วิชาการดอทคอม ptt logo

เรื่องกาพย์ๆ กลอนๆ

โพสต์เมื่อ: 12:57 วันที่ 22 ม.ค. 2549         ชมแล้ว: 11,380 ตอบแล้ว: 226
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ยังจำครั้งแรกที่แต่ละคนต้องหัดแต่งกลอนกันได้บ้างมั้ยครับ ไม่รู้อยู่ชั้นไหนกันบ้าง น่าจะราวๆ ป.3 หรือ 4 ได้ที่อาจารย์เอาแผนผังกลอนแปดมาให้ดูกันบนกระดาน แล้วก็สอนวรรค์ สดับ รับ รอง ส่ง พูดเรื่องสัมผัสนอก สัมผัสใน อะไรต่อมิอะไรอีกหลายเรื่อง ทั้งๆที่เด็กแต่ละคนก็ไม่ได้มีความรู้อะไรกับภาษาไทยเท่าไหร่เลย

แถมเวลาสอบขึ้นมา มีเวลา 2 ชั่วโมง ต้องเขียนแผนผังกลอนส่ง แล้วก็แต่งกลอนอีก 2 บทแสดงความสามารถ กลอนของใครไพเราะ(ตามความรู้สึกอาจารย์)ก็ได้คะแนนเต็มไปตามระเบียบ

แล้วเวลาก็ผ่านไปเป็นสิบปีจนปัจจุบัน จนตอนที่คุณๆนั่งอ่านกระทู้นี้อยู่หนะแหละ บางคนก็กลายเป็นนักวรรณคดี เป็นกวี(ทั้ง 4ประเภท)ที่เขียนหนังสือมากมายทั้งร้อยแก้วร้อยกรอง เป็นหนอนหนังสือ-นักอ่านตัวยง ชนิดที่เรียกว่าหาใครเทียบคงยาก แต่อีกมากก็คงดีใจ ที่เลิกเรียนวิชาภาษาไทยไปซะได้ แล้วกาพย์ๆกลอนๆก็เลือนหายไปจากสมองตามวันเวลาที่ผ่านไป(และอายุที่เพิ่มขึ้น เหอๆ)


เขียนกระทู้มาซะยาว แค่อยากขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์คุณครูหลายๆท่าน และพี่ๆน้องๆ ชาวเรือนไทยเรื่องการแต่งกลอนครับ เพราะเชื่อมั้ยว่าผมยังแต่งกลอนไม่เป็นครับ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดีครับ กลุ้มใจจัง เฮ่อ....


ติบอ
ร่วมแบ่งปัน962 ครั้ง - ดาว 154 ดวง





จำนวน 226 ความเห็น, หน้าที่ | -1- 2| 3|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 22 ม.ค. 2549 (13:37)
คุณติบอลองกำหนดหัวเรื่องที่ชอบก่อนค่ะ

แล้วดูว่าจะเอามาแต่งเป็นคำประพันธ์ชนิดใด



ถ้าคิดไม่ออกก็ลองรวมรวมคำเกี่ยวกับหัวเรื่องนั้นก่อนค่ะ



เช่น จะแต่งบทชมจันทร์ ก็หาคำเกี่ยวกับพระจันทร์

ท้องฟ้า ดวงดาว ก้อนเมฆ หรือคำอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องค่ะ
ศนิ
ร่วมแบ่งปัน179 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 22 ม.ค. 2549 (14:07)
พอลองเอามาแต่งดู ก็ได้ดังนี้



ดวงเดือนเด่นลอยเลื่อนเป็นเพื่อนฟ้า

ส่องแสงนวลโอบเมฆาพาผ่องใส่

ดวงดาราดาษหาวพราวพราวไกล

น้ำค้างพรมผืนไพรพร่างพรั่งพรู
ศนิ
ร่วมแบ่งปัน179 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 22 ม.ค. 2549 (14:18)
เข้าใจวิธีที่คุณ ศนิ บอกครับ

แต่ใช้แล้ว รู้จักวรรณคดีแล้ว (ตามประสาอ่านมาก) อ่านกลบทก็แล้ว

ผมแต่งกลอนเองทีไรก็ไม่พ้นความรู้สึกที่ว่า "ใช้ไม่ได้" เพราะ "มันไม่ได้เรื่อง" อยู่เรื่อย



ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันครับ ว่าทำไมถึงเวลาต้องแต่งขึ้นมาก็ลืมคำศัพท์ที่ต้องใช้ซะเฉยๆ บางทีเขียนไว้เป็นรายการยาวพรืด 2 - 3 หน้ากระดาษก็เอามาเรียบเรียงเป็นกลอนไม่ได้ (ไม่รู้ว่าเกิดจากความผิดพลาดของสมองส่วนไหนเหมือนกันครับ เอิ๊กๆ) หรือถ้าพอแต่งได้ แต่งไปซัก 2 บท ขึ้นบทที่ 3 ก็จะเริ่มรู้สึกว่า "พายเรือในอ่าง" อยู่แล้วหาทางไปต่อไม่ได้ เพราะมันกลับมาอยู่ที่เดิม ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันครับว่าจะแก้ปัญหาของตัวเองยังไงดีเพราะโครงเรื่องก็วางไว้แล้วนะครับ







ปล. อย่างที่เล่าไว้ในกระทู้ปีใหม่ของพี่นุชนาแหละครับ ว่าเมื่อก่อนเขียนไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ขอร้องคนอื่นมาช่วยแก้ภาษาบ้าง ช่วยแต่งต่อบ้าง ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ส่งงานแหละครับ (ทั้งๆที่ก็รู้นะ ว่ามันต้องแต่งยังไง แต่ทำไมแต่งไม่ได้ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ)



ปล.2 เปิดกระทู้มาล่อเป้านะเนี่ยะ เอิ๊กๆ
ติบอ
ร่วมแบ่งปัน962 ครั้ง - ดาว 154 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 22 ม.ค. 2549 (14:30)


ตัวอย่าง กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘

พึ่งแต่งเสร็จค่ะ อยู่ในกระทู้การบ้าน ส่งมาร่วมแจมกับคุณติบอ

.
28555

Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 23 ม.ค. 2549 (02:17)
อูย...อ่านกระทู้นี้แล้วเกิดอาการบอกไม่ถูกขึ้นมาทีเดียว

เรื่องเมื่อสมัย นานนนนนนนน มากแล้ว

กล้าพูดได้เต็มปากว่าอิฉันเนี่ยก็หนึ่งในตองอู (ไม่สิ...ไม่เคยอยู่ตองอู ตอนนั้นอยู่กรุงเทพต่างหาก) อาจารย์เรียกหาเสมอ ส่งประกวดที่ไหนเป็นได้รางวัลกลับมา

เขียนอะไรไปกี่งาน อิฉันก็เก็บใส่สมุดบันทึกส่วนตัวไว้ทุกชิ้นงาน เขียนมาได้สิบกว่าปี พอมาเจอความหนักหนาของวิทยานิพนธ์เข้า สมุดบันทึกเล่มนั้นไม่เคยมีคำประพันธ์ฉันทลักษณ์ใหม่ๆเพิ่มเข้าไปอีกเลย

ยิ่งมาใช้ชีวิตแบบเป็นมนุษย์เงินเดือน ยิ่งแล้วใหญ่ นี่ก็นับได้อีกร่วมสิบปีแล้วที่อิฉันทำความภูมิใจตัวเองหล่นหายไป

อันที่จริงไม่ควรโทษสิ่งแวดล้อมหรอกค่ะ สำหรับกรณีอิฉันเนี่ย มันอยู่ที่ว่าตั้งใจจริงหรือเปล่าที่จะกู่เจ้าสามารถที่เคยมีกลับมา (นี่กำลังดุตัวเองต่อหน้าท่านผู้ชม...เผื่อจะสำนึกได้ )

ส่วนเรื่องของการเขียนแล้วยังรู้สึกว่าไม่โดนใจ มันก็ธรรมดาค่ะคุณติบอ เวลาอิฉันเปิดสมุดบันทึกเล่มนั้นดู ก็เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามเวลา ตามทักษะที่เพิ่มพูน และตามการมองโลกที่เปลี่ยนไป

ชิ้นงานสมัยแรกๆของอิฉัน มันถูกฉันทลักษณ์ไปซะหมด แต่ไร้อารมณ์น่าดู อ่านยังไงก็ไม่เคยรู้สึกสัมผัสใจเลย ผิดกับงานชิ้นหลังๆจากหน้ามือเป็นหลังมือเชียว

เอาใจช่วยคุณติบอค่ะ
ชื่นใจ
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 23 ม.ค. 2549 (02:28)
จริงด้วยค่ะ กาลเวลามันผ่านไป ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมด มันมาถึงจุดที่

