เฉลยความลับบัวหิมะ

เมื่อวานผมเจอกระทู้เกี่ยวกับบัวหิมะครับดูแล้วก็งงว่ามันคืออะไรเลยไปศึกษามาให้



บัวหิมะ เป็นแบคที่เรีย Acitobacter sp. ที่มีyeastหรือ แบคทีเรียบางชนิด ปนครับ



Acitobacter sp จะเป็นแบคที่เรียที่สามารถferment Alcohol ให้เป็น acitic acidได้ครับ จึงทำให้นมนั้นกลายเป็นรสเปรี้ยว สังเกตุดีๆนะครับว่าผมบอกว่า มันใช้ Alcohol แล้วทำไมบัวหิมะเลี้ยงในนมนะเหรอครับ เพราะ พวกคุณถูกหลอกมาไง การทีนำ Acitobacter sp. มาเลี้ยงในนม จะมีการปนเปื้อนของยีสหรือแบคทีเรียบางชนิดด้วยและยีส/แบคทีเรียนี้เองที่จะเป็นตัวเปลี่ยนน้ำตาลในนม ให้เป็น Alcohol แล้วAcitobacter sp. จึงค่อยเปลี่ยนน้ำตาลนั้นให้เป็น กรดอะซิติกต่อไป แล้วรูปร่างที่พวกคุณเห็นกันว่าเป็นก้อนขาวๆคล้ายๆดอกเห็ดนั้น แท้จริงแล้วเป็นคุณสมบัติพิเศษของ แบคทีเรียGenus นี้ เพราะ Acitobacter บางสายพันธุ์จะสร้างเซลลูโลส มาหุ้มตัวมันเอาไว้จึงทำให้เห็นเป็นรูปร่าง



และแบคทีเรียAcitobacter นี้ก็ไม่ใช่ของแปลกในเมืองไทยเลยครับ เพราะวุ้นมะพร้าวที่พวกคุณรับประทานกันก็เป็น เซลลูโลส ที่สร้างมาจาก Acitobacter สายพันธุ์หนึ่ง โดนเขาจะนำน้ำมะพร้าวมา inoculate เชื้อ Acitobacter สายพันธุ์ที่ว่า แล้วเติมyeastลงไป เมื่อเซลลูโลสถูกสร้างจะลอยเป็นแผ่นหนาด้านบน เมื่อจะนำมาผลิต เขาจะนำ วุ้นที่ได้นั้นแหละมาล้างกรดออก แล้วแช่ในน้ำเชื่อม...



และที่บอกว่าให้เลี้ยงในแก้ว ห้ามเลี้ยงในโลหะ อันนี้คงไม่เกี่ยวครับ สามารถเลี้ยงได้ แต่ๆๆๆ ไม่ควรเพราะ

1.โลหะเกิดสนิมได้ และมีโอกาสปนเปื้อนสารพิษเช่นตะกั่วสูงกว่าแก้ว

2. ถ้าโลหะนั้นมีส่วนผสมของ Silver จะทำให้เชื้อตายครั้บ เพราะ Silverมีคุณสมบัติในการทำลายโครงสร้างบางอย่างของ เชื้อแบคทีเรีย



ที่บอกว่า ห้ามซื้อขาย....? ยิ่งไม่เกี่ยวเลยครับ แต่การให้ย่อมดีกว่าจิงมั้ยละครับ



บางคนกินแล้วท้องผูก เป็น เพราะได้รับเชื้อเข้าร่างกายมากเกินไปครับ ทำให้ normal floraในร่างกายไม่อยู่ในสมดุลย์ หรือ normal floraตายเนื่องจากได้รับLActic acidมากเกินไป เช่น อาจทำให้เชื้อ Escerichia coli ในลำใส่ใหญ่ เหลือน้อยลงจึงเกิดการหมักของอุจระไม่สมบูรณ์ ท้องจึงผูก


ความคิดเห็นที่ 1


24 ม.ค. 2549 00:33
  1. อ้าวแล้วบัวหิมะ ที่มาทำในเครื่องสำอางค์บางตัวล่ะ เป็นประเภทเดียวกันหรือเปล่า อ่านไอ้นี่แล้วเพิ่งรู้ว่ามีบัวหิมะแบบนี้ด้วย ทำให้นึกถึงเมื่อครั้งกะนู้นที่มี..เห็ดนำโชคให้เลี้ยงกันอ่ะ ต้องให้กินน้ำหวานหน่ะ พอโตเต็มถาดแล้วให้เอาไปตากแดด ให้แห้งแล้วใส่ในถุงแดง เป็นเครื่องรางค์นำโชค คล้ายๆ กันเนอะ

