วิชาการดอทคอม ptt logo

ระบบน้ำเหลือง

โพสต์เมื่อ: 20:50 วันที่ 25 ม.ค. 2549         ชมแล้ว: 182,353 ตอบแล้ว: 101
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ขอข้อมูลระบบน้ำเหลืองอย่างละเอียดด้วยนะครับ


~~TT C h A m P~~(203.155.186.169,,)





จำนวน 91 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 25 ม.ค. 2549 (21:30)
ระบบนำเหลืองประกอบด้วย

-น้ำเหลือง เป็นของเหลวที่ซึมผ่านผนังเส้นเลือดฝอยออกมาอยุ่รอบๆเซลล์ ประกอบด้วย อัลบูมิน กลุโคส น้ำ เอนไซม์ ฮอร์โมน เซลล์เม้ดเลือดขาว และก็าซต่างๆ

-ท่อน้ำเหลือง เป็นท่อปลายปิดมีลิ้นอยู่ภายในเพื่อให้ไหลเข้าสู่หัวใจทิศทางเดียวกันตลอดแล้วจึงเข้าสุ่หัวใจทางเส้นเลือดดำใกล้หัวใจ

-ต่อมน้ำเหลืองและอวัยวะน้ำเหลือง

1.ต่อมน้ำเหลือง มีอยู่ทั่วไปในร่างกาย มีหน้าที่กรองน้ำเหลืองทำลายแบคทีเรีย ทำลายเม้ดเลือดขาวที่หมดอายุ และสร้างเม็ดเลือดขาวบางชนิด

2.อวัยวะน้ำเหลือง คล้ายกับต่อมน้ำเหลืองแต่มีขนาดใหญ่กว่า เช่น ม้าม เยื่อไขกระดูก ทอนซิน และต่อมไทมัส
serene_ray@hotmail.com (IP:203.188.3.204,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 7 ก.พ. 2549 (14:59)
ความสำคัญของระบบน้ำเหลือง
เจ (IP:61.19.121.105,172.16.0.25,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 16 ก.พ. 2549 (04:23)
ระบบน้ำเหลือง ( Lymphatic system )



ระบบน้ำเหลืองเป็นระบบลำเลียงสารต่าง ๆ ให้กลับเข้าสู่เส้นเลือด โดยเฉพาะสารอาหารพวกกรดไขมันที่ดูดซึมจากลำไส้เล็ก ระบบน้ำเหลืองจะไม่มีอวัยวะสำหรับสูบฉีดไปยังส่วนต่าง ๆ ประกอบไปด้วย น้ำเหลือง

( Lymph ) ท่อน้ำเหลือง ( Lymph vessel ) และอวัยวะน้ำเหลือง ( Lymphatic organ )



ก. น้ำเหลือง ( Lymph ) ส่วนประกอบของน้ำเหลืองคล้ายกับในเลือดแต่ไม่มีเม็ดเลือดแดง เป็นของเหลวที่ซึมผ่านผนังเส้นเลือดฝอยออกมาอยู่ระหว่างเซลล์หรือรอบ ๆ เซลล์ เพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ ในน้ำเหลืองจะมีโปรตีน

โมเลกุลเล็ก เช่น อัลบูมิน และสารที่มีโมเลกุลเล็ก ๆ เช่น ก๊าซ น้ำ น้ำตาลกลูโคส



ข. ท่อน้ำเหลือง ( Lymph vessel ) เป็นท่อตันมีอยู่ทั่วร่างกายมีขนาดต่าง ๆ กัน มีลักษณะคล้ายเส้นเลือดเวน คือมีลิ้นกั้นป้องกันการไหลกลับของน้ำเหลือง







น้ำเหลืองไหลไปตามท่อน้ำเหลือง โดยอาศัยปัจจัย 3 ประการ คือ

- การหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อที่จะไปกดหรือคลายท่อน้ำเหลือง

- ความแตกต่างระหว่างความดันไฮโดรสเตติก ซึ่งท่อน้ำเหลืองขนาดเล็กมีมากกว่า ท่อน้ำเหลืองขนาดใหญ่

- การหายใจเข้า ซึ่งไปมีผลขยายทรวงอกและลดความดันทำให้ท่อน้ำเหลืองขยายตัว



ท่อน้ำเหลืองขนาดใหญ่มี 2 ท่อที่สำคัญคือ

- ท่อน้ำเหลืองทอราซิก (Thoracic duct ) เป็นท่อน้ำเหลืองขนาดใหญ่ที่สุด ทำหน้าที่รับ

น้ำเหลืองจากส่วนต่างๆของร่างกาย ยกเว้นทรวงอกขวาแขนขวาและส่วนขวาของหัวกับ คอ เข้าเส้นเลือดเวน

แล้วเข้าสู่เวียนาคาวาก่อนเข้าสู่หัวใจ อยู่ทางซ้ายของลำตัว

- ท่อน้ำเหลืองทางด้านขวาของลำตัว ( Right lymphatic duct ) รับน้ำเหลืองจากทรวง

อกขวาแขนขวา และส่วนขวาของหัวกับคอเข้าเส้นเลือดเวน แล้วเข้าสู่เวียนาคาวา เข้าสู่หัวใจ จากนั้นน้ำเหลืองที่

อยู่ในท่อน้ำเหลือง จะเข้าหัวใจปนกับเลือดเพื่อลำเลียงสารต่างๆต่อไป



ค. อวัยวะน้ำเหลือง ( Lymph organ )

อวัยวะน้ำเหลืองเป็นศูนย์กลางในการผลิตเซลล์ที่ใช้ในการต่อต้านเชื้อโรคหรือสิ่งแปลก

ปลอมประกอบด้วย ต่อมน้ำเหลือง ต่อมทอนซิล ม้าม ต่อมไทมัส และเนื้อเยื่อน้ำเหลืองที่อยู่ที่ลำไส้



- ต่อมน้ำเหลือง ( Lymph node ) พบอยู่ระหว่างทางเดินของท่อน้ำเหลืองทั่วไปในร่าง

กายลักษณะเป็นรูปไข่ กลม หรือรี เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 มิลลิเมตร จะมีท่อน้ำเหลืองเข้าและท่อน้ำ

เหลืองออกภายในเต็มไปด้วยเม็ดเลือดขาวชนิดโฟไซต์ ต่อมน้ำเหลืองจะทำหน้าที่กรองน้ำเหลืองให้สะอาดทำลาย

แบคทีเรีย และทำลายเม็ดเลือดขาวที่อยู่ในวัยชรา



- ต่อมทอนซิล ( Thonsil gland ) เป็นกลุ่มของต่อมน้ำเหลืองมีอยู่ 3 คู่คู่ที่สำคัญอยู่

รอบๆหลอดอาหาร ภายในต่อมทอนซิลจะมีลิมโฟไซต์ทำลายจุลินทรีย์ที่ผ่านมาในอากาศไม่ให้เข้าสู่หลอดอาหารและ

กล่องเสียงถ้าต่อมทอนซิลติดเชื้อจะมีอาการบวมขึ้น เรียกว่า ต่อมทอนซิลอักเสบ



- ม้าม ( spleen ) เป็นอวัยวะน้ำเหลืองที่ใหญ่ที่สุด มีเส้นเลือดมาเลี้ยงมากมายไม่มีท่อน้ำ

เหลืองเลย สามารถยืดหดได้ นุ่มมีสีม่วง อยู่ใกล้ๆกับกระเพาะอาหารใต้กระบังลมด้านซ้าย รูปร่างคล้ายเมล็ดถั่ว

ภายในจะมีลิมโฟไซต์อยู่มากมาย ม้ามมีหน้าที่สร้างเม็ดเลือดในระยะเอ็มบริโอในคนที่คลอดแล้วม้ามทำหน้าที่

1. ทำลายเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุแล้ว

2. สร้างเม็ดเลือดขาว พวกลิมโฟไซต์ และโมโนไซต์ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคที่เข้า

