|
เลวบ้าง
โพสต์เมื่อ:
13:37 วันที่ 26 ธ.ค. 2548 ชมแล้ว:
1,807
ตอบแล้ว:
44
เขามีสิ่งเลวบ้างช่างหัวเขา
จงเลือกเอาสิ่งที่ดีเขามีอยู่ ป็นประโยชน์ต่อโลกบ้างยังน่าดู สิ่งที่ชั่วอย่าไปรูุ้้ของเขาเลย จะหาคนที่มีดีเพียงส่วนเดียว อย่าไปเที่ยวเสาะหาสหายเอ๋ย เหมือนเสาะหาหนวดเต่าตายเปล่าเลย ฝึกให้เคยมองแต่ดีมีคุณจริง อยากตั้งข้อสังเกตุว่าเพราะเราคิดอย่างนี้ใช่ไหมบ้านเมืองจึงเป็นแบบนี้คิดแบบไม่ลึกซึ้ง จึงทำให้คนหน้าไหว้หลังหลอกปอกลอกเอา คนร่ำรวยนำสิ่งของมาบริจาคคนยากแต่เงิน ที่ได้มามันไม่บริสุทธิื์์ื์์ืืเราก็ไม่สนใจกระนั้นหรือ นี่คือตัวอย่าง ขอบคุณค่ะคุณตองสี่ ตามหาตั้งหลายกระทู้แน่ะ หลบมาอยู่ที่นี่เอง ดิฉันก็คิดไว้และเชื่อว่า การอบรมสั่งสอน กล่อมเกลาจิตใจ บ่อย ๆ ซ้ำ ๆ ซาก ๆ (แต่ก็ดูจังหวะ ไม่สร้างความจำเจ) สักวันนหึ่งเมื่อเขาเติบโตขึ้น วุฒิภาวะสูงขึ้น เขาจะต้องได้รู้คิดบ้างว่า ...ถึงคำอบรมสั่งสอนของครู และสิ่งที่ครูฝึกให้ทำ... เราน่าจะมีวิธีการประเมิน "ธรรมชาติ" ของจิตของเขาในขณะนี้ได้ ว่ามีความโน้มเอียง มีรอยประทับ ความฝังใจ มีจุดเด่น ทั้งที่ดี และไม่ดีอย่างไรบ้าง ( ผมเข้าใจว่า คงทำได้ไม่ง่ายนัก ) ถ้าเด็กคนนั้น เป็นลูก เป็นหลาน เป็นคนที่เราใกล้ชิด มีโอกาสได้คลุกคลี ได้ทำกิจกรรมด้วย ก็น่าจะพอมีโอกาสเป็นไปได้ ที่เราจะรู้จักจิตใจ นิสัย ความชอบ ไม่ชอบต่างๆของเขาได้บ้าง จนถึงขั้นค่อนข้างจะเข้าใจได้เป็นอย่างดี กรณีของนักเรียนนี้ ต้องอาศัยครูที่ทุ่มเท มีเมตตากรุณา และเป็นครูที่มีหัวใจเป็นครูจริงๆ เมื่อเราเข้าใจเขาได้เป็นอย่างดี การที่เราจะอบรม จะหัด จะฝึก หรือปลูกฝังอะไรใหม่ๆ ที่ดี ที่สร้างสรรค์ ก็ย่อมมีโอกาสเป็นไปได้มาก เช่น (ผมของลองยกตัวอย่าง) ถ้าเด็กชอบเอาแต่เล่น ชอบเล่นเกม ชอบดูทีวี ชอบเล่นกับเพื่อนๆ แต่พอให้เรียนหนังสือ ให้อ่านหนังสือ จะไม่มีสมาธิ ไม่ตั้งใจ ถ้าปล่อยให้ทำเอง ก็จะทำพอเสร็จๆ หรือไม่ก็เริ่มได้นิดเดียวแล้วก็เลิกกลางคัน อันนี้ก็ต้องวิเคราะห์กันพอสมควร 1) พัฒนาการ หรือศักยภาพของเขา ถ้าเขาพอทำได้ แต่ไม่ชอบทำ อันนี้น่าจะถือว่าเป็นเรื่องที่ OK 2) เกี่ยวข้องกับความบกพร่อง เช่น สมาธิสั้น หรือเป็นเด็กไฮเปอร์อะไรหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี (ถ้าเขาทำอย่างอื่น แล้วมีสมาธิดี ก็แสดงว่า สมาธิไม่ใช่ปัญหา) 3) น่าจะเป็นที่ธรรมชาติจิตใจของเขาตอนนี้ ที่ยังมัวเอาแต่เล่น เมื่อวิเคราะห์ได้ตามนี้ ก็พอจะเริ่มมองว่า