คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
ครูคือใคร
โพสต์เมื่อ: 06:32 วันที่ 16 ม.ค. 2549         ชมแล้ว: 20,172 ตอบแล้ว: 35
ใครคือครู ครูคือใครให้โลกรู้
ครูคือผู้อบรมบ่มนิสสัย
ครูคือผู้สรรค์สร้างสังคมไทย
คือผู้ให้ความรู้คู่คุณธรรม
ครูผู้ให้ไฟสว่างทางความคิด
ครูนำจิตศิษย์ให้ไม่ถลำ
สู่ห้วงเหวความชั่วช้าบ้าระยำ
ครูชี้นำวิญญาณผ่านอบาย
ใครคือครู ครูคือใครขอให้รู้
ไม่เคยหลู่ลบใครให้เสียหาย
ครูคือครูผู้ยังเป็นลูกผู้ชาย
ผู้มั่นหมายยังอยากฝากความดี
ครูจะอยู่ตรงไหนไม่สำคัญ
ขอยึดมั่นกติกาและหน้าที่
ขอจรรโลงคุณธรรมนำความดี
สมศักดิ์ศรี ปูชนียบุคคล

จิตแผ้ว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 32 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 16 ม.ค. 2550 (07:06)
คุณครู เสมอ กลิ่นหอม คุณครูเสมอ กลิ่นหอม คุณครูเสมอ กลิ่หอม


ขุน รำยอง ขุน รำยอง ขุน รำยอง
จิตแผ้ว/jormjai69@hotmail.com (IP:203.113.51.164)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 16 ม.ค. 2550 (07:28)
วันนี้ วันครู ผู้เขียน มีข้อผิดพลาด ในการ พิมพ์ข้อมูลข่าวสารมากพอดู ขอโปรดจงให้อภัย
ผิดเป็นครู สัญญาว่า จะมีสติมากขึ้น
จิตแผ้ว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 16 ม.ค. 2550 (12:33)
วันครูปีนี้ ขอให้บอกเตือนใจของเราว่า

เป็นครูของตัวเราเองให้ได้เสียก่อน ก่อนที่จะทำหน้าที่ครู

ในระดับที่เป็นเพื่อนกัน ก็ให้เป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน


และไม่ลืมระลึกถึงคุณของครูที่เคยสอน บอกชี้แนะสิ่งที่ดีให้กับเรา
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1651 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 314 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 20 ม.ค. 2550 (15:27)
ครูกับทฤษฎีพหุปัญญา( Theory of Multiple Intelligences )
การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 นั้น เห็นได้ว่ามุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้สามารถเรียนรู้พัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุด การจัดการเรียนการสอนบทบาทของครูเปลี่ยนจากการเป็นผู้ถ่ายทอดเนื้อหาวิชามาเป็นผู้กระตุ้นผู้เรียนให้กำลังใจ ให้คำแนะนำ เรียนรู้ไปพร้อมกับผู้เรียนในบางเรื่องที่เป็นความรู้ใหม่ๆ สนับสนุนส่งเสริมผู้เรียนให้แสวงหาความรู้จากสื่อและแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ และให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้เรียนเพื่อนำไปสร้างสรรค์ความรู้ของตนได้รับการพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ชุมชน และสังคม แม้ว่าผู้เรียนจะมีความแตกต่างกันก็ตาม ดังนั้น การจัดการเรียนที่ดีต้องมุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนา ทั้งด้าน ร่างกาย ด้านสติปัญญา ด้านอารมณ์ และสังคมเป็นสำคัญ แต่ผู้สอนก็มีความสำคัญมีบทบาทมากขึ้น ผู้สอนต้องเป็นคนเก่ง มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในสาขาที่สอนจึงจะสามารถแนะนำผู้เรียนได้อย่างถูกต้อง ด้วยกระบวนการที่มากมายหลากหลายวิธี สุดแต่ครูผู้สอนจะพิจารณานำมาใช้ให้เหมาะสมกับเนื้อหา สาระ จุดประสงค์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน โดยคำนึงอยู่เสมอว่าจะจัดการเรียนการสอนอย่างไร จึงจะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง ไม่เรียนเพื่อรู้แต่เพียงอย่างเดียว ครูผู้สอนควรศึกษาและหาวิธีการจัดประสบการการณ์ให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริงตลอดเวลาเพราะการศึกษาเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต และสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้

