คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
เด็กไทยเรียนเยอะไปหรือปล่าว ?
โพสต์เมื่อ: 12:44 วันที่ 9 ม.ค. 2549         ชมแล้ว: 29,894 ตอบแล้ว: 540
วันก่อนนานมาแล้ว มีโอกาสไปเป็นคณะกรรมการพิจารณาหลักสูตรฟิสิกส์สำหรับเด็กนักเรียน ม.ปลาย โดยมีครูและอาจารย์จากหลายที่ได้รับเชิญมาให้ความคิดเห็น

ผลจากการประชุมก็คือว่า เราลดหัวข้อของฟิสิกส์ลงได้ไม่เท่าไหร่ เพราะหลายคนคิดว่าทุกเรื่องสำคัญหมด ตั้งแต่ แรง แสง ไปจนถึง นิวเคลียร์ (และเป็นเนื้อหาที่ลึกมากด้วย)

ผมคุยกับ Dr. Matthew Dailey จาก อเมริกา (ตอนนี้สอนอยู่ ที่ ธรรมศาสตร์) เค้าบอกว่า ตลอดช่วง high school เค้าเรียนวิชา ฟิสิกส์ แค่วิชาเดียวเท่านั้น ไม่ได้ลึกมากมาย ตอนเค้าเรียนต่อวิศวะในมหาวิทยาลัย เค้าก็ได้เรียนฟิสิกส์อีก 2 คอร์สแค่นั้นเอง

บ้านเรา เด็ก ม.ปลาย สายวิทย์ เรียนฟิสิกส์ (วิชาอื่นๆด้วย เช่น เคมี ชีวะ) เยอะมาก ไปหรือปล่าว ? เรียนแทบจะทุก หัวข้อ จนเวลาเต็มเอียด ขยับตารางเวลาไม่ได้ วิชาเสริมก็ต้องเอาไปสอนกันวันเสาร์อาทิตย์

จริงๆแล้ว เด็กที่เรียนต่อคณะวิทยาศาสตร์ และ วิศวะ ก็ไปเรียนซ้ำเรื่องเดิมในมหาวิทยาลัยอีก ส่วนเด็กคณะอื่นๆ เนื้อหาฟิสิกส์ (เคมี ชีวะ) ที่เรียนไปเยอะแยะตาแป๊ะ ก็ไม่ได้ใช้อะไรต่อ แป๊บเดียวก็ลืม (สรุปว่าเราจะเรียน ฟิสิกส์ เคมี ชีวะให้มันลึกสุดใจไปทำไมกันตอน ม.ปลาย) (ผมเองก็จบคณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาฟิสิกส์ ยอมรับว่ามีหลายเรื่องที่ตอนสอบได้ เกรด 4 หรือ ได้ A ตอน ป.ตรี แต่ ตอนนี้ผมลืมไปหมดแล้ว)

ทำไมเราไม่เรียนเนื้อหาให้น้อยลง แล้ว ไปเน้นเรื่องของการคิดให้มากขึ้น เรื่องการมองโลก เรื่องคุณธรรม เรื่องธรรมชาติ เรื่องสันทนาการ หรือ เรื่องอื่นๆที่ทำให้สมองส่วนที่ใช้คิด ได้โตกว่าส่วนที่ใช้จำ

อ๊อฟ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 737 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 245 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 467 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| -18- 19| 20| 21| 22| 23| 24|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 355 11 ก.ย. 2549 (09:41)
ผมเริ่มจะสังเกตเห็นว่า การเรียนน้อย หรือ เยอะ ไม่ใช่ประเด็นอะไรเลย

แต่มีหลายๆ อย่าง ที่เป็น เงื่อนไข เป็นตัวทำให้ น้องๆ หลายๆ รู้สึกไม่ดีกับการเรียน

ไม่ใช่แค่เพียง การบ่นว่าเรียนเยอะ แต่ฟังๆแล้ว ดูเหมือน จะเป็นการไม่มีความสุขกับการเรียน ชนิดที่ว่า เรียนไปทำไม ไม่อยากจะเรียนเลย อะไรทำนองนั้น

