กล้องโทรทัศน์อวกาศฮับเบิลเปิดเผยรายละเอียดของ dark matter โพสต์เมื่อ:
16:52 วันที่ 2 ม.ค. 2549 ชมแล้ว:
211,603 ตอบแล้ว:
23
นักดาราศาสตร์ในสหรัฐฯและยุโรปได้ช่วยกันปะติดปะต่อภาพถ่ายที่ได้จากกล้องโทรทัศน์อวกาศฮับเบิลเพื่อระบุตำแหน่งของ สสารมืด หรือ dark matter ซึ่งล่าสุด พวกเขาสามารถระบุตำแหน่งและรายละเอียดของ dark matter ได้แม่นยำอย่างที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน และด้วยผลวิเคราะห์เพิ่มเติมจากการจำลองภาพด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทีมของ Myungkook James Jee ที่มหาวิทยาลัย John Hopkins พวกเขาแสดงให้เห็นว่า dark matter อาศัยอยู่เป็นกลุ่มก้อนที่บริเวณระหว่างกลุ่มกาแล็กซี่อายุน้อยสองกลุ่ม
ผลที่ได้นี้ทำให้ความน่าเชื่อถือของทฤษฎีการอยู่ร่วมกันของสสารปกติกับสสารมืดมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น
สสารมืด Dark Matter เป็นสสารที่เสนอขึ้นมาโดยนักดาราศาสตร์เพื่อที่จะอธิบายการหมุนวนที่เร็วกว่าที่ควรจะเป็นของกาแล็กซี่ อัตราการหมุนวนของกาแล็กซี่นี้เป็นผลมาจากปริมาณสสารที่อยู่ภายในของมัน แต่ว่าจากปริมาณของสสารปกติที่กาแล็กซี่มีอยู่ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่กาแล็กซี่จะหมุนวนได้เร็วอย่างที่นักดาราศาสตร์สังเกตพบ จึงทำให้พวกเขาต้องตั้งทฤษฎีการมีอยู่ของสสารที่น่าฉงนนี้ขึ้นมา สสารมืดมีคุณสมบัติที่สำคัญคือ มันไม่แผ่หรือดูดกลืนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเลย ซึ่งเป็นที่มาของคำ dark การสังเกตสสารมืดจึงไม่สามารถทำได้ด้วยวิธีการใช้กล้องโทรทรรศน์ธรรมดาเหมือนการสังเกตวัตถุอื่นๆบนท้องฟ้า
แต่ว่านักดาราศาสตร์สามารถจะตรวจวัดสสารมืดได้ด้วยการสังเกตแรงดึงดูดที่สสารมืด ออกแรงกระทำต่อสสารปกติที่อยู่รอบๆ
จากทฤษฎี Standard Model และจักรวาลวิทยาแล้ว จักรวาลของเรานี้ประกอบไปด้วย สสารที่เราเห็นอยู่ทั่วๆไป 5% dark matter 25% และ dark energy 70% ทุกวันนี้มนุษย์เราไม่รู้เลยว่าธรรมชาติของกว่า 95% ของจักรวาลเป็นอย่างไร
กลุ่มก้อนของกาแล็กซี่ เป็นระบบปิดของแรงโน้มถ่วงที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาล มันประกอบไปด้วยองค์ประกอบสำคัญสามส่วน หนึ่งคือกาแล็กซี่ที่เราสามารถสังเกตเห็นได้ สองคือสสารที่ร้อนระอุที่อยู่ภายในกลุ่มก้อนกาแล็กซี่เหล่านั้น และ และสามก็คือ dark matter Jee และเพื่อนร่วมวิจัยของเขาได้ใช้เทคนิค gravitational lensing เพื่อสร้างแผนที่แสดงตำแหน่งที่ dark matter อาศัยอยู่ ในบริเวณระหว่างกาแล็กซี่สองอันโดยใช้ อุปกรณ์ Advanced Camera for Surveys (ACS) ที่อยู่บนกล้องโทรทัศน์อวกาศฮับเบิล
วัตถุดาราจักรอย่าง กลุ่มก้อนของกาแล็กซี่ ประพฤติตัวเสมือนกับเลนส์อันเนื่องมาจากสนามของแรงโน้มถ่วงมันกระทำต่อแสงที่ส่องมาจากกาแล็กซี่ที่อยู่ไกลๆ แสงเหล่านี้จะถูกแรงดึงดูดทำให้โค้งทำมันถูกหักเหก่อนเดินทางมายังโลก ซึ่งนั่นหมายถึงว่า นักดาราศาสตร์สามารถสังเกตสสารมืดได้โดยไม่จำเป็นต้องมองเห็นมันแต่ใช้ประโยชน์จากแสงที่ถูกทำให้โค้งนี้แทน และประกอบกับการใช้ข้อมูลที่ได้จากกล้องโทรทัศน์อวกาศฮับเบิล ทำให้การสังเกตสสารมืดสามารถทำได้พร้อมขจัดปัญหาภาพที่พร่ามัวอันเนื่องมาจากการรบกวนของชั้นบรรยากาศโลก
จากการใช้เทคนิคพิเศษที่ชื่อ mass reconstruction กลุ่มวิจัยของ Jee ได้แสดงให้เห็นว่า ลักษณะของกลุ่มของสสารมืดนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยกลุ่มก้อนของกาแล็กซี่ ถึงแม้ว่ากลุ่มก้อนของสสารมืดพวกนี้จะเคยถูกค้นพบมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่งานของกลุ่มของ Jee ได้แสดงให้เห็นภาพที่มีความละเอียดกว่ามาก อีกทั้งยังมีการค้นพบ กลุ่มก้อนของดาวบริวารของกลุ่มก้อนกาแล็กซี่อีกด้วย