เมื่อการศึกษาจำเป็นต้องปฏิรูปใหม่ ปัจจัยที่จำเป็นอย่างยิ่งคือวิทยาการหรือนวัตกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งครูเป็นกลุ่มนักพัฒนาการศึกษาที่ต้องได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือทางวิชาการมากที่สุด เพื่อใช้ในการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จนนำไปสู่นำไปสู่การพัฒนาที่ก้าวหน้า โดยเฉพาะการบูรณาการพหุปัญญา กับรูปแบบการเรียนรู้ เพื่อการพัฒนาหลักสูตร พัฒนาการเรียนการสอนและทำแผนการประเมินผล อันเป็นการจัดการเรียนรู้แบบองค์รวม ซึ่งสนองตอบรูปแบบการเรียนรู้และความแตกต่างกันของผู้เรียน ช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ ค้นพบความสามารถที่ตนมีอยู่ และรู้จักใช้วิธีเรียนรู้ตามความถนัดของตนเอง เนื้อหาเช่นนี้นับว่าเป็นประโยชน์ยิ่งต่อการจัดการเรียนการสอนของครูเพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการเรียนรู้ ดังนั้นครูคือปัจจัยสำคัญในความสำเร็จตามกระบวนการและกิจกรรมการเรียนรู้จึงควรนำทฤษฎีรูปแบบการเรียนรู้และทฤษฎีพหุปัญญามาประสานกัน เพื่อสนองความต้องการของผู้เรียนจนเกิดปัญญา พหุปัญญา เช่นผู้เรียนที่มีรูปแบบการเรียนรู้ด้วยประสาทสัมผัสมักจะเป็นผู้เรียนที่มีปัญญาด้านร่างกาย-เคลื่อนไหว ผู้เรียนที่มีรูปแบบการเรียนรู้ด้วยความคิดมักจะเป็นผู้มีปัญญาด้านตรรกะ-คณิตศาสตร์ และผู้เรียนที่มีรูปแบบการเรียนรู้ด้วยความรู้สึกมักจะเป็นผู้ที่มีปัญญาด้านมนุษย์สัมพันธ์และด้านตนเอง (Silver & Strong, อ้างถึงใน กรมวิชาการ, 2546, หน้า 6 ) พหุปัญญาตามแบบงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด คือ ปัญญาด้านคำพูด-ภาษา ปัญญาด้านตรรกะ-คณิตศาสตร์ ปัญญาด้านมนุษยสัมพันธ์ ปัญญาด้านมิติ ปัญญาด้านธรรมชาติวิทยา ปัญญาด้านดนตรี ปัญญาด้านเข้าใจตน ปัญญาด้านธรรมชาติ งานวิจัยทางสมองระบุว่า การเรียนรู้เป็นภาวะธรรมชาติ การศึกษาเรื่องใหม่ ได้รู้สิ่งใหม่ๆ และการเชื่อมโยงเรื่องที่รู้ สามารถกระตุ้นสมองอันทำให้เกิดความสุข สนุก เพราะฉะนั้น ในการเปลี่ยนแปลงนำสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในวิชาชีพถ้าเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อสักว่าให้มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีการตื่นเต้นสนุกสนานกับสิ่งใหม่ก็แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนำสิ่งใหม่เข้ามานั้น อาจจะไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาการไปในทางบวกเลย รูปแบบการเรียนรู้และพหุปัญญาจะต้องทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ตื่นเต้น น่าเรียน การนำรูปแบบพหุปัญญาไปใช้ในการทดสอบประเมินผล ซึ่งปรากฏว่าเป็นที่พอใจทั้งครูและนักเรียน ซึ่ง การบูรณาการพหุปัญญาและรูปแบบการเรียนรู้ในการเรียนการสอน ก็ได้รับรายงานจากครูผู้สอนว่าช่วยให้นักเรียนมีโอกาสแสดงตนและพบความสามารถพิเศษที่ซ่อนเร้นอยู่ ทำให้นักเรียนรู้สึกว่าตนมีความสำเร็จ และได้พัฒนาศักยภาพของตนได้เต็มที่ อริสโตเติล กล่าวว่า “การเรียนรู้เป็นความสุขโดยธรรมชาติ ซึ่งมิได้จำกัดอยู่ที่นักปราชญ์เท่านั้นแต่เป็นสิ่งที่ทุกคนมีโอกาสที่จะมีความสุขจากการเรียนรู้” (กรมวิชาการ, 2546, หน้า 130) เบนจามิน แฟรงคิน(Benjamin Franklin) กล่าวว่า“อย่าปิดบังความสามารถของท่าน