เส้นใยนำแสง คืออะไรค่ะ ใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างค่ะ

เส้นใยนำแสงคืออะไรค่ะ หน้าตาเป็นยังไง



ใช้ทำประโยชน์อะไรได้บ้าง



ช่วยนู๋ด้วยนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
23 ม.ค. 2549 18:15
146 ความเห็น
175065 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1  โดย โก๋แก่


ไฟประดับใช้หลักการของ ไฟเบอร์อ๊อปคิก
(ใยแก้วนำแสง)




หาก ป6 จริงก็เหนื่อยหน่อยนะ ไปย่อและสรุปเอาเองละกันยาวหน่อย
ลองย่อและจับใจความที่สนใจออกมา
ผิดถูก ไม่แน่ใจ มาว่ากันอีกที นะ

http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=107&Pid=12722

http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=107&Pid=33688



23 ม.ค. 2549 22:43


ความคิดเห็นที่ 2 โดย novia

เอาง่ายๆก็คือ เส้นใยใสๆ ที่เมื่อฉายแสงเข้าไปแล้วแสงนั้นจะสะท้อนไปมาภายในเส้นใยนั้นครับ ไม่หักเหออกมานอกเส้นใย(จิงๆแล้วออกมานิดหน่อยแต่น้อยมากคับ) เราจึงไม่เห็นแสงออกมาจากเส้นใยนั้น จนกว่าจะสุดเส้นครับ อาศัยหลักการของความแตกต่างระหว่าง ความหนาแน่นระหว่างตัวกลางและดัชนีหักเห ทำให้เกิดการสะท้อนกลับหมด คล้ายๆกับการฉายไฟจากใต้นำขึ้นมาบนอากาศ จะมีอยู๋มุมนึงที่ไปจะถูกสะท้อนกลับหมดครับ...เส้นใยนี้ก็เหมือนกัน เขาออกแบบมาให้แสงภายในเส้นตกกระทบผิวเส้นใยในมุมที่จะถูกสะท้อนกลับได้มากที่สุด...แสงจึงสะท้อนไปมาภายในเส้นได้



ถูกป่าวครับท่าโก๋แก่...^^
23 ม.ค. 2549 22:50


ความคิดเห็นที่ 3 โดย novia

ถ้าเป็นเด็ก ป.6 ก็ลองนึกว่า เส้นใยเป็นท่อ และแสงเป็นน้ำ น่าจะมองเห็นภาพกว่าปะครับ
23 ม.ค. 2549 22:52


ความคิดเห็นที่ 4 นู๋ คือ เดะ ป.6 (Guest)

ขอบคุณมั่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆค่ะ คูณ.... โก๋แก กะ novia
26 ม.ค. 2549 09:53


ความคิดเห็นที่ 10 โอปอ ค่ะ (Guest)

การสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง (fiber optic) เส้นใยนำแสงมีลักษณะเป็นท่อแก้วที่อ่อนตัวอยู่ในสายที่หุ้มด้วยพลาสติก ลักษณะของท่อแก้วหุ้มด้วยสารพิเศษที่ทำให้เกิดการหักเหของแสงอยู่ภายในท่อแก้ว ดังนั้นเราสามารถส่งแสงจากปลายด้านหนึ่งให้ไปปรากฏที่ปลายอีกด้านหนึ่งได้ แม้ว่าเส้นใยนำแสงนั้นจะคดงอไปอย่างไรก็ตามก็จะส่งแสงเข้าไปในท่อแก้วได้ เมื่อมีการนำเอาข้อมูลเข้าไปผสมกับแสง เพื่อให้แสงกระพริบตามการเปลี่ยนแปลงของข้อมูล ทำให้เรารับส่งสัญญาณข้อมูลไปกับแสงได้ การรับส่งข้อมูลเข้าไปในแสงทำได้มากและรวดเร็ว
19 พ.ค. 2549 18:15


ความคิดเห็นที่ 11 โอปอ (Guest)

http://it.benchama.ac.th/ebook3/page/Lesson9_7_2.htm



หากอยากรู้ก็คลิกเข้าชมได้คะ
19 พ.ค. 2549 18:17


ความคิดเห็นที่ 16 อ้อม (Guest)