เงื่อนไขที่ว่า ก็มีหลายอย่าง เช่น

1. ตัวครู(บางคน) ที่ทำให้เด็กไม่ประทับใจ

2. การแข่งขันกัน ความแตกต่างของสายวิทย์ สายศิลป์ หรือห้องเก่ง ห้องไม่เก่ง

3. ระบบการกวดวิชา ที่ทำให้หลายๆคน ยิ่งรู้สึกไม่ดีกับการเรียนที่โรงเรียน

4. ตัวนักเรียนเอง ... ไม่แน่ใจว่า มีความตั้งใจเรียน หรือเป็นนักเรียนที่ดี ทีควรหรือยัง

5. ผู้ปกครอง ที่มีทั้งส่วน ส่งเสริม หรืออาจจะมีอิทธิผล ในเรื่องอิสระภาพ หรือการเลือกเรียน

6. เพื่อนๆ สังคม ที่แวดล้อม ... ถ้าสังคมการเรียนรู้ ที่มีบรรยากาศไม่อบอุ่น ไม่ให้โอกาสทุกคน หรือ มีความได้เปรียบเสียเปรียบ

7. ระบบเมือง ระบบโรงเรียนที่มีความแตกต่างกัน


ปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย


อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เราจะกล่าวร้าย หรือตำหนิสิ่งอื่นๆ หรือคนอื่นๆ

เราควรจะมีความจริงใจ เราควรจะรู้จัก พิจารณา ประเมินดูตัวเราเอง

ว่า เราได้ทำตัวเป็นนักเรียนที่ดีบ้างหรือยัง เรามีความขยัน มีความรัก ความเอาใจใส่ในการเรียนหรือยัง เราได้ทำอะไรลงไปบ้าง ที่จะทำให้เราเรียนอย่างมีความสุข เราตั้งใจเรียนในห้องหรือไม่ เรามีวินัย ไม่พูดกันในห้อง เรามีสมาธิในการเรียน เราสนใจ คิดตาม ตอบคำถาม เวลาครูสอนหรือไม่ เรารู้จักค้นคว้า อ่าน เรียนเพิ่มเติม ด้วยตัวเองหรือไม่

เราเป็นเด็กที่ดีของพ่อแม่หรือยัง

เราเป็นเด็กที่ดีของครู ของโรงเรียนหรือยัง

เราได้ทำอะไรบ้าง เพื่อให้บ้านเราอบอุ่น

เราได้ทำอะไรบ้าง เพื่อให้ห้องเรียน ให้โรงเรียนเราอบอุ่น


เราเป็น นักเรียนที่ดี ที่น่ารัก หรือยัง ?

MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1558 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 314 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 356 11 ก.ย. 2549 (15:46)
ไม่ รู้ นะ ... มี เด็ก ม2 5-6 คน ที่ เรียน ด้วย เพิ่งไปสอบ สอวน ฟิสิกส์ มา ....

เป็น งัย ... ผมทำได้ คับ ... อ้าย เพื่อน ผม มัน หลุด โง่ ๆ กับข้อง่าย ไป หลาย ข้อ ... ข้อยาก มัน ดัน ทำถูก คับ จารย์ ...

อืมมมมม ... ยังไง ๆ พวก เอ็งก็ ต้อง ลุย ต่อ ... หาก ไป เข้า ค่าย ตุลา เด๋ว จาไม่ รอด ... เรียน ในห้องติว เวลา ไม่พอหรอก ... เอาเป็นว่า เช้าวันเสาร์ เจอกัน ใต้ ต้น หูกวาง หน้า โรง อาหาร คณะ อักษร ... อย่า มาสาย ล่า ... คับ จารย์

ในเช้าวัน เสาร์ ถัดมา .. 3 ชม ... ใต้ต้นหูกวาง ก็ พอ จา ดิฟ + อินทีเกรต ... sketch กราฟ หา จุด สูงสุด ต่ำสุด หา ความชัน กราฟ สมการ เส้น สำผัส .. อัตราการเปลี่ยนแปลงของฟังชั่น ... . หา พท ใต้กราฟ หา พท วงกลม เส้นรอบวง ปริมาตร ทรง กลม กรวยกลม ... หา สมการ การ เคลื่อนที่ เชิงเส้น ที่ มีความเร่ง + แรงต้าน อากาศได้ ...ฯลฯ