เพราะความสามารถเหล่านั้นสร้างขึ้นมาเพื่อให้นำไปใช้ นาฬิกาแดดจะมีประโยชน์ใช้ดูเวลาได้อย่างไรถ้าอยู่ในร่ม” ( กรมวิชาการ, 2546, หน้า 12 ) ขงจื้อ กล่าวว่า “การศึกษาที่ไร้ความคิดก็เป็นการเสียแรงเปล่า” ( ชาติ แจ่มนุช, 2545, หน้า 7 ) เราทุกคนมีการรับรู้มาได้จากสองทางคือ หนึ่งจากผัสสะ สองจากญาณหยั่งรู้ ผัสสะคือการรับรู้จากสัมผัสทั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ส่วนญาณหยั่งรู้จะมีลักษณะเป็นนามธรรมมากกว่าผัสสะญาณหยั่งรู้เรียกอีกอย่างว่าใจเมื่อสองอย่างรวมกันเรียกว่าสัมผัสทั้ง 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ โดยที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านสัมผัสทั้ง 6 ย่อมเกิดปัญญา ครูต้องสอนเพื่อสร้างปัญญาให้เกิดขึ้นกับตัวผู้เรียน พูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา ได้ระบุว่าปัญญาประกอบไปด้วย 1.ระดับการคิด คิดแบบชั้นเดียวไปจนถึงคิดแบบต่อเนื่องหลายแง่หลายมุม 2.ตัวความรู้ ได้แก่ความรู้ระดับแคบๆ จุดเดียว เรื่องเดียว ไปจนถึงภาพรวม ภาพใหญ่ทุกองค์ประกอบ เรียกว่า พหุปัญญา และ 3.ระดับผลที่บรรลุ เริ่มจากผลที่ได้จากการฟัง ท่อง เรียกว่า จำได้ ผลจากการคิด ผลจากการลงมือปฏิบัติ และผลที่ได้จากการปฏิบัติแล้วเรียกว่าผลกระทบ ผลต่อเนื่อง ความซับซ้อนของปัญญานี้เป็นแก่นความเชื่อที่ต้องสร้างขึ้นในตัวครูทุกคน เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง พัฒนาการเรียนรู้จนเป็นผลการพัฒนาผู้เรียนในท้ายที่สุด ซึ่งเป็นความหวังของการปฏิรูปการศึกษา การสอนที่จะให้ผู้เรียนบรรลุปัญญา จึงต้องสอนไปถึงความรู้ที่ผู้เรียนสัมผัสได้ด้วยตนเอง ความภาคภูมิใจ ความชื่นชม การมีเกียรติภูมิ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยการฟัง การยืมความสำเร็จของคนอื่นมาใช้ความสำเร็จของผู้อื่นมา เรียนรู้ได้แค่เพียงระดับยินดี มีอารมณ์ร่วม เห็นใจผู้อื่น แต่ความภูมิใจตนเอง การรู้จักตนเอง การมีเกียรติภูมิในตนเอง จะเกิดขึ้นมิได้จนกว่าบุคคลนั้นจะบรรลุผลสำเร็จในการทำงานแล้วเป็นงานที่มีผลกระทบ ทำให้ผู้อื่นเป็นสุข ทำให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์ ได้รับผลทางบวกมาแล้ว จึงจะถือได้ว่า เกิดปัญญาที่ทำได้จริง ความรู้ทะลุปรุโปร่งเห็นแจ้งในผลที่บรรลุแล้วทุกแง่ทุกมุม ทุกกาลเวลา ทุกเทศะในจักรวาล ความรู้ทั้งหลายจึงขึ้นอยู่กับสภาวะ เราเห็นได้เท่านี้ คิดได้เท่านี้ ก็มีคำตอบเท่านี้ ถ้าเรามีเครื่องมือทำให้เห็นมากกว่านี้ คิดได้หลายด้านมากกว่านี้ ลงมือทำสำเร็จได้มากกว่านี้ ความรู้ที่เรานำเสนอออกมาก็จะมากกว่านี้ ละเอียดกว่านี้ ลึกซึ้งกว่านี้ ทำให้ความรู้เดิมไม่แน่นอนมากกว่าเดิม เปลี่ยนแปลงไปมากกว่าเดิม ความสุขความทุกข์ก็เปลี่ยนไปจากเดิม จึงเป็นสิ่งที่ไม่คงตัวถาวร ความยินดีทั้งหลายจึงมิใช่สิ่งถาวรแต่เราต้องรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงใดๆ ความรู้จะเปลี่ยนไปในทิศทางใด ความรู้จะเปลี่ยนไปในทิศทางใดอย่างไรเราก็รับภาพใหม่เข้ามาและพร้อมจะเปลี่ยนเป็นภาพใหฒ่ที่ก้าวหน้าขึ้นตลอดเวลา อย่างนี้แหละจึงจะเรียกว่าการพัฒนายั่งยืน เป็นการพัฒนาการศึกษาที่แท้จริง เป็นความรู้ที่แท้จริง เป็นปัญญาแบบรู้แจ้งจริงๆ (พูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา, ม.ป.ป., หน้า 2)

