได้ให้ คุณประโยนช์เลย ทำตัวเกรียนๆ น่ารำคาญ จิง หัดเคารพในที่สาธารณะชนมั่งดิคับ


niceza1 (IP:58.9.23.192)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 561 17 เม.ย. 2552 (13:56)

บัดนั้น                             ปาเตะประณตบทศรี
ออกมาเกณฑ์ไพร่พลมนตรี   ตามมีพระราชบัญชาการฯ

 เร่งรัดจัดพลอาสา              ขึ้นประจำเสมาทุกหน้าด้าน
ประตูเมืองสี่ทิศให้ปิดบาน      ลงเขื่อนมั่นลั่นดาลทันใด
เหล่าพวกกองฝรั่งพรั่งพร้อม   ขึ้นอยู่กับป้อมประจุปืนใหญ่
กะเกณฑ์กองกลางวางไว้       เสียงปืนหนักไหนก็ให้ทัน
อันโยธาอาสาหกเหล่า          ทั้งเกณฑ์หัดจัดเข้าเป็นกองขัน
สามารถอาจออกทะลวงฟัน    รายกันตั้งกองริมกำแพง
ล้อมวังตั้งรอบพระนิเวศน์       วางม้าคอยเหตุไว้สี่แห่ง
กองตระเวนสารวัดจัดแจง       ตกแต่งตรวจตราทั้งธานีฯ

 มาจะกล่าวบทไป               ถึงสุหรานากงเรืองศรี
กับเสนากาหลังบุรี                ยกพลมนตรีรีบมา
แรมร้อนนอนป่าสิบห้าวัน       ก็ลุถึงเขตขัณฑ์ดาหา
ได้ข่าวปัจจามิตรติดพารา       ก็เร่งยกโยธาเข้ากรุงไกร ฯ

  ครั้นถึงกึ่งกลางพระนคร      จึงให้หยุดพลนิกรน้อยใหญ่
แล้วชวนตำมะหงงคลาไคล     เข้าไปที่เผ้าพระผ่านฟ้า ฯ

   เมื่อนั้น                           พระองค์ทรงพิภพดาหา
เห็นสุหรานากงพระนัดดา       กับเสนากาหลังบุรี
จึงมีบัญชาปราศรัย              เราขอบใจอนุชาทั้งสองศรี
ให้ยกมาช่วยต่อตี                ก็เห็นชอบท่วงทีดีนัก
แต่การศึกครั้งนี้ไม่ควรเป็น     เกิดเข็ญเพราะลูกอัปลักษณ์
จะมีคู่ผู้ชายก็ไม่รัก               จึงหักให้สาสมใจ
อันองค์พระบรมเชษฐา          เห็นจะให้ใครมาหรือหาไม่
เจ้ามาในทางพนาลัย             ยังได้ข่าวบ้างหรือนัดดาฯ

  เมื่อนั้น                           สุหรานากงวงศา
ก้มเกล้าทูลสนองพระบัญชา   ข้ามาแจ้งข่าวที่กลางคัน
พระปิ่นภพกุเรปันธานี            ให้กะหรัดตะปาตีเป็นทัพขันธ์
ยกจากเวียงชัยได้หลายวัน     บรรจบกันกับระเด่นมนตรีมาฯ

  เมื่อนั้น                            พระองค์ทรงพิภพดาหา
ฟังสุหรานากงนัดดา              จึงมีบัญชาว่าไป
อันกะหรัดตะปาตีจะมาช่วย     พอจะเห็นจริงด้วยไม่สงสัย
แต่อิเหนาเขาจะมาทำไม       ผิดไปเจ้าอย่าเจรจา
พระเชษฐาให้สารไปกี่ครั้ง      เขายังไม่จากหมันหยา
จนสลัดตัดการวิวาห์              ศึกติดพาราก็เพราะใคร
เห็นจะรักเมียจริงยิ่งกว่าญาติ  ไหนจะคลาดจากเมืองหมันหยาได้
ถึงมาตรจะมาก็จำใจ              ด้วยกลัวถัยพระราชบิดา
เราอย่าคอยเขาเลยนะหลานรัก  ก้มพักตร์ไปรบศึกดีกว่า
แต่ว่าวันนี้เจ้าเหนื่อยมา          จงไปพักโยธาให้สำราญ ฯ


สาว (IP:124.120.103.54)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 562 20 พ.ค. 2552 (17:38)

มึงอยากได้ก็หาเองดิ





df (IP:125.24.117.207)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 566 17 มิ.ย. 2552 (20:07)

สนุกมากคะ


และชอบมากด้วย


my.far@hotmail.com (IP:113.53.56.223)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 567 20 มิ.ย. 2552 (12:50)