เราต้องจัดโปรแกรม หรือกิจกรรมอะไรให้กับเด็กคนนี้บ้าง ต้องมีการบังคับเคียวเข็ญ(อย่างสร้างสรรค์ และเต็มใจ) อย่างไรบ้าง ต้องให้เข้าสนุกบ้าง แต่น้อยๆลง แล้วเปลี่ยนให้ทำกิจกรรมทางการเรียนมากขึ้นๆ หรือจะทำควบคู่ หรือเป็นลักษณะให้รางวัล ลงโทษอะไรทำนองนี้ก็ได้ (แต่ควรทำด้วยเหตุ ด้วยผล ด้วยความรัก และให้เข้าใจเป็นข้อตกลงร่วมกัน ) กรณีของเด็กที่ก้าวร้าว อันนี้ผมไม่มีประสบการณ์ตรงเลย ขออนุญาตตอบแบบคิดคาดคะเนเอาเองนะครับ 1) ให้วิเคราะห์ว่า ความก้าวร้าว มาจากอะไรบ้าง --> 1.1 ) มาจากการได้เห็นความก้าวร้าว ความรุนแรง บ่อยๆ มากๆ --> 1.2 ) เป็นธรรมชาติของเขาที่เป็นคนก้าวร้าวโดยกำเนิดหรือไม่ --> 1.3 ) เขาก้าวร้าว เพราะไม่ได้รับอะไร หรือต้องการความสนใจอะไรจากใครหรือไม่ เมื่อทราบข้อ 1) ก็เริ่มโปแกรม การปรับเปลี่ยน "กรรม" ดังนี้ 2) ให้ธรรมชาติของความสงบเย็น ความรัก ความอบอุ่น ความสนใจ เอาใจใส่ เข้าไปแทน --> 1.1) พาเขาทำกิจกรรมที่สนุกๆรวมกับคนอื่นๆ --> 1.2) ให้เขาได้มีโอกาสเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ ... หรือจะลองให้เขาเป็นผู้นำบ้างในเรื่องที่เหมาะสม --> 1.3) ใช้กิจกรรมทางดนตรี และศิลปะเข้าช่วย --> 1.4) เปลี่ยนความก้าวร้าว ให้เป็นทักษะความสามารถทางด้านกีฬา หรืออย่างอื่นที่สร้างสรรค์ --> 1.5) ครู อาจจะต้องทำตัวเป็น พีสาว พี่ชาย หรือเป็นพ่อเป็นแม่ ที่ให้ความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจ ให้กำลังใจในเรื่องต่างๆกับเขา ให้สิ่งที่ดีกับเขา ให้เขาได้ทำในสิ่งที่ดี เพิ่มมากขึ้นๆเรื่อยๆ ทำเหตุให้ดีที่สุด ตามกำลังที่เราจะทำได้ ... ผลดีย่อมปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอนครับ ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะคุณ MathGuy เรื่องที่เราจะศึกษาเพื่อหาเหตุของเขานั้นไม่ยาก วิธีการต่าง ๆ เราทำได้ แม้จะใช้เวลาก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงทราบปัญหาและที่มา บางกรณีก็ไม่ชัดเจน เพราะพ่อแม่ของเด็กไม่เข้าใจว่าต้องให้ความร่วมมือกับครูอย่างไร เขาก็จะปกปิดและยกตัวอย่างแต่สิ่งที่ดี ๆ หากการแก้ไขนั้นต้องมาจากความร่วมมือทั้งสองฝ่ายคือครูและผู้ปกครอง จากการที่ได้แนวคิดของคุณ np และคุณ MathGuy ทำให้ได้การบ้านวางแผนไว้ทำตอนเปิดภาคเรียนนี้ค่ะ วิสาสา ปรมา ญาติ ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง ถ้าหากครูได้เสียสละเวลาออก