คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
เด็กไทยเรียนเยอะไปหรือปล่าว ?
โพสต์เมื่อ: 12:44 วันที่ 9 ม.ค. 2549         ชมแล้ว: 29,889 ตอบแล้ว: 540
วันก่อนนานมาแล้ว มีโอกาสไปเป็นคณะกรรมการพิจารณาหลักสูตรฟิสิกส์สำหรับเด็กนักเรียน ม.ปลาย โดยมีครูและอาจารย์จากหลายที่ได้รับเชิญมาให้ความคิดเห็น

ผลจากการประชุมก็คือว่า เราลดหัวข้อของฟิสิกส์ลงได้ไม่เท่าไหร่ เพราะหลายคนคิดว่าทุกเรื่องสำคัญหมด ตั้งแต่ แรง แสง ไปจนถึง นิวเคลียร์ (และเป็นเนื้อหาที่ลึกมากด้วย)

ผมคุยกับ Dr. Matthew Dailey จาก อเมริกา (ตอนนี้สอนอยู่ ที่ ธรรมศาสตร์) เค้าบอกว่า ตลอดช่วง high school เค้าเรียนวิชา ฟิสิกส์ แค่วิชาเดียวเท่านั้น ไม่ได้ลึกมากมาย ตอนเค้าเรียนต่อวิศวะในมหาวิทยาลัย เค้าก็ได้เรียนฟิสิกส์อีก 2 คอร์สแค่นั้นเอง

บ้านเรา เด็ก ม.ปลาย สายวิทย์ เรียนฟิสิกส์ (วิชาอื่นๆด้วย เช่น เคมี ชีวะ) เยอะมาก ไปหรือปล่าว ? เรียนแทบจะทุก หัวข้อ จนเวลาเต็มเอียด ขยับตารางเวลาไม่ได้ วิชาเสริมก็ต้องเอาไปสอนกันวันเสาร์อาทิตย์

จริงๆแล้ว เด็กที่เรียนต่อคณะวิทยาศาสตร์ และ วิศวะ ก็ไปเรียนซ้ำเรื่องเดิมในมหาวิทยาลัยอีก ส่วนเด็กคณะอื่นๆ เนื้อหาฟิสิกส์ (เคมี ชีวะ) ที่เรียนไปเยอะแยะตาแป๊ะ ก็ไม่ได้ใช้อะไรต่อ แป๊บเดียวก็ลืม (สรุปว่าเราจะเรียน ฟิสิกส์ เคมี ชีวะให้มันลึกสุดใจไปทำไมกันตอน ม.ปลาย) (ผมเองก็จบคณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาฟิสิกส์ ยอมรับว่ามีหลายเรื่องที่ตอนสอบได้ เกรด 4 หรือ ได้ A ตอน ป.ตรี แต่ ตอนนี้ผมลืมไปหมดแล้ว)

ทำไมเราไม่เรียนเนื้อหาให้น้อยลง แล้ว ไปเน้นเรื่องของการคิดให้มากขึ้น เรื่องการมองโลก เรื่องคุณธรรม เรื่องธรรมชาติ เรื่องสันทนาการ หรือ เรื่องอื่นๆที่ทำให้สมองส่วนที่ใช้คิด ได้โตกว่าส่วนที่ใช้จำ

อ๊อฟ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 737 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 245 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 467 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| -4- 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 7 ก.พ. 2549 (17:47)

ความคิดเห็นของคุณ หยอย ใน คหพ #50 ดูน่าสนใจ
แต่ผมอ่านไปไม่ทันจบ ก็ไม่อาจรับสำนวนการเขียนที่ใช้เขียนได้

ผมเสนอว่า ให้ลอง post ใหม่อีกที แล้วให้ เอาคำที่ไม่น่ารัก
ออกไป
แทนด้วยคำสุภาพธรรมดา

ไม่เช่นนั้น ภายใน 2 - 3 วัน ผมต้องขอเสนอให้ลบออกไป

MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1558 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 314 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 7 ก.พ. 2549 (18:52)
ผมเห็นด้วยส่วนหนึ่งกับการที่จะลดเนื้อหารายวิชาที่เรียนลง แต่ท่านทั้งหลายครับ เนื้อหาเยอะ นั่นหมายถึงตัวเลือกที่นักเรียนจะเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันก็มากขึ้น สำหรับตัวผมเอง ผมเอาวิชาความรู้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันผมได้เยอะทีเดียว แต่ปัญหามันอยู่ที่ ผู้สอน สอนกับกระดาน/แผ่นใส ครับ ไม่ได้สอนให้นักเรียนคิด และ/หรือ นักเรียนไม่ยอมใช้สมองคิด คอยแต่อ้าปากรอผู้สอนป้อนให้ ผู้สอนก็จำยอมเพราะเค้าไม่ให้เด็กซ้ำชั้น เห็นมั้ยล่ะครับ เด็กเลยไม่รู้ว่าเรียนไปทำไม เรียนไปแล้วได้อะไร เช่นเรียนเรื่องเซท แล้วไปซื้อผักซื้อปลาในตลาดก็ไม่ได้ใช้ความรู้นั้นเลย(คำถามนี้ผมก็เคยถามตัวเองขณะที่เรียนเหมือนกัน แต่ทุกวันนี้ผมรู้แล้วว่าเซทมันมีประโยชน์อย่างไร) ดังนั้นปัญหาส่วนใหญ่มันไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาแต่อยู่ที่ผู้เรียนจะเอาเนื้อหาไปใช้ทำอะไรบ้าง เพราะฉะนั้น ยิ่งเรียนมาก ก็ยิ่งรู้มาก และหากคิดประยุกต์สักนิด ท่านจะทราบว่าความรู้ที่ท่านได้ร่ำเรียนมามากมาย มันไม่ได้ไร้ประโยชน์อย่างที่ท่านคิดเลย ยิ่งมาเรียนปี1 นะ ความรู้ตั้งแต่สมัยประถม อนุบาล ความรู้ที่มาจากประสบการณ์มันถูกนำมาใช้หมดเลย และยังไม่พอด้วยซ้ำ...
---------
เรียนไปเถอะ แล้วอย่าศักแต่ว่าเรียน เค้าสอนให้คิดเป็นทำเป็น แก้ปัญหาเป็น นั่นแหละ เอาความรู้ที่ร่ำเรียนมา มาใช้ซะซิ่
เด็ก ป.ตรี แม่โจ้ (IP:203.154.33.59,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 7 ก.พ. 2549 (19:39)
ไม่เห็นเยอะตรงไหนเลย เรียนเยอะๆซิดีจะได้เก่งๆ ประเทศชาติจะได้มีประชากรที่มีคุณภาพ ตอนนี้เนื้อหาก้อลดไปตั้งเยอะ เราบอกตามความคิดของเราน่ะ
*-* (IP:58.9.241.162,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 8 ก.พ. 2549 (00:00)
เราว่าเรารู้สึกสนุกกับมันนะ เรียนลึกๆเนี่ย บางทีถ้าชอบมากๆในบางเรื่อง ยังไปค้นคว้าอ่านเพิ่มเติมเองเลย สนุกดี
แต่มันก็เป็นบางคนอีกแหละ ปัญหานี้ แก้ยาก มาก
หนูแป้ง (IP:61.91.211.143,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 8 ก.พ. 2549 (10:39)
ตอบคุณ"หยอย" ความคิดเห็นเพิ่มเติมที่ 50
ผมคนหนึ่งละครับ ที่เป็นคนทำหลักสูตรให้คุณเรียน ตอนนั้น ยังเป็นโครงสร้าง 2
พอเป็นโครงสร้าง 3 ผมก็ออกจากราชการแล้ว

ในสมัยก่อน นักเรียนสายวิทยาศาสตร์ จะจบม.ปลาย ก็ต้องสอบให้ได้ 500 จาก 1000 คะแนน
จะเรียนกันแต่วิทยาศาสตร์ คือฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และคณิตศาสตร์ แค่ 4 วิชานี้ก็ 600 คะแนนกว่าแล้ว
ไม่ได้มีวิชา การงานพื้นฐานอาชีพ สังคม พลานามัย ฯลฯ เหมือนสมัยนี้
จะมีเรียนก็ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และสังคมบ้าง ไม่มากมาย
คนเรียนก็ไม่ถูกบังคับให้มาเรียนสายวิทยาศาสตร์ ใครอยากเรียนก็เลือกเรียนเอง