การที่เราจะรู้อะไรซักอย่างต้องค้นหาด้วยตัวเอง
23 พ.ค. 2549 10:54


ความคิดเห็นที่ 20 เกด (Guest)

พาร์การที่ใครสักคนที่ดีคือ
23 พ.ค. 2549 11:29


ความคิดเห็นที่ 23 แตงกวา (Guest)

ได้ความรุ้เพิ่มเติมดีจัง
24 พ.ค. 2549 10:09


ความคิดเห็นที่ 26 legolast (Guest)

เส้นใยนำแสง มีแกนกลางของสายซึ่งประกอบด้วยเส้นใยแก้วหรือพลาสติกขนาดเล็กหลาย ๆ เส้นอยู่รวมกัน เส้นใยแต่ละเส้นมีขนาดเล็กเท่าเส้นผมและภายในกลวง และเส้นใยเหล่านั้นได้รับการห่อหุ้มด้วยเส้นใยอีกชนิดหนึ่งก่อนจะหุ้มชั้นนอกสุดด้วยฉนวน การส่งข้อมูลผ่านทางสื่อกลางชนิดนี้จะแตกต่างจากชนิดอื่น ๆ ซึ่งใช้สัญญาณไฟฟ้าในการส่ง แต่การทำงานของสื่อกลางชนิดนี้จะใช้เลเซอร์วิ่งผ่านช่องกลวงของเส้นใยแต่ละเส้นและอาศัยหลักการหักเหของแสงโดยใช้ใยแก้วชั้นนอกเป็นกระจกสะท้อนแสง การให้แสงเคลื่อนที่ไปในท่อแก้วสามารถส่งข้อมูลด้วยอัตราความหนาแน่นของสัญญาณข้อมูลสูงมาก และไม่มีการก่อกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้สามารถส่งข้อมูลทั้งตัวอักษร เสียง ภาพกราฟฟิก หรือวิดีทัศน์ได้ในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังมีความปลอดภัยในการส่งสูง แต่ก็มีข้อเสียเนื่องจากการบิดงอสายสัญญาณจะทำให้เส้นใยหัก จึงไม่สามารถใช้สื่อกลางในการเดินทางตามมุมตึกได้ เส้นใยนำแสงมีลักษณะพิเศษที่ใช้สำหรับเชื่อมโยงแบบจุดไปจุด ดังนั้นจึงเหมาะที่จะใช้กับการเชื่อมโยงระหว่างอาคารกับอาคาร หรือระหว่างเมืองกับเมือง เส้นใยนำแสงจึงถูกนำไปใช้เป็นสายแกนหลัก
25 พ.ค. 2549 11:46


ความคิดเห็นที่ 96 ณัชชา (Guest)

ใยแก้วนำแสง (Optic Fiber)

ทำจากแก้วหรือพลาสติกมีลักษณะเป็นเส้นบางๆ คล้าย เส้นใยแก้วจะทำตัวเป็นสื่อในการส่งแสงเลเซอร์ที่มีความเร็วในการส่งสัญญาณเท่ากับ ความเร็วของแสง

หลักการทั่วไปของการสื่อสารในสายไฟเบอร์ออปติกคือการเปลี่ยนสัญญาณ (ข้อมูล) ไฟฟ้าให้เป็นคลื่นแสงก่อน จากนั้นจึงส่งออกไปเป็นพัลส์ ของแสง ผ่านสายไฟเบอร์ออปติกสายไฟเบอร์ออปติกทำจากแก้วหรือพลาสติกสามารถส่งลำแสง ผ่านสายได้ทีละหลาย ๆ ลำแสงด้วยมุมที่ต่างกัน ลำแสงที่ส่งออกไปเป็นพัลส์นั้นจะสะท้อนกลับไปมาที่ผิวของสายชั้นในจนถึงปลายทาง