ความคิดเห็นที่ 2

novia
24 ม.ค. 2549 01:06
  1. บัวหิมะแบบนี้เมื่อก่อนเคยแพร่ระบาดอยู๋พักนึงครับ โดยใช้ชื่อว่า เห็ดรัสเซีย แต่มีการเปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆคนจะได้จำไมได้ แต่บัวหิมะที่อยู่ในเครื่องสำอางนี้ผมเคยได่ยินผ่านๆแต่ไม่เคยศึกษาคับ ถ้าใครสงสัยส่งตัวอย่างเชื้อมาให้ผมก็ได้นะครับ จะเอาไปตรวจให้ในLabs

ความคิดเห็นที่ 3

เนยสด
14 ก.พ. 2549 22:32
  1. ลงชื่ออ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 5

16 ก.พ. 2549 15:51
  1. บัวหิมะนี่เอามาพอกหน้าได้ป่าวอะ? เพื่อนเราบอกว่าพอกได้ จริงรึป่าว

ความคิดเห็นที่ 6

พระยาขยายกำจายมูลมูก.
4 มี.ค. 2549 01:37
  1. อย่าเอาแบคทีเรียมาทาหน้าเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 7

7 มี.ค. 2549 19:45
  1. ขอแก้ไข น่ะครับ คุณ Novia Acetobacter sp. ครับ ไม่ใช่ Acitobacter sp และ ปัจจุบัน Acetobacter xylinum ที่สร้างเซลลูโลสได้เปลี่ยนชื่อเป็น Gluconacetobacter xylinus เรียบร้อยไปแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 8

pharmaceutical scientist
13 มี.ค. 2549 23:28
  1. [[28620]] ขอแจงเรื่องบัวหิมะด้วยคนนะครับ บัวหิมะที่คุุณ Novia และหลายคนที่โฆษณาขายกันโครมๆ เรียกว่า Kefir ครับ ไม่ใช่สมุนไพรจีนหรอกครับ จุดกำเนิดของ kefir กำเนิดในแถบเอเชียน้อยแถวตุรกี รัสเซีย อุเบกิสถาน ฯลฯ เป็นส่วนผสมของเชื้อ Lactobacillus acidophilus และ Saccharomyces sp. ลักษณะของ Kefir จะคล้ายๆดอกกะหล่ำ พอเอาไปแช่ในนมเลยทำให้นมกลายเป็นโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว มีผลิตภัณฑ์ของ kefir ขายกันทั่วไปในต่างประเทศ (แถบที่ว่ามา) http://en.wikipedia.org/wiki/Kefir

ความคิดเห็นที่ 9

pharmaceutical scientist
13 มี.ค. 2549 23:51
  1. [[28621]] ส่วน "บัวหิมะ" ที่เป็นสมุนไพรจีน เป็นพืชในวงศ์ Asteraceae เช่นเดียว ดาวเรือง ทานตะวัน ฯลฯ นิยมนำมาทำยากันมีสองสายพันธุ์คือ Saussurea laniceps และ S. medusa พบในแถบภูเขาสูง 3000 เมตร จากระดับน้ำทะเล (แถบหิมาลัย)ในทิเบตและจีน เป็นพืชที่ออกดอกครั้งเดียวในชีวิตของมัน (เหมือนในหนังจีน) เนื่องจากยาจีนต้องนำดอกมาทำยา บัวหิมะจึงไม่สามารถสร้างเมล็ดเพื่อขยายพันธุ์ได้ ทำให้เสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ได้ เพราะบัวหิมะเกิดได้ที่สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เฉพาะ ทางยาจีนนำมาใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง ปัญหาประจำเดือนไม่ปกติ http://en.wikipedia.org/wiki/Saussurea http://news.nationalgeographic.com/news/2005/07/0707_050708_lotus.html

ความคิดเห็นที่ 10

pharmaceutical scientist
13 มี.ค. 2549 23:57
  1. [[28622]] ดอกขาวคือ S. laniceps ดอกสีบานเย็นคือ S. medusa ส่วนบัวหิมะที่นำมาผสมในเครื่องสำอาง มีแนวโน้มว่าจะเป็น kefir เพราะราคาถูกกว่า และมีคุณสมบัติเป็น whitening agent จาก lactic acid (เป็น AHA ตัวหนึ่งที่หาง่ายราคาถูก) จากการหมักของเชื้อในนม

ความคิดเห็นที่ 11

ศรีปิงเวียง
14 มี.ค. 2549 15:03
  1. รับทราบครับพี่เภสัชฯ สรุปว่า บัวหิมะ(จริงๆ ) เป็นคนละตัวกับ kefir และ Gluconacetobacter xylinus คือ เห็ดรัสเซีย/เห็ดเยอรมัน (ที่เคยเห่อมาพักหนึ่ง)

ความคิดเห็นที่ 12

14 มี.ค. 2549 17:07
  1. กินแล้วกำลังภายในจะเพิ่มกี่เท่าเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 13

16 ส.ค. 2549 15:10
  1. แล้วคนท้องทานมั้ยคะ

ความคิดเห็นที่ 14

Survivor_Angel
16 ส.ค. 2549 16:28
  1. ราคาบัวหิมะ เมืองไทยแพงไหม?