ผมเข้าใจว่าคุณ"หยอย"คงจะถูกบังคับให้มาเรียนสายวิทยาศาสตร์
ซึ่งถ้าคุณจะโกรธ ก็น่าจะไปโกรธแค้นคงที่บังคับคุณให้เรียนสายนี้ ทั้งที่
สายอาชีวะ เช่นวิทยาลัยเทคโนโลยีหรือการอาชีพที่เรียนปั๊บรู้ปุ๊บเลยว่าเรียนไปทำไม
เหมือนในชีวิตจริงเป็นที่สุด ไม่ต้องมาคิดว่าเรียนแล้วมันจะเหมือนกับชีวิตจริงหรือไม่
นี่จะเหมาะสมกับคุณ"หยอย"มาก ๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้ รัฐบาลซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ พณฯจาตุรนต์ ก็พยายามโปรโมต คนพันธุ์ R
แต่ไม่ว่าคุณจะเรียนอะไร
ผมอยากวิงวอนว่าคุณ เวลาพูดจาในที่สาธารณะ น่าจะใช้ถ้อยคำที่สุภาพสักหน่อย
เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีกับสังคม
ผมได้ขัดเกลาสำนวนของคุณให้ฟังดูแล้วรื่นหูขึ้นบ้าง เพราะดูแล้วคุณก็มีความคิดที่ดีอยู่เหมือนกัน
แต่ถ้าหากใช้คำพูดที่ไม่เหมาะอีก ในคราวต่อไปก็อาจลบความคิดเห็นคุณไปเพื่อไม่ให้เสื่อมเสียถึงสังคมไทยโดยรวมนะครับ
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 11417 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 650 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 10 ก.พ. 2549 (16:20)
เราว่านะที่รร.เรานะแทบไม่มีการเรียนการสอนเลยนะ น่าเบื่อ ที่ สุดในโลกเลย แล้ว รร. ในฝันนั้นเป็นอย่างไรล่ะ ที่ทำให้ นร. และครูแทบเป็นบ้า เมื่อไหร่ รร. ทางบ้านนอกอย่าง เราจะเจริญซะทีล่ะ เราจะได้ฉลาด ทันคนบ้าง อยากเรียน อยากคิด อยากทำ อยากไปหมดเลยนะ แต่ว่าเราไม่มีทางเลือกเลย ไม่รู้จะทำอย่างไร ช่วยหนูที
อยากฉลาด (IP:203.172.144.54,192.168.1.194,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 10 ก.พ. 2549 (16:39)
เรียนมาก ใครว่าทำให้ฉลาดมาก ที่จริงเราว่าทำให้เรา ไม่ค่อยมีประสบการเลย เฮ้ย ! น่าเบื่อที่สุด อะไรก็ไม่รู้ โลกเรานี่ น่าเบื่อไปเสียหมด เมื่อไหร่เราจะโตเปนผู้ใหญ่ซะทีล่ะ เซ็ง !
Amp (IP:203.172.144.54,192.168.1.194,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 10 ก.พ. 2549 (20:09)
ผมรับเด็กจบใหม่มาทำงาน ใช้ไปไปรษณี ให้ไปส่ง พกง. กลับมาตัวเปล่าถามว่า เขาให้ใบที่กรอกกลับมาอยู่ไหน ไม่ได้เอามา อ้างไม่รู้จัก ไม่เคยส่ง ครูไม่ได้สอน จริงของมันครูก็ไม่เคยสอนเรา
เจอมา (IP:61.90.242.4,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 15 ก.พ. 2549 (12:58)
คัดลอกจากหนู อยากฉลาด ...