จากสัญญาณข้อมูลซึ่งอาจจะเป็นสัญญาณอนาล็อกหรือดิจิตอล จะผ่านอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่มอดูเลตสัญญาณเสียก่อน จากนั้นจะส่งสัญญาณมอดูเลต ผ่านตัวไดโอดซึ่งมี 2 ชนิดคือ LED ไดโอด (light Emitting Diode) และเลเซอร์ไดโอด หรือ ILD ไดโอด (Injection Leser Diode) ไดโอดจะมีหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณมอดูเลตให้เป็นลำแสงเลเซอร์ซึ่งเป็นคลื่นแสงในย่านที่มองเห็นได้ หรือเป็นลำแสงในย่านอินฟราเรดซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ ความถี่ย่านอินฟราเรดที่ใช้จะอยู่ในช่วง 1014-1015 เฮิรตซ์ ลำแสงจะถูกส่งออกไปตามสายไฟเบอร์ออปติก เมื่อถึงปลายทางก็จะมีตัวโฟโต้ไดโอด (Photo Diode) ที่ทำหน้าที่รับลำแสงที่ถูกส่งมาเพื่อเปลี่ยนสัญญาณแสงให้กลับไปเป็นสัญญาณมอดูเลตตามเดิม จากนั้นก็จะส่งสัญญาณผ่านเข้าอุปกรณ์ดีมอดูเลต เพื่อทำการดีมอดูเลตสัญญาณมอดูเลตให้เหลือแต่สัญญาณข้อมูลที่ต้องการ

สายไฟเบอร์ออปติกสามารถมีแบนด์วิดท์ (BW) ได้กว้างถึง 3 จิกะเฮิรตซ์ (1 จิกะ = 109) และมีอัตราเร็วในการส่งข้อมูลได้ถึง 1 จิกะบิต ต่อวินาที ภายในระยะทาง 100 กม. โดยไม่ต้องการเครื่องทบทวนสัญญาณเลย สายไฟเบอร์ออปติกสามารถมีช่องทางสื่อสารได้มากถึง 20,000-60,000 ช่องทาง สำหรับการส่งข้อมูลในระยะทางไกล ๆ ไม่เกิน 10 กม. จะสามารถมีช่องทางได้มากถึง 100,000 ช่องทางทีเดียว



้ในปัจจุบัน ระบบการสื่อสารผ่านใยแก้วนำแสง ได้เข้ามามีบทบาท ในการสื่อสารคมนาคมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นระบบการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถรองรับปริมาณข้อมูลข่าวสาร ได้เป็นจำนวนมาก หัวใจของระบบการสื่อสารนี้ก็คือ ใยแก้วนำแสง (Fiber optic) ซึ่งเป็นตัวกลางในการส่งผ่านข้อมูลในรูปของลำแสงนั่นเอง

ใยแก้วนำแสง ผลิตโดยการดึงแก้วที่กำลังหลอมออกมาเป็นเส้นใยขนาดเล็ก มีเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณเส้นผมของคนเราเท่านั้น ใยแก้วนำแสงประกอบไปด้วยส่วนหลักๆ 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนแกน (core) และเปลือก (cladding) ส่วนแกนจะเป็นเนื้อแก้ว ที่มีดัชนีหักเหสูงกว่าชั้นเปลือกเล็กน้อย ดังนั้น หากให้ลำแสงสัญญาณ ที่มีมุมตกกระทบพอเหมาะ ไปบนใยแก้ว จะเกิดการสะท้อนกลับหมด ที่รอยต่อระหว่างชั้นทั้งสอง ไม่เกิดการหักเหออกไปสู่ภายนอก ลำแสงจึงสามารถเดินทางผ่านไป ตามใยแก้วนำแสงเป็นระยะทางไกลๆ โดยมีการสูญเสียพลังงานน้อยมาก



