ใครมี อิเหนา ตอนศึกกระหมังกุหนิง แบบ ถอดคำประพันธ์หรือร้อยแก้ว บ้างอ่า

ต้องการด่วนเลยอ่า คือว่าแฟนผมไม่ได้มาวันที่ต้องรายงานเรื่องอิเหนา อ. ท่านก้อเลยให้แฟนผมติด ร. อ่า อ.ท่านบอกว่าให้ถอดคำประพันธ์หรือหาร้อยแก้วมาส่งทั้งตอนเลยอ่า


ความคิดเห็นที่ 1


24 ธ.ค. 2548 16:04
  1. มันจะมีหนังสือที่ถอดเรื่องอิเหนาทั้งเล่มเลยนะ ลองให้แฟนน้องหาดูในห้องสมุดละกัน รู้สึกคนเขียนท่านจะชื่อ รศ.รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ ชื่อหนังสือน่าจะชื่อว่าเล่าเรื่องอิเหนาฉบับร้อยแก้ว ที่จริงตอนนี้ไม่ยากหรอก แปลเองก็ได้ ฝากบอกแฟนน้องด้วยว่าอย่าโดดเวลามีรายงานอีก มันไม่ดี รู้ว่ามีรายงานแล้วยังจะโดด มันน่าจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 2

28 ธ.ค. 2548 13:15
  1. อยากรูู้ลักษณะนิสัยของตัวละครเรื่องอิเหนา

ความคิดเห็นที่ 3

หนานคำปันเกย
2 ม.ค. 2549 20:08
  1. ผมเชื่อเลยละคับว่าอิเหนาเนี่ยตัวละครเยอะมากจริงๆครูสอบให้จำตัวละครผมสอบเกือบไม่ผ่านใครที่ครูจะให้สอบท่องจำตัวละครระวังไว้ด้วยนะคับเตือนด้วยความหวังดี

ความคิดเห็นที่ 4

8 ม.ค. 2549 16:55
  1. เหอๆ แฟนนายนี่เหมือนเราเลย เราก็กำลังหาอยู่ แต่กลอนบทนี้เข้าใจง่ายนะ สามารถถ่ายเองได้ บอกแฟนนายด้วยอ่ะว่าสนใจเรียนและอ่านดูก็จะเข้าใจและถอดออกมาได้ สู้ๆ

ความคิดเห็นที่ 5

15 ม.ค. 2549 10:28
  1. ผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รูปแบบ กลอนบทละคร ที่มาของเรื่อง อิเหนาเป็นบทประพันธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เรื่องนี้ได้เค้าเรื่องมาจากชวา ไทยรับเข้ามาในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งพระธิดาคือเจ้าฟ้ากุณฑล ได้ทรงนิพนธ์เรื่องดาหลัง (อิเหนาใหญ่)ส่วนเจ้าฟ้ามงกุฏทรงนิพนธ์เรื่องอิเหนาเล็ก แต่ต่อมาได้สูญหายไป บทละครเรื่องอิเหนาได้รับความนิยมแพร่หลายมากกว่าดาหลัง ชื่อตัวละครก็จะคุ้นหูกว่าดาหลัง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง อิเหนา ซึ่งได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าเป็นยอดแห่งกลอนบทละคร คือดีทั้งความ ดีทั้งกระบวนกลอน ดีทั้งกระบวนสำหรับเล่นละคร เนื้อเรื่อง ตั้งแต่วิหยาสะกำได้ชมรูปภาพของนางบุษบาก็หลงรักนาง และอยากได้นางมาเป็นมเหสี ท้าวกะหมังกุหนิงก็ตามใจลูกส่งทูตไปขอนางบุษบากับท้างดาหา และเตรียมกองทัพไว้ถ้าท้าวดาหาปฏิเสธก็จะยกทัพไปตีเมืองดาหา ท้าวกะหมังกุหนิงได้เล่าเรื่องราวและขอความช่วยเหลือจากน้องชาย คือ ระตูปาหยัง และท้าวประหมัน ซึ่งระตูทั้งสองก็ทูลทัดทาน ขอให้ตรึกตรองดูให้ดี เพราะท้าวดาหาเป็นวงศ์อสัญแดหวา ซึ่งมีกำลังทหารมากมาย ทั้งไพร่พลก็ชำนาญในการสงคราม ท้าวกะหมังกุหนิงก็บ่ายเบี่ยงเลี่ยงตอบว่าการทำสงครามครั้งนี้เป็นการช่วงชิงนางบุษบาจากจรกา แม้พระอนุชาจะอ้างเหตุผลอย่างไรก็ตาม ท้าวกะหมังกุหนิงก็ยืนยันความตั้งใจเดิม ไม่เปลี่ยนใจจะทำเพื่อลูก ฝ่ายท้าวดาหาเมื่อปฏิเสธไม่ยอมยกนางบุษบาให้แล้ว ก็มีหนังสือไปขอความช่วยเหลือไปหาท้าวกุเรปัน พระเชษฐา ท้าวกาหลังและท้าวสิงหัดส่าหรี พระอนุชาทั้งสอง ท้าวสิงหัดส่าหรีเมื่อทราบข่าวก็ส่งทหารไปบอกท้าวดาหาว่าไม่ต้องวิตก จะส่งสุหรานากงไปช่วย ฝ่ายเมืองกุเรปันท้าวกุเรปันได้มีหนังสือ 2 ฉบับ ให้ดะหมังนำไปให้อิเหนา 1ฉบับ และให้ระตูหมันหยา 1 ฉบับ แล้วให้กะหรัดตะปาตี ยกทัพไปสมทบกับอิเหนา ช่วยท้าวดาหาทำศึก กะหรัดตะปาตีก็ยกทัพไปคอยอิเหนาที่ชายเมืองหมันหยา ส่วนท้าวกาหลังก็ให้ตำมะหงงกับดะหมังคุมพลยกออกจากเมืองกาหลังมาพบสุหรานากงจากเมืองสิงหัดส่าหรี สองทัพก็สมทบกันยกไปเมืองดาหา เมื่อท้าวดาหาปฏิเสธไม่ยอมยกนางบุษบาให้ ท้ากะหมังกุหนิงก็เตรียมจัดทัพยกไปตีเมืองดาหา ให้วิหยาสะกำเป็นกองหน้า พระอนุชาทั้งสองเป็นกองหลัง ท้าวกะหมังกุหนิงเป็นจอมทัพ ท้าวกะหมังกุหนิงได้ให้โหรโหรตรวจดูดวงชะตาว่าร้ายดีประกาใด โหรทำนายว่าดวงชะตาของท้าวกะหมังกุหนิงและวิหยาสะกำนั้นถึงฆาต ถ้ายกทัพไปในวันพรุ่งนี้จะพ่ายแพ้แก่ศัตรูแน่นอน ให้เว้นไปซัก 7 วัน แล้วจึงจะพ้นเคราะห์ไปทำศึกได้ แต่ท้าวกะหมังกุหนิงก็มิได้เปลี่ยนความตั้งใจ ยกทัพไปตามกำหนดที่ตั้งใจไว้ เมื่อท้าวดาหาทราบข่าวศึกก็ให้ตั้งค่ายรอบกรุงดาหาไว้ ทัพเมืองกะหมังกุหนิงก็ได้ยกทัพมาประชิดเมืองดาหา ท้าวดาหาเมื่อเห็นศึกมาประชิดเช่นนั้นก็รู้สึกน้อยใจอิเหนาว่าศึกครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะอิเหนาเป็นต้นเหตุ สุหรานากงและเสนาเมืองกาหลังเมื่อมาถึงก็เข้าเฝ้าท้าวดาหา สุหรานากงแจ้งให้ท้าวดาหาทราบว่า ท้าวกุเรปันส่งกะหรัดตะปาตีให้สมทบกับทัพอิเหนามาช่วย ท้าวดาหาก็เชื่อว่ากะหรัดตะปาตีนั้นคงมา แต่ไม่เชื่อว่าอิเหนาจะจากหมันหยามาได้ ท้าวดาหาเสนอแนะการทำศึกแก่สุหรานากงว่าไม่ควรออกไปสู้รบนอกเมือง เพราะกองทัพศัตรูกล้ายกมาครั้งนี้ก็ย่อมมีความสามารถมีกำลัง ควรตั้งมั่นไว้ในเมืองก่อน ถ้าทัพต่างๆยกมาช่วยแล้วค่อยตีกระหนาบ ศึกก็จะล่าเลิกไป อิเหนาเมื่อได้รับหนังสือจากท้าวกุเรปันให้ยกทัพไปช่วยท้าวดาหา ถ้าไม่ยกไปช่วยก็ขาดจากความเป็นพ่อลูกกัน แม้ตายก็ไม่ต้องไปเผา อิเหนาอ่านจบแล้วก็นึกว่า นางบุษบาจะงามแค่ไหน ใครต่อใครจึงมาหลงรัก ถ้างามเหมือนจินตะหราก็สมควรที่จะหลงรัก อิเหนาคิดว่าอีก 7 วันจึงจะยกทัพไปแต่ดะหมังทูลเตือนว่าอาจไปช่วยไม่ทัน อิเหนาจึงจำใจยกทัพไปวันรุ่งขึ้น อิเหนาได้เข้าเฝ้าท้าวหมันหยาซึ่งก็ได้รับหนังสือจากท้าวกุเรปันมีใจความตำหนิพระธิดาและท้าวหมันหยา ถ้าท้าวหมันหยายังเห็นดีเห็นงามไม่ให้อิเหนายกทัพไปช่วยศึกดาหา ก็จะตัดญาติขาดมิตรกัน ท้าวหมันหยาจึงเร่งให้อิเหนายกทัพไปและให้ระเด่นดาหยนคุมทัพจากหมันหยาไปสมทบอิเหนาด้วย อิเหนาจึงมาลาจินตะหรา สการะวาตี และมาหยารัศมี ทั้งที่ใจไม่อยากจากไป อิเหนาสัญญากับจินตะหราว่าเสร็จศึกจะรีบกลีบมาทันที อิเหนายกทัพจากเมืองหมันหยาไปด้วยความโศกเศร้า และคิดถึงสามนางมาตามทางที่ผ่านไป อิเหนายกทัพสมทบกับกะหรัดตะปาตีที่คอยท่าอยู่แล้วพากันยกไปเมืองดาหา เมื่อถึงแดนดาหาอิเหนาก็หยุดตั้งค่าย ให้ตำมะหงงไปทูลท้าวดาหาว่าจะทำศึกให้เสร็จสิ้นก่อนแล้วจึงจะมาเข้าเฝ้า ท้าวดาหาก็ยินดีเมื่อรู้ว่าอิเหนายกทัพมาแล้ว เพราะรู้ว่าอิเหนาเก่งกล้าสามารถ ย่อมชนะศึกแน่นอน ส่วสุหรานากงก็ยกทัพออกไปสมทบกับอิเหนาแล้วเล่าเรื่องที่ท้าวดาหากล่าวถึงอิเหนาให้ฟัง ฝ่ายท้าวกะหมังกุหนิงแม้รู้ข่าวว่ามีทัพยกมาช่วยท้าวดาหาแต่ก็ยังไม่เปลี่ยนใจได้เตรียมทำศึกเต็มที่ เมื่อทัพกะหมังกุหนิงประจันทัพกับทัพของอิเหนา ท้าวกะหมังกุหนิงไม่รู้ว่าเป็นทัพของอิเหนาจึงถามว่าผู้ใดคือจรกา อิเหนาจึงตอบว่าจรกามิได้มาด้วย เรายกมาแต่กุเรปันเพื่อมาช่วยน้อง ท้าวกะหมังกุหนิงเมื่อรู้ว่าเป็นอิเหนาก็รู้สึกหวาดหวั่นแต่ก็มีมานะเจรจาตอบ ในที่สุดสังคามาระตะก็ออกต่อสู้กับวิหยาสะกำ และได้ฆ่าวิหยาสะกำตาย ท้าวกะหมังกุหนิงจึงเข้าต่อสู้กับสังคามาระตะ อิเหนาเข้ารับไว้และฆ่าท้าวกะหมังกุหนิงสำเร็จ ระตูปาหยังและท้าวประหมันเห็นเหตุการณ์เป็นดังนั้นจึงยอมแพ้แก่อิเหนา และจะยอมเป็นเมืองขึ้นจะส่วเครื่องบรรณาการมาถวายตามประเพณี อิเหนาก็ได้อณุญาตให้นำศพท้าวกะหมังกุหนิงและวิหยาสะกำกลับไปที่เมืองเพื่อจัดพิธีศพตามประเพณีต่อไป คุณค่าของเรื่อง 1. ให้ความสนุกเพลิดเพลิน 2. ให้ความรู้เกี่ยวกับกลอนบทละคร และความรู้เกี่ยวกับวรรณคดีมรดกของไทย 3. ให้คติข้อคิดต่างๆเช่น - การต่อสู้กันต้องใช้ไหวพริบและความสามารถในการรบ - สงครามนำมาซึ่งความหายนะ

ความคิดเห็นที่ 6

15 ม.ค. 2549 11:11
  1. ผมก็กะลังหาเหมือนกาน ขอบใจมากคับช่วยได้เยอะ แล้วก็มีงานส่ง เด็กว่างงาน ม.4คร๊าบ ใจจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 7

16 ม.ค. 2549 15:53
  1. อยากได้ลักษณะตัวละครของนางบุษบาหาในไหนได้บ้างช่วยหน่อยสิคะ

ความคิดเห็นที่ 8

17 ม.ค. 2549 11:50
  1. ลักษณะนิสัยตัวละครในอิเหนา

ความคิดเห็นที่ 9

26 ม.ค. 2549 09:16
  1. ณ ที่นี้ ตอนนี้กำลังศึกษาลักษณะของตัวละคร และประวัติความเป็นมาของอิเหนาค่ะช่วยหน่อยนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11

6 ก.พ. 2549 12:35
  1. อยากรู้เรื่องอิเหนา ตอนสี่กษัตริย์กลับเมืองดาหลังมากๆ

ความคิดเห็นที่ 12

7 ก.พ. 2549 21:26
  1. อิเหนาโรงเรียนเรวสั่งทำถอดความ พิจารณาคุณค่าทางวรรณคดี ความงามของบทร้อยกรอง ยกบทกลอนที่ประทับใจมา10บทและก็เอาบทกลอนที่ประทับใจนอกจากบทที่ได้รับมาอีก2 รวมเป็น 12บทอ่ะ อยากป่าวยมากๆๆๆ 7 หน้าขึ้นไปปปปปปป อ.ใจร้ายยยยยยย !! หนูไม่ได้นอนเลย เบ็จะมะฯอุบล ห้องคี่

ความคิดเห็นที่ 13

7 ก.พ. 2549 21:51
  1. แล้วห้องไหนหล่ะ จ้า

ความคิดเห็นที่ 14

10 ก.พ. 2549 23:30
  1. เด็กอุบลต้องเข้าใจ จะทำไงเรียนกะเจ๊............. ครูที่สอนดีมาก*****แต่งานก็เยอะเช่นกัน เราจะได้ชินๆๆ กับเรียงความ การเขียน 5-7 หน้ามันแค่ ขำๆ แต่ชั้นก็เกือบไม่ได้นอน เลย นะ ---เหอะๆ

ความคิดเห็นที่ 16

21 ก.พ. 2549 19:45
  1. ขอบคุณจิงๆๆคาบ ถ้าไม่ได้นะ ผมต้องสอบตกแน่นแล้ว จะเอาไปอ่านไว้สอบ

ความคิดเห็นที่ 17

22 ก.พ. 2549 11:40
  1. ผมอยากรู้ว่าความรักระหว่างท้าวกะหมังกุหนิงกับลูกเป็นความรักที่ถูกต้องหรือไม่เพราะเหตุใด ถ้าใครรู้โปรดช่วยบอกหน่อยนะขอรับหรือไม่ก็ M มาก็ได้ เร็วได้ยิ่งดีนะขอรับ

ความคิดเห็นที่ 19

21 พ.ค. 2549 10:09
  1. โดนให้ถอดคำประพันธ์น่าเบื่อมากอะไรก็ไม่รู้เปิดเทอมมาวันแรกก็โดนเสียแร้วเซงเลย การบ้านยิ่งเยอะๆๆอยู่ นี้เรายังทามไม่เสดเลยเวงมากๆๆ

ความคิดเห็นที่ 21

23 พ.ค. 2549 14:39
  1. รายงานภาษาไทยยากมาก ให้ทำบ้าอะไรก็ไม่รู้เปิดเทอมใหม่การบ้านเต็ม ผมฟูหมม

ความคิดเห็นที่ 22

7 มิ.ย. 2549 11:35
  1. อิเหนาน่าสนใจมาก

ความคิดเห็นที่ 23

7 มิ.ย. 2549 17:26
  1. เฮ้อ.....................I LOVE U

ความคิดเห็นที่ 24

11 มิ.ย. 2549 16:59
  1. อยากได้คำแปล ตอนท้าวดาหาใช้บน และบุษาเสี่ยงเทียนอ่า ครายรุช่วยมาแปลห้ายกานหน่อยน้า ด่วนนิ้ดนึงส์

ความคิดเห็นที่ 25

19 มิ.ย. 2549 17:18
  1. ไคมีเนื้อเรื่องย่ออิเหนาบ้าง

ความคิดเห็นที่ 26

25 มิ.ย. 2549 17:12
  1. ขอบคุณคุณคนหามากๆๆๆๆๆเลย ต้องใช้สอบมิดเทอมนี้พอดี ดีใจจัง ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 27

29 มิ.ย. 2549 13:09
  1. ช่วยส่งบทละครเรื่ออิเหนาแบบย่อๆมาๆห้เราทีน่ะค่ะ เราต้องแปลไปส่งคูแต่มานยากมักมาก

ความคิดเห็นที่ 30

9 ก.ค. 2549 21:48
  1. ช่วยแปลและหาที่มา+วิจารณ์บทประพันธ์กาญจนกานท์ บท กาญจคูหา ให้ทีนะค่ะ หนูจะส่งแล้วนะคะ

ความคิดเห็นที่ 31

12 ก.ค. 2549 11:13
  1. อยากได้ตอน ศึกเท้ากะหมังกุหนิง

ความคิดเห็นที่ 32

12 ก.ค. 2549 13:51
  1. ถ้ามีรูปจะดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 33

13 ก.ค. 2549 15:44
  1. เราก็อยากได้เหมียนกันเอาแบบถอดเป็นบท ๆ ถ้าใครถอดได้ช่วยเราด้วยแล้วส่งมาที่ Love_m22_13@hotmail.comน่ะ ขอบคุณมาก ๆ

ความคิดเห็นที่ 34

17 ก.ค. 2549 12:36
  1. หาเรื่องอืเหนาส่งอาจารณ์ได้ทันเวลาพอดีขอบคุณมากค่ะรอดตายไปทีเกือบซวยแล้วนะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 40

21 ก.ค. 2549 17:50
  1. เราต้องเอาบทนี้ไปแสดงละครเรื่องสั้นของเรื่องนี้ก้อขอเอาบทนี้ไปก่อนแล้วกันที่รัก .....ฮิฮิอฺอิ

ความคิดเห็นที่ 41

29 ก.ค. 2549 16:25
  1. ทางนี้ชอบอ่านอิเหนามาก ตอนนี้ครูกำลังสอนเลย เเต่ครูสอนเเค่ตอน ศึกกะหมังกุหนิงเอง อยากเรียนตอนอื่นด้วยจัง.....