ม่าย รู้ ว่า เคี่ยวเข็ญ เด็ก (ม2) ให้เรียน มาก ไป อะ ป่าว ครับ
.. (IP:202.44.14.194,10.15.7.3,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 357 11 ก.ย. 2549 (18:46)
เราต้องดูที่ความสมัครใจ

เราจะเอาเพียงตัวเรา เป็นตัววัดไม่ได้

เรื่องที่ต่างกัน มีวัตถุประสงค์ เป้าหมายต่างกัน

ก็ไม่ควรเอามา ผสมปนเปกัน ต้องรู้จักแยกแยะ



การที่เราคิดว่า อัด หรือ ยัดเยียด

แต่สำหรับคนๆนั้น อาจจะเป็นความมุ่งมั่น ความใส่ใจ ความสุข ความสนุก ท้าทายไปอีกแบบ

ทั้งนี้อยู่ที่ความเข้าใจ ความสามารถของแต่ละคน


ถ้าเรายอมรับ และสู้กับมัน มันก็คือ สิ่งที่เราต้องการจะทำ
วริน (IP:202.28.119.6,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 358 11 ก.ย. 2549 (19:32)
การเรียนเยอะอาจเป็นเหตุผลหลอก ๆ ให้เราหลงประเด็นก็ได้ ถ้าเราอ่านกันตั้งแต่ต้น ยิ่งสาวก็ยิ่งเจอนะครับ มันมีเหตุผลอื่นอีกมากมายอย่าง ความเห็น 355 ได้แสดงไว้
thawankesmala เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1361 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 281 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 359 11 ก.ย. 2549 (19:57)
เหงด้วยค่ะ เรียนเยอะมากๆ
เรียนจนหัวบาน
ข้าน้อยเรียนวิด เอาเข้าจริงไปเอนท์สายศิลป์
ทำไรได้มั่ง
เด็กยิ่งเรียนก้อยิ่งเหงแก่ตัว
ยิ่งเด็กเก่งเท่าไร ก้อยิ่งเป็นอย่างนั้น
เห็นคนอื่นได้ดีก็ไม่ได้ ไม่ยอมน้อยหน้า แบมือขอตังพ่อแม่เรียนเอาเรียนเอา เพียงแค่ว่าอยากชนะ
หลายคนเพื่อคะแนนยอมทิ้งเพื่อนซะได้ เพียงแค่เพื่อนไม่ว่างมาทำงานพร้อมตัวเอง วันรุ่งขึ้นทำก้อยังได้ แต่พี่ท่านบอกว่า ไม่ว่าง ตอนเช้าเรียนพิเสด ตอนบ่ายไปดูหนัง ทำไปได้ แต่จู่ๆพี่แกก้อมาบอกว่าย้ายกลุ่ม เพราะเราไม่ได้เริ่มทำงาน

ยังมีอีก อันนี้เป็นเรื่องจริง
มีนักเรียนโรงเรียนหนึ่ง(เพิ่งเปิดใหม่ในม.แห่งหนึ่ง)
ตื่นเช้ามา ตะโกนลั่นบ้าน
"พ่อ แม่ ข้าวอยู่ไหน รีบทำให้สิ เดี๋ยวไปโรงเรียนสายอีก"
โถๆ พ่อแม่หลับสบายๆอยู่ต้องแหกขี้ตามาทำกับข้าวให้ลูกกิน
(อันนี้เค้าเล่ามาเพิ่มเติมว่า วันดีคืนดีตะโกนสั่งให้คนข้างบ้านเอาข้าวมาให้ตัวเองกิน)
ตายแล้ว..เด็กไทย เก่ง แต่ไร้คุณธรรม
Totally_CLOVER (IP:125.25.14.198,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 360 12 ก.ย. 2549 (11:44)
จริงๆ เรื่องคุณธรรม คือ เหตุผลที่แท้จริง อยู่เบื้องหลังของทุกเรื่อง ( ดูเกี่ยวกับ นักการเมือง รัฐมนตรี หรือ นายก น่าจะเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน )

คำว่า ดี มีคุณภาพ ต้องมีคำว่า มีคุณธรรม อยู่ด้วยเสมอ จึงจะดีจริงๆ

คำว่า เก่ง รวย ... อาจจะเป็นที่ต้องการของคนส่วนมาก จนลืม คำว่า ดี ไปเสีย


เราจึงควรเข้าใจ ตัวเอง เข้าใจสังคม

พยายามเป็นคน ที่ทำให้เกิดสังคมที่ดี

ไม่ใช่เพียง กล่าวร้ายสังคม แต่เราเอง ก็ไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้น

หรือมิหนำซ้ำ เราก็ไม่ได้ต่างจากสิ่งที่เรา มองว่าไม่ดี เพราะเราเอง ก็มีความเห็นแก่ตัว และต้องการให้ได้มา โดยไม่คำนึงถึง คุณค่าที่แท้จริง ไม่คำนึงถึง จริยธรรม คุณธรรม


ขอให้เราช่วยกันตระหนักถึงเรื่อง การเป็นคนดี การเป็นคนที่ให้อะไรกับสังคม เป็นคนที่รู้จักคิด คิดอย่างสร้างสรรค์ มีเมตตา กรุณา มุทิตา ต่อกัน

ช่วยๆกันทำให้ส่วนที่ดีงาม ของสังคม ได้ปรากฏชัดขึ้นมาบ้าง เพื่อคานกับ อะไรหลายๆ อย่างที่ดึงรั้งเราลงในทางที่เสื่อม

ช่วยกันทำตัวให้เป็น น้ำดี ที่จะเจือจาง น้ำเสีย หรือ เป็นแบบอย่าง เป็นทางเลือกที่ดี


อย่าลืมว่า คำตอบที่ดีๆนั้น ล้วนต้องเริ่มต้นที่ตัวเราเอง
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1558 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 314 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 361 12 ก.ย. 2549 (18:48)
เเล้วเเต่ความคิดของเเต่ละคน ถ้าเรามีความมุ่งมั่น เรียนหนักเเค่ไหนก็รับได้
thearmer เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 24 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 362 12 ก.ย. 2549 (18:49)
เด็กไทยเรียนเยอะไปเนื้อหาสาระที่ได้ไปก็ได้ไม่ถึงครึ่งของการเรียนเยอะๆ
123455666666 (IP:202.28.62.245,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 363 12 ก.ย. 2549 (19:33)
ไม่ว่าจะเรียน มากหรือน้อย
ไม่ว่าจะเรียน หนักหรือเบา
ไม่ว่าจะเรียน จริงจังหรือผ่านไปวันๆ
ไม่ว่าจะเรียน เพื่อวัดตัวเองหรือทำคะแนน
ไม่ว่าจะเรียน แข่งกับตัวเองหรือกับผู้อื่น
ไม่ว่าจะเรียน พิเศษหรือพยายามด้วยตัวเอง
ไม่ว่าจะเรียน เพื่ออนาคตหรือปัจจุบัน
ไม่ว่าจะเรียน เพื่อรู้หรือเพื่ออาชีพ
ไม่ว่าจะเรียน เพื่ออะไรก็ตาม

ตัวเรานั้นเป็นผู้เลือกทั้งสิ้น...

จะเรียนเพื่ออะไรขึ้นอยู่กับตัวเรา...
และตัวเราจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่ที่เรียนรู้มา...
น้องๆ ม.ปลาย (IP:202.28.9.82,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 367 17 ก.ย. 2549 (15:18)
เฮ้อ พวกจิตป่วนมาอีกแล้วครับ ขอความกรุณาผุ้มีอำนาจลบ ค.ห.364-366 ที เห็นแล้วหงุดหงิดใจ
OBORO เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 271 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 368 18 ก.ย. 2549 (19:28)
ใช่แล้ว เรียนมาก็เยอะจำพวกวิชานี้ แต่เข้ามหาลัยมาไม่เห็นจะได้ใช้ ประโยชน์อะไรเลย หรือฝึกให้เราแค่ปวดหัวเล่นๆ ค่ะ
รักจัง (IP:202.28.51.60,202.28.50.14, 202.28.50.6,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 369 24 ก.ย. 2549 (12:46)
ปลงแล้วครับ อยากจะเรียนpure math
แต่ต้องเจอกับ ชีวะ ซึ่งไม่รู้จะเรียนไปทำไม

