ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 24 ม.ค. 2549 (00:33) อ้าวแล้วบัวหิมะ ที่มาทำในเครื่องสำอางค์บางตัวล่ะ
เป็นประเภทเดียวกันหรือเปล่า
อ่านไอ้นี่แล้วเพิ่งรู้ว่ามีบัวหิมะแบบนี้ด้วย
ทำให้นึกถึงเมื่อครั้งกะนู้นที่มี..เห็ดนำโชคให้เลี้ยงกันอ่ะ
ต้องให้กินน้ำหวานหน่ะ พอโตเต็มถาดแล้วให้เอาไปตากแดด
ให้แห้งแล้วใส่ในถุงแดง เป็นเครื่องรางค์นำโชค
คล้ายๆ กันเนอะ
แมงเม่า (IP:61.91.142.109,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 24 ม.ค. 2549 (01:06) บัวหิมะแบบนี้เมื่อก่อนเคยแพร่ระบาดอยู๋พักนึงครับ โดยใช้ชื่อว่า เห็ดรัสเซีย แต่มีการเปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆคนจะได้จำไมได้
แต่บัวหิมะที่อยู่ในเครื่องสำอางนี้ผมเคยได่ยินผ่านๆแต่ไม่เคยศึกษาคับ
ถ้าใครสงสัยส่งตัวอย่างเชื้อมาให้ผมก็ได้นะครับ จะเอาไปตรวจให้ในLabs
novia
ร่วมแบ่งปัน63 ครั้ง - ดาว 154 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 15 ก.พ. 2549 (02:44) บัวหิมะที่เป็นเครื่องสำอางค์คือครีมที่มีชื่อว่า Bao Fu Ling ซึ่งขายเป็นครีมบำรุงรักษาผิว เดาเอาว่าเป็นการยืมชื่อมาตั้งเป็นชื่อครีมเท่านั้นครับ
ตาหลิว (IP:207.234.129.8,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 16 ก.พ. 2549 (15:51) บัวหิมะนี่เอามาพอกหน้าได้ป่าวอะ?
เพื่อนเราบอกว่าพอกได้ จริงรึป่าว
lounys-toon-ka@hotmail.com (IP:203.113.67.133,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 4 มี.ค. 2549 (01:37) อย่าเอาแบคทีเรียมาทาหน้าเลยครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 7 มี.ค. 2549 (19:45) ขอแก้ไข น่ะครับ คุณ Novia
Acetobacter sp. ครับ ไม่ใช่ Acitobacter sp และ ปัจจุบัน Acetobacter xylinum ที่สร้างเซลลูโลสได้เปลี่ยนชื่อเป็น Gluconacetobacter xylinus เรียบร้อยไปแล้วครับ
malimas45@hotmail.com (IP:203.185.133.6,10.226.73.128,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 14 มี.ค. 2549 (15:03) รับทราบครับพี่เภสัชฯ
สรุปว่า บัวหิมะ(จริงๆ ) เป็นคนละตัวกับ kefir
และ Gluconacetobacter xylinus คือ เห็ดรัสเซีย/เห็ดเยอรมัน (ที่เคยเห่อมาพักหนึ่ง)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 14 มี.ค. 2549 (17:07) กินแล้วกำลังภายในจะเพิ่มกี่เท่าเนี่ย
i'm boring (IP:133.48.179.12,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 16 ส.ค. 2549 (16:28) ราคาบัวหิมะ เมืองไทยแพงไหม?
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 21 ส.ค. 2549 (16:07) บัวหิมะสดที่นำมาทำเป็นโยเกิร์ติ แล้วเอามาทาหน้า กรณีที่ใช้ไปนานๆ มีอันตรายหรือผลข้างเคียงหรือเปล่าคะ
yui@hotmail.com (IP:203.146.212.20,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 21 ส.ค. 2549 (21:25) ทำไมเดี๋ยวนี้ฮิตบัวหิมะกันจัง?