ภาษาอังกฤษก็ไม่ดีขึ้น ภาษาไทยก็เลวลง นึกอะไรก็ติดขัด กระท่อนกระแท่นต่อไม่ติด

เหมือนเป็ดจริงๆ นึกแล้วช้ำค่ะ
Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 23 ม.ค. 2549 (03:10)
นอนไม่หลับครับ ตื่นเต้นที่พรุ่งนี้มีสอบ

เลยลองลุกขึ้นมาเขียนกลอนดู แล้วก็ติดๆขัดๆ มีระยะขจัดเท่ากับศูนย์อีกตามเคย (อ.สอนฟิสิกส์ม.ปลายใช้คำนี้กับเด็กที่แกนิยามว่า "สอนแล้วไม่ไปไหน" - เหมือนกลอนผมอ่ะครับ)



เนื่องมาจากมีความรู้สึกว่า เสียงสัมผัสที่ตัวเองใช้ซ้ำเดิมหลายบทมากเกินไปครับไม่รู้จะแก้ยังไงดี มารบกวนถามพี่ๆหน่อยนะครับ
ติบอ
ร่วมแบ่งปัน962 ครั้ง - ดาว 154 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 23 ม.ค. 2549 (05:43)
แนะนำคุณน้องติบอครับ ว่าถ้าต้องการแต่งเก่งๆ รู้ศัพท์ที่สัมผัสกันเยอะๆ ต้องอ่านกลอนเยอะๆ เช่นกันครับ เพราะเราจะจำวิธีการใช้คำของท่านอื่นๆ ได้ ซึ่งจะทำให้เรามีการปรับเปลี่ยนคำได้หลากหลายมายิ่งขึ้น



แต่งกลอนก็เหมือนเรียนภาษาครับ คือต้องรู้จักใช้คำศัพท์ สัมผัสนั้นเปรียบเสมือนไวยกรณ์ แต่การที่จะแต่งกลอนให้เพราะนั้น ก็เปรียบได้กับการเลือกใช้คำพูดครับ



ที่ทุกท่านกล่าวมาก็เป็นความจริงอยู่ไม่น้อยครับ เพราะเราจะเรียนเรื่องการแต่งกลอนกันแต่ตอนเด็กๆ เพื่อประดับความรู้เท่านั้น ถ้าไม่ได้ใช้ก็ลืม



เวลาผมอ่านพระอภัยมณี ก็ชื่นชมสุนทรภู่ท่านอยู่ไม่น้อย ที่เลือกใช้คำได้อย่างเป็นเลิศ บางครั้งก็นึกอยากแต่งขึ้นมาเหมือนกัน แต่เอาเข้าจริงๆ ต้องทำงานครับ อิอิ ก็เลยไม่ได้แต่ง
Hotacunus
ร่วมแบ่งปัน382 ครั้ง - ดาว 159 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 24 ม.ค. 2549 (03:36)
ความเห็นของผม

ไม่มีฉันทลักษณ์ ก็ไม่ใช่กลอนครับ :)



จะกลองพาไปอย่างไรก็แล้วแต่ เสียงต้องมาอันดับหนึ่ง



สมัยนี้คนละเลยกันเยอะ อย่างกลอนปีใหม่ของพรรคมวลชน

ในสัมผัสชุดเดียวกัน ใช้คำซ้ำเฉยเลย



ผมว่าการแต่งกลอนก็เหมือนการทดลอง ต้องลองผิดลองถูก เอาคำนั้นมาแทนตรงนี้ คำนี้ไปไว้ตรงนั้น แต่งแล้วต้อง"เกลา"



ลำนำคำกลอน เขียนตอนก่อนนอน ช่างง่วงจริงหนา

แต่อารมณ์อยาก สร้างสรรวาจา กลั่นกรองออกมา เป็นคำรำพึง

กฎเหล็กฉันทลักษณ์ ทุกคนประจักษ์ แต่ไม่เข้าถึง

กลอนสมัยนี้ ขาดการคำนึง ถึงความลึกซึ้ง อารมณ์เสียงกลอน
ภูมิ
ร่วมแบ่งปัน253 ครั้ง - ดาว 156 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 24 ม.ค. 2549 (17:40)
เรื่องฉันทลักษณ์เป็นเรื่องนานาจิตตังครับ ถ้าแบ่งจริง ๆ (ตามความเห็นผม)จะพบว่ามีผู้เสพบทกวีดังต่อไปนี้

1. ยึดถือในฉันทลักษณ์ (ผมก็เช่นกัน) ซึ่งแยกได้เป็น

1.1 สมัยนิยม ร. 6 (ตรงกับฉันทลักษณ์มาก ไม่หย่อนแม้แต่คำเดียว)

1.2 ตามแบบที่มีมาก่อน (นาน ๆ ครั้งถึงจะไม่ตรงฉันทลักษณ์บ้าง พบในกวีก่อน ร. 6)

2. นอกฉันทลักษณ์ แบ่งได้เป็น

2.1 เพลงพื้นบ้านและกลอนเปล่า (เน้นคล้องจองหรือทำนองเพลง)

2.2 แบบอังคาร กัลยาณพงศ์ (จะว่าตรงฉันทลักษณ์ก็ตรง จะว่าไม่ตรงก็ตรง)

2.3 ไม่อาจเข้าพวกได้ เช่น กวีนิพนธ์ของจาง แซ่ตั้ง หรือกลอนที่ร้อยเรียงคล้าย ๆ พูดกัน
ศรีปิงเวียง
ร่วมแบ่งปัน1209 ครั้ง - ดาว 142 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 24 ม.ค. 2549 (19:46)
ดิฉันว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการแต่งกลอนคือความรู้สึกค่ะ

ต้องพยายามเข้าใจถึงความรู้สึกของกลอน เอาตัวเข้าไปอยู่ในบรรยากาศนั้นค่ะ



วันนี้ขอนำเสนอบทกลอนเกี่ยวกับความโกรธความผิดหวังดูนะคะ



เพียงแค่คิดก็เจ็บจนเหน็บหนอง

ด้วยขุ่นข้องหมองมุ่นให้หุนหัน

ดังมีเพลิงสุมใจบรรลัยกัลป์

แผดเผาให้อาสัญในทันใด



สุดจะหักห้ามจิตให้คิดแค้น

แต่มันแสนทรมานเกินทานได้

ผลออกมาดีชั่วให้รู้ไป

จะขอกล่าวเล่าไว้ในบัดนี้



ก่อนเคยรู้เคยเห็นว่าเป็นฟ้า

กลับเป็นน้ำครำคร่าน่าบัดสี

พลอยเป็นกรวดก้อนกร้าวร้าวราคี

เหล็กทาสีหลอกตาว่าเป็นทอง



...



บทต่อไปยังคิดไม่ออกค่ะ

แต่กลอนบทนี้ยิ่งแต่งยิ่งโมโหจริงๆนะคะ
ศนิ
ร่วมแบ่งปัน179 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 24 ม.ค. 2549 (22:38)


28556
เออ..... มีคนมาหงุดหงิดแล้วเนี่ยะ โพสต์ไม่ออกเลย เอิ๊กๆ





กะว่าจะโพสต์เรื่องกลอนแปด และการแต่ง อุตส่าห์ไปหามาจากกองหนังสือเก่าๆเขรอะๆ เห็นคุณศนิอารมณ์เสียขนาดนี้ ไม่โพสต์ดีกว่า ผมกลัวสาวดุนะครับ เอิ๊กๆ

ติบอ
ร่วมแบ่งปัน962 ครั้ง - ดาว 154 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 25 ม.ค. 2549 (01:07)
อิฉันเห็นด้วยกับทั้ง "ฉันทลักษณ์" และ "ความรู้สึก" ค่ะ

ตามความคิดเห็นส่วนตัวเนี่ย อิฉันว่าการแต่งบทประพันธ์ฉันทลักษณ์ต่างๆ เป็นเหมือนการฝึกวินัยอย่างหนึ่ง

ผู้แต่งต้องเคารพกฎ-กฏิกา ต้องปฏิบัติตามกรอบข้อบังคับ แต่ในขณะเดียวกันก็พลิกแพลงถ้อยคำให้พริ้วไหวได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

คงเหมือนกับการอยู่ในสังคมแหละค่ะ แต่ละคนมีอิสระในการใช้ชีวิต แต่ก็ต้องเคารพกฎ-กฏิกาของสังคม มีอิสระในขอบเขตที่เหมาะสม เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก



ประเด็นเรื่องความรู้สึกนี่พูดยากค่ะ มันเป็นเรื่องของปัจเจก

บางครั้งเราอาจชอบสิ่งหนึ่ง แต่ไม่ชอบอีกสิ่งหนึ่ง

ในขณะเดียวกัน คนอีกคนหนึ่งอาจชอบเหมือนกับเราหรือต่างจากเราโดยสิ้นเชิงก็ได้

เรื่องคำประพันธ์นี่ ไม่ว่าในฐานะผู้แต่งหรือผู้เสพย์ การที่แต่ละคนจะเกิดอารมณ์ร่วมไปกับถ้อยคำอย่างเหมือนกันทุกประการคงหาได้ยาก ถึงแม้จะเป็นคนๆเดียวกัน อ่านคำประพันธ์ชิ้นเดิม แต่ต่างห้วงเวลา ก็อาจจะเป็นไปได้ที่อารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อคำประพันธ์นั้นเปลี่ยนไป (ทั้งเปลี่ยนไปในทางตรงกันข้าม หรือยังคงรู้สึกเช่นเดิมแต่ระดับเพิ่มขึ้นหรือลดลง)



สองเดือนแล้วอิฉันได้เข้าร่วมงานเสวนาร่วมกับนักเขียนท่านหนึ่ง (Amy Tan ผู้เขียนนวนิยายเรื่อง Tha Joy Luck Club) นักเขียนท่านนั้นบอกว่า

"ทันทีที่หนังสือไปอยู่ในมือของผู้อ่าน เรื่องราวในนวนิยายก็กลายเป็นคนละเรื่องกับของผู้เขียน ถ้าผู้อ่านสิบคน แม้จะอ่านนวนิยายเรื่องเดียวกันก็จริง แต่โลกและอารมณ์ของผู้อ่านที่มีต่อนวนิยายเรื่องนั้นก็ต่างกันไปสิบแบบ ขึ้นอยู่กับจินตภาพและภูมิหลังของแต่คนในการเปลี่ยนเนื้อความในนวนิยายให้เป็นความรู้สึกของตนเอง"

นี่คือใจความที่คุณ Amy Tan พูดไว้วันนั้น



อิฉันว่าอิฉันคล้อยตามคำพูดของเธอค่ะ แล้วก็ยังยืนยันได้อย่างหนักแน่นด้วยว่า โดยส่วนตัวแล้วชอบบทประพันธ์ฉันทลักษณ์มากกว่ากลอนเปล่า ส่วนเรื่องเสพย์แล้วจะสัมผัสใจหรือไม่ ปล่อยให้เป็นเรื่องของความรู้สึกในขณะที่กำลังเสพย์ล้วนๆเลย
ชื่นใจ
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 25 ม.ค. 2549 (01:15)
มีกลอนของคุณแก้ว ลายทอง มาฝากค่ะ

อ่านแล้วได้เนื้อหามากกว่า "ความมี หรือ ความไม่มี" ฉันทลักษณ์นะคะ คุณๆ ว่าไหม



ฉันทะ-เร้น เหนือรูปลักษณ์สลักเสลา ผิว์แกล้งเกลาหยาดถ้อยแม้น้อยหนึ่ง

อาจจักวาบหวามในฤทัยตรึง แต่มิอาจหยั่งถึงรหัสนัย



หนอ "ลักษณ์" แปรเปลี่ยนผันหมื่นพันรูป ดุจควันธูปกำยานหอมพยอมสมัย

สิ้น "รูป" -รส,กลิ่น,เสียง- ก็สิ้นไป เหลืออะไรฝากไว้ให้ "ฉันทะ"



ฉัน-ทะลัก, ฉัน-ทะลุ จนปรุโปร่ง ยามลงโลงใครลงไปกับฉันล่ะ

ฉัน-ทะเล้น, ฉัน-ทะลวง, "ฉันทะ"-ละ ฉันฝากเพียงอักขระรหัสนัย
ชื่นใจ
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 25 ม.ค. 2549 (11:12)
ไม่มีกรอบกรองคำก็งามได้

อยู่ที่ใครจะไปถึงซึ่งได้ที่

เมื่อสำนึกลึกซึ้งถึงบทกวี

มีไม่มีฉันทลักษณ์ไม่รู้แล้ว



ลืมฉันทลักษณ์บ้างก็ได้ : สุจิตต์ วงษ์เทศ
jomyutmerai
ร่วมแบ่งปัน6 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 25 ม.ค. 2549 (11:53)
สรุปว่า ทุกสิ่งต่างก็มีความสำคัญค่ะ

อันดับหนึ่งคือผู้แต่ง มีใจที่จะแต่ง

เรื่องราวที่จะนำมาแต่ง

ตอนเริ่มแรกถ้าจะให้ดีก็ควรเป็นเรื่องที่ผู้แต่งถนัด

หรือเป็นเรื่องที่ผู้แต่งอยู่ในเหตุการณ์ค่ะ

จะทำให้สามารถเข้าถึงอารมณ์และสามารถถ่ายทอดออกมาได้จริงๆ

คือ ไม่ต้องปรับอารมณ์ให้เข้ากับกลอน

แต่ มีอารมณ์ดังกล่าวนั้นๆ อยู่แล้ว แล้วจึงบรรยายออกมาเป็นบทกลอนค่ะ



ขั้นนี้คือ พิจารณาถึงความรู้สึกของผู้แต่งแต่อย่างเดียวนะคะ

ยังไม่ต้องกังวลถึงความรู้สึกของผู้อ่านค่ะ

ตอนที่แต่งขอให้ถ่ายทอดอารมณ์ผู้แต่งแล้วผู้แต่งเข้าใจก็เพียงพอ



อีกเรื่องคือเรื่องฉันทลักษณ์เป็นสิ่งสำคัญค่ะ

ในความคิดของดิฉันหากกลอนไม่มีฉันทลักษณ์ ก็ไม่ใช่กลอน

แต่ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเนื้อกลอนจะถูกกดโดยฉันทลักษณ์ไปเสียหมดนะคะ

ดิฉันว่า ฉันทลักษณ์ก็เหมือนด้ายกับเข็ม คำทุกคำก็เหมือนดอกไม้

ในการร้อยมาลัย ผู้ร้อยก็สามารถประดิษฐ์ลวดลายได้แตกต่างกัน และผู้มองก็สามารถมองได้หลายแบบ

หากด้ายขาด หรือเข็มหักเสียแล้ว จะเป็นมาลัยได้อย่างไรกันคะ
ศนิ
ร่วมแบ่งปัน179 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 25 ม.ค. 2549 (18:16)
บทนี้ผมลองแต่งมานะครับ

ฟ้ามิแจ่มฟ้ามิแจ้งกระจ่างฟ้า   ฟ้าหม่นหมองครึ้มมาทั่วธาตรี

ฟ้าไร้แสงดวงดาราสง่าศรี ฟ้ามิมีแสงจันทราที่พึงชม

แม้จะคอยกาลเวลาอันนานเนิ่น คืนนี้เกินที่ขอรอจึงขื่นขม

จะมีใครที่ปลดเปลื้องอกอันตรม ทุกข์ระทมจึ่งจางหายไปจากใจ


ป.ล. ผมนึกไม่ออกครับว่าจะแต่งอย่างไรอีก
ศรีปิงเวียง
ร่วมแบ่งปัน1209 ครั้ง - ดาว 142 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 25 ม.ค. 2549 (18:24)
บทแรก เสียงคำสุดท้ายของวรรครับ (สามัญ)

ควรสลับตำแหน่งกับนั่นของวรรครอง (สูง) ค่ะ
Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 25 ม.ค. 2549 (20:14)
เท่าที่สังเกตได้จากการอ่านบทประพันธ์ของหลายๆท่านนะคะ

การแต่งกลอนแปด จะนิยมใช้เสียงวรรณยุกต์ที่แตกต่างกัน

ในการลงท้ายแต่ละวรรค



วรรคสดับ มักลงท้ายด้วยเสียงเอก โท ตรี จัตวา

พบเสียงโทมากที่สุด รองลงมาคือเสียงเอก ส่วนเสียงสามัญไม่ค่อยพบ

วรรครับ มักลงท้ายด้วยเสียงโท จัตวา

พบเสียงจัตวามากที่สุด

วรรครองและวรรคส่ง มักลงท้ายด้วยเสียงสามัญ



ยกตัวอย่างจากนิราศพระบาทของสุนทรภู่นะคะ



.....พี่ตันอกตกยากจากสถาน.....เห็นอาหารหวนทอดใจใหญ่หือ

ค่อยขืนเคี้ยวข้าวคำสักกำมือ......พอกลืนครือคอแค้นดังขวากคม

จะเจือน้ำซ้ำแสบในทรวงเสียว....ที่เค็มเปรี้ยวกล้ำกลืนก็ขื่นขม

กินประทับแต่พอรับกับโรคลม....ครั้นค่ำพรมน้ำค้างอยู่พร่างพราย
ศนิ
ร่วมแบ่งปัน179 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 26 ม.ค. 2549 (10:21)
มีกลอนอยู่ชุดหนึ่งที่อยากให้ลองอ่านดูครับ



