คำว่า "เนย" มาจากภาษาอะไร ???

ประโยชน์ของข้อเขียนนี้ขอมอบให้ "คุณเนยสด" ครับ เนื่องจาก ผมเกิดความสงสัยเกี่ยวกับคำนี้ ตอนได้อ่านที่มาที่ไปของนามแฝง "เนยสด"



-----------------------------------



คำว่า "เนย" เพี้ยนมาจากภาษาอะไร ???



ปัจจุบัน "เนย" เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี จัดเป็นเครื่องปรุงที่มาจากตะวันตก ที่ใช้ปรุงทั้งขนมหวาน อาหาร หรือ กินกับขนมปังต่างๆ



ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับ พ.ศ.๒๕๔๒ ให้ความหมายไว้ว่า "ไขมันหรือน้ำมันที่ทำจากน้ำนมสัตว์มีทั้งเหลวและแข็ง"



คำว่า "เนย" ไม่น่าที่จะเป็นคำไทยแท้แต่ดั่งเดิม เนื่องจาก อาหารพื้นถิ่นของบ้านเรา ถ้าต้องการความหอมมัน จะใช้กะทิจากมะพร้าว แต่ไม่เคยปรากฏว่ามีการใช้เนยประกอบอาหารเลย อีกประการหนึ่ง เนยทำมาจากไขมันสัตว์ ถ้าอยู่ในอุณหภูมิแบบบ้านเรา ก็จะละลายเหลว ไม่สามารถคงสภาพเป็นก้อนอย่างที่อยู่ในตู้เย็นได้เลย ดังนั้น คงต้องมามองหา "เนยที่เป็นของเหลว" ที่มีใช้กันมาแต่โบราณในบ้านเราเสียก่อน



ตั้งแต่โบราณมา บ้านเรารู้จักน้ำมันข้นที่ทำจากไขสัตว์ในชื่อว่า "น้ำมันเปรียง" ซึ่งเป็นเครื่องปรุงอย่างหนึ่งในการประกอบพิธีกรรมบูชาเทพเจ้าของทางศาสนาพราหมณ์ฮินดู



คำว่า "เปรียง" นี้ เป็นคำเขมรครับ ซึ่งก็น่าจะแปลมาจากคำสันกฤตอีกทีหนึ่ง จึงอาจทำให้ต้องมองย้อนกลับไปถึงคำสันกฤต-บาลี แต่ก่อนจะไปถึงนั้น ขอพูดถึง "เนย" ในภาษาต่างๆ ของยุโรปก่อนนะครับ



เนยที่เป็นก้อนๆ อย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบันนี้ เรารับมาจากตะวันตกอย่างแน่นอน โดยทางตะวันตกก็เรียกชื่อต่างๆ กันไปดังนี้

กรีกโบราณ เรียกว่า Bouturon (โบติวรอน)

กรีกปัจจุบัน เรียกว่า Bouturo (โบติวรอ)

ละติน เรียกว่า Buturum (บูตูรุม)

เยอรมัน เรียกว่า Butter (บุ๊ทเทอร์)

อังกฤษ เรียกว่า Butter (บัทเทอร์)

ดัทช์ เรียกว่า Boter (บอเทอร์)



อิตาลี เรียกว่า burro (บูร์โร)

ฝรั่งเศส เรียกว่า Beurre (เบอรฺร์)



โปรตุเกส เรียกว่า manteiga (มันเตก้า)



สเปน เรียกว่า mantequilla (มันเตกิลล่า)



ที่มา : Babel Fish http://world.altavista.com/



ดังนั้นจะเห็นได้ว่า คำว่า "เนย" ไม่ได้เพี้ยนมาจากภาษาต่างๆ ในยุโรปอย่างแน่นอน



ด้วยเหตุนี้ ผมจึงสงสัยที่มาอยู่สามทางคือ คำเขมร คำมอญ และคำมาลายู (ซึ่งก็อาจรับมาจากคำสันกฤต-บาลี) แต่ขณะนี้ ด้วยคำจำกัดในเรื่องความรู้ภาษาดังกล่าว ผมจึงขอข้ามไปพิจารณาถึงคำบาลี เลยนะครับ (ถ้ามีโอกาสจะหาคำสันกฤตมาเพิ่มเติมครับ)