ความคิดเห็นที่ 15

21 ส.ค. 2549 16:07
  1. บัวหิมะสดที่นำมาทำเป็นโยเกิร์ติ แล้วเอามาทาหน้า กรณีที่ใช้ไปนานๆ มีอันตรายหรือผลข้างเคียงหรือเปล่าคะ

ความคิดเห็นที่ 17

25 ส.ค. 2549 23:38
  1. แล้วแบบนี้เอามาทาอันตรายไหมคะ

ความคิดเห็นที่ 19

10 มี.ค. 2551 00:15
  1. <P>พิมพ์แทบตายเป็นภาษาไรเนี่ย</P>

ความคิดเห็นที่ 21

13 พ.ค. 2551 23:24
  1. บัวหิมะ

     

    ทำความเข้าใจก่อนค่ะ

     

    บัวหิมะจริงๆ = Kefir ซึ่งเป็นแบคทีเรีย ผสมรา

     

    บัวหิมะที่เป็นกระปุกของจีน เป็นเพียง ตัวครีม ไม่เกี่ยวไรกับบัวหิมะเลย แค่ใช้ชื่อเท่านั้นเอง

     

    จากคุณต้นกระทู้ค่ะ คือ kefir เอง ก็ไม่ได้มีแค่ lactic acid หน่ะค่ะ คือมันมีสิ่งมีชีวิตเยอะหน่ะค่ะ การอธิบายสารภายในค่อนข้างยาก แต่lactic ก็มีแหละหน่ะค่ะ มันก็มีงานวิจัยเกี่ยวกับ kefir มาบ้างนะคะ เกี่ยวกับ antimutagenic กับ antioxidant หน่ะค่ะ หน้าที่ใสขึ้น(จากที่บอกมาในบางคน) ก็ lactic acid ก็เกี่ยว แต่ก็อาจมี สารที่มีประโยชน์ชนิดอื่นอยู่ด้วยหน่ะค่ะ เช่นantioxidant 

     

    ปล.สิ่งมีชีวิตมีไรหลากหลายเหลือเกินหน่ะค่ะ เกินจะคาดคิดได้หน่ะค่ะ

     

     


ความคิดเห็นที่ 22

เอื้อการย์
3 ก.ค. 2551 15:39
  1. อยู๋เชียงรายคะ อยากได้ครีมที่มีสารสกัดจากบัวหิมะจะทำอย่างไรดี

     


ความคิดเห็นที่ 23

เอื้อการย์
3 ก.ค. 2551 15:41
  1. ตอนนี้งงมาก บัวหิมะชนิดไหนที่ใช้รักษาสิวได้ ใครรู้บ้างช่วยตอบที่จ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 24

sineenart
4 ก.ค. 2551 09:14
  1. ดูภาพจากความคิดเห็นที่ 9-10 ทำให้นึกถึงนิยายจีน

    ที่ต้องขึ้นเขาฝ่าความลำบากไปเก็บบัวหิมะ

    มีบัวหิมะอยู่ 1 ประปุก ชื่อ BAO FU LING

    ไม่บอกส่วนผสม บอกแสรรพคุณ วิธีใช้ และการเก็บรักษา

    ใช้กับผิวหนังที่โดนความร้อนลวก ไหม้ ยุงกัด ผื่นคัน

    ผิวหนังอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ อะไรพวกพวกนั้นน่ะค่ะ

     

    ขอบคุณสำหรับความรู้ข้างต้น :)


ความคิดเห็นที่ 25

25 ต.ค. 2551 22:44
  1. อยากเลี้ยงบัวหิมะเพื่อสุขภาพ

    อยู่โคราช  ไม่ทราบว่าจะขอแบ่งได้ไหมคะ  แล้วมีเบอร์ติดต่อไหมคะ ส่วนหนู  089-7903307


ความคิดเห็นที่ 26

25 พ.ย. 2551 11:29
  1. อยากเลี้ยงบัวหิมะ เพื่อสุขภาพอยู่สกลนคร ไม่ทราบว่าใครมีขอแบ่งได้083-4551462