"เมื่อไหร่ รร. ทางบ้านนอกอย่าง เราจะเจริญซะทีล่ะ เราจะได้ฉลาด ทันคนบ้าง อยากเรียน อยากคิด อยากทำ อยากไปหมดเลยนะ แต่ว่าเราไม่มีทางเลือกเลย ไม่รู้จะทำอย่างไร ช่วยหนูที "


ฟังแล้วน่าชื่นใจ แต่ชื่นใจได้แค่ 50%
อีก 50% ไปติดอยู่ที่

"ไม่รู้จะทำอย่างไร ช่วยหนูที "


เป็นคำถามที่ดีมาก
แต่นี่คือคำถามของเราเอง และในที่สุดเราก็ต้องตอบเราเองให้ได้

การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเริ่มที่

1. มองเห็นสภาพจริงของระบบ ของปัญหา

2. รู้สึกไม่พอใจ รู้สึกว่าน่าจะมีแนวทาง วิธีปรับปรุง พัฒนาให้ดีขึ้น

3. มองออกไปข้างนอกให้เราเข้าใจจริงๆ แล้วมองกลับเข้ามาข้างใน ที่ตัวเรา

4. ถามตัวเราเองว่า ณ ขณะนี้ เราทำอะไรได้บ้าง

5. อย่าลืมว่า ทุกอย่างเริ่มต้นได้ที่เรา

6. การเริ่มต้น การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง อยู่ที่ตัวเรา อยู่ที่คนๆหนึ่ง จะปลูกฝัง ผลักดันตัวเอง ให้ทำอะไร ที่สร้างสรรค์งดงาม เริ่มจากเล็กๆ แล้วค่อยๆขยายออกไป
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1558 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 314 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 19 ก.พ. 2549 (16:40)
ขอออกความเห็นในฐานะที่เป็นผู้ปกครองเด็กที่เรียน วิศวะ และ ลุกชายที่เรียนสายวิทย์ ที่ให้เรียนสายวิทย์ เพราะ เลขสอนให้คิดอย่างเป็นระบบ อาจจะเป็นกลไก คือ 1+1 = 2 แต่เด็กจะนิ่งได้บ้าง
ถ้าถามว่าเด็กเรียนเยอะไปเรอะเปล่า ก็ตอบว่าเยอะ มาก ตัวอย่างจากลูกที่เรียนวิศวะ บอกว่าข้อสอบจะเอามาจากโจทย์ที่คิดไม่ออก และมาดูแนวทางจากเด็ก เด็กบางคนทำได้และเด็กบางคนทำไม่ได้ เด็กที่ทำไม่ได้เริ่มเครียดและจะทำไม่ได้อีก
แต่ถ้าให้เนื้อหาน้อยกว่านี้ เด็กจะเอาเวลาไปทำอะไร เพราะไม่มีครู อาจรย์ที่จะ นำเด็กไปในเรื่องของการทดลอง หรือชี้ ให้เด็กเห็นสิ่งใหม่ ๆ
สำหรับลูกชายที่เรียนสายวิทย์ ต้องทำรายงาน ฟิสิกส์ ส่งไม่ผ่านมา 3 ครั้งแล้ว ตีกลับมา คำนำเขียนไม่ถูก ..... ไปค้นมาว่า ที่เขียนถูก .... ทำอย่างไร บรรณานุกรมเขียนไม่ใช่ ไปค้นมาทำอย่างไร.... เข้าห้องสมุด copy จากวิทยานิพนธ์ ของ 1 มหาวิทยาลัย อาจารย์ ก็บอกว่าไม่ใช่ เอาต้นฉบับไปให้ดู บอกว่า มันเก่าแล้ว ไปค้น เอาแบบใหม่ เหนื่อย กับการบอกว่าให้ไปหา ให้ไปหา ..... เด็ก ไม่มีข้อมูลในหัว แต่พยายามทำ แต่รูปแบบ อาจารย์ต่างหากละมีกรอบ แต่ทำอย่างไรก็ไม่ถูกใจอาจารย เด็กที่ผ่านคือเด็กที่ต้อง ซู อาจาย์ ดิฉันว่า ชายเซ็นเตอร์ สร้งทุกข์ให้เด็ก ใช้ไม่ได้สำหรับสังคมไทยเพราะ ผู้ใหญ่จิตใจแย่ ค่ะ ช่วยทีค่ะจะทำยังไรดี
1234 (IP:58.9.29.85,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 19 ก.พ. 2549 (21:12)
ผมว่าไม่ใช้สิ่งดีนะที่จะเรียนเยอะๆเพราะว่าสิ่งที่เรียนไป
แล้วบุคคลนั้นไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อะไรเลยก็เท่ากับ
เสียเวลาเปล่าในการมาเรียนเรื่องที่ไม่ได้ใช้ผมว่าสู้เอาเวลา
ไปเรียนสิ่งที่อยากรู้ให้รู้อย่าลึกซึ้งจะเกิดประโยชน์มากกว่า
ทั้งกับตนเองและประเทศชาติจะได้มีคนเก่งรู้จริงรู้ลึกในด้านๆ
เดียวดีกว่ามีคนรู้ทุกอย่างแต่ทำได้ไม่ดีเต็มที่ซักอย่าง
นักเรียนคนหนึ่ง (IP:210.203.187.182,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 19 ก.พ. 2549 (23:33)
ผมมีความคิดเห็นคล้ายๆกับคห.ที่ 53 ของคุณ เด็ก ป.ตรี แม่โจ้ นะครับ
คิดว่าความรู้มากมายที่เรียนมานั้น หลายๆอย่างสามารถนำมาประยุกต์(สังเคราะห์)ใช้ในชีวิตประจำวันได้ แต่นักเรียนส่วนใหญ่กลับมองข้ามจุดนี้ไป และหันไปมุ่งเน้นแต่คะแนนกับการสอบแทน หลายๆครั้งที่ความรู้ที่เรียนมา(แล้วยังไม่ลืม) สามารถตอบคำถามคาใจและแก้ปัญหาหลายๆสิ่งได้ แต่ว่าเรากลับมองไม่ออกว่านี่สามารถเอามามองประยุกต์กับความรู้ที่ตัวเองมีอยู่ได้ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเวลาเรียนในห้องเรียน ครูไม่ได้สอนให้ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือ นักเรียนไม่ใส่ใจขวนขวายเองก็เป็นไปได้
deathspirit เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2407 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 228 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 20 ก.พ. 2549 (12:52)
คัดลอกจากคุณ นักเรียนคนหนึ่ง