เยี่ยมบ้านเด็กนักเรียนบ่อยๆจนกลายเป็นสม่ำเสมอสามารถเข้าไปซุกตัวอย่างอบอุ่นปลอดภัยเยี่ยงกัลยาณมิตรในห้องใจของผู้ปกครองและเด็กนักเรียนได้แล้วรับรองว่าจะประสบความสำเร็จในสิ่งที่ครูมุ่งหวังคือการช่วยเหลือศิษย์ ครูที่มีวิญญาณครูคงทำได้ไม่ยาก ขอเป็นกำลังใจให้ครูทุกคน แค่เพียงแต่คิดว่าจะกระทำมันก็แสนวิเศษแล้วเมื่อคิดบ่อยๆ พลังอันมหัศจรรย์ของความมีน้ำใจงามจะเป็นแรงผลักดันให้สองขาก้าวเดินไปสู่จุดหมายคือบ้านนักเรียนได้ในสักวันหนึ่ง MathGuy สุภาพบุรุษคณิตศาสตร์มีประสบการณ์และแง่คิดที่ยอดเยี่ยมมาฝากมวลสมาชิกเสมอ ขอบพระคุณเหลือประมาณที่ช่วยชี้แนะสรรสาระที่เป็นประโยชน์ ทำให้ กระทู้ ของจิตแผ้วคึกคักขึ้นอักโข คนที่มีวิญญาณครู เยี่ยง ครูคิม เติมแต่งให้ทรงคุณค่ามากยิ่งขึ้น 444 เข้ามาร่วมวงไพบูลย์ด้วยพร้อมกับสมาชิกท่านอื่นๆที่มาเยี่ยมเยือนอย่างจริงใจ ขอต้อนรับ เหล่าบรรดา "มิตรแก้ว สหายคำ"ด้วยจิตคารวะอย่างเต็มตื้นในหัวใจ สำนวนออกทางลูกทุ่ง หรือ ยี่เก ไปหน่อย ก็ขอให้ถือเสียว่า "เอาม่วน" เป็นการผ่อนคลาย แต่ จริงใจนะ ขอบอก คูณจิตแผ้วเล่นชมผมตรงๆแบบนี้ ทำเอาโลกธรรม(สรรเสริญ) ผมกระเพื่อมไปเลยทีเดียว แต่ตอนท้ายๆ นี่ ... ทำให้ผมอด "ยิ้ม" อย่างเบิกบานไม่ได้ คำว่า "ม่วน" นี้ มันฟังดูแล้วอบอุ่นดีนะครับ ก็เป็นกำลังใจให้กัน ช่วยๆกันนะครับ จะทำดี ทำชั่ว ถ้าได้เพื่อน มิตรสหายนี่ ก็จะไปโลดเลยทีเดียว ค่ะ..ขอบอก...ครูจิตแผ้ว เปิดภาคเรียนใหม่นี้จะออกเยี่ยมบ้านนักเรียน ทานข้าวแลงกับผู้ปกครอง 2 ครั้งใน 1 เดือน (สองสัปดาห์/ครั้ง) นอนโรงเรียนด้วย พวกเราชาวครูตกลงกันว่าใครเป็นเวรกลางวัน ก็ต้องรับผิดชอบเวรกลางคืนด้วย แบ่งเบาภาระครูผู้ชาย ซึ่งมีเพียง 3 คน ครูแต่ละคนต้องมาร่วมกันกำหนดกลุ่มนักเรียน ว่าครูท่านใดจะรับผิดชอบตรงไหนบ้าง..ครู 7 คนรับผิดชอบนักเรียนช่วงชั้นที่ 2-3 จำนวน 6 ห้องเรียน ส่วนช่วงชั้นที่ 1 จำนวน 3 ห้องครู 3 คน (อาการน่าเป็นห่วง) ... ขอเป็นแรงใจให้คุณครูผู้มีวิญญาณครูแห่ง โรงเรียนวิทยสัมพันธ์ ทุกท่านที่มีความมุ่งมั่นจะปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติในครั้งนี้ ทุกท่านคงจดจำไม่มีวันลืมถึงความบอบช้ำในหัวใจที่โรงเรียนถูกย่ำยี ลืมเสียเถิดครับและไม่ต้องไปครุ่นคิด พะวง กังวล ถามซ้ำ แล้วซ้ำอีกตอกย้ำความเจ็บปวดให้กับตนเองว่า ใครเป็นคนทำ ทำไปเพื่ออะไร คนบางพวก กระทำกรรมต่างๆได้โดยไร้เหตุผลถ้าผมเป็นผู้บริหารระดับสูงของเขตพื้นที่การศึกษาแถบนั้นจะปูนบำเหน็จให้ครูทุกคนที่มีน้ำใจช่วยเหลือกัน