การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ

ช่วยอธิบายเรื่องการขยายพันธุ์พืชโดยธรรมชาติหน่อยค่ะ

1.ขยายพันธุ์ด้วยลำต้น

2.ขยายพันธุ์ด้วยราก

อธิบายให้ละเอียดจะเป็นพระคุณอย่างสูง


ความคิดเห็นที่ 2


30 มิ.ย. 2549 11:05
  1. การสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต การสืบพันธุ์ แบ่งเป็น 2 แบบ คือ 1. แบบไม่อาศัยเพศ (Asexual Reproduction) 2. แบบอาศัยเพศ (Sexual Reproduction) การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ 1. การแตกหน่อ คือ สิ่งมีชีวิตที่สร้างหน่อขึ้นมาได้และหน่อนั้น จะเจริญขึ้นถึงระยะหนึ่ง แล้วจะหลุดออกและเจริญเป็นตัวใหม่ที่ สมบูรณ์เหมือนตัวเดิม 2. การสร้างสปอร์ เช่น เห็ด รา จะสร้างสปอร์โดยส่วนใดส่วนหนึ่งของเซล เมื่อสปอร์แก่จะปลิวไปตามที่ต่าง ๆ ที่มีสภาพ เหมาะสมและจะงอกเป็นชีวิตใหม่ 3. รีเจเนอเรชัน (Regeneration) ส่วนมากพบในสัตว์ชั้นต่ำไม่มีกระดูก และในระยะเอมบริโอ ของไฮดรา ซีแอนนีโมนี พลานาเรีย และปลาดาว รีเจเนอเรชันคือ การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ จะมีการสร้างส่วนของร่างกายที่ ขาดหายไปขึ้นมาใหม่ เช่น การงอกของหางจิ้งจก 4. การแบ่งออกเป็นสองส่วน โปรติสต์ที่สืบพันธุ์โดยการแบ่ง ออกเป็นสองส่วน เช่น พารามีเซียม อมีบา และยูกลีนา 5. การเพิ่มจำนวนเซล การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของสิ่งมี ชีวิตต้องมีการแบ่งเซลไมโทซิส (mitosis) คือ การแบ่งเซลจาก 1 เซล เป็น 2 เซล โดยส่วนประกอบต่าง ๆ ของเซลใหม่เหมือน เซลเดิมทุกประการ ขั้นตอนการแบ่งเซลแบบไมโทซิส 1. เซลจะต้องสร้างไซโทพลาสซึมและส่วนประกอบต่าง ๆ ภายในไซโทพลาสซึมเพิ่มขึ้น จนกระทั่งมีขนาดใหญ่ขึ้นเกือบเท่าตัว 2. มีการสร้างโครโมโซมเพิ่มอีก 1 ชุด 3. มีกระบวนการแยกโครโมโซม 2 ชุด 4. มีการแบ่งไซโทพลาสซึมของเซลเดิมออกเป็น 2 ส่วน ระยะต่าง ๆ ของไมโทซิส แบ่งเป็น 1. ระยะอินเตอร์เฟส เซล ยังมีเยื่อหุ้มนิวเคลียสอยู่ เป็นระยะที่ เส้นใยโครมาทิดยังติดกันตรงเซนโทรเมียร์ (Centromere) หรือไคเนโทคอร์ (chinetochore) 2. ระยะโพรเฟส ระยะที่เห็นแท่งโครมาทิดชัดเจนและเยื่อหุ้ม นิวเคลียสจะค่อย ๆ สลายตัว เซนตริโอลจะสร้างใยโปรตีนไมโททิกสปินเดิล(mitoticspindle) ไปเกาะที่เซนโทรเมียร์ของแต่ละโครโมโซม 3. ระยะเมทาเฟส เห็นโครโมโซมชัดเจนที่สุด เซนโทรเมียร์แต่ละโครโมโซมแบ่งตัว และโครมาทิดพร้อมจะแยกตัว 4. ระยะแอนาเฟส โครมาทิดของโครโมโซมถูกดึงโดยไมโททิกสปินเดิลให้แยกออกจากกัน แล้วเคลื่อนที่ในทิศทางตรงข้าม 5. ระยะเทโลเฟส กลุ่มของโครมาทิดแยกจากกัน เป็นโครโมโซมของเซลใหม่แต่ละกลุ่มจะมีเยื่อหุ้มจนในที่สุดจะมีสภาพเหมือนระยะอินเตอร์เฟส การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เป็นการสืบพันธุ์ที่มีการรวมตัวของนิวเคลียสของเซลสืบพันธุ์ สองเซลเข้าด้วยกัน เรียกว่า การปฏิสนธิ (Fertilization) ปฏิสนธิ แล้วจะได้ไซโกต (Zygote) โครโมโซมที่มีลักษณะเหมือนกันเป็น คู่ ๆ คือ ฮอโมโลกัสโครโมโซม (homologus chromosome) เซลดิพลอยด์ (diploid cell) คือ เซลที่มีโครโมโซมอยู่เป็นคู่ ใช้สัญญลักษณ์ "2n" แทนจำนวนโครโมโซมทั้งหมด จำนวน โครโมโซมในเซลสืบพันธุ์ n เซล ที่มีโครโมโซมชุดเดียวกัน เรียกว่า เซลแฮพลอยด์ (haploid cell) หรือโมโนพลอยด์(monoploid) การสร้างเซลสืบพันธุ์ เซลสืบพันธุ์มีการแบ่งได้ 2 แบบ คือ 1. ไมโอซิส (meiosis) เซลสืบพันธุ์จะแบ่งเหลือจำนวนโครโมโซมเพียงชุดเดียว 2. ไมโทซิส (meitosis) เป็นการแบ่งเซลครั้งเดียวจาก 1 เซล เป็น 2 เซล แต่ละเซลมีโครโมโซมจำนวนเท่าเดิม การสร้างเซลสืบพันธุ์ของพืชดอก ภายในอับละอองเรณูจะมีไมโครสปอร์มาเทอร์เซล(microspore mother cell) แบ่งตัวแบบไมโอซิส จะได้ไมโครสปอร์(microspore) ต่อมาแบ่งตัวแบบไมโทซิสได้นิวเคลียส 2 อัน มีการเปลี่ยนรูปร่างขึ้นทั้งภายในและภายนอก ลักษณะแตก ต่างกันไปตามชนิดของพืช เรียกว่าละอองเรณูหรือแกมีโทไฟต์เพศผู้ (male gametophyte) การสร้างเซลสืบพันธุ์เพศเมียเกิดขึ้นในรังไข่ ซึ่งมีโอวูล(ovule) ภายในจะมีเซลหลายเซล เซลที่มีขนาดใหญ่ คือ เมกะสปอร์ มาเทอร์เซล (Megaspore mother cell) จะมีเซลแบ่งแบบไมโอซิสได้ 4 เซล จะเจริญเพียง 1 เซล เรียกว่า เมกะสปอร์ ต่อมานิวเคลียสจะแบ่งแบบไมโทซิส 3 ครั้งเกิดเซลมี 8 นิวเคลียสอยู่ปลายทั้งสองของเซล ข้างละ 3 นิวเคลียสอีก2 นิวเคลียสอยู่ตรงกลาง เรียกว่าโพลาร์นิวเคลียส (Polar nucleus) จะมีเยื่อหุ้มเมกะสปอร์ในช่วงนี้ เรียกว่าถุงเอมบริโอ (embryo sac) หรือแกมีโทไฟต์เพศเมีย การปฏิสนธิมีอยู่ 2 เซล คือเซลไข่อยู่ใกล้บริเวณรูเล็ก ๆ เรียกว่าไมโครไพล์ และเซลที่มีโพลาร์นิวเคลียส พืชดอกที่มีการผสมระหว่างสเปิร์มนิวเคลียสกับนิวเคลียสไข่ และระหว่างสเปิร์มนิวเคลียสกับโพลาร์นิวเคลียส เรียกว่า การปฏิสนธิซ้อน การสืบพันธุ์แบบอาศับเพศของสัตว์ชั้นสูงเซลไข่จะสร้างในรังไข่ (ovary) เพศเมีย อสุจิจะสร้างในอัณฑะ(testis) เพศผู้ในอัณฑะมีเซลสเปอร์มาโตโกเนียม(spermatogonium) ในรังไข่จะมีเซลโอโอโกเนียม (oogonium) เซลทั้ง 2 ชนิดเจริญมาจากไพรมอร์เดียลเจิร์มเซล (primordial germ cell) ซึ่งจะเป็นเซลล์ที่เจริญเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลสืบพันธุ์ ระบบสืบพันธุ์ในเพศชาย ประกอบไปด้วย - อัณฑะ ประกอบไปด้วยหลอดสร้างตัวอสุจิขดอยู่ภายใน - หลอดเก็บตัวอสุจิ เป็นหลอดขดที่ต่อออกจากด้านบนของอัณฑะ   ติดกับท่อนำตัวอสุจิ (Vas defereus) - ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ (Seminal vesicle) สร้างอาหารแก่ตัวอสุจิ - ต่อมลูกหมาก (prostate gland) ทำหน้าที่หลั่งสารที่เป็นเบส อย่างอ่อนและสารที่จะทำให้ตัวอสุจิแข็งแรงและว่องไว เข้าไปในท่อปัสสาวะปนกับน้ำเลี้ยงอสุจิ- ต่อมคาวเปอร์ (Cowper gland) เป็นกระเปาะเล็ก ๆ อยู่ใต้ต่อมลูกหมาก