ความคิดเห็นที่ 42

4 ส.ค. 2549 08:15
  1. แนะนำหนังสือครับ เป็นแบบร้องแก้วแล้วหาซื้อกันได้ตามร้านหนังสือทั่วๆไปหรือที่เวบครับ เล่าเรื่องอิเหนา รหัสสินค้า: 000005 ราคา 99.00 บาท รายละเอียด: เล่าเรื่องอิเหนา โดย รศ. วิเชียร เกษประทุม ในเล่มผู้อ่านจะได้พบกับ… •อิเหนากษัตริย์หนุ่ม ผู้ยอมทำทุกอย่างเพื่อความรัก •บุษบานางกษัตริย์ผู้เลอโฉมเลิศล้ำโลกา •จินตะหราหญิงงามผู้ช้ำรัก •จรการะตูผู้อาภัพและต้อยต่ำ •สียะตราพระอนุชาผู้จงรักภักดี •วิยะดาพระขนิษฐาผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพระเชษฐา •สังคามาระตาพระน้องยาคู่พระทัย จำนวนหน้า 288 หน้า ขนาด 5 5/8 x 8 1/4 นิ้ว กระดาษ ปอนด์ แบบปก ปกอ่อน (ปีก) สำนักพิมพ์พัฒนาศึกษา [img]http://www.tarad.com/thaibook/img-lib/spd_2006080245047_b.jpg[/img] แวะไปเยี่ยมชมได้ http://www.tarad.com/thaibook/

ความคิดเห็นที่ 43

10 ส.ค. 2549 18:16
  1. ว้าวๆ++++ ::: ++ พี่ช่วยนุ๋ได้เยอะเรยแหะๆ คงนะคร่ะที่ช่วยเย้!!เบลมีงานส่งจารแระ หุหุ เดรจายจังเรยอิอิ ^^"

ความคิดเห็นที่ 44

13 ส.ค. 2549 17:41
  1. อยากได้บทร้อยแก้ว อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง มากเลยค่ะ กําลังทํารายงานไม่รู้จะหาข้อมูลที่ไหน ใครมีข้อมูลช่วยหน่อยน่ะค่ะ ถือว่าช่วยเด็กนักเรียนม.4แล้วกันน่ะค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ ......................หญิง................................................ sirina.rachada.ac.th

ความคิดเห็นที่ 45

26 ส.ค. 2549 17:22
  1. ขอบคุณมากนะคะที่บอก

ความคิดเห็นที่ 46

29 ส.ค. 2549 15:39
  1. ขอบคุณครับที่ทำให้

ความคิดเห็นที่ 47

2 ก.ย. 2549 12:45
  1. อยากได้รูปตัวละครในเรื่องอิเหนาอ่ะ หรือตัวละครก็ได้เอาให้ครบ12ตัวอ่ะ ส่งงานวันจันทร์นี้ปล้วช่วยทีนะคับ

ความคิดเห็นที่ 319

12 ม.ค. 2551 13:17
  1. ลองไปที่นี่ ดู ...ecurriculum.mv.ac.th/thai/m.4/unit5/lesson8/inow03/index.php-mod=Courses&op=course_lesson&cid=5&sid=.htm.... รุ้สึก เว็บนี้ มีหลายท่านไม่อยากส่งเสริมการช่วยทำการบ้าน ก็เลยช่วยหา link ให้ เท่าที่จะทำได้ ต้องลองเข้าไปดูค่ะ

ความคิดเห็นที่ 320

13 ม.ค. 2551 18:30
  1. ตัวละครมีคัยบ้าง บอกหน่อย่างละเอียดนะ

ความคิดเห็นที่ 321

15 ม.ค. 2551 13:51
  1. ช่วยวิจารณ์ตัวละครในเรื่องอิเหนาให้หน่อยสิค่ะ คือ จรกา

ความคิดเห็นที่ 322

16 ม.ค. 2551 20:24
  1. เรื่องย่ออิเหนา ( ตอนศึกกะหมังกุหนิง ) ท้าวกะหมังกุหนิงกับประไหมสุหรีมีโอรสชื่อ วิหยาสะกำ ในคราวที่วิหยาสะกำออกประพาสป่า องค์ปะตาระกาหลาได้แปลงร่างเป็นกวางทองเพื่อล่อวิหยาสะกำมายังต้นไทรที่พระองค์ซ่อนรูปวาดบุษบาไว้ เมื่อวิหยาสะกำเห็นรูปวาดของบุษบาก็หลงรักนางจนคลั่ง ท้าวกะหมังกุหนิงสืบทราบว่านางคือบุษบา ธิดาท้าวดาหาที่ตอนนี้เป็นคู่หมั้นของจรกาแล้ว แต่ด้วยความรักและสงสารลูกจึงส่งทูตไปสู่ขอบุษบาให้วิหยาสะกำแต่เมื่อท้าวดาหาปฏิเสธท้าวกะหมังกุหนิงจึงสั่งยกทัพมาเมืองดาหาเพื่อจะชิงตัวบุษบา ท้าวดาหาส่งพระราชสาส์นไปขอความช่วยเหลือจากท้าวกุเรปัน (พี่ชาย) ท้าวกาหลังและท้าวสิงหัดส่าหรี (น้องชาย) และจรกาให้ยกทัพมาช่วยกันรบป้องกันเมืองดาหา เมื่อท้าวกุเรปันได้รับข่าวแล้วจึงให้ทหารนำจดหมายไปให้อิเหนาที่อยู่เมืองหมันหยา(เมืองจินตหรา) อิเหนาไม่อยากไปแต่กลัวพ่อโกรธเลยต้องไป ในที่สุดอิเหนาก็ยกทัพมากับกะหรัดตะปาตี (พี่ชายคนละแม่) ทำให้ท้าวดาหาดีใจมากเพราะเชื่อมั่นว่าอิเหนาต้องรบชนะแต่ด้วยความที่อิเหนาเคยทำให้ท้าวดาหาโกรธเรื่องปฏิเสธการแต่งงานกับบุษบาจนทำให้เกิดเรื่องขึ้นมาอิเหนาจึงตัดสินใจสู้รบให้ชนะก่อนแล้วค่อยเข้าไปเฝ้าท้าวดาหา ในที่สุดเมื่อท้าวกะหมังกุหนิงยกทัพมาใกล้ดาหาทำให้เกิดการต่อสู้กับกองทัพของอิเหนา ในที่สุดสังคามาระตาก็เป็นผู้ฆ่าวิหยาสะกำ ส่วนอิเหนาเป็นผู้ฆ่าท้าวกะหมังกุหนิงตายในสนามรบด้วยกริชเทวา หลังจากนั้นท้าวปาหยันกับท้าวประหมัน (พี่กับน้องของท้าวกะหมังกุหนิง) ก็ยอมอ่อนน้อมต่ออิเหนา อิเหนาจึงอนุญาตให้ระตูนำพระศพของทั้งสองกลับไปทำพิธีตามพระราชประเพณี บทชมความงามวิหยาสะกำ พระทนต์แดงดังแสงทับทิม เพริศพริ้มเพราพักตร์คมขำ ผิวพรรณผุดผ่องเพียงทองคำ วิไลลักษณ์เลิศล้ำอำไพ บทแสดงความเสียใจที่อิเหนามีต่อวิหยาสะกำ หนุ่มน้อยโสภาน่าเสียดาย ควรจะนับว่าชายโฉมยง ทนต์แดงดั่งแสงทับทิม เพริศพริ้มเพรารับกับขนง เกศาปลายงอนงามทรง เององค์สารพัดไม่ขัดตา กระนี้ฤๅบิดามิพิศวาส จนพินาศด้วยโอรสา แม้นว่าระตูจรกา งามเหมือนวิหยาสะกำนี้ จะมิได้ร้อนรนด้วยปนศักดิ์ น่ารักรูปทรงส่งศรี ตรัสแล้วลีลาขึ้นพาชี กลับไปยังที่พลับพลาพลัน แผนภูมิวงศ์เทวา แผนภูมิเมืองหมันหยา ตำแหน่งมเหสี ๕ พระองค์ ประไหมสุหรี มะเดหวี มะโต ลิกู เหมาหลาหงี ตำแหน่งพระชายาของอิเหนา ( ๑๐ พระองค์ ) จินตะหราวาตี ประไหมสุหรีฝ่ายขวา บุษบา อัครชายาฝ่ายซ้าย สการะวาตี มะเดหวีฝ่ายขวา มาหยารัศมี มะเดหวีฝ่ายซ้าย บุษบาวิลิศ มะโตฝ่ายขวา บุษบากันจะหนา มะโตฝ่ายซ้าย กะระติกา ลิกูฝ่ายขวา อรสานารี ลิกูฝ่ายซ้าย สุหรันกันจาส่าหรี เหมาหลาหงีฝ่ายขวา หงยาหยา เหมาหลาหงีฝ่ายซ้าย 4/10โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร จังหวัดหนองคาย

ความคิดเห็นที่ 323

26 ม.ค. 2551 12:09
  1. ช่วยถอดคำประพันธ์หน้า 170-172

ความคิดเห็นที่ 325

29 ม.ค. 2551 18:16
  1. ผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รูปแบบ กลอนบทละคร ที่มาของเรื่อง อิเหนาเป็นบทประพันธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เรื่องนี้ได้เค้าเรื่องมาจากชวา ไทยรับเข้ามาในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งพระธิดาคือเจ้าฟ้ากุณฑล ได้ทรงนิพนธ์เรื่องดาหลัง (อิเหนาใหญ่)ส่วนเจ้าฟ้ามงกุฏทรงนิพนธ์เรื่องอิเหนาเล็ก แต่ต่อมาได้สูญหายไป บทละครเรื่องอิเหนาได้รับความนิยมแพร่หลายมากกว่าดาหลัง ชื่อตัวละครก็จะคุ้นหูกว่าดาหลัง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง อิเหนา ซึ่งได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าเป็นยอดแห่งกลอนบทละคร คือดีทั้งความ ดีทั้งกระบวนกลอน ดีทั้งกระบวนสำหรับเล่นละคร เนื้อเรื่อง อิเหนาตอนที่นำเป็นบทเรียน มีเนื้อเรื่องย่อดังต่อไปนี้ ตั้งแต่วิหยาสะกำได้ชมรูปภาพของนางบุษบาก็หลงรักนาง และอยากได้นางมาเป็นมเหสี ท้าวกะหมังกุหนิงก็ตามใจลูกส่งทูตไปขอนางบุษบากับท้างดาหา และเตรียมกองทัพไว้ถ้าท้าวดาหาปฏิเสธก็จะยกทัพไปตีเมืองดาหา ท้าวกะหมังกุหนิงได้เล่าเรื่องราวและขอความช่วยเหลือจากน้องชาย คือ ระตูปาหยัง และท้าวประหมัน ซึ่งระตูทั้งสองก็ทูลทัดทาน ขอให้ตรึกตรองดูให้ดี เพราะท้าวดาหาเป็นวงศ์อสัญแดหวา ซึ่งมีกำลังทหารมากมาย ทั้งไพร่พลก็ชำนาญในการสงคราม ท้าวกะหมังกุหนิงก็บ่ายเบี่ยงเลี่ยงตอบว่าการทำสงครามครั้งนี้เป็นการช่วงชิงนางบุษบาจากจรกา แม้พระอนุชาจะอ้างเหตุผลอย่างไรก็ตาม ท้าวกะหมังกุหนิงก็ยืนยันความตั้งใจเดิม ไม่เปลี่ยนใจจะทำเพื่อลูก ฝ่ายท้าวดาหาเมื่อปฏิเสธไม่ยอมยกนางบุษบาให้แล้ว ก็มีหนังสือไปขอความช่วยเหลือไปหาท้าวกุเรปัน พระเชษฐา ท้าวกาหลังและท้าวสิงหัดส่าหรี พระอนุชาทั้งสอง ท้าวสิงหัดส่าหรีเมื่อทราบข่าวก็ส่งทหารไปบอกท้าวดาหาว่าไม่ต้องวิตก จะส่งสุหรานากงไปช่วย ฝ่ายเมืองกุเรปันท้าวกุเรปันได้มีหนังสือ 2 ฉบับ ให้ดะหมังนำไปให้อิเหนา 1ฉบับ และให้ระตูหมันหยา 1 ฉบับ แล้วให้กะหรัดตะปาตี ยกทัพไปสมทบกับอิเหนา ช่วยท้าวดาหาทำศึก กะหรัดตะปาตีก็ยกทัพไปคอยอิเหนาที่ชายเมืองหมันหยา ส่วนท้าวกาหลังก็ให้ตำมะหงงกับดะหมังคุมพลยกออกจากเมืองกาหลังมาพบสุหรานากงจากเมืองสิงหัดส่าหรี สองทัพก็สมทบกันยกไปเมืองดาหา เมื่อท้าวดาหาปฏิเสธไม่ยอมยกนางบุษบาให้ ท้ากะหมังกุหนิงก็เตรียมจัดทัพยกไปตีเมืองดาหา ให้วิหยาสะกำเป็นกองหน้า พระอนุชาทั้งสองเป็นกองหลัง ท้าวกะหมังกุหนิงเป็นจอมทัพ ท้าวกะหมังกุหนิงได้ให้โหรโหรตรวจดูดวงชะตาว่าร้ายดีประกาใด โหรทำนายว่าดวงชะตาของท้าวกะหมังกุหนิงและวิหยาสะกำนั้นถึงฆาต ถ้ายกทัพไปในวันพรุ่งนี้จะพ่ายแพ้แก่ศัตรูแน่นอน ให้เว้นไปซัก 7 วัน แล้วจึงจะพ้นเคราะห์ไปทำศึกได้ แต่ท้าวกะหมังกุหนิงก็มิได้เปลี่ยนความตั้งใจ ยกทัพไปตามกำหนดที่ตั้งใจไว้ เมื่อท้าวดาหาทราบข่าวศึกก็ให้ตั้งค่ายรอบกรุงดาหาไว้ ทัพเมืองกะหมังกุหนิงก็ได้ยกทัพมาประชิดเมืองดาหา ท้าวดาหาเมื่อเห็นศึกมาประชิดเช่นนั้นก็รู้สึกน้อยใจอิเหนาว่าศึกครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะอิเหนาเป็นต้นเหตุ สุหรานากงและเสนาเมืองกาหลังเมื่อมาถึงก็เข้าเฝ้าท้าวดาหา สุหรานากงแจ้งให้ท้าวดาหาทราบว่า ท้าวกุเรปันส่งกะหรัดตะปาตีให้สมทบกับทัพอิเหนามาช่วย ท้าวดาหาก็เชื่อว่ากะหรัดตะปาตีนั้นคงมา แต่ไม่เชื่อว่าอิเหนาจะจากหมันหยามาได้ ท้าวดาหาเสนอแนะการทำศึกแก่สุหรานากงว่าไม่ควรออกไปสู้รบนอกเมือง เพราะกองทัพศัตรูกล้ายกมาครั้งนี้ก็ย่อมมีความสามารถมีกำลัง ควรตั้งมั่นไว้ในเมืองก่อน ถ้าทัพต่างๆยกมาช่วยแล้วค่อยตีกระหนาบ ศึกก็จะล่าเลิกไป อิเหนาเมื่อได้รับหนังสือจากท้าวกุเรปันให้ยกทัพไปช่วยท้าวดาหา ถ้าไม่ยกไปช่วยก็ขาดจากความเป็นพ่อลูกกัน แม้ตายก็ไม่ต้องไปเผา อิเหนาอ่านจบแล้วก็นึกว่า นางบุษบาจะงามแค่ไหน ใครต่อใครจึงมาหลงรัก ถ้างามเหมือนจินตะหราก็สมควรที่จะหลงรัก อิเหนาคิดว่าอีก 7 วันจึงจะยกทัพไปแต่ดะหมังทูลเตือนว่าอาจไปช่วยไม่ทัน อิเหนาจึงจำใจยกทัพไปวันรุ่งขึ้น อิเหนาได้เข้าเฝ้าท้าวหมันหยาซึ่งก็ได้รับหนังสือจากท้าวกุเรปันมีใจความตำหนิพระธิดาและท้าวหมันหยา ถ้าท้าวหมันหยายังเห็นดีเห็นงามไม่ให้อิเหนายกทัพไปช่วยศึกดาหา ก็จะตัดญาติขาดมิตรกัน ท้าวหมันหยาจึงเร่งให้อิเหนายกทัพไปและให้ระเด่นดาหยนคุมทัพจากหมันหยาไปสมทบอิเหนาด้วย อิเหนาจึงมาลาจินตะหรา สการะวาตี และมาหยารัศมี ทั้งที่ใจไม่อยากจากไป อิเหนาสัญญากับจินตะหราว่าเสร็จศึกจะรีบกลีบมาทันที อิเหนายกทัพจากเมืองหมันหยาไปด้วยความโศกเศร้า และคิดถึงสามนางมาตามทางที่ผ่านไป อิเหนายกทัพสมทบกับกะหรัดตะปาตีที่คอยท่าอยู่แล้วพากันยกไปเมืองดาหา เมื่อถึงแดนดาหาอิเหนาก็หยุดตั้งค่าย ให้ตำมะหงงไปทูลท้าวดาหาว่าจะทำศึกให้เสร็จสิ้นก่อนแล้วจึงจะมาเข้าเฝ้า ท้าวดาหาก็ยินดีเมื่อรู้ว่าอิเหนายกทัพมาแล้ว เพราะรู้ว่าอิเหนาเก่งกล้าสามารถ ย่อมชนะศึกแน่นอน ส่วสุหรานากงก็ยกทัพออกไปสมทบกับอิเหนาแล้วเล่าเรื่องที่ท้าวดาหากล่าวถึงอิเหนาให้ฟัง ฝ่ายท้าวกะหมังกุหนิงแม้รู้ข่าวว่ามีทัพยกมาช่วยท้าวดาหาแต่ก็ยังไม่เปลี่ยนใจได้เตรียมทำศึกเต็มที่ เมื่อทัพกะหมังกุหนิงประจันทัพกับทัพของอิเหนา ท้าวกะหมังกุหนิงไม่รู้ว่าเป็นทัพของอิเหนาจึงถามว่าผู้ใดคือจรกา อิเหนาจึงตอบว่าจรกามิได้มาด้วย เรายกมาแต่กุเรปันเพื่อมาช่วยน้อง ท้าวกะหมังกุหนิงเมื่อรู้ว่าเป็นอิเหนาก็รู้สึกหวาดหวั่นแต่ก็มีมานะเจรจาตอบ ในที่สุดสังคามาระตะก็ออกต่อสู้กับวิหยาสะกำ และได้ฆ่าวิหยาสะกำตาย ท้าวกะหมังกุหนิงจึงเข้าต่อสู้กับสังคามาระตะ อิเหนาเข้ารับไว้และฆ่าท้าวกะหมังกุหนิงสำเร็จ ระตูปาหยังและท้าวประหมันเห็นเหตุการณ์เป็นดังนั้นจึงยอมแพ้แก่อิเหนา และจะยอมเป็นเมืองขึ้นจะส่วเครื่องบรรณาการมาถวายตามประเพณี อิเหนาก็ได้อณุญาตให้นำศพท้าวกะหมังกุหนิงและวิหยาสะกำกลับไปที่เมืองเพื่อจัดพิธีศพตามประเพณีต่อไป

