อินดิเคเตอร์ ขมิ้น อัญชัน

ทำไมกระดาษขมิ้นที่โดนบอแรกซ์ถึงเปลี่ยนเปงสีเขียวอมดำเมื่อเจอเบสค่ะ แล้วอยากทราบว่าสมการเคมีเป็นยังไงค่ะแล้วถ้าเปลี่ยนจากขมิ้นเป็นดอกอัญชันจะเหมือนกานรึป่าวค่ะ ช่วยตอบด้วยนะค่ะ



ความคิดเห็นที่ 119 

ingzacup@hotmail.com (Guest)
10 ส.ค. 2551 20:26
  1. ใจมากคับ eiei ทำข้อสอบได้แว้ว 555+




ความคิดเห็นที่ 120

PK_nop@hotmail.com (Guest)
10 ส.ค. 2551 20:27
  1. ใจมากจ้าๆๆๆๆๆๆๆๆ




ความคิดเห็นที่ 113

thanainun_tow28@hotmail.com (Guest)
17 มิ.ย. 2551 21:10
  1. <P><FONT face="courier new, courier, mono">วิธีทำกระดาษอินดิเคเตอร์ มีอะไรบ้างคับ</FONT></P>

    <P><FONT face="courier new, courier, mono"><BR><FONT size=4>ตอบด้วยน้า</FONT></P></FONT>



ความคิดเห็นที่ 112

kik@f (Guest)
10 มิ.ย. 2551 11:08
  1. ต้นสบู่เลือดสามารถเบาเทาโรคเบาหวานได้จิงป่ะ



ความคิดเห็นที่ 118

นาโน (Guest)
6 ส.ค. 2551 21:26
  1. อะไรที่ทำให้อินดิเคเตอร์ค่ะ



ความคิดเห็นที่ 116

456789๑นะทฟรส.แนท (Guest)
4 ก.ค. 2551 18:38
  1. ถ้าเปลี่ยนจากขมิ้นเปงอัญชันจะไม่มีปฎิกิริยาจร้า