น้ำมันที่ได้จากไขมันสัตว์ ภาษาเขมรว่า "เปรียง" แต่ในภาษาบาลีจะเรียกดังนี้คือ

ฆตํ (คะ-ตัง) เนยใส หรือ เปรียง

ทธิมณฺฑํ (ทะ-ทิ-มัน-ทัง) เนยเหลว หรือ น้ำน้ำวัวข้น

นวนีตํ (นะ-วะ-นี-ตัง) เนยข้น หรือ น้ำมันเนยข้น

โนนีตํ (โน-นี-ตัง) เนยข้น หรือ น้ำมันเนยข้น

ที่มา: พจนานุกรม บาลี-ไทย และ ไทย-บาลี http://www.mahamodo.com/buddict/buddict_pali.asp



ตามคำเหล่านี้ ผมจึงเชื่อว่า "เนย" น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า "โนนี (ตํ)" ของภาษาบาลีนั่นเองครับ โดยอาจเป็นคำที่ใช้เรียกไขมันเหลวกันอยู่แต่เดิม ซึ่งอาจเรียกด้วยสำเนียงท้องถิ่นว่า "เนย" กันอยู่ก่อนแล้ว ต่อมาพอมี BUTTER จากยุโรปเข้ามา ก็เลยเรียกว่า "เนย" ด้วยเช่นกัน โดยอาศัยว่าเป็นไขมันสัตว์เหลวเหมือนกัน (ซึ่งจะแข็งเป็นก้อนเมื่ออยู่ในตู้เย็น)



สรุปว่า ผมคิดว่า "เนย" เพี้ยนมาจาก "โนนี" ซึ่งมาจาคำบาลีคือ "โนนีตํ" ครับ



ความคิดเห็นที่ 29

Peking Man
14 ก.พ. 2549 10:34
  1. อืม...ประเด็นที่ว่า เนย มาจากภาษาจีน ผมว่าเราน่าจะคิดอีกนะครับ เพราะว่า ผมสงสัยว่า หน่ายโหยว(แมนดาริน) ของจีนก็ไม่น่าจะมีมานาน น่าจะมีการบัญญัติศัพท์คำนี้ขึ้นมาเมื่อไม่น่าจะมากกว่า ร้อยปีกว่า ๆ ในสมัยที่วัฒนธรรมตะวันตกไหลทะลักเข้ามานี้เองหล่ะครับ ซึ่งถ้าคนไทยมีการใช้คำนี้มานานกว่านั้นแล้ว ย่อมหมายความว่าคำว่า "เนย" ไม่ได้รับมาจากภาษาจีนครับ



ความคิดเห็นที่ 36

กุรุกุลา
24 พ.ย. 2549 21:20
  1. เคยเห็นคนเขมรชื่อเนยอะ



ความคิดเห็นที่ 37

thawankesmala
1 ธ.ค. 2549 13:44
  1. ขอ sit in ด้วยคน ครับ



ความคิดเห็นที่ 35

งอไห่ไทกอกหยั่น
23 พ.ย. 2549 23:15
  1. เนย เป็นสรรพนามบุรุษที่๒ ในภาษากวางตุ้งครับ



    หึหึ



ความคิดเห็นที่ 31

ครูไผ่ vcharkarn vteam
15 ก.พ. 2549 03:29
  1. เสนอไว้หลาย ๆ สมมติฐานค่ะ เพื่อพิจารณาว่าสมมติฐานไหนมีน้ำหนัก สมเหตุสมผลมากกว่า



    ถ้าพิจารณาตามเหตุผลในความเห็นที่ 30 ก็จะเห็นว่า

    สมมติฐานในความเห็นที่ 21 น่าจะมีน้ำหนักดี

    คือ น่าจะได้มาจากแขกโดยเข้ามาทางตอนใต้ของไทยที่มีแขกเยอะ

    และคนใต้ชอบลดเสียงพยางค์แรกของคำสองพยางค์ที่พยางค์แรกเสียงสั้น

    ให้เหลือแต่เสียงของพยางค์หลัง ดังตัวอย่างที่ยกมาในความเห็นที่ 21



ความคิดเห็นที่ 19

Hotacunus
8 ก.พ. 2549 02:16
  1. แขกเปอร์เซียพูดถึง "เนย" ในสมัยพระนารายณ์ไว้ดังนี้ครับ