"ผมว่าไม่ใช้สิ่งดีนะที่จะเรียนเยอะๆเพราะว่าสิ่งที่เรียนไป
แล้วบุคคลนั้นไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อะไรเลยก็เท่ากับ
เสียเวลาเปล่าในการมาเรียนเรื่องที่ไม่ได้ใช้ ผมว่าสู้เอาเวลา
ไปเรียนสิ่งที่อยากรู้ให้รู้อย่าลึกซึ้งจะเกิดประโยชน์มากกว่า
ทั้งกับตนเองและประเทศชาติจะได้มีคนเก่งรู้จริงรู้ลึกในด้านๆ
เดียวดีกว่ามีคนรู้ทุกอย่างแต่ทำได้ไม่ดีเต็มที่ซักอย่าง
"

ปัญหามีอยู่ว่า

1. พื้นความรู้ เรามีพอที่จะ ให้เราสนใจอะไรได้จริงจังหรือยัง
ถ้าพื้นความรู้มีไม่มาก หรือน้อยมาก จะไปเจาะอะไรลึกซึ้งอาจจะลำบาก

2. เราจะรู้ว่า เราสนใจอะไรจริงๆ เมื่อไหร่ นี่สำคัญมาก ถ้าเลือกนักเรียนมาสัก 100 คน (ม.ต้น / ม.ปลาย)แล้วถามว่า สนใจอยากเรียน สมมติว่า คณิตศาสตร์ เรื่องอะไร คงจะมีไม่กี่คน ที่จะพูดได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง

3. แต่ผมเห็นด้วยว่า ถ้าเรามีพื้นความถนัดเรื่องอะไร มีความสนใจเรื่องใด เราน่าจะได้มีโอกาสเลือกเรียนสิ่งนั้น

แต่ก็เข้าประเด็นเดิมก็คือ ความถนัด ความสนใจ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ?
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1558 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 314 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 20 ก.พ. 2549 (12:59)
คุณ 1234 เป็นกำลังใจ และคอยดูแลการเรียนของลูกๆอย่างน่าชื่นชมครับ

เมื่อเราเริ่มจะมองเห็นปัญหา วิเคราะห์ว่า ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากครู

ผมแนะนำว่า ถ้ามีโอกาสทำได้ น่าจะลองเข้าไปคุยกับครูดูบ้าง

ถ้าคุยแล้วไม่ดี ก็อาจจะต้องลองคุย กับผู้อำนวยการของโรงเรียน


อันนี้ ไม่ได้เจตนาให้ไป ทะเลาะ มีเรื่องกับครู

แต่ผมคิดว่า ถ้าปัญหาอยู่ที่ คน ความเข้าใจของคน ที่ไม่ครงกัน
และเรามองเห็นว่าไม่ถูกนัก