วิเวกหวานหว่านทำนองร้อยกรองกล่อม

ทับกระท่อมโอฬารพิมานสรวง

แจ้วจักจั่นเจื้อยราวหนาวลมลวง

คืนดาวช่วงประชันฉายพรายเพ็ญจันทร์



ริ้วลมเหนือเอื้ออายห่มกายอุ่น

เมฆละมุนมาคลอทอปุยฝัน

น้ำค้างพร่างเพียงเก็จแพรวเพชรพรรณ

สาดสีสันเสน่หาห้อมราตรี



โดยสายหมอกเส้นไหมไฟความหวัง

คอยเหนี่ยวรั้งเติมรักเลือนศักดิ์ศรี

ความเร่าร้อนฟ้อนเสน่ห์แห่งเทวี

เหมือนฝนที่เทกระหน่ำพรำพรำมา



โอ้อกเอ๋ยเคยคู่กู่กระซิบ

บรรทมทิพย์แทนเรือนทุกเถื่อนท่า

เพลงสวาทวาบหวามยามนิทรา

จนโหยหามิห่างร้างรื่นรมย์



เจ้านกเอี้ยงเอียงคอพ้อไพรพฤกษ์

รอลมดึกโชยมาแทนผ้าห่ม

สบเนตรพริ้มเพียงแก้วแววตาคม

มันบาดจมเปลือกใจคนใกล้เคียง



คัดคำสวยแต่งสีคีตลักษณ์

หมายใจจักบรรเจิดพริ้งเพริศเสียง

บริบทรสคำร่ายจำเรียง

ให้ฟังเพียงเพลินหู...อย่าดูความ



กลอนชุดนี้แต่งโดยสหายท่านหนึ่งของผมคือ คุณเวทย์



อ่านแล้วอยากให้ลองพิจารณาดูว่าเป็นอย่างไรบ้างครับ
jomyutmerai
ร่วมแบ่งปัน6 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 26 ม.ค. 2549 (15:15)
หุหุ ขอต่อกลอนให้คุณศรีปิงฯคร้าบ



ฟ้ามิแจ่มฟ้ามิแจ้งกระจ่างฟ้า ฟ้าหม่นหมองครึ้มมาทั่วธาตรี

ฟ้าไร้แสงดวงดาราสง่าศรี ฟ้ามิมีแสงจันทราที่พึงชม

แม้จะคอยกาลเวลาอันนานเนิ่น คืนนี้เกินที่ขอรอจึงขื่นขม

จะมีใครที่ปลดเปลื้องอกอันตรม ทุกข์ระทมจึ่งจางหายไปจากใจ....





เจ็บศรหักปักทรวงหน่วงหนักนึก ต้องตรอมตรึกตกตรองหมองหม่นไหม้

สุดคะนึงนุชนาสุดอาลัย เกินกลืนกลั้นฝันใฝ่ไม่คืนคลาย

คงนานแล้วแก้วตาลาลืมพี่ เพราะเธอมีคู่ครองประคองหมาย

แกล้งยั่วเย้าหยอกเอินให้เขินอาย ลวงให้ชายชอกช้ำระกำเอย
ถาวภักดิ์
ร่วมแบ่งปัน240 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 26 ม.ค. 2549 (16:36)
ขอตอบคุณถาวภักดิ์คนดี

ไปไหนพี่ไม่แชทให้หายกังขา

น้องเปิดเมล์เท่าไรเมล์ไม่มา

สี่สัปดาห์เปล่าเปลี่ยวไม่เหลียวดู



อันคนเราขึ้นต้นไว้ไม่สานต่อ

อย่ารั้งรอดักลอบต้องหมั่นกู้

แยปแล้วหนีเดินแว้บหายตายละตู

น้องลุ้นอยู่รอไปก็ไลฟ์บอย
Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 26 ม.ค. 2549 (17:14)
ประนตน้อมวอนกราบกรานท่านถาวศักดิ์ นักเลงนักกลอนแห่งเรือนไทยเอ๋ย

กระหม่อมนั้นเลบงกลอนถึงทรามเชย แม้มิเคยมีคู่ครองตระกรองใจ

อันตัวท่านจะแชทไปช่างท่านเถิด ข้าน้อยเอิดเถิดเทิงจะถอยให้

ตัวท่านนี้แต่งกลอนดีมาแต่ไร แต่งอีกไซร้คงจะมันม่วนงันดี
ศรีปิงเวียง
ร่วมแบ่งปัน1209 ครั้ง - ดาว 142 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 26 ม.ค. 2549 (17:31)
ยังล้อหลอกตอกย้ำเป็นซ้ำสอง

ถูกจับจองเคล้าเคียงเรียบเรียงร้อย

มีมิ่งมิตรสนิทหมอนเฝ้านอนคอย

ไยแต่งถ้อยปล่อยเสน่ห์เป็นเล่ห์กล

สนุกหรือแกล้งทำให้ช้ำแสน

เหลือคิดแค้นแน่นจุกทุกข์โรมล้น

ใจร้ายนักหักชายไห้ระทม

ใกล้สิ้นลมสมจิตที่คิดทำ
ถาวภักดิ์
ร่วมแบ่งปัน240 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 26 ม.ค. 2549 (18:09)
ท่านศรีปิงมิ่งเมืองกระเดื่องชื่อ

นามเลื่องลือยอดครูไม่รู้หนี

ประคารมคมวิชาไม่ปราณี

ทั้งปฐพีลี้หลบสยบสิ้น

ขอรับเกียรติคำชมคารมหวาน

ที่ทำทานผู้น้อยด้อยศาสตร์ศิลป์

จะน้อมนึกตรึกคุณเป็นอาจินต์

ย้อมชีวินชุ่มชื่นคืนกำลัง
ถาวภักดิ์
ร่วมแบ่งปัน240 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 26 ม.ค. 2549 (18:51)
รู้ว่าผิดแกล้งตัดพ้อป้อคำหวาน

มัวทำการบ้านอื่นไงน่าใจหาย

แกล้งกลบเกลื่อนรู้ทันสันดานชาย

เบื่อหน่ายจับมัจฉาพลั้งทั้งสองมือ



อย่าทำซื่อแล้วตะแบงแสร้งตัดพ้อ

ไม่มัวรอพี่แกล้งไก๋ทำไขสือ

พลาดทางโน้นชม้ายเมียงเสียงล่ำลือ

ไม่ใช่ชื่อยอดพธูหมูในอวย
Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 27 ม.ค. 2549 (11:16)
ฟ้ามิแจ่มฟ้ามิแจ้งกระจ่างฟ้า

ฟ้าไร้แสงดวงดาราสง่าศรี

ฟ้าหม่นหมองมาครึ้มทั่วธาตรี

ฟ้ามิมีแสงจันทราที่พึงชม



ลองสลับคำเล่นดู
ภูมิ
ร่วมแบ่งปัน253 ครั้ง - ดาว 156 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 27 ม.ค. 2549 (11:48)
เพิ่งมาเห็นมา 2 วรรคท้าย ดันสับสนใช้แม่กมแทนแม่กน

ขอแก้หน่อยนะครับ เพื่อความถูกต้องของฉันทลักษณ์



ยังล้อหลอกตอกย้ำเป็นซ้ำสอง

ถูกจับจองเคล้าเคียงเรียบเรียงร้อย

มีมิ่งมิตรสนิทหมอนเฝ้านอนคอย

ไยแต่งถ้อยปล่อยเสน่ห์เป็นเล่ห์กล

สนุกหรือแกล้งทำให้ช้ำแสน

เหลือคิดแค้นแน่นจุกทุกข์โรมล้น

ใจร้ายนักหักชายไห้ทมทน

ถึงปี้ป่นย่อยยับนับวันตาย
ถาวภักดิ์
ร่วมแบ่งปัน240 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 27 ม.ค. 2549 (12:36)
"....รู้ว่าผิดแกล้งตัดพ้อป้อคำหวาน

มัวทำการบ้านอื่นไงน่าใจหาย

แกล้งกลบเกลื่อนรู้ทันสันดานชาย

เบื่อหน่ายจับมัจฉาพลั้งทั้งสองมือ

อย่าทำซื่อแล้วตะแบงแสร้งตัดพ้อ

ไม่มัวรอพี่แกล้งไก๋ทำไขสือ

พลาดทางโน้นชม้ายเมียงเสียงล่ำลือ

ไม่ใช่ชื่อยอดพธูหมูในอวย..."