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 25 ส.ค. 2549 (23:38) แล้วแบบนี้เอามาทาอันตรายไหมคะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 10 มี.ค. 2551 (00:15) <P>พิมพ์แทบตายเป็นภาษาไรเนี่ย</P>
jojojojo (IP:202.91.19.204)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 13 พ.ค. 2551 (23:24) บัวหิมะ
ทำความเข้าใจก่อนค่ะ
บัวหิมะจริงๆ = Kefir ซึ่งเป็นแบคทีเรีย ผสมรา
บัวหิมะที่เป็นกระปุกของจีน เป็นเพียง ตัวครีม ไม่เกี่ยวไรกับบัวหิมะเลย แค่ใช้ชื่อเท่านั้นเอง
จากคุณต้นกระทู้ค่ะ คือ kefir เอง ก็ไม่ได้มีแค่ lactic acid หน่ะค่ะ คือมันมีสิ่งมีชีวิตเยอะหน่ะค่ะ การอธิบายสารภายในค่อนข้างยาก แต่lactic ก็มีแหละหน่ะค่ะ มันก็มีงานวิจัยเกี่ยวกับ kefir มาบ้างนะคะ เกี่ยวกับ antimutagenic กับ antioxidant หน่ะค่ะ หน้าที่ใสขึ้น(จากที่บอกมาในบางคน) ก็ lactic acid ก็เกี่ยว แต่ก็อาจมี สารที่มีประโยชน์ชนิดอื่นอยู่ด้วยหน่ะค่ะ เช่นantioxidant
ปล.สิ่งมีชีวิตมีไรหลากหลายเหลือเกินหน่ะค่ะ เกินจะคาดคิดได้หน่ะค่ะ
joyong (IP:202.91.18.205)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 3 ก.ค. 2551 (15:39) อยู๋เชียงรายคะ อยากได้ครีมที่มีสารสกัดจากบัวหิมะจะทำอย่างไรดี
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 3 ก.ค. 2551 (15:41) ตอนนี้งงมาก บัวหิมะชนิดไหนที่ใช้รักษาสิวได้ ใครรู้บ้างช่วยตอบที่จ๊ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 4 ก.ค. 2551 (09:14) ดูภาพจากความคิดเห็นที่ 9-10 ทำให้นึกถึงนิยายจีน
ที่ต้องขึ้นเขาฝ่าความลำบากไปเก็บบัวหิมะ
มีบัวหิมะอยู่ 1 ประปุก ชื่อ BAO FU LING
ไม่บอกส่วนผสม บอกแสรรพคุณ วิธีใช้ และการเก็บรักษา
ใช้กับผิวหนังที่โดนความร้อนลวก ไหม้ ยุงกัด ผื่นคัน
ผิวหนังอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ อะไรพวกพวกนั้นน่ะค่ะ
ขอบคุณสำหรับความรู้ข้างต้น :)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 25 ต.ค. 2551 (22:44) อยากเลี้ยงบัวหิมะเพื่อสุขภาพ
อยู่โคราช ไม่ทราบว่าจะขอแบ่งได้ไหมคะ แล้วมีเบอร์ติดต่อไหมคะ
ส่วนหนู 089-7903307
lonok.nisa@rumail.ru.ac.th (IP:117.47.100.128)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 25 พ.ย. 2551 (11:29) อยากเลี้ยงบัวหิมะ เพื่อสุขภาพ
อยู่สกลนคร ไม่ทราบว่าใครมีขอแบ่งได้
083-4551462