ผลการพัฒนาการศึกษาในช่วงแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติที่ผ่านมาประสบความสำเร็จในการขยายการให้บริการการศึกษาแก่เด็ก แต่มีประเด็นปัญหาหลักที่ต้องเร่งแก้ไขโดยเฉพาะด้านคุณภาพการศึกษาทั้งนี้เพราะกระบวนการเรียนการสอนรวมทั้งการวัดผลไม่เอื้อให้เด็กได้พัฒนาความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ (สกศ., 2539 , หน้า 52 ) ดังนั้นแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540-2544) ได้กำหนดนโยบายการพัฒนาการศึกษาในด้านการปฏิรูปการเรียนการสอนโดยมุ่งปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนให้เอื้อต่อการพัฒนาขีดความสามารถของผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ ตามจุดประสงค์ของแต่ละระดับและประเภทการศึกษา (สกศ., 2539, หน้า 57) จากอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน การจัดกระบวนการเรียนการสอนยังไม่เอื้อต่อการที่จะพัฒนาคนให้มีคุณลักษณะดังกล่าว เนื่องจากวิธีการเรียนการสอนมุ่งเน้นการถ่ายทอดเนื้อหาวิชามากกว่าการเรียนรู้จากสภาพที่เป็นจริงและไม่เน้นกระบวนการที่ให้ผู้เรียนได้พัฒนาในด้านความคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ การแสดงความคิดเห็นและการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ระบบการวัดและประเมินผลการเรียนยังเน้นความจำในเนื้อหาวิชาเป็นส่วนใหญ่ ในปัจจุบันวงการศึกษาจึงหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสามารถของผู้เรียนในการเป็นผู้รอบรู้ มีความสามารถหลายด้านๆ ดังนั้นแนวคิดหนึ่งที่กล่าวมาถึงกันมากในปัจจุบันคือ ทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences Theory) ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับการศึกษาของเฮาวาร์ด การ์ดเนอร์ ( Gardner, 1993 , PP. 1 – 6 ) ที่ได้ศึกษาถึงความหลากหลายทางสติปัญญาและจำแนกสติปัญญาของคนไว้อย่างน้อย 7 ด้าน และได้ตั้งทฤษฏีพหุปัญญา ( Theory of Multiple Intelligences ) ขึ้น ขณะนี้เพิ่มเป็น 8 ด้าน ได้แก่ สติปัญญาด้านภาษา สติปัญญาด้านตรรกะและคณิตศาสตร์ สติปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ สติปัญญาด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว สติปัญญาด้านดนตรี สติปัญญาด้านมนุษยสัมพันธ์ สติปัญญาด้านการเข้าใจตนเอง สติปัญญาด้านความเข้าใจธรรมชาติจึงเป็นการขยายโอกาสให้ได้ค้นพบ “ สติปัญญา “ ด้านใหม่ ๆ ซึ่งต่างจากที่เคยทำกันมาการตระหนักถึงความหลากหลายของสติปัญญาช่วยให้มนุษย์ได้แสดงออกและใช้ประโยชน์จากสติปัญญาของตนเองอย่างเต็มที่ ( คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2541 , หน้า 147 – 148 ) ดังเช่นจากผลการวิจัยของคอร์เบท ( Corbet, 1998 , p. 32 ) พบทฤษฎีพหุปัญญาได้กลายเป็นแหล่งความคิดใหม่ ๆ ทำให้มีความเข้าใจเด็กมากขึ้น ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางหลายอย่างถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ปรับให้การเรียนรู้ง่ายและสนุกสำหรับนักเรียน ฟิเชอร์ ( Fisher, 1997 , p. 97) ได้ศึกษาการสำรวจเป็นรายกรณีโดยอาศัยทฤษฎีของการ์ดเนอร์ พบว่าทฤษฎีนี้มีอิทธิพลในทางที่ดีต่อการพัฒนาหลักสูตรประสานประโยชน์กับการศึกษา และทำงานกับกลุ่มเด็กที่แตกต่างกันและการใช้ทฤษฎีพหุปัญญานั้น ทำให้ผู้สอนสามารถสร้างสรรค์งานและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ได้กับเด็กทุกประเภท ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของเมลโรส( Melrose, 1997 , p. 184 ) พบว่าการเรียนรู้ของเด็กพิการมีการเรียนอย่างมีความหมาย โดยมีความสามารถมากมายและความสามารถพิเศษเหล่านี้สามารถอธิบายได้โดยทฤษฎีของการ์ดเนอร์ ตามความเห็นของ อลัน ชอว์ ( Alan Shaw ) เชื่อว่าเด็กที่ได้รับการสอนด้วยวิธีเดียวหรือแบบเดียวจะเสียโอกาสในการพัฒนา ( คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ 2542 , หน้า 159 ) นอกจากนี้การ์ดเนอร์ ( Gardner , quoted in Cheekley 1997 , pp. 9-10 ) กล่าวว่ามนุษย์เกิดมาพร้อม ๆ กับความสามารถที่หลากหลายแต่ละคนมีความสามารถต่างกันมีความคิดต่างกัน ดังนั้นการจัดการเรียนการสอน