ความคิดเห็นที่ 326

2 ก.พ. 2551 17:00
  1. ดีมากเลยนะค่ะใครเป็นผู้แต่งอยากให้ย่อเรื่องอิเหนาตอนสุดท้ายด่วนเลยนะค่ะจะสอบเดี๋ยวไม่ได้ช่วยหน่อยเถอะ

ความคิดเห็นที่ 327

3 ก.พ. 2551 12:55
  1. -ขอขอบคุณ คุณnun_a.n122@hotmail.com มากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 328

8 ก.พ. 2551 20:33
  1. <FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff><STRONG>เนื้อเรื่องตอนที่ 1</STRONG> บ้านเมืองและกำเนิดตัวละคร<BR><BR><BR>ในชวาสมัยโบราณ มีกษัตริย์ปกครองเมืองใหญ่เมืองน้อย กษัตริย์วงศ์เทวาซึ่งถือว่าเป็นชาติตระกูลสูงสุด ด้วยสืบเชื้อสายมาจากเทวดา ใช้คำนำหน้าพระนามว่า ระเด่น ส่วนกษัตริย์นอกวงศ์นั้น ใช้คำว่า ระตู เริ่มต้นบทละครเรื่องนี้ กล่าวถึงกษัตริย์วงศ์ 4 องค์ ต่างเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา ทรงพระนามว่าท้าวกุเรปัน ท้าวดาหา ท้าวกาหลัง ท้าวสิงหัดส่าหรี ครองเมือง 4 เมือง ซึ่งมีชื่อเช่นเดียวกับพระนามกษัตริย์ ทุกพระองค์ต่างก็มีมเหสี 5 องค์ ตามประเพณี เรียงลำดับศักดิ์ คือ ประไหมสุหรี มะเดหวี มะโต ลิกู และเหมาหลาหงี ประไหมสุหรีของท้าวกุเรปันและท้าวดาหานั้น เป็นธิดาของกษัตริย์หมันหยาเมืองใหญ่อีกเมืองหนึ่ง จึงทำให้เมืองหมันหยามีความเกี่ยวดองกับกษัตริย์วงศ์เทวามากขึ้น ท้าวกุเรปันมีโอรสกับลิกูองค์หนึ่งทรงพระนามว่า กระหรัดตะปาตี ซึ่งได้หมั้นไว้กับบุษบารากา ธิดาของท้าวกาหลังซึ่งเกิดจากลิกู ต่อมาพระองค์ปรารถนาจะให้ประไหมสุหรีมีโอรสบ้าง จึงได้ทำพิธี<BR>บวงสรวง ก่อนประไหมสุหรีทรงครรภ์ก็ได้สุบินว่าพระอาทิตย์ทรงกลดลอยมาตกตรงหน้า และนางรับไว้ได้ เมือประสูติก็เกิดอัศจรรย์ต่าง ๆ เป็นนิมิตดี องค์ปะตาระกาหลาซึ่งเป็นเทวดาต้นวงศ์บนสวรรค์ เหาะนำกริชมาประทานให้ พร้อมทั้งจารึกนามโอรสด้วยว่า </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff> ต่อมาประไหมสุหรีได้ธิดาอีกหนึ่งองค์ พระนามว่า วิยะดา ฝ่ายท้าวดาหา ประไหมสุหรีก็ประสูติธิดา ได้พระนามว่า บุษบา ขณะประสูติก็เกิดอัศจรรย์ก็มี กลิ่นหอมตลบทั่วเมือง หลังจากประสูติบุษบาแล้ว ประไหมสุหรีก็ประสูติโอรสอีก พระนามสียะตรา <BR>ท้าวกาหลังมีธิดา พระนามสะการะหนึ่งหรัด ท้าวสิงหัดส่าหรีมีโอรส พระนามสุหรานากง และธิดาพระนาม จินดาส่าหรี <BR>กษัตริย์ในวงศ์เทวาจึงได้จัดให้มีการตุนาหงันกันขึ้น ระหว่างโอรสและธิดาในวงศ์เดียวกันโดยให้ </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff>หมั้นไว้กับบุษบา กระหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สียะตรากับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด แต่ก่อนจะมีการแต่งงาน ความยุ่งยากก็เกิดขึ้น<BR><BR><BR><STRONG>เนื้อเรื่องตอนที่ 2</STRONG> ความขัดแย้ง ต้นเหตุของความยุ่งยาก <BR>จุดเริ่มต้นที่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคที่ทำให้ตัวละครประกอบความยุ่งยาก และเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายอันเป็นการดำเนินเรื่อง<BR>ของบทละครเรื่องนี้ เกิดจากอัยยิกาของ</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>ที่เมืองหมันหยาสิ้นพระชนม์ </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>จึงเสด็จไปในงานพระเมรุแทนท้าวกุเรปัน แต่เสร็จพิธีแล้ว</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>ไม่ยอมกลับ เพราะหลงรักนาง จินตะหรา ธิดาท้าวหมันหยา จนท้าวกุเรปันต้องมีสารไปเตือน เมื่อกลับมากรุงกุเรปันแล้วและใกล้เวลาอภิเษกกับบุษบา </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>ก็ไม่ใคร่เต็มใจ จึงออกอุบายทูลลาพระบิดาไปประพาสป่า แล้วปลอมองค์เป็น ปันหยีหรือโจรป่า นามว่ามิสาระปันหยี คุมไพร่พลรุกรานเมืองต่าง ๆ เมื่อเสด็จไปถึงเมืองใดก็ได้เมืองนั้นเป็นเมืองขึ้น ระตูหลายเมืองได้ถวายโอรสและธิดาให้ ที่สำคัญคือระตูปันจะรากันและระตูปักมาหงัน ได้ถวายธิดาคือมาหยารัศมีและสะการวาตี ซึ่งต่อมาได้เป็นชายาของ</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff> และถวายโอรสคือสังคามาระตา ซึ่ง</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>ยกย่องให้เป็นน้องและเป็นทหารคู่ใจ กองทัพของปันหยีรอนแรมไปจนถึงเมืองหมันหยา ท้าวหมันหยาไม่กล้าต่อสู้และยอมยกธิดาให้ แต่พอรู้ว่าเป็น</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff> ท้าวหมันหยาไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญา </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff>จึงลอบเข้าหานางจินตะหราและได้เสียกัน ท้าวหมันหยาก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้<BR><BR><BR>พอถึงกำหนดการอภิเษก ท้าวดาหาก็มีสารถึงท้าวกุเรปันให้เตรียมพิธีอภิเษก แต่</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff>บอกปัด ทำให้ท้าวดาหาโกรธมาก จึงประกาศจะยกบุษบาให้กับใครก็ได้ที่มาขอ เพราะฉะนั้นเมื่อระตูจรกา กษัตริย์รูปชั่วตัวดำ ให้พี่ชายคือระตูล่าสำไปสู่ขอบุษบาให้ตน ท้าวดาหาก็ยอมยกให้ ต่อมา ท้าวกระหมังกุหนิง ส่งทูตมาสู่ขอบุษบาให้วิหยาสะกำซึ่งเป็นโอรส แต่ท้าวดาหาปฏิเสธเพราะได้<BR>ยกให้ระตูจรกาไปแล้ว เป็นเหตุให้ท้าวกะหมังกุหนิงโกรธและยกกองทัพมาล้อมเมืองดาหา ท้าว ดาหาจึงขอกำลังจาก<BR>พระเชษฐาและพระอนุชา ท้าวกุเรปันมีคำสั่งให้</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>ไปช่วยรบ </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>จึงจำใจต้องจากนางจินตะหราและยกกองทัพไปช่วยรบ การศึกครั้งนี้ </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>มีชัยชนะ ท้าวกะหมังกุหนิงถูก</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>ฆ่าตายและโอรสคือวิหยาสะกำถูกสังคามาระตาฆ่าตาย กองทัพที่ล้อมเมืองดาหาก็แตกพ่ายไป เมื่อชนะศึกแล้ว </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>ก็ได้เข้าเฝ้าท้าวดาหาและได้พบกับบุษบา </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>ได้เห็นความงามของบุษบาก็หลงรักและเสียดาย พยายามหาอุบายอยู่ในเมืองดาหาต่อไป และพยายามหาโอกาสใกล้ชิดบุษบา โดยอาศัยสียะตราเป็นสื่อรัก </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff>พยายามหาวิธีการทุกทางเพื่อจะได้บุษบาเป็นของตน เช่นตอนที่ท้าว<BR>ดาหาไปใช้บนที่เขาวิลิศมาหรา </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>ได้แอบสลักสารบนกลีบดอกปะหนัน (ลำเจียก) ให้นาง แอบเข้าไปในวิหารพระปฏิมา ตรัสตอบคำถามแทนพระปฏิมา ต้อนค้างคาวมาดับไฟแล้วแอบมากอดนาง ตลอดจนคาดคั้นมะเดหวีให้ช่วยเหลือตน เป็นต้น และเมื่อท้าวดาหาจะจัดพิธีอภิเษกระหว่างบุษบากับระตูจรกา </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff>ก็ใช้วิธีการสุดท้ายโดยการทำอุบายเผาเมือง แล้วลอบพานางบุษบาหนีออกจากเมืองไปซ่อนในถ้ำที่เตรียมไว้ และได้นางเป็นมเหสี<BR><BR><BR><STRONG>เนื้อเรื่องตอนที่ 3 </STRONG>ปัญหาใหม่ และการมะงุมมะงาหรา<BR>หลังจาก</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>กับบุษบาเข้าใจกันแล้ว ก็เกิดความยุ่งยากใหม่ขึ้นกับตัวละครอีก เพราะองค์ปะตาระกาหลาทรงพิโรธ</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><BR></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff>ที่ก่อเหตุวุ่นวายมาตลอด จึงดลบันดาลให้ลมหอบเอานางบุษบาพร้อมพี่เลี้ยงสองนาง ไปตกในเมืองปะมอตัน<BR>ขณะที่</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>เข้าไปในเมืองดาหาเพื่อแก้สงสัย </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff>กลับมาไม่พบบุษบาก็ปลอมองค์เป็นปันหยีออกตามหา พร้อมกับนำวิยะดาไปด้วยกับตน โดยให้ปลอมเป็นปันหยีชื่อเกนหลงหนึ่งหรัด ผ่านเมืองใดก็รบพุ่งเอาไปเป็นเมืองขึ้นไปตลอดรายทาง จนถึงเมืองกาหลัง จึงได้เข้าไปขอพักอาศัยอยู่ด้วย<BR><BR><BR>ส่วนบุษบา หลังจากลมหอบไปยังเมืองปะมอตันแล้ว องค์ปะตาระกาหลา ก็สำแดงตนบอกเล่า เรื่องราวให้ทราบว่า นี่เป็นการลงโทษ</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff> ทั้งสองจะต้องผจญความลำบากอยู่ระยะหนึ่ง จึงจะได้พบกันองค์ปะตาระกาหลาได้แปลงตัวบุษบาให้เป็นชาย มอบกริชจารึกพระนามว่ามิสาอุณากรรณ ให้มีความสามารถทางการรบ หลังจากนั้น อุณากรรณเดินทางเข้าเมืองปะมอตัน ท้าวปะมอตันรับเลี้ยงไว้เป็นโอรส ต่อมาอุณากรรณกับพี่เลี้ยงก็ยกพลออกเดินทางเพื่อตามหา</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff> ผ่านเมืองใดเจ้าเมืองไม่อ่อนน้อมก็รบพุ่งได้ชัยชนะหลายเมือง จนกระทั่งถึงเมืองกาหลัง ได้พบกับปันหยี ทั้งสองฝ่ายต่างก็แคลงใจว่าอีกฝ่ายคือบุคคลที่ตนเที่ยวหา แต่ก็ไม่กล้าเปิดเผยตัว ได้แต่สังเกตและคุมเชิงกันอยู่<BR>ที่เมืองกาหลัง ปันหยีและอุณากรรณได้เข้าอ่อนน้อมต่อท้าวกาหลัง ท้าวกาหลังก็ทรงโปรดทั้งสองเหมือนโอรส ต่อมามีศึกมาประชิดเมืองเพราะท้าวกาหลังไม่ยอมยกธิดา คือสะการะหนึ่งหรัดให้ ปันหยีและอุณากรรณอาสารบ<BR>และสามารถชนะศึกได้อย่างง่ายดาย เหตุการณ์นี้ทำให้ปันหยี อุณากรรณและสะการะหนึ่งหรัดใกล้ชิดสนิดสนมกันมากยิ่งขึ้น ทำให้อุณากรรณกลัวความจะแตกว่านางเป็นหญิง กอปรกับต้องการติดตามหา</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff>ต่อไป จึงทูลลาท้าวกาหลังกลับเมืองปะมอตัน แต่นางออกอุบายให้ทหารกลับเมืองตามลำพัง ส่วนนางกับพี่เลี้ยงหนีไปบวชชี (แอหนัง) เพื่อหาทางหลบหนีการตามพัวพันของปันหยี<BR>ฝ่ายสียะตราแห่งเมืองดาหา ครั้นทำพิธีโสกันต์เสร็จก็แอบหนีพระบิดาปลอมตัวเป็นปัจจุเหร็จโจรป่าชื่อ ย่าหรัน ออกเดินทางหา</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>และบุษบา องค์ปะตาระกาหลาแปลงเป็นนกยูงมาล่อย่าหรันไปถึงเมืองกาหลังได้เข้าเฝ้าและพำนักอยู่ในเมือง ต่อมาย่าหรันและปันหยีเกิดต่อสู้กัน เพราะเกนหลงหนึ่งหรัดเป็น ต้นเหตุ ในที่สุด</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff>และสียะตราก็จำกันได้ เพราะมองเห็นกริชของกันและกัน <BR><BR><BR>ต่อมาปันหยีทราบว่ามีแอหนังบวชบนภูเขา รูปงามละม้ายบุษบา จึงออกอุบายปลอมตัวเป็นเทวดาหลอกนางมายังเมืองกาหลัง เมื่อปันหยีพิศดูนางก็ยิ่งละม้ายนางบุษบา แต่พอเห็นกริชของนาง ชื่ออุณากรรณ ก็เข้าใจว่านางเป็นชายาของอุณากรรณ ฝ่ายพี่เลี้ยงของปันหยีคิดเล่นหนังทดสอบแอหนัง โดยผูกเรื่องตามชีวิตจริงของ</FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>กับบุษบาทุก ๆ ตอน นางแอหนังฟังเรื่องราวก็ร้องไห้คร่ำครวญ ทั้งสองฝ่ายจึงจำกันได้ </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>จึงให้นางสึกจากชี ระเด่นทั้งสี่ คือ </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B></FONT><FONT face="MS Sans Serif"><FONT color=#9900ff> บุษบา สียะตรา และวิยะดา จึงพบกันและจำกันได้หลังจากดั้นด้นติดตามกันโดยปราศจากทิศทาง (มะงุมมะงาหรา) เสียนาน<BR><BR><BR><STRONG>เนื้อเรื่องตอนที่ 4 </STRONG>ปิดเรื่อง<BR>กษัตริย์วงศ์เทวาได้มาพร้อมกัน ณ เมืองกาหลัง หลังจากทราบเรื่องและเข้าใจกันดีแล้ว จึงได้มีการ<BR>อภิเษกสมรสกันขึ้นระหว่างคู่ตุนาหงันในวงศ์เทวา พร้อมทั้งอภิเษกธิดาระตูอื่น ๆ เป็นมเหสีกษัตริย์วงศ์เทวาจนครบตำแหน่ง เช่น </FONT><B style="COLOR: black; BACKGROUND-COLOR: #ffff66">อิเหนา</B><FONT color=#9900ff>อภิเษกกับบุษบาและจินตะหรา โดยบุษบาเป็นประไหมสุหรีฝ่ายซ้าย จินตะหราเป็นประไหมสุหรีฝ่ายขวา สะการะวาตีเป็นมะเดหวีฝ่ายขวา มาหยารัศมีเป็นมะเดหวีฝ่ายซ้าย บุษบาวิลิศเป็นมะโตฝ่ายขวา บุษบากันจะหนาเป็นมะโตฝ่ายซ้าย ระหนากะระติกาเป็นลิกูฝ่ายขวา อรสานารีเป็นลิกูฝ่ายซ้าย สุหรันกันจาส่าหรี เป็นเหมาหลาหงีฝ่ายขวา หงยาหยาเป็นเหมาหลาหงีฝ่ายซ้าย สียะตราอภิเษกกับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด กะหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สุหรานากงครองเมืองสิงหัดส่าหรี กะหรัดตะปาตีครองเมืองกาหลัง</FONT></FONT>