ความคิดเห็นที่ 27

18 ธ.ค. 2551 16:01
  1. ไม่เปนอันตรายหรอกค่ะก็เหมือนเอาโยเกิตมาทาหน้าแหละ ใช้มาเปนปีแล้วค่ะทำให้หน้าขาวขี้น และนุ่มด้วยค่ะ เพียงแต่จะใช้เวลานานหน่อยกว่าจะขาวสรรพคุณของมันมี ดีหลายอย่างนะ เปนผดผื่นทาแล้วก็หายค่ะ เปนกลากเกื้อนก็หายค่ะ นี่ก็ยังทากับครีมที่ใช้ประจำเลยค่ะ


ความคิดเห็นที่ 28

Beee
14 มี.ค. 2552 10:16
  1. ดอกบัวหิมะตามที่ในหนังจีนที่ว่าเป็นดอกไม้สวรรค์เป็นแบบนี้เกิดขึ้นบนยอดเขาอ้างอิง http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=beee&month=13-03-2009&group=9&gblog=21


ความคิดเห็นที่ 29

19 เม.ย. 2552 22:12
  1. สวยใสด้วยบัวหิมะและสมุนไพร ต้องนี่เลย www.plukrak.com เวปที่ขายดีและมาแรงในขณะนี้

ความคิดเห็นที่ 31

19 ส.ค. 2552 10:53
  1. กรูละ งง� ไม่รุ้จะเชื่อคัยดีอ่ะ


ความคิดเห็นที่ 34

16 ก.พ. 2553 11:23
  1. พอดีไปเจออีกเว็บนึงเลยเอามาฝากกันค่ะ หลาย ท่านเข้าใจผิดคิดว่าบัวหิมะ เป็นบัวชนิดหนึ่งที่ขึ้นอยู่ตามหนองน้ำ บึง หรือสระน้ำในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นและมีหิมะปกคลุมอยู่ แท้จริงแล้วบัวหิมะไม่ใช่พืชกลุ่มบัว เพราะพืชที่อยู่ในกลุ่มบัวจริง ๆ มี 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ บัวหลวงซึ่งอยู่ในวงศ์ Nelumbonaceae ส่วนบัวสายอยู่ในวงศ์ Nymphaeaceae สำหรับบัวหิมะเป็นอะไรแน่ ขอแยกแยะจากการนำมาใช้หรือที่คนไทยนิยมนำมาใช้ ซึ่งพอจะแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 บัวหิมะที่เป็นครีมสีขาวเหลือบมุก ครีมชนิดนี้มีชื่อเรียกในภาษาจีนว่า “เป่า ฟู่ หลิง” (Bao Fu Ling) เข้าใจว่าคนแรก ๆ ที่เห็นชื่อนี้สะกดในภาษาอังกฤษว่า “Bao” จึงออกเสียงเรียกในภาษาไทยว่า “บัว” และเนื่องจากเนื้อครีมมีสีขาวจึงเรียกเป็นภาษาไทยว่า “บัวหิมะ” ทั้ง ๆ ที่ส่วนประกอบไม่ได้มีบัว หรือพืชที่เรียกว่าบัวหิมะจริง ๆ เป็นส่วนผสมอยู่เลย ครีมที่เรียกว่าบัวหิมะนี้มีส่วนผสมของผงไข่มุก โสม นิ่วในถุงน้ำดีวัว ชะมดเช็ด ว่านหางจระเข้ การบูร วาสลีน โดยเฉพาะโสม ต้องเป็นโสมป่า มีสรรพคุณในการรักษาบาดแผลต่าง ๆ โดยเฉพาะแผลไฟไหม้ บัวหิมะชนิดครีมสีขาวนี้โด่งดังในไทยครั้งแรก เมื่อมีเหตุการณ์การกระเบิดของรถบรรทุกแก๊สที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่เมื่อในปี 2533 และมีหมอยาจีนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟลวก โดยการใช้ครีมบัวหิมะรักษา โชดดีที่ช่วงสงกรานต์รถแก๊สคันโตไม่ระเบิดไม่เช่นนั้นยังสงสัยอยู่ว่า บัวหิมะจะเอาอยู่หรือไม่ ? รูปแบบที่ 2 บัวหิมะเป็นพืชแต่อยู่ในวงศ์ Compositae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับต้นหนาด เนื่องจากมีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า Snow lotus ซึ่งเมื่อนำมาใช้ในภาษาไทยจึงมีการแปลแบบตรงตัวว่า “บัวหิมะ” พืชต้นนี้มีกลีบรองดอกที่ห่อหุ้มตัวดอกอยู่มีรูปร่างคล้ายกลีบบัว จึงเรียกชื่อภาษาอังกฤษว่า lotus หรือบัวนั่นเอง พืชชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Saussurea involucrata เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ในที่สูงกว่า 2,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ส่วนแพทย์แผนจีนใช้ส่วนของดอกและลำต้นในการรักษาโรคไขข้อ และอาการไอเนื่องมาจากร่างกายถูกกระทบจากความหนาวเย็น