จึงให้ความสำคัญและเอื้อต่อความสามารถที่ต่างกันของผู้เรียนด้วยจากทฤษฎีพหุปัญญาที่มุ่งส่งเสริมความสามารถของผู้เรียนในทุกด้าน โดยคำนึงถึงศักยภาพของผู้เรียนที่มีความแตกต่างกัน ความสามารถดังกล่าวได้แก่ ความสามารถด้านภาษา (Verbal/Linguistic Intelligences) ความสามารถในการใช้เหตุผล/การคิดคำนวณ (Logical/Mathematical Intelligences) ความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ (Visual/Spatial Intelligences) ความสามารถด้านดนตรี (Musical/Rhythmic Intelligences) ความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกาย (Body/Kinesthetic Intelligences) ความสามารถด้านมนุษยสัมพันธ์ (Interpersonal Intelligences) ความสามารถในการเข้าใจตนเอง (Intrapersonal Intelligences) และความสามารถในการเข้าใจธรรมชาติ (Naturalist Intelligences) ซึ่งผู้เรียนควรได้รับการกระตุ้นให้เกิดความสามารถในด้านต่างๆ ได้รับการเสริมและพัฒนาความสามารถนั้นตลอดจนได้รับความรู้เพิ่มเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพรวมทั้งมีโอกาสนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน จึงควรมีการศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่มีต่อผลการสอนทฤษฏีพหุปัญญาเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไปปัจจัยที่จำเป็นอย่างยิ่งคือวิทยาการหรือนวัตกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งครูจัดกิจกรรมการสอนเพื่อสร้างปัญญาบูรณาการรูปแบบการเรียนรู้กับพหุปัญญาเป็นปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งที่ผู้สอนและโรงเรียนทุกแห่งเผชิญและแสวงหาทางออกกันอยู่คือ มีวิธีการใดบ้างที่จะทำให้การสอนมีความสอดคล้องและสนับสนุนให้ผู้เรียนทุกคนได้เรียนรู้อย่างประสบความสำเร็จ การบูรณาการรูปแบบการเรียนรู้และการพัฒนาผู้เรียนด้วยทฤษฎีพหุปัญญาเป็นวิธีทางที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผลต่อไป
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2380 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 22 ม.ค. 2550 (11:51)
ครูที่สอนดิฉันมา ไม่ว่าครูจะเป็นอย่างไร ดิฉันก็ยังเคารพคุณครู เพราะทุกคำที่ครูสอน นั้นมีคุณค่า ทั้งความรู้ ปัญญา หรือว่าอะไรควรอะไรไม่ควร อะไรผิดอะไรถูก
วันนี้ดิฉันเป็นครู ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นครูที่ดีหรือยัง แต่ก็พยายามจะเป็นครูที่ดี ค่ะ
ครูนก เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 4 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 23 ม.ค. 2550 (16:16)
บทบาทครูในส่วนที่เกี่ยวข้องการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้
“.....ถ้าครูไม่ห่วงประโยชน์ที่จะห่วง หันไปห่วงอำนาจ ห่วงตำแหน่ง ห่วงสิทธิ์ และห่วงรายได้กันมากเข้าๆแล้วจะเอาจิตใจที่ไหนมาห่วงความรู้ ความดี ความเจริญของเด็ก ความห่วงในสิ่งเหล่านั้น ก็จะค่อยๆ บั้นทอนทำลายความเป็นครูไปจนหมดสิ้น จะไม่มีอะไรที่เหลือไว้พอที่จะตัวเองจะภาคภูมิใจหรือผูกใจใครไว้ได้ ความเป็นครูก็จะไม่มีค่าเหลืออยู่ให้เคารพบูชาอีกต่อไป......” (พระราชดำรัสพระราชทานแก่ครูอาวุโส ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน 21 ตุลาคม 2521) (สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา, 2541, หน้า 40)
กระทรวงศึกษาธิการได้ระบุว่าบทบาทของครูในอนาคตดังนี้
1. ต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ถ่ายทอดความรู้มาเป็นผู้ยั่วยุให้เด็กโต้ตอบแสวงหาความรู้มากกว่าการบอกให้จด ให้ทำ
2. เป็นผู้ให้ความรู้ ผู้ให้เครื่องมือในการแสวงหาความรู้และเป็นผู้จุดไฟแห่งการเรียนรู้
3. ต้องเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการเข้าถึงแหล่งความรู้ใหม่
4. ต้องเชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ เพื่อถอดรหัสความรู้ติดตามความก้าวหน้าในเทคนิควิธีสอนต่างๆ
5. ต้องเป็นนักจิตวิทยาการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเด็ก
6. ต้องเป็น Media Specialist ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศใช้โปรแกรมสำเร็จรูป( การปฏิรูปการเรียนรู้ของกระทรวงศึกษาธิการ , 2543 , หน้า 4 )

สุพล ทิมอ่ำ (ม.ป.ป. , หน้า 17 ) ได้กล่าวถึงบทบาทครูในการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญว่า บทบาทครูในการจัดการเรียนการสอนที่เน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรมีดังนี้
1. บทบาทครูของนักวางแผนและนักจัดการ ครูควรจะวางแผน และจัดการเพื่อให้เกิดสิ่งที่ต้องการ ครูต้องประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์การสอน เช่น ทฤษฎีการเรียนรู้พัฒนาการเด็ก เทคนิควิธีสอน งานวิจัน วิธีการหรือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และการวางแผนบริหารชั้นเรียนเพื่อนำมาใช้ในการเตรียมการสอน วางแผนการเรียนรู้ และจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน
2. บทบาทของผู้อำนวยความสะดวก เพื่อการพัฒนาของแต่ละบุคคล ได้แก่ ช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามความต้องการ ความถนัด ความแตกต่างระหว่างบุคคล เป็นผู้คอยสังเกต กระตุ้น ยั่วยุให้เด็กเกิดความสนใจอยากเรียนรู้ คอยอำนวยความสะดวกให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสถานที่ สื่อ เครื่องมือ แหล่งเรียนรู้ และวิธีการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน ตลอดจนแนะนำการค้นพบความรู้ด้วยตนเองให้ได้
3. บทบาทของตัวกลางของการมีมนุษย์สัมพันธ์ ได้แก่ การที่ครูได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ทั้งระหว่างครูกับผู้เรียน และระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมทางสังคมที่ดีในหมู่ผู้เรียน ชี้แนะนำเสนอหรือสร้างค่านิยมที่ถูกต้องดีงามเพื่อให้เป็นแนวทางในการประพฤติตนของผู้เรียน
4. บทบาทในการเป็นกัลยามิตรกับผู้เรียน กล่าวคือ ครูจะต้องปฏิบัติให้เป็น
กัลยามิตรธรรม 7 ประการ คือ
1. ปิโย น่ารัก คือ เข้าถึงจิตใจ สนิทสนม เป็นกันเอง ชวนให้ผู้เรียน อยากปรึกษา
2. ครุ น่าเคารพ คือ มีความประพฤติสมควรแก่ฐานะ ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจ เป็นที่พึ่งได้และปลอดภัย
3. ภาวนีโย น่าเจริญ คือ มีความรู้จริง พัฒนาตนเองอู่เสมอ เป็นที่น่ายกย่องและเอาเป็นแบบอย่าง ทำให้ศิษย์รำลึกถึงด้วยความซาบซึ้งและภาคภูมิใจ
4. วัตตา รู้จักพูดให้ได้ผล คือ รู้จักชี้แจงให้เข้าใจ คอยแนะนำ ว่ากล่าวตักเตือน เป็นที่ปรึกษาที่ดี
5. วจนักขะโม อดทนต่อถ้อยคำ คือ พร้อมที่จะรับฟังคำปรึกษา ซักถาม
และวิพากษ์วิจารณ์
6. คัมภีร์รัญจะ กะลังกิตตา แถลงเรื่องล้ำลึก คือสามารถชี้แจงอธิบายเรื่องยากให้เข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง
7. โนจีฎฐาน ปิโยชะเย ไม่ชักนำในฐาน คือ ไม่ชักจูงไปในทางเสื่อม