sabai_99@hotmail.com (IP:222.123.227.109)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 18 ธ.ค. 2551 (16:01) ไม่เปนอันตรายหรอกค่ะก็เหมือนเอาโยเกิตมาทาหน้าแหละ ใช้มาเปนปีแล้วค่ะ
ทำให้หน้าขาวขี้น และนุ่มด้วยค่ะ เพียงแต่จะใช้เวลานานหน่อยกว่าจะขาว
สรรพคุณของมันมี ดีหลายอย่างนะ เปนผดผื่นทาแล้วก็หายค่ะ เปนกลากเกื้อน
ก็หายค่ะ นี่ก็ยังทากับครีมที่ใช้ประจำเลยค่ะ
guru_dida@hotmail.com (IP:125.27.4.46)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 19 เม.ย. 2552 (22:12) สวยใสด้วยบัวหิมะและสมุนไพร ต้องนี่เลย
www.plukrak.com เวปที่ขายดีและมาแรงในขณะนี้
workworkvery@gmail.com (IP:222.123.52.95)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 19 ส.ค. 2552 (10:53) กรูละ งง� ไม่รุ้จะเชื่อคัยดีอ่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 16 ก.พ. 2553 (11:23) พอดีไปเจออีกเว็บนึงเลยเอามาฝากกันค่ะ
หลาย ท่านเข้าใจผิดคิดว่าบัวหิมะ เป็นบัวชนิดหนึ่งที่ขึ้นอยู่ตามหนองน้ำ บึง หรือสระน้ำในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นและมีหิมะปกคลุมอยู่ แท้จริงแล้วบัวหิมะไม่ใช่พืชกลุ่มบัว เพราะพืชที่อยู่ในกลุ่มบัวจริง ๆ มี 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ บัวหลวงซึ่งอยู่ในวงศ์ Nelumbonaceae ส่วนบัวสายอยู่ในวงศ์ Nymphaeaceae สำหรับบัวหิมะเป็นอะไรแน่ ขอแยกแยะจากการนำมาใช้หรือที่คนไทยนิยมนำมาใช้ ซึ่งพอจะแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบ คือ
รูปแบบที่ 1 บัวหิมะที่เป็นครีมสีขาวเหลือบมุก ครีมชนิดนี้มีชื่อเรียกในภาษาจีนว่า เป่า ฟู่ หลิง (Bao Fu Ling) เข้าใจว่าคนแรก ๆ ที่เห็นชื่อนี้สะกดในภาษาอังกฤษว่า Bao จึงออกเสียงเรียกในภาษาไทยว่า บัว และเนื่องจากเนื้อครีมมีสีขาวจึงเรียกเป็นภาษาไทยว่า บัวหิมะ ทั้ง ๆ ที่ส่วนประกอบไม่ได้มีบัว หรือพืชที่เรียกว่าบัวหิมะจริง ๆ เป็นส่วนผสมอยู่เลย ครีมที่เรียกว่าบัวหิมะนี้มีส่วนผสมของผงไข่มุก โสม นิ่วในถุงน้ำดีวัว ชะมดเช็ด ว่านหางจระเข้ การบูร วาสลีน โดยเฉพาะโสม ต้องเป็นโสมป่า มีสรรพคุณในการรักษาบาดแผลต่าง ๆ โดยเฉพาะแผลไฟไหม้ บัวหิมะชนิดครีมสีขาวนี้โด่งดังในไทยครั้งแรก เมื่อมีเหตุการณ์การกระเบิดของรถบรรทุกแก๊สที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่เมื่อในปี 2533 และมีหมอยาจีนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟลวก โดยการใช้ครีมบัวหิมะรักษา โชดดีที่ช่วงสงกรานต์รถแก๊สคันโตไม่ระเบิดไม่เช่นนั้นยังสงสัยอยู่ว่า บัวหิมะจะเอาอยู่หรือไม่ ?