ปล.น่าจะแบ่งการเรียนแต่ละช่วงชั้นให้ทำกัน
ไม่ใช่อัดแต่ม.ปลาย
เฮ้อ!!!!! (IP:203.113.36.12,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 371 25 ก.ย. 2549 (15:41)
หนูไม่เข้าใจว่าเราจะเรียนพิเศดกันมากมายไปเพื่ออะไร....
โรงเรียนหนูอะ พวกห้องเก่งๆ(ห้องหนู)แย่งกันเรียนพิเสดกันหัวโต เรียนกันเข้าไป!! แล้วพออาจานจะสอนนะ อาจานแค่บอกหัวข้อที่จะสอน พวกที่ไปเรียนมาแล้วก้บอกว่า "อ๋อ" "อื้ม" "โด่ๆๆง่ายๆเข้าใจแระๆ" พอเพื่อนๆที่ยังไม่เข้าใจถามนะ พวกนั้นก้บอกว่า "อะไรกัน ง่ายๆยังทำไม่ได้อีกหรอ" หยั่งงี้อ่ะค่ะ..แล้วหยั่งงี้เราจะมีโรงเรียนไปเพื่ออะไรกันคะ ให้นักเรียนไปเรียนข้างนอกไปเลยไม่ดีกว่าหรือ? หนูละไม่เข้าใจจิงๆ
ม.ต้นเช่นเดียวกัน (IP:58.136.227.206,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 372 27 ก.ย. 2549 (13:04)
คุณ เฮ้อ เข้าใจว่า จะเรียน pure math ไปทำไม