อยากได้แบบละเอียดกว่านี้มีไหม


เเต่ก็ขอบคุณมาก


waraporn_31_51@thaimail.com (IP:115.67.136.229)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 568 22 มิ.ย. 2552 (19:58)
ต้องการถอดความอิเหนาตอนดะหมังกุเรปันเฝ้าถวายสารท้าวหมันหยาและอิเหนาทุกตอนด่วนภายในวันที่22มิ.ย.52เวลา20:20น.ช่วยหน่อยนะค่ะด่วนจริงๆ
phanthitra_ary@thaimali.com (IP:110.49.86.151)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 569 23 มิ.ย. 2552 (17:32)
ช่วยแปลอิเหนาตอนศึกกะหมังกุหนิง ต่างองค์ขึ้นทรงม้าต้น พลอยพลจตุรงค์ทั้งสี่
กิดาหยันพี่เลี้ยงเคียงพาชี ถวายกลดโหมดสีต่างกัน ให้เดินทัพโยธาห้ากอง เสียงกลองเสียงปืนครื้นครั่น ผงคลีมืดคลุ้มชอุ่มควัน รีบร้นพลขันธ์คลาไคล
rasika_njng@hotmail.com (IP:222.123.173.190)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 582 4 ก.ค. 2552 (18:01)
ช่วยแปลอิเนาให้หน่อยได้ไหมค่ะ

เอาทุกบทเลยนะคะ


ยากมาเลย
kawfang_run@hotmail.com (IP:118.172.229.68)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 583 15 ก.ค. 2552 (19:40)

บัดนั้น
ตำมะหงงหาหลังกรุงใหญ่
ทั้งดะหมังมหาเสนาใน
เร่งเกณฑ์ทัพชัยฉับพลัน
จัดทหารอาสาได้ห้าหมื่น
แต่พื้นกำแพงแข็งขัน
ช้างม้าอาวุธครบครัน
ธงสำคัญคอยนำดำเนินพล
ทั้งสองเสนีขึ้นขี่ม้า
โยธาเยียดยัดอัดถนน
ทนายเดินเคียงข้างกางสัปทน
ยกพลออกจากพารา


jook_zaa@hotmail.com (IP:112.142.49.222)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 585 22 ก.ค. 2552 (10:40)

ช่วยถอดความเรื่องอิเหนาทีสิคะ
ในหังสือวรรณคดีวิจักษ์
ของม.4
หน้า 38 นะคะ
ขอบคุณมากคะ


สตรอเบอรี่ (IP:118.172.180.185)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 586 31 ก.ค. 2552 (11:24)

กรุณาช่วยเอาข้อมูลของเรื่องอิเหนามาให้เสิร์ดกันด้วยแล้วจะรอ


nongnamkuncity@hotnail.com (IP:125.26.112.134)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 588 22 ส.ค. 2552 (11:02)

.......หนูอยากได้บทถอดคำประพันธ์เรื่องอิเหนา  ตอนศึกกะหมังกุหนิง ค่ะ  หนูได้ทำรายงานเรื่องนี้  หนูไม่รู้ว่าจะถอดยังไงดี
   หนูจะส่งอาจารย์  วันจันทร์ที่  24  สิงหาคม  2552
  ช่วยหนูทีนะค่ะ
  


MO_MAY1014@ymail.com (IP:125.26.187.214)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 605 31 ส.ค. 2552 (21:20)

เมื่อนั้น ระตูผ่านหมันหยา


ทั้งประไหมสุหรีศรีโสภา ฟังราชนัดดาก็อาวรณ์


ต่างองค์อำนวยอวยชัย เจ้าไปให้เป็นสุขสโมสร


อันเหล่าอาสัตย์ดัสกร จงพ่ายแพ้ฤทธิรอนพระหลานรัก





เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีมีศักด์


รับพรภูวไนยด้วยใจภักดิ์ บังคมลามาตำหนักประเสบัน





อิเหนากรีธาทัพไปกรุงดาหา


ขึ้นเกยกิรีณีที่ประทับ ผันพักตร์สู่พายัพทิศา


พร้อมหมู่อำมาตย์มาตยา โหราธิบดีชีพราหมณ์


พอได้ศุภฤกษ์ก็ลั่นฆ้อง ประโคมคึกกึกก้องท้องสนาม


ประโรหิตฟันไม้ข่มนาม ทำตามตำราพิชัยยุทธ์


ทัพหน้าหัวหลวงทัพหลัง พร้องทั้งตั้งโห่อึงอุตม์


ทหารโบกธงทองกระบี่ครุฑ ฝรั่งจุดปืนใหญ่ให้สัญญา


ชีพ่อก็เบิกโขลนทวาร โอมอ่านอาคมคาถา


เสด็จทรงช้างที่นั่งหลังคา คลาเคลื่อนโยธาทุกหมวดกอง





ช่วยหน่อยน๊า
ส่งพุร่งนี้แล้ว


ขอบคุณ (IP:125.25.198.202)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 607 13 ก.ย. 2552 (12:16)

ใครก็ได้ช่วยถอดคำประพันธุ์อิเหนา หน้า61-68 ให้หน่อยสิ
ขอบคุนล่วงหน้านะ


the_blood-prinsecc@windowslive.com (IP:118.172.109.35)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 608 16 ก.ย. 2552 (17:21)