ไปในกระแสเลือด

3. สร้างแอนติบอดี

4. ในสภาพผิดปกติ สามารถสร้างเม็ดเลือดแดงได้ เช่น มะเร็งเม็ดเลือด



- ต่อมไทมัส ( Thymus gland ) เป็นต่อมที่มีขนาดใหญ่ตอนอายุน้อย และถ้าอายุมากจะเล็ก

ลงและฝ่อในที่สุด เป็นต่อมไร้ท่ออยู่ตรงทรวงอกรอบเส้นเลือดใหญ่ของหัวใจ ทำหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด

ลิมโฟไซต์ T มีหน้าที่ต่อต้านเชื้อโรคและสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย รวมทั้งการต้านอวัยวะที่ปลูกถ่ายจากผู้อื่นด้วย
ดนตรี (IP:203.113.61.101,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 16 ก.พ. 2549 (17:22)
นิโทรฟิล เป็นเม็ดเลือดขาว ชนิด lymphocyte ที่มากที่สุดในร่างกายป่ะครับ 55+คงใช่แต่ถามเพื่อให้แน่นอนครับ
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 19 ก.พ. 2549 (17:15)
ขอบคุณ คุณดนตรีมากนะค่ะที่ให้ความรู้เรื่องระบบน้ำเหลืองได้ดีทีเดียวครับ
คนกตัญญู (IP:203.113.80.9,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 23 ก.พ. 2549 (13:55)
ขอบคุณมากๆค่ะสำหรับข้อความดีๆแบบนี้...*-*
kingdom_sakurakemp@thaimail.co (IP:203.148.194.110,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 23 ก.พ. 2549 (13:58)
อยากขียนแต่ม่ายมีโอกาส

ได้อ่านก้อเพิ่มความรู้ได้ดีทีเดียวค่ะ
น้ำหวาน (IP:203.148.194.110,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 25 ก.พ. 2549 (13:04)
นิโทรฟิล ไม่ใช่เม็ดเลือดขาว ชนิด lymphocyte
olanla (IP:203.114.112.29,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 26 ก.พ. 2549 (19:44)
ขอเรื่องความผิดปกติของระบบน้ำเหลืองบ้าง...?!!?i
The Dragon (IP:61.19.170.176,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 26 ก.พ. 2549 (23:37)
ข้อ ๔ ที่ว่า นิโทรฟิล เป็นเม็ดเลือดขาว ชนิด lymphocyte ที่มากที่สุดในร่างกายป่ะครับ 55+คงใช่แต่ถามเพื่อให้แน่นอนครับ



เข้าใจผิดไปหน่อยครับ neutrophil เป็นเม็ดเลือดขาว (leucocyte/white blood cells) ชนิดหนึ่ง lymphocyte ก็เป็นเม็ดเลือดขาวอีกชนิดหนึ่ง



ถ้าแยกเม็ดเลือดขาวออกเป็นพวกๆ จะ มีเปอร์เซ็นต์ดังนี้



Neutrophils 45-75%

Bands 0-5%

Lymphocytes 16-46%

Monocytes 4-11%

Esosinophils 0-8%

Basophils 0-3%



Bands เป็นตัวอ่อนของ neutrophils
ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5907 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 28 ก.พ. 2549 (00:11)
เราเป็นทอนซิลหินปูนต้องรักษาอย่างไร มีหมอแนะนำไหม?
por (IP:61.91.134.212,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 28 ก.พ. 2549 (01:57)
ข้อ ๑๑ ลองไปหาหมอที่ทำทางหูคอจมูกเพื่อตรวจกับขอความเห็น
ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5907 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 28 มี.ค. 2549 (10:35)
ถ้ามีอัลบูมิน ในปัสสาวะ แสดงว่าเป็นอะไรคะ ใครรู้ช่วยตอบหน่อยนะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
kibke_1712 (IP:202.142.197.251,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 3 เม.ย. 2549 (00:31)
รบกวนช่วยตอบหน่อยค่ะ

เราเป็นคนที่โดนยุงกัดแล้วเป็นแผลแล้วหายช้าจะเป็นสาเหตุมาจากต่อมน้ำเหลืองไม่ดีหรือป่าวค่ะ

ช่วยตอบหน่อยนะ

ขอบคุณค่ะ
garfield_fanta@hotmail.com (IP:124.120.7.26,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 3 เม.ย. 2549 (01:03)
น้ำเหลืองไม่ดีมีอาการอย่างไรครับ



แล้วแผลที่เกิดขึ้นจะหายช้าหรือเปล่า



ถ้าเป็นแผลอยู่แล้วบางเวลาก็มีน้ำเหลืองไหลออกมาบริเวณที่เป็นแผลทั่วตัว เป็นอาการของอะไร/รักษาอย่างไรครับ



Mastermander
ร่วมแบ่งปัน3453 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 1 ก.ค. 2549 (21:18)
สวัสดีค่ะชื่อหม่อนอ่ะค่ะคืออยากให้อธิบายการทำงานของระบบน้ำเหลืองในการต่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้ามาในร่างกาย ตอบด้วยนะค่ะ ขอบคุงมากค่ะ
f_jo_baimon@hotmail.com (IP:124.120.202.111,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 2 ก.ค. 2549 (17:37)
จำนวนนักีฬา35 คน เป็นหญิง 11 คน พบว่าชอบเล่นวอลเลย์บอลกับแบดบินตัน อย่างน้อยคนหนึ่งอย่าง โดยมีนักกีฬาชาย ชอบเล่นแบดบินตัน มีนักกีฬาชอบเล่นวอลเลย์บอลทั้งหมด 23 คน แบดบินตัน 21 คน อยากทราว่านักกีฬาชายที่ชอบเล่นกีฬาทั้งสองอย่างมีกี่คน
ตั๊ก (IP:203.113.55.200,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 3 ก.ค. 2549 (11:40)
เกี่ยวอะไรกับชีวะอ่ะ งง
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 3 ก.ค. 2549 (11:40)
เกี่ยวอะไรกับชีวะอ่ะ งง
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 6 ก.ค. 2549 (18:20)
ขอข้อมูลระบบน้ำเหลือง แบบเยอะๆหน่อยครับจะPrintส่งครูแต่ที่เห็นมามันน้อยอยากได้เยอะๆๆ คระบสุ่งพรุ้งนี้ น่ะผมขอหน่อยน่ะรีบๆ มากๆๆเลยครับ
เด็กกระบี่ (IP:203.114.104.39,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 14 ก.ค. 2549 (17:22)
อย่ากจะทราบเรื่องของต่อมไทมัสคะ ใครทราบช่วยบอกหน่อยสิคะ จะเอาไปทำรายงานคะ
mono_191 (IP:61.19.114.42,192.168.1.238,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 20 ก.ค. 2549 (09:50)
ผมอยากรู้เกี่ยวกับน้ำเหลือง ไม่รู้ว่ารักษายังไง ถ้าเรากินผักผลไม้จะช่วยเราได้หรือเปล่าผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

ใครก็ได้ช่วยบอกผมที ผมขอละ
narin-un@hotmail.com (IP:202.28.180.201,10.32.1.65,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 5 ส.ค. 2549 (20:22)
ลิมโฟไซต์กับภูมิคุ้มกัน