    "... แปลกที่ว่า ตลอดชีวิตของชาวสยาม ไม่กินน้ำมัน ไม่รีดนม ไม่ทำเนย เขาถือว่าอาหารเหล่านี้เป็นบาป ชาวสยามจึงไม่รู้ว่าต้นไม้อะไรให้น้ำมัน หรือสัตว์อะไรให้เนย ชาวอิหร่านต้องสั่งเนยมาจากอินเดีย



    เมื่อเร็วๆ นี้ ตอนที่ทางนี้เตรียมเสบียงไว้ต้อนรับเรานั้น พระเจ้ากรุงสยามเองก็ทรงแปลกพระทัย เพราะหาเนยให้เราได้ไม่พอ พระองค์ทรงมีรับสั่งให้ชาวเมืองรีดนมวัวนมควาย และทำเนย พวกชาวพื้นเมืองถึงกับตะลึงร้องว่า ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ของพระเจ้าแผ่นดินองค์ใด ที่เกิดมีความทารุณและกดขี่เช่นนี้ เพราะเท่ากับริบน้ำนมสำหรับลูกวัว"




    จาก : สำเภากษัตริย์สุลัยมาน

    แปลโดย ดิเรก กุลสิริสวัสดิ์



    คนสยามในเรื่องนี้หมายถึงคนในกรุงศรีอยุธยา ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ชุมชนชาวอิหร่านในอยุธยา ยังต้องสั่งเนยมาจากอินเดีย เพราะคนอยุธยาไม่รู้จักทำเนย นั่นคือ ไม่เคยใช้เนยประกอบอาหารเลย และการรีดนมวัวก็เป็นบาปเพราะเป็นการแย้งนมของลูกวัว นั่นก็แสดงให้เห็นว่า การบริโภคนมวัว ไม่ใช่วัฒนธรรมบริโภคของคนไทยอยุธยา แต่ที่ปัจจุบันบ้านเราส่งเสริมกันเพราะเป็นอิทธิพลจากตะวันตก และความก้าวหน้าทางโภชนาการที่เราค้นพบจากนมวัว



ความคิดเห็นที่ 23

ครูไผ่ vcharkarn vteam
11 ก.พ. 2549 18:18
  1. คนจีนบางคน (น่าจะเป็นไหหลำและแต้จิ๋ว) เรียกแม่หรือยายโดยใช้คำที่มีความหมายว่า "นม" ซึ่งออกเสียงตามภาษาของเขาว่า "แน"



    มีคำใช้เรียกหญิงที่มีครอบครัวแล้ว (ซึ่งหมายถึงมีนมให้ลูกกิน) ว่า "ไหนไหน่" (ภาษาจีนกลาง) หรือ "ไน่" (ภาษาจีนแต้จิ๋ว) ในความหมายที่ยกย่องให้เป็น "คุณนาย"



    ยิ่งคิด ก็ยิ่งรู้สึกว่า "เนย" ออกเสียงใกล้เคียงกับคำในภาษาจีนที่มีความหมายว่า "นม" หรือ "น้ำมันนม" นะคะ



ความคิดเห็นที่ 24

ครูไผ่ vcharkarn vteam
11 ก.พ. 2549 18:35
  1. หรืออาจจะเป็นภูมิปัญญาไทยเอง ในเมื่อทราบว่า "เนย" คือ "น้ำมันนม" ได้มาจาก "นม" ก็ใช้พยัญชนะต้นตัวเดิม เปลี่ยนสระเสียหน่อย ฟังและพูดได้ลื่นหูลื่นปากดี เช่น "ขนมนมเนย"



ความคิดเห็นที่ 3

เนยสด vcharkarn veditor
14 ม.ค. 2549 19:29
  1. ลงชื่ออ่านครับ

    รู้สึกว่า ภาษาโปรตุเกสกับสเปนนี้ต่างจากพวกเลยนะครับ



ความคิดเห็นที่ 2

ครู...ชิต vcharkarn veditor
14 ม.ค. 2549 13:22
  1. เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ



ความคิดเห็นที่ 30

เทาชมพู vcharkarn vmaster
14 ก.พ. 2549 11:22
  1. ดิฉันเชื่อว่าเนยไม่ได้มาจากภาษาจีน เพราะเห็นว่าของกินชนิดไหนใครนำเข้ามาในไทย

    ชื่อของของกินชนิดนั้นก็มีแนวโน้มเกือบจะเต็มร้อยว่า ออกเสียงตามภาษาของชนชาตินั้น

    อย่างซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว ฟังแล้วก็ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าชนชาติไหนนำเข้ามาในไทย