รูปแบบที่ 2 บัวหิมะเป็นพืชแต่อยู่ในวงศ์ Compositae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับต้นหนาด เนื่องจากมีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า Snow lotus ซึ่งเมื่อนำมาใช้ในภาษาไทยจึงมีการแปลแบบตรงตัวว่า บัวหิมะ พืชต้นนี้มีกลีบรองดอกที่ห่อหุ้มตัวดอกอยู่มีรูปร่างคล้ายกลีบบัว จึงเรียกชื่อภาษาอังกฤษว่า lotus หรือบัวนั่นเอง พืชชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Saussurea involucrata เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ในที่สูงกว่า 2,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ส่วนแพทย์แผนจีนใช้ส่วนของดอกและลำต้นในการรักษาโรคไขข้อ และอาการไอเนื่องมาจากร่างกายถูกกระทบจากความหนาวเย็น แก้โรคกระเพาะ ท้องเดิน และโรคที่เกิดเนื่องจากอยู่ในที่สูง นอกจากนี้พบว่ายังมีการใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ ยาทำแท้ง ยาต่อต้านมะเร็งและยาต่อต้านการปวดเมื่อย
จากการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์พบว่าสมุนไพรชนิดนี้เมื่อสกัดโดยใช้แอลกอฮอล์ มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบได้ดีกว่ายาแผนปัจจุบันชื่อ อินโดเมทาซิน (indomethacin) ซึ่งใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้ปวดและบวม จึงเห็นได้ว่า ครีมบัวหิมะที่ใช้ทารักษาบาดแผลจากไฟไหม้ไม่ได้มีส่วนผสมของสมุนไพรชนิดนี้ อยู่เลย อย่างไรก็ตามพืชชนิดนี้มีการนำมาใช้กันมากในยาแผนโบราณ ทำให้บัวหิมะชนิดนี้ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ในขณะนี้ทางรัฐบาลจีนจึงมีการจำกัดการใช้และอยู่ในระหว่างการศึกษาเพื่อเพาะ เลี้ยงขยายพันธุ์ในห้องปฎิบัติการ
รูปแบบที่ 3 บัวหิมะชนิดที่ไม่ได้เป็นพืช แต่เป็นจุลินทรีย์ในกลุ่มแบคทีเรียและยีสต์ที่อาศัยอยู่ร่วมกัน เกาะเกี่ยวกันด้วยโปรตีน ไขมันและน้ำตาล ทำให้มีรูปร่างเป็นเม็ดหลาย ๆ เม็ดมารวมตัวกันจนมีรูปร่างหน้าตาเหมือนดอกกล่ำ บัวหิมะชนิดนี้บางที่เรียกว่า บัวหิมะธิเบต ซึ่งใช้ในการผลิตนมเปรี้ยว ตามภูมิปัญญาดั้งเดิม โดยการนำนมแพะมาใส่ไว้ในถุงที่ทำมาจากกระเพาะสัตว์ แล้วใส่เม็ดบัวหิมะลงไป นำไปแขวนไว้ที่ประตูหน้าบ้าน พอคนเดินเข้าออกหัวก็จะไปชนถุงนมนี้ เหมือนเป็นการเขย่าทำให้เม็ดบัวหิมะผสมกับนมได้เป็นอย่างดีจนกลายเป็นนม เปรี้ยว ใช้ดื่มเป็นอาหารสุขภาพ
ใน ปัจจุบันนิยมดื่มนมเปรี้ยวกันมาก แต่นมเปรี้ยวทั่วไปยังมีแอลกอฮอล์เกิดขึ้นด้วย ประมาณ 1-2 เปอร์เซ็นต์ แต่นมเปรี้ยวที่ทำจากเม็ดบัวหิมะจะมีรสเปรี้ยวและซ่าเพราะมีคาร์บอนเนตเกิด ขึ้นในระหว่างการหมัก และนมเปรี้ยวที่ผลิตจากเม็ดบัวหิมะมีแอลกอฮอล์ผสมไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ เนื่องมาจากเวลาน้อยกว่าในการหมักนม