ช่วยอธิบายให้ด้วยค่ะ

----------------------------------------------++++

[=(^v^)=] ขอบคุณค่ะ
pikachu
ร่วมแบ่งปัน5 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 16 ส.ค. 2549 (10:56)
ขอบคุณที่ให้ข้อมูล ทำให้kame ได้ทำงานส่งคุณครู และได้ความรู้เพิ่ม
kame (IP:58.10.146.79,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 16 ส.ค. 2549 (12:18)
แนะนำเวปใหม่ สำหรับ นักเรียน นักศึกษา เกี่ยวกับ การบ้าน http://www.karnbaan.com/forum/
pon2829
ร่วมแบ่งปัน41 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 28 ส.ค. 2549 (09:26)
ข้อความและเนื้อหาดีมากๆเลยน่ะจะ
Tamg Mo (IP:203.156.143.64,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 8 ก.ย. 2549 (15:12)
มีต่อมแปลกๆบวมขึ้นบริเวณใต้คางเกิดจากอะไรคะ
devils_tear1@#yahoo.com (IP:202.142.199.44,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 8 ก.ย. 2549 (15:23)
มีต่อมแปลกๆบวมขึ้นบริเวณใต้คางเกิดจากอะไรคะ
devils_tear1@#yahoo.com (IP:202.142.199.44,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 15 ก.ย. 2549 (13:53)
อยากได้ระบบน้ำเหลืองไปทำรายงาน
nutchanat_123 (IP:58.181.190.7,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 20 ก.ย. 2549 (20:06)
ม้าม มีหน้าที่อย่างไรคะ
ลิลลี่ (IP:202.57.174.143,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 21 ก.ย. 2549 (07:50)
ต่อมน้ำเหลืองอยู่บนส่วนใดของร่างกายครับ โดยการดู/สัมผัสกดจับ ซ้ายหรือขวา
แทน (IP:203.170.211.199,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 7 ต.ค. 2549 (16:23)
อวัยวะใดดักจับและทำลายเชื้อโรคเป็นส่วนใหญ่

ม้าม ไขกระดูก ระบบน้ำเหลือง ไทมัส
nun-@hotmail.com (IP:222.123.109.254,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 8 ต.ค. 2549 (15:10)
ต่อมน้ำเหลืองมีอยู่บริเวณใกล้ชั้นผิวหนัง มักอยู่กันเป็นกลุ่มๆตามขัอพับต่างๆ สามารถคลำเจอได้ในกรณีที่มันทำงานมากขึ้น เช่นมีการอักเสบหรือมีการติดเชื้อ เช่นที่ คอ หลังหู ข้อศอก ขาพับ เป็นต้น

ถ้าพูดถึงว่าอวัยวะใดดักจับเชื้อโรคไว้มากที่สุดก็คือ ผิวหนังเรานี่เองที่เป็นปราการด่านแรกในการป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายเรา (ถ้าไม่เชื่อลองทำให้ตัวเองเป็นแผลแล้วคลุกโคลนดูสิ ติดเชื้อแน่ๆค่ะ)

ส่วนคำว่าระบบน้ำเหลืองมันรวม ม้าม และ ไทมัสแล้วนี่คะ

ส่วนไขกระดูกทำหน้าสร้างพวกเม็ดเลือดนะคะ (สร้างอีกเยอะค่ะแต่เรื่องนี้เอาแค่นี้ก่อนนะคะ)
rei-ichi
ร่วมแบ่งปัน5 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 20 ต.ค. 2549 (08:40)
ผมเป็นแผลที่ขาแล้วมีอาการปวดที่โคมขามีก้อนแข็งมีวิธีรักษาอย่างไรครับ
คนอยากรู้ (IP:203.113.61.70,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 21 ต.ค. 2549 (13:32)
ผมต่อมน้ำเหลืองโตอ่ะครับ ยุบช้ามาก เป็นประมาณ 2 เดือนไม่ยอมยุบหมด แต่ยุบนิดหน่อย หมอเลยตัดต่อมน้ำเหลืองออกไป ตรวจ ผลออกมาหมอบอกว่าผมเป็นโรค คิคูชิ (Kikuchi's) ผมอยากรู้ว่าโรคนี้คืออะไรครับ

หวัดดีครับ (IP:203.150.135.224,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 2 พ.ย. 2549 (15:06)
อยากทราบระบบต่อมน้ำเหลืองในตัวสุกร ในร่างกายทั้งหมด มีกี่ ต่อม และลักษณะ ตรงกับกล้ามเนื้อ ชื่ออะไรค่ะ พยายามค้นหาข้อมูลแล้วแต่ไม่พบค่ะ (มีรูปภาพประกอบก็ดีนะค่ะ)
l69k4ymi@hotmail.com (IP:203.146.80.245,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 21 พ.ย. 2549 (09:35)
ก็ขอบคุณมากเลยนะค่ะที่ให้ความรู้กับดิฉันขอบคุณมากเลยค่ะจะจำไวนะค่ะ รักจัง ตอนนี้กำลังอ่านเรื่องน้ำเหลืองต้องการความรู้เพิ่มเติมค่ะ จะมีให้หรือเปล่าค่ะ
คนสวย (IP:203.172.201.174,192.168.212.119,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 11 ธ.ค. 2549 (14:50)
อยากจาทราบโรคที่เกิดในระบบต่อมน้ำเหลืงอะค่ะขอข้อมูลด่วนเลยอะค่ะเพราะจาเอาไปทำรายงานแล้วก็ขอข้อมูลอย่างละเอียดเลยนะค่ะขอความกรุณาด้วยค่ะ.....

ขอบคุณมากนะค่ะ(ตอบใหเด้วยนะค่ะ)ดิฉันรีบไปทำรายงานค่ะขอบคุณค่ะ
อารยา (IP:124.120.109.38)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 19 ธ.ค. 2549 (09:40)
หนูอยากทราบ อาการการแพ้ และวิธีดูแลรักษาสุขภาพเกี่ยวกับน้ำเหลือง หนูขอข้อมูลอยางละเอียดเรยนะคะ(ช่วยตอบมาด่วนเรยได้ไหมคะ)ขอความกรุณาด้วยนะคะ ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงเรยคะ
giftzy_poring@hotmail.com (IP:58.8.24.30)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 2 ม.ค. 2550 (09:26)
อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับระบบน้ำเหลืองมากเลยค่ะ เพราะต้องใช้ทำรายงานเล่มให้เสร็จภายในวันนี้ ใครรู้เรื่องเกี่ยวกับระบบน้ำเหลืองเยอะๆ มาให้ความรู้หนูหน่อยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าคะ
โบว์ลิ่ง/thaneenat@hotmail.com (IP:58.9.30.130)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 11 ม.ค. 2550 (19:11)
ระบบน้ำเหลือง ประกอบด้วย

1. อวัยวะน้ำเหลือง เป็นแหล่งผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาว ประกอบด้วย ต่อมน้ำเหลือง ม้าม และท่อน้ำเหลือง

2. น้ำเหลือง เป็นของเหลวที่ซึมผ่านผนังเส้นเลือดฝอย และไหลเวียนผ่านท่อน้ำเหลือง

3. ท่อน้ำเหลือง มีทั่วร่างกายและมีขนาดต่าง ๆ กัน
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2900 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 14 ม.ค. 2550 (13:31)
1186
ภาพระบบน้ำเหลือง จาก http://www.kmitl.ac.th/health/body-007.html






ลิงค์ระบบน้ำเหลือง (lymphatic system) http://classroom.psu.ac.th/users/vuraporn/321_211/Lymphatic1.htm
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2900 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 14 ม.ค. 2550 (14:11)
อวัยวะน้ำเหลืองที่เป็นต้อมไร้ท่อคืออะไรค่ะ มีหน้าที่อะไร



ต่อมไทมัส หรือ ธัยมัส(Thymus gland) เป็นเนื้อเยื่อน้ำเหลือง ทำหน้าที่ สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มลิมโฟไซต์



ลิงค์

ระบบน้ำเหลือง,ต่อมธัยมัส(Thymus gland) http://classroom.psu.ac.th/users/vuraporn/321_211/Lymphatic5.htm



ภาพระบบต่อมไร้ท่อ http://www.kmitl.ac.th/health/body-005.html
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2900 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 16 ม.ค. 2550 (13:36)
อยากรู้กระบวนการน้ำเหลืองจัง ยังหาไม่เจอเลย ใครรู้บอกด้วยน่ะ
www.junjang555@hotmail.com (IP:58.147.117.16)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 17 ม.ค. 2550 (10:05)
อยากถามว่าถ้าอยากร้เรืองระบบน้ำเหลืองควรเข้าเว็บอะไร
kig_007@thaimail.com (IP:202.143.136.115)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 19 ม.ค. 2550 (04:18)
เคยเป็นวัณโรคต่อมน้ำเหลืองด้วยหล่ะ กินยารักษาวัณโรคตั้ง 6 เดือน บางหมอบอกต้องกินยารักษา 9 เดือนแต่บอกช้าไปหน่ะ ตอนแรกก็มีอาการต่อมทอลซิลอักเสบอยู่เป็นประจำ เดี๋ยวเป็นเดี๋ยวหายประมาณเป็นปีเห็นจะได้ ท้ายสุดพบว่ามีก้อนเล็กๆแข็งๆบริเวณลำคอเยอะเลย จากนั้นไม่นานเป็นช่วงที่นอนดึกติดต่อกันหลายวัน ร่างกายเกิดการอ่อนแอ โรคเลยกำเริบให้เห็นตามบริเวณผิวหนังปรากฏเป็นจ้ำเลือดช้ำๆ กดเจ็บ หลายวันเข้าก็กระจายไปทั่วอวัยวะที่ระบบน้ำเหลืองไปถึง ผิวหนังเนี่ยถูกจับไม่ได้เลยเจ็บมาก นอนก็เจ็บ เดินก็เจ็บ ทรมานมาก *ทุกคนฉีดวัคซีน BCG กันหรือยัง หรือถ้าคิดว่าฉีดแล้วเมื่อตอนยังเล็กๆ ตอนนี้หล่ะวัคซีนยังอยู่หรือเปล่า


ด้วยความปรารถนาดี/prattana35@yahoo.com (IP:213.89.218.83)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 24 ม.ค. 2550 (02:26)
เห้นน้องๆสนใจอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับระบบน้ำเหลืองกัน พี่เองอยากจะช่วยนะ แต่จะให้พิมพ์ไงดีละ แต่มีเอกสารนะเยอะพอสมควร ใครสนใจพี่จะcopy แล้วส่งไปให้ เพราะเป็นเอกสารประกอบการเรียนของพี่ลองติดต่อมานะ เมลล์เข้ามาบอกก็ได้ พี่เรียนสัตวแพทย์ปีสี่นะ อยากช่วยน้องๆเพราะเรื่องความรู้เนี่ยยินดีเสมอ ใครอยากรู้เรื่องชีววิทยา สัตว์ก็ลองถามๆมาดูนะ ช่วยได้จะช่วยนะ ส่งคำถามมาที่เมลล์พี่ก็ได้ love_m_united@hotmail.com
love_m_united@hotmail.com (IP:124.120.60.178)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 3 ก.พ. 2550 (19:22)
ขอบคุณคุณดนตรีมากน๊ะค๊ะ กำลังจะทำรายงานเรื่องระบบน้ำเหลือง ซึ้งจิงๆค่ะ
FA_SAI.B@hotmail.com (IP:203.146.63.187)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 8 ก.พ. 2550 (13:50)
เป็น ผื่นเกือบทุกวัน คล้ายๆลมพิษ แก้ยังงัยก็ไม่หาย กินยาสารพัดชนิดแล้วไม่หาย ทาด้วย ทำยังไงก็ไม่หาย เกี่ยวกับน้ำเหลืองหรือไม่ แล้วมีวิธีแก้ไขอย่างไร
0862971717
ร่วมแบ่งปัน18 ครั้ง - ดาว 156 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 9 ก.พ. 2550 (17:21)
อธิบายความหมายของระบบน้ำเหลืองหน่วยใครรู้
รหัสเด็กเรียน
ร่วมแบ่งปัน3 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 12 ก.พ. 2550 (20:38)
ขอบคุณสำหรับข้อมูลทุกอย่าง
new_nnn02 (IP:203.172.199.254)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 16 ก.พ. 2550 (22:09)
ขอตอบความเห็นที่ 17 หน่อยดิ

11 คนถูกมั้ยอ่ะ = = ถูกผิด เฉลยให้เรากัน
rock_9_6@hotmail.com (IP:203.148.183.42)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 21 ก.พ. 2550 (17:12)
จะทำผังมโนทัศยังไงดี (แบ่งป็นคำนาม กริยาด้วย)ช่วยหน่อยเหอะ ขอร้อง
ช่วยด้วย (IP:203.113.70.73)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 21 ก.พ. 2550 (21:35)
ตอนนี้จะทำไงดี พบก้อนที่คอหลายก้อน พอไปตรวจหมอก็สรุปผลจากเนื้อเยื่อว่าเป็นต่อมนำเหลืองบวมโตผิดปกติ เร็วๆนี้ แม่จะพาไปผ่าออกแล้ว จะเป็นอันตรายอะไรมั้ยคะ เพราะตัวเองแพ้ยาแก้อักเสบตั้งหลายตัวอีกด้วย
the_little_finger01@hotmail.com (IP:203.113.41.134)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 19 เม.ย. 2550 (21:16)
ดีดี
เด็กดี (IP:203.156.35.247)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 6 มิ.ย. 2550 (16:51)
อยากได้ข้อมูลแบบถึงรากถึงโคนเลยง่ะ เอาเยอะๆนะ ขอบคุณค่ะ
คนที่มีความต้องการสูง (IP:125.24.155.172)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 13 ส.ค. 2550 (13:12)
ใครตอบได้ช่วยทีนะ ถามว่าแล้วร่างกายเราสร้างระบบภูมิคุ้มกันอย่างไรล่ะ

แล้วเมื่อแอนติบอดีไปทำลายแอนติเจนเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น

แล้วร่างกายเราทราบได้อย่างไรว่าตอนไหนมีแอนติเจนเข้าร่างกาย

ใครตอบได้ช่วยทีนะต้องการอย่างเร่งด่วน รักคนตอบได้ที่สุดเลย
น่ารัก (IP:61.19.214.232)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 18 ส.ค. 2550 (01:43)
อยากจะรู้เกี่ยวกับเกณฑ์ระดับปกติของน้ำเหลืองที่มีอยู่ในตัวคนเรา ใครทราบช่วยบอกด้วยนะคะ จะขอบพระคุณเป็นอย่างมาก ( น้องแอม คนลำปาง)
pornpun79@chaiyo.com (IP:124.157.164.241)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 17 ก.ย. 2550 (18:16)
ท่อน้ำเหลืองเทียมที่ใช้ผ่าตัดเข้าไปในร่างกายมีสมบัติอย่างไรช่วยตอบที
ploy_play@hotmail.com (IP:203.113.77.132)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 17 ก.ย. 2550 (18:22)
ใช้คำสำคัญ ระบบน้ำเหลือง + รูปภาพ / ระบบน้ำเหลือง/ Lymphatic system/ lymph node/ ฯลฯ ค้นใน google หรืออื่น ๆ มีข้อมูลมากมายเลยค่ะ มีภาพประกอบด้วยสวยงามน่าดู



ลองดูนะคะ
jirananpo@yahoo.com (IP:203.144.140.250)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 24 ธ.ค. 2550 (10:42)
phagocyte เป็นเซลล์ชนิดใด และเม็ดเลือกขาวชนิดใดที่เป็น phagocyte



ต้องการคำคอบด่วนครับ
nu_putong@hotmail.co (IP:203.113.17.163)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 16 ม.ค. 2551 (15:58)
=hช้าจัง
eik @ (IP:61.19.67.115)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 26 ม.ค. 2551 (16:14)
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
slimender
ร่วมแบ่งปัน49 ครั้ง - ดาว 206 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 26 ม.ค. 2551 (18:37)
phagocyte เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่จับกินเชื่อโรคแบบ phagocytosis

เม็ดเลือกขาวที่เป็น phagocyte ได้แก่ macrophage( monocyte ) neutrophil basophil eosinophil เป็นต้น
atom and bio
ร่วมแบ่งปัน114 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 28 ม.ค. 2551 (22:40)
ดิฉันเป็นโรคคิคูชิมักมีอาการเกี่ยวกับต่อมน้ำเหลืองบริเวณรอบคอบวมเป็นประจำโดยไม่ทราบสาเหตุ และเป็นหวัดเป็นประจำ แต่ไปตรวจเลือดแล้วไม่ได้เป็นเอดส์ ดิฉันควรปฏิบัติตนอย่างไร และระวังเรื่องอะไรบ้างค่ะ
c_samingprai@hotmail.com (IP:58.136.50.114)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 17 มิ.ย. 2551 (18:04)
สวัสดี
น้ำตาล (IP:124.157.164.174)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 21 มิ.ย. 2551 (17:45)
<P><STRONG><FONT face=impact><EM>ระบบนำเหลือง</EM></FONT></STRONG></P>