และ ทำไมจึงไม่จำเป็นต้องเรียนชีวะ ?
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 373 27 ก.ย. 2549 (14:47)
พูดยากนะ(ทำไมต้องเรียนเยอะนะ) ไม่เฉพาะฟิสิกส์หรอก ทุกศาสตร์/วิชาแหละ บ้านเรานะสภาพสังคมและการศึกษามันยังไม่สอดคล้องกัน ณ วันนี้จึงเพียงแต่ว่าเราต้องเอาความรู้ไว้ก่อน ไว้มากๆ
ถ้าให้เสนอแนวความคิดน่ะครับ เราต้องเอาให้แน่แล้ววันนี้ประเทศเราต้องการอะไร หมายถึงพํฒนาก้าวเดินไปทางไหน แล้วต้องการคน/กำลัง ด้านไหนบ้าง ก็ผลิตเฉพาะไปเลย เตรียมการตั้งแต่ยังเด็ก เช่น ต้องการบุคลากรทางด้านต่างๆ เท่าไหร่มานั่งคุยกันดีกว่า.................
ที (IP:203.172.206.230,203.172.206.230,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 374 28 ก.ย. 2549 (10:06)
น่าคิดน่ะ
ธร (IP:203.172.130.179,192.168.20.29, 203.172.130.179,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 375 28 ก.ย. 2549 (17:52)
หวายยยย ตาลาย@-@ อ่านไม่ไหวแล้ว
ขอบังอาจมาเสนอความเห็นของเด็กน้อยๆคนนึงในบอร์ดอาจารย์ละกันนะคะ
พูดไปๆมาๆ ก็คือถกกันว่าจะจัดการเรียนการสอนอย่างไรถึงมีประสิทธิภาพใช้มั้ยคะ(เอ่อ เท่าที่อ่านดูนะ)
แต่ลองคิดอีกที.....จุดประสงค์สูงสุดของการเีรียนคืออะไร ความรู้ หรือ ความคิด
มีคนเคยมาถามว่า จะเรียนไปทำไมในเมื่อบ้านตัวเองก็มีกิน เงินก็มีใช้ไม่หมดแน่ชาตินี้ แล้วทำไมยังต้องเรียนอีก ปวดหัวเปล่าๆ จบไปความรู้ก็ไม่เห็นได้ใช้
คำถามแบบนี้มันควรจะเป็นคำถามที่ตอบได้ง่ายๆไม่ใ่ช่หรือคะ แต่ทำไม
ไม่เห็นมีใครตอบได้ จะตอบเพื่อนว่ายังไง....
มันจะเป็นปัญหาเดียวกับสิ่งที่การศึกษาไทยเผชิญอยุ่รึเปล่าคะ
ตามความเห็นข้างล่าง ที่บอกให้นักเรียนเลือกเรียนสายที่ตัวเองชอบเลยตั้งแต่ม.ปลาย หนูขอถามอีกข้อ มีเด็กม.ปลายกี่คนคะที่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไร อยากเรียนอะไรจิงๆ ขนาดหนูเรียนจะจบป.ตรีแล้วหนูยังไม่รู้เลยว่าอนาคตอยากทำอะไรกันแน่ ก็ได้แต่เรียนไปเรื่อยๆโดยไม่มีจุดหมาย
เดะวิดวะ (IP:61.47.88.19,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 376 28 ก.ย. 2549 (18:32)
ต่ออีกนิดนะคะสำหรับคนที่กังวลว่าถ้าไม่ได้เรียนวิชาม.ปลายไปเลย ถึงมหาลัยจะเรียนวิชาเดิมแต่เรียนลึกกว่าเดิม แล้วกลัวทำข้อสอบไม่ได้เนี่ย รับประกันว่าไม่จิงค่ะ confirmมากๆ เพราะเจอมากับตัวเองละ passชั้นม.5ไป ปี1เจอวิชาที่เพื่อนๆเรียนมากันแล้วก็ยังซัดAมาได้เลย มันอยู่ที่มีความตั้งใจแค่ไหน สำหรับคนที่เคยเรียนมาแล้วmotivationที่จะเรียนวิชาเดิมก็น้อย คิดว่าเรียนมาแล้วไม่ต้องอ่านก็ได้ แต่สำหรับเราคิดว่าต้องอ่านให้เยอะกว่าคนอื่นเพราะยังไม่เคยเรียน 555 สรุปแล้วหนูว่ามันก็ได้ความรู้เท่ากันอยู่ดีล่ะค่ะ
แถมตอนม.ปลายไม่เคยมีความคิดจะเรียนอยู่ในสมองเลย มีแต่ความคิดที่อยากจะรู้ว่าโลกข้างนอกมีอะไรบ้าง คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเค้าคิดอะไรอยู่ ทำไมผู้ใหญ่คิดอย่างงี้แล้วทำไมเราถึงคิดอย่างนี้ อยากทดลองทำนู่นทำนี่ แต่ก็ไม่ได้ทำเพราะเวลาถูกบดบังไปกับการเรียน นั่นเป็นความคิดตอนม.ปลายนะคะ พอเข้ามหาลัย ปีแรกก็ยังอยากเรียนตั้งใจเรียนอยู่ แต่พอมาปี3-4ความคิดอยากเรียนเริ่มหายไป กลายเป็นอยากประดิษฐ์อันนั้นอันนี้ อยากทำเวป อยากลองเรียนภาษาjavaด้วยตัวเอง อยากเขียนโปรแกรมเป็น(เอาแบบไม่ใช่ภาษาCที่เรียนไปแล้วก็ยังเขียนโปรแกรมไม่เป็นอยู่ดี)
อยากออกแบบระบบกันโขมย อยากทำวิทยุ อยากซ่อมคอม....อยากๆๆๆๆ อยากไปหมด แต่ก็ไม่ได้ทำ เพราะเวลาก็ยังถูกเบียดบังไปกับการเีรียนอยู่ดี ตอนนี้จะจบแล้ว อยากเรียนต่อสายไหนยังไม่รู้เลย....เพราะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยากเรียนสายไหนกันแน่ นี่คือเป็นปัญหาของระบบการศึกษาไทยรึเปล่าคะ หรือเป็นปัญหาส่วนตัว เริ่มไม่แน่ใจละ
เดะวิดวะ (IP:61.47.88.19,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 377 28 ก.ย. 2549 (22:25)
28199
ครับอ่านมาหลายความเห็นก็ล้วนแล้วแต่มีเหตุผล
ผมจะไม่บอกหรอกว่าเด็กไทยเรียนหนักไปหรือเปล่า
แต่ผมอยากจะบอกว่า ไม่มีวิชาใดเหลวไหลและไร้สาระถ้าเราได้เข้าถึงปรัชญาของวิชานั้น

ผมจะบอกให้ฟังว่านักเรียนสมัยนี้เรียนเพื่ออะไรถ้าผิดก็ท้วงด้วยละกัน
เรียนเพื่อให้ทำข้อสอบได้
เพื่อที่จะได้เกรดดีๆ GPA สูงๆ
เรียนเพื่อให้ทำข้อสอบได้มากๆ จะได้คะแนนมากๆ ได้เรียนคณะที่คิดว่า ทำรายได้ให้กะคนเองมากๆ
ไม่ผิดหรอกครับ ที่เด็กๆส่วนมาก คิดแบบนี้ เพราะผู้ใหญ่พูดกรอกหูทุกวัน

และผู้ใหญ่อีกนั่นเอง ที่คิดอะไรต่อมิอะไรให้เด็กๆได้เรียน
และคิดเอาเองว่าเด็กต้องเรียนแบบนั้น ต้องมีพื้นแบบนี้ มีค่านิยมอันพึงประสงค์แบบนี้ มีผลการเรียนรู้ที่คาดหวังแบบนี้
ครับ ผู้ใหญ่โลภมากเสียเหลือเกิน ไม่แม้เสียจะวิจัยหาเหตุผลที่จะตัดสินใจสักนิด ว่าที่แท้จริงแล้ว เราเรียนกันไปทำไม

และผู้ใหญ่อีกนั่นแหละที่ทำมาหากินกับความไม่รู้ของเด็กจนร่ำรวย

มหาวิทยาลัยก็เหลือเกิน ตัดสินผลการเข้าเรียนของเด็กด้วยเวลาไม่กี่วัน ด้วยข้อสอบที่ไม่รู้ว่าวัดความสามารถได้จริงหรือเปล่า มาตรฐานของข้อสอบก็ม่ายเคยวัด ทำไมหนอ มหาวิทยาลัยไม่มีวิธีการที่ดีกว่านี้แล้วหรือ ที่จะคัดนักเรียนที่มีความตั้งใจมีความสามารถพอเรียนได้ จบไปเป็นบัณทิตที่มีคุณภาพทั้งสติปัญญาและจิตใจ ทำไมมหาวิทยาลัยจึงต้องเลือกคนเก่ง ทำข้อสอบได้มาก พวกท่านไม่ยอมแม้กระทั่งที่จะสอนเด็กที่มีความมานะพยายามและความตั้งใจเผอิญว่าทำข้อสอบได้น้อย จากระบบการศึกษาที่เป็นแบบนี้ทำไมพวกคุณชอบสอนแต่คนเก่งๆกันจัง พัฒนาคนโง่ให้มันเก่งขึ้นมาบ้างได้ไหม จะเสียเวลาบ้างก็จะเป็นไรไป

เมื่อมหาวิทยาลัยต้องการคนที่ทำข้อสอบได้มาก ก็เป็นเงื่อนไขให้นักเรียนเหล่านั้นเรียนกันแทบกระอักเลือด ทั้งนอกโรงเรียนและในโรงเรียน เพราะกลัวจากจะไม่ได้คณะที่ตนสนใจ กล้าแม้แต่จะหลังเพื่อนถ้ามันจะทำให้ตนเองมีคะแนนเพิ่ม

พวกครูก็เกรงว่าจะสอนน้อยไปกลัวคนอื่นจะกล่าวหาว่าตนเองไม่เก่งก็ต้องหาอะไรที่มันเร้าใจและพิสดารล้ำลึกเข้าไว้ โดยลืมความเป็นเนื้อแท้ของวิชานั้นเสียสนิท เป็นเรื่องนักเรียนที่ต้องต่อสู้กันไป

นักวิชาการศึกษาเห็นอะไรที่ตนเห็นว่าดีที่เมืองนอก กลับมาก็ดีดลูกคิดรางแก้วต้องแบบนั้น ต้องแบบนี้ ครูไทยต้องทำได้

อาจารย์มหาวิทยาลัย ก็บ่นว่า เด็กสมัยนี้ทำไมแย่ไม่รู้อะไรเลย ครูคนไหนสอนเนี่ยะ
ครูมัธยมก็บอกว่า เอ้ เด็กคนนี้ ครูที่ไหนสอนว้า ทำไมช้าจัง
ครูประถมก็บอกว่า เด็กนี้ ลูกใครเนี่ยะ ทำไมไม่สนใจเรียนเอาแต่เล่น
พ่อแม่ก็บอกว่า เจ้าคนนี้ทำไมสมองทึบจัง ไม่เหมือนใครในตระกูลเลย
ตกลงเด็กผิดเหรอ ทีเกิดมาเป็นคนไทย และเรียนไม่เก่ง

ที่ระบบการศึกษาเรายังไปรอดก็เพราะเรายังมีครูดีๆ ที่ไม่มีปากมีเสียง ทำงานด้วยใจรัก และยังมีเด็กอีกหลายคนที่ผ่านระบบการศีกษามาแล้วเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นพลเมืองดี บ้านเราเลยยังอยู่ได้ แต่ถ้าคนเหล่านี้ท้อแท้ และเหลือน้อยลง ก็น่าคิด

ถามว่าใครผิด
ไม่มีใครผิดหรอกครับทุกคนย่อมมีเหตุผลที่ดีสำหรับตนเองทั้งนั้น
แทนที่จะบอกว่าใครผิดผมว่าเรามาคุยกันดีกว่าว่า มีปัญหาทางการศึกษาแล้วเราจะหาทางออกอย่างไรดี ถ้าระบบมันแก้ยาก เรามาช่วยกันหาทางออกให้เด็กๆกันว่า พวกเค้าควรทำอย่างไร ที่เรียนแล้วมีความสุขกว่าเดิม ไม่เครียดให้เห็นเหมือนทุกวันนี้
พวกเราผู้ใหญ่ทุกคนควรให้คำตอบที่ดีแก่เด็กประคับประคองพวกเขาให้พัฒนาตามความสามารถของเขาเองให้เค้าค้นพบตัวเอง ผมไม่เชื่อหรอกว่าจะมีใครเก่งกว่าใคร ทุกคนมีความสามรถติดกายมาตั้งแต่เกิด เพียงแต่ว่าเค้าจะค้นพบหรือไม่
เราคงไม่อยากเห็นเด็กเหล่านี้เป็นผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วย รอยยุ่งบนใบหน้า และเอาเปรียบคนอื่นจนไม่เห็นใจใคร

ถ้าข้อเขียนของผมมันกระทบกระเทือนคนส่วนมาก และอาจเป็นเหตุแห่งความวุ่นวายในบอร์ด ขอให้แอดมินลบได้เลยครับ
แต่ขอเรียนว่าข้อเขียนนี้มิได้เจตนาจะกล่าวร้ายใครให้เสียหาย เพียงชี้ให้เห็นความจริงบางส่วนที่ผมเห็นในวงการศึกษา และอยากเห็นวงการศึกษาของเราพัฒนาไปในทิศทางที่ดี โดยมีสมาชิกในบอร์ดเราเป็นแนวร่วมให้กำลังใจเป็นที่พึ่ง ให้แก่เยาวชนของเรา

xx เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 489 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 378 29 ก.ย. 2549 (10:53)
บางคนมีพรสวรรค์ บางคนมีพรแสวง เต่ายังชนะกระต่ายได้ คนต้องว่ากันยาว ๆ ครับ ที่โหล่ของชั้นยังได้รับรางวัลโนเบล ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน ต้นคดปลายตรงก็มีให้เห็นเยอะแยะ ไม่เป็นไรหรอกคุณ xx อย่างน้อย ๆ เราก็รู้ว่า คนในสังคมเราคิดอย่างไร เราแสดงออกด้วยความหวังดี ผู้อ่านย่อมมีวิจารณญาณ
thawankesmala เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1361 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 281 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.