แก้โรคกระเพาะ ท้องเดิน และโรคที่เกิดเนื่องจากอยู่ในที่สูง นอกจากนี้พบว่ายังมีการใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ ยาทำแท้ง ยาต่อต้านมะเร็งและยาต่อต้านการปวดเมื่อย จากการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์พบว่าสมุนไพรชนิดนี้เมื่อสกัดโดยใช้แอลกอฮอล์ มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบได้ดีกว่ายาแผนปัจจุบันชื่อ อินโดเมทาซิน (indomethacin) ซึ่งใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้ปวดและบวม จึงเห็นได้ว่า ครีมบัวหิมะที่ใช้ทารักษาบาดแผลจากไฟไหม้ไม่ได้มีส่วนผสมของสมุนไพรชนิดนี้ อยู่เลย อย่างไรก็ตามพืชชนิดนี้มีการนำมาใช้กันมากในยาแผนโบราณ ทำให้บัวหิมะชนิดนี้ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ในขณะนี้ทางรัฐบาลจีนจึงมีการจำกัดการใช้และอยู่ในระหว่างการศึกษาเพื่อเพาะ เลี้ยงขยายพันธุ์ในห้องปฎิบัติการ รูปแบบที่ 3 บัวหิมะชนิดที่ไม่ได้เป็นพืช แต่เป็นจุลินทรีย์ในกลุ่มแบคทีเรียและยีสต์ที่อาศัยอยู่ร่วมกัน เกาะเกี่ยวกันด้วยโปรตีน ไขมันและน้ำตาล ทำให้มีรูปร่างเป็นเม็ดหลาย ๆ เม็ดมารวมตัวกันจนมีรูปร่างหน้าตาเหมือนดอกกล่ำ บัวหิมะชนิดนี้บางที่เรียกว่า “บัวหิมะธิเบต” ซึ่งใช้ในการผลิตนมเปรี้ยว ตามภูมิปัญญาดั้งเดิม โดยการนำนมแพะมาใส่ไว้ในถุงที่ทำมาจากกระเพาะสัตว์ แล้วใส่เม็ดบัวหิมะลงไป นำไปแขวนไว้ที่ประตูหน้าบ้าน พอคนเดินเข้าออกหัวก็จะไปชนถุงนมนี้ เหมือนเป็นการเขย่าทำให้เม็ดบัวหิมะผสมกับนมได้เป็นอย่างดีจนกลายเป็นนม เปรี้ยว ใช้ดื่มเป็นอาหารสุขภาพ ใน ปัจจุบันนิยมดื่มนมเปรี้ยวกันมาก แต่นมเปรี้ยวทั่วไปยังมีแอลกอฮอล์เกิดขึ้นด้วย ประมาณ 1-2 เปอร์เซ็นต์ แต่นมเปรี้ยวที่ทำจากเม็ดบัวหิมะจะมีรสเปรี้ยวและซ่าเพราะมีคาร์บอนเนตเกิด ขึ้นในระหว่างการหมัก และนมเปรี้ยวที่ผลิตจากเม็ดบัวหิมะมีแอลกอฮอล์ผสมไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ เนื่องมาจากเวลาน้อยกว่าในการหมักนม

ความคิดเห็นที่ 42

20 ส.ค. 2554 01:47
  1. เรามี บัวหิมะ ใครต้องการแบ่งไปเลี้ยง โทรหาเราได้ 083-707-2213 และสำหรับคนไม่มีเวลาเลี้ยง เรามีน้ำนมบัวหิมะสด ๆ ทุกวัน จำหน่ายกระปุกละ 10 บาทเอง(ขนาด 50 มล.) (หาค่านมเลี้ยงน้องบัวจ๊ะ) ใครอยู่ใกล้ ๆ แถวนี้แวะมาหาได้จ๊ะ อยู่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ อาคารจตุจักร ติดซอยพหลโยธิน 44 แขวงเสนานิคม (บ้านก็อยู่แถวนี้ด้วยจ๊ะ) เราดื่มเช้า-เย็น-ก่อนนอนทุกวัน ร่างกายสดชื่น แข็งแรงดี ทั้งที่เราป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายต้องฟอกไตอาทิตย์ละ 3 ครั้ง และก็มีโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นเยอะแยะ / เมื่อก่อนกินยาโรคกระเพาะทุกวันวันละ 2 เวลา เช้า-เย็น เดี๋ยวนี้ไมต้องกินแล้ว / โรคท้องผูก ต้องกินยาก่อนนอน 2-3 เม็ดทุกวัน เดี๋ยวนี้ก็ไม่ต้องกินแล้ว / โรคปวดศีรษะมาก ๆ เกือบทุกวัน เดี๋ยวนี้ลืมไปเลยว่าเคยปวดหัว / เอามาพอกหน้า ทาตัว ผสมน้ำอาบ ผิวเนียมนุ่ม ไม่มีกลิ่นตัว-ไม่ต้องใช้โลออนด้วย / หมักผมไว้ครึ่ง ช.ม. สระออก ผมนุ่มมีน้ำหนักจัดทรงง่าย ที่บ้านเราเป็นครอบครัวใหญ่ นำนมบัวหิมะที่เลี้ยงไว้มากิน มาใช้กันทั้งบ้านเลย สรรพคุณดีมากมาย หลายอย่าง เห็นผลทันที ใครสนใจ mail มาคุยได้จ๊ะ กันเองม๊ากมาก jibbunnag@hotmail.co.th