ดังนั้น การจัดการการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนสำคัญที่สุด ต้องเน้นคุณภาพผลการเรียนรู้ของผู้เรียน และผลงานของครู ในการออกแบบการเรียนรู้ควบคู่กันไป
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2380 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 31 พ.ค. 2550 (19:17)
ถึง ครูชิต บทความมีประโยชน์มากเลยครับ ถ้าครูมีเวลาเต็มที่จะสามารถนำแนวความคิดเช่นนี้มาเตรียมการ และเชื่อมโยงเพื่อพัฒนานนักเรียน แต่ทั้งนี้ควรเอางานเหล่านี้ออกจากชีวิตครู
1.งานธุรการ การเงิน พัสดุ
2.งานฝ่ายบริหาร
3.งานนโยบาย 3 งานนนี้ก็ช่วงชิง เวลาสอน เวลาเรียนของเด็ก เกือบครึ่งแล้ว

ที่โรงเรียนเป็นอย่างนี้จริงๆ

ปล. ถึงแม้เด็กบางครนจะมีม่านอวิชชา มากมาย แต่ถ้ามีเวลาทุ่มเต็มที่ เด็กย่อมได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นได้
ครู กทม (IP:58.9.174.38)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 26 ก.ย. 2550 (12:52)
ถึงครูที่เคารพ อย่ามองครูว่าเป็นอย่างไร จงมองว่าครูท่านให้อะไรดีกว่า ครูของฉันทำทุกอย่าเพื่อเป็นต้นแบบที่ดีของฉัน เชื่อไหมว่าครูของฉันล้างห้องน้ำให้นักเรียนใช้ จนวันหนึ่งความดีของครูปรากฎขึ้นมา สิ่งที่ครูของฉันตั้งใจไว้นักเรียนทุกคนช่วยกันล้างห้องน้ำเอง
J-orapan49@sanook.com (IP:58.137.29.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 27 ก.ย. 2550 (08:12)

ไม่ควรไปพึงหวังว่าครูจะต้องดีอย่างนั้นดีอย่างนี้

ในทำนองเดียวกัน ก็ไม่ควรไปพึงหวังว่านักเรียนจะต้องทำตัวดีอย่างนั้นอย่างนี้

แต่ให้ช่วยกันสร้างระบบ สร้างเหตุ สร้างปัจจัย ที่จะทำให้ทั้งครูและนักเรียน ได้กระทำความดีร่วมกัน

เป็นภาพสะท้อนของกันและกัน ด้วยความรักและความเข้าใจ ด้วยการให้และแบ่งปัน และด้วยความรับผิดชอบร่วมกัน

MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1651 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 314 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 13 ม.ค. 2551 (22:53)
ครูที่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กยังมีให้เห็นไหม
การคัดสรรครูดีเด่นแต่ละปีใช้เกณฑ์ที่เด็กและครูด้วยกันยอมรับได้ไหมอย่าให้คนเราต้องไปฝืนแสแสร้งแสดงความยินดีกับคนที่ไม่มีค่า เพราะผู้บริหารพอใจเสนอชื่อมาและครุดีเด่นเร่งทำเอกสารรายงานเท็จขึ้นมา
สงสารประเทศชาติ
fong-96@hotmail.com (IP:203.113.76.71)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 15 ม.ค. 2551 (16:51)
อยากได้ที่เป็นภาษาอังกฤษนะค่ะ คัยมีช่วยหน่อยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
pik (IP:125.26.122.83)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 20 ม.ค. 2551 (14:45)
ปัจจุบันคงหาครูที่ทุ่มเทให้กับการเรียนการสอนและอาชีพนั้นยากนัก ส่วนใหญ่ทำไปเพราะขั้นเงินเดือน ( พูดตรง ๆนะ ) พอเงินเดือนตันก็เริ่มทำกระดาษส่งเพื่อขอเลื่อนขั้นเงินเดือนโดยอาศัยนักเรียนเป็นตัวช่วย แล้วมันจะเจริญได้อย่างไร หากเราช่วยกันพัฒนาให้ดีขึ้นไม่เห็นแก่อามิสสินจ้าง อะไร ๆที่ดี ๆก็จะตามมาเอง ให้ยึดพระราชดำรัสขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเป็นแนวทาง
อินทรชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 29 ม.ค. 2551 (16:02)
ครูทําเพื่อนักเรียนทุกอย่างครูคือคนดีของผม
win5111@yahoo.co.th (IP:203.170.166.76)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 13 เม.ย. 2551 (17:10)
<P>พ่อแม่คือครูคนแรกของลูก</P>
<P>ครูตั้งแต่อนุบาลหัดจับมือเราให้เขียนอ่านตั้งแต่เด็ก จนถึงครูอาจารย์ในมหาวิทยาลัยล้วนแล้วแต่มีพระคุณ ช่วยอบรมขัดเกลาให้วิชาความรู้ได้เลี้ยงชีพจนถึงทุกวัน ผมได้ดีมียศฐาบรรดาศักดิ์ทุกวันนี้ก็ด้วยมีครู ใครดูหมิ่นครูอาจารย์ผู้สอนให้หัดเขียนอ่าน และให้วิชาความรู้ มันผู้นั้นได้ชื่อว่า เนรคุณ</P>
จ่าหมี (IP:203.172.109.187)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 8 พ.ค. 2551 (05:46)
ไว้อาลัยแด่ ผอ.พงษ์พัฒน์ ธีรประเทืองกุล อดีต ผอ.โรงเรียนปัว อ.ปัว จ.น่าน อดีต สส.น่าน