ความคิดเห็นที่ 15

1 (Guest)
26 ส.ค. 2549 19:24
  1. นับเป็นความชาญฉลาดของคนไทย ที่แนวรั้วบ้านมักจะหาพืชมาปลูก ซึ่งนอกจากจะได้ทั้งรั้วบ้านอย่างดีแล้ว ยังเป็นทั้งไม้ประดับ เป็นอาหาร ยา และเครื่องสำอาง ในบรรดาพืชบนแนวรั้วที่มองเห็นจากบ้านเรือนไทยในชนบท จนกระทั่งเรา คุ้นเคยกับสีสันของดอกงดงาม ดอกของอัญชันซึ่งมีสีน้ำเงินเข้มก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น อัญชัน เป็นไม้เถาเลื้อย สามารถเลื้อยไปตามต้นไม้ รั้ว หรือซุ้มต่าง ๆ ได้ดี ดอกคล้ายดอกถั่วทั่วไป เช่น ถั่วลันเตา ถั่วพู ถั่วฝักยาว แต่ดอกอัญชันต่างจากถั่ว อื่น ๆ ที่มีดอกซ้อนด้วย ดอกอัญชันซ้อนจะมีหลายกลีบและดอกใหญ่กว่าดอกชั้นเดียว ดอกอัญชันมี 3 สี คือ สีขาว สีน้ำเงิน และสีม่วง พันธุ์ดอกสีม่วงนั้นบางตำราว่าเกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์ดอกสีขาวกับพันธุ์ดอกสีน้ำเงิน อัญชันที่พบในบ้านเรามีทั้งพันธุ์บ้านที่ผ่านการคัดเลือกให้ดอกใหญ่ ดก สีเข้ม กับพันธุ์ที่ขึ้นเองตามที่รกร้าง ว่างเปล่า ซึ่งเป็นพันธุ์ดอกชั้นเดียว ดอกเล็กและสีไม่เข้ม คนไทยส่วนใหญ่นิยมปลูกอัญชันดอกสีน้ำเงินเข้มกลีบดอกซ้อน ดอกขนาดใหญ่และดก เพราะนอกจากจะ สวยงามแล้ว ยังนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของอัญชันนั้น บางตำราบอกว่าอยู่ที่ประเทศอินเดีย แต่บางตำราว่าอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ แล้วจึงแพร่มาถึงอินเดีย ส่วนในบ้านเมืองเราคงจะรับมาจากประเทศอินเดียอีกทีหนึ่ง และคงจะรับมานานแล้ว เพราะพบในหนังสืออักขรา ภิธานศรับท์ ของหมอปรัดเล พ.ศ.2416 กล่าวถึงอัญชันว่า “อัญชัน” เป็นชื่อเครือเถาวัลอย่างหนึ่ง มันมีดอกเขียวบ้าง ขาวบ้าง ไม่มีกลิ่น อัญชันเป็นพืชล้มลุก ตามธรรมชาติจะงอกจากเมล็ดในฤดูฝน ออกดอกเป็นช่อ ช่อละ 2-4 ดอก เมื่อดอกผสมเกสรเกิดฝักแบนยาว มีเมล็ดอยู่เป็นข้อ ๆ ชอบขึ้นกลางแจ้งที่ได้รับแดดเต็มที่ ปกติอัญชันจะเลื้อยได้ยาวประมาณ 7 เมตร เมื่อถึงฤดูแล้งจะแห้งตายไป แต่หากมีน้ำพอเพียงหรือดูแลอย่างเหมาะสมก็สามารถปลูกและได้ดอกอัญชันตลอดปี สำหรับประโยชน์ของอัญชัน แพทย์แผนไทยใช้อัญชันเป็นยารักษาโรคมาแต่โบราณ เช่น ราก : รสเย็นจืด บำรุงดวงตา ทำให้ตาสว่าง ขับปัสสาวะ แก้ปวดฟัน ทำให้ฟันทน, น้ำคั้นจากใบสดและดอกสด :ใช้หยอดตา แก้ตาอักเสบ ฝ้าฟาง ตาแฉะ มืดมัว, น้ำคั้นจากดอก : ใช้ทาคิ้ว ทาหัว เป็นยาปลูกผม (ขน) ทำให้ผมดกดำเงางาม, สีจากดอกอัญชัน ใช้ทำประโยชน์ได้หลายอย่าง นิยมใช้ดอกสีน้ำเงินใช้ทำสีขนม เช่น ขนมดอกอัญชัน ขนมช่อม่วง ทำน้ำดื่มสมุนไพร ได้น้ำสีม่วงสวย เพราะสีของดอกอัญชันละลายน้ำได้ รวมทั้งสีเปลี่ยนไปตามความเป็นกรดด่าง คล้ายกระดาษลิตมัสที่ใช้ตรวจสอบความเป็นกรดด่างของสารละลาย ดอกอัญชันกินเป็นผักได้ ทั้งจิ้มน้ำพริก สด ๆ หรือชุบแป้งทอด อัญชันเป็นไม้เถาที่ปลูกง่าย แข็งแรง ทนทาน ขึ้นคลุมรั้วและ ซุ้มต่าง ๆ ได้ดี จึงนิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามสถานที่ต่าง ๆ นอกจากนั้นอัญชันเป็นพืชตระกูลถั่ว จึงปลูกคลุมดินเป็นปุ๋ยพืชสดบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ได้ดี ลำต้นและใบสดใช้เป็นอาหารของแพะ แกะได้ ปัจจุบันประชาชนทั่วโลกหันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้น ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่เคยลืมเลือนถูกรื้อฟื้นมาใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่น อัญชันถูกนำมาพัฒนาเป็นสินค้าสมัยใหม่ เช่น แชมพูสระผม และยานวดผมจากดอกอัญชัน (สีน้ำเงิน) กำลังได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยและมีคุณค่ามากขึ้น ซึ่งคุณสมบัติของดอกอัญชันในการรักษาเส้นผมให้ดกดำ ป้องกันผมร่วงและช่วยปลูกผมให้ดกหนาขึ้นนั้น ไม่ด้อยกว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผมชื่อดังราคาแพงจากต่างประเทศที่โหมโฆษณาอย่างหนักทางสื่อต่าง ๆ ในทุกวันนี้เลย หากคนไทยหันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น อัญชันกันให้มากขึ้นแล้ว นอกจากเราจะสามารถทำได้เอง พึ่งตัวเองได้มากขึ้นแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศไทยอยู่รอดอย่างยั่งยืนได้



ความคิดเห็นที่ 117

phurn_124@hotmail.com (Guest)
24 ก.ค. 2551 19:59
  1. อยากทราบว่า สัดส่วนการผสม ของยูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์ มีสัดส่วนอย่างไร



ความคิดเห็นที่ 100

lovely_mai_@hotmail.com (Guest)
13 ม.ค. 2551 17:20
  1. อินดิเคเตอร์จากธรรมชาติมีประโยชน์อย่างไรบ้าง



ความคิดเห็นที่ 12

อรรถชัย (Guest)
7 ก.ค. 2549 16:34
  1. กรด-เบสในธรรมชาติมีครบทุกค่าหรือไม่ ( pH 1-14 ) และเราสามารถทำกระดาษตรวจสอบค่า pH 1-14 ได้ครบไหมครับ ช่วยตอบด่วนครับ.......อยากรู้มากครับ!