ความคิดเห็นที่ 43

นิรันดร์
21 ส.ค. 2554 10:31
  1. ผ่าน อ.ย. หรือ ไม่จะกินอะไรผ่านปากเข้าไปในท้องก็ต้องคิดบ้างนะครับ


ความคิดเห็นที่ 44

5 ก.พ. 2555 18:12
  1. ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ (แนะนำให้ลองทำทานเองค่ะ จะรู้ว่ามีประโยชน์จริง ๆ ) รับรองทำทานเอง อ.ย. (อร่อย) มากจ๊ะ โดยเฉพาะ ผสมน้ำหวาน น้ำผลไม้ และเติมเนื้อผลไม้ด้วยนะ และเอาเข้าช่องฟิตทานเป็นไอติม เด็กๆ ชอบมาก รับไม่ท้องเสีย ไม่เป็นอันตราย ทำให้สะอาด ก็ไม่เป็นไรแล้วค่ะ มีแต่ประโยชน์ คนที่สงสัย เป็นเรื่องปกติ เพราะยังไม่รู้จริงค่ะ เขาเรียกว่าธรรมชาติบำบัดค่ะ ไม่ลองไม่รู้ ลองศึกษาข้อมูลจากเว็บนี้ดู้สิค่ะ ผู้รู้ท่านรวบรวมไว้ yaamata.blogspot.com

ความคิดเห็นที่ 45

1 ก.พ. 2556 00:16
  1. ทีแรกนึกว่านมบูด ไม่กล้าใช้เลย แล้วถ้าลืมกรองข้ามวันตัวบัวจะตายป่าวคะ เลี้ยงด้วยน้ำตาลต้องเปลี่ยนน้ำ/น้ำตาลทุกวันมั๊ยคะ

ความคิดเห็นที่ 46

25 มี.ค. 2556 09:53
  1. เรากินบัวหิมะอยู่ หายเจ็บขากันทั้งบ้าน แล้วเราก้อประจำเดือนมาปกติ( เป็นคนที่มีประจำเดือน4เดือน มา ครั้งหนึ่ง)

ความคิดเห็นที่ 47

nin2
4 ก.ค. 2556 18:12
  1. คุณแม่เคยรับน้องบัวจากเว็บนี้ไปเลี้ยงค่ะ http://www.บัวหิมะบัวหิมะ.com/ เพื่อนๆๆคนไหนสนใจลองเข้าไปดูนะคะข้อมูลเป็นประโยชน์มากค่ะ


ความคิดเห็นที่ 49

19 ส.ค. 2556 14:14
  1. อยากได้คะ จะทำให้แม่ทาน รบกวนส่งมาให้ได้หรือไม่คะ อยู่ระยอง ส่งมาที่ 76/11 หมู่ 6 ต เชิงเนิน อ เมือง จ ระยอง 21000 ณัฏฐ์ เบ็ญจา

ความคิดเห็นที่ 50

31 ส.ค. 2556 20:23
  1. สวัสดีครับ คือว่า ผม ได้บัวหิมะ มาครับ คือเขาไม่ใช่พืช แต่เป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง และสามารถฟังภาษาเรารู้เรื่อง รักษาโรคได้ และ เมื่อนำมาทำยา เขาจะขยายออกเรื่อยๆ ครับ..ตอนนี้อยู่บ้านผมก็มีครับ

ความคิดเห็นที่ 51

6 ก.ย. 2556 21:58
  1. ใครต้องการบัวหิมะติดต่อมาได้นะคะ ให้ฟรีค่ะสำหรับตัวบัวหิมะ แต่ต้องเสียค่าส่งเองนะคะ โทรมาได้เลยค่ะที่ 088-3344661