อันใจพี่มีหนึ่งไม่พึงสอง

ไม่คิดลองเปลี่ยนเตียงเพียงเห็นสวย

ต้องงามพิศงามจิตจึงงงงวย

งามพร้อมด้วยกริยาจึงกล้าชม

อนิจจาเรือนร้างเพียงนางแก้ว

ถึงเพริดแพร้วใสส่องทองประสม

เหมือนกรงขังชังเหงาเศร้าซวนซม

คงขื่นขมจมช้ำทุกค่ำคืน
ถาวภักดิ์
ร่วมแบ่งปัน240 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 27 ม.ค. 2549 (13:00)
..............................เชิญชวนคุณถาว์.......... แต่งกาพย์ดีกว่า.... ..มันแต่งง่ายดี

แปลกนะตัวเอง......... ทำเป็นหลบลี้............... เมล์ไปกี่ที......... ....ไม่เคยตอบมา

..............................จู่ๆก็โผล่.................... ต้องร้องโฮ้โฮ.........หายไปไหนมา

นึกว่าวางวาย............ ไปแล้วละหนา............. ตกแต่งสีหน้า..... ....เจรจาทักทาย

...............................ลิ้นสองแฉกฝืน............วาจาชื่นมืน.......... .นิสัยผู้ชาย

มะกอกสามตระกล้า..... ปาไม่ใคร่ได้............... ลดเลี้ยวว่องไว........หมดสิทธิ์ไล่ทัน

……....………...…........อ้าปากเห็นได้...............ลิ้นไก่ยอดชาย........มุกซ้ำวันวาน

จะมาไม้ไหน...............นุชนารู้ทัน...................จากประสบการณ์.....เห็นหน้ารู้ใจ
Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 27 ม.ค. 2549 (15:10)
กลอนตลาดขาดผู้รู้ดูฉงน

ขอไว้ลายชายชนคนสยาม

ว่าไทยชื่อลือชาภาษางาม

ระบือนามตามทวดปู่ภู่สุนทร

ที่เอ่ยอ้างสาสน์ส่งงงไม่หาย

ทั้งทิ้งท้ายวาจาว่ายอกย้อน

เหมือนชิงชังรังเกียจเคียดเง้างอน

เว้าวิงวอนสมรศรีมีเมตตา

พี่ก็ชายชาตรีมีสัจจะ

รู้มานะถนอมศักดิ์ธรรมรักษา

เป็นชาติเชื้อเนื้อหน่อสกุลา

ไม่เห็นค่าอย่าหมิ่นจนสิ้นดี

แม้ไม่เห็นน้ำจิตที่คิดภักดิ์

จะห้ามหักฝืนข่มก้มหน้าหนี

จะไม่ตามถามตื้อให้ราคี

จะทำทีไม่ระย่อทระนง
ถาวภักดิ์
ร่วมแบ่งปัน240 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 30 ม.ค. 2549 (17:34)
....ขอแวะมา...ที่...กระทู้นี้...อีกคราวครับ

.....

1.1 ยอมรับว่าทั้งคุณพี่นุชนาและคุณถาวศักดิ์แต่งได้ดีมากครับ

1.2 ผมอ่านกระทู้นี้มานานก็ได้ความรู้มาพอสมควรครับ

1.3 ขอพระคุณทุกความเห็นครับ

และ 1.4 ผมว่าคุณถาวศักดิ์อาวุโสกว่าผมอีกนะครับ ไม่ต้องถึงขนาดแต่งกลอนสดุดีจนสูงล้ำก็ได้

ป.ล....สาเหตุ...ที่...เป็นเช่นนี้.....ดูได้ที่กระทู้...
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=106&Pid=42842

(หวังว่าคุณ...Tanu จะไม่แวะมานะครับ หึ ๆ ๆ)
ศรีปิงเวียง
ร่วมแบ่งปัน1209 ครั้ง - ดาว 142 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 30 ม.ค. 2549 (20:54)
อันจะแต่กลอนนั้นมันไม่ยาก

ไม่ลำบากมากมายหลายเรื่องหนา

เพียงแค่คุณติบอฟังวิชา

แล้วสรรหาคำฟ้ามาใส่ไป

จะลองแต่กลอนแปดซักสองบท

ไม่ละลดเร่งรีบแต่งเสียงใส

การเล่นคำสัมผัสทั้งนอกใน

ต้องจดจำใส่ใจทุกขั้นตอน



แบร่... ไม่ได้แต่งมานานแล้ว ชักจะลืมๆ ไปมาก ต้องกลับไปนั่งนึกอีกหน่อย อิอิ
เนยสด
ร่วมแบ่งปัน1976 ครั้ง - ดาว 2 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 30 ม.ค. 2549 (21:38)
แนะนำตามคุณ Hotacunus ครับ

หาอ่านพวกนี้เยอะๆ รู้ศัพท์มากๆ จะได้เปรียบ



(รู้สึกว่าคุณติบอกระเจิงไปตั่งแต่ความเห็นที่ 12 นะครับ เอิกๆ)
เนยสด
ร่วมแบ่งปัน1976 ครั้ง - ดาว 2 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 31 ม.ค. 2549 (00:32)
แวะมาพยักหน้าหงึกๆ ด้วยคน

คุณติบอหายไปเลยจริงๆ ด้วย
ชื่นใจ
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 31 ม.ค. 2549 (00:34)
อยากแต่งกลอน แต่กลัวกลอน จะอ่อนด้อย

เพราะรู้น้อย ขาดวิชา ภาษาเขียน

ไม่แตกฉาน ภาษาไทย ไม่ชอบเรียน

มันวิงเวียน ง่วงนอน กลอนกระจาย



เปิดกระทู้ หวังคุณครู พี่พี่สอน

จะเขียนกลอน ประสายาก มาถวาย

เป็นกำนล ด้วยกลอน กับแรงกาย

หวังให้ได้ หัดเขียน หัดแต่งดู



มีครู-พี่ มาแนะชี้ ให้ตัวอย่าง

หัดเขียนบ้าง แต่อ่านเอง ยังขัดหู

เลยลบทิ้ง ด้วยรู้ตัว ว่า"ไม่รู้"

จนหลายครู เริ่มระอา มาจีบกัน



มาวันนี้ คุณเนยสด มายุแหย่

หาว่าแย่ "กระเจิง"แล้ว เห็นมั้ยนั่น

เลยสิ้นอาย โพสต์ได้ ด้วยเมามัน

ถ้าน่าขัน SMSมา อย่าประจาน



แต่อ่านดูกลอนเพี้ยนๆ นี่เยิ่นเย้อ

ใช้คำเฟ้อ ฟุ่มเฟือย น่ารำคาญ

สุดสมเพช เศษสมอง น่าสงสาร

เกิดมานาน แต่ก็ยัง โง่เหมือนเดิม











ชักมั่วมากขึ้นทุกที ไปนอนดีกว่า ขอบพระคุณพี่ๆนะครับ
ติบอ
ร่วมแบ่งปัน962 ครั้ง - ดาว 154 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 31 ม.ค. 2549 (00:35)
เผลอกดไปจริงๆ



ประจานตัวเองจริงๆด้วย "เอิ๊กๆ"
ติบอ
ร่วมแบ่งปัน962 ครั้ง - ดาว 154 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 31 ม.ค. 2549 (09:55)
ดีขึ้นกว่าเดิม แต่คำสุดท้ายวรรครับควรเป็นเสียงจัตวา (ไม่ใช่สามัญ) และคำสุดท้ายของวรรครองไม่ควรเป็นเสียงจัตวา



แต่อ่านดูกลอนเพี้ยนๆ นี่เยิ่นเย้อ

ใช้คำเฟ้อ ฟุ่มเฟือย น่ารำคาญ

สุดสมเพช เศษสมอง น่าสงสาร

เกิดมานาน แต่ก็ยัง โง่เหมือนเดิม
Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 1 ก.พ. 2549 (02:12)
คิดจะเป็นนักกลอนต้องกัดติด

พบที่ผิดอย่าปลอยปละละให้ขัน

ไม่พอใจต้องแก้จนครบครัน

ต้องมุ่งมั่นปั่นแต่งสุดฝีมือ

สัมผัสนอกมีครบเป็นที่หนึ่ง

จะให้ซึ้งสัมผัสในอย่าไขสือ

เสียงลงท้ายเป็นจังหวะให้เลื่องลือ

จะทิ้งชื่อฝากไว้ในแผ่นดิน
ภูมิ
ร่วมแบ่งปัน253 ครั้ง - ดาว 156 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 1 ก.พ. 2549 (02:24)
ดูไปดูมาพิมพ์ผิด

ปั้น น่าตีจริงๆ
ภูมิ
ร่วมแบ่งปัน253 ครั้ง - ดาว 156 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 1 ก.พ. 2549 (03:26)
กลอนติบอว่าไว้ ตนนา

มิเก่งเชิงภาษา อ่อนด้อย

อิฉันอ่านวาจา คุณแต่ง แล้วเอย

เห็นว่าติบอถ้อย เด่นด้วย เนื้อความ



(ป.ล. คุณติบอ ขอบคุณมากนะ แรงฮึดของคุณทำให้อิฉันมีครั้งแรกในรอบสิบปีได้สำเร็จ...ขอบคุณจริงๆ)
ชื่นใจ
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 1 ก.พ. 2549 (03:28)
คือว่าตอนพิมพ์ จัดอย่างดีให้มีหน้าตาเป็นโคลงสี่ฯ

แล้วไหง...มันติดกันเป็นพืดอย่างนี้คะเนี่ย
ชื่นใจ
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 1 ก.พ. 2549 (16:32)
โดยคุณสมบัติของ html ไม่ว่าจะใส่ช่องว่าง(เว้นวรรค)คั้นกี่ช่องก็ตามจะถูกตัดเหลือหนึ่งช่องเท่านั้น
ภูมิ
ร่วมแบ่งปัน253 ครั้ง - ดาว 156 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 1 ก.พ. 2549 (21:19)
ลองใช้จุดเยอะๆ ดูครับ

ขออนุญาตลอกมาทำให้ดูนะครับ



...กลอนติบอว่าไว้ ...... ตนนา

มิเก่งเชิงภาษา ...........อ่อนด้อย

อิฉันอ่านวาจา ........... คุณแต่ง แล้วเอย

เห็นว่าติบอถ้อย ......... เด่นด้วย เนื้อความ

............................................ชื่นใจ
เนยสด
ร่วมแบ่งปัน1976 ครั้ง - ดาว 2 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 1 ก.พ. 2549 (23:44)
...