    ซอส อย่างที่เราใช้เรียก ketchup หรือ Worcester Sauce คำนี้ก็แน่นอนกว่ามาจากฝรั่งอังกฤษ



    เนย ไม่ได้ใช้ในการปรุงอาหารโดยทั่วไปของคนจีน ถ้าเป็นน้ำมันหมูละก็ว่าไม่ได้

    แต่เนยใช้ในการปรุงอาหารของแขก ในพระไตรปิฎกก็กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ ก็น่าจะเชื่อว่าแขกนำเข้ามาในไทย

    ชื่อนี้ก็น่าจะได้มาจากคำอะไรสักคำที่มีเค้ามาจากแขก

    แต่จะเป็นเปอร์เชียหรืออินเดีย นั้นต้องค้นคว้าต่อไป



ความคิดเห็นที่ 21

ครูไผ่ vcharkarn vteam
11 ก.พ. 2549 15:55





  1. ที่คุณ Nuchana ตั้งข้อสังเกตในความเห็นที่ 16


    แล้วสงสัยว่า


    "ทำไม pa ที่พยางค์แรกของ panir หรือ paneer จึงถูกลดรูปลงล่ะคะ"





    ดิฉันขอสันนิษฐานต่อไปว่า


    คำนี้อาจจะเข้ามาในประเทศไทย โดยเข้ามาทางตอนใต้ของประเทศไทยก็ได้ เพราะทางใต้ของไทยมีแขกเยอะ


    อาหารแขกใช้เนย เช่น "โรตี"


    และภาษาพูดของคนไทยใต้มักลดพยางค์หน้า เช่น


    ขนม ลดเหลือ หนม


    ตะวัน ลดเหลือ วัน


    ตลาด ลดเหลือ หลาด


    ทุเรียน ลดเหลือ เรียน


    มะพร้าว ลดเหลือ พร้าว


    สนุก ลดเหลือ หนุก


    สบาย ลดเหลือ บาย


    ฯลฯ





    ส่วนภาษาจีนเรียก "นม" ว่า หน่าย (ภาษาจีนกลาง)


    และเรียก "เนย" ว่า หน่ายอิ๋ว (อิ๋ว แปลว่า น้ำมัน)


    เขียนดังนี้


    คำทางซ้ายอ่านว่า หน่าย คำทางขวา อ่านว่า อิ๋ว





ความคิดเห็นที่ 34

Hotacunus
24 ก.พ. 2549 03:13
  1. ได้คำเขมรมาครับ แต่ดูเหมือนจะเป็นคำทับศัพท์จากภาษาฝรั่งเศสมากกว่าครับ



    บัร (เบ็อะรฺ ? ไม่รู้อ่านถูกหรือเปล่า อิอิ) = เนย



    ผมเข้าใจว่ามาจาก beurre (เบอรฺร์) ของภาษาฝรั่งเศสครับ



    ส่วนน้ำมันนั้น เขมรว่า เบฺรง (ตรงกับคำไทยว่า เปรียง)



    ไขมัน เขมรว่า ขฺลาญ่ (อ่าน คลัง)

    นม เขมรว่า เฎาะ (อ่าน เด็าะ)



    ที่มา : พจนานุกรมไทย-เขมร โดย กาญจนา นาคสกุล



ความคิดเห็นที่ 15

นิลกังขา vcharkarn veditor
1 ก.พ. 2549 14:43
  1. กระทู้นี้สนุกดีครับ



    ผมเชื่อเช่นกันว่า ไทยเรารับเนยมาจากแขกก่อนแน่นอน ก่อนจะรู้จักคุ้นเคยกับฝรั่ง ซึ่งกินเนยเหมือนกัน



    ที่สันนิษฐานว่า "เนย" มาจากคำภาษาบาลี ซึ่งมาทางอนุทวีปอินเดียนั้นก็น่าคิด



    แต่ผมก็เห็นด้วยกับคุณเทาชมพูว่า แขกเพื่อนเราอีกเผ่าหนึ่ง หรือสองเผ่า ซึ่งคบค้ากับไทยเรากันมานานเหมือนที่เราคบกับอินเดีย คืออาหรับและเปอร์เซีย (อิหร่าน) ดังนั้น น่าจะเช็คว่าคนอิหร่านเขากินเนยหรือไขสัตว์ชนิดคล้ายๆ กันนี้บ้างไหม ถ้ากิน เขาเรียกว่าอะไรในภาษาอารบิกหรือเปอร์เซีย ใจผมนึกว่าถ้าลองค้นว่า คนอิหร่านเรียกเนยว่ายังไงในภาษาเปอร์เซียด้วย อาจจะเจออะไรสนุกๆ