ความคิดเห็นที่ 52

6 ก.ย. 2556 22:09
  1. ใครที่สนใจต้องการเลี้ยงบัวหิมะ ติดต่อมาทาง facebook ก็ได้นะคะ ตาม e-mail ได้เลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 53

8 ต.ค. 2556 11:30
  1. ิที่บ้านเราแฟนเป็นมะเร์งลำไส้ระยะสุดท้ายเมื่อปี49หมอบอกว่าอยู่ได้ไม่นานพอผ่าตัดลำไส้ทิ้งกลับมารักษาต่อที่บ้านเราก็นำบัวหิมะมาหมักกับนมจืดให้กินทุกวันและที่บ้านก็เป็นร้านค้าขายอะไหล่รถมีคุณลุงที่เป็นลูกค้ามาซื้อของพอรู้เรื่องแฟนเราป่วยแนะนำให้กินสมุนไพรที่เขานำมาต้มเขาบอกว่าเมื่อ10ปีก่อนก่อนเขาก็เป็นมะเร็งที่ตับไปรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลที่กรุงเทพหมอบอกว่าไม่รอดไม่เกิน3เดือนตายแน่ แกเลยกลับมารักษาตัวเองไปตำราหาสมุนไพรที่พ่อของลุงเขาเคยกินนำมาต้มกินเองแกก็หายตอนนั้นฉันก็ไม่เชื่อแต่ ตอนนั้นกินอะไรก็ได้ขอให้แฟนเราหายก็พอก็ลองให้แฟนกินดูและราคาไม่แพงชุดละ400บาทต้มกินไปเรื่อยๆจนกว่ายาจะจืดแล้วเปลื่ยนห่อใหม่ต้มแต่เดือนละ2ชุดพอ ตอนนี้อยู่มาึ7ปีไม่ตายแล้ว ลูกสาวเราพาพ่อเขาไปตรวจที่รพ บอกว่าไม่มีมะเร์งเหลือเลยงงมาก ตอนนี้เขาก็แข็งแรงดีโรคเบาหวานที่เคยสูง300กว่าก็ลดลง เราเลยไม่รู้ว่าเป็นเพราะบัวหิมะหรือสมุนไพรเพราะให้กิน/ร่วมกัน2อย่างเลย เดี๋ยวนี้ก็ยังกินอยู่นะแต่เราเอามาหมักกับน้ำตาลแทนนม และที่บ้านเมื่อต้นปีก็มีเหตุอีกแม่เรามาป่วยแม่อายุ77ปีแล้วเมื่อต้นปีแม่ไปตรวจที่รพ หมอบอกว่าแม่มีลำไส้เลื่อนย้อยลงมา ต้องมาผ่าตัดออกที่แรกก็งงโรคนี้ผู้หญิงเป็นไปได้ไง แต่พอผ่าตัดไปแล้วหมอเอาชิ้นเนื้อไปตรวจพบว่าเป็นมะเร์งเลยตรวจร่างกายทุกอย่างโดยละเอียดพบว่าเป็นมะเร็งที่รังไข่ ระยะสุดท้าย และกระจายไปทั่วร่างกายแล้วที่แรกไม่มีใครกล้าบอกแม่แต่ท่านถามก็เลยบอกแม่ว่าเป็นมะเร็งเพราะต้องพาท่านไปรักษาโดยการคลีโมแต่ไม่ได้บอกแม่ว่าระยะสุดท้าย เราก็เอาสมุนไพรมาต้มกินร่วมกับบัวหิมะที่หมักกับน้ำตาล เพราะแม่ไม่ชอบกินนม ถ้าแฟนเราหายจากโรคร้ายแม่ก็ต้องหายเหมือนกันทีแรกพี่น้องเราก็ไม่ยอมให้แม่กิน แต่แม่บอกว่าอยากจะกินเพราะเชื่อว่าลูกเขยยังหาย กินโดยไม่บอกหมอนะหมอสั่งห้ามกินสมุนไพรทุกชนิด เมื่อเดือนที่แล้วคลีโมครบ6ครั้ง พอไปเข้าอุโมงสแกนและตรวจเลือดตรวจร่างกายโดยละเอียด พบว่าเซลมะเร็งลดลงจาก5เซนเหลือ2เซนหมอเลยแนะนำให้ผ่าตัดเอามะเร็งออกที่ลำใส้ ที่รังไข่ และที่ม้ามเพราะไม่อย่างนั้นไม่แน่ถ้าร่างกายอ่อนแอมันจะกระจายอีก หมอบอกว่แม่ต้องมาคลีโมอีก แต่แม่อายุมากแล้ว ยาคลีโมแรงมากแม่อยากให้ตัดออก หมอนัดผ่าตัดใหญ่วันที่18ตุลา เดือนนี้ ตอนนี้เราก็ได้แต่สวดมนต์ให้แม่หายจากโรคร้ายนี้ และ ขอให้ท่านปลอดภัย ส่วนเราก็กลัวว่าตัวเองจะเป็นเหมือนกันเพราะหมอบอกโรคมะเร็งรังไข่มักจะเป็นกรรรมพันธ์ ตอนนี้ ตื่นมาเช้าและก่อนนอนก็กินน้ำหมักบัวหิมะ ทุกวันกันไว้ก่อน มีคนที่แถวบ้านเราขายของที่ตลาดเขาก็เป็นเบาหวานนะไปแนะนำให้กินที่แรกเขาไม่เชื่อตัวเขาเป็นแผลที่เท้าที่มือ เพราะเบาหวานขั้นหนักเลยเป็นมา3ปีแล้ว เขาคงรำคาญเรามั้งไปบอกเขาบ่อยๆเลยทดลองเอาไปกินบ้าง เมือ่ต้นเดือนเจอเราบอกว่ากินบัวหิมะไปครี่งเดือนไปตรวจที่ชลบุรี เบาหวานลดลงมากแผลที่มือที่เท้าก็แห้งลง ขอบใจเราใหญ่เลย ถ้าใครสนใจบัวหิมะเราให้ฟรีนะคะ เสียแต่ค่าจัดส่งเท่านั้นแต่ยาสมุนไพรที่รักษาโรคมะเร์งต้องซื้อเองนะคะ เราไม่ได้ขายแต่จะแนะนำให้ได้ค่ะเพราะที่บ้านก็ซื้อมาต้มกินป็นประจำ สมุนไพรต้องเดือนหน้าเพราะเราซื้อไว้ให้แม่เหลือแค่2ชุด ลุงที่เราไปซื้อ บอกว่ายาหมดแล้วมีคนมาซื้อแกเยอะมากต้องขึ้นอิสานไปเอามาใหม่ รอหมดฝนก่อน