อยากจะแต่งกลอนบ้าง แต่มิวางว่างจากจร

มีการงานคอยหลอกหลอน มีแปดกรท่าจะดี

...

ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆ

ใครก็ได้แต่งกลอนช่วยเป็นกำลังให้การีนปั่นงานได้สำเร็จได้ไหมค่ะ



555+
Karine!!
ร่วมแบ่งปัน204 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 2 ก.พ. 2549 (03:21)
ขอบคุณท่านผู้มีอุปการะคุณเป็นอย่างสูงเจ้าค่า

ทั้งคุณภูมิและคุณเนยสด



น้องการีนขา อิฉันก็อยู่ในภาวะการบ้านท่วมท้นเหมือนกันเจ้าค่ะ



ฮึดไว้...ทั้งคู่เลย
ชื่นใจ
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 2 ก.พ. 2549 (12:11)
เป็นผู้น้อยคอยก้มพนมกร ลำบากก่อนแล้วค่อยตายเมื่อปลายมือ
ถาวภักดิ์
ร่วมแบ่งปัน240 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 2 ก.พ. 2549 (18:08)
อยากจะแต่งกลอนบ้าง แต่มิวางว่างจากจร

มีการงานคอยหลอกหลอน มีแปดกรท่าจะดี

แม้น้องจะแวะมา แค่แวะมาเฉย ๆ นี่

การบ้านค้างมากมี น้องคนนี้ต้องขอตัว

(ต่อของคุณการีนครับ)
ศรีปิงเวียง
ร่วมแบ่งปัน1209 ครั้ง - ดาว 142 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 2 ก.พ. 2549 (19:40)
คาถาตอนเรียน...มอบให้น้องการีนค่ะ



หมายมั่นให้งานเสร็จ.....แล้วจึงค่อยเตร็ดเตร่จร

ไม่เสร็จอย่าเข้านอน……ฝึกไว้ให้เป็นนิสัย



อาบน้ำเย็นกายา..........ชงชาไว้ดับกระหาย

โทรศัพท์ศัตรูร้าย……....ปิดเครื่องไว้ไม่ให้ดัง



ความเงียบในยามค่ำ…….ทำให้ใจเกิดพลัง

เหมือนมีเวทย์มนขลัง……พิชิตชัยดังใจหมาย



อย่าเปิดทีวีดัง...............สมาธิพังกระจาย

เลือกเพลงเบาๆไว้……….เป็นเพื่อนได้ยามค่ำลง



เมื่อจิตใจแน่วแน่………...ไม่เฉไฉมัวใหลหลง

จิตใจไม่พะวง…………....ความคิดแล่นโลดทะยาน



ทำงานด้วยมุ่งมั่น………...ศึกษามันให้แตกฉาน

เรียนรู้ให้เชี่ยวชาญ……….ขีดเขียนอ่านให้เข้าใจ



เมื่อความชำนาญเกิด......จะเพลิดเพลินกับงานได้

ทำไปแสนเพลินใจ..….…..ถึงเช้าไปไม่รู้ตัว
Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 3 ก.พ. 2549 (22:39)
555+

ขอบคุณค่ะ



แต่ทำงานจนถึงเช้านี่ สงสัยจะไปเรียนต่อไม่ไหวแฮะ

เอิ๊กๆ....เอาไว้เป็นข้ออ้างไม่ไปเรียนเสียเลย
Karine!!
ร่วมแบ่งปัน204 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 3 ก.พ. 2549 (22:50)
ลืมไป..พี่เรียนกลางคืนค่ะ นักเรียนโดยมากเป็นคนทำงานแล้ว เริ่มจาก 6 โมงถึง 3 ทุ่ม
Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 8 ก.พ. 2549 (23:00)
อ่านเจอครับ ในหนังสือกลอน

(ไม่ควรเอาอย่างนะครับ ผมไปยืนอ่านที่ร้านแล้วไม่ได้ซื้ออะ เลยจำได้ไม่เยอะ)



พยายามละเว้นการแย่งสัมผัสครับ

มักจะเกิดปัญหาตรงวรรค 2 ไป 3 ครับ



ขอยืมกลอนคุณติบอมาเป็นตัวอย่างหน่อยนะครับ



มีครู-พี่ มาแนะชี้ ให้ตัวอย่าง

หัดเขียนบ้าง แต่อ่านเอง ยังขัดหู

เลยลบทิ้ง ด้วยรู้ตัว ว่า"ไม่รู้"

จนหลายครู เริ่มระอา มาจีบกัน



หู ต้องสัมผัสกับ รู้ ครับ แต่ดันมีคำว่า รู้ อีกคำมาแย่งสัมผัสไปก่อนหน้า

ตรงนี้ต้องแก้ไขนะครับ

(ไว้ผมหาซื้อหนังสือได้ จะเอามาลงครับ)

(ว่าแต่ว่า ใครจีบกันครับ?)
เนยสด
ร่วมแบ่งปัน1976 ครั้ง - ดาว 2 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 9 ก.พ. 2549 (00:58)
ขอบคุณครับ คุณเนยสด

ผมก็เพิ่งทราบจากคุณเนยสดนี่ล่ะครับ

เพราะกลอนบทที่ว่า

ผมก็เขียนเล่นๆไปอย่างนั้นแหละครับ

แต่เกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิค คนอื่นเลยได้อ่านๆไป แหะๆ



เพราะฉะนั้น เรื่องจีบกัน ก็เล่นๆครับ

ไม่เชื่อถามพี่นุชฯ ดูได้ครับ อิอิ
ติบอ
ร่วมแบ่งปัน962 ครั้ง - ดาว 154 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 9 ก.พ. 2549 (09:18)
None of kids' business.
Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 9 ก.พ. 2549 (14:57)
I absolutely agree.
ถาวภักดิ์
ร่วมแบ่งปัน240 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 9 ก.พ. 2549 (17:25)
...
Karine!!
ร่วมแบ่งปัน204 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 10 ก.พ. 2549 (23:48)
หายห่างเหินไปนาน เข้าบ้านเก่ารอบใหม่ ยังอุ่นใจดั่งกี้...



...โคลงสองเป็นอย่างนี้ แสดงแก่กุลบุตรชี้ ชื่อไว้ในโคลง แลนาฯ



(ลงจบเอาด้วนๆ ยังงี้แหละ ขโมยของเก่าครูท่านมาต่อครับ)
นิลกังขา
ร่วมแบ่งปัน936 ครั้ง - ดาว 156 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 11 ก.พ. 2549 (00:21)
กลอนทุกท่านแต่งล้วน............ไพเราะ ท่านนา

คำแต่งนั้นพริ้งเพราะ...............อย่างนี้

ฟังแล้วชื่นเสนาะ...................จับจิต

ยังได้เกล็ดความรู้..................จากท่าน ไม่น้อย
สร้อยสิริประภาแว่นทิพย์
ร่วมแบ่งปัน11 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 13 ก.พ. 2549 (17:54)


28557
.

Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 14 ก.พ. 2549 (13:10)
.อันความรักมักเกิดกับดวงจิต..... ถึงจะคิดห้ามหักกลับรักใหญ่

ไม่สมปองต้องกายไม่เป็นไร .......ขอเพียงได้แอบรักสมัครตรม

ด้วยจารีตกีดขวางหนทางรัก .......ถ้าฝืนมักหนักกว่าจะมาสม

แม้ชาตินี้มิอาจพบสบอารมณ์ ......รอระทมถึงภพหน้าจะมาเยือน...
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26855 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 14 ก.พ. 2549 (15:11)
งื้ดๆ ขอแอบสีข้างอาจารย์นิรันดร์มองเครื่องบินด้วยคนนะครับ บรู้รรรรร...
ถาวภักดิ์
ร่วมแบ่งปัน240 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 14 ก.พ. 2549 (15:40)
อุตส่าห์ hint ให้ยังไม่ get

อุตส่าห์ said ชัดภาษา ถาว์แสร้งเขลา

อุตส่าห์ draw เกือบตายใช้ 2 hrs.