    แต่ทั้งนี้ ตัวผมก็ไม่รู้ภาษาเปอร์เซียเหมือนกันแหละครับ แฮ่ะๆ- รู้แต่ว่า คำว่า กุหลาบ และ องุ่น มาจากภาษาเปอร์เซีย เท่านั้นแหละครับ



ความคิดเห็นที่ 22

นิลกังขา vcharkarn veditor
11 ก.พ. 2549 16:37
  1. ที่คุณครูไผ่ว่ามา ก็น่าคิดครับ



    ทั้งสมมติฐานว่าด้วยการตัดพยางค์หน้าของคนปักษ์ใต้ และอีกอัน ซึ่งคุณครูไม่ได้ว่าเองแต่ผมขอตั้งให้เป็นสมมติฐานที่สอง คือ คำเรียกชื่อเนยในภาษาจีนกลาง



    ภาษาจีนกลางเรียกชื่อเนยว่า "น้ำมันนม" ซึ่งผมเองออกเสียง อาจจะเพี้ยนสำเนียงไปจากคุณครูบ้างเล็กน้อย แต่คือคำเดียวกันกับคุณครูไผ่แหละ ว่า ไหน่โหยว

    ผมเลยสงสัยว่า ไหน่โหยว หรือ ไหน่ อิ๋ว นี่ จะกลายมาเป็น เนย ได้ไหม?



    ภาษาแต้จิ๋วผมไม่สันทัด แต่เข้าใจว่าเรียกว่า หนีอิ้ว ? แล้วหนีอิ้วหรือคำอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นภาษาแต้จิ๋วเรียกเนยนั้น จะกลายมาเป็นคำว่า "เนย" ได้ไหม?



    ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็แปลกดี คือ ตัวสิ่งของ คือเนยนั้น ไทยเราได้มาจากแขก (ก่อนจะได้จากฝรั่ง) แต่ชื่อของมัน เรากลับได้จากจีน



    เป็นเพียงสมมติฐานคิดกันเล่นๆ ครับ



ความคิดเห็นที่ 32

Hotacunus
16 ก.พ. 2549 00:32
  1. ตอนนี้ ข้อมูลใกล้มือครับ อิอิ หามาเพิ่มให้อีกครับ



    เนย

    มอญ : กฺลอญซะวอ.ฮ (แปลว่า น้ำมันใส)



    แต้จิ๋ว : หนีอิ๊ว, กวางตุ้ง : ไหนเหยา, จีนกลาง : ไหน่โหยว

    (คำจีน เทียบ น้ำมันนม หรือ ไขมันจากนม)



    อันที่จริงถ้าเทียบเฉพาะเสียงว่า "เนย" กับ "ไหน่" ก็น่าสนใจเหมือนกันครับ แต่ติดอยู่ที่ว่า "ไหน่" นี้ เป็นสำเนียงจีนกลาง ซึ่งเป็นไปได้ยากครับว่า คำสำเนียงจีนกลางจะมีอิทธิพลในคำไทย เพราะว่าคำยืมที่มาจากภาษาจีนของเรานั้น ส่วนมากจะมาจากสำเนียง "แต้จิ๋ว" รองลงมาคงเป็น ฮกเกี้ยน และกวางตุ้ง เพราะคนจีนส่วนใหญ่ที่เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่อยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ จะเป็นคนจีนทางใต้ ดังนั้น คำจีนในภาษาไทยจึงมาจากสำเนียงใต้ครับ (แต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน กวางตุ้ง)



    ถ้าเช่นนั้นคำว่า "หนีอิ๊ว" ซึ่งเป็นสำเนียงแต้จิ๋วก็น่าสนใจครับ ถ้าออกเร็วๆ ก็อาจได้ยินเป็น "หนิว" แต่อย่างไรก็ตาม อย่างคำว่า "ซีอิ๊ว" เราก็รักษาเสียงไว้ได้ ไม่ได้อ่านว่า "ซิ่ว" หรือ ตัดคำเป็น "ซี"