 คน  เรา  เชื่อ อะไรง่าย  ๆๆๆๆ

จะกลัวทำไมในเมื่อเราไม่ได้ทำผิด 

ไม่ได้ทำชั่ว   คนเราเกิดมาก็ต้องใช้กรรม  

ถ้าถึงเวลาตาย เราก็ต้องตาย

กดแห่งกรรม

แล้วจะไปเชื่อ  สิ่งที่เราไม่ได้เห็น  
คนอ่านกลับไปคิดดู  แล้วจะเข้าใจ

{#emotions_dlg.s3} 


onelove1234
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 624 4 พ.ย. 2552 (21:50)
อยากให้ช่วยแปลคำประพันหน้า48-51
J.a.n.e_za-za@hotmail.com (IP:58.9.236.169)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 625 5 พ.ย. 2552 (17:47)

ช่วยทอดคำประพันธ์ตอนที่ว่าท้าวดาหาเสด็จออกรับฑูตกะหมังกุหนิง


sailovely_222@hotmail.com (IP:118.173.163.103)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 626 8 พ.ย. 2552 (20:52)

ขอบคุนมากมายย
จุ๊ฟฟฟๆๆ


นุ๊กกี้ (IP:222.123.46.101)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 627 14 พ.ย. 2552 (11:06)

ช่วยหน่อยค่ะ


จะหาคำวิจารณ์ตัวละครด้านความรัก ระหว่าง3นาง


นาง จินตรา


นาง มหารัสมี


นาง สกาลวะดี


ที่มีต่ออิเหนา


หนูพิมค่ะ (IP:124.122.143.244)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 628 14 พ.ย. 2552 (11:12)

ขอโทษค่ะ หนูพิม พิมพ์ผิดค่ะ


**แก้ไขค่ะ**
วิจารณ์ตัวละครด้านความรัก ของนางทั้ง 3 นาง


นาง จินตะหราวาตี


นาง  สะการะวาตี


นาง  มาหยารัศมี


 


หนูพิมต้องส่งวันที่ 16/พ.ย./52 ค่ะ ช่วยหน่อยนะค่ะ


หนูพิม ค่ะ (IP:124.122.143.244)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 629 15 พ.ย. 2552 (18:57)

ใครก้อได้ช่วยเเปลเรื่องอิเหนาหน้า 54 ทีขอร้องช่วยหน่อย (คนเหงา)


คนที่เหงาประจำ (IP:202.149.25.235)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 637 22 พ.ย. 2552 (18:00)

โกหกอย่างหน้าด้านๆ  นี่เข้าข่ายหลอกลวงประชาชนเลยนะจะบอกให้  ถามจริงๆเหอะ
นี่ยังนับถือศาสนาพุทธอยู่หรือเปล่าเนี่ย  ใครที่อ่านแล้วอย่าไปเชื่อเป็นเรื่องมงาย  เอามาจากหนังเรื่อง คนเห็นผี 10 ได้ดูแล้ว  ถ้าใครเป็นไรมาคุณโทษถึงกับบาปหนัก  บ้าๆๆๆๆๆๆ


วิทยาพร (IP:110.49.55.180)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 640 2 ธ.ค. 2552 (19:56)

จดหมายลูกโซ่อีกแร้ว งมงายกันไม่เลิกจิงๆ มันไม่มีจิงหรอกคุณ ฉันละเบื่อมากกะจดหมายแบบนี้ไม่เชื่อเลยที่ว่าไม่ส่งต่อแร้วแฟนจะทิ้งแฟนจะตายหรือเราจะตายไม่กี่วัน เป็นเรื่องที่ส้รางขึ้นมาทั้งนั้นแหละคุณค่ะ เชื่อฉันเถอะ....กำลังหาถอดความเรื่องนี้เหมือนการใครได้แร้วช่วยแอดเมลมาบอกด้วยน่ะค่า...ขอบคุนมากค่ะ...ชื่อใบเฟิร์นค่ะ


furn_sod@hotmail.com (IP:61.19.67.252)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 641 5 ธ.ค. 2552 (20:08)

อยากได้แผนผังกลอนบทละครจัง 
เรื่องนี้แหละจาต้องส่งรายงานนอาทิตย์หน้าแร้วอ่ะ
ยังม่ายมีอะไรเรยอ่ะช่วยส่งมาทางเมลให้หน่อยน่ะค่ะ


bua_little@windowslive.com (IP:115.67.166.175)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 642 5 ธ.ค. 2552 (20:20)
ช่วยส่งแผนผังกลอนบทละครเองอิเหนาตอนศึกกะหมังกุหนิฝให้หน่อยน่ะค่ะ
พอดีจะต้องทำรายงานน่ะค่ะส่งอาทิตย์ห้าแล้วอ่ะค่ะ
ช่วยส่งมาให้หน่อยน่ะค่ะ
ที่bua_little@windowslive.comค่ะ
ขอบคุณค่ะ
bua_little@windowslive.com (IP:115.67.166.175)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 649 8 ม.ค. 2553 (18:23)
พวกชอบแช่งชาวบ้านเนี่ย ระวังจะโดนซะเองล่ะ
??? (IP:125.26.132.136)

จำไว้ตลอด

กระทู้นี้ ปิด รับความเห็นค่ะ