ปัญญาเราเฉาโฉดอย่าโทษครายยยย
Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 14 ก.พ. 2549 (16:31)
มั่นพุทธิศิรวาทศาสดา

จึงมิกล้าท้าสวาสดิ์สมมาดหมาย

จำระกำช้ำชอกชื่อชู้ชาย

ตกพุ่มหม้ายเมื่อไรให้แจ้งครัน
ถาวภักดิ์
ร่วมแบ่งปัน240 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 14 ก.พ. 2549 (16:54)
แม้เครื่องบินบินต่ำอาจจ้ำโดด . . . . ดาวสูงโลดเกินไขว่ใจถูกเฉือน

ชีวิตนี้อยู่ไปไร้แสงเดือน ..... . . . . . หนทางเลือนเลอะเทอะเกรอะน้ำตา

ขอตั้งจิตอธิษฐานให้หวานจิต ........รู้ความคิดมิตรไกลได้เถิดหนา

ถนอมรักนงนุชสุดชีวา ........ . . . . .พบกานดาเพียงในฝันถึงวันตาย
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26855 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 14 ก.พ. 2549 (17:36)
โอ๊ย มดกัด



แหะๆ คารวะท่านอาจารย์นิรันดร์ 1 จอก(น้ำชา)

ไหนๆก็นั่งเหงากันในวันสีชมพูของคนอื่น เราน่า

มานั่งวิเคราะห์วิจัย excited state กันต่อ แก้เหงา

นะครับ อาจารย์
ถาวภักดิ์
ร่วมแบ่งปัน240 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 14 ก.พ. 2549 (17:39)
อันผู้ชาย-เรือนไทย-ใช่ว่าแน่

แสนเฉื่อยแฉะ-เชื่องช้า-ไม่ฉะฉาน

กระบิดกระบวน-มากท่า-น่ารำคาญ

อยากปุจฉา-อาจารย์-สอนยังไง

อันงิ้วป่า-ต้นโตสูง-ตระหง่านฟ้า

ทำกลัวกล้า-หนามแหลมกีด-ขีดข่วนได้

หนามหักเลี่ยน-มันเลื่อม-ปีนสบาย

โอ้งิ้วราย-เพียงคำขาน-นิทานไทย
Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 14 ก.พ. 2549 (18:01)
มาชี้ชวนสวนงิ้วสยิวสยอง

ขัดสนองตรองผลถึงหม่นไหม้

ด้วยมุ่งตรงคงศาสน์ของชาติไทย

ยอมขาดใจไว้ลายชายชาวพุทธ
ถาวภักดิ์
ร่วมแบ่งปัน240 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 14 ก.พ. 2549 (18:25)


28558
ลุ้นไม่ขึ้น..เฮ้อ เบื่อบางคน ส่งดอกไม้ให้อาจารย์ดีกว่าค่ะ

Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 14 ก.พ. 2549 (19:08)


28559
.

เอา "กุหลาบสีดำ" มาฝากคุณถาวภักดิ์ 1 ดอก ด้วยค่ะ

Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 15 ก.พ. 2549 (04:35)
ฮั่นแน่...ตาวิเศษเห็นนะ



คุณนุชฯ มอบดอกไม้ให้คุณถาฯ

สงสัยว่ามีนัยความหมายแฝง

อาจจะมีถ้อยคำใดใคร่แสดง

แต่ซ่อนแสร้งสื่อสารผ่านผกา




ชื่นใจ
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 15 ก.พ. 2549 (09:03)


ดินเนอร์ใต้แสงเทียนหรือคะ? เคยเจอก็แต่ตอนกินข้าวเย็น

แล้วไฟเกิดดับเท่านั้นละค่ะ

จุดเทียนยังดีกว่าเปิดไฟฉายส่องกับข้าว

เมื่อวานได้ของขวัญวาเลนไทน์ 1 กล่อง

คนให้เขาบอกว่ากุหลาบมันแพง เอาขนมครกไปกินแทนละกัน



คุณนุชกับคุณชื่นใจอย่าไปแหย่ตบะฤๅษีหนุ่มเลยค่ะ

เกิดพระฤๅษีตบะแตกขึ้นมาจะบาป

รวมไปถึงพยานผู้รู้เห็นในเรือนไทยอีกหลายคนด้วย
28560

เทาชมพู
ร่วมแบ่งปัน5218 ครั้ง - ดาว 220 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 15 ก.พ. 2549 (11:30)
รักสีดำคือรักจริง มิหวังสิ่งใดตอบแทน

ศิวะแห่งเมืองแมน สละศอรอนาคี

พ่นใส่ขยายพิษ สามารถปลิดทุกชีวี

เดชะพระสุลี เพียงศอดำคล้ำไปนาน
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26855 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 15 ก.พ. 2549 (13:42)
กาลผ่านมานานปี.................ยังไม่มีใครเหลียวแล

กุหลาบได้แต่ชะแง้...............มองเขาส่งสารสัมพันธ์

ดอกไม้นั้นมีอยู่....................ไม่มีคู่จะสานฝัน

สงสัยไม่ถึงครรภ์..................เกิดเมื่อไรคงรู้เอง


ภูมิ
ร่วมแบ่งปัน253 ครั้ง - ดาว 156 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 15 ก.พ. 2549 (20:54)
อิ อิ



ถือว่าเป็นพยานรู้เห็นคนหนึ่งล่ะกันเน้อค่า
Karine!!
ร่วมแบ่งปัน204 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 15 ก.พ. 2549 (20:58)


28561
.

Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 16 ก.พ. 2549 (00:30)


28562
.

Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 16 ก.พ. 2549 (10:07)
ภูมิเอ๋ย...



(จำคนอื่นเขามา)

แสวงหาสิ่งหวังวันข้างหน้า

อกหักมากี่หนยังทนได้

ความรักเหมือนสายธารที่ผ่านไป

จะเป็นไรถ้าอกหัก - อีกซักครั้ง....



คัมบัตเตะคุดาไซ สู้เขาไอ้มดแดง ...
นิลกังขา
ร่วมแบ่งปัน936 ครั้ง - ดาว 156 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 16 ก.พ. 2549 (11:37)
ใช่ฟ้าบันดาลให้เธอเป็นคู่ของพี่

ฟ้าสร้างให้น้องพี่นี้ รักมีเพียงชั่วหวานชื่น

พี่แสนรัก แสนห่วงและหวงทุกคืน

ขอให้รักโรยรื่น เหมือนรักพี่เถิดดวงใจ

.....

....(ขี้เกียจพิมพ์ แหะๆ)

....

อย่าได้คิดหวลห่วงพี่นะ ดวงใจ

ชาตินี้พี่จำจากไกลสู่แดนแห่งรสพระธรรม



(ตามบัญชาท่านอาจารย์แสนสวย สั่งให้เป็นตาเถนซะแล้ว แฮ่ อาจารย์มาบวชชีด้วยกันมั้ยขอรับ)
ถาวภักดิ์
ร่วมแบ่งปัน240 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 16 ก.พ. 2549 (13:12)


ตาเถนหกตกใต้ถุน!
28563

เทาชมพู
ร่วมแบ่งปัน5218 ครั้ง - ดาว 220 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 16 ก.พ. 2549 (13:21)
เข้ามาขำ เจ้าชายขนมครก ค่ะ

ทำเอาดิฉันอยากกินขนมครกโรยต้นหอมขึ้นมาเลยเชียวค่ะ



เรือนไทยเราตอนนี้สีชมพูหรือคะอาจารย์?
B
ร่วมแบ่งปัน119 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 16 ก.พ. 2549 (13:35)
โอ๊ย แค่ชวนบวชชี ต้องถีบตกใต้ถุนด้วย คนสวยใจร้าย
ถาวภักดิ์
ร่วมแบ่งปัน240 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 16 ก.พ. 2549 (13:48)
พ้นวันวาเลนไทน์แล้วก็สีเนื้อไม้เหมือนเดิมค่ะคุณ B