เป็นความคิดที่วิเศษที่สุดที่คิดจะช่วยกันดูแลโรงเรียนซึ่งเป็นแหล่งทำมาหากินหลักของครูเรา สถานที่ราชการจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีบุคคลากรทำหน้าที่เวรยามให้ถูกต้องตามกฎระเบียบของทางราชการ เมื่อมาปฏิบัติหน้าที่ เราก็สบายใจ เพราะได้ทำหนา้ที่แล้วถึงจะเกิดเหตุร้ายแรงสุดวิสัยใครจะกล้ามาติฉินถ้าไม่มีการแต่งตั้งเวร-ยามเมื่อเกิดเหตุก้ต้อง ยอมรับข้อบกพร่องซึ่งมีจำนวนไม่น้อยทีเดียว การออกเยี่ยมบ้านเด็กนักเรียน สำหรับโรงเรียนที่เอาใจใส่ในชีวิตความเป็นอยู่ของศิษย์ซึ่งสังคม ผู้ปกครอง ตัวเด็กเอง ให้ความไว้วางใจ ว่า ครูคือพ่อ-แม่คนที่สองนั้นต้องถือเอาเป็นภารกิจ(MISSION)เลยทีเดียว ขอชื่นชมจากใจจริงที่ ครูคิม และคณะครู ที่ เป็น มิตรแก้วสหายคำ มีความเห็นชอบจะร่วมมือกัน ความเห็นชอบ ทำน้าที่ชอบ อยู่ใน มรรคแปด หนทาง สู่ พระนิพพาน เชียวนะครับ ยิ่งใหญ่นะ ไม่ใช่ธรรมดา ผลเป็นประการใดอย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังด้วยและขอบอกว่า ครู คิม กับเพื่อนครู แห่งโรงเรียนวิทยส้มพันธ์ จะเป็นกลุ่มคนที่โชคดีที่สุดที่จะได้ลิ้มรส อาหารพาข้าวแลงที่โอชะที่สุดอย่างไม่เคย มีเนูไหนจะจัดให้ได้แม้แต่ โอเรียนเต็ล โรงแรมห้าดาวระดับโลก ผมได้กลิ่นแกงหน่อไม้ใส่ปลาแดกนัว คั่วแมงกุดจี่ ก้อยไข่มดแดง ลาบแย้ โชยมาแต่ไกล ถึง คุณ MathGuy นี่คือรางวัลสำหรับผู้ที่ประกอบกรรมดีครับ ที่จริงไม่ใช่คำชมเลยเป็นกระจกเงาที่สะท้อนความเป็นท่าน อย่างเที่ยงตรงที่สุด ของกัลยาณมิตร โดยการสำผัสได้จากผลงานของท่านที่แสดงความคิดเห็นได้อย่างมีสาระอันเป็นประโยชน์ ต่อทุกคนที่อ่านด้วยความพินิจพิเคราะห์ สัตว์โลกที่คอหยักๆสักแต่ว่าเป็นคนก็จะมีความรู้สึกต่อเราอยู่ 3 อารมณ์ใหญ่ๆ คือ ชอบ ชัง เฉย ผมจัดอยู่ในกลุ่มแรกครับ เรียนคุณ MathGuy วันนี้ได้รับหนังสือธรรมะ"พุทธะ : ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน" จำนวน 2 เล่ม กลับมาจากโรงเรียนเห็นซองหนังสืออยู่บนโต๊ะ ในนามของคณะครู นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนขอขอบคุณ คุณ MathGuy เป็นอย่างสูง หนังสือแบบนี้เด็กระดับชั้นมัธยมต้นเขาอ่านได้ค่ะ เพราะเขาเคยฝึกปฏิบัติธรรมตอนภาคฤดูร้อนมาแล้วทุกปี ๆ ละ 10 วัน แต่ปีนี้เราถูกงดก็เพราะมีเหตุนั่นเอง ขอให้ผลแห่งการประกอบกรรมดีได้ดลบันดาลให้คุณ MathGuy และครอบครัวจงมีความสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไปค่ะ สวัสดีคุณจิตแผ้ว วันนี้ไปโรงเรียน ก็ได้รับทราบว่ามีสมาชิกวิชาการ.