    ผมก็คงเห็นคล้ายๆ คุณเทาชมพูครับ ว่าน่าจะกร่อนมาจากคำแขก แต่ตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าแขกพวกไหน อิอิ



ความคิดเห็นที่ 16

Nuchana
1 ก.พ. 2549 19:01
  1. พวกเราก็เก่งกันพอดูนะคะ ที่สามารถช่วยกัน nail down ลงมา จนคลำพบต้นตอของคำว่าเนยได้

    ลองดูภาษาฟาร์สิ (Farsi language) ที่เป็นภาษาหลักของชาวเปอร์เซีย เรียกเนยได้ใกล้เคียง

    กับภาษาอินตาละเดียและภาษาไทยมาก



    ฟาร์สิ.........panir

    อินเดีย.......paneer



    ดังนั้น เนย ที่ใช้ในภาษาไทยคงมาจากสองภาษานี้แน่ๆ ถึงไม่ใช่ก็น่าจะใกล้เคียง

    (แล้วทำไม pa ที่พยางค์แรกจึงถูกลดรูปลงล่ะคะ)



ความคิดเห็นที่ 18

Nuchana
1 ก.พ. 2549 23:48
  1. ...Paneer (sometimes spelled Panir or Paner), is the Persian word for "cheese".

    Paneer is known in North India and Pakistan by the same name; however, in Bengal

    it is known by the name "Chhena" and in south India, by names derived from "Panneer" and "Channa".

    ***

    นี่แสดงว่า Panir and Paneer ใช้ทดแทนกันได้ แสดงว่าทั้งภาษาอินเดียและฟาร์สี ละม้ายกันมาก



ความคิดเห็นที่ 25

Nuchana
11 ก.พ. 2549 20:07


  1. เพิ่มเติมจากอีกหลายแหล่ง กล่าวพ้องกันว่าคำว่า “butter” ชาวกรีก รับมาจากพวก

    เผ่า Scythian ( ซิเหรี่ยน) ซึ่งเป็นเผ่าเร่ร่อนในเอเซียต่อยุโรป และพูดภาษาตระกูลอินโดอารยัน

    ชนเผ่านี้เดิมดื่มนมแกะ นมแพะ และนมจามรี จากการเลี้ยงสัตว์แบบเร่ร่อน รู้จักทำเนยและชีสมา

    ตั้งแต่ 2000 ปีก่อนคริตกาล ต่อมาในช่วง 700 ปี ก่อนคริสตกาล ได้ติดต่อค้าขายกับกรีก

    จึงได้ถ่ายทอดการทำเนยให้กับชาวกรีก



    What is the history of the English word butter?

    Old English took the word as butere from Latin butyrum. The Romans adopted

    their word from Greek bouturon, and other German languages have very similar

    cognates (German butter and Dutch boter, to name two). For some time etymologists

    suggested that bouturon came from bous "cow" (related to English cow)

    and turos "cheese". However, now many scholars are suggesting that the Greek word

    is not so easily dissected and that it may have been a borrowed word from the Scythians.

    Apparently, early forms of the word in Greek don't match the bous + turos formula.



    The Scythians were a nomadic people who wandered through Asia and eastern Europe,

    and the Greek historian Herodotus wrote that the Scythians so loved butter that

    they had blind slaves churn it so that they would not be distracted from their important work.

    It may have been the Scythians who introduced butter to the Greeks; hence the suggestion that

    the Greek word was borrowed from these nomads.



    One etymologist notes that the previous Old English word for butter was smeoru,

    which gave English smear. However, smeoru actually appears to have referred more to

    "oil", "grease", or "lard".



    Another related word, via Danish, is smorgasbord. In modern Greek turos turns up

    in tiropita "cheese bread" and English has borrowed it to form tyrosine, a substance found

    in cheese. Another English word that is related to bouturos is butyric as in butyric acid,

    the chemical that makes old socks smell so bad and rind-washed cheeses taste so good.


    http://www.takeourword.com/TOW122/page2.html



    -Traditional butter making in the Paletine, from March 1914 National Geographic Magazine

    .




ความคิดเห็นที่ 28

Nuchana
13 ก.พ. 2549 17:52
  1. เอ..เกิดอะไรขึ้นกับ ค.ห. 27 เหรอคะ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น