"รู้เคารพกติกาและหน้าที่"
คาถานี้จารึกไปในทุกหน
มั่นสถิต"ศิษย์ม่วงขาว"เราทุกคน
ตราบวายชนม์น้อมรับคำจำใส่ใจ

"ไม่เคารพกฏหมายเหมือนควายไม่มีคอก"
ท่านพร่ำบอกเพื่อรักษ์ธรรม์อันยิ่งใหญ่
"ดื่มนมแทนน้ำ"วัฒนธรรม"ศิวิไลซ์"
เพื่อศิษย์ได้สุขภาพดีมีปัญญา


"เยาวชนรักกีฬาแก้ปัญหาสังคม"
ปักติดร่มคันนี้ศรีสง่า
เพื่อป้องศิษย์โง่เขลาเบาปํญญา
เลิกเสพย์์ยากีฬาช่วยด้วยตนเอง

"มือเหล็กมือสะอาดชาติต้องการ"
แม้นผีมารเลวร้ายไล่ข่มเหง
ผู้บริสุทธฺ์สุกใสใยต้องเกรง
ฟ้าดินเองจักปกป้องคุ้มผองภัย

ชีพดับสูญเมื่อ 18 เมษายน
ปี 51สิ้นขุนพลผู้ยิ่งใหญ่
"นามสิงห์เหนือ"เหลือความดีพลีมอบไว้
ตราตรึงในแผ่นดินตราบสิ้นกาล

หากเมื่อใดไร้แสงแห่งปํญญา
ทั่วโลกหล้ามืดมัวชั่วกัลปาวสาน
มีแสงหนึ่งซึ่งเลอค่าเหลือประมาณ
"คบไฟน่าน"ยังสว่างกลางผองชน
จิตแผ้ว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 8 พ.ค. 2551 (07:08)
ครูคือผู้นำพา
เราเคยรู้จักกัล (IP:222.123.172.7)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 10 พ.ค. 2551 (06:01)
ปัจฉิมโอวาทของ ผอ.พงษ์พัฒน์ ธีรประเทืองกุล ให้ไว้ณ.วันที่ 18กันยา 2532 ท่านคืนลมหายใจสู่ธรรมชาติ 18 เมษา 2551 พระราชทานเพลิงศพ 18 พฤษภา 2551 เรียนเชิญทุกท่านร่วมพิธีหากเป็นไปได้





-ราบเรียบ เร่งรัด ขัดแย้งมีปัญหาแต่ทั้งหมดคืองานที่จะต้องทำ



-หนทางที่จะราบเรียบโรยด้วยดอกกุหลาบย่อมไม่มี การทำงานก็เช่นกัน



-ความเปลี่ยนแปลงของโรงเรียนไม่ได้เป็นไปอย่างฉับพลัน



-จะต้องมีความกล้าหาญทางจริยธรรมเพื่อรักษางานและฝ่าฟันเพื่องาน



-มีความเฉลียวฉลาดที่ตั้งอยู่บนฐานแห่งความขลาดกลัว จึงทำให้เกิดการผุกร่อนทางโครงสร้าง



ลิ้นกับฟันย่อมกระทบกันฉันใดการทำงานร่วมกันก็เช่นเดียวกัน





ท่านเป็นผู้ริเริ่มส่งเสริมให้มีการปลูกป่า มีพุทธวนารามในโรงเรียน หมู่บ้านนักเรียนพัฒนาตัวอย่างให้นักเรียนปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้จัดการบ้านเรือนให้สะอาดน่าอยู่

เลี้ยงหมู โคนม ปลาน้ำ้จืด เลี้ยงแพะ ทอผ้าลายน้ำไหล อีกมากมาย ในโรงเรียน ต้นแบบ ของSBM
จิตแผ้ว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 5 มิ.ย. 2551 (15:43)
ดีๆ อิๆ 555+++
zamuraza@hotmail.com (IP:58.147.44.176)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 6 มิ.ย. 2551 (09:54)
<P>ครู&nbsp; </P>
<P>&nbsp;</P>
<P>&nbsp;</P>
<P>พระคุณ ที่3</P>
<P>&nbsp;</P>
<P>&nbsp;</P>
<P>คับ</P>
sunnylove_sai@hotmail.com (IP:58.147.44.176)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 10 ก.ค. 2551 (21:41)
วันครูปีนี้หนูได้เป็นตัวแทนไหว้คุณครูด้วยค่ะ
nannarak104@gmail.com (IP:125.26.88.205)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.