ความคิดเห็นที่ 329

8 ก.พ. 2551 20:37
  1. <P>ขอโทดนะ</P> <P>เอาใหม่</P> <P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>เนื้อเรื่องตอนที่ 1 บ้านเมืองและกำเนิดตัวละคร</FONT></P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000> <P><BR><BR><BR>ในชวาสมัยโบราณ มีกษัตริย์ปกครองเมืองใหญ่เมืองน้อย กษัตริย์วงศ์เทวาซึ่งถือว่าเป็นชาติตระกูลสูงสุด ด้วยสืบเชื้อสายมาจากเทวดา ใช้คำนำหน้าพระนามว่า ระเด่น ส่วนกษัตริย์นอกวงศ์นั้น ใช้คำว่า ระตู เริ่มต้นบทละครเรื่องนี้ กล่าวถึงกษัตริย์วงศ์ 4 องค์ ต่างเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา ทรงพระนามว่าท้าวกุเรปัน ท้าวดาหา ท้าวกาหลัง ท้าวสิงหัดส่าหรี ครองเมือง 4 เมือง ซึ่งมีชื่อเช่นเดียวกับพระนามกษัตริย์ ทุกพระองค์ต่างก็มีมเหสี 5 องค์ ตามประเพณี เรียงลำดับศักดิ์ คือ ประไหมสุหรี มะเดหวี มะโต ลิกู และเหมาหลาหงี ประไหมสุหรีของท้าวกุเรปันและท้าวดาหานั้น เป็นธิดาของกษัตริย์หมันหยาเมืองใหญ่อีกเมืองหนึ่ง จึงทำให้เมืองหมันหยามีความเกี่ยวดองกับกษัตริย์วงศ์เทวามากขึ้น ท้าวกุเรปันมีโอรสกับลิกูองค์หนึ่งทรงพระนามว่า กระหรัดตะปาตี ซึ่งได้หมั้นไว้กับบุษบารากา ธิดาของท้าวกาหลังซึ่งเกิดจากลิกู ต่อมาพระองค์ปรารถนาจะให้ประไหมสุหรีมีโอรสบ้าง จึงได้ทำพิธี<BR>บวงสรวง ก่อนประไหมสุหรีทรงครรภ์ก็ได้สุบินว่าพระอาทิตย์ทรงกลดลอยมาตกตรงหน้า และนางรับไว้ได้ เมือประสูติก็เกิดอัศจรรย์ต่าง ๆ เป็นนิมิตดี องค์ปะตาระกาหลาซึ่งเป็นเทวดาต้นวงศ์บนสวรรค์ เหาะนำกริชมาประทานให้ พร้อมทั้งจารึกนามโอรสด้วยว่า อิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000> ต่อมาประไหมสุหรีได้ธิดาอีกหนึ่งองค์ พระนามว่า วิยะดา ฝ่ายท้าวดาหา ประไหมสุหรีก็ประสูติธิดา ได้พระนามว่า บุษบา ขณะประสูติก็เกิดอัศจรรย์ก็มี กลิ่นหอมตลบทั่วเมือง หลังจากประสูติบุษบาแล้ว ประไหมสุหรีก็ประสูติโอรสอีก พระนามสียะตรา <BR>ท้าวกาหลังมีธิดา พระนามสะการะหนึ่งหรัด ท้าวสิงหัดส่าหรีมีโอรส พระนามสุหรานากง และธิดาพระนาม จินดาส่าหรี <BR>กษัตริย์ในวงศ์เทวาจึงได้จัดให้มีการตุนาหงันกันขึ้น ระหว่างโอรสและธิดาในวงศ์เดียวกันโดยให้ อิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>หมั้นไว้กับบุษบา กระหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สียะตรากับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด แต่ก่อนจะมีการแต่งงาน ความยุ่งยากก็เกิดขึ้น</FONT></P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000> <P><BR><BR><BR>เนื้อเรื่องตอนที่ 2 ความขัดแย้ง ต้นเหตุของความยุ่งยาก <BR>จุดเริ่มต้นที่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคที่ทำให้ตัวละครประกอบความยุ่งยาก และเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายอันเป็นการดำเนินเรื่อง<BR>ของบทละครเรื่องนี้ เกิดจากอัยยิกาของอิเหนาที่เมืองหมันหยาสิ้นพระชนม์ อิเหนาจึงเสด็จไปในงานพระเมรุแทนท้าวกุเรปัน แต่เสร็จพิธีแล้วอิเหนาไม่ยอมกลับ เพราะหลงรักนาง จินตะหรา ธิดาท้าวหมันหยา จนท้าวกุเรปันต้องมีสารไปเตือน เมื่อกลับมากรุงกุเรปันแล้วและใกล้เวลาอภิเษกกับบุษบา อิเหนาก็ไม่ใคร่เต็มใจ จึงออกอุบายทูลลาพระบิดาไปประพาสป่า แล้วปลอมองค์เป็น ปันหยีหรือโจรป่า นามว่ามิสาระปันหยี คุมไพร่พลรุกรานเมืองต่าง ๆ เมื่อเสด็จไปถึงเมืองใดก็ได้เมืองนั้นเป็นเมืองขึ้น ระตูหลายเมืองได้ถวายโอรสและธิดาให้ ที่สำคัญคือระตูปันจะรากันและระตูปักมาหงัน ได้ถวายธิดาคือมาหยารัศมีและสะการวาตี ซึ่งต่อมาได้เป็นชายาของอิเหนา และถวายโอรสคือสังคามาระตา ซึ่งอิเหนายกย่องให้เป็นน้องและเป็นทหารคู่ใจ กองทัพของปันหยีรอนแรมไปจนถึงเมืองหมันหยา ท้าวหมันหยาไม่กล้าต่อสู้และยอมยกธิดาให้ แต่พอรู้ว่าเป็นอิเหนา ท้าวหมันหยาไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญา อิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>จึงลอบเข้าหานางจินตะหราและได้เสียกัน ท้าวหมันหยาก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้<BR></FONT></P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000> <P><BR><BR>พอถึงกำหนดการอภิเษก ท้าวดาหาก็มีสารถึงท้าวกุเรปันให้เตรียมพิธีอภิเษก แต่อิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>บอกปัด ทำให้ท้าวดาหาโกรธมาก จึงประกาศจะยกบุษบาให้กับใครก็ได้ที่มาขอ เพราะฉะนั้นเมื่อระตูจรกา กษัตริย์รูปชั่วตัวดำ ให้พี่ชายคือระตูล่าสำไปสู่ขอบุษบาให้ตน ท้าวดาหาก็ยอมยกให้ ต่อมา ท้าวกระหมังกุหนิง ส่งทูตมาสู่ขอบุษบาให้วิหยาสะกำซึ่งเป็นโอรส แต่ท้าวดาหาปฏิเสธเพราะได้<BR>ยกให้ระตูจรกาไปแล้ว เป็นเหตุให้ท้าวกะหมังกุหนิงโกรธและยกกองทัพมาล้อมเมืองดาหา ท้าว ดาหาจึงขอกำลังจาก<BR>พระเชษฐาและพระอนุชา ท้าวกุเรปันมีคำสั่งให้อิเหนาไปช่วยรบ อิเหนาจึงจำใจต้องจากนางจินตะหราและยกกองทัพไปช่วยรบ การศึกครั้งนี้ อิเหนามีชัยชนะ ท้าวกะหมังกุหนิงถูกอิเหนาฆ่าตายและโอรสคือวิหยาสะกำถูกสังคามาระตาฆ่าตาย กองทัพที่ล้อมเมืองดาหาก็แตกพ่ายไป เมื่อชนะศึกแล้ว อิเหนาก็ได้เข้าเฝ้าท้าวดาหาและได้พบกับบุษบา อิเหนาได้เห็นความงามของบุษบาก็หลงรักและเสียดาย พยายามหาอุบายอยู่ในเมืองดาหาต่อไป และพยายามหาโอกาสใกล้ชิดบุษบา โดยอาศัยสียะตราเป็นสื่อรัก อิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>พยายามหาวิธีการทุกทางเพื่อจะได้บุษบาเป็นของตน เช่นตอนที่ท้าว<BR>ดาหาไปใช้บนที่เขาวิลิศมาหรา อิเหนาได้แอบสลักสารบนกลีบดอกปะหนัน (ลำเจียก) ให้นาง แอบเข้าไปในวิหารพระปฏิมา ตรัสตอบคำถามแทนพระปฏิมา ต้อนค้างคาวมาดับไฟแล้วแอบมากอดนาง ตลอดจนคาดคั้นมะเดหวีให้ช่วยเหลือตน เป็นต้น และเมื่อท้าวดาหาจะจัดพิธีอภิเษกระหว่างบุษบากับระตูจรกา อิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>ก็ใช้วิธีการสุดท้ายโดยการทำอุบายเผาเมือง แล้วลอบพานางบุษบาหนีออกจากเมืองไปซ่อนในถ้ำที่เตรียมไว้ และได้นางเป็นมเหสี</FONT></P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000> <P><BR><BR><BR>เนื้อเรื่องตอนที่ 3 ปัญหาใหม่ และการมะงุมมะงาหรา<BR>หลังจากอิเหนากับบุษบาเข้าใจกันแล้ว ก็เกิดความยุ่งยากใหม่ขึ้นกับตัวละครอีก เพราะองค์ปะตาระกาหลาทรงพิโรธอิเหนา<BR></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>ที่ก่อเหตุวุ่นวายมาตลอด จึงดลบันดาลให้ลมหอบเอานางบุษบาพร้อมพี่เลี้ยงสองนาง ไปตกในเมืองปะมอตัน<BR>ขณะที่อิเหนาเข้าไปในเมืองดาหาเพื่อแก้สงสัย อิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>กลับมาไม่พบบุษบาก็ปลอมองค์เป็นปันหยีออกตามหา พร้อมกับนำวิยะดาไปด้วยกับตน โดยให้ปลอมเป็นปันหยีชื่อเกนหลงหนึ่งหรัด ผ่านเมืองใดก็รบพุ่งเอาไปเป็นเมืองขึ้นไปตลอดรายทาง จนถึงเมืองกาหลัง จึงได้เข้าไปขอพักอาศัยอยู่ด้วย</FONT></P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000> <P><BR><BR><BR>ส่วนบุษบา หลังจากลมหอบไปยังเมืองปะมอตันแล้ว องค์ปะตาระกาหลา ก็สำแดงตนบอกเล่า เรื่องราวให้ทราบว่า นี่เป็นการลงโทษอิเหนา ทั้งสองจะต้องผจญความลำบากอยู่ระยะหนึ่ง จึงจะได้พบกันองค์ปะตาระกาหลาได้แปลงตัวบุษบาให้เป็นชาย มอบกริชจารึกพระนามว่ามิสาอุณากรรณ ให้มีความสามารถทางการรบ หลังจากนั้น อุณากรรณเดินทางเข้าเมืองปะมอตัน ท้าวปะมอตันรับเลี้ยงไว้เป็นโอรส ต่อมาอุณากรรณกับพี่เลี้ยงก็ยกพลออกเดินทางเพื่อตามหาอิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000> ผ่านเมืองใดเจ้าเมืองไม่อ่อนน้อมก็รบพุ่งได้ชัยชนะหลายเมือง จนกระทั่งถึงเมืองกาหลัง ได้พบกับปันหยี ทั้งสองฝ่ายต่างก็แคลงใจว่าอีกฝ่ายคือบุคคลที่ตนเที่ยวหา แต่ก็ไม่กล้าเปิดเผยตัว ได้แต่สังเกตและคุมเชิงกันอยู่<BR>ที่เมืองกาหลัง ปันหยีและอุณากรรณได้เข้าอ่อนน้อมต่อท้าวกาหลัง ท้าวกาหลังก็ทรงโปรดทั้งสองเหมือนโอรส ต่อมามีศึกมาประชิดเมืองเพราะท้าวกาหลังไม่ยอมยกธิดา คือสะการะหนึ่งหรัดให้ ปันหยีและอุณากรรณอาสารบ<BR>และสามารถชนะศึกได้อย่างง่ายดาย เหตุการณ์นี้ทำให้ปันหยี อุณากรรณและสะการะหนึ่งหรัดใกล้ชิดสนิดสนมกันมากยิ่งขึ้น ทำให้อุณากรรณกลัวความจะแตกว่านางเป็นหญิง กอปรกับต้องการติดตามหาอิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>ต่อไป จึงทูลลาท้าวกาหลังกลับเมืองปะมอตัน แต่นางออกอุบายให้ทหารกลับเมืองตามลำพัง ส่วนนางกับพี่เลี้ยงหนีไปบวชชี (แอหนัง) เพื่อหาทางหลบหนีการตามพัวพันของปันหยี<BR>ฝ่ายสียะตราแห่งเมืองดาหา ครั้นทำพิธีโสกันต์เสร็จก็แอบหนีพระบิดาปลอมตัวเป็นปัจจุเหร็จโจรป่าชื่อ ย่าหรัน ออกเดินทางหาอิเหนาและบุษบา องค์ปะตาระกาหลาแปลงเป็นนกยูงมาล่อย่าหรันไปถึงเมืองกาหลังได้เข้าเฝ้าและพำนักอยู่ในเมือง ต่อมาย่าหรันและปันหยีเกิดต่อสู้กัน เพราะเกนหลงหนึ่งหรัดเป็น ต้นเหตุ ในที่สุดอิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>และสียะตราก็จำกันได้ เพราะมองเห็นกริชของกันและกัน <BR></FONT></P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000> <P><BR><BR>ต่อมาปันหยีทราบว่ามีแอหนังบวชบนภูเขา รูปงามละม้ายบุษบา จึงออกอุบายปลอมตัวเป็นเทวดาหลอกนางมายังเมืองกาหลัง เมื่อปันหยีพิศดูนางก็ยิ่งละม้ายนางบุษบา แต่พอเห็นกริชของนาง ชื่ออุณากรรณ ก็เข้าใจว่านางเป็นชายาของอุณากรรณ ฝ่ายพี่เลี้ยงของปันหยีคิดเล่นหนังทดสอบแอหนัง โดยผูกเรื่องตามชีวิตจริงของอิเหนากับบุษบาทุก ๆ ตอน นางแอหนังฟังเรื่องราวก็ร้องไห้คร่ำครวญ ทั้งสองฝ่ายจึงจำกันได้ อิเหนาจึงให้นางสึกจากชี ระเด่นทั้งสี่ คือ อิเหนา</FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000> บุษบา สียะตรา และวิยะดา จึงพบกันและจำกันได้หลังจากดั้นด้นติดตามกันโดยปราศจากทิศทาง (มะงุมมะงาหรา) เสียนาน<BR><BR></FONT></P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000> <P><BR>เนื้อเรื่องตอนที่ 4 ปิดเรื่อง<BR>กษัตริย์วงศ์เทวาได้มาพร้อมกัน ณ เมืองกาหลัง หลังจากทราบเรื่องและเข้าใจกันดีแล้ว จึงได้มีการ<BR>อภิเษกสมรสกันขึ้นระหว่างคู่ตุนาหงันในวงศ์เทวา พร้อมทั้งอภิเษกธิดาระตูอื่น ๆ เป็นมเหสีกษัตริย์วงศ์เทวาจนครบตำแหน่ง เช่น อิเหนาอภิเษกกับบุษบาและจินตะหรา โดยบุษบาเป็นประไหมสุหรีฝ่ายซ้าย จินตะหราเป็นประไหมสุหรีฝ่ายขวา สะการะวาตีเป็นมะเดหวีฝ่ายขวา มาหยารัศมีเป็นมะเดหวีฝ่ายซ้าย บุษบาวิลิศเป็นมะโตฝ่ายขวา บุษบากันจะหนาเป็นมะโตฝ่ายซ้าย ระหนากะระติกาเป็นลิกูฝ่ายขวา อรสานารีเป็นลิกูฝ่ายซ้าย สุหรันกันจาส่าหรี เป็นเหมาหลาหงีฝ่ายขวา หงยาหยาเป็นเหมาหลาหงีฝ่ายซ้าย สียะตราอภิเษกกับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด กะหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สุหรานากงครองเมืองสิงหัดส่าหรี กะหรัดตะปาตีครองเมืองกาหลัง</P> <P></FONT>&nbsp;</P>