นักวิจัยอ้างว่า ผลที่ได้นี้จะช่วยสนับสนุนทฤษฎีการอยู่ร่วมกันของสสารปกติและสสารมืด ซึ่งตามทฤษฎีบอกไว้ว่า สสารสองประเภทนี้ควรจะอยู่ด้วยกันเพราะแรงดึงดูดระหว่างมวลที่ดึงมันเข้ามาหากัน อีกทั้งผลที่ได้นี้ยังสนับสนุนทฤษฎีที่ว่าอนุภาคของสสารมืดจะไม่มีการชนกัน แต่จะเคลื่อนที่ผ่านกันและกัน ถ้าอนุภาคของสสารมีการชนกัน พวกเราน่าจะสังเกตเห็นการกระจายตัวที่เรียบและสม่ำเสมอกว่านี้ ไม่น่าจะมองเห็นโครงสร้างที่มีลักษณะเป็นกลุ่มก้อนที่ระดับสเกลเล็กๆขนาดนี้ Jee กล่าว
(ภาพข้างบนเป็นภาพแสดงตำแหน่งของสสารมืดหรือ dark matter ในกลุ่มก้อนกาแล็กซี่ CL 0152-1357 โดยที่บริเวณที่มี สีม่วง คือบริเวณที่สสารมืดกระจายตัวอยู่ ส่วนบริเวณกาแล็กซี่ "สีเหลืองถึงสีขาว" เป็นบริเวณที่เป็นกลุ่มก้อนของกาแล็กซี่ที่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า ภาพจาก Jee et al. 2005 Astrophysical Journa))
ข้อมูลจาก
- http://www.physicsweb.org/articles/news/9/12/12/1
|
จำนวน 14 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 2 ม.ค. 2549 (16:59)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 2 ม.ค. 2549 (17:10)
 กล้องโทรทัศน์อวกาศฮับเบิลโคจรอยู่เหนือโลกกว่า 600 กิโลเมตร ด้วยอุปกรณ์ทัศนศาสตร์ที่ทันสมัยที่สุด มันช่วยให้ได้ภาพของจักรวาลอย่างที่กล้องโทรทรรศน์บนโลกหรือดาวเทียมต่างๆไม่สามารถทำได้
กล้องฮับเบิลได้ถูกออกแบบไว้ตั้งแต่ปีทศวรรษที่ 1970 และถูกปล่อยสู่ห้วงอวกาศในปี ค.ศ. 1990
(ภาพจาก http://www.mda.ca/news/pr/pr2005010501.html)
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 18 ม.ค. 2549 (09:59) รับภาพสวย ๆ SCIENCE-1 (IP:58.9.15.125,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 19 ม.ค. 2549 (11:24) ซื้อโลตีฉันหน่อย๛A bark (IP:202.142.214.87,192.168.16.107,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 19 ม.ค. 2549 (11:25) ภาพสวยมาก bell (IP:202.142.214.87,192.168.16.107,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 25 ม.ค. 2549 (02:59) There is two kinds of "Standard Model", one in particle physics and another newer one in cosmology, they are different.
The Standard Model of cosmology is based on the 4-D Einstein spacetime metric with cosmological constant. The best fit values of parameters in this scenario gives the estimated ratio of baryonic matter, dark matter and cosmological constant in the critical density. beginner physicist (IP:129.186.117.172,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 11 เม.ย. 2549 (22:14) this is a nice picher spikeymike157 (IP:169.157.174.55,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 4 มิ.ย. 2549 (11:20) อยากไปดูจังเลยครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 1 พ.ย. 2550 (17:12) อยากไปเห็นด้วยตาตัวเอง sawita.chongnatee (IP:117.47.2.175)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 7 มี.ค. 2551 (23:06) เธซเธฅเธฑเธเธเธฒเธฃเธเธญเธเธเธฅเนเธญเธเธฎเธดเธเนเธเธดเธฅ เนเธเนเธเนเธเธเธชเธฐเธเนเธญเธเนเธชเธเธซเธฃเธทเธญเธเนเธฒเธงเธเธฑเธ เธงเธดเธก (IP:125.24.139.135)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 19 มี.ค. 2551 (15:48) Nice site! Nikolet (IP:121.247.75.120)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 20 มี.ค. 2551 (07:44) Nice site! Nikolet (IP:89.111.132.162)
|