มีหน้าที่หลั่งสารไปหล่อลื่นท่อปัสสาวะ ภาพตัดตามยาวของอัณฑะแสดงหลอดสร้างตัวอสุจิ หลอดเก็บและท่อนำอสุจิ ภาพตัดตามยาวแสดงตำแหน่งอวัยวะสืบพันธุ์เพศชายระบบสืบพันธุ์ในเพศหญิง ประกอบด้วย - รังไข่ ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนและผลิตไข่ - อุ้งเชิงกราน ไข่ที่ยังไม่เจริญเต็มที่ นั่นคือระยะโอโอไซด์ จะมีเซลฟอลลิเคิล (follicle cell) หุ้มอยู่คล้ายกับถุงหุ้ม เมื่อย่างเข้าวัยสาวโอโอไซต์จะเริ่มสุกทุก ๆ เดือน ไข่ในฟอลลิเคิลจะเจริญเต็มที่ใหญ่ขึ้น ไข่จะเคลื่อนที่ไปในปีกมดลูก ซึ่งฟอลลิเคิลเดิมจะกลายเป็นเยื่อสีเหลือง เรียกว่า คอร์ปัสลูเทียม (Corpus luteum) ถ้าไข่สุกแล้วได้รับการผสมจะมาฝังตัวอยู่ที่ผนังมดลูก คอร์ปัสลูเทียมจะสร้างฮอร์โมนสำหรับควบคุมการตั้งครรภ์ ไข่ที่ไม่ได้รับการผสมจะสลายตัว กลายเป็นประจำเดือน การตกไข่ (Ovulation) คือการที่ไข่เข้าไปในท่อนำไข่หรือปีกมดลูก (fallo pian tube) ทางปากท่อนำไข่ มดลูกอยู่หลังกระเพาะปัสสาวะติดกับท่อนำไข่ เยื่อมดลูกประกอบด้วยชั้นหลาย ๆ ชั้น ชั้นที่มีความสำคัญคือชั้นเอนโดมีเทียม(endometrium) มีลักษณะคล้ายฟองน้ำ สามารถสร้างรกเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนก๊าซและส่งอาหารให้แก่เอมบริโอ ถุงน้ำคร่ำ คือ ถุงที่มีของเหลวภายใน ทำหน้าที่ป้องกันการกระทบกระเทือนของทารกในขณะที่อยู่ในครรภ์มารดา ภาพแสดงตำแหน่งอวัยวะเพศหญิง ภาพแสดงลักษณะภายใน การตั้งครรภ์ จะเกิดขึ้นเมื่อไข่และอสุจิเกิดการผสมกันแล้วได้ไซโกต ไซโกตจะมีการแบ่งเซล ผนังมดลูกจะปรับตัวมีผนังหนาและมีเส้นเลือดฝอยเพื่อรองรับเอมบริโอที่จะเข้ามาฝังตัว การฝังตัวจะเกิดขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ หลังการปฏิสนธิ ทารกจะฝังตัวในถุงน้ำคร่ำ เมื่อทารกเติบโตต่อมใต้สมองของแม่จะหลั่งฮอร์โมนออกมากระตุ้นให้กล้ามเนื้อบีบตัว จนถุงน้ำคร่ำแตกและทารกผ่านทางช่องคลอดได้ การคุมกำเนิด หมายถึง การป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ขึ้น เช่น การทำหมัน การใส่ห่วงและการใช้ถุงยางอนามัย ประชากร หมายถึง สิ่งมีชีวิตที่เป็นชนิดเดียวกันอาศัยอยู่ในที่แห่งเดียวกันในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากร เกิดจากสาเหตุ ดังนี้ 1. อัตราการเกิด 2. อัตราการตาย โครงสร้างประชากร หมายถึง จำนวนประชากรในช่วงอายุต่าง ๆ กันแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ - ระยะก่อนสืบพันธุ์ (Prereproductive age) อยู่ในช่วงประมาณ 1-14 ปี - ระยะสืบพันธุ์ (Reproductive age) อยู่ในช่วงประมาณ 15-44 ปี - ระยะหลังสืบพันธุ์ (Postreproductive age) อยู่ในอายุ 45 ปี


ความคิดเห็นที่ 1

รู้เพื่อการศึกษา
25 มิ.ย. 2549 12:31
  1. อยากได้ข้อมูลหัวข้อ "การสืบพันธ์แบบไม่อาศัยเพศ" ทั้งของ พืชและสัตว์ พร้อมมีรูปภาพประกอบ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น