ก็ควรจะมีการพูดคุย เสนอแนะกัน

ไม่ควรปล่อยให้เป็นชะตากรรมของเด็ก แต่เพียงฝ่ายเดียว
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1558 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 314 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 20 ก.พ. 2549 (17:00)
ก็เรียนเพื่ออนาคตไง
makok_190@hotmail.com (IP:203.113.16.241,203.113.61.104,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 20 ก.พ. 2549 (20:53)
เห็นด้วยว่าเนื้อหาวิชาที่เรียนมากเกินไป จนเด็กมากมายขาดความสนใจในกิจกรรมนอกหลักสูตร
โรงเรียนที่เน้นการทำกิจกรรมของนักเรียน กลับกลายเป็นว่าไม่ดีพอกับความคาดหวังของผู้ปกครอง

น่าคิดไหมว่า ประเทศของเราเรียนเนื้อหามัธยมเยอะมาก แต่เหตุใดเราไม่สามารถพัฒนาประเทศได้อย่างที่ควรเป็น ไม่ได้พัฒนาบุคคลที่พร้อมจะทำงานอย่างที่ควรเป็น

เราควรจะทบทวนเรื่องนี้หรือไม่
Neromics เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 3 มี.ค. 2549 (14:54)
เห็นด้วยอย่างที่สุดค่ะ ดิฉันเป็นครูวิทย์ ยังเหนื่อยแทนเด็ก ๆ เลย เพราะเขาเรียนหนักทุกวิชานะ ไม่ใช่เฉพาะวิทย์เท่านั้น ทำอย่างไรสิ่งที่เราคิดว่าควรลด จึงจะเป็นจริง
ครูยาดอทเน็ต (IP:61.19.25.43,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 4 มี.ค. 2549 (00:31)
ตะบี้ตะบันอัดเข้าไป -*- อัดยิ่งกว่าอัดไฟล์ใส่ zip อีก อัดจนหัวแทบระเบิด ก็อย่างที่เขาว่าล่ะครับ

อันสิ่งใดใดในโลก ล้วนอนิจจัง
คนบ่อ่านหนังสือยัง สอบได้
คนอ่านหัวแทบพัง สอบตก (ผมชอบตรงนี้-*-)
รู้อย่างงี้แล้วไซร้ อย่าได้อ่านมัน

ถ้าเพี้ยน ๆ ไปกะอย่าว่ากันน่ะครับ __ __
Mr.T เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 511 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 162 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 4 มี.ค. 2549 (11:51)
อันสิ่งใดใดในโลก ล้วนอนิจจัง
คนบ่อ่านหนังสือยัง สอบได้
คนอ่านหัวแทบพัง สอบตก
รู้อย่างงี้แล้วไซร้ อย่าได้อ่านมัน
น่าจะแก้เป็น
ใดๆ ในโลกล้วน อนิจจัง
คนบ่อ่านหนังสือยัง สอบได้
เหตุเพราะคิดและฟัง ก่อนสอบ
ก่อกิจอาจิณไซร้ สอบได้โดยพลัน
ศรีปิงเวียง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1085 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 4 มี.ค. 2549 (17:54)
เฮ้อ...

เคยได้อ่านบทความหนึ่งที่ว่า
....
มีการสอบถามเด็กระดับมัธยมปาลายว่าอยากเรียนอะไรกัน
ล้วนโดยพลันตอบออกทำนองเดียวกันว่า

...ไม่เข้าใจ ทำไมโรงเรียนไม่สอนวิชาเอาตัวรอดในอนาคต
ทำไมโรงเรียนไม่สอนเรื่องการหาคู่ครอง
ทำไมโรงเรียนไม่สอนเรื่องการใช้ชีวิต
...
......
.......โรงเรียนเรากำลังเอาวิชาการมาอัดเพื่อให้เด็กไม่ต้องเสียเวลาไปคิด มีให้เรียนให้ท่องกันอย่างเดียวก็จบได้
555+
Karine!! เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 202 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.