sunny (IP:202.139.223.18)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 20 ส.ค. 2554 (01:47) เรามี บัวหิมะ ใครต้องการแบ่งไปเลี้ยง โทรหาเราได้ 083-707-2213 และสำหรับคนไม่มีเวลาเลี้ยง เรามีน้ำนมบัวหิมะสด ๆ ทุกวัน จำหน่ายกระปุกละ 10 บาทเอง(ขนาด 50 มล.) (หาค่านมเลี้ยงน้องบัวจ๊ะ) ใครอยู่ใกล้ ๆ แถวนี้แวะมาหาได้จ๊ะ อยู่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ อาคารจตุจักร ติดซอยพหลโยธิน 44 แขวงเสนานิคม (บ้านก็อยู่แถวนี้ด้วยจ๊ะ)
เราดื่มเช้า-เย็น-ก่อนนอนทุกวัน ร่างกายสดชื่น แข็งแรงดี ทั้งที่เราป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายต้องฟอกไตอาทิตย์ละ 3 ครั้ง และก็มีโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นเยอะแยะ / เมื่อก่อนกินยาโรคกระเพาะทุกวันวันละ 2 เวลา เช้า-เย็น เดี๋ยวนี้ไมต้องกินแล้ว / โรคท้องผูก ต้องกินยาก่อนนอน 2-3 เม็ดทุกวัน เดี๋ยวนี้ก็ไม่ต้องกินแล้ว / โรคปวดศีรษะมาก ๆ เกือบทุกวัน เดี๋ยวนี้ลืมไปเลยว่าเคยปวดหัว / เอามาพอกหน้า ทาตัว ผสมน้ำอาบ ผิวเนียมนุ่ม ไม่มีกลิ่นตัว-ไม่ต้องใช้โลออนด้วย / หมักผมไว้ครึ่ง ช.ม. สระออก ผมนุ่มมีน้ำหนักจัดทรงง่าย ที่บ้านเราเป็นครอบครัวใหญ่ นำนมบัวหิมะที่เลี้ยงไว้มากิน มาใช้กันทั้งบ้านเลย สรรพคุณดีมากมาย หลายอย่าง เห็นผลทันที
ใครสนใจ mail มาคุยได้จ๊ะ กันเองม๊ากมาก jibbunnag@hotmail.co.th
jibbunnag@hotmail.co.th (IP:125.25.132.142)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 21 ส.ค. 2554 (10:31) ผ่าน อ.ย. หรือ ไม่
จะกินอะไรผ่านปากเข้าไปในท้องก็ต้องคิดบ้างนะครับ
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24828 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 5 ก.พ. 2555 (18:12) ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ (แนะนำให้ลองทำทานเองค่ะ จะรู้ว่ามีประโยชน์จริง ๆ )
รับรองทำทานเอง อ.ย. (อร่อย) มากจ๊ะ โดยเฉพาะ ผสมน้ำหวาน น้ำผลไม้ และเติมเนื้อผลไม้ด้วยนะ และเอาเข้าช่องฟิตทานเป็นไอติม เด็กๆ ชอบมาก รับไม่ท้องเสีย ไม่เป็นอันตราย ทำให้สะอาด ก็ไม่เป็นไรแล้วค่ะ มีแต่ประโยชน์
คนที่สงสัย เป็นเรื่องปกติ เพราะยังไม่รู้จริงค่ะ
เขาเรียกว่าธรรมชาติบำบัดค่ะ ไม่ลองไม่รู้
ลองศึกษาข้อมูลจากเว็บนี้ดู้สิค่ะ ผู้รู้ท่านรวบรวมไว้
yaamata.blogspot.com
jibbunnag@hotmail.co.th (IP:101.51.169.250)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 1 ก.พ. 2556 (00:16) ทีแรกนึกว่านมบูด ไม่กล้าใช้เลย แล้วถ้าลืมกรองข้ามวันตัวบัวจะตายป่าวคะ เลี้ยงด้วยน้ำตาลต้องเปลี่ยนน้ำ/น้ำตาลทุกวันมั๊ยคะ
www.miss you always 1806@hotmail.com (IP:110.49.233.29)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 25 มี.ค. 2556 (09:53) เรากินบัวหิมะอยู่ หายเจ็บขากันทั้งบ้าน แล้วเราก้อประจำเดือนมาปกติ( เป็นคนที่มีประจำเดือน4เดือน มา ครั้งหนึ่ง)
yaowalug (IP:115.67.99.16)