ความคิดเห็นที่ 330

8 ก.พ. 2551 20:41
  1. <P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>ขอโทดนะคะ </FONT></P> <P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>เอาใหม่อีกรอบ</FONT></P> <P><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000>เนื้อเรื่องตอนที่ 1 บ้านเมืองและกำเนิดตัวละคร<BR><BR><BR>ในชวาสมัยโบราณ มีกษัตริย์ปกครองเมืองใหญ่เมืองน้อย กษัตริย์วงศ์เทวาซึ่งถือว่าเป็นชาติตระกูลสูงสุด ด้วยสืบเชื้อสายมาจากเทวดา ใช้คำนำหน้าพระนามว่า ระเด่น ส่วนกษัตริย์นอกวงศ์นั้น ใช้คำว่า ระตู เริ่มต้นบทละครเรื่องนี้ กล่าวถึงกษัตริย์วงศ์ 4 องค์ ต่างเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา ทรงพระนามว่าท้าวกุเรปัน ท้าวดาหา ท้าวกาหลัง ท้าวสิงหัดส่าหรี ครองเมือง 4 เมือง ซึ่งมีชื่อเช่นเดียวกับพระนามกษัตริย์ ทุกพระองค์ต่างก็มีมเหสี 5 องค์ ตามประเพณี เรียงลำดับศักดิ์ คือ ประไหมสุหรี มะเดหวี มะโต ลิกู และเหมาหลาหงี ประไหมสุหรีของท้าวกุเรปันและท้าวดาหานั้น เป็นธิดาของกษัตริย์หมันหยาเมืองใหญ่อีกเมืองหนึ่ง จึงทำให้เมืองหมันหยามีความเกี่ยวดองกับกษัตริย์วงศ์เทวามากขึ้น ท้าวกุเรปันมีโอรสกับลิกูองค์หนึ่งทรงพระนามว่า กระหรัดตะปาตี ซึ่งได้หมั้นไว้กับบุษบารากา ธิดาของท้าวกาหลังซึ่งเกิดจากลิกู ต่อมาพระองค์ปรารถนาจะให้ประไหมสุหรีมีโอรสบ้าง จึงได้ทำพิธี<BR>บวงสรวง ก่อนประไหมสุหรีทรงครรภ์ก็ได้สุบินว่าพระอาทิตย์ทรงกลดลอยมาตกตรงหน้า และนางรับไว้ได้ เมือประสูติก็เกิดอัศจรรย์ต่าง ๆ เป็นนิมิตดี องค์ปะตาระกาหลาซึ่งเป็นเทวดาต้นวงศ์บนสวรรค์ เหาะนำกริชมาประทานให้ พร้อมทั้งจารึกนามโอรสด้วยว่า อิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000> ต่อมาประไหมสุหรีได้ธิดาอีกหนึ่งองค์ พระนามว่า วิยะดา ฝ่ายท้าวดาหา ประไหมสุหรีก็ประสูติธิดา ได้พระนามว่า บุษบา ขณะประสูติก็เกิดอัศจรรย์ก็มี กลิ่นหอมตลบทั่วเมือง หลังจากประสูติบุษบาแล้ว ประไหมสุหรีก็ประสูติโอรสอีก พระนามสียะตรา <BR>ท้าวกาหลังมีธิดา พระนามสะการะหนึ่งหรัด ท้าวสิงหัดส่าหรีมีโอรส พระนามสุหรานากง และธิดาพระนาม จินดาส่าหรี <BR>กษัตริย์ในวงศ์เทวาจึงได้จัดให้มีการตุนาหงันกันขึ้น ระหว่างโอรสและธิดาในวงศ์เดียวกันโดยให้ อิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000>หมั้นไว้กับบุษบา กระหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สียะตรากับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด แต่ก่อนจะมีการแต่งงาน ความยุ่งยากก็เกิดขึ้น<BR><BR><BR>เนื้อเรื่องตอนที่ 2 ความขัดแย้ง ต้นเหตุของความยุ่งยาก <BR>จุดเริ่มต้นที่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคที่ทำให้ตัวละครประกอบความยุ่งยาก และเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายอันเป็นการดำเนินเรื่อง<BR>ของบทละครเรื่องนี้ เกิดจากอัยยิกาของอิเหนาที่เมืองหมันหยาสิ้นพระชนม์ อิเหนาจึงเสด็จไปในงานพระเมรุแทนท้าวกุเรปัน แต่เสร็จพิธีแล้วอิเหนาไม่ยอมกลับ เพราะหลงรักนาง จินตะหรา ธิดาท้าวหมันหยา จนท้าวกุเรปันต้องมีสารไปเตือน เมื่อกลับมากรุงกุเรปันแล้วและใกล้เวลาอภิเษกกับบุษบา อิเหนาก็ไม่ใคร่เต็มใจ จึงออกอุบายทูลลาพระบิดาไปประพาสป่า แล้วปลอมองค์เป็น ปันหยีหรือโจรป่า นามว่ามิสาระปันหยี คุมไพร่พลรุกรานเมืองต่าง ๆ เมื่อเสด็จไปถึงเมืองใดก็ได้เมืองนั้นเป็นเมืองขึ้น ระตูหลายเมืองได้ถวายโอรสและธิดาให้ ที่สำคัญคือระตูปันจะรากันและระตูปักมาหงัน ได้ถวายธิดาคือมาหยารัศมีและสะการวาตี ซึ่งต่อมาได้เป็นชายาของอิเหนา และถวายโอรสคือสังคามาระตา ซึ่งอิเหนายกย่องให้เป็นน้องและเป็นทหารคู่ใจ กองทัพของปันหยีรอนแรมไปจนถึงเมืองหมันหยา ท้าวหมันหยาไม่กล้าต่อสู้และยอมยกธิดาให้ แต่พอรู้ว่าเป็นอิเหนา ท้าวหมันหยาไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญา อิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000>จึงลอบเข้าหานางจินตะหราและได้เสียกัน ท้าวหมันหยาก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้<BR><BR><BR>พอถึงกำหนดการอภิเษก ท้าวดาหาก็มีสารถึงท้าวกุเรปันให้เตรียมพิธีอภิเษก แต่อิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000>บอกปัด ทำให้ท้าวดาหาโกรธมาก จึงประกาศจะยกบุษบาให้กับใครก็ได้ที่มาขอ เพราะฉะนั้นเมื่อระตูจรกา กษัตริย์รูปชั่วตัวดำ ให้พี่ชายคือระตูล่าสำไปสู่ขอบุษบาให้ตน ท้าวดาหาก็ยอมยกให้ ต่อมา ท้าวกระหมังกุหนิง ส่งทูตมาสู่ขอบุษบาให้วิหยาสะกำซึ่งเป็นโอรส แต่ท้าวดาหาปฏิเสธเพราะได้<BR>ยกให้ระตูจรกาไปแล้ว เป็นเหตุให้ท้าวกะหมังกุหนิงโกรธและยกกองทัพมาล้อมเมืองดาหา ท้าว ดาหาจึงขอกำลังจาก<BR>พระเชษฐาและพระอนุชา ท้าวกุเรปันมีคำสั่งให้อิเหนาไปช่วยรบ อิเหนาจึงจำใจต้องจากนางจินตะหราและยกกองทัพไปช่วยรบ การศึกครั้งนี้ อิเหนามีชัยชนะ ท้าวกะหมังกุหนิงถูกอิเหนาฆ่าตายและโอรสคือวิหยาสะกำถูกสังคามาระตาฆ่าตาย กองทัพที่ล้อมเมืองดาหาก็แตกพ่ายไป เมื่อชนะศึกแล้ว อิเหนาก็ได้เข้าเฝ้าท้าวดาหาและได้พบกับบุษบา อิเหนาได้เห็นความงามของบุษบาก็หลงรักและเสียดาย พยายามหาอุบายอยู่ในเมืองดาหาต่อไป และพยายามหาโอกาสใกล้ชิดบุษบา โดยอาศัยสียะตราเป็นสื่อรัก อิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000>พยายามหาวิธีการทุกทางเพื่อจะได้บุษบาเป็นของตน เช่นตอนที่ท้าว<BR>ดาหาไปใช้บนที่เขาวิลิศมาหรา อิเหนาได้แอบสลักสารบนกลีบดอกปะหนัน (ลำเจียก) ให้นาง แอบเข้าไปในวิหารพระปฏิมา ตรัสตอบคำถามแทนพระปฏิมา ต้อนค้างคาวมาดับไฟแล้วแอบมากอดนาง ตลอดจนคาดคั้นมะเดหวีให้ช่วยเหลือตน เป็นต้น และเมื่อท้าวดาหาจะจัดพิธีอภิเษกระหว่างบุษบากับระตูจรกา อิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000>ก็ใช้วิธีการสุดท้ายโดยการทำอุบายเผาเมือง แล้วลอบพานางบุษบาหนีออกจากเมืองไปซ่อนในถ้ำที่เตรียมไว้ และได้นางเป็นมเหสี<BR><BR><BR>เนื้อเรื่องตอนที่ 3 ปัญหาใหม่ และการมะงุมมะงาหรา<BR>หลังจากอิเหนากับบุษบาเข้าใจกันแล้ว ก็เกิดความยุ่งยากใหม่ขึ้นกับตัวละครอีก เพราะองค์ปะตาระกาหลาทรงพิโรธอิเหนา<BR></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000>ที่ก่อเหตุวุ่นวายมาตลอด จึงดลบันดาลให้ลมหอบเอานางบุษบาพร้อมพี่เลี้ยงสองนาง ไปตกในเมืองปะมอตัน<BR>ขณะที่อิเหนาเข้าไปในเมืองดาหาเพื่อแก้สงสัย อิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000>กลับมาไม่พบบุษบาก็ปลอมองค์เป็นปันหยีออกตามหา พร้อมกับนำวิยะดาไปด้วยกับตน โดยให้ปลอมเป็นปันหยีชื่อเกนหลงหนึ่งหรัด ผ่านเมืองใดก็รบพุ่งเอาไปเป็นเมืองขึ้นไปตลอดรายทาง จนถึงเมืองกาหลัง จึงได้เข้าไปขอพักอาศัยอยู่ด้วย<BR><BR><BR>ส่วนบุษบา หลังจากลมหอบไปยังเมืองปะมอตันแล้ว องค์ปะตาระกาหลา ก็สำแดงตนบอกเล่า เรื่องราวให้ทราบว่า นี่เป็นการลงโทษอิเหนา ทั้งสองจะต้องผจญความลำบากอยู่ระยะหนึ่ง จึงจะได้พบกันองค์ปะตาระกาหลาได้แปลงตัวบุษบาให้เป็นชาย มอบกริชจารึกพระนามว่ามิสาอุณากรรณ ให้มีความสามารถทางการรบ หลังจากนั้น อุณากรรณเดินทางเข้าเมืองปะมอตัน ท้าวปะมอตันรับเลี้ยงไว้เป็นโอรส ต่อมาอุณากรรณกับพี่เลี้ยงก็ยกพลออกเดินทางเพื่อตามหาอิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000> ผ่านเมืองใดเจ้าเมืองไม่อ่อนน้อมก็รบพุ่งได้ชัยชนะหลายเมือง จนกระทั่งถึงเมืองกาหลัง ได้พบกับปันหยี ทั้งสองฝ่ายต่างก็แคลงใจว่าอีกฝ่ายคือบุคคลที่ตนเที่ยวหา แต่ก็ไม่กล้าเปิดเผยตัว ได้แต่สังเกตและคุมเชิงกันอยู่<BR>ที่เมืองกาหลัง ปันหยีและอุณากรรณได้เข้าอ่อนน้อมต่อท้าวกาหลัง ท้าวกาหลังก็ทรงโปรดทั้งสองเหมือนโอรส ต่อมามีศึกมาประชิดเมืองเพราะท้าวกาหลังไม่ยอมยกธิดา คือสะการะหนึ่งหรัดให้ ปันหยีและอุณากรรณอาสารบ<BR>และสามารถชนะศึกได้อย่างง่ายดาย เหตุการณ์นี้ทำให้ปันหยี อุณากรรณและสะการะหนึ่งหรัดใกล้ชิดสนิดสนมกันมากยิ่งขึ้น ทำให้อุณากรรณกลัวความจะแตกว่านางเป็นหญิง กอปรกับต้องการติดตามหาอิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000>ต่อไป จึงทูลลาท้าวกาหลังกลับเมืองปะมอตัน แต่นางออกอุบายให้ทหารกลับเมืองตามลำพัง ส่วนนางกับพี่เลี้ยงหนีไปบวชชี (แอหนัง) เพื่อหาทางหลบหนีการตามพัวพันของปันหยี<BR>ฝ่ายสียะตราแห่งเมืองดาหา ครั้นทำพิธีโสกันต์เสร็จก็แอบหนีพระบิดาปลอมตัวเป็นปัจจุเหร็จโจรป่าชื่อ ย่าหรัน ออกเดินทางหาอิเหนาและบุษบา องค์ปะตาระกาหลาแปลงเป็นนกยูงมาล่อย่าหรันไปถึงเมืองกาหลังได้เข้าเฝ้าและพำนักอยู่ในเมือง ต่อมาย่าหรันและปันหยีเกิดต่อสู้กัน เพราะเกนหลงหนึ่งหรัดเป็น ต้นเหตุ ในที่สุดอิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif"><FONT color=#000000>และสียะตราก็จำกันได้ เพราะมองเห็นกริชของกันและกัน <BR><BR><BR>ต่อมาปันหยีทราบว่ามีแอหนังบวชบนภูเขา รูปงามละม้ายบุษบา จึงออกอุบายปลอมตัวเป็นเทวดาหลอกนางมายังเมืองกาหลัง เมื่อปันหยีพิศดูนางก็ยิ่งละม้ายนางบุษบา แต่พอเห็นกริชของนาง ชื่ออุณากรรณ ก็เข้าใจว่านางเป็นชายาของอุณากรรณ ฝ่ายพี่เลี้ยงของปันหยีคิดเล่นหนังทดสอบแอหนัง โดยผูกเรื่องตามชีวิตจริงของอิเหนากับบุษบาทุก ๆ ตอน นางแอหนังฟังเรื่องราวก็ร้องไห้คร่ำครวญ ทั้งสองฝ่ายจึงจำกันได้ อิเหนาจึงให้นางสึกจากชี ระเด่นทั้งสี่ คือ อิเหนา</FONT></FONT><FONT face="Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif" color=#000000> บุษบา สียะตรา และวิยะดา จึงพบกันและจำกันได้หลังจากดั้นด้นติดตามกันโดยปราศจากทิศทาง (มะงุมมะงาหรา) เสียนาน<BR><BR><BR>เนื้อเรื่องตอนที่ 4 ปิดเรื่อง<BR>กษัตริย์วงศ์เทวาได้มาพร้อมกัน ณ เมืองกาหลัง หลังจากทราบเรื่องและเข้าใจกันดีแล้ว จึงได้มีการ<BR>อภิเษกสมรสกันขึ้นระหว่างคู่ตุนาหงันในวงศ์เทวา พร้อมทั้งอภิเษกธิดาระตูอื่น ๆ เป็นมเหสีกษัตริย์วงศ์เทวาจนครบตำแหน่ง เช่น อิเหนาอภิเษกกับบุษบาและจินตะหรา โดยบุษบาเป็นประไหมสุหรีฝ่ายซ้าย จินตะหราเป็นประไหมสุหรีฝ่ายขวา สะการะวาตีเป็นมะเดหวีฝ่ายขวา มาหยารัศมีเป็นมะเดหวีฝ่ายซ้าย บุษบาวิลิศเป็นมะโตฝ่ายขวา บุษบากันจะหนาเป็นมะโตฝ่ายซ้าย ระหนากะระติกาเป็นลิกูฝ่ายขวา อรสานารีเป็นลิกูฝ่ายซ้าย สุหรันกันจาส่าหรี เป็นเหมาหลาหงีฝ่ายขวา หงยาหยาเป็นเหมาหลาหงีฝ่ายซ้าย สียะตราอภิเษกกับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด กะหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สุหรานากงครองเมืองสิงหัดส่าหรี กะหรัดตะปาตีครองเมืองกาหลัง</FONT></P>