คอม ไปเยี่ยมที่โรงเรียน..เมื่อวันก่อนและบริจาคทุนทรัพย์เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนคือคุณ XX ค่ะ คณะครูทุกท่านประทับใจเป็นอย่างมาก และขอขอบคุณคุณจิตแผ้ว อีกครั้งนะคะที่ได้ให้ความเห็นอกเห็นใจ ส่งกำลังใจไปให้ การที่พวกเราเดินทางไป กลับจากโรงเรียนในแต่ละวันก็เสี่ยงอันตราย โดยเฉพาะระยะนี้ฝนตก อย่างเช่นวันนี้พบรถประสบอุบัติเหตุหลายคัน อาหารพื้นถิ่นหน้านี้เห็นจะได้แก่ เห็ดโคนค่ะ แกงเห็ดโคน เห็ดโคนดอง ผัดเห็ดโคน และตามมาด้วยแกงหน่อไม้ ส่วนก้อยไข่มดแดงก็กำลังจะผ่านไป.....ได้กลิ่นหลงเหลือยู่เพียงแผ่ว ๆ .... ขอขอบคุณแทนเพื่อนครูทุกคนค่ะ เรียน ครูคิม ถ้าหากครูคิม หรือครูท่านอื่น ได้อ่าน และมีข้อคิดเห็น ในการที่จะปรับปรุงหนังสือให้ดีขึ้น กรุณาแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ (หนังสือทำโดยโปรแกรม Thai Latex สามารถแก้ไขได้ง่าย และสะดวกมากครับ ...แต่ตอนนี้ผมก็กำลังอยู่ในขั้นผู้เริ่มต้นฝึกใช้ครับ) ได้ตรวจสอบหนังสือที่ผมมีเก็บไว้ที่ที่ทำงาน และที่บ้าน มีหลายเล่มทีเดียวที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเด็ก ยังงัยผมจะส่งไปให้ ตามไป ตามกำลังที่จะพอทำได้นะครับ ................................................................................................................. ปล. จริงๆ จุดประสงค์หนึ่งของหนังสือธรรมะเล่มนี้ ก็เพื่อเป็นมรณะสติ อย่างน้อยที่สุด ก็จะเป็นอะไรที่ผมจะได้ให้ในงานของแม่ หรืองานของผมเอง หรือญาติคนอื่นๆ (สุดแล้วแต่ว่า อะไรจะเกิดขึ้นก่อนหลัง) สวัสดีค่ะ คุณตองสี่ วันนี้ได้ฤกษ์งามยามดี ครูทุกคนอยู่พร้อมหน้ากัน เปิดกล่องหนังสือของคุณตองสี่ค่ะ นับแล้วได้ 75 รายการ นักเรียนชั้น ม.2 ที่มาช่วยทำงานเกิดแย่งหนังสือกันอ่านใหญ่เลย ทำให้ไม่ได้งานเต็มที่ แต่ก็ช่างเถอะ ดูเขามีความสุขกันมาก...ที่ได้อ่านหนังสือแบบนี้ เขาบอกว่าหนังสือเล่มเล็ก ๆ น่าอ่าน น้องที่ทำหน้าที่ธุรการ ทำที่อยู่ของคุณตองสี่หาย เพราะเขาเอาไปดูเพื่อที่จะตอบขอบคุณมาในนามของโรงเรียน วันนี้จึงขอรบกวนขอที่อยู่ใหม่อีกครั้งนะคะ ครูทุกคนฝากขอบคุณมายังคุณตองสี่ค่ะ ถึง ครูคิม ผมพอจะมองเห็นภาพบรรยากาศที่โรงเรียนของครูคิม ช่างเป็นภาพที่งดงาม แสนประทับใจกระไรเช่นนี้ แสดงว่าคุณครูทุกคนของเด็กๆได้ปลูกนิสัยรักการอ่านให้กับพวกเขาซึ่งเป็นอีกภารกิจหนึ่งของครูไทยที่จะต้องช่วยกันสร้างนิสัย รักการอ่านให้กับเด็กๆ ถ้าเด็กทุกคนมีสิ่งนี้ติดเป็นนิสัย นั่นคือเครื่องมือสำหรับการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองที่ราคาถูกที่สุดแต่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุด เรียนคุณจิตแผ้ว ก็ยังไม่เป็นดังที่คุณจิตแผ้วเข้าใจนะคะ โรงเรียนวิทยสัมพันธ์ยังอยู่ในระดับที่ต้องพัฒนาอีกมาก (ยังเกรดต่ำอยู่ค่ะ) เพียงแต่ว่าคณะพวกเรามีความเข้มแข็ง รักใคร่ปองดองกัน ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ทำอะไรก็ว่าตามกันไปไม่บาดหมางใจต่อกัน ส่วนเด็ก...มีสาเหตุมากมายก่ายกองที่พวกเราต้องระดมกันค้นหาที่มา และแก้ไขกันจริงจัง ก็ต้องทำกันไปเรื่อย ๆ นานเท่าไรก็ต้องทำ..ความหวังอยู่ข้างหน้าเสมอค่ะ อาการที่เขาแย่งหนังสือ เพราะเขาไม่เคยมี เขาไม่เคยเห็นหนังสือที่น่าอ่านแบบนั้น หนังสือห้องสมุดงบประมาณปีละเท่าไรไม่ทราบ เห็นมีหนังสือปีละ 1-2 กล่อง ไม่กี่เล่ม อ่านแล้วอ่านอีก ครูก็กระเบียดกระเสียนจากค่าเดินทาง ค่าอาหารบ้าง หาซื้อหนังสือไปแจกเป็นรางวัล...และให้เขาแบ่งกันอ่าน เป้าหมายของเราก็อยากให้เด็กอ่านหนังสืออก เขียนสะกดเป็น เข้าใจความหมายของสื่อสารทุกประเภท ไม่เป็นเครื่องมือของสิ่งที่ทำให้ตกต่ำ - จำนวนนักเรียนร้อยละ 4 ถูกทิ้งให้ต่อสู้ชีวิตตามลำพัง - จำนวนนักเรียนร้อยละ 36 อยู่กับญาติ เพระพ่อแม่ไปทำงานในกรุงเทพ - จำนวนนักเรียนร้อยละ 44 ครอบครัวแตกแยก - จำนวนนักเรียนร้อยละ 6 พ่อ/แม่คนใดคนหนึ่งเสียชีวิต - ที่เหลือจำนวนน้อยมากที่อยู่กับพ่อ/แม่จริง ๆ - มีบางส่วนที่ต้องออกกลางคัน ไปทำงานเลี้ยงดูครอบครัว ปีการศึกษานี้จะสำรวจใหม่ว่าลดลงหรือสูงขึ้น ขอขอบคุณที่เห็นอกเห็นใจ นับว่าเป็นกำลังใจที่ดีค่ะ เห็นเป็นกระทู้ที่น่ากระตุ้นขึ้นมาให้อ่านและเข้าชมกันอีกเรื่อย ๆ เพราะเกี่ยวกับครู ขอเข้ามาเสวนาด้วยคนคราวหน้า ครูพฤษภา (IP:203.172.201.1) ยินดีต้อนรับ ครูพฤษภา ด้วยจิตคารวะ อย่างกัลยาณมิตร เรียนเชิญแสดงความคิดเห็นอันแยบคายเพื่อยังประโยชน์แก่มวลสมาชิกได้ทุกเวลาสะดวก ถึง ครูคิม ยอดเยี่ยมมากที่สามารถจำแนกนักเรียนได้ดังนั้น การดูแลช่วยเหลือก็จะมีประสิทธิภาพตามมา ขอเป็นกำลังใจ คิดถึงทุกท่านที่เข้ามาทักทายแสดงความคิดเห็น เชิญมาพูดคุยกันอีกครับ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |