|
เด็กไทยเรียนเยอะไปหรือปล่าว ?
โพสต์เมื่อ:
12:44 วันที่ 9 ม.ค. 2549 ชมแล้ว:
31,755
ตอบแล้ว:
540
วันก่อนนานมาแล้ว มีโอกาสไปเป็นคณะกรรมการพิจารณาหลักสูตรฟิสิกส์สำหรับเด็กนักเรียน ม.ปลาย โดยมีครูและอาจารย์จากหลายที่ได้รับเชิญมาให้ความคิดเห็น
ผลจากการประชุมก็คือว่า เราลดหัวข้อของฟิสิกส์ลงได้ไม่เท่าไหร่ เพราะหลายคนคิดว่าทุกเรื่องสำคัญหมด ตั้งแต่ แรง แสง ไปจนถึง นิวเคลียร์ (และเป็นเนื้อหาที่ลึกมากด้วย) ผมคุยกับ Dr. Matthew Dailey จาก อเมริกา (ตอนนี้สอนอยู่ ที่ ธรรมศาสตร์) เค้าบอกว่า ตลอดช่วง high school เค้าเรียนวิชา ฟิสิกส์ แค่วิชาเดียวเท่านั้น ไม่ได้ลึกมากมาย ตอนเค้าเรียนต่อวิศวะในมหาวิทยาลัย เค้าก็ได้เรียนฟิสิกส์อีก 2 คอร์สแค่นั้นเอง บ้านเรา เด็ก ม.ปลาย สายวิทย์ เรียนฟิสิกส์ (วิชาอื่นๆด้วย เช่น เคมี ชีวะ) เยอะมาก ไปหรือปล่าว ? เรียนแทบจะทุก หัวข้อ จนเวลาเต็มเอียด ขยับตารางเวลาไม่ได้ วิชาเสริมก็ต้องเอาไปสอนกันวันเสาร์อาทิตย์ จริงๆแล้ว เด็กที่เรียนต่อคณะวิทยาศาสตร์ และ วิศวะ ก็ไปเรียนซ้ำเรื่องเดิมในมหาวิทยาลัยอีก ส่วนเด็กคณะอื่นๆ เนื้อหาฟิสิกส์ (เคมี ชีวะ) ที่เรียนไปเยอะแยะตาแป๊ะ ก็ไม่ได้ใช้อะไรต่อ แป๊บเดียวก็ลืม (สรุปว่าเราจะเรียน ฟิสิกส์ เคมี ชีวะให้มันลึกสุดใจไปทำไมกันตอน ม.ปลาย) (ผมเองก็จบคณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาฟิสิกส์ ยอมรับว่ามีหลายเรื่องที่ตอนสอบได้ เกรด 4 หรือ ได้ A ตอน ป.ตรี แต่ ตอนนี้ผมลืมไปหมดแล้ว) ทำไมเราไม่เรียนเนื้อหาให้น้อยลง แล้ว ไปเน้นเรื่องของการคิดให้มากขึ้น เรื่องการมองโลก เรื่องคุณธรรม เรื่องธรรมชาติ เรื่องสันทนาการ หรือ เรื่องอื่นๆที่ทำให้สมองส่วนที่ใช้คิด ได้โตกว่าส่วนที่ใช้จำ จำนวน 467 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| -24- เห็นด้วยอย่างแรงค่า ไม่รู้นะ ลำบากเด็กอะ หนูว่า คือเนื้อหามันลึกจนเรียนในคาบไม่รู้เรื่อง ทั้ง ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เด็กต้องหาเรียนพิเศษ ก็เพราะเงี้ยละค่ะ ยืนยัน นอนยัน นั่งยันค่ะ จากเด็กมอปลาย " ชีวิตที่สบายเกินไป เป็นชีวิตที่เป็นอยู่ด้วยความประมาท ซึ่งจะนำไปสู่ความเสื่อม" " รู้จักตัวเราเองได้มาก และเร็วเท่าใด ก็จะรู้ว่าต้องเรียนอะไร อย่างไร " น่าสงสารเด็กที่ต้องเรียนหนัก ตามใจพ่อแม่ที่ฝากความหวังไว้ ซึงในชีวิตจริงเด็กต้องหอบหนังสือไปเรียนกันทุกวัน และการศึกษาของเด็กไทยบอกได้เลยว่ายังใช้ไม่ได้ ให้เด็กท่องจำไม่เคยเน้นถึงการปฎิบัติซึ่งมันใช้ไม่ได้ในอนาคต มีแต่การแข่งขันกันไปวัน-วัน ตามความคิดของผู้ใหญ่ อยากเห็นเด็กไทยเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เลือกเรียนในสิ่งที่อยากเรียนและอยากเป็น ไม่ต้องมาแบกแต่ตำราให้หนักหัว Chadin_456@yahoo.co.th (IP:124.157.132.47) แต่เราว่ายังน้อยไปนา ตอนนี้อยู่ม.3 ก็ไม่เห็นว่ามันจะหนักหนาสาหัสสากันอะไรเลย ดีซะอีก ได้เรียน เยอะๆ มีความรู้อยู่มากมาย (ถึงบางเรื่องจะเรียนไม่รู้เรื่องเลยก็ตาม) มองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรือปล่าว ถูกต้องจ๊ะ "หนูนึกไม่ออก" ความอยากเรียนรู้ในทางที่ดีของเด็กๆเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจแทนคุณพ่อคุณแม่ ที่สำคัญก็คือดีใจสำหรับประเทศไทยเองที่มีเด็กอย่างนี้กันเยอะๆ ประเด็นที่อยากจะเน้นไม่ใช่ว่าการเรียนมากเป็นสิ่งที่แย่นะคะ แต่เราอยากจะให้มุมมองของสิ่งที่เด็กๆจะได้ความรู้มากกว่าที่อยู่ในตำรำเรียน ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติเอง หนังสือนอกตำรำ หนังสืออ่านเล่น การพูดคุยกับผู้รู้ต่างหากล่ะที่ทุกวันนี้เด็กรุ่นใหม่มองข้ามไป จนไม่รู้จักกระบวนการคิด คิดไม่เป็นได้แต่จำนะจ๊ะ ความคิดสำคัญกว่าความรู้มากๆ แต่ที่ทุกคนต้องไปที่โรงเรียนก็เพื่อความรู้พื้นฐาน เพราะความคิดต้องมีพื้นฐานจากวิชาที่เด็กๆเรียนให้ห้องเรียนค่ะ อาจจะเข้าใจอยากนิดหน่อยนะ เอาเป็นว่าจะคิดเป็นได้ต้องไปมีพื้นฐานความรู้จากวิชาในโรงเรียน จะคิดเก่งได้ต้องอาศัยกลไกของการประมวลความรู้ วิธีการประมวลความรู้ สอนกันไม่ได้ง่ายๆ มันยากมาก (ทำให้มีคนพูดมากกว่าคนคิดและลงมือทำไงคะ) จึงไม่มีวิชานี้สอนที่ไหนในโลก แต่เด็กๆ จะได้จากการสังเกต จดจำ และช่างสงสัย ดังนั้นเพื่อการพัฒนากระบวนการนี้ เด็กๆต้องเข้าสังคมเป็น ทำงานเป็นทีมได้ และหัดเรียนรู้ทุกวัน ความรู้เกิดขึ้นรอบตวัได้ตลอดเวลา และทุกคนสามารถเป็นครูเราได้ ต้องให้ความสำคัญกับสิ่งรอบๆตัว เพราะจินตนาการเป็นสิ่งที่ซื้อขายกันไม่ได้ เมื่อเรามีติดตัวแล้ว มันจะอยู่กับเราตลอดไป อย่างไรก็ตาม ความจริงแล้วปัญหาแรกคือผู้ใหญ่บ้านเราไม่ยอมรับให้เด็กมีความคิดเป็นของตัวเอง ทำให้ปิดกันจินตนาการที่ดีของเด็กไปตั้งแต่เล็ก จึงไม่มีการพัฒนามันขึ้นมาใช้จริง ทำให้คนหัวคิดดีๆมีน้อยมาก (อันนี้เราเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรนอกจากฝากไว้ ณ ที่นี้) อัจฉริยะของโลกเขาเป็นคนที่มีจินตนาการสูงมาก เห็นในสิ่งที่ทุกคนมองข้ามไป ประเทศไทยต้องรีบตื้นตัวในการทำให้เด็กๆ มีความสามารถในการคิดให้เป็นมากกว่านี้ (น้องๆจ๊ะ เราไม่ได้หมายความว่าให้ดื้อนะ ทุกอย่างยังต้องมีความเคารพผู้ใหญ่อยู่เสมอ) ไม่เช่นนั้นแล้ว เราก็ต้องซื้อเทคโนโลยีต่างชาติมาใช้อยู่ต่อไป ทุกวันนี้ลองมองดูว่าของชิ้นไหนที่เป็นยี่ห้อของไทยบ้าง นับชิ้นได้เลย คนไทยเองก็ต้องสนับสนุนกันให้มากๆด้วยนะคะ เรียนให้เก่ง คิดให้เป็น แค่นี้ก็ได้งานดี เงินดี มีพอแล้วก็มาช่วยกันดูแลสังคมนะค่ะ ประเทศชาติกำลังรอเด็กๆอยู่นะ ผู้ใหญ่เองก็พยายามเท่าที่ทำได้ คนคิดดียังมีไม่พอ อั้นนี้ต้องพยายามเข้าใจด้วย ช่วยกันคิดให้เป็นและให้ดี เวลาต้องมาทำอะไรให้ชาติมันจะง่ายขึ้นบ้าง อ.ต่าย (IP:203.131.213.195) อย่าไปคิดอะไรมากเลยครับ ก็ประเทศเราพระเจ้าท่านสร้างให้เป็นประเทศด้อยพัฒนาไงครับ ท่านสร้างให้เราเกิดมาเพื่อเป็นทาสเค้า เราก็เลยทำกันแบบนี้กันทั้งประเทศ (ทั้ง ๆ ที่คนในกระทรวงศึกษา จบจากฮาร์วาร์ดหลายท่านครับ) เราเปลี่ยนแปลงสังคมของเราไม่ได้ เราควรย้ายถิ่นฐานไปอยู่ประเทศมหาอำนาจดีกว่าครับ (ตอนนี้ญาติผมไปกันหลายครอบครัวแล้วครับ ผมก็กำลังรอลูกเรียนจบ ก็จะไปเหมือนกันครับ) .. (IP:203.113.41.102) ประเทศไทยเป็นประเทศที่โชคดี มีปัจจัยช่วยให้เราสามารถพัฒนาจิตใจของเราได้อย่างสูงสุด แต่หากไม่สนใจ ฝึกตนเอง ความโชคดีนี้ก็จะเป็นหมันไป จิตใจที่ไม่พัฒนานั้น จะไปอยู่ที่ไหน ก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันเลย ผู้ที่ฝึกตน ดูแลตนเองได้ดีแล้ว ไม่สร้างปัญหาให้กับตัวเองและผู้อื่น จึงจะสามารถเป็นผู้ให้ ทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นได้ ... เป็นอยู่ด้วยปัญญา เป็นแบบอย่าง เป็นทางเลือกที่ดีให้กับสังคม ... หลุดพ้นจากความเห็นแก่ตัว การสะสมเพื่อตัวเอง เป็นอิสระจากกรอบการคิดที่คับแคบ ที่ยังต้องคอยตามใจกิเลสของเราเอง ตอนนี้อยู่ม.4อะ แค่ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะก็จะแย่พออยู่แล้วคะ ตอนนี้ยังมีวิชา โลก ดาราศาสตร์และอวกาศเพิ่มขึ้นมาเหนื่อยนะคะ โนเนม (IP:124.157.146.99) ทำให้สนุก ก็จะไม่เหนื่อย หากในห้องเรียนไม่สนุก เราก็ต้องช่วยแสดงบทบาทให้สนุก ทั้งผู้เรียน และผู้สอน ต้องช่วยกันทำให้สนุก เมื่อสนุก ก็จะไม่มีปัญหา ... เช่นเดียวกับเรื่องสนุกๆมากมาย(ที่ไม่ค่อยจะมีสาระ) ที่เราทำนอกชั้นเรียน นั่นเอง โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แปลว่า พระมหากรุณาธิคุณ แปลว่า พระราชานุสาวรีย์ แปลว่า พระราชกุศล แปลว่า พระราชจริยาวัตร แปลว่า .... (IP:203.170.207.57) ถึง #509 ผมจะสอนลูกว่า ถึงจนอย่างไรก็อย่าไปทำงานเมืองนอก ให้ทำงานรับใช้ประเทศไทย ทดแทนคุณแผ่นดินไทยที่ให้เราเกิด แผ่นดินที่ปลูกข้าวเลี้ยงเรา ถึงเราจะเห็นว่าบ้านอื่นดีกว่าบ้านเรา ก็ต้องไม่ทิ้งบ้านตัวเองไป หากเราไม่ช่วยกันพัฒนาบ้านของเราให้ดีขึ้น เอาแต่คิดหนีเอาตัวเอาครอบครับตัวเองรอดฝ่ายเดียว ทิ้งคนที่ปลูกข้าวปลูกผักให้เรากินไม่ได้ นินิตตัง สาธุรูปานัง กตัญญูกตเวทิตา สมัยนี้ โลกเราไร้พรมแดนครับ เราเป็นประชากรของโลกด้วย ผมอยากให้ลูกหลานไทยเป็นคนไทยที่มีหัวใจแบบอินเตอร์มากกว่า คนที่มีศักยภาพที่สามารถทำงานแข่งกับฝรั่งตัวโต ๆ ญี่ปุ่นตัวเตี้ย ๆ หรือเกาหลีตาตี่ ๆ ได้ ก็ควรออกนอกประเทศไปประกาศศักดิ์ศรีแห่งความเป็นไทยให้โลกรู้ ผมชื่นชมคนที่ทำงานต่างประเทศส่งเงินเข้ามาพัฒนาบ้านเราเราได้ดุลมหาศาลจากท่านเหล่านี้ ดีกว่าจะมาแข่งกันแต่ในไทยนะครับ คุณหมอศานติมีความเห็นอย่างไรบ้างครับ tkesmala@yahoo.com (IP:202.28.117.233) คนดี อยู่ที่ไหน ย่อมทำความดีให้เกิดขึ้นได้ ในทุกๆโอกาส การเกิดเป็นคนไทย ย่อมควรจะมีสำนึกของความเป็นคนไทย เพราะพ่อแม่ก็เป็นคนไทย เติบโตขึ้นจากแผ่นดินไทย คนไทยที่เป็นคนดี ไม่ว่าจะได้มีโอกาสไปใช้ชีวิต เล่าเรียน ศึกษา หรือตั้งรกรากที่ต่างแดน ย่อมควรจะมีจิตสำนึกที่จะทำอะไรเพื่อแผ่นดินไทยบ้าง ความกตัญญูรู้คุณ ... เป็นเครื่องชี้วัดอย่างหนึ่งของการเป็นคนดี ข้าพเจ้าขออภัย คุณ MAthguy มิได้ตั้งใจลบความคิดเห็นของคุณ ขออภัยอย่างยิ่ง อื้ม ค่ะ จากกระทู้นะคะ คิดว่าเดี๋ยวนี้หันซ้ายหันขวาก็มีแต่คนเรียนพิเศษกันทั้งนั้น ซึ่งส่วนตัวแล้วคิดว่ามันก็ดีตรงที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ รู้จักโลกที่มันกว้างกว่า และก็ได้อะไรเพิ่มเติมจากห้องเรียน แต่ถ้าถามว่ามันจำเป็นขนาดไหน ? คิดว่ามันไม่จำเป็นเอาสถาบันกวดวิชาดังๆมาอ้างเสียมาก หรือเอาเงินไปแลกกับความรู้ที่ๆคนแห่กันไปเยอะๆ ดูแล้วมันยังไงก็ไม่รู้ โอเคถ้าคิดว่าคุ้มเงินของเขา แต่ทั้งที่เราอาจใช้เวลาตรงนั้นทบทวนเอา หรือไม่ก็พักผ่อนเสียหน่อย แล้วลุยอ่านต่อก็ยังได้ อีกหน่อยอ้าปากทีไม่พูดภาษาเอ็กซ์วายกำลังสาม แคลคูลัส กรดกำมะถันกันแล้วหรือ เหมือนกับเราแบ่งเวลาให้ถูกมันจะดีกว่าไหม บางคนเรียนจนเครียด เครียดเกินไป เหมือนเครื่องยนต์ใช้งานแล้วไม่พักบ่อยๆเข้ามันก็พังเอาง่ายๆ ไหนจะเรื่องการแข่งขัน เอาแค่ระหว่างบุคคลก่อนนะคะ ไอ้นั่นก็รับจำนวนกำจัด ไอ้นี่ก็ขอวุฒิเท่านี้ มันอะไรกันเนี่ย จริงอยู่ที่มันมีมานานแล้ว แต่ยังอดเซ็งกับชีวิตไม่ได้ 55 ... เมื่อสองสามวันก่อนคุยกับพ่อ เห็นเขาพูดโพล่งมาว่าเดี๋ยวนี้คนสามคนเนี่ยจะมีคนดีอยู่หนึ่งในสาม ในใจก็เถียงว่าไม่จริงหรอก เพราะมันไม่มีเลยต่างหาก ฮ่าฮ่า หายากมากก เราอยู่ในสังคม ต้องอยู่กับคุณค่าสมมติหลายๆอย่าง ทั้งที่เป็นกุศล และอกุศล มีจำนวนมากที่เป็นอกุศล แต่เราก็ต้องผ่านชีวิตเรียนรู้เข้าไป บางคนก็ได้ดี(ทางโลก)ตามแนวทางอกุศลนั้นๆ และเข้าใจภายหลัง หลุดเป็นอิสระออกมา บางคนก็เข้าไปติดในคุณค่าสมมตินั้นๆ จนหมดสิ้นชีวิตไป ไม่มีโอกาสเป็นอิสระ ได้เห็นความงดงามด้านอื่นๆ บางคนก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง ได้เรียนรู้ชีวิตในมุมที่แตกต่างออกไป มีสติปัญญาชีวิตที่ต่างออกไป บางคนก็ไม่ได้อะไรเลย จนหันหลังให้ แล้วกลายเป็นปฏิปักษ์กับสังคม บางคนก็หันหลังให้อย่างถูกต้อง มุ่งไปทางคุณค่าที่แท้จริงของจิตใจ แค่คนส่วนใหญ่ในชาติมีกุศลจิต ก็เป็นบุญของชาติอย่างยิ่งแล้ว เมื่อจิตใจเราดี เราก็ต้องสร้างสังคมที่ดีรอบข้างเราให้ได้ก่อน แล้วมันก็จะขยายวงกว้างของคนดีได้เอง (หวังว่านะ) เท่าที่เจอกับตัวก็กำลังเป็นอยู่เช่นนั้นจริงๆคะ คนมีศีลก็เจอแต่คนที่มีบุญใกล้ๆกัน ไม่เชื่อก็ลองดูแค่ไม่เกินปีก็เห็นผล ตอนนี้มีความสุขมากๆ กับทุกๆสิ่งในชีวิต สิ่งภายนอกที่ทุกคนไข้วขว้า ไม่น่าเชื่อว่ามันมาหาเราเอง จากการที่เราให้มามากด้วยจิตที่ดี ทำดี และมีเมตตา การให้เป็นสิ่งสุดท้ายที่มหาเศรษฐีทำคะ ลองค้นประวัติดูได้ ดังนั้นทำซะ ไม่ต้องรอมีเงิน มีทอง แค่การกระทำดีและมีเมตตา กรุณา ก็ถือว่าเป็นการให้ที่พึ่งทำได้แล้ว อ.ต่าย (IP:203.131.213.93) สมองหนูแทบแตกตายยังไอ้วิชาที่มานไม่หน้าเรียนก้อยังจาเอามาสอนทั้งทีจบไปใช้อะไรไมได้เลยย้ำไม่ได้เลยยยยยยยยยยยย ทั้งบทเรียนหนังสือและบทเรียนชีวิตตตตต ถ้าตัดคาปที่มานไม่จำเปงอย่างยิ่งออกไปเด็กอาจเอาเวลาไปอ่านหนังสือห้อได้ดีกว่ามาคลุกอยุ่ในห้องอาจานก้อไม่สอนทามไรกอ้ไม่ได้ เบญ (IP:125.24.249.35) ใช้ในยามที่จำเปงมั้ง+เบญต้องเข้าจัยอ่ะนะจานก้อเงี้ยแหละ |