ความคิดเห็นที่ 331

8 ก.พ. 2551 20:51
  1. ขอโทษนะคะ อ่านกันไม่รู้เรื่องเลย เอาเป็นว่าไปอ้างอิงมาจากเว็บ www.chs.ac.th/department/rungfa_r/inaostory.html หรือถ้าเข้าไม่ได้ก็ลองเข้าใน google ดูแล้วพิมพ์คำว่า อิเหนา แล้วหาชื่อเว็บนี้อ่ะค่ะ อยู่ประมาณ อันที่2-3 อ่ะค่ะ เรียน ม.4 เรื่องนี้พอดีเลยตอนนี้ก็หาอยู่เหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 332

10 ก.พ. 2551 17:55
  1. <P>อยากได้บทประพันธ์ เรื่องอิเหนา ตอนศึกท้าวกะหมังกุหนิง มากๆๆๆๆๆๆ เลย ช่วยหาให้ที....ขอร้อง</P>

ความคิดเห็นที่ 333

11 ก.พ. 2551 19:49
  1. <P>ช่วยหาบทถอดความเรื่องอิเหนาตอนศึกกะหมังกุหนิงตั้งเเต่&nbsp;&nbsp; กำลังสงครามครั้งนี้&nbsp;&nbsp; ดูทียิ่งยวดกวดขัน&nbsp;&nbsp; พรุ่งนี้น่าจะโรมนัน&nbsp;&nbsp; จนถึง&nbsp; เมื่อนั้น&nbsp;&nbsp; ท้าวกะหมังกุหนิงเป็นใหญ่&nbsp;&nbsp;&nbsp; เห็นทัพมาตั้งเเต่มั่นก็กันไว้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พลไกรเพียงพื้นปัถพี&nbsp;&nbsp; เอาเลยนะครับ&nbsp;&nbsp;&nbsp; ขอบคุณครับ</P>

ความคิดเห็นที่ 339

19 ก.พ. 2551 16:39
  1. อยากได้ความหมายของบทละครเรื่องอิเหนา ตอนหศึกกะหมังกุนิงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยค่ะ ใครรู้บ้างช่วยบอกทีนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 340

20 ก.พ. 2551 09:07
  1. ต้องการหาประเพณีและความเชื่อที่ปรากฏอยู่ในเรื่องอิเหนา

ความคิดเห็นที่ 343

8 เม.ย. 2551 11:03
  1. <P>เรื่องอิเหนา เป็นเรื่องคลาสสิค มากหัดอ่าไว้อ่านบ่อยๆ จะดื่มดำกับคำภาษาไทยที่งดงาม</P> <P>เด็กควรฝึกอ่าน แล้วจะส่งผลให้อ่านวรรณกรรมอื่นได้อย่างสนุก ครูไม่ใจร้ายหรอก</P>

ความคิดเห็นที่ 344

5 พ.ค. 2551 17:17
  1. <P><STRONG><FONT color=#ff66ff size=3>เรื่องอิเหนาสนุกมากเลยค่ะ</FONT></STRONG></P>

ความคิดเห็นที่ 345

8 พ.ค. 2551 12:22
  1. ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 346

12 พ.ค. 2551 18:02
  1. <P>แต่ละเมืองในเรื่องอิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง แต่ละเมืองส่งแม่ทัพชื่อว่าอะไรบ้าง</P>

ความคิดเห็นที่ 347

12 พ.ค. 2551 21:06
  1. <P>ผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย</P> <P>รูปแบบ กลอนบทละคร</P> <P>ที่มาของเรื่อง อิเหนาเป็นบทประพันธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เรื่องนี้ได้เค้าเรื่องมาจากชวา ไทยรับเข้ามาในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งพระธิดาคือเจ้าฟ้ากุณฑล ได้ทรงนิพนธ์เรื่องดาหลัง (อิเหนาใหญ่)ส่วนเจ้าฟ้ามงกุฏทรงนิพนธ์เรื่องอิเหนาเล็ก แต่ต่อมาได้สูญหายไป บทละครเรื่องอิเหนาได้รับความนิยมแพร่หลายมากกว่าดาหลัง ชื่อตัวละครก็จะคุ้นหูกว่าดาหลัง</P> <P>ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง อิเหนา ซึ่งได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าเป็นยอดแห่งกลอนบทละคร คือดีทั้งความ ดีทั้งกระบวนกลอน ดีทั้งกระบวนสำหรับเล่นละคร</P> <P>เนื้อเรื่อง<BR>อิเหนาตอนที่นำเป็นบทเรียน มีเนื้อเรื่องย่อดังต่อไปนี้<BR>ตั้งแต่วิหยาสะกำได้ชมรูปภาพของนางบุษบาก็หลงรักนาง และอยากได้นางมาเป็นมเหสี ท้าวกะหมังกุหนิงก็ตามใจลูกส่งทูตไปขอนางบุษบากับท้างดาหา และเตรียมกองทัพไว้ถ้าท้าวดาหาปฏิเสธก็จะยกทัพไปตีเมืองดาหา ท้าวกะหมังกุหนิงได้เล่าเรื่องราวและขอความช่วยเหลือจากน้องชาย คือ ระตูปาหยัง และท้าวประหมัน ซึ่งระตูทั้งสองก็ทูลทัดทาน ขอให้ตรึกตรองดูให้ดี เพราะท้าวดาหาเป็นวงศ์อสัญแดหวา ซึ่งมีกำลังทหารมากมาย ทั้งไพร่พลก็ชำนาญในการสงคราม ท้าวกะหมังกุหนิงก็บ่ายเบี่ยงเลี่ยงตอบว่าการทำสงครามครั้งนี้เป็นการช่วงชิงนางบุษบาจากจรกา แม้พระอนุชาจะอ้างเหตุผลอย่างไรก็ตาม ท้าวกะหมังกุหนิงก็ยืนยันความตั้งใจเดิม ไม่เปลี่ยนใจจะทำเพื่อลูก</P> <P>ฝ่ายท้าวดาหาเมื่อปฏิเสธไม่ยอมยกนางบุษบาให้แล้ว ก็มีหนังสือไปขอความช่วยเหลือไปหาท้าวกุเรปัน พระเชษฐา ท้าวกาหลังและท้าวสิงหัดส่าหรี พระอนุชาทั้งสอง ท้าวสิงหัดส่าหรีเมื่อทราบข่าวก็ส่งทหารไปบอกท้าวดาหาว่าไม่ต้องวิตก จะส่งสุหรานากงไปช่วย ฝ่ายเมืองกุเรปันท้าวกุเรปันได้มีหนังสือ 2 ฉบับ ให้ดะหมังนำไปให้อิเหนา 1ฉบับ และให้ระตูหมันหยา 1 ฉบับ แล้วให้กะหรัดตะปาตี ยกทัพไปสมทบกับอิเหนา ช่วยท้าวดาหาทำศึก กะหรัดตะปาตีก็ยกทัพไปคอยอิเหนาที่ชายเมืองหมันหยา ส่วนท้าวกาหลังก็ให้ตำมะหงงกับดะหมังคุมพลยกออกจากเมืองกาหลังมาพบสุหรานากงจากเมืองสิงหัดส่าหรี สองทัพก็สมทบกันยกไปเมืองดาหา</P> <P>เมื่อท้าวดาหาปฏิเสธไม่ยอมยกนางบุษบาให้ ท้ากะหมังกุหนิงก็เตรียมจัดทัพยกไปตีเมืองดาหา ให้วิหยาสะกำเป็นกองหน้า พระอนุชาทั้งสองเป็นกองหลัง ท้าวกะหมังกุหนิงเป็นจอมทัพ ท้าวกะหมังกุหนิงได้ให้โหรโหรตรวจดูดวงชะตาว่าร้ายดีประกาใด โหรทำนายว่าดวงชะตาของท้าวกะหมังกุหนิงและวิหยาสะกำนั้นถึงฆาต ถ้ายกทัพไปในวันพรุ่งนี้จะพ่ายแพ้แก่ศัตรูแน่นอน ให้เว้นไปซัก 7 วัน แล้วจึงจะพ้นเคราะห์ไปทำศึกได้ แต่ท้าวกะหมังกุหนิงก็มิได้เปลี่ยนความตั้งใจ ยกทัพไปตามกำหนดที่ตั้งใจไว้<BR></P>

ความคิดเห็นที่ 348

16 พ.ค. 2551 18:01
  1. <P>1๐เมื่อนั้น สุหรานากงวงศา<BR>ก้มเกล้าทูลสนองพระบัญชา ข้ามาแจ้งข่าวที่กลางคัน<BR>พระปิ่นภพกุเรปันธานี ให้กะหรัดตะปาตีเป็นทัพขันธ์<BR>ยกจากเวียงชัยได้หลายวัน บรรจบกันกับระเด่นมนตรีมาฯ</P> <P>2๐เมื่อนั้น พระองค์ทรงพิภพดาหา<BR>ฟังสุหรานากงนัดดา จึงมีบัญชาว่าไป<BR>อันกะหรัดตะปาตีจะมาช่วย พอจะเห็นจริงด้วยไม่สงสัย<BR>แต่อิเหนาเขาจะมาทำไม ผิดไปเจ้าอย่าเจรจา<BR>พระเชษฐาให้สารไปกี่ครั้ง เขายังไม่จากหมันหยา<BR>จนสลัดตัดการวิวาห์ ศึกติดพาราก็เพราะใคร<BR>เห็นจะรักเมียจริงยิ่งกว่าญาติ ไหนจะคลาดจากเมืองหมันหยาได้<BR>ถึงมาตรจะมาก็จำใจ ด้วยกลัวถัยพระราชบิดา<BR>เราอย่าคอยเขาเลยนะหลานรัก ก้มพักตร์ไปรบศึกดีกว่า<BR>แต่ว่าวันนี้เจ้าเหนื่อยมา จงไปพักโยธาให้สำราญ ฯ</P> <P>4๐บัดนั้น ฝ่ายดะหมังกุเรปันกรุงศรี<BR>ครั้นถึงหมันหยาธานี ก็ตรงไปยังที่ประเสบัน<BR>ขึ้นบนชานพักตำหนักนอก พอเห็นเสด็จออกกิดาหยัน<BR>จึงเข้าไปใกล้องค์พระทรงธรรม์ อภิวันท์แล้วถวายสารา ฯ</P> <P>3๐เมื่อนั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สุหรานากงใจหาญ<BR>ก้มเกล้าสนองพจมาน&nbsp;อันการสมครามครั้งนี้<BR>จะขอเอาเมืองขึ้นบรรดามา&nbsp;กับโยธาสิงหัดส่าหรี<BR>ยกออกโรมรันประจัญตี&nbsp;ดูที่ฝีมือปัจจามิตร<BR>ถ้าเห็นศึกย่นย่อท้อกำลัง&nbsp;จะโหมหักมิให้ตั้งต่อติด<BR>จะอาสากว่าจะสิ้นสุดฤทธิ์&nbsp;ชีวิตอยู่ใต้บาทบงสุ์<BR></P> <P>&nbsp;</P> <P>ช่วยแปลทีคับ งง มาก</P>

ความคิดเห็นที่ 349

22 พ.ค. 2551 14:47
  1. <FONT size=4>ขอแผนผังเรื่องอิเหนาด่วนเลยเพราะต้องส่งอาจารย์</FONT>

ความคิดเห็นที่ 353

28 พ.ค. 2551 16:07
  1. <P><FONT face="Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif" size=6><U><EM>อยากสรุปละครเรื่องอิเหนาให้จบอยากมีคนช่วย 0873490464 </EM></U></FONT></P> <P><EM><FONT face=Verdana size=6>jo_to_club@hotmail</FONT></EM></P>

ความคิดเห็นที่ 354

1 มิ.ย. 2551 15:16
  1. พี่คะช่วยถอดคำประพันธ์เรื่อง อิเหนา ตอนศึกกระหมังกุหนิง ให้หน่อยนะขอแค่ 10 บทแรกก้อพอค่ะ

ความคิดเห็นที่ 357

6 มิ.ย. 2551 12:59
  1. <P class=MsoNormal style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: center" align=center><B><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 20pt; COLOR: fuchsia; FONT-FAMILY: 'Angsana New'">เรื่องย่ออิเหนา<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>( ตอนศึกกะหมังกุหนิง )</SPAN></B><B><SPAN style="FONT-SIZE: 20pt; COLOR: fuchsia; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p></SPAN></B></P> <P class=MsoNormal style="TEXT-JUSTIFY: inter-cluster; MARGIN: 0cm -43.7pt 0pt -45pt; TEXT-ALIGN: justify"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><SPAN style="mso-tab-count: 2">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </SPAN>ท้าวกะหมังกุหนิงกับประไหมสุหรีมีโอรสชื่อ<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>วิหยาสะกำ<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>ในคราวที่วิหยาสะกำออกประพาสป่า<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>องค์ปะตาระกาหลาได้แปลงร่างเป็นกวางทองเพื่อล่อวิหยาสะกำมายังต้นไทรที่พระองค์ซ่อนรูปวาดบุษบาไว้<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>เมื่อวิหยาสะกำเห็นรูปวาดของบุษบาก็หลงรักนางจนคลั่ง<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp;&nbsp; </SPAN>ท้าวกะหมังกุหนิงสืบทราบว่านางคือบุษบา<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>ธิดาท้าวดาหาที่ตอนนี้เป็นคู่หมั้นของจรกาแล้ว<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp;&nbsp; </SPAN>แต่ด้วยความรักและสงสารลูกจึงส่งทูตไปสู่ขอบุษบาให้วิหยาสะกำแต่เมื่อท้าวดาหาปฏิเสธท้าวกะหมังกุหนิงจึงสั่งยกทัพมาเมืองดาหาเพื่อจะชิงตัวบุษบา</SPAN><SPAN style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><o:p></o:p></SPAN></P> <P class=MsoNormal style="TEXT-JUSTIFY: inter-cluster; MARGIN: 0cm -43.7pt 0pt -45pt; TEXT-ALIGN: justify"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><SPAN style="mso-tab-count: 2">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </SPAN>ท้าวดาหาส่งพระราชสาส์นไปขอความช่วยเหลือจากท้าวกุเรปัน (พี่ชาย)<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>ท้าวกาหลังและท้าวสิงหัดส่าหรี (น้องชาย)<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>และจรกาให้ยกทัพมาช่วยกันรบป้องกันเมืองดาหา</SPAN><SPAN style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><o:p></o:p></SPAN></P> <P class=MsoNormal style="TEXT-JUSTIFY: inter-cluster; MARGIN: 0cm -43.7pt 0pt -45pt; TEXT-ALIGN: justify"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><SPAN style="mso-tab-count: 2">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </SPAN>เมื่อท้าวกุเรปันได้รับข่าวแล้วจึงให้ทหารนำจดหมายไปให้อิเหนาที่อยู่เมืองหมันหยา(เมืองจินตหรา) อิเหนาไม่อยากไปแต่กลัวพ่อโกรธเลยต้องไป<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>ในที่สุดอิเหนาก็ยกทัพมากับกะหรัดตะปาตี (พี่ชายคนละแม่)<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>ทำให้ท้าวดาหาดีใจมากเพราะเชื่อมั่นว่าอิเหนาต้องรบชนะแต่ด้วยความที่อิเหนาเคยทำให้ท้าวดาหาโกรธเรื่องปฏิเสธการแต่งงานกับบุษบาจนทำให้เกิดเรื่องขึ้นมาอิเหนาจึงตัดสินใจสู้รบให้ชนะก่อนแล้วค่อยเข้าไปเฝ้าท้าวดาหา</SPAN><SPAN style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><o:p></o:p></SPAN></P> <P class=MsoNormal style="TEXT-JUSTIFY: inter-cluster; MARGIN: 0cm -43.7pt 0pt -45pt; TEXT-ALIGN: justify"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><SPAN style="mso-tab-count: 2">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </SPAN>ในที่สุดเมื่อท้าวกะหมังกุหนิงยกทัพมาใกล้ดาหาทำให้เกิดการต่อสู้กับกองทัพของอิเหนา<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>ในที่สุดสังคามาระตาก็เป็นผู้ฆ่าวิหยาสะกำ<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp; </SPAN>ส่วนอิเหนาเป็นผู้ฆ่าท้าวกะหมังกุหนิงตายในสนามรบด้วยกริชเทวา</SPAN><SPAN style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><o:p></o:p></SPAN></P> <P class=MsoNormal style="TEXT-JUSTIFY: inter-cluster; MARGIN: 0cm -43.7pt 0pt -45pt; TEXT-ALIGN: justify"><SPAN lang=TH style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><SPAN style="mso-tab-count: 2">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </SPAN>หลังจากนั้นท้าวปาหยันกับท้าวประหมัน (พี่กับน้องของท้าวกะหมังกุหนิง)<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp;&nbsp; </SPAN>ก็ยอมอ่อนน้อมต่ออิเหนา<SPAN style="mso-spacerun: yes">&nbsp;&nbsp; </SPAN>อิเหนาจึงอนุญาตให้ระตูนำพระศพของทั้งสองกลับไปทำพิธีตามพระราชประเพณี</SPAN><SPAN style="FONT-SIZE: 16pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'"><o:p></o:p></SPAN></P>

ความคิดเห็นที่ 358

6 มิ.ย. 2551 17:56
  1. ผู้ที่ใจบุญทั้งหลาย ใครถอดคำประพันของอิเหนาได้มั้งงงงช่วยบอกหน่อยเถิด ข้าจะได้นำไปส่งอาจารย์ อีก 2 วันถัดไป ช่วยหน่อยเถิดดดดดดดดด ขอร้อง

ความคิดเห็นที่ 360

12 มิ.ย. 2551 20:13
  1. <P>เรื่องอิเหนาแปลก็เหมือนกับที่เค้าเขียนไว้เป็นร้อยแก้วไม่ใช่หรอ แต่บทประพันธ์มันเยอะกว่าเท่านั้นเอง</P>

ความคิดเห็นที่ 368

8 ก.ค. 2551 09:26
  1. ขอบคุณสำหรับบทย่อเรื่องอิเหนา

ความคิดเห็นที่ 369

8 ก.ค. 2551 19:50
  1. อยากทราบนิสัยของตัวละครเรื่องอิเนาช่วยหน่ยนะ


ความคิดเห็นที่ 370

9 ก.ค. 2551 11:16
  1. อยากได้ถอดคำประพันธ์เรื่องอิเหนา

ความคิดเห็นที่ 371

23 ก.ค. 2551 11:30
  1. อยากได้ข้อมูลของเรื่องอิเหนามากกว่านี้เช่น 1.ประวัติความเป็นมาของหนังสือและประวัติผู้แต่ง 2.ลักษณะการประพันธ์ 3.เนื้อเรื่องย่อ 4.การวิเคราะห์เรื่อง ได้แก่ 4.1โครงเรื่อง 4.2ตัวละคร 4.3ฉาก 4.4กลวิธีการแต่ง 4.4.1การดำเนินการ 4.4.2การใช้คำ 4.4.3การใช้สำนวนโวหารและกวีโวหาร 4.4.4ทัศนะของกวี 4.4.5ความคิดสร้างสรรค์ 4.4.6การวิเคราะห์ท่วงทำนองการแต่งกวี 4.5แนวคิดและจุดมุ่งหมาย 4.6คุณค่าด้านต่างๆของวรรณคดี ใครหาได้บ้างคะ ??? ช่วยๆหน่อยนะ ต้องส่งครูอ่ะ ด่วนมากๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 378

23 ก.ค. 2551 21:45
  1. เราก้อเรียนนะ ถอดก้อเสร็จแล้ว แต่ไม่ให้มีรายป่ะ

ความคิดเห็นที่ 379

31 ก.ค. 2551 19:11
  1. เราก็หาอยู่

ความคิดเห็นที่ 380

2 ส.ค. 2551 19:44
  1. ช่วยถอดคำประพันธ์ของอิเหนาตอนศึกกระหมังกุหนิงให้หน่อยค่ะของหนังสืออจท.  ขอบคุณค่ะ  (ส่งมาให้ที่เมลล์นะค่ะ)


ความคิดเห็นที่ 386

7 ส.ค. 2551 14:09
  1. เรื่องย่อ อิเหนา ( ตอนศึกกะหมังกุหนิง ) ท้าวกะหมังกุหนิงกับประไหมสุหรีมีโอรสชื่อ วิหยาสะกำ ในคราวที่วิหยาสะกำออกประพาสป่า องค์ปะตาระกาหลาได้แปลงร่างเป็นกวางทองเพื่อล่อวิหยาสะกำมายังต้นไทรที่พระองค์ซ่อนรูปวาดบุษบาไว้ เมื่อวิหยาสะกำเห็นรูปวาดของบุษบาก็หลงรักนางจนคลั่ง ท้าวกะหมังกุหนิงสืบทราบว่านางคือบุษบา ธิดาท้าวดาหาที่ตอนนี้เป็นคู่หมั้นของจรกาแล้ว แต่ด้วยความรักและสงสารลูกจึงส่งทูตไปสู่ขอบุษบาให้วิหยาสะกำแต่เมื่อท้าวดาหาปฏิเสธท้าวกะหมังกุหนิงจึงสั่งยกทัพมาเมืองดาหาเพื่อจะชิงตัวบุษบา ท้าวดาหาส่งพระราชสาส์นไปขอความช่วยเหลือจากท้าวกุเรปัน (พี่ชาย) ท้าวกาหลังและท้าวสิงหัดส่าหรี (น้องชาย) และจรกาให้ยกทัพมาช่วยกันรบป้องกันเมืองดาหา เมื่อท้าวกุเรปันได้รับข่าวแล้วจึงให้ทหารนำจดหมายไปให้อิเหนาที่อยู่เมืองหมันหยา(เมืองจินตหรา) อิเหนาไม่อยากไปแต่กลัวพ่อโกรธเลยต้องไป ในที่สุดอิเหนาก็ยกทัพมากับกะหรัดตะปาตี (พี่ชายคนละแม่) ทำให้ท้าวดาหาดีใจมากเพราะเชื่อมั่นว่าอิเหนาต้องรบชนะแต่ด้วยความที่อิเหนาเคยทำให้ท้าวดาหาโกรธเรื่องปฏิเสธการแต่งงานกับบุษบาจนทำให้เกิดเรื่องขึ้นมาอิเหนาจึงตัดสินใจสู้รบให้ชนะก่อนแล้วค่อยเข้าไปเฝ้าท้าวดาหา ในที่สุดเมื่อท้าวกะหมังกุหนิงยกทัพมาใกล้ดาหาทำให้เกิดการต่อสู้กับกองทัพของอิเหนา ในที่สุดสังคามาระตาก็เป็นผู้ฆ่าวิหยาสะกำ ส่วนอิเหนาเป็นผู้ฆ่าท้าวกะหมังกุหนิงตายในสนามรบด้วยกริชเทวา หลังจากนั้นท้าวปาหยันกับท้าวประหมัน (พี่กับน้องของท้าวกะหมังกุหนิง) ก็ยอมอ่อนน้อมต่ออิเหนา อิเหนาจึงอนุญาตให้ระตูนำพระศพของทั้งสองกลับไปทำพิธีตามพระราชประเพณี บทชมความงามวิหยาสะกำ พระทนต์แดงดังแสงทับทิม เพริศพริ้มเพราพักตร์คมขำ ผิวพรรณผุดผ่องเพียงทองคำ วิไลลักษณ์เลิศล้ำอำไพ บทแสดงความเสียใจที่อิเหนามีต่อวิหยาสะกำ หนุ่มน้อยโสภาน่าเสียดาย ควรจะนับว่าชายโฉมยง ทนต์แดงดั่งแสงทับทิม เพริศพริ้มเพรารับกับขนง เกศาปลายงอนงามทรง เององค์สารพัดไม่ขัดตา กระนี้ฤๅบิดามิพิศวาส จนพินาศด้วยโอรสา แม้นว่าระตูจรกา งามเหมือนวิหยาสะกำนี้ จะมิได้ร้อนรนด้วยปนศักดิ์ น่ารักรูปทรงส่งศรี ตรัสแล้วลีลาขึ้นพาชี กลับไปยังที่พลับพลาพลัน

ความคิดเห็นที่ 387

7 ส.ค. 2551 14:10
  1. ตำแหน่งมเหสี ๕ พระองค์ ประไหมสุหรี มะเดหวี มะโต ลิกู เหมาหลาหงี ตำแหน่งพระชายาของอิเหนา ( ๑๐ พระองค์ ) จินตะหราวาตี ประไหมสุหรีฝ่ายขวา บุษบา อัครชายาฝ่ายซ้าย สการะวาตี มะเดหวีฝ่ายขวา มาหยารัศมี มะเดหวีฝ่ายซ้าย บุษบาวิลิศ มะโตฝ่ายขวา บุษบากันจะหนา มะโตฝ่ายซ้าย กะระติกา ลิกูฝ่ายขวา อรสานารี ลิกูฝ่ายซ้าย สุหรันกันจาส่าหรี เหมาหลาหงีฝ่ายขวา หงยาหยา เหมาหลาหงีฝ่ายซ้าย

ความคิดเห็นที่ 388

7 ส.ค. 2551 14:10
  1. เรื่องย่อ อิเหนา ในชวาสมัยโบราณ มีกษัตริย์ปกครองเมืองใหญ่เมืองน้อย กษัตริย์วงศ์เทวาซึ่งถือว่าเป็นชาติตระกูลสูงสุด ด้วยสืบเชื้อสายมาจากเทวดา ใช้คำนำหน้าพระนามว่า ระเด่น ส่วนกษัตริย์นอกวงศ์นั้น ใช้คำว่า ระตู เริ่มต้นบทละครเรื่องนี้ กล่าวถึงกษัตริย์วงศ์ 4 องค์ ต่างเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา ทรงพระนามว่าท้าวกุเรปัน ท้าวดาหา ท้าวกาหลัง ท้าวสิงหัดส่าหรี ครองเมือง 4 เมือง ซึ่งมีชื่อเช่นเดียวกับพระนามกษัตริย์ ทุกพระองค์ต่างก็มีมเหสี 5 องค์ ตามประเพณี เรียงลำดับศักดิ์ คือ ประไหมสุหรี มะเดหวี มะโต ลิกู และเหมาหลาหงี ประไหมสุหรีของท้าวกุเรปันและท้าวดาหานั้น เป็นธิดาของกษัตริย์หมันหยาเมืองใหญ่อีกเมืองหนึ่ง จึงทำให้เมืองหมันหยามีความเกี่ยวดองกับกษัตริย์วงศ์เทวามากขึ้น ท้าวกุเรปันมีโอรสกับลิกูองค์หนึ่งทรงพระนามว่า กระหรัดตะปาตี ซึ่งได้หมั้นไว้กับบุษบารากา ธิดาของท้าวกาหลังซึ่งเกิดจากลิกู ต่อมาพระองค์ปรารถนาจะให้ประไหมสุหรีมีโอรสบ้าง จึงได้ทำพิธี บวงสรวง ก่อนประไหมสุหรีทรงครรภ์ก็ได้สุบินว่าพระอาทิตย์ทรงกลดลอยมาตกตรงหน้า และนางรับไว้ได้ เมือประสูติก็เกิดอัศจรรย์ต่าง ๆ เป็นนิมิตดี องค์ปะตาระกาหลาซึ่งเป็นเทวดาต้นวงศ์บนสวรรค์ เหาะนำกริชมาประทานให้ พร้อมทั้งจารึกนามโอรสด้วยว่า อิเหนา ต่อมาประไหมสุหรีได้ธิดาอีกหนึ่งองค์ พระนามว่า วิยะดา ฝ่ายท้าวดาหา ประไหมสุหรีก็ประสูติธิดา ได้พระนามว่า บุษบา ขณะประสูติก็เกิดอัศจรรย์ก็มี กลิ่นหอมตลบทั่วเมือง หลังจากประสูติบุษบาแล้ว ประไหมสุหรีก็ประสูติโอรสอีก พระนามสียะตรา ท้าวกาหลังมีธิดา พระนามสะการะหนึ่งหรัด ท้าวสิงหัดส่าหรีมีโอรส พระนามสุหรานากง และธิดาพระนาม จินดาส่าหรี กษัตริย์ในวงศ์เทวาจึงได้จัดให้มีการตุนาหงันกันขึ้น ระหว่างโอรสและธิดาในวงศ์เดียวกันโดยให้ อิเหนาหมั้นไว้กับบุษบา กระหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สียะตรากับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด แต่ก่อนจะมีการแต่งงาน ความยุ่งยากก็เกิดขึ้น จุดเริ่มต้นที่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคที่ทำให้ตัวละครประกอบความยุ่งยาก และเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายอันเป็นการดำเนินเรื่อง ของบทละครเรื่องนี้ เกิดจากอัยยิกาของอิเหนาที่เมืองหมันหยาสิ้นพระชนม์ อิเหนาจึงเสด็จไปในงานพระเมรุแทนท้าวกุเรปัน แต่เสร็จพิธีแล้วอิเหนาไม่ยอมกลับ เพราะหลงรักนาง จินตะหรา ธิดาท้าวหมันหยา จนท้าวกุเรปันต้องมีสารไปเตือน เมื่อกลับมากรุงกุเรปันแล้วและใกล้เวลาอภิเษกกับบุษบา อิเหนาก็ไม่ใคร่เต็มใจ จึงออกอุบายทูลลาพระบิดาไปประพาสป่า แล้วปลอมองค์เป็น ปันหยีหรือโจรป่า นามว่ามิสาระปันหยี คุมไพร่พลรุกรานเมืองต่าง ๆ เมื่อเสด็จไปถึงเมืองใดก็ได้เมืองนั้นเป็นเมืองขึ้น ระตูหลายเมืองได้ถวายโอรสและธิดาให้ ที่สำคัญคือระตูปันจะรากันและระตูปักมาหงัน ได้ถวายธิดาคือมาหยารัศมีและสะการวาตี ซึ่งต่อมาได้เป็นชายาของอิเหนา และถวายโอรสคือสังคามาระตา ซึ่งอิเหนายกย่องให้เป็นน้องและเป็นทหารคู่ใจ กองทัพของปันหยีรอนแรมไปจนถึงเมืองหมันหยา ท้าวหมันหยาไม่กล้าต่อสู้และยอมยกธิดาให้ แต่พอรู้ว่าเป็นอิเหนา ท้าวหมันหยาไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญา อิเหนาจึงลอบเข้าหานางจินตะหราและได้เสียกัน ท้าวหมันหยาก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ พอถึงกำหนดการอภิเษก ท้าวดาหาก็มีสารถึงท้าวกุเรปันให้เตรียมพิธีอภิเษก แต่อิเหนาบอกปัด ทำให้ท้าวดาหาโกรธมาก จึงประกาศจะยกบุษบาให้กับใครก็ได้ที่มาขอ เพราะฉะนั้นเมื่อระตูจรกา กษัตริย์รูปชั่วตัวดำ ให้พี่ชายคือระตูล่าสำไปสู่ขอบุษบาให้ตน ท้าวดาหาก็ยอมยกให้ ต่อมา ท้าวกระหมังกุหนิง ส่งทูตมาสู่ขอบุษบาให้วิหยาสะกำซึ่งเป็นโอรส แต่ท้าวดาหาปฏิเสธเพราะได้ ยกให้ระตูจรกาไปแล้ว เป็นเหตุให้ท้าวกะหมังกุหนิงโกรธและยกกองทัพมาล้อมเมืองดาหา ท้าว ดาหาจึงขอกำลังจาก พระเชษฐาและพระอนุชา ท้าวกุเรปันมีคำสั่งให้อิเหนาไปช่วยรบ อิเหนาจึงจำใจต้องจากนางจินตะหราและยกกองทัพไปช่วยรบ การศึกครั้งนี้ อิเหนามีชัยชนะ ท้าวกะหมังกุหนิงถูกอิเหนาฆ่าตายและโอรสคือวิหยาสะกำถูกสังคามาระตาฆ่าตาย กองทัพที่ล้อมเมืองดาหาก็แตกพ่ายไป เมื่อชนะศึกแล้ว อิเหนาก็ได้เข้าเฝ้าท้าวดาหาและได้พบกับบุษบา อิเหนาได้เห็นความงามของบุษบาก็หลงรักและเสียดาย พยายามหาอุบายอยู่ในเมืองดาหาต่อไป และพยายามหาโอกาสใกล้ชิดบุษบา โดยอาศัยสียะตราเป็นสื่อรัก อิเหนาพยายามหาวิธีการทุกทางเพื่อจะได้บุษบาเป็นของตน เช่นตอนที่ท้าว ดาหาไปใช้บนที่เขาวิลิศมาหรา อิเหนาได้แอบสลักสารบนกลีบดอกปะหนัน (ลำเจียก) ให้นาง แอบเข้าไปในวิหารพระปฏิมา ตรัสตอบคำถามแทนพระปฏิมา ต้อนค้างคาวมาดับไฟแล้วแอบมากอดนาง ตลอดจนคาดคั้นมะเดหวีให้ช่วยเหลือตน เป็นต้น และเมื่อท้าวดาหาจะจัดพิธีอภิเษกระหว่างบุษบากับระตูจรกา อิเหนาก็ใช้วิธีการสุดท้ายโดยการทำอุบายเผาเมือง แล้วลอบพานางบุษบาหนีออกจากเมืองไปซ่อนในถ้ำที่เตรียมไว้ และได้นางเป็นมเหสี หลังจากอิเหนากับบุษบาเข้าใจกันแล้ว ก็เกิดความยุ่งยากใหม่ขึ้นกับตัวละครอีก เพราะองค์ปะตาระกาหลาทรงพิโรธอิเหนา ที่ก่อเหตุวุ่นวายมาตลอด จึงดลบันดาลให้ลมหอบเอานางบุษบาพร้อมพี่เลี้ยงสองนาง ไปตกในเมืองปะมอตัน ขณะที่อิเหนาเข้าไปในเมืองดาหาเพื่อแก้สงสัย อิเหนากลับมาไม่พบบุษบาก็ปลอมองค์เป็นปันหยีออกตามหา พร้อมกับนำวิยะดาไปด้วยกับตน โดยให้ปลอมเป็นปันหยีชื่อเกนหลงหนึ่งหรัด ผ่านเมืองใดก็รบพุ่งเอาไปเป็นเมืองขึ้นไปตลอดรายทาง จนถึงเมืองกาหลัง จึงได้เข้าไปขอพักอาศัยอยู่ด้วย ส่วนบุษบา หลังจากลมหอบไปยังเมืองปะมอตันแล้ว องค์ปะตาระกาหลา ก็สำแดงตนบอกเล่า เรื่องราวให้ทราบว่า นี่เป็นการลงโทษอิเหนา ทั้งสองจะต้องผจญความลำบากอยู่ระยะหนึ่ง จึงจะได้พบกันองค์ปะตาระกาหลาได้แปลงตัวบุษบาให้เป็นชาย มอบกริชจารึกพระนามว่ามิสาอุณากรรณ ให้มีความสามารถทางการรบ หลังจากนั้น อุณากรรณเดินทางเข้าเมืองปะมอตัน ท้าวปะมอตันรับเลี้ยงไว้เป็นโอรส ต่อมาอุณากรรณกับพี่เลี้ยงก็ยกพลออกเดินทางเพื่อตามหาอิเหนา ผ่านเมืองใดเจ้าเมืองไม่อ่อนน้อมก็รบพุ่งได้ชัยชนะหลายเมือง จนกระทั่งถึงเมืองกาหลัง ได้พบกับปันหยี ทั้งสองฝ่ายต่างก็แคลงใจว่าอีกฝ่ายคือบุคคลที่ตนเที่ยวหา แต่ก็ไม่กล้าเปิดเผยตัว ได้แต่สังเกตและคุมเชิงกันอยู่ ที่เมืองกาหลัง ปันหยีและอุณากรรณได้เข้าอ่อนน้อมต่อท้าวกาหลัง ท้าวกาหลังก็ทรงโปรดทั้งสองเหมือนโอรส ต่อมามีศึกมาประชิดเมืองเพราะท้าวกาหลังไม่ยอมยกธิดา คือสะการะหนึ่งหรัดให้ ปันหยีและอุณากรรณอาสารบ และสามารถชนะศึกได้อย่างง่ายดาย เหตุการณ์นี้ทำให้ปันหยี อุณากรรณและสะการะหนึ่งหรัดใกล้ชิดสนิดสนมกันมากยิ่งขึ้น ทำให้อุณากรรณกลัวความจะแตกว่านางเป็นหญิง กอปรกับต้องการติดตามหาอิเหนาต่อไป จึงทูลลาท้าวกาหลังกลับเมืองปะมอตัน แต่นางออกอุบายให้ทหารกลับเมืองตามลำพัง ส่วนนางกับพี่เลี้ยงหนีไปบวชชี (แอหนัง) เพื่อหาทางหลบหนีการตามพัวพันของปันหยี ฝ่ายสียะตราแห่งเมืองดาหา ครั้นทำพิธีโสกันต์เสร็จก็แอบหนีพระบิดาปลอมตัวเป็นปัจจุเหร็จโจรป่าชื่อ ย่าหรัน ออกเดินทางหาอิเหนาและบุษบา องค์ปะตาระกาหลาแปลงเป็นนกยูงมาล่อย่าหรันไปถึงเมืองกาหลังได้เข้าเฝ้าและพำนักอยู่ในเมือง ต่อมาย่าหรันและปันหยีเกิดต่อสู้กัน เพราะเกนหลงหนึ่งหรัดเป็น ต้นเหตุ ในที่สุดอิเหนาและสียะตราก็จำกันได้ เพราะมองเห็นกริชของกันและกัน ต่อมาปันหยีทราบว่ามีแอหนังบวชบนภูเขา รูปงามละม้ายบุษบา จึงออกอุบายปลอมตัวเป็นเทวดาหลอกนางมายังเมืองกาหลัง เมื่อปันหยีพิศดูนางก็ยิ่งละม้ายนางบุษบา แต่พอเห็นกริชของนาง ชื่ออุณากรรณ ก็เข้าใจว่านางเป็นชายาของอุณากรรณ ฝ่ายพี่เลี้ยงของปันหยีคิดเล่นหนังทดสอบแอหนัง โดยผูกเรื่องตามชีวิตจริงของอิเหนากับบุษบาทุก ๆ ตอน นางแอหนังฟังเรื่องราวก็ร้องไห้คร่ำครวญ ทั้งสองฝ่ายจึงจำกันได้ อิเหนาจึงให้นางสึกจากชี ระเด่นทั้งสี่ คือ อิเหนา บุษบา สียะตรา และวิยะดา จึงพบกันและจำกันได้หลังจากดั้นด้นติดตามกันโดยปราศจากทิศทาง (มะงุมมะงาหรา) เสียนาน กษัตริย์วงศ์เทวาได้มาพร้อมกัน ณ เมืองกาหลัง หลังจากทราบเรื่องและเข้าใจกันดีแล้ว จึงได้มีการ อภิเษกสมรสกันขึ้นระหว่างคู่ตุนาหงันในวงศ์เทวา พร้อมทั้งอภิเษกธิดาระตูอื่น ๆ เป็นมเหสีกษัตริย์วงศ์เทวาจนครบตำแหน่ง เช่น อิเหนาอภิเษกกับบุษบาและจินตะหรา โดยบุษบาเป็นประไหมสุหรีฝ่ายซ้าย จินตะหราเป็นประไหมสุหรีฝ่ายขวา สะการะวาตีเป็นมะเดหวีฝ่ายขวา มาหยารัศมีเป็นมะเดหวีฝ่ายซ้าย บุษบาวิลิศเป็นมะโตฝ่ายขวา บุษบากันจะหนาเป็นมะโตฝ่ายซ้าย ระหนากะระติกาเป็นลิกูฝ่ายขวา อรสานารีเป็นลิกูฝ่ายซ้าย สุหรันกันจาส่าหรี เป็นเหมาหลาหงีฝ่ายขวา หงยาหยาเป็นเหมาหลาหงีฝ่ายซ้าย สียะตราอภิเษกกับวิยะดา สุหรานากงกับสะการะหนึ่งหรัด กะหรัดตะปาตีกับบุษบารากา สุหรานากงครองเมืองสิงหัดส่าหรี กะหรัดตะปาตีครองเมืองกาหลัง.

ความคิดเห็นที่ 389

7 ส.ค. 2551 14:11
  1. รู้มาแค่นี้อะ พอไหมอะ

ความคิดเห็นที่ 390

7 ส.ค. 2551 20:34
  1. อยากได้รูปเกียวกับตัวละครในเรื่องอิเหนาจัง

ความคิดเห็นที่ 394

12 ส.ค. 2551 13:44
  1. อยากรู้ประเพณ๊ในอิเหนาอะ จะส่งอ. วันสุกนี้แล้ว ช่วยด้วยนะครับบบ

ความคิดเห็นที่ 395

15 ส.ค. 2551 17:43
  1. อยากได้ลักษณะนิสัยของตัวละครเรื่องอิเหนาอ่ะ ใครมีช่วยหน่อยจิ

ความคิดเห็นที่ 406

23 ส.ค. 2551 09:53
  1. ช่วยถอดคำประพันธ์ให้หน่อยนะค่ะ ตั้งแต่ เมื่อนั้น สุหงานากงเรืองศรี ถอดไปถึง เมื่อนั้น ท้าวกะหมังกุหนิงเรืองศรี

ความคิดเห็นที่ 407

28 ส.ค. 2551 22:00
  1. แปลเอาเองดิ ไม่ใช่ยากซักหน่อย เดี๋ยว สมองก้อมีแต่ขี้เลื่อยหรอก

ความคิดเห็นที่ 420

7 ก.ย. 2551 23:53
  1. จัยร้ายชิบนี่ถ้าเปนเราเรารุเราหั้ยแล้วเพื่อนจะติดร.ยังมาม่ายให้อีกยังเยาะเย้ยด้วยแย่จิง


ความคิดเห็นที่ 426

10 ก.ย. 2551 15:16
  1. ใครมีเนื้อเรื่องอิเหนาฉบับการตูนที่พิมพ์ออกมาจากหนังสืออิเหนาฉบับการตูนแล้วมั่งต้องการด่วนจะส่งอาจารย์แต่พิมไม่ทัน


ความคิดเห็นที่ 448

30 ต.ค. 2551 19:03
  1. ไม่ได้เรื่องสักคน   บ้าๆกันทั้งนั้น


ความคิดเห็นที่ 449

2 พ.ย. 2551 15:35
  1. ช่วยถอดคำประพันธ์อิเหนาตอนศึกกระหมังกุหนิงหน้า179ให้มั่งจิ


ความคิดเห็นที่ 459

15 พ.ย. 2551 09:59
  1. ขอคำศัพท์ในเรื่องอิเหนาหน่อยนะครับ ขอเยอะที่สุดนะครับ ขอบคุณมากครับ


ความคิดเห็นที่ 519

17 ธ.ค. 2551 20:51
  1. อยากได้อิเหนาตอนเผาเมือง


ความคิดเห็นที่ 527

22 ธ.ค. 2551 15:23
  1. อยากทราบเนื้อหาตอนศึกกะหมังกุหนิงรบกับอิเหนา


ความคิดเห็นที่ 552

25 ก.พ. 2552 19:56
  1. คนเก่งทั้งหลายค่ะ..กรุงกษัตริย์ขอขึ้นก็นับร้อย        เราเป็นเมืองน้อยกระจิดหริดดั่งหิ่งห้อยจะแข่งแสงอาทิตย์     เห็นผิดระบอบบุราณมาแปลว่าอะไรหรอค่ะ  ช่วยแปลให้หน่อยค่ะขอบคุณนะค่ะ//*-*..


ความคิดเห็นที่ 554

6 มี.ค. 2552 01:03
  1. ไอพวกคนไร้สาระ มันก็จะโพสต่างๆนาๆ ที่ไม่ได้ให้ คุณประโยนช์เลย ทำตัวเกรียนๆ น่ารำคาญ จิง หัดเคารพในที่สาธารณะชนมั่งดิคับ


ความคิดเห็นที่ 561

17 เม.ย. 2552 13:56
  1. บัดนั้น                             ปาเตะประณตบทศรีออกมาเกณฑ์ไพร่พลมนตรี   ตามมีพระราชบัญชาการฯ เร่งรัดจัดพลอาสา              ขึ้นประจำเสมาทุกหน้าด้านประตูเมืองสี่ทิศให้ปิดบาน      ลงเขื่อนมั่นลั่นดาลทันใดเหล่าพวกกองฝรั่งพรั่งพร้อม   ขึ้นอยู่กับป้อมประจุปืนใหญ่กะเกณฑ์กองกลางวางไว้       เสียงปืนหนักไหนก็ให้ทันอันโยธาอาสาหกเหล่า          ทั้งเกณฑ์หัดจัดเข้าเป็นกองขันสามารถอาจออกทะลวงฟัน    รายกันตั้งกองริมกำแพงล้อมวังตั้งรอบพระนิเวศน์       วางม้าคอยเหตุไว้สี่แห่งกองตระเวนสารวัดจัดแจง       ตกแต่งตรวจตราทั้งธานีฯ มาจะกล่าวบทไป               ถึงสุหรานากงเรืองศรีกับเสนากาหลังบุรี                ยกพลมนตรีรีบมาแรมร้อนนอนป่าสิบห้าวัน       ก็ลุถึงเขตขัณฑ์ดาหาได้ข่าวปัจจามิตรติดพารา       ก็เร่งยกโยธาเข้ากรุงไกร ฯ  ครั้นถึงกึ่งกลางพระนคร      จึงให้หยุดพลนิกรน้อยใหญ่แล้วชวนตำมะหงงคลาไคล     เข้าไปที่เผ้าพระผ่านฟ้า ฯ   เมื่อนั้น                           พระองค์ทรงพิภพดาหาเห็นสุหรานากงพระนัดดา       กับเสนากาหลังบุรีจึงมีบัญชาปราศรัย              เราขอบใจอนุชาทั้งสองศรีให้ยกมาช่วยต่อตี                ก็เห็นชอบท่วงทีดีนักแต่การศึกครั้งนี้ไม่ควรเป็น     เกิดเข็ญเพราะลูกอัปลักษณ์จะมีคู่ผู้ชายก็ไม่รัก               จึงหักให้สาสมใจอันองค์พระบรมเชษฐา          เห็นจะให้ใครมาหรือหาไม่เจ้ามาในทางพนาลัย             ยังได้ข่าวบ้างหรือนัดดาฯ  เมื่อนั้น                           สุหรานากงวงศาก้มเกล้าทูลสนองพระบัญชา   ข้ามาแจ้งข่าวที่กลางคันพระปิ่นภพกุเรปันธานี            ให้กะหรัดตะปาตีเป็นทัพขันธ์ยกจากเวียงชัยได้หลายวัน     บรรจบกันกับระเด่นมนตรีมาฯ  เมื่อนั้น                            พระองค์ทรงพิภพดาหาฟังสุหรานากงนัดดา              จึงมีบัญชาว่าไปอันกะหรัดตะปาตีจะมาช่วย     พอจะเห็นจริงด้วยไม่สงสัยแต่อิเหนาเขาจะมาทำไม       ผิดไปเจ้าอย่าเจรจาพระเชษฐาให้สารไปกี่ครั้ง      เขายังไม่จากหมันหยาจนสลัดตัดการวิวาห์              ศึกติดพาราก็เพราะใครเห็นจะรักเมียจริงยิ่งกว่าญาติ  ไหนจะคลาดจากเมืองหมันหยาได้ถึงมาตรจะมาก็จำใจ              ด้วยกลัวถัยพระราชบิดาเราอย่าคอยเขาเลยนะหลานรัก  ก้มพักตร์ไปรบศึกดีกว่าแต่ว่าวันนี้เจ้าเหนื่อยมา          จงไปพักโยธาให้สำราญ ฯ


ความคิดเห็นที่ 562

20 พ.ค. 2552 17:38
  1. มึงอยากได้ก็หาเองดิ


ความคิดเห็นที่ 566

17 มิ.ย. 2552 20:07
  1. สนุกมากคะ

    และชอบมากด้วย


ความคิดเห็นที่ 567

20 มิ.ย. 2552 12:50
  1. อยากได้แบบละเอียดกว่านี้มีไหม

    เเต่ก็ขอบคุณมาก


ความคิดเห็นที่ 568

22 มิ.ย. 2552 19:58
  1. ต้องการถอดความอิเหนาตอนดะหมังกุเรปันเฝ้าถวายสารท้าวหมันหยาและอิเหนาทุกตอนด่วนภายในวันที่22มิ.ย.52เวลา20:20น.ช่วยหน่อยนะค่ะด่วนจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 569

23 มิ.ย. 2552 17:32
  1. ช่วยแปลอิเหนาตอนศึกกะหมังกุหนิง ต่างองค์ขึ้นทรงม้าต้น พลอยพลจตุรงค์ทั้งสี่ กิดาหยันพี่เลี้ยงเคียงพาชี ถวายกลดโหมดสีต่างกัน ให้เดินทัพโยธาห้ากอง เสียงกลองเสียงปืนครื้นครั่น ผงคลีมืดคลุ้มชอุ่มควัน รีบร้นพลขันธ์คลาไคล

ความคิดเห็นที่ 582

4 ก.ค. 2552 18:01
  1. ช่วยแปลอิเนาให้หน่อยได้ไหมค่ะ เอาทุกบทเลยนะคะ ยากมาเลย

ความคิดเห็นที่ 585

22 ก.ค. 2552 10:40
  1. ช่วยถอดความเรื่องอิเหนาทีสิคะในหังสือวรรณคดีวิจักษ์ของม.4หน้า 38 นะคะขอบคุณมากคะ


ความคิดเห็นที่ 586

31 ก.ค. 2552 11:24
  1. กรุณาช่วยเอาข้อมูลของเรื่องอิเหนามาให้เสิร์ดกันด้วยแล้วจะรอ


ความคิดเห็นที่ 605

31 ส.ค. 2552 21:20
  1. เมื่อนั้น ระตูผ่านหมันหยาทั้งประไหมสุหรีศรีโสภา ฟังราชนัดดาก็อาวรณ์ต่างองค์อำนวยอวยชัย เจ้าไปให้เป็นสุขสโมสรอันเหล่าอาสัตย์ดัสกร จงพ่ายแพ้ฤทธิรอนพระหลานรักเมื่อนั้น ระเด่นมนตรีมีศักด์รับพรภูวไนยด้วยใจภักดิ์ บังคมลามาตำหนักประเสบันอิเหนากรีธาทัพไปกรุงดาหาขึ้นเกยกิรีณีที่ประทับ ผันพักตร์สู่พายัพทิศาพร้อมหมู่อำมาตย์มาตยา โหราธิบดีชีพราหมณ์พอได้ศุภฤกษ์ก็ลั่นฆ้อง ประโคมคึกกึกก้องท้องสนามประโรหิตฟันไม้ข่มนาม ทำตามตำราพิชัยยุทธ์ทัพหน้าหัวหลวงทัพหลัง พร้องทั้งตั้งโห่อึงอุตม์ทหารโบกธงทองกระบี่ครุฑ ฝรั่งจุดปืนใหญ่ให้สัญญาชีพ่อก็เบิกโขลนทวาร โอมอ่านอาคมคาถาเสด็จทรงช้างที่นั่งหลังคา คลาเคลื่อนโยธาทุกหมวดกองช่วยหน่อยน๊าส่งพุร่งนี้แล้ว


ความคิดเห็นที่ 607

13 ก.ย. 2552 12:16
  1. ใครก็ได้ช่วยถอดคำประพันธุ์อิเหนา หน้า61-68 ให้หน่อยสิขอบคุนล่วงหน้านะ


ความคิดเห็นที่ 608

onelove1234
16 ก.ย. 2552 17:21
  1.  คน  เรา  เชื่อ อะไรง่าย  ๆๆๆๆจะกลัวทำไมในเมื่อเราไม่ได้ทำผิด  ไม่ได้ทำชั่ว   คนเราเกิดมาก็ต้องใช้กรรม  ถ้าถึงเวลาตาย เราก็ต้องตายกดแห่งกรรมแล้วจะไปเชื่อ  สิ่งที่เราไม่ได้เห็น  คนอ่านกลับไปคิดดู  แล้วจะเข้าใจ{#emotions_dlg.s3} 


ความคิดเห็นที่ 626

8 พ.ย. 2552 20:52
  1. ขอบคุนมากมายยจุ๊ฟฟฟๆๆ


ความคิดเห็นที่ 649

8 ม.ค. 2553 18:23
  1. พวกชอบแช่งชาวบ้านเนี่ย ระวังจะโดนซะเองล่ะ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น