เปรียบเทียบกันแล้ว ระบบสื่อสารผ่านลวดทองแดง จะต้องติดตั้ง อุปกรณ์ทวนสัญญาณ (repeater) ทุกๆ 1 ไมล์ ขณะที่ระบบใยแก้วนำแสงใช้เพียง 1 จุดต่อระยะทางถึง 20 ไมล์ รวมทั้งยังสามารถร้อยใยแก้วจำนวนมาก ไว้ในท่อเดียวกันได้ โดยที่สัญญาณไม่แผ่ออกมารบกวน ซึ่งกันและกัน นอกจากนั้น สัญญาณในรูปลำแสงที่เคลื่อนที่ ไปตามใยแก้วซึ่งเป็นระบบปิดยังช่วยให้ ปลอดภัยจากสิ่งรบกวนภายนอก เช่น สภาพอากาศแปรปรวน หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่แผ่ออกมาจากอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง คุณภาพของสัญญาณที่ได้จึงมีความคมชัดสูง ไม่ประสบปัญหาคลื่นแทรก เนื่องจากสิ่งรบกวน เหมือนกับการสื่อสารผ่านดาวเทียม ในด้านการบำรุงรักษานั้น ใยแก้วนำแสงทนความร้อนสูงและไม่นำไฟฟ้า จึงมีความปลอดภัย ในการใช้งานสูง รวมทั้งทนต่อการกัดกร่อนได้ดี มีอายุใช้งานยาวนาน

สาเหตุหลักที่ทำให้ใยแก้วนำแสง หมดอายุใช้งาน คือ การแตกหัก หรือการดูดซับโมเลกุล ของไฮโดรเจนเข้าไปในเนื้อแก้ว ซึ่งทำให้คุณภาพการนำสัญญาณเสียไปใยแก้วนำแสงนอกจากใช้ ในด้านการสื่อสารคมนาคมแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ได้อีก เช่น เป็นส่วนประกอบของอุปกรณ์ในการควบคุมการทำงาน ของเครื่องจักรภายในโรงงานอุตสาหกรรม อุปกรณ์ตรวจจับสิ่งแปลกปลอม เพื่อป้องกันการบุกรุก ตรวจวัดความเข้มของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า และยังมีความพยายามที่จะนำมาใช้ในทางการแพทย์ โดยผลิตเป็นอุปกรณ์ตรวจภายในร่างกาย ที่สามารถสอดเข้าไปยังจุดที่ต้องการ และส่งสัญญาณภาพออกมา เพื่อช่วยในการตรวจวินิจฉัยโรค เป็นต้น



ข้อดีของใยแก้วนำแสดงคือ

1. ป้องกันการรบกวนจากสัญญาณไฟฟ้าได้มาก

2. ส่งข้อมูลได้ระยะไกลโดยไม่ต้องมีตัวขยายสัญญาณ

3. การดักสัญญาณทำได้ยาก ข้อมูลจึงมีความปลอดภัยมากกว่าสายส่งแบบอื่น

4. ส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงและสามารถส่งได้มาก ขนาดของสายเล็กและน้ำหนักเบา

เส้นใยแก้วนำแสง (fiber optic) คืออะไร



เส้นใยแก้วนำแสงหรือไฟเบอร์ออปติก เป็นตัวกลางของสัญญาณแสงชนิดหนึ่ง ที่ทำมาจากแก้วซึ่งมีความบริสุทธิ์สูงมาก เส้นใยแก้วนำแสงมีลักษณะเป็นเส้นยาวขนาดเล็ก มีขนาดประมาณเส้นผมของมนุษย์เรา เส้นใยแก้วนำแสงที่ดีต้องสามารถนำสัญญาณแสงจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้ โดยมีการสูญเสียของสัญญาณแสงน้อยมาก

เส้นใยแก้วนำแสงสามารถแบ่งตามความสามารถในการนำแสงออกได้เป็น 2 ชนิด คือ เส้นใยแก้วนำแสงชนิดโหมดเดี่ยว (Singlemode Optical Fibers, SM) และชนิดหลายโหมด (Multimode Optical Fibers, MM)



ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเส้นใยแก้วนำแสง ที่ทำมาจากพลาสติกเพื่องานบางอย่างที่ไม่คำนึงถึงการสูญเสียสัญญาณมากนัก เช่น การสื่อสารในระยะทางสั้น ๆ ไม่กี่เมตร