ความคิดเห็นที่ 54

17 ต.ค. 2556 12:47
  1. ถ้าทานบัวหิมะมากไปจะส่งผลอะไรต่อร่างกายไหมคะ

ความคิดเห็นที่ 55

31 ต.ค. 2556 17:35
  1. ถ้าเป็นบัวหิมะที่ทำจากนม ห้ามทานติดต่อกัน ต้องหยุดพัก แล้วค่อยทานใหม่ แต่ถ้าเป็นคีเฟอร์หรือบัวหิมะที่หมักน้ำตาลทรายแดง ทานทุกวันไม่เป็นไรค่ะ ร่างกายจะแข็งแรงระบบขับถ่ายก็ดี ที่บ้าน ดื่ม แบบคีเฟอร์มา หลายปีแล้วค่ะ อร่อยมาก และยังช่วยลดน้ำหนักด้วย และคนที่เป็นเบาหวานทานแล้วก็หายด้วยค่ะ แต่ต้องหมักให้หมดหวานที่รู้เพราะแฟนป่วยเป็นเบาหวานพอดื่มแล้วหายค่ะ ท่านใด สนใจ0833697009 แต่ต้องเสียค่าจัดส่งเองนะคะ

ความคิดเห็นที่ 56

tongtaja
12 พ.ย. 2556 20:00
  1. เพื่อนๆที่สนใจบัวหิมะติดต่อได้ที่เบอร์ 0883344661  แจกฟรีค่ะ แต่ต้องเสียค่าจัดส่งเองนะคะตอนนี้บัวหิมะเยอะมากๆค่ะ อยากให้เพื่อนๆที่สนใจจริงๆโทรมานะคะ


ความคิดเห็นที่ 59

nin2
20 พ.ย. 2556 23:41
  1. ท่านใดสนใจเลี้ยงบัวหิมะ ติดได้ที่ 095-938-7001 หรือ www.บัวหิมะบัวหิมะ.com ราคารวมจัดส่ง 150 บาท

ความคิดเห็นที่ 60

12 พ.ค. 2557 12:47
  1. ข้อความ 34 คุณมั่วแระคะ “เป่า ฟู่ หลิง” (Bao Fu Ling) นะ มีส่วนผสมบัวหิมะจริง ๆ ก็ฉันเคยไปศูนย์วิจัยของทางการจีนมา (ฉันเป็นข้าราชการที่มีโอกาสได้ไปดูงาน)เขาก็บอกว่ามี และส่วนผสมบัวหิมะจริง ๆ และจากตัวฉันเองก็เคยใช้ ขอบอกว่าใช้ดีมากกก ทำไมคุณไม่รู้จริงแล้วให้ข้อมูลชาวบ้านเขาผิดอย่างนี้คะ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น