ความคิดเห็นที่ 129

sutaneza@hotmail.com (Guest)
24 ต.ค. 2551 20:30

  1. ดอกกล้วยไม้ใช่อินดิเคเตอร์ป่าวอะ




    llsดlสมอ    อิอิ  555+++   




ความคิดเห็นที่ 16

ไร้นาม (Guest)
27 ส.ค. 2549 12:42
  1. อินดิเคเตอร์ที่สกัดได้จากพืชมีอะไรบ้างช่วยบอกทีนะคับ



ความคิดเห็นที่ 111

compurterhouseit@yaoo.com (Guest)
28 เม.ย. 2551 22:46
  1. มีดอกอัญชันสดและแห้งขาย ถ้าต้องการซื้อ โทร. 0850466794 วันเพ็ญ



ความคิดเห็นที่ 133

beeza_loveyou@hotmail.com (Guest)
4 ม.ค. 2552 20:26
  1. การทดลองอินดิเคอร์จากธรรมชาตินั้น ก็คือจากการที่เรานั้นสกัดสารออกมาให้อยู๋ในรูปของเหลว แล้วบางชนิดก็อาจจะนำกระดาษกรองนั้นมาจุ่มเพื่อทำเป็นกระดาษอินดิเคเตอร์ สารที่เรานำมาสกัดนั้นจะสามารถทำการทดลองได้หลายชนิด เช่น ดอกกุหลาบ ดอกอัญชัญ ดอกชบา(สีเเดง) กะหลำปลีสีม่วง ขมิ้น เป็นต้น ยกตัวอย่างการทำกระดาษอินดิเคเตอร์จากดอกอัญชัญน่ะ
    1.นำดอกอัญชัญมาฉีกเลือกเฉพาะส่วนที่อยู่ปลายของกลีบดอก ( เพราะปลายกลีบดอกจะมีความเข้มข้อนของสีมากที่สุด)
    2.นำมาบดด้วยโกร่ง ไม่จำเป็ฯต้องเละมากนัก
    3.นำน้ำมาเทใส่ในปริมาณที่น้อย และกรองเอาเฉพาะนำสีม่วงที่ได้
    4.นำกรดาษกรองมาจุ่มลงในน้ำที่สกัดออกมาได้ และนำไปผึ่งลม อย่านำไปตากแดดเพราะสีจะซีดได้
    ***บางครั้งเราอาจจะต้องจุ่ม 2-3 รอบ เพราะสีที่ได้ถ้าใส่ดอกอัญชัญน้อยเกินไปจะมีความเข้มข้นก็จะน้อยตาม
    ---ถ้าเปลี่ยนจากดอกอัญชัญเป็นดอกกุหลาบ ก็ต้องใช้เอทานอล หรืเมทานอล ในการสกัดแทนน้ำ เพราะสีของดอกกุหลาบนั้นจะสกัดได้ยาก นำบริสุทธิ์จึงไม่สามารถสกัดได้
    กะหล่ำปลีสีม่วง
    1.เลือกเฉพาะปลายใบ( เพราะปลายกลีบดอกจะมีความเข้มข้อนของสีมากที่สุด)แล้วหั่นมาเป็นชิ้นเล็กๆ
    2.ต้มน้นเดือดแล้วใส่กะลำปลีสีม่วงลงไปต้ม จนกระทั่งสีม่วงถูกน้ำสกัดออกได้หมด
    3.กรองเอาเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำแล้วทิ้งไว้ให้เย็น
    ***น้ำกะหลำปลีสีม่วงจะใช้ตรวจสอบสารที่มีคุณสมบัติเป็นเบส ซึ่งจะเปลี่ยนสีเป็นสีเขียครามหรือออกโทนเขียว - ฟ้านำเงินได้


    เด็กม.1
    รร. วส.




ความคิดเห็นที่ 134

นิศราณ (Guest)
4 ม.ค. 2552 20:28
  1. ขอบคุณค่ะ เป็นประโยชย์มากเลยค่ะ




ความคิดเห็นที่ 7

ดีดี (Guest)
4 ก.พ. 2549 14:40
  1. ชอบอันชัญ



ความคิดเห็นที่ 107

www.google.com @hotmail.com (Guest)
15 เม.ย. 2551 14:06
  1. <P>ในช่วงการทำอินดิเคเตอร์ ทำไมถึงเอาไปทำตอนร้อนและกินไม่ได้</P>

    <P>&nbsp;</P>



ความคิดเห็นที่ 125

jukkrpun34@hotmail.com (Guest)
22 ก.ย. 2551 10:12
  1. ผมเป็นนักเรียนชั้นม.5/1โรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคม จ.หนองคาย
    ได้ทำโครงงานการทำน้ำหมึกจากดอกอัญชัน
    ผมจึงอยากทราบว่าต้องทำยังไง
    ช่วยตอบด้วยครับ
    ด่วนในวันที่22/09/2008
    12.00น



ความคิดเห็นที่ 3

Luk_Pat123@hotmail.com (Guest)
27 ม.ค. 2549 16:51
  1. ดอกอัญชัญมีสีม่วงนำมาเปลียบเทียบกับกระดาษอินดิเคเตอร์ไม่ได้เพราะคนละสีกันและมีคุณสมบัติต่างกัน



ความคิดเห็นที่ 154

ออม (Guest)
13 ธ.ค. 2553 15:00
  1. อยากรู้อินดิเคเตอร์จากดอกอัญชัน

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น