เส้นใยนำแสง มีแกนกลางของสายซึ่งประกอบด้วยเส้นใยแก้วหรือพลาสติกขนาดเล็กหลาย ๆ เส้นอยู่รวมกัน เส้นใยแต่ละเส้นมีขนาดเล็กเท่าเส้นผมและภายในกลวง และเส้นใยเหล่านั้นได้รับการห่อหุ้มด้วยเส้นใยอีกชนิดหนึ่งก่อนจะหุ้มชั้นนอกสุดด้วยฉนวน การส่งข้อมูลผ่านทางสื่อกลางชนิดนี้จะแตกต่างจากชนิดอื่น ๆ ซึ่งใช้สัญญาณไฟฟ้าในการส่ง แต่การทำงานของสื่อกลางชนิดนี้จะใช้เลเซอร์วิ่งผ่านช่องกลวงของเส้นใยแต่ละเส้นและอาศัยหลักการหักเหของแสงโดยใช้ใยแก้วชั้นนอกเป็นกระจกสะท้อนแสง การให้แสงเคลื่อนที่ไปในท่อแก้วสามารถส่งข้อมูลด้วยอัตราความหนาแน่นของสัญญาณข้อมูลสูงมาก และไม่มีการก่อกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้สามารถส่งข้อมูลทั้งตัวอักษร เสียง ภาพกราฟฟิก หรือวิดีทัศน์ได้ในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังมีความปลอดภัยในการส่งสูง แต่ก็มีข้อเสียเนื่องจากการบิดงอสายสัญญาณจะทำให้เส้นใยหัก จึงไม่สามารถใช้สื่อกลางในการเดินทางตามมุมตึกได้ เส้นใยนำแสงมีลักษณะพิเศษที่ใช้สำหรับเชื่อมโยงแบบจุดไปจุด
18 ม.ค. 2551 17:08


ความคิดเห็นที่ 97 mongcreamnarak (Guest)

ขอบคูนนะค่ะกำลังทำรายงานอยู่พอดี
22 ม.ค. 2551 09:21


ความคิดเห็นที่ 98 bouaphan2007@HOTMAIL>COM (Guest)

สวัสดีครับผมอยากดูรูปเส้นใยนำแสง

ผมอยากรู้ว่าเส้นใยนำแสงเป็นอย่างไร ตอบด้วยนะ
25 ม.ค. 2551 10:41


ความคิดเห็นที่ 99 กาตูนส์ (Guest)

ช่วยบอกประโยชน์ของเส้นใยนำแสงหน่อยได้ไหมค่ะคุณสุดหล่อ
4 ก.พ. 2551 15:56


ความคิดเห็นที่ 101 BOURIAN_O@YAHOO.CO.TH (Guest)

ใครที่สนใจรูปภาพ  งานตัดต่อ สายเคเบิลใยแก้วนำแสง  ติดต่อกลับได้นะครับ
14 ก.พ. 2551 14:56


ความคิดเห็นที่ 102 คนทามรายงาน (Guest)

<P><FONT size=3>ขอบคุณน้า เราก้อทำรายงานเรื่องนี้อยู่พอดี</FONT></P>
19 ก.พ. 2551 17:55


ความคิดเห็นที่ 103 Suchila@email.com (Guest)

<P>ช่วยบอกประวัติเส้นใยนำแสงหน่อย</P>
22 ก.พ. 2551 12:00


ความคิดเห็นที่ 104 keo_akawit@hotmail.com (Guest)

<P>P' ช่วยบอกความหมายเกี่ยวกับเส้นใยนำแสงหน่อยสิครับ</P>
27 พ.ค. 2551 09:45


ความคิดเห็นที่ 112 โดย kungsen

ดีครับดีมากๆ

30 มิ.ย. 2551 19:07


ความคิดเห็นที่ 113 ktr6474@thaimailcom (Guest)

อยากรู้ประโยชน์ของไดโอดเปล่งแสง และการใช้ประโยชน์

28 ก.ค. 2551 14:41

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น