ใครอยู่แถวนี้ ช่วยหิ้วปีกป๋าเถนขึ้นมาจากใต้ถุนทีเถอะค่ะ
เทาชมพู
ร่วมแบ่งปัน5218 ครั้ง - ดาว 220 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 16 ก.พ. 2549 (13:54)
ไม่เป็นไรแล้ว จารย์จ๋า อุตส่าห์เป็นห่วงอย่างนี้ ก็ชื่นหัวใจแล้วจ้ะ
ถาวภักดิ์
ร่วมแบ่งปัน240 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 16 ก.พ. 2549 (13:54)
รับอาสาเองค่ะ...เดี๋ยวจะจัดการเอาให้ปีกหลุดติดไม้ติดมือมาด้วยเลย เล่นตัวนัก เฮ้อ..
Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 16 ก.พ. 2549 (13:59)
เบาๆมือหน่อยนะคะ คุณนุชนา

อย่าให้ถึงตายก็พอ
เทาชมพู
ร่วมแบ่งปัน5218 ครั้ง - ดาว 220 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 16 ก.พ. 2549 (14:22)
แว้ก สาวสวนงิ้วโผล่มาเงียบๆ โตกจายโหมดเลย

กราบลาละคร้าบ พี่น้อง



ปล ถ้าไม่มีสามี จะเบาจะแรงก็ไม่ว่าจ้ะ เจ๊จ๋า
ถาวภักดิ์
ร่วมแบ่งปัน240 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 16 ก.พ. 2549 (16:00)
. . . ถึงมีปีกเหินหาวเสียดราวฟ้า . . . ถึงจะกล้าท้าไพรินทร์ทุกถิ่นที่

ถึงอยู่ยงคงกระพันทั้งอินทรีย์ . . . . .. แต่ก็แพ้พ่ายนารีฤดีเดียว

ถูกเด็ดปีกหลีกกายไปไม่รอด .. ..........อยู่ให้กอดทุกวันคืนจันทร์เสี้ยว

แต่คืนเพ็ญเห็นเด่นขึ้นมาเชียว . . . . . ก็ไม่เลี้ยวหนีไปให้ตระกอง
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26855 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 16 ก.พ. 2549 (16:30)
นึกเป็นห่วงเป็นใยเจ้าของ ค.ห.86 ไม่รู้จะรอดไหม

เลยลองไปเสี่ยงเซียมซีวัดแถวๆบ้านมาให้

ท่าทางจะแม่นค่ะ



ใบที่หกตกกระไดลงใต้ถุน

งานจะวุ่นหัวจะเวียนเจียนลมใส่

ถามถึงแฟนข้างกายจะหายไป

ถึงตามง้อยกใหญ่ไม่คืนดี



ถามเดินทางต้องไปไกลไม่มีตติ้ง

ถามถึงหญิงยังไม่พบประสบศรี

ถามถึงคู่ยังไม่น่าว่าจะมี

บวชเป็นเถนจริงซะทีจะดีเอย
เทาชมพู
ร่วมแบ่งปัน5218 ครั้ง - ดาว 220 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 16 ก.พ. 2549 (17:09)
แหม อดไม่ได้ ขอย่องเข้ามาแสดงความชื่นใจอีกครั้ง คำก็ห่วง 2 คำก็ห่วง มีอาจารย์แสนสวยเมตตาเอ็นดูออกนอกหน้ายังงี้ เดี๋ยวพรรคพวกรุมอิจฉาแย่เลย



หุหุ อาจารย์เราชักของขึ้น เขียนใบเซียมซี่เลยเชียว เสียดาย หวยเพิ่งออก ไม่งั้นจะขอเลขเด็ดให้จั๋งหนับ
ถาวภักดิ์
ร่วมแบ่งปัน240 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 16 ก.พ. 2549 (17:17)


28564
.

Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 16 ก.พ. 2549 (17:26)
คุณนุชนาจะฉลองวาเลนไทน์ให้อีกฝ่ายไม่ครบ ๓๒ เชียวหรือคะ

คุณถาฯ จะให้เหลือเท่าไหร่ ก็เอาจำนวนที่เหลือนั่นละค่ะเป็นเลขเด็ด

จะ ๓๑ หรือ ๓๐ ก็เลือกเอาเอง
เทาชมพู
ร่วมแบ่งปัน5218 ครั้ง - ดาว 220 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 16 ก.พ. 2549 (17:43)
เอาออกแค่ 1 พอค่ะ ไม่ใจร้ายมาก เหลือให้ 31

เอามากก็เปลืองเเรงมากเปล่าๆปลี้ๆ



ว่าแล้วก็-วางคมมีด-กรีดลงไป

เฉือนแค่-กล่องดวงใจ-ให้เหลือตอ
Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 16 ก.พ. 2549 (17:51)
สาวด่าเขาก็ว่าสาวบอกรัก

สาวให้จวักเขาก็ว่ากวักมือให้

สาวให้มีดเราจะแปลเป็นฉันใด

ท่องเอาไว้มหาอุตม์ตัวใครตัวมัน


ภูมิ
ร่วมแบ่งปัน253 ครั้ง - ดาว 156 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 16 ก.พ. 2549 (18:00)
อ้าว นึกว่าจะช่วยอุด เผ่นซะฉิบ

โห แล้วนี่หนุ่มที่บ้านจะเหลือรึ



อันความรู้ครูฝากยากสิ่งเดียว

น่าหวาดเสียวเกี้ยวสาวถึงคราวถอย

คิดจีบหญิงทั้งทีมีผัวคอย

มาม้วยม่อยหงอยงมระทมนัก

ครั้นจำลาพาทีที่เทิดธรรม

กลับไม่หนำกำมีดรีดไถรัก

จึงเห็นจริงยิ่งแจ้งแดงประจักษ์

ที่ท่านทักปักซึ้งถึงขาดเลย



เผ่นจริงๆละวุ้ย พ่อภูมิรอด้วย....
ถาวภักดิ์
ร่วมแบ่งปัน240 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 16 ก.พ. 2549 (18:19)
บัดนั้น

ถาวภักดิ์เหงื่อกาฬพาลไหลปรี่

กระโจนลงเรือนไทยไม่รอรี

ไล่กวดตามเกลอซี้ไปไม่ทัน



น่าขำจริงพิงผนังนั่งหัวร่อ

ฉายาพ่อนักเลงโบราณผู้หาญกล้า

ยินคำขู่ปอดกระเส่าเอาละวา

ไม่รอช้าวิ่งป่าราบเรียบเป็นทาง
Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 96 16 ก.พ. 2549 (18:53)
รู้แล้ว.. พ่อภูมิตัวดีเป็นพี่เลี้ยง

ส่งสำเนียงเสียงเสนาะแนะพ่อถาว์

แนะให้สู้คะนองคลั่งดังอาชา

ค่อยเข้าท่าไว้ลายชายเรือนไทยเรา

แต่นี่ไยไปแนะให้เขาหนี

ไร้ศักดิ์ศรีผู้ชายอับอายเขา

ถึงจะสั่นระส่ำพอทำเนา

ยืดอกเข้าสั่นสู้กูก็ชาย
Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 97 16 ก.พ. 2549 (20:28)
ต้องขอท้าพี่ใหญ่เรือนไทยนี้

ยินว่าพี่องค์อรินทร์นิลกังขา

ติวทั้งทีได้แค่นี้ไม่มีปัญญา

กระบวนท่าอ่อนใจไม่เป็นมวย

ทั้งภูมีถาวภักดิ์ขอพักยก

งัดธงขาวขึ้นโบกดูไม่สวย

กระจอกไม่ทันกินน้ำแสนสำรวย

จบแสนห่วยลาบวชไปใคร่แนะนำ
Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 98 16 ก.พ. 2549 (20:42)
ก็เห็นที มีพี่นุช สุดสวาท

ชายขยาด หญิงแขยง ไม่สงสัย

มาวางมวย ท้าเขา ไม่หวั่นใคร

เลยลาไป บวชชี เอ๊ย.. บวชเณร



ส่วนคุณถาฯ เพียรเพ่ง เลงกสิณ

ให้หลุดสิ้น พ้นทุกข์ ด้วยเป็นเถร

เหลือแต่กลอน ของผม เป็นกากเดน

ไม่จัดเจน พอต่อถ้อย พี่นุชนา





อิอิ เขาไปกันหมดแล้วอ่ะพี่ เหลือแต่ผมแหละ





ปล. สมาชิกท่านอื่น ช่วยด้วยครับ อิอิ
ติบอ
ร่วมแบ่งปัน962 ครั้ง - ดาว 154 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 99 16 ก.พ. 2549 (20:54)
Well, let them go clinging somebody's skirt to the heaven.
Nuchana
ร่วมแบ่งปัน1108 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 100 16 ก.พ. 2549 (21:35)


28565 เอาผ้านุ่งมาฝากถุงนึงครับ

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะครับว่าผมเอามาให้คุณสุภาพบุรุษท่านไหนนุ่ง หรือเกาะ

แค่เอามาฝากพี่นุชหนะแหละครับ อิอิ

ติบอ
ร่วมแบ่งปัน962 ครั้ง - ดาว 154 ดวง

จำไว้ตลอด

กระทู้นี้ ปิด รับความเห็นค่ะ