<P><STRONG><FONT face=impact><EM>ส่วนประกอบได้เเก่ท่อนำเหลือง ต่อมนำเหลืองเเละอวัยวะนำเหลือง</EM></FONT></STRONG></P>

<P><STRONG><FONT face=impact><EM>ประโยชน์ 1.สร้างภูมิคุ้มกันให้เเก่ร่างกาย</EM></FONT></STRONG></P>

<P><STRONG><FONT face=impact><EM>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2.ลำเลียงไขมัน</EM></FONT></STRONG></P>

<P><STRONG><FONT face=impact><EM>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ทำลายเชื้อโรค เเบคทีเรีย</EM></FONT></STRONG></P>

<P>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp; </P>
กี้ (IP:58.9.63.90)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 22 มิ.ย. 2551 (15:53)
*0*
vanilla77
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 24 มิ.ย. 2551 (14:08)
<P><FONT face="courier new, courier, mono">ข้อมุลน้อนจังเลยนะคะ</FONT></P>
เด็กดี . คอม (IP:119.42.70.37)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 6 ก.ค. 2551 (20:29)

ขอบคุณค่ะ     แต่ขอข้อมูลเยอะกว่านี้และละเอียดกว่านี้ได้ไหมค่ะขอบคุณค่ะ


yui_kubphom@hotmail.com (IP:118.173.152.53)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 6 ก.ค. 2551 (20:32)

ลองกูเกิลหาเอาเองบ้างซีครับ ดูความเห็นที่ ๖๖


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5907 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 16 ก.ย. 2551 (20:27)
กู อยากได้ ระบบน้ำเหลือง แตกต่างกับระบบ หมุนเวียน เลือด ไง ว่ะ
ฟายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
fgkjgsdklf@hotmail.com (IP:61.91.84.14)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 16 ก.ย. 2551 (20:32)
ขอบคุณค่ะ แต่รบกวนขอข้อมูลให้มากกว่านี้และละเอียดกว่านี้ได้ไหมค่ะขอบคุณค่ะ
คุณฟายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
abra g mov ki_zyclone@hotmail.com (IP:61.91.84.14)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 16 ก.ย. 2551 (20:47)
ระบบน้ำเหลือง เป็นระบบไหลเวียนของของเหลวที่ช่วยลำเลียงสารต่างๆกลับเข้าสู่เส้นเลือดประกอบด้วย น้ำเหลือง ท่อน้ำเหลืองและ อวัยวะน้ำเหลือง ได้แก่ ต่อมน้ำเหลือง ม้าม ต่อมไทมัส ต่อมทอนซิล
1. น้ำเหลือง (lymph)
เป็นของเหลวที่ไหลเวียนอยู่ในท่อน้ำเหลือง มีลักษณะใส ไม่มีเกล็ดเลือด มีส่วนประกอบคล้ายพลาสมาแต่มีโปรตีนน้อยกว่า เนื่องจากโปรตีนโมเลกุลเล็กเท่านั้นที่สามารถลอดผนังหลอดโลหิตฝอยออกมาอยู่ในน้ำเหลืองได้ นอกจากนี้ยังมีสารอื่น ๆ อีก ได้แก่ เอนไซม์ ฮอร์โมน แบคทีเรีย เม็ดเลือดขาว น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว น้ำ
2. ท่อน้ำเหลือง (lymphatic vessel)
เป็นท่อซึ่งมีขนาดต่าง ๆ กันกระจายอยู่ทั่วร่างกายมีลักษณะคล้ายหลอดเลือดดำ แต่ผนังบางกว่าและมีลิ้น (Valve) มากกว่า ทางเดินของท่อน้ำเหลืองจะทอดขนานไปกับหลอดเลือดดำ และหลอดทางเดินของท่อน้ำเหลืองจะมีกลุ่มของต่อมน้ำเหลืองเป็นกลุ่มๆ น้ำเหลืองจากท่อน้ำเหลืองตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายจะเข้าสู่ท่อน้ำเหลืองที่มีขนาดใหญ่ต่อไป


3. อวัยวะน้ำเหลือง
ในระบบน้ำเหลืองจะมีอวัยวะน้ำเหลือง ได้แก่ ต่อมน้ำเหลือง ม้าม ต่อมทอนซิล ต่อมไทมัส ดังรายละเอียดต่อไปนี้
ต่อมน้ำเหลือง (lymph nodes)
มีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่ว มีขนาดตั้งแต่เท่าหัวเข็มหมุดไปจนถึงขนาดเท่าเมล็ดถั่วดำ พบได้ทั่วไปตามใต้ผิวหนัง และอวัยวะภายใน ภายในต่อมน้ำเหลืองมีเนื้อเยื่อและเม็ดเลือดขาวต่อมน้ำเหลืองใหญ่จะอยู่เป็นกลุ่ม เช่น ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ และบริเวณขาหนีบ เป็นต้น ถ้ามีการติดเชื้อจะมีอาการบวมโต ต่อมน้ำเหลืองมีหน้าที่สร้างเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ กรองและทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปในร่างกาย
ม้าม (spleen)
เป็นต่อมน้ำเหลืองที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย ตั้งอยู่บริเวณช่องท้องด้านซ้ายใต้กะบังลม มีสีม่วง มีหน้าที่สำคัญ คือ
1. สร้างเม็ดเลือดทุกชนิด ให้แก่ทารกในครรภ์มารดา
2. สร้างเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟโซต์
3. ทำลายเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุแล้วม้ามจะเก็บธาตุเหล็กจากเม็ดเลือดแดงไว้เพื่อสร้างฮีโมโกลบินอีก
4. เป็นคลังเก็บเลือดไว้ใช้ในภาวะจำเป็น เช่น เสียเลือดออกกำลังกาย
5. สร้างภูมิคุ้มกันโรค และทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย
ต่อมทอนซิล (Tonsil)
เป็นกลุ่มต่อมน้ำเหลือง ตั้งอยู่ส่วนหลังของช่องปาก และคอ ทำหน้าที่กำจัดสารที่เป็นพิษต่อร่างกายและสร้างเม็ดเลือดขาว ช่วยทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายทางระบบทางเดินหายใจตอนบน
ต่อมไทมัส (thymus gland)
อยู่บริเวณรอบเส้นเลือดใหญ่ของหัวใจ ทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดขาว เพื่อต่อต้านเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย














ภูมิคุ้มกันโรค (Immunity) คือ การที่ร่างกายสามารถป้องกันหรือต่อต้านโรคใดโรคหนึ่งโดยเฉพาะได้ โดยร่างกายจะสร้าง สารประเภทโปรตีนที่เรียกว่าแอนติบอดี (Antibody) ไว้ในเลือดเพื่อทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม ที่เข้าสู่ร่างกาย แอนติบอดีอาจมีเพียงชั่วคราวหรือตลอดไปก็ได้ สิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายเราเรียกว่า แอนติเจน (Antigent)





1. ภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้น แบ่งออกป็น 2 ประเภท คือ
1.1 ภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นโดยธรรมชาติ เป็นภูมิคุ้มกันโรคที่เกิดขึ้นภายหลังจากการหายป่วยหรือติดเชื้อโรค โดยเกิดจากการที่ร่างกายได้รับ สัมผัสกับแอนติเจนหรือเชื้อโรค ซึ่งเป็นสิ่งแปลกปลอมเข้าไป สิ่งแปลกปลอมนั้นก็จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรคนั้น หรือแอนติบอดีขึ้น เช่น เมื่อร่างกายได้รับเชื้อคางทูมเข้าไป ร่างกายก็จะสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อคางทูมนั้น
1.2 ภูมิคุ้มกันโรคที่ร่างกายสร้างขึ้นจากการฉีดวัคซีน เป็นภูมิคุ้มกันโรคที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับการกระตุ้นจากวัคซีน หรือทอกซอยด์
2. ภูมิคุ้มกันที่ร่างกายรับมา แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
2.1 ภูมิคุ้มกันโรคที่ได้รับจากแม่ เป็นภูมิคุ้มกันโรคที่ทารกเกิดใหม่ได้รับจากแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์โดยผ่านทางสานสะดือ และมีบางส่วนที่ได้รับทางน้ำนมหลังจากคลอดแล้ว ภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากแม่นี้จะมีผลคุ้มกันเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นและป้องกันได้เฉพาะบางโรค
2.2 ภูมิคุ้มกันโรคที่ได้จากการฉีดเซรุ่ม เป็นการให้ภูมิคุ้มกันโรคในทันที เพื่อป้องกันโรคร้ายแรง เช่น เซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และเซรุ่มแก้พิษงู



วัคซีนคือ การนำแอนติเจนซึ่งเป็นเชื้อโรคที่ไม่สามารถทำอันตรายเข้าสู่ร่างกาย เพื่อให้แอนติเจนไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีที่ทำปฏิกิริยาจำเพาะต่อแอนติเจนหรือสิ่งแปลกปลอมชนิดนั้นๆ การนำวัคซีนเข้าสู่ร่างกายทำได้โดยการฉีด กิน หรือปลูกฝี ซึ่งวิธีนี้อาจใช้เวลานับสัปดาห์หรือเดือน กว่าจะมีภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันโรคได้
การให้วัคซีนเป็นหนึ่งในวิธีการสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง และโรคบางโรคได้สูญหายไปจากโลก ส่วนหนึ่งคงเนื่องจากการนำวัคซีนมาใช้ เช่น โรคฝีดาษ และโรคบางโรคกำลังใกล้จะถูกกำจัดให้หมดไป เช่น โรคโปลิโอ
บางครั้งคนส่วนใหญ่อาจคิดว่าวัคซีนเป็นของที่มีไว้เพื่อใช้สำหรับเด็กเท่านั้นแต่ที่จริงแล้ว วัคซีนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ใหญ่ด้วยเช่นกัน เช่น วัคซีนอีสุกอีใส วัคซีนตับอักเสบเอ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น





เซรุ่ม (Serum) คือ น้ำเลือดที่มีแอนติบอดีเมื่อฉีดเข้าร่างกายแล้วร่างกายสามารถนำไปใช้รักษาโรคได้ทันที เพราะเซรุ่มเป็นแอนติบอดีที่สัตว์สร้างขึ้น เซรุ่มอาจทำได้โดยฉีดเชื้อโรค ที่อ่อนฤทธิ์ลงแล้วเข้าไปใน ม้าหรือกระต่าย เมื่อม้าหรือกระต่ายสร้างแอนติบอดีขึ้นในเลือด เราจึงดูดเลือดม้าหรือกระต่ายที่เป็น น้ำใส ๆ ซึ่งมีแอนติบอดีอยู่ นำมาฉีดให้กับผู้ป่วย ตัวอย่างของเซรุ่ม เช่น เซรุ่มป้องกันโรคคอตีบ เซรุ่มป้องกันโรคบาดทะยัก เซรุ่มป้องกันโรคไอกรน เซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เซรุ่มแก้พิษงู เป็นต้น
ลักษณะเซรุ่ม
เป็นของเหลวใสสีเหลืองอ่อน ซึ่งลอยอยู่เหนือลิ่มเลือด ถ้าเจาะเลือดออกมาใส่หลอดแก้วตั้งทิ้งไว้ เลือดจะแข็งตัวเป็นลิ่มเลือดแล้วจะหดตัว เซรุ่มจะลอยอยู่เหนือลิ่มเลือดนั้น

serum
เซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นอย่างไร
เซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นเซรุ่มส่วนของน้ำใสของเลือดที่ได้จากม้าหรือคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า ในเซรุ่มจะมีโปรตีนที่ทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันต่อโรคพิษสุนัขบ้าในปริมาณที่มากเซรุ่มจะไปทำลายเชื้อไวรัสในร่างกายของผู้ถูกสุนัขบ้ากัด โดยการฉีดรอบ ๆ แผลก่อนจะก่อโรค และก่อนที่ภูมิต้านทานของร่างกายจะสร้างขึ้น
เซรุ่มแก้พิษงู
เซรุ่มคือสารซึ่งผลิตขึ้นจากพิษงู หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจกว่านั้น เซรุ่มก็คือน้ำเหลืองจากเลือดของสัตว์ เช่นม้า ที่ได้รับการฉีดพิษงู ที่ถูกผสมให้จางตามวิธีการ ทีละน้อย จนมีความต้านทานพิษงูได้ดี แล้วดูดเลือดจากม้า เอาน้ำเหลืองของเลือดซึ่งได้กลาย เป็นเซรุ่ม แล้ว มาฉีดคนที่ถูกงูกัดแก้พิษงูได้ การสร้างภูมิคุ้มกันโรคโดยการใช้วัคซีนหรือเซรุ่มนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนี้ ข้อดีของวัคซีน คือ ไม่เกิดอาการแพ้รุนแรง และทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคอยู่ได้นาน ข้อเสียของวัคซีน คือ ร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ได้ทันที
ข้อดีของเซรุ่ม คือ ร่างกายสามารถนำเซรุ่มไปใช้ต้านทานโรคได้ทันที ข้อเสียของเซรุ่ม คือ ผู้ที่ได้รับเซรุ่มอาจเกิดอาการแพ้รุนแรงเกิดขึ้นได้




ร่างกายมีกระบวนการต่างๆ เพื่อตอบสนองต่อการมีสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายหรือเกิดขึ้นในร่างกายเอง ภูมิคุ้มกันร่างกาย มีไว้เพื่อป้องกันตัวเองให้พ้นจากอันตรายหรือโทษที่เกิดจากสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ถ้าภูมิคุ้มกันน้อยเกินไปก็จะทำให้เกิดโรค ต่างๆ ได้ง่าย แต่ถ้ามีภูมิคุ้มกันมากเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดโรคได้เช่นกัน




เป็นอาการที่เกิดขึ้นเนื่องจากร่างกายมีปฏิกิริยาต่อต้านแอนติเจนบางอย่าง เช่น การแพ้สารเคมีในบ้าน ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ อาหารทะเล และอากาศ อาการอาจไม่รุนแรงแต่จะมีอาการต่อเนื่อง ต้องได้รับ การรักษาตลอดเวลา จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า โรคนี้อาจเกี่ยวข้องทางพันธุกรรมด้วย อาการของ โรคภูมิแพ้
อาการทางผิวหนัง จะมีอาการคันตามบริเวณผิวหนัง มีผื่นแพ้ซึ่งเป็นได้ทั้ง ตุ่มเล็กๆ ไปจนถึงตุ่มที่เป็นปื้นขนาดใหญ่ ที่เรียกว่าลมพิษ
อาการทางตา จะมีอาการในลักษณะการคันในดวงตา น้ำตาไหลบ่อย ตาแดง
อาการแพ้อากาศ โรคแพ้อากาศเป็นโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อยมากที่สุดโรคหนึ่ง ในทางการแพทย์เรียกชื่อโรคในภาษาอังกฤษคือ Allergic rhinitis แปลเป็นภาษาไทยว่า “โพรงจมูกอักเสบจากการแพ้ ” จมูกเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของระบบทางเดินหายใจเพื่อใช้กรองฝุ่นหรือสิ่งแปลกปลอม โดยติดที่ขนจมูกและใช้ปรับอุณหภูมิของร่างกายก่อนที่จะผ่านลงไปสู่หลอดลม เยื่อจมูกยังมีหน้าที่ ผลิตสารเยื่อเมือกเพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอมโพรงจมูกอักเสบ การที่โพรงจมูกเกิดการอักเสบขึ้น ทำให้มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล จาม คันจมูก




การสร้างภูมิคุ้มกันต่อเนื้อเยื่อตนเอง (autoimmunity) เช่น โรคเอสแอลอี (systemmiclupus erythematous) อาจมีอาการบวมทั้งตัว (จากไตอักเสบ) หายใจหอบ (จากปอดอักเสบหรือหัวใจวาย) ชีพจรเต้นเร็วหรือไม่เป็นจังหวะ (หัวใจอักเสบ) ในรายที่มีการอักเสบของหลอดเลือดในสมองอาจทำให้มีอาการทางประสาท เช่น เสียสติ ซึม เพ้อ ประสาทหลอน
สาเหตุการเกิดโรค เป็นความผิดปกติที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา ต่อต้านดีเอ็นเอในเซลล์ตนเอง ออโตอิมมูน (autoimmune) รวมกับแอนติเจนในร่างกาย เกิดเป็นอิมมูนคอมเพล็กซ์ และเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดการอักเสบและทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง บางครั้งการทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง เกิดจากแอนติบอดีโดยตรง เช่น ทำลายเม็ดเลือดแดง ทำลายเกล็ดเลือด โดยปกติแล้วภูมิคุ้มกันในร่างกายสามารถสร้างความแตกต่างได้ว่า เซลล์ใดเป็นของตนเอง และเซลล์ใดเป็นของแอนติเจน จึงจะสร้างแอนติบอดีจำเพาะมาทำลายแอนติเจนเท่านั้น แต่จะไม่ทำลายเซลล์ของตนเอง ในบางกรณีถ้าเกิดภาวะผิดปกติเกิดขึ้น กลไกการควบคุมเสียไปทำให้แอนติบอดีที่สร้างขึ้นมาต่อต้านเนื้อเยื่อของตนเอง ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเอสแอลอี จะต้องดูแลรักษาตนเองควบคู่ไปกับการดูแลรักษาทางการ แพทย์อย่างสม่ำเสมอ

อาการผิดปกติที่พบ คือ มีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดเมื่อยตามตัว ปวดและบวมตามข้อต่างๆ ซึ่งโดยมากจะเป็นตามข้อเล็กๆ (ข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า) ทั้งสองข้าง คล้ายๆ กับโรคปวดข้อรูมาตอยด์ (แต่ต่างกันที่ไม่มีลักษณะหงิกงอ ข้อพิการ) ทำให้กำมือลำบาก อาการเหล่านี้จะค่อยเป็นค่อยไป เป็นเดือน นอกจากนี้ผู้ป่วยยังจะมีผื่นหรือฝ้าแดงขึ้นที่จมูกทั้งสองข้าง ทำให้มีลักษณะเหมือนปีกผีเสื้อเรียกว่า ผื่นปีกผีเสื้อ (butterfly rash) บางรายมีอาการแพ้แดด คือ เวลาไปถูกแดด ผิวหนังจะมีผื่นแดงขึ้นและผื่นแดงที่ข้างจมูก (ผื่นปีกผีเสื้อ) จะเกิดขึ้นชัดเจน อาการไข้และปวดข้อจะเป็นรุนแรงขึ้น บางรายอาจมีจุดแดง (petichiae) หรือมีประจำเดือนมากกว่าปกติ ซึ่งอาจเป็นอาการระยะแรกของโรคนี้ ก่อนมีอาการอื่นๆ บางรายอาจมีผมร่วงมาก มีจ้ำแดงๆ ขึ้นที่ฝ่ามือ นิ้วมือนิ้วเท้าซีดขาวและเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำเวลาถูกความเย็น (Raynaud’s phenomenon) ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วไป ตับม้ามโต หรือ มีภาวะซีดโลหิตจาง (จากเม็ดเลือดแดงถูกทำลาย) ในรายที่เป็นรุนแรง อาจมีอาการบวมทั้งตัว หายใจหอบ (จากปอดอักเสบ ภาวะมีน้ำในช่องปอด หรือหัวใจวาย) ชีพจรเต้นเร็วหรือไม่เป็นจังหวะ (จากหัวใจอักเสบ) ในรายที่มีการอักเสบของหลอดเลือดในสมองอาจทำให้มีอาการทางประสาท เช่น เสียสติ ซึม เพ้อ ประสาทหลอน แขนขาอ่อนแรง ตาเหล่ ชัก หมดสติ และอาจตายภายใน 3-4 สัปดาห์ ส่วนมากจะมีอาการกำเริบเป็นๆ หายๆ เรื้อรังเป็นปี






โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือโรคเอดส์ (AIDS) ย่อมาจาก Acquired Immune Deficiency Syndrome หมายถึง กลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิด HIV (Human Immunodeficiency Virus) เมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อ HIV จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเสื่อมลงหรือบกพร่อง ซึ่งผู้ที่ได้รับเชื้อจะป่วยเป็นโรคติดต่อได้ง่ายกว่าคนปกติ เช่น วัณโรค ปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคเริม โรคท้องเสียเรื้อรัง รวมถึงโรคมะเร็งบางชนิดได้ง่าย การติดต่อของโรคติดได้ โดยทางเลือดและของเหลวจากร่างกาย เช่น การร่วมเพศ และการถ่ายเลือด AIDS Virus
เอดส์ : การติดต่อ
1. การร่วมเพศ โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย ไม่ว่าชายกับชาย ชายกับหญิง หรือหญิงกับหญิง ทั้งช่องทางธรรมชาติ หรือไม่ธรรมชาติ ก็ล้วนมีโอกาสติดโรคนี้ได้ทั้งสิ้น และปัจจัยที่ทำให้มีโอกาสติดเชื้อมากขึ้น ได้แก่ การมีแผลเปิด และจากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา ประมาณร้อยละ 84 ของผู้ป่วยเอดส์ ได้รับเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์
2. การรับเชื้อทางเลือด
- ใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อเอดส์ มักพบในกลุ่มผู้ฉีดยาเสพติด และหากคนกลุ่มนี้ติดเชื้อ ก็สามารถถ่ายทอดเชื้อเอดส์ ทางเพศสัมพันธ์ได้อีกทางหนึ่ง
- รับเลือดในขณะผ่าตัด หรือเพื่อรักษาโรคเลือดบางชนิด ในปัจจุบันเลือดที่ได้รับบริจาคทุกขวด ต้องผ่านการตรวจหาการติดเชื้อเอดส์ และจะปลอดภัยเกือบ 100%
3. ทารก ติดเชื้อจากแม่ที่ติดเชื้อเอดส์ การแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูก ผู้หญิงที่ติดเชื้อเอดส์ หากตั้งครรภ์ และไม่ได้รับการดูแลอย่างดี เชื้อ HIV จะแพร่ไปยังลูกได้ ในอัตราร้อยละ 30 จากกรณีเกิดจากแม่ติดเชื้อ จึงมีโอกาสที่จะรับเชื้อ HIV จากแม่ได้
อาการ :เอดส์ คนที่สัมผัสกับโรคเอดส์หรือคนที่ได้รับเชื้อเอดส์เข้าไปในร่างกายไม่จำเป็นต้องมีการติดเชื้อเอดส์เสมอไปขึ้นกับจำนวนครั้งที่สัมผัสจำนวนและความดุร้ายของไวรัสเอดส์ที่เข้าสู่ร่างกายและภาวะภูมิต้านทานของร่างกายถ้ามีการติดเชื้ออาการที่เกิดขึ้นมีได้หลายรูปแบบหรือหลายระยะตามการดำเนินของโรค
ระยะที่ 1 : ระยะที่ไม่มีอาการอะไร
ภายใน2-3 อาทิตย์แรกหลังจากได้รับเชื้อเอดส์เข้าไป ราวร้อยละ 10 ของผู้ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายๆ ไข้หวัด คือมีไข้ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ต่อมน้ำเหลืองโต ผื่นตามตัว แขน ขาชาหรืออ่อนแรง เป็นอยู่ราว 10-14 วันก็จะหายไปเอง ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจไม่สังเกต นึกว่าคงเป็นไข้หวัดธรรมดาราว 6-8 สัปดาห์ภายหลังติดเชื้อ ถ้าตรวจเลือดจะเริ่มพบว่ามีเลือดเอดส์บวกได้ และส่วนใหญ่จะตรวจพบว่ามีเลือดเอดส์บวกภายหลัง 3 เดือนไปแล้ว
ระยะที่ 2 : ระยะที่เริ่มมีอาการหรือระยะที่มีอาการสัมพันธ์กับเอดส์
เป็นระยะที่คนไข้เริ่มมีอาการ แต่อาการนั้นยังไม่มากถึงกับจะเรียกว่าเป็นโรคเอดส์เต็มขั้น อาการในช่วงนี้อาจเป็นไข้เรื้อรัง น้ำ หนักลด หรือท้องเสียงเรื้อรัง โดยไม่ทราบสาเหตุ นอกจากนี้อาจมีเชื้อราในช่องปาก งูสวัด เริมในช่องปาก หรืออวัยวะ เพศ ผื่นคันตามแขนขา และลำตัวคล้ายคนแพ้น้ำลายยุง
ระยะที่ 3 : ระยะโรคเอดส์เต็มขั้น หรือที่ภาษาทางการเรียกว่าโรคเอดส์
เป็นระยะที่ภูมิต้านทานของร่ายกายเสียไปมากแล้วผู้ป่วยจะมีอาการของการติดเชื้อจำพวกเชื้อฉกฉวยโอกาสบ่อยๆและเป็นมะเร็งบางชนิดเช่นแคโปซี่ซาร์โคมา(Kaposi’ssarcoma)และมะเร็งปากมดลูก การติดเชื้อฉกฉวยโอกาสหมายถึงการติดเชื้อที่ปกติมีความรุนแรงต่ำไม่ก่อโรคในคนปกติแต่ถ้าคนนั้นมีภูมิต้านทานต่ำลงเช่นจากการเป็นมะเร็งหรือจากการได้รับยาละทำให้เกิดวัณโรคที่ปอดต่อมน้ำเหลืองตับหรือสมองได้ รองลงมาคือเชื้อพยาธิที่ชื่อว่านิวโมซิส-ตีส-คารินิไอ ซึ่งทำให้เกิดปอดบวมขึ้นได้(ไข้ ไอ หายใจเหนื่อยหอบ) ต่อมาเป็นเชื้อราที่ชื่อ คริปโตคอคคัสซึ่งทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ มีอาการไข้ ปวดศีรษะ ซึมและอาเจียน
kittipos
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 31 ม.ค. 2552 (13:11)

ขอบคุณมากนะคะรู้เรื่องของระบบน้ำเหลืองชัดเจนขึ้นเยอะคะ....


psankum@yahoo.com (IP:58.8.59.237)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 8 ก.พ. 2552 (10:56)

สวัสดิ์ดีครับ ผมอยากทราบเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบหมุนเวียนเลือด เพราะหาเท่าไหร ก็เจอเฉพาะ เรื่องความดันโลหิตสูง หลอดเลือดตีบตัน  โรคโลหิตจาง แต่อยากทราบโรคอื่นๆบางครับ ใครทราบ ก็ช่วยบอกมาหน่อย นะ ครับ แล้วจะรอ .....


matzaa_5131@hotmail.com (IP:118.174.222.175)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 4 ก.ค. 2552 (14:05)

อยากรู้เกี่ยวกับโรคHIV และเรื่องภูมิคุ้มกัน

ระบบน้ำเหลือง     เลือดABO


jidapa_638@hotmail.com (IP:114.128.138.80)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 15 ก.ค. 2552 (00:37)

สวัสดีครับ

คือผมอยากถามคุณหมออ่ะครับว่า ตอนนี้ที่ด้านหลังและส่วนแขนของผม เป็นคล้ายกับสิว คือเป็นผื่น มีหนองเป็นเม็ดและเจ็บมากครับ ยิ่งถ้าเวลาร้อนร้อนโฮไม่ต้องพูดถึงเลยครับ คือ ส่วนหน้าไม่มีครับ มีแต่ด้านหลังแล้วต้นแขนเท่านั้นครับ คือ ไม่รู้ว่าจะร้ายแรงมั้ยครับ ขอบคุณครับ


Sir_J_jokerjames@hotmail.com (IP:61.90.88.9)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 31 ส.ค. 2552 (16:09)
ถ้าอยากจะหายแพ้ยุง สามารถใช้วิธีการถ่ายนำเหลืองได้หรือไม่คะ ช่วยที
www.ajanpop_4000@ (IP:124.120.123.39)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 16 ก.ย. 2552 (11:07)

เอนไซม์ที่ย่อยสลายร่างกายมนุษย์


chonnika2413@hotmail.xom (IP:203.172.212.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 19 ก.ย. 2552 (19:58)

โดนน้ำเหลืองไปอุ่มเด็กที่เป็นเอดส์ เเล้วน้ำเหลืองถูกเเขน เเล้วรีบไปล้างออก ติดเอดส์ได้เปล่าค่ะ


pak_see (IP:119.42.80.157)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 19 ก.ย. 2552 (21:01)

ถ้าแขนของคุณไม่มีแผลที่เป็นทางให้เชื้อเอดส์ผ่านเข้าได้ก็ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องห่วง ยิ่งล้างแล้วยิ่งดีใหญ่ ซาบซึ้งในความกรุณาของคุณที่ช่วยอุ้มเด็กที่เป็นเอดส์


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5907 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 10 ธ.ค. 2552 (07:56)
ระบบนำเหลืองทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมอย่างไร
เด็ดที่โง่ (IP:118.172.108.230)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 11 มี.ค. 2553 (02:33)
ถ้าเราโดนคนเป็นเอดส์ข่วนที่แขนแล้วเลือดออกซิบๆ
และเขาเอามือที่เปื้อนน้ำเหลืองมาโดนที่แผล
จะติดเชื้อเอดส์หรือป่าวคะ
kiku_jung77@hotmail.com (IP:58.8.160.115)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 8 มิ.ย. 2553 (19:45)
ทำไมต้องเอเรื่องนี้ด้วยนะ
ฮ่ะๆ
ToT
Akira-1041@hotmail.com (IP:115.67.117.221)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 96 19 ก.ค. 2553 (21:25)
ขอบคุณมากค่ะ
ต้นข้าว (IP:125.27.84.70)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 97 27 ก.ค. 2553 (12:18)
ไม่รู้จะเขียนอะไร
แต่ขอบคุณสำหรับเนื้อหาครับ
555 (IP:222.123.25.180)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 98 3 ก.ย. 2553 (20:30)
เนื้อหาในงานละเอียดพอสมควร ก็ดีนะ อือกก็ดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ทอฝัน (IP:119.31.121.87)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 99 19 ต.ค. 2553 (13:55)
รักที่นี่^^
yean_alone1@hotmail.com (IP:182.93.135.77)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 100 11 ธ.ค. 2553 (00:24)
ขอความรู้เรื่อง โรคภูมิแพ้ ที่มีอาการผื่นลมพิษทั้งตัว หมอบอกว่าสาเหตุอาจเกิดจากภูมิแพ้น้ำเหลืองตนเอง
yoddoi2u@hotmail.com (IP:118.172.69.53)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 101 28 พ.ค. 2554 (16:15)
อยากทราบว่าเราควรบำรุงรักษาระบบน้ำเหลืองอย่างไรค่ะ

มี2ข้อที่หาข้อมูลไม่ได้ค่ะ ช่วยด้วยนะค่ะ
-การบำรุงรักษา
-หากขาดการบำรุงรักษาอาจเกิดโรคใดบ้าง
สาวิตรี (IP:119.31.111.137)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม