ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4782 21 มิ.ย. 2555 (10:09) ตัดสินใจให้ดีก่อนส่งลูกเรียนต่ออินเดีย
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
ภาพประกอบข่าวmore
.
ภาพประกอบข่าว 19
Share .TOOLS
เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
ออนไลน์ ได้ทันที
คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp
คัดลอก ขนาดตัวอักษร
พิมพ์ข่าวนี้
ส่งต่อให้เพื่อน
More Sharing Services แบ่งปันข่าว ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แปลกหู แปลกตา
ฝ่าแดด กรำฝน ยลมรดกโลกอินเดีย
หุ้นอินเดีย ปิดตลาด ลบ -151.25 จุด
หุ้นอินเดีย เปิดตลาด บวก 38.90 จุด
หุ้นอินเดีย ปิดตลาด ลบ -148.45 จุด
คอลัมน์อื่นๆ
บทวิเคราะห์
4 ปัจจัยก่อวิกฤติน้ำ แนะเร่งส่งทีมคุยชุมชนระงับขัดแย้ง
เอ็กซเรย์แผน "รับมือ-อพยพ" 7 เขต กทม.จุดเสี่ยงน้ำทะลัก
คุณภาพชีวิต
ฉันเห็นน้ำท่วม ที่ชลลดา
ฉันเห็นน้ำท่วม
การศึกษา
รมว.ศธ.ไฟเขียวขรก.บ้านน้ำท่วมลางานได้10วัน
ศาลรับฟ้องอดีตอธิการ ม.รามฟ้องป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
รายงานพิเศษโดย พิชญะ สนใจ แห่งสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงนิวเดลี บอกเล่าปัญหาที่นักเรียนไทยส่วนหนึ่งพบเจอในโรงเรียนประจำที่อินเดีย
โฆษณาโดย Google
เรียนป.ตรีภาคพิเศษทางเน็ต
การจัดการ การตลาด บัญชี คอมพิวเตอร์ ปโทบริหารการศึกษา การตลาด รัฐศาสตร์
online-2u.com
สมัครบัตรกดเงินสด
โปรโมชั่นสุดพิเศษ สมัครวันนี้ กดเงินสดเพียง 0.99% ต่อเดือน*
www.citibank.co.th/ReadyCredit
ต่อ ป.โท ฟรี จาก ธ.CIMB
สมัครรับทุนการศึกษาในและต่างประเทศ หลายสาขา ด่วน จำนวนจำกัด ที่นี่!
www.cimb.comการส่งบุตรหลานไปเรียนต่างประเทศ ในปัจจุบัน ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น อเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ แต่กระแสนิยมของคนไทยที่กำลังอินเทรนด์ ก็คือ ประเทศที่กำลังพัฒนาและกำลังโตเร็ว เช่น "อินเดีย"
การได้พบปะพูดคุยกับนักเรียนไทยในอินเดียส่วนใหญ่ ผู้ปกครองมักจะส่งบุตรหลานมาเรียนที่อินเดียก็เพราะเหตุผลหลักๆ 3 ประการ คือ 1. อยากให้ลูกฝึกภาษาอังกฤษ 2. ค่าใช้จ่ายถูก และ 3. ต้องการส่งมาฝึกระเบียบวินัย เพราะเอาไม่อยู่ในบ้านตนเอง สิ่งเหล่านี้ฟังดูน่าจะดีสำหรับเด็กและผู้ปกครอง แต่บางสิ่งก็ไม่เป็นไปตามที่ผู้ปกครองหวังไว้ เด็กอาจจะไม่ได้ภาษาอังกฤษ ไม่คุ้มค่ากับเงินที่ต้องเสียไป หรืออาจกลายเป็นเด็กเก็บกดที่พร้อมจะแหกกฎทุกครั้งไป ก็เป็นได้
ก่อนที่จะส่งบุตรหลานไปอินเดีย ผู้ปกครองส่วนมากมักจะเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ คำบอกเล่าปากต่อปากจากเพื่อนสนิทมิตรสหาย ตลอดจนการชักจูงของเอเยนซี ที่อาจเคยเป็นนักเรียนแห่งนั้น แห่งนี้ มาแล้ว ว่า การมาเรียนที่อินเดียนั้นมีข้อดีต่างๆ นานา แต่สิ่งที่ลืมนึกไปก็คือข้อมูลที่ตนได้รับนั้นมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน และคุ้มค่าหรือไม่ที่จะส่งบุตรหลานของตนไปเรียนในโรงเรียนที่ตนไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เป็นโรงเรียนที่มีคนอื่นเค้าบอกกันว่าดี
เมื่อไม่นานมานี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมนักเรียนไทยที่โรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในรัฐหิมาจัลประเทศ ซึ่งคณะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคณะผู้บริหารของโรงเรียน คณาจารย์ และนักเรียนและมีโอกาสได้พบปะพูดคุยและสอบถามสารทุกข์สุกดิบจากนักเรียนไทยที่มีตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ไปจนถึง 16 ขวบ
จากการพูดคุยกับนักเรียนทำให้สถานทูตได้ทราบว่า โรงเรียนประจำแห่งนี้ที่มีกฎเกณฑ์และระเบียบวินัยที่เคร่งครัด แม้แต่ขณะที่พูดคุยกับนักเรียนซึ่งดูท่าทางกล้าๆ กลัวๆ ทางโรงเรียนยังแอบส่งชาวอินเดียที่รู้ภาษาไทยมาคอยสังเกตการณ์ ว่า นักเรียนจะมาฟ้องอะไรหรือไม่ แต่แล้วก็หนีไม่พ้นความแนบเนียน สิ่งที่สถานทูตได้รับทราบซึ่งตรงกันข้ามกับบรรยากาศของความประทับใจจากการต้อนรับอย่างอบอุ่น ก็คือ นักเรียนแต่ละคนมาขอร้องให้สถานทูตช่วยเหลือ
ปัญหาแรกเป็นปัญหาความแตกต่างของวัฒนธรรม ชาวอินเดียคิดว่าการลงโทษนักเรียนโดยการตบหน้าอย่างแรง เป็นสิ่งที่ถูก นักเรียนไทยบอกว่าไม่มีใครที่ไม่เคยโดนลงโทษด้วยวิธีนี้ แม้ว่าจะบอกให้ผู้ปกครองที่เมืองไทยทราบและผู้ปกครองได้โทรไปร้องเรียนกับทางโรงเรียนแล้ว ก็ไม่อะไรเปลี่ยนแปลง
สถานทูตจึงได้ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวจากชาวอินเดีย และได้รับทราบว่าการลงโทษด้วยวิธีการตบนั้น เป็นสิ่งที่มีจริงในสังคมอินเดีย แต่ปัจจุบันแทบจะเลิกกันไปเกือบหมดแล้ว จากการสอบถามนักเรียนไทยตามเมืองต่างๆ ก็พบว่าโรงเรียนประจำส่วนมากใช้วิธีลงโทษโดยการกักบริเวณ ไม่ให้นักเรียนออกไปนอกโรงเรียนในวันเสาร์อาทิตย์ ซึ่งฟังดูแล้วเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล และทำให้นักเรียนไม่อยากทำผิดมากกว่า เพราะกลัวไม่ได้ออกไปเที่ยวในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่ทุกคนรอคอย
ปัญหาที่สอง คือ เรื่องของการเรียนการสอน กล่าวคือ ครูผู้สอนมักใช้ภาษาฮินดีผสมผสานกับภาษาอังกฤษ ซึ่งทำให้นักเรียนไทยไม่เข้าใจในบทเรียน สอบไม่ผ่านการประเมิน และในที่สุด นักเรียนก็กลายเป็นเด็กมีปัญหาเพราะความเครียด
นอกจากนี้ ตัวนักเรียนเองบางคนอายที่จะบอกผู้ปกครองว่าตัวเองเรียนไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจ ไม่กล้าจะขอกลับประเทศไทย เพราะอายเพื่อนที่จะมามองว่าตัวเองไม่ฉลาด เรียนไม่เก่ง จนต้องกลับประเทศในที่สุด ผู้เขียนมองว่านักเรียนไม่ควรอายที่จะบอกผู้ปกครอง ผู้ปกครองเองก็ต้องกล้าพอที่จะถามบุตรหลานของท่าน อย่าปล่อยให้สายเกินแก้
ทูตไทยก็ตั้งใจหาโอกาสที่เหมาะสมขอให้ทางโรงเรียนใช้วิธีลงโทษที่ดีกว่านี้ เช่น การกักบริเวณ เชื่อว่าผู้บริหารโรงเรียนคงจะยอมทำตาม มิฉะนั้น สถานทูตก็คงไม่อยากไปเยี่ยมหรือบอกแนะนำผู้ปกครองคนไทยได้
ผู้ปกครองลองจินตนาการดูว่าแค่ลำพังชาวอินเดียยุคปัจจุบันพูดภาษาอังกฤษก็เข้าใจยากแล้ว นี่อังกฤษผสมฮินดีจะขนาดไหนกัน สถานทูตก็ได้แต่หวังว่าโรงเรียนนี้คงจะไม่เอาการเดินทางมาเยี่ยมนักเรียนของสถานทูตไปใช้เป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนไทยแห่กันมาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้
ผู้เขียนเห็นว่าการเรียนต่อที่อินเดียมีข้อดีหลายเรื่องโดยเฉพาะความหลากหลาย ความใกล้บ้าน คุณภาพเนื้อหาวิชาการในมหาวิทยาลัยที่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเรียนไทย พระนักศึกษาไทยกล่าวเหมือนกัน เปรียบเสมือนการเลือกซื้อของดีราคาถูกและก็มีหลายคนประสบความสำเร็จจากการไปเรียนที่อินเดีย
แต่ผู้ปกครองไม่ควรเอาชีวิตความเป็นอยู่ของลูกหลานตน ไปเสี่ยงกับคำโฆษณาชวนเชื่อหรือการบอกเล่าต่อๆ กันมา ควรที่จะยอมเสียเวลาอีกนิดไปเห็นสภาพโรงเรียนและความเป็นอยู่ของนักเรียนด้วยตัวเองก่อนการตัดสินใจ
"สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น" หากจะเปรียบเปรยกับการซื้อของ ถ้าเราไม่เห็นด้วยตาตัวเอง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าของชิ้นไหนจะเป็นของดีราคาถูกควรค่าแก่การเสียสตางค์
ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาในอินเดียได้ที่คอลัมน์ "เรียนต่อในอินเดีย" ที่เว็บไซต์ www.thaiemb.org.in
Tags : อินเดีย การศึกษา โรงเรียนประจำ
.โฆษณาโดย Google
redwine@